หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟในวายุ

ไฟในวายุ ตอนที่ 7

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มกราคม 2557 16:49 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ไฟในวายุ ตอนที่ 7
        ไฟในวายุ ตอนที่ 7 (ต่อ)
       
       กษิตเดินหน้าบึ้งตึงออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้านพักไร่ขวัญแก้ว โดยมีลูกน้องเดินตามหลัง
       ออกมาติดๆ
       "นายจะไปบ้านไร่สายน้ำต่อเลยมั้ยครับ"
       กษิตสีหน้าใช้ความคิด
       "ยัง ฉันว่าหมอภูผาคงเจรจายากกว่าคุณนวลขวัญหลายเท่า ฉันคงต้องวางแผนบีบมันก่อนแล้วค่อยเข้าไปเจรจา จะได้คุยกันง่ายขึ้น"
       ลูกน้องรีบเดินไปเปิดประตูให้กษิตขึ้นรถไป
       
       บ่ายแก่ๆ บริเวณโถงบ้านพักไร่วายุกูล ธรากดวางสายโทรศัพท์สีหน้าเคร่งเครียด ไกรกูณฑ์เดินกลับเข้ามาพอดี เธอเรียกไว้
       "น้อย มาคุยกับแม่ก่อน"
       "มีเรื่องอะไรอีกครับ แม่หน้าเครียดจังเลย"
       "แม่เพิ่งวางสายจากเลขาไอ้ใหญ่ มันโทร.มาบอกเรื่องวันนัดเซ็นสัญญาโครงการ"
       ไกรกูณฑ์แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย
       "เมื่อไหร่ครับ"
       "อาทิตย์หน้า"
       ไกรกูณฑ์ตกใจปนร้อนใจ
       "งั้นเราก็ต้องเร่งกำจัดไอ้ใหญ่ให้พ้นทางให้เร็วที่สุด โครงการนี้จะได้เป็นของผมคนเดียว"
       ธราเป็นกังวล
       "แต่ตำรวจกำลังจับตาดูน้อยอยู่ ทำอะไรตอนนี้คงไม่สะดวก"
       ไกรกูณฑ์สีหน้ามั่นใจ
       "แม่ไม่ต้องห่วงหรอก ผมมีวิธีของผม"
       ธราหนักใจ อดเป็นห่วงไกรกูณฑ์ไม่ได้
       
       เวลาเย็น สลิลถือกล่องอาหารเดินตรงมาที่รถ ภูผาที่เดินอยู่แถวนั้นหันมาเห็นก็เดินเข้ามาคุยด้วย
       "เย็นแล้วจะไปไหนลูกหว้า"
       สลิลมองของในมือแล้วยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ
       "เอาอาหารเย็นไปให้คุณใหญ่ค่ะ เมื่อเช้าเห็นทานข้าวโรงพยาบาลได้แค่นิดเดียว สงสัยไม่อร่อย"
       "รู้สึกว่าเราจะเป็นห่วงคุณใหญ่มากเกินไปแล้วนะ"
       สลิลแซวกลับไปบ้าง
       "ก็น้อยกว่าตอนที่คุณลุงห่วงคุณป้าธรานิดนึง"
       ภูผาขำๆ
       "เดี๋ยวเถอะนะเรานี่ พูดจายอกย้อน"
       สลิลยิ้มหน้าเป็น แล้วเดินขึ้นรถไป
       "หว้าไปนะคะ เดี๋ยวคุณใหญ่จะรอนาน"
       ภูผาจับประตูรถไว้ เป็นห่วง
       "เดี๋ยวก่อนลูกหว้า จะมืดแล้ว ลุงว่าให้เจ้าเข็มไปเป็นเพื่อนดีกว่า"
       "ไม่ต้องหรอกค่ะ หว้าจะรีบไป รีบกลับ อยู่ไม่นานหรอกค่ะ"
       "งั้นก็ตามใจ"
       "หว้าไปนะคะ"
       ภูผายืนมองท้ายรถของสลิลจนลับตาไป รู้สึกเป็นห่วงอยู่ลึกๆ ในใจ
       
       สลิลขับรถมาตามทาง เหลือบมองกล่องใส่อาหารที่วางอยู่บนเบาะข้างตัวเป็นระยะๆ แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเอง ไม่คาดคิดมีรถคันหนึ่งขับมาปาดหน้ารถของสลิลในระยะประชิด เธอเบรกกะทันหันจนหน้าทิ่ม...กล่องอาหารตกจากเบาะ แตกกระจาย เธอโกรธ หันมองรถที่จอดขวางหน้าอยู่ เธอลงจากรถ หมายจะเอาเรื่องเต็มที่
       ไม่คาดคิด...คนร้ายใส่หมวกไหมพรมพรางหน้าไว้ ลงจากรถมาจับสลิลโป๊ะยาสลบ เธอดิ้นรนต่อสู้ไปมาครู่หนึ่งแล้วสลบไป คนร้ายลากสลิลขึ้นรถ อุศเรนซึ่งสวมหมวกอำพรางตัวเองรีบขับรถขึ้นไปบนเขาทันที
       
       ภายในห้องพักฟื้น วายุกึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านหนังสือพิมพ์แนวเศรษฐกิจอยู่บนเตียง โทรศัพท์มือถือดังขัดขึ้น วายุดูเบอร์โชว์ เห็นชื่อ “ลูกหว้า” เขากดรับ ทำเสียงรำคาญแต่ก็แอบดีใจ
       "มีธุระอะไรกับฉันอีก"
       "ตอนนี้นังลูกหว้าอยู่กับฉัน" เสียงอุศเรนดังเข้ามา
       วายุสีหน้าตกใจมาก
       "ว่าอะไรนะ"
       บ้านร้างบนเขา เป็นบ้านไม้เก่าๆ สภาพทรุดโทรม อุศเรนสวมหมวกไหมพรมอยู่ แต่รั้งขึ้นเปิดหน้า ยืนคุยโทรศัพท์มือถือด้วยเครื่องของสลิล แต่เธอยังสลบอยู่มุมห้องถูกจับมัดมือไพล่เอาไว้
       " ถ้าไม่อยากให้นังลูกหว้าตายก็รีบมาช่วยมันเดี๋ยวนี้เลย"
       วายุตกใจ แต่ก็ตั้งสติได้
       "ฉันจำเสียงแกได้ อย่าคิดว่าฉันจะโง่ ให้แกหลอกซ้ำสองเลย"
       "อย่าบอกนะว่า แกไม่ได้เมมฯเบอร์นังนี่เอาไว้ โอเค สรุปว่าแกจะไม่มาใช่มั้ย งั้นก็เตรียมรับศพนังลูกหว้าได้เลย "
       อุศเรนมองสลิลแววตาโหดๆ ก่อนกดตัดสายไป
       "ฮัลโหลๆ"
       อุศเรน เดินมาเชยคางสลิลขึ้นดูหน้าและขำๆ หัวเราะอย่างดูถูก
       "พี่น้องตระกูลนี้สเป็กเดียวกันเลย ชอบสาวชาวไร่ชาวดอย"
       โทรศัพท์มือถือสลิลดังขึ้น เบอร์โชว์ขึ้นชื่อวายุ อุศเรนแสยะยิ้ม ก่อนกดรับ คุยมือถือ
       "ตกลงเชื่อได้แล้วเหรอะว่ามันอยู่กับฉัน บางทีฉันอาจจะขโมยโทรศัพท์มันมาก็ได้"
       "แกไม่ต้องมาโยกโย้ แกจับลูกหว้าไปไว้ที่ไหน"
       วายุฟังปลายสายอย่างตั้งใจ
       "เดินออกมาจากห้องเงียบๆ ตามทางที่ฉันบอก อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด"
       "แกเป็นใคร แล้วจะให้ฉันไปไหน"
       " ถ้าอยากช่วยผู้หญิงคนนี้ก็ทำตามที่ฉันบอก ไม่ต้องสงสัยมาก เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวจะผิดสังเกต"
       วายุจำใจต้องทำตามที่อุศเรนสั่ง เดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า
       
       เขาเปลี่ยนเสื้อกางเกงเดินกระเผลกๆ มาตามทางเดิน วายุถือโทรศัพท์แนบหูเอาไว้ฟังคำสั่ง
       "เดินไปทางบันไดหนีไฟ"
       วายุเดินกระเผลกๆ ลงบันไดหนีไฟไป พลางเหลียวหลังกลับมามอง เหมือนมีคนตามหลังมา
       " อย่าคิดขอความช่วยเหลือจากใครเด็ดขาด มีคนของฉันจับตามองแกอยู่ตลอดเวลา"
       " แล้วจะให้ฉันเดินลงไปชั้นไหน"
       " หาทางหลบ รปภ. ไปที่ประตูหลังโรงพยาบาลให้ได้ มีรถมารอรับแกอยู่ที่นั่น อย่าคิดตุกติกเรียกตำรวจเป็นอันขาด ไม่งั้นนังนี่ตายแน่"
       วายุจำใจเดินลงบันไดหนีไฟไปตามคำสั่ง
       
       วายุถือโทรศัพท์แนบหู เดินมาถึงประตูด้านหลังโรงพยาบาล ดูเงียบๆ ไม่มีคนเดินผ่าน เขาเห็นรถจอดอยู่ด้านนอกคันหนึ่ง เขามองอย่างลังเลว่า ใช่คันนี้หรือเปล่าที่มารอรับ ไม่คาคคิดมีคนร้าย 2 ฟาดท้ายทอยวายุจนเสียหลักแล้วโดนโปะยาสลบลากขึ้นรถไป คนขับรถรีบขับรถออกไปอย่างเร็ว
       
       รถของทแกล้วขับมาตามทาง มุ่งหน้าไปบ้านไร่สายน้ำ แต่เขาเห็นรถของรีสอร์ตที่สลิลใช้ประจำจอดอยู่ข้างทาง ทแกล้วรีบจอดรถลงไปดูด้วยความแปลกใจ เมื่อเปิดประตูรถออก เห็นกล่องอาหารหกเละเทอะอยู่ในรถ
       เขากวาดตามองหา แต่ไม่เห็นใคร จึงตัดสินใจโทร.หาสลิล
       ทแกล้วรอสายครู่หนึ่ง แล้วบ่นๆ
       "ทำไมไม่รับสายล่ะหว้า"
       เขาลองโทร.ไปหาภูผา
       "คุณลุงครับ ลูกหว้าอยู่ที่รีสอร์ตรึเปล่าครับ"
       ภูผายืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่รีสอร์ต
       "ไม่อยู่หรอก ลูกหว้าเอาอาหารเย็นไปให้คุณใหญ่ที่โรงพยาบาลพักใหญ่แล้วล่ะ"
       เขาเหลือบมองกล่องอาหารในรถอีกครั้ง หน้าเสีย รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับสลิลแน่นอน
       "ผมว่าเกิดเรื่องกับลูกหว้าแล้วล่ะครับ ผมเจอรถของหว้าจอดทิ้งอยู่ข้างทาง คุณลุงลองโทร.ถาม
       คุณใหญ่ให้แน่ใจอีกทีดีกว่าครับว่า ลูกหว้าไปถึงโรงพยาบาลรึยัง ผมจะรีบเข้าไปหาคุณลุงที่รีสอร์ตเดี๋ยวนี้เลย"
       ทแกล้วกดวางสาย แล้วรีบกลับขึ้นรถ ขับออกไปด้วยความเป็นห่วงสลิลมาก
       
       ภูผา สีหน้าตกใจมากเมื่อทราบข่าว รับฟังปลายสายด้วยสีหน้ากังวลมาก
       
        "คุณใหญ่หายไปจากโรงพยาบาลเหรอครับ"

ไฟในวายุ ตอนที่ 7
        ภายในบ้านร้างบนเขา สลิล สะลึมสะลือฟื้นขึ้นมา สายตาพร่ามัว กวาดตามองไปรอบๆ เห็นเป็นบ้านร้างเก่าๆ ทรุดโทรม เธอตกใจมาก ที่พบว่าตัวเองถูกจับมัดมือไพล่หลังไว้ เธอพยายามพยุงตัวจะลุกขึ้นแต่เซไปชนผนังห้องเล็กน้อย อุศเรนยืนคุยกับคนร้าย1ที่หน้าบ้าน
       "แกดูต้นทางไว้ก่อน"
       คนร้าย1พยักหน้ารับ
       อุศเรนดึงหมวกไหมพรมที่สวมหัวไว้ลงมาปิดหน้า ก่อนจะเดินไปหาสลิล เธอถอยหนีด้วยความตกใจ อุศเรนดัดเสียงโหด
       "ฟื้นแล้วเหรอะ"
       "แกเป็นใคร จับฉันมาทำไม"
       "เดี๋ยวก็รู้ ตอนนี้นั่งนิ่งๆ ใจเย็นๆ รอต้อนรับฮีโร่ที่จะมาช่วยแกจะดีกว่า"
       "แกหมายถึงใคร"
       "ก็คนที่มันห่วงแกมากกว่าชีวิตของตัวเองยังไงล่ะ"
       อุศเรนพูดพลางขำเยาะหยัน
       "ไม่มีใครห่วงฉันมากถึงขนาดนั้นหรอก ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน... ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย..."
       "เสียแรงเปล่า ที่นี่อยู่บนเขา ไม่ใครได้ยินเสียงแกหรอก"
       อุศเรนหัวเราะเยาะอย่างสะใจ สลิลไม่ฟัง พยายามแหกปากตะโกน
       "ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย"
       อุศเรนจับตัวสลิลอัดติดข้างฝา ตวาด แล้วบีบคางจนหน้าเชิดร้องไม่ออก
       "หุบปาก...หนวกหู"
       
       ทแกล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ตอย่างเร็ว ด้วยความร้อนใจเป็นห่วงสลิลมาก ความรีบทำให้ทแกล้วแซงซ้ายป่ายขวา มีรถอีกคันวิ่งตามหลังมาด้วยความเร็ว ทแกล้วจะเบียดเข้าเลนเดิม อีกคันไม่ลดความเร็วให้ จนเกือบจะชนต้องเบรกปัดเข้าข้างทางทั้งคู่
       ทแกล้วรู้สึกผิดรีบกดกระจกลงพร้อมยกมือขอโทษพร้อมๆ กับคนขับรถอีกคันกดกระจกหน้าต่างด่ามา
       " โทษทีครับ"
       คนร้าย2 ตะโกนด่า
       "จะรีบไปตายรึไงวะ"
       ทแกล้วจ๋อยไป แต่แว่บหนึ่งของสายตาที่มองรอดเข้าไปในรถคันนั้นเห็นวายุหมดสติคอพับอยู่เบาะหลังข้างคนร้าย 2 ทแกล้วอึ้งไป ก่อนที่รถคนร้ายจะปิดกระจกแล้วรีบขับนำออกไป
       ทแกล้วรีบกดโทรศัพท์มือถือหาภูผา
       "คุณลุงครับผมเห็นคุณใหญ่นั่งรถไปกับใครก็ไม่รู้ ขึ้นไปบนเขา ดูเหมือนคุณใหญ่จะไม่ได้สตินะครับ ผมว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วนะครับคุณลุง"
       ภูผาคุยโทรศัพท์มือถือ สีหน้าร้อนใจเป็นห่วงอยู่ที่บ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต
       "แก้วรีบตามรถคันนั้นไปเลยนะ เดี๋ยวลุงจะโทร.หาตำรวจก่อน"
       "แล้วลูกหว้าล่ะครับ"
       "ลุงมั่นใจว่าลูกหว้าจะต้องอยู่ที่เดียวกับที่มันพาคุณใหญ่ไปแน่ๆ"
       ภูผาสีหน้ามั่นใจมาก
       
       วายุถูกจับโยนลงไปตรงหน้าสลิล เขาถูกมัดมือไพล่หลังและหมดสติอยู่ เธอตกใจมาก
       "คุณใหญ่"
       อุศเรนที่ใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าไว้อย่างมิดชิด เอาถังน้ำมาสาดน้ำใส่วายุเพื่อปลุกให้ฟื้น คนร้ายคนหนึ่งดูต้นทางอยู่ที่ประตูทางเข้า คนร้ายอีกคนยืนประกบวายุอยู่ไม่ห่างนัก
       วายุค่อยๆ ลืมตาขึ้น เจ็บไปทั้งตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองสลิล
       "ลูกหว้า พวกมันทำอะไรเธอรึเปล่า"
       สลิลขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก
       "ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ แล้วคุณใหญ่ล่ะคะ ถูกพวกมันจับตัวมาได้ยังไง"
       วายุกำลังจะตอบ แต่อุศเรนพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน
       "เป็นห่วงกันเหลือเกินนะ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่จับนังนี่ มาเป็นเหยื่อล่อ"
       วายุเค้นเสียงถาม
       "ใครใช้แกมา แกต้องการอะไร"
       อุศเรนเสียงเหี้ยม
       "ก็ต้องการชีวิตแกยังไงล่ะ ไม่น่าถาม"
       "งั้นแกก็ฆ่าฉันได้เลย แล้วก็ปล่อยลูกหว้าไปซะ เค้าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"
       อุศเรนขำๆ ชักปืนออกมา สลิลหน้าซีดเผือดเป็นห่วงความปลอดภัยของวายุ
       
       ทแกล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปด้านหลังคนร้าย1 ที่เฝ้าประตูทางเข้าด้านหน้าอยู่ แล้วใช้ไม้ฟาดด้านหลัง
       อย่างแรง จนคนร้าย1 สลบไป เขาดึงปืนออกมาจากเอวของคนร้าย แล้วรีบมาแอบข้างบ้านร้าง หาจังหวะจะเข้าไปช่วยสลิลและวายุ
       
       ภายในบ้านร้าง อุศเรนเล็งปืนไปทางสลิล
       "อย่าทำอะไรเธอนะ เธอไม่เกี่ยวอะไรด้วย คนที่แกต้องการชีวิตคือฉัน ไม่ใช่เธอ" วายุบอก
       "แล้วใครว่าฉันจะฆ่านังนี่ล่ะ"
       อุศเรนพยักหน้าให้คนร้ายอีกคน คนร้าย 2 ใส่ถุงมือหยิบปืนอีกกระบอกออกมา เดินเข้าหาวายุที่หันมองงงๆ อุศเรนเดินไปประชิดสลิล ล็อกตัวเอาปืนจ่อ สั่งวายุ
       "ยิงตัวตายซะ"
       สลิลตกใจ รีบห้าม
       "อย่าทำตามมันนะคะคุณใหญ่ มันต้องการสร้างสถานการณ์ให้คิดว่าคุณใหญ่ฆ่าตัวตาย"
       อุศเรนขำๆ
       "ฉลาดสมกับเป็นคนรักคุณใหญ่จริงๆ"
       วายุและสลิลสบตากันเล็กน้อย
       "ฉันถูกจับมัดอยู่ยังงี้แล้วจะเอามือที่ไหนจับปืน"
       อุศเรนยิ้มแบบรู้ทัน
       "ใจเย็นๆ สิ แต่อย่าคิดตุกติกเป็นอันขาด ไม่งั้นนังนี่ไม่รอดแน่ โป้งเดียวสมองกระจุย"
       "คุณใหญ่ตายแล้วคิดเหรอะว่ามันจะปล่อยหว้าไป ดีไม่ดีมันจะใช้ปืนในมือคุณใหญ่ยิงหว้าซ้ำ แล้วเบี่ยงเบนประเด็นว่าเราฆ่ากันตายเพราะเรื่องชู้สาว"
       อุศเรนรำคาญ
       "พูดมากนักนะมึง"
       อุศเรนหลังมือด้วยกระบอกปืน ตบสลิลจนหน้าหันล้มคว่ำ เลือดกลบปาก วายุเหลืออดเอาหัวกระแทกคนร้าย 2 จนล้มหงาย แล้วพุ่งตัวเข้าใส่อุศเรนจนเสียหลักล้มไปกระแทกผนังห้อง คนร้าย2 ลุกขึ้นได้ หยิบปืนเล็งใส่วายุ
       เสียงปืนลั่นเปรี้ยง ไม่คาดคิดร่างคนร้าย2 ร่วงลงกองกับพื้น ทแกล้วยิงคนร้าย2 ตายคาที่ อุศเรนเห็นท่าไม่ดี ก็เล็งปืนใส่วายุ สลิลเหลือบตาเห็นพอดี
       "คุณใหญ่ระวัง"
       สลิลพุ่งตัวกระแทกใหญ่ให้พ้นวิถีกระสุน เสี้ยวนาทีนั้น ทแกล้วพุ่งตัวลอยมาขวางทางกระสุนพร้อมยิงปืนใส่อุศเรนที่คลาดกับลูกกระสุนไปได้ แต่ทแกล้วโดนเต็มๆ ร่างร่วงลงกองกับพื้น ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
       ภูผาพาตำรวจมาถึงสถานที่เกิดเหตุพอดี ตำรวจบางส่วนไล่ล่าอุศเรนไป สลิลวิ่งเข้ามาดูทแกล้ว
       "แก้ว...เป็นไงบ้าง"
       ตำรวจเข้ามาช่วยแก้มัดวายุและสลิล ภูผารีบเข้ามาดูอาการทแกล้วแล้วรีบทำการห้ามเลือด ทแกล้วเผยอตามองสลิลอย่างอ่อนแรงก่อนหลับตาไป
       สลิลร้องลั่น น้ำตาท่วมด้วยความตกใจ
       
       "แก้ว"

ไฟในวายุ ตอนที่ 7
        เวลาหัวค่ำ ภายในห้องพักโรงแรม ไกรกูณฑ์โกรธจัดบอก
       "ทำงานประสาอะไรวะ ไม่เห็นเคยสำเร็จเลยซักครั้งเดียว"
       อุศเรนหน้าตาเซ็งๆ เบื่อหน่าย ละเวงหลบฟังอยู่ในห้องน้ำ
       "คราวนี้คนของเรายังโดนจับตัวไปได้อีก แกจัดการปิดปากมันให้สนิทเลยนะ อย่าให้มันซัดทอดอะไรมาถึงฉันได้เด็ดขาด ไม่งั้นคนที่ตายจะเป็นแก"
       ไกรกูณฑ์ชี้หน้าอย่างอาฆาต อุศเรนเหลืออด
       "คุณเองก็พลาดเหมือนกัน ถ้าคุณยอมให้ผมลงมือ ไอ้ใหญ่มันตกเหวตายไปแล้ว"
       ไกรกูณฑ์เลือดขึ้นหน้าเมื่อถูกย้อน เข้าไปกระชากคอเสื้ออุศเรน
       "แกมีหน้าที่ทำตามคำสั่งฉันเท่านั้น อย่ามาทำปากดีพูดจายอกย้อนฉัน"
       ไกรกูณฑ์ผลักอุศเรนจนหงายไป อุศเรนจะเข้าไปเอาคืนไกรกูณฑ์บ้าง ละเวงรีบออกจากห้องน้ำเข้าไปขวางได้ทัน ทำหน้าดุใส่อุศเรน ก่อนหันไปปั้นยิ้มให้ไกรกูณฑ์
       "ทำไมเธอยังอยู่ที่นี่อีก ฉันสั่งให้เธอกลับกรุงเทพไป ทำไมไม่กลับ"
       ละเวงแอบส่งสายตาให้อุศเรนหลบไปก่อน ละเวงอ้อน เข้าไปเกาะแกะ
       "ละเวงอยากอยู่ช่วยงานคุณน้อยนี่คะ"
       ไกรกูณฑ์ผลักละเวงออกไป
       "กี่ครั้งแล้วที่น้องชายเธอทำงานพลาด เธอยังคิดว่าจะช่วยงานฉันได้อีกเหรอะ รู้มั้ยว่าเราเหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียว จะต้องเซ็นสัญญาโปรเจ็กร่วมทุนยักษ์ใหญ่ของบริษัทแล้ว ถ้าฉันไม่ได้คุมโปรเจ็กนี้ ฉันจะยิ่งถูก
       ไอ้ใหญ่มันเหยียบจมดิน"
       " ไอ้ใหญ่มันไม่โชคดีไปได้ตลอดหรอกค่ะ ภายใน 7 วันนี้ล่ะค่ะ จะต้องเป็นวันตายของมัน"
       ลงเวงพูดพลางซบอกไกรกูณฑ์
       ไกรกูณฑ์ถอนใจพร้อมทิ้งศีรษะพิงไปกับโซฟา เหนื่อยล้ากายใจเพราะล้มเหลวมาหลายครั้งแล้ว
       
       หน้าห้องผ่าตัด...วายุนั่งหน้าเศร้า รู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นเดือนร้อนไปหมด สลิลเดินวนไปวนมาด้วยความเป็นห่วงทแกล้ว ภูผาเดินเข้ามาตบไหล่สลิลเบาๆ ให้กำลังใจ
       "ทำใจให้สบายเถอะ ลุงเชื่อว่าแก้วจะต้องปลอดภัย"
       สลิลสบตาภูผา น้ำตาคลอ
       "แก้วต้องมาเจ็บตัวเพราะช่วยหว้าแท้ๆ เลย"
       ภูผาบีบไหล่สลิลเบาๆ สลิลซับน้ำตาออก
       "คุณลุงโทร.บอกคุณป้าธรารึยังคะว่าเกิดเรื่องกับคุณใหญ่"
       "คุณใหญ่ไม่ให้บอก กลัวคุณธราจะตกใจ แต่ก็คงปิดได้ไม่นานหรอกเรื่องใหญ่ขนาดนี้ หว้าไปคุยเป็นเพื่อนคุณใหญ่ก่อนเถอะ ท่าทางคงรู้สึกผิดไม่ต่าง จากหว้าหรอก เดี๋ยวลุงไปซื้อน้ำมาให้"
       สลิลมองไปทางวายุ เป็นห่วงเช่นกัน
       "ค่ะคุณลุง"
       สลิลเดินเข้าไปนั่งข้างๆ วายุ ขณะที่ภูผาเดินเลี่ยงออกไป
       "คุณใหญ่ไปพักที่ห้องก่อนดีมั้ยคะ คุณใหญ่เองก็ยังไม่หายดีเลย"
       "ฉันจะรอจนกว่าแก้วจะปลอดภัย ที่เค้าต้องเจ็บตัวก็เพราะฉันเป็นต้นเหตุ เธอเองก็เกือบตายเพราะฉันเหมือนกัน ฉันขอโทษจริงๆนะ"
       สลิลปั้นยิ้ม สร้างบรรยากาศ
       "ก็แค่เกือบตาย แต่ยังไม่ตายซะหน่อย คุณใหญ่ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะ"
       นวลขวัญวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาที่หน้าห้องผ่าตัด สลิลรีบผละจากวายุไปรับหน้านวลขวัญ
       "แก้วเป็นยังไงบ้างหว้า แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแก้วถึงได้ถูกยิง"
       วายุมองนวลขวัญ รู้สึกผิด สลิลหน้าเสีย
       "เรื่องมันยาวค่ะพี่ขวัญ"
       ทันใดนั้น หมอออกมาจากห้องผ่าตัดพอดี นวลขวัญร้อนใจรีบเข้าไปถามหมอ
       "น้องชายฉันเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ"
       "ปลอดภัยแล้วครับ"
       ทุกคนโล่งอก
       "ตอนนี้ยังสลบอยู่เพราะฤทธิ์ยา แต่วางใจได้ครับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"
       หมอยิ้มใจเย็นให้ทุกคน นวลขวัญกอดกับสลิลเอาไว้อย่างหมดห่วง วายุยิ้มบางๆ ก่อนลุกขึ้นเดินไปด้วยสีหน้าเครียดๆ ยังตัดความรู้สึกผิดออกไปจากใจไม่ได้อยู่ดี สลิลจับตามองตามด้วยสีหน้าเป็นห่วง
       
       ตอนกลางคืน ภูผาเดินโอบไหล่หลานสาวเข้ามายังโถงบ้านพัก
       "วันนี้ลุงใจหายใจคว่ำหมดเลย นึกว่าจะเสียหลานสาวสุดที่รักไปซะแล้ว"
       "โชคดีที่แก้วตามไปช่วยทันนะคะ ไม่งั้นหว้ากับคุณใหญ่ไม่รอดแน่ หว้าอยากรู้จริงๆ ว่าพวกมันเป็นใคร
       แค้นอะไรคุณใหญ่นักหนา ถึงตามล้างตามผลาญคุณใหญ่ไม่เลิกยังงี้"
       "ตำรวจจับคนร้ายไปได้คนนึง คงจะสาวถึงตัวคนบงการได้ไม่ยากหรอก"
       "ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ เถอะค่ะ จะได้หมดเรื่องร้ายๆ กับคุณใหญ่ซะที"
       
       ภูผาแอบชำเลืองมองสีหน้าแววตาหลานสาว ก็พออ่านออก ว่าหลานสาวต้องแอบรู้สึกพิเศษกับวายุอยู่แน่ๆ ถึงเป็นห่วงเป็นใยมาก ได้แต่แอบอมยิ้มออกมาบางๆ

ไฟในวายุ ตอนที่ 7
        ภายในโถงบ้านพักไร่วายุกูล ธราแววตาเคียดแค้นชิงชังสุดๆ กำลังจ้องมองรูปถ่ายครอบครัวของชาตรี ดวงดาวและวายุในวัยเด็กที่ตั้งโชว์อยู่ที่ห้องรับแขก ธราพุ่งมองไปที่รูปของดวงดาวพร้อมพูด
       "ไอ้ใหญ่มันจะไม่โชคดีอย่างนี้ไปตลอดหรอก ฉันจะต้องส่งมันไปอยู่กับแกให้ได้ ฉันเกลียดมันพอๆ กับที่ฉันเกลียดแก"
       ธราหันจะเดินออกไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะเห็นไกรกูณฑ์ที่มายืนอยู่ด้านหลัง ไกรกูณฑ์สีหน้าเหนื่อยล้า ผิดหวังที่จัดการวายุไม่สำเร็จสักที ยิ่งมาเห็นแม่ทุกข์ทรมานใจอย่างนี้ ก็ยิ่งกดดันตัวเองมากขึ้น
       ธราจ้องลูกชายตาแข็งถาม
       "พลาดเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วน้อย คิดจะเป็นไอ้ขี้แพ้ไปตลอดชาติรึไง"
       ไกรกูณฑ์ขบกรามแน่นข่มความเจ็บปวด ที่ถูกแม่ตอกย้ำซ้ำเติม
       "เรามาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้วนะน้อย แม่ต้องกำจัดไอ้ใหญ่ให้ได้เร็วที่สุด"
       ไกรกูณฑ์ดูเหนื่อยล้า ห่อเหี่ยว
       "ผมเหนื่อยแล้วนะครับแม่"
       ธราชะงักไปเล็กน้อย เปลี่ยนท่าที หันมาจับประคองมองหน้าลูกอย่างรักมาก
       "เหนื่อยไม่ได้นะน้อย ที่แม่พยายามทำทุกอย่างก็เพื่อให้น้อยของแม่ได้ขึ้นมาเป็นที่หนึ่งแทนไอ้ใหญ่ให้ได้"
       ไกรกูณฑ์จับมือแม่ไว้
       "ถ้าผมบอกแม่ว่า ผมไม่อยากเป็นที่หนึ่งแล้วล่ะครับ"
       ธราไม่พอใจมาก ตวาดเสียงดัง
       "ไม่ได้นะน้อย น้อยต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น น้อยจะยอมให้ไอ้ลูกเมียเก็บนั่นมาดีเด่นเกินหน้าเกินตาน้อยได้ยังไง เพราะน้อยอ่อนแอ ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทำตัวไม่ได้เรื่องอย่างนี้ไง พ่อถึงไม่รักน้อย รักแต่ไอ้ใหญ่มันคนเดียว"
       "แต่ตอนนี้พ่อก็ไม่อยู่แล้ว"
       ธราพูดสวนออกมาทันที
       "ถึงพ่อจะตายไปแล้ว แต่แม่ก็ยังอยากเห็นน้อยเอาชนะไอ้ใหญ่ให้ได้อยู่ดี"
       ธราสีหน้าเศร้าลง น้ำตารื้น แล้วบีบน้ำตา
       "น้อยไม่รักแม่แล้วใช่มั้ย น้อยถึงไม่อยากเห็นแม่มีความสุข จริงๆแล้วไม่มีใครรักแม่เลย แม้แต่น้อย"
       ไกรกูณฑ์หน้าเสีย รีบเข้าไปกอดปลอบแม่
       "ผมรักแม่นะครับ เรามีกันอยู่แค่สองคน ผมจะไม่รักแม่ได้ยังไง ผมจะทำทุกอย่างตามที่แม่ต้องการ ผมจะต้องเป็นที่หนึ่ง ให้แม่ภูมิใจให้ได้" ไกรกูณฑ์พูดพลางน้ำตาคลอ
       ธรากอดไกรกูณฑ์ ลูบหัวลูบหลัง ยิ้มพอใจ
       "ดีมากจ้ะลูกรักของแม่ น้อยต้องไม่ทำให้แม่ผิดหวังนะลูก"
       ไกรกูณฑ์มองเลยไปที่รูปชาตรี ดวงดาวและวายุ สีหน้ารู้สึกเกลียดชังไปตามที่ธราพูดกรอกหูมา
       ตลอดชีวิต
       
       โรงพยาบาลตอนสายวันใหม่ ที่ห้องพักฟื้นของทแกล้ว สลิลยืนคุยเยี่ยมไข้อยู่ข้างเตียง
       "เป็นไงบ้าง"
       ทแกล้วแกล้งตอบกวนไป
       "ก็เจ็บน่ะสิถามได้"
       "ปากดียังงี้ แสดงว่าไม่เป็นอะไรมาก ไปเยี่ยมคุณใหญ่ดีกว่า"
       สลิลแกล้งทำท่าจะเดินไป ทแกล้วหน้างอน รีบเรียกไว้
       "หว้า"
       "ยังไม่ไปหรอกย่ะ ใครจะทิ้งผู้มีพระคุณช่วยชีวิตไปได้ล่ะจ๊ะ"
       "กตัญญูรู้คุณยังเงี้ยเจริญ"
       สลิลเหยียดปากใส่ ทแกล้วยิ้มปลื้มๆ
       "นี่หว้าเป็นห่วงแก้วมากกว่าคุณใหญ่ใช่มั้ย ถึงได้มาเยี่ยมแก้วก่อน"
       สลิลรีบแก้ไปเนียนๆ
       "หว้าจะเห็นเค้าสำคัญกว่าแก้วได้ยังไง พูดแปลกๆ ขอบใจแก้วมากนะ ถ้าเมื่อวานไม่ได้แก้วช่วยไว้ หว้ากับคุณใหญ่ก็คงจะตายอยู่บนเขานั่นแล้ว"
       ทแกล้วจ้องตาสลิล
       "แก้วไม่มีวันยอมปล่อยให้หว้าเป็นอันตรายอยู่แล้วล่ะ หว้าก็รู้ว่าเพราะอะไร"
       สลิลหลบสายตาเล็กน้อย ทแกล้วตัดสินใจพูดออกมา
       "แก้วรักหว้า"
       สลิลหยุดกึก นึกไม่ถึงว่าทแกล้วจะกล้าพูด เธอเหลือบตากลับมามองหน้า ทแกล้วบีบมือสลิลที่จับมือตนเอาไว้
       "รักมาก รักมานานแล้วด้วย แก้วรู้ว่า หว้ารู้ใจแก้วมาตลอด แต่หว้าทำเป็นไม่รู้ ไม่เข้าใจ"
       สลิลตัดสินใจพูดออกมากลายๆ
       "ใครจะอยากทำร้ายจิตใจเพื่อนล่ะแก้ว"
       ทแกล้วนิ่งสนิท
       "หว้าไม่อยาก..."
       ทแกล้วรีบปล่อยมือสลิล พูดตัดบทก่อนขยับตัวนอนเอียงข้างหลับตาไป
       "พอแล้วหว้า แก้วไม่สบาย แก้วยังต้องการกำลังใจ"
       สลิลเงียบไป สีหน้ารู้สึกผิดแต่ทำไงได้ก็ไม่รักคิดแค่เพื่อน เธอมองทแกล้วด้วยความเห็นใจก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องพักผู้ป่วยเงียบๆ ทแกล้วเผยอตามองตามไป ด้วยสีหน้าเศร้าๆ ซึมๆ ผิดหวัง
       
       พยาบาลกำลังเปลี่ยนชื่อคนไข้อยู่ที่หน้าห้องพักฟื้นอยู่ สลิลเดินเข้ามาหาสีหน้าสงสัย พยาบาลยิ้มแย้มถาม
       "มาเยี่ยมคุณวายุเหรอคะ"
       "ค่ะ"
       "คนไข้กลับบ้านไปแล้วล่ะค่ะ เพิ่งกลับไปเมื่อซักครู่นี่เอง"
       สลิลสงสัย
       "คุณวายุยังไม่หายดีเลยนี่คะ"
       "คุณหมอก็ยังอยากให้พักรักษาตัวต่อค่ะ แต่คนไข้ไม่ยอมบอกต้องรีบกลับกรุงเทพค่ะ"
       สลิลใจหายวูบไป อดถามไม่ได้ด้วยความอยากรู้
       "คุณวายุจะกลับกรุงเทพวันนี้เลยเหรอคะ"
       "ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ"
       "ขอโทษค่ะ ขอบคุณนะคะ"
       สลิลเดินเลี่ยงกลับออกไป สีหน้านิ่งๆซึมๆไป
       
       ธราประคองวายุนั่งลงที่โซฟาในห้องโถงของไร่วายุกูล เธอมีสีหน้าแปลกใจที่วายุกลับมาบ้าน
       "ใหญ่ออกจากโรงพยาบาลมาได้ยังไง คุณหมออนุญาตแล้วเหรอะ"
       "ผมเป็นคนขอร้องคุณหมอขอออกมาเองล่ะครับคุณท่าน ผมไม่อยากนอนโรงพยาบาลนานๆ"
       ไกรกูณฑ์เดินออกมาจากด้านใน เห็นวายุกลับมาบ้านก็แปลกใจ เดินเข้ามาหา
       "นั่งๆ นอนๆ อยู่โรงพยาบาลให้คุณลูกหว้าคอยดูแลก็ดีอยู่แล้วนี่คุณใหญ่ ไม่เห็นต้องรีบร้อนออกมาเลย"
       วายุตอบอย่างใจเย็น ไม่ถือสา
       "พี่ห่วงงานที่กรุงเทพ"
       วายุหันไปพูดกับธรา
       "คุณท่านครับ ผมโทร.ไปสั่งให้เลขาจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินกลับกรุงเทพของผมกับของคุณท่านแล้วนะครับ ได้ไฟล์ทวันมะรืนนะครับ"
       ไกรกูณฑ์มองสบตาธรา ให้พูดรั้งวายุ
       "แม่ว่าพักรักษาตัวให้หายดีก่อนดีกว่านะใหญ่ อย่าเพิ่งรีบกลับเลย ถ้าใหญ่ห่วงงานทางโน้น ก็ให้น้อยไปช่วยดูแลให้ก่อนก็ได้"
       วายุหันมองไกรกูณฑ์ สีหน้าหนักใจ ไม่มั่นใจความสามารถน้องชาย ไกรกูณฑ์พูดอย่างรู้ทันสายตา ชิงพูดขึ้น
       "คุณใหญ่เค้าไม่ไว้ใจผมหรอกครับแม่ ในสายตาคุณใหญ่ ผมก็เป็นแค่น้องที่ไม่เอาไหน"
       วายุสบตาไกรกูณฑ์ คล้ายจะมองให้ลึกลงไปให้ถึงก้นบึ้งหัวใจ
       "แล้วพี่ไว้ใจน้อยได้จริงรึเปล่าล่ะ"
       ไกรกูณฑ์ร้อนตัวเล็กน้อย ทำโมโหกลบเกลื่อน
       "คุณใหญ่พูดแบบนี้จะหาเรื่องผมอีกแล้วใช่มั้ย"
       ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของวายุก็ดังขัดขึ้น
       "สวัสดีครับ..."
       ธราทำสีหน้ากำราบไกรกูณฑ์เอาไว้ วายุฟังปลายสาย หน้าเครียดขึ้นเรื่อยๆ
       "ครับ ครับ...ขอบคุณครับผู้กอง...ครับ"
       วายุตัดสายหน้าเครียด ธราและไกรกูณฑ์ร้อนใจ ถามโพล่งพร้อมกันเลย
       "ผู้กองโทร."
       สองแม่ลูกต่างหันมองหน้าพร้อมกัน
       วายุชำเลืองมองหน้าน้องชายที่ดูสนอกสนใจจนผิดสังเกต ไกรกูณฑ์หยุดพูด ให้แม่ถามต่อแทน
       "ผู้กองโทร.มาทำไมเหรอใหญ่"
       วายุไม่อยากเล่า ตอบเลี่ยงไป
       "ไม่มีอะไรหรอกครับคุณท่าน เค้าแค่โทร.มารายงานความคืบหน้าเรื่องอุบัติเหตุน่ะครับ ผมขอขึ้นไปนอนพักก่อนนะครับ"
       วายุชำเลืองมองไกรกูณฑ์แบบสงสัย ก่อนจะลุกเดินขึ้นชั้นบนไป
       
       เวลาต่อเนื่องมา ณ ระเบียงหน้าบ้านพัก ไกรกูณฑ์สีหน้าเขม่นหมั่นไส้
       "ไอ้ใหญ่หน้าโง่นี่มันรักคุณแม่มากเลยนะครับ ขนาดเมื่อวานมันกับนังลูกหว้าเกือบตายอยู่บนเขา มันยังไม่ยอมเล่าให้คุณแม่ฟังเลย คงกลัวคุณแม่ไม่สบายใจ"
       ไกรกูณฑ์แอบมาคุยที่หน้าระเบียงบ้านเพราะกลัววายุได้ยิน
       ธรายิ้มหยัน
       "กว่ามันจะรู้ตัวว่าคนที่จ้องจะเอาชีวิตมัน ก็คือคนที่อยู่ใกล้ตัวมันที่สุด ก็สายเกินไปแล้ว... ไม่รู้ผู้กองโทร.มาหามันทำไม"
       ไกรกูณฑ์ยิ้มตอบแม่
       "ถ้าผมเดาไม่ผิด คนของเราคงเก็บลูกน้องไอ้เรน ที่ตำรวจจับตัวไปได้สำเร็จ ไม่งั้นไอ้ใหญ่คงไม่หน้าเครียดยังงั้นหรอกครับ"
       ธราโล่งอก
       "ขอให้เป็นจริงเถอะ"
       "นี่แม่จะยอมปล่อยให้ไอ้ใหญ่มันกลับกรุงเทพไปง่ายๆ อย่างนี้เหรอครับ กลับกรุงเทพไปจะยิ่งจัดการมันยากเข้าไปใหญ่"
       ธราสีหน้าเกลียดชัง
       "ยอมปล่อยมันกลับไปก็โง่น่ะสิ"
       "แต่มันดื้อด้านขนาดนั้น แล้วแม่จะทำยังไง"
       
       ธราหน้านิ่งใช้ความคิด
        
       จบตอนที่ 7

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์
ไฟในวายุ ตอนที่ 9
ไฟในวายุ ตอนที่ 8
ไฟในวายุ ตอนที่ 7
ไฟในวายุ ตอนที่ 6
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กำลังสนุก ลุ้นๆๆ
รอหน้า 3 และ 4 นะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฝ่ายแม่ร้ายใช่เล่น
ลุ้นสนุกดีเรื่องนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014