หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 มกราคม 2557 17:23 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
       เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
       
       เสียงกรีดร้องของเวียงแก้วดังยาว
       
       “กรี๊ด !”
       ร้อยดาวสะบักสะบอมหลังจากตกลงมาที่คุกใต้ดินอย่างแรงจนถลอกปอกเปิก เธอค่อยๆยันกายลุกขึ้น
       “คุณแม่.....”
       ร้อยดาวเห็นชายคนหนึ่งที่ถูกล่ามโซ่สลบไสลไม่ได้สตินอนคว่ำหน้าอยู่ ร้อยดาวรีบเข้าไปเขย่าร่างชายลึกลับร่างมอมแมมคนนั้น
       “คุณคะ ! คุณ !”
       ร้อยดาวพลิกร่างชายคนนั้นขึ้นมาทำให้เห็นว่าเป็นปกรณ์
       ร้อยดาวนึกถึงรูปของปกรณ์ที่ร้อยดาวเคยพบในห้องเก็บของ
       ร้อยดาวตกใจ “คุณพ่อปกรณ์ !!”
       ปกรณ์ลืมตาขึ้น พอเห็นร้อยดาวเขาก็ตกใจและอยู่ในอาการหวาดกลัว ตื่นตระหนก
       “เธอ... เธอเป็นใคร ?”
       ควันเริ่มลอยโขมงเข้ามายังคุกใต้ดินจนร้อยดาวเริ่มรู้สึกร้อน
       “เรื่องมันยาว อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยนะคะ เรารีบหนีออกไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่าค่ะ” ร้อยดาวบอก
       ปกรณ์พยักหน้าหงึกๆ เพราะอยากหนีออกไปจากที่นี่อยู่แล้ว ร้อยดาวจะพาปกรณ์หนีไปแต่ติดโซ่ที่ล่ามอยู่ทำให้ไปไหนไม่ได้ ร้อยดาวเห็นโซ่ที่ล่ามปกรณ์ไว้อยู่ เธอเอาก้อนหินที่อยู่ใกล้ๆ ทุบใส่โซ่เหล็กไม่ยั้งเพื่อแข่งกับเปลวเพลิงที่ใกล้เข้ามาทุกที
       
       บังหนั่นปั่นจักยานตรวจตราความเรียบร้อยอยู่แถวๆบึงบัว เขาเห็นเปลวไฟลุกโชติช่วงที่เวียงร้อยดาว ก็ตกใจ
       บังหนั่นตะโกนลั่น “อีนี่ ! ไฟไหม้จ้า ! ไฟไหม้”
       บังหนั่นร้องลั่นแล้ววิ่งวนไปวนมา เขาตัวสั่น เงอะๆงะๆ ทำอะไรไม่ถูก คนงานชายหญิงที่ได้ยินเสียงบังหนั่นวิ่งแห่กันมาดู เวียงร้อยดาวมีควันลุกโขมง ไฟลุกแผดเผา คนงานวิ่งหน้าตาตื่นไปยังเวียงร้อยดาวเพื่อช่วยกันดับไฟ
       
       ร้อยดาวเหงื่อตก เธอเอาหินทุบอย่างแรง ทันใดนั้น เสียงเวียงแก้วก็ตะโกนดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดแต่ไม่เห็นตัว
       “อย่า....... !!”
       ร้อยดาวหันไปมองอย่างหวาดหวั่นแต่ก็ตัดสินใจรีบเอาหินกระหน่ำทุบต่อ ข้อต่อโซ่ตรวนที่ล่ามปกรณ์เอาไว้ขาดกระเด็น
       “รีบไปกันเถอะค่ะ !!! ไฟกำลังโหมใกล้เข้าทุกทีแล้ว”
       ร้อยดาวรีบประคองปกรณ์เพื่อช่วยพาหนีออกไปจากคุกใต้ดิน ทันใดนั้นเวียงแก้วเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลก็ปรากฏกายขึ้น
       “แกกล้าดียังไงมาปล่อยคนของฉัน นังลูกไม่รักดี”
       เวียงแก้วมีแววตาเดือดดาลทั้งๆที่เจ็บระบมไปทั้งกาย แล้วเธอก็หายตัวตามไป
       
       ร้อยดาวพาปกรณ์ขึ้นมาจากคุกใต้ดิน เปลวไฟล้อมรอบไปทุกทิศทุกทาง ร้อยดาวกับปกรณ์สำลักควันที่ลอยโขมงจนแสบตาไปหมด
       “ทางนี้ค่ะ !!”
       ร้อยดาวนำปกรณ์หนีจากกองเพลิงจนกระทั่งกำลังจะออกจากประตูเวียงร้อยดาวได้อยู่แล้ว จู่ๆ เวียงแก้วที่ร่างโปร่งแสงในกองไฟก็ยืนมองร้อยดาวด้วยความเจ็บใจ ผิดหวัง และโกรธ
       “คิดหรือว่าจะหนีพ้น !”
       เวียงแก้วรวบรวมพลังบันดาลให้ไม้คานที่ติดไฟด้านบนจะหล่นใส่ร้อยดาว
       ปกรณ์ร้องบอก “ระวัง !!”
       ปกรณ์เอาร่างตัวเองบังร้อยดาวเอาไว้ ทำให้ไม้คานติดไฟหล่นใส่ขาของปกรณ์
       ปกรณ์ร้องลั่น “อ๊ากก”
       เวียงแก้วยิ้มสะใจก่อนจะสลายร่างไปเนื่องจากหมดแรง ร้อยดาวตกใจที่ขาของปกรณ์เป็นบาดแผลพุพองฉกรรจ์ ร้อยดาวหิ้วปีกปกรณ์กึ่งประคองกึ่งลากปกรณ์ออกไป
       
       ร้อยดาวพาปกรณ์ในสภาพสะบักสะบอมออกจากเวียงร้อยดาวได้สำเร็จ
       “ทำใจดีๆไว้นะคะ”
       ปกรณ์พยายามเพ่งพินิจดวงหน้าร้อยดาวชัดๆ
       “แม่หนูเป็นใครกันแน่ ?”
       “หนูคือ...”ร้อยดาวลังเลว่าจะบอกว่าเธอคือร้อยดาว หรือเมดา
       ทันใดนั้น เสียงบังหนั่นโวยวายก็ดังขัดจังหวะ บังหนั่นวิ่งหน้าเริ่ดนำพวกคนงานมาดับไฟ
       “ไฟไหม้ใหญ่แล้ว ! รีบไปเอาน้ำมาดับเร็วเข้า”
       บังหนั่นยืนชี้โว้ชี้เว้ สั่งพวกคนงานเอาถังตักน้ำช่วยกันดับไฟคนละไม้คนละมือ
       ร้อยดาวตะโกนเรียก “บังหนั่น ! ทางนี้”
       บังหนั่นหันมาเห็นร้อยดาวอยู่กับปกรณ์ซึ่งผมเผ้าหนวดเครารุงรังเหมือนคนร้ายก็จำไม่ได้
       “คุณหนู !!! เฮ้ย !!! นั่นใครวะ !!! หรือว่า... คนร้าย” บังหนั่นตะโกนลั่น “เฮ้ย !!! คนร้ายอยู่ทางนี้”
       ปกรณ์เลิ่กลั่กเพราะทำอะไรไม่ถูก คนงานส่วนหนึ่งวิ่งกรูเข้ามาหมายจะรุมจับตัวปกรณ์
       “จับมันเร็วเข้า ! อย่าให้มันหนีไปได้”
       ปกรณ์เห็นพวกคนงานที่วิ่งเข้ามากลายเป็นผีคนงานทั้งหมด
       “ผี !!!! อย่าเข้ามา !! กลัวแล้วๆ”
       ปกรณ์รีบวิ่งเตลิดหนีไป
       “เดี๋ยวก่อนค่ะ” ร้อยดาวปวดตา “โอ๊ย”
       ร้อยดาวจะวิ่งตามไป แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกปวดตา ตาพร่าจนแทบมองอะไรไม่เห็น ร้อยดาวหยุดเอามือกุมลูกตาทั้งสองข้าง บังหนั่นวิ่งเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง
       “คุณหนูร้อยดาวเป็นอะไรหรือเปล่าขอรับ ?”
       “ตา ! ตาฉัน”
       ร้อยดาวตาบอดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น บังหนั่นตกใจเพราะไม่รู้ว่าตาร้อยดาวเป็นอะไร
       
       ปกรณ์วิ่งหนีกระเซอะกระเซิงไปทางด้านหลังของเวียงร้อยดาว คนงานวิ่งตามมาหมายจะจับตัวคนร้าย แต่ปกรณ์มองเห็นเป็นผี 6 คนวิ่งตามจะมาเอาชีวิต ปกรณ์วิ่งมาสุดที่ธารน้ำเชี่ยวกราก ปกรณ์เห็นผีทั้งหมดตีวงล้อมย่างสามขุมเข้ามาหาช้าๆ คล้ายพวกผีดิบซอมบี้
       “อย่า ! อย่าเข้ามา กลัวแล้ว”
       ปกรณ์ถอยหลังกรูดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดที่ริมตลิ่งลำธาร เขาหันไปมองด้านหลังเห็นสายน้ำเชี่ยวกรากโดยด้านหน้าผีทั้งหมดก็ย่างสามขุมเข้าใกล้มาทุกที
       “ไปอยู่กับพวกกระผมเถอะนะขอรับ คุณปกรณ์” ผีตนนึงพูด
       ผีคนงานหัวเราะลั่นอย่างน่าสยดสยอง
       ปกรณ์ละล่ำละลัก “ไม่ ! ฉันไม่ไป ! อย่ามาหลอกหลอนฉันเลย”
       ทันใดนั้น เวียงแก้วก็ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางผีคนงานทั้งหกแล้วพุ่งกระแทกใส่ร่างปกรณ์อย่างแรง
       “ตายเสียเถอะ !!”
       ปกรณ์ลอยหวือตามแรงกระแทกเหมือนถูกจับโยนตกลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกราก
       “อ๊ากก !!”
       พวกคนงานอ้าปากค้าง ตกใจจนอุทานเสียงหลง
       “เฮ้ย !!”
       “คนสารเลวอย่างแกมันสมควรตาย !” เวียงแก้วหัวเราะลั่น “ฮ่าๆ !!”
       เวียงแก้วหายวับไปพร้อมๆกับผีคนงานที่หลอมละลายกลายเป็นคนงานตามเดิม คนงานที่ตามมาต่างตกใจที่ช่วยไว้ไม่ทัน
        
       ร่างปกรณ์ถูกกระแสน้ำกลืนหายไปแล้ว !

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
       บังหนั่นพาร้อยดาวข้ามมายังอีกฝั่งหนึ่ง แต่ยังเห็นเวียงร้อยดาวถูกไฟลุกอยู่อีกฝั่งไกลๆ
        
       นมแสงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เมื่อเห็นสภาพของร้อยดาวก็ตกใจ
       “คุณหนูของนม !!”
       ร้อยดาวยกมือไขว่คว้า เธอได้ยินแต่เสียงแต่มองไม่เห็นตัว
       ร้อยดาว ตกใจ “นมแสง ! บังหนั่น ! ทำไมตาฉันถึงมองอะไรไม่เห็นเลยล่ะ ?”
       นมแสงกับบังหนั่นตกใจ ทั้งสองหันมามองหน้ากัน
       “แย่แล้ว คุณนม !!! ต้องรีบพาคุณหนูไปโรงพยาบาล” บังหนั่นว่า
       ทันใดนั้น สิบทิศก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเห็นเวียงร้อยดาวไฟลุกโชติช่วงและมีควันโขมง
       “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
       “คุณชายสิบทิศมาพอดี ช่วยคุณหนูร้อยดาวด้วยเถอะค่ะ” นมแสงบอก
       “ร้อยดาว ! ร้อยดาวเป็นอะไร ?”
       ร้อยดาวยังขวัญเสีย ที่ดวงตาทั้งสองข้างบอดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น
       
       บังหนั่นหน้าดำด้วยเขม่าไฟรายงานดำรงกับสามสะใภ้ที่นั่งเรียงกันพร้อมหน้า
       “ไฟจะไหม้เวียงร้อยดาวได้ยังไง ถ้าไม่มีใครอุตริเข้าไปทำอะไรที่นั่น” ดำรงว่า
       สร้อยฟ้ามีพิรุธเพราะรู้ดีว่าพ่อปู่เข้าไปทำพิธีที่นั่น
       “ต้องเป็นมันแน่ๆ” บังหนั่นพูดขึ้น “กระผมเห็นชายแปลกหน้าผมเผ้าหนวดเครารุงรังท่าทางมีพิรุธ อยู่ในที่เกิดเหตุขอรับ มันอาจเป็นคนร้ายที่ลอบวางเพลิง”
       “มีคนแปลกหน้าเข้ามาในเขตบดินทร์ธรยามวิกาลได้ยังไง ?”
       “เป็นยามประสาอะไร ยิ่งแก่ยิ่งไร้ประโยชน์ เลี้ยงหมาเอาไว้เฝ้ายามยังดีเสียกว่า ! มันน่าเฉดหัวไล่ออกนัก” จงจิตว่า
       ดำรงแปรสายตาคมกริบไปทางจงจิตเพื่อให้สงบปากสงบคำ
       “บังหนั่นเป็นคนของฉัน หล่อนมีสิทธิ์อะไรมาไล่ ห๊ะ แม่จงจิต” ดำรงพูดกับบังหนั่น “แล้วตอนนี้ไอ้คนที่ว่านั่นมันอยู่ที่ไหน”
       “พวกคนงานไล่ตามไปจับตัว แต่มันหนีกระเซอะกระเซิงตกลำธารด้านหลังเวียงร้อยดาว จมหายไปกับสายน้ำ” บังหนั่นส่ายหัว “ป่านนี้ เห็นทีไม่จะรอดขอรับ คุณท่าน”
       บังหนั่นถอนใจเฮือกใหญ่แล้วก็ส่ายหน้าเพราะปลงตกกับความไม่แน่นอนของชีวิต ปรมัตถ์เข้ามาในโถงกลางเพื่อรายงานความคืบหน้ากับดำรง
       “ตอนนี้พวกคนงานควบคุมเพลิงไว้ได้แล้วครับ แต่น่าแปลก ! ไฟลุกท่วมออกขนาดนั้น แต่เวียงร้อยดาวแทบไม่ได้รับความเสียหาย นอกจากร่องรอยเขม่าควันไฟเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
       “อะไรนะ ! ไอ้เวียงร้างบ้าบอนั่น อาถรรพณ์มันแรงขนาดนั้นเชียวเหรอ”
       “มีอีกเรื่องที่กระผมยังไม่ได้รายงานให้คุณท่านทราบครับ” ปรมัตถ์บอก
       ดำรงกุมขมับ “ยังไม่หมดเรื่องหมดราวอีกหรือไง มีอะไรอีกก็รีบๆว่ามา”
       “มีคนพบศพญาติของคุณสร้อยฟ้าถูกไฟคลอกเสียชีวิตที่นั่นด้วยครับ”
       สร้อยฟ้าช็อคสุดขีดจนเข่าอ่อน เธอทรุดลงนั่ง
       “ตายแล้วงั้นเหรอ ?”
       จงจิตแอบยิ้มเยาะแล้วพูดเหน็บแนมสร้อยฟ้า
       “โถ... น่าเวทนาลูกเมียที่อยู่ข้างหลังซะเหลือเกิน”
       สร้อยฟ้ามองจงจิตแล้วขบริมฝีปากตาเขียว
       “ดึกๆดื่นๆญาติหล่อนไปทำอะไรที่เวียงร้อยดาวรึ แม่สร้อยฟ้า ?ถึงได้ถูกไฟคลอกเอาได้” ดำรงถาม
       ทุกคนมองไปที่สร้อยฟ้าเป็นตาเดียวกัน สร้อยฟ้ารีบแก้ตัวอึกๆอักๆ
       “แกคงมีน้ำใจ ไปช่วยพวกคนงานดับไฟมั้งคะ”
       แม้ดำรงจะไม่ปักใจเชื่อ แต่เหตุผลของสร้อยฟ้าก็พอฟังขึ้นอยู่
       “แค่ชั่วข้ามคืน มีคนเสียชีวิตที่เวียงร้อยดาวถึงสองศพเชียวหรือนี่ ?แเต็มใจคอไม่ดีเลยค่ะ กลัวว่าจะมีใครต้องมีอันเป็นไป เซ่นสังเวยเวียงอาถรรพ์นั่นอีก” เต็มเดือนเสียงสั่นคล้ายจะร้องไห้ “เต็มกลัวเหลือเกินค่ะ”
       เต็มเดือนกำลังจะบีบน้ำตา ร้องไห้ ทันใดนั้นก็มีน้ำสีดำสนิทสีเดียวกับรอยกากบาทบนเพดานหยดใส่หน้าเต็มเดือนเหมือนน้ำฝนที่รั่วซึมเพดาน เต็มเดือนย่นคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเอานิ้วแตะน้ำสีดำนั้น แล้วเงยหน้าขึ้นมองตาค้าง
       ทุกคนมองตามสายตาของเต็มเดือนก็เห็นรอยกากบาทสีดำบนเพดานเลือนหายไป 2 รอย ต่อหน้าต่อตาทุกคน บังหนั่นแหงนมอง ชี้นิ้ว ปากคอสั่น อย่างไม่เชื่อสายตา
       “อีนี่...รอยกากบาทบนนั้น อยู่ๆก็หายไปได้ยังไงจ๊ะ นายจ๋า”
       ทุกคนที่อยู่ในโถงกลางต่างตกตะลึงตาค้างกับภาพที่เห็น รอยกากบาทบนเพดานเหลืออยู่ 4 รอย
       
       เช้าวันใหม่ ณ สวนอันร่มรื่นของบดินทร์ธร ดาหลากับปรมัตถ์ช่วยกันประคองดำรงออกมาเดินเล่นในสวน
       “ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ไอ้รอยพวกนั้นมันปรากฏขึ้นแล้วก็เลือนหายได้เอง” ดำรงบอก
       “เป็นไปได้ไหมคะ รอยกากบาทลึกลับนั่นอาจเป็นลางบอกเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในบดินทร์ธรเหมือนอย่างที่คุณหนูร้อยดาวเคยบอก” ดาหลาว่า
       “ถึงอย่างไร ผมก็เชื่อในคำอธิบายที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้มากกว่า” ปรมัตถ์บอก
       “แกมันกบในกะลา เจ้าปรมัตถ์ ! ยังมีเรื่องลี้ลับอีกตั้งมากมายบนโลกใบนี้ที่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์” ดำรงถามดาหลา “แล้วนี่แม่ม้าดีดกะโหลกเป็นอย่างไรบ้าง ?”
       “คุณชายสิบทิศกำลังตรวจดูอาการคุณหนูร้อยดาวอยู่บนห้องค่ะ” ดาหลาบอก
       ดำรงพยักหน้ารับรู้แต่ก็อดเป็นห่วงร้อยดาวไม่ได้ ปรมัตถ์ได้ยินแล้วยังเจ็บแปลบที่หัวใจเพราะรู้สึกคล้ายถูกคนแย่งชิงของรักไปซึ่งๆหน้า
       “กระผมขอตัวก่อนนะครับ”
       ปรมัตถ์พูดจบก็รีบเดินจากไป ดาหลามองตามปรมัตถ์อย่างมีเยื่อใยและเห็นอกเห็นใจ ดำรงมองสายตาของดาหลาและอากัปกิริยาปรมัตถ์ก็เข้าใจความหมายทันที
       
       ตาดำของร้อยดาวมีภาพสะท้อนของสิบทิศที่กำลังเอาไฟฉายส่องตาเพื่อตรวจดูอาการของร้อยดาวอย่างเป็นห่วงเป็นใย สิบทิศปิดไฟฉายแล้วถอนหายใจอย่างหนักใจ
       “ดวงตาของคุณหนูร้อยดาวเป็นอย่างไรบ้างคะ คุณชาย ?” นมแสงถาม
       “ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไร คงต้องรอดูอาการอีกสักระยะ ถ้ายังไม่หายเป็นปรกติ อาจต้องพาร้อยดาวไปตรวจที่โรงพยาบาล”
       “แล้วคุณหนูจะกลับมามองเห็นได้อีกเมื่อไรคะ ?” นมแสงถาม
       “ตอบไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจสูญเสียการมองเห็นแค่ชั่วขณะ แต่บางรายก็อาจรุนแรงถึงขั้น...” สิบทิศเสียงแผ่วลง “ตาบอดตลอดชีวิต”
       “โธ่... คุณหนูของนม”
       นมแสงหน้าเสียและใจคอไม่ค่อยดีเพราะสงสารร้อยดาว นมแสงน้ำตารื้นและมีเสียงสะอื้นเบาๆ
       “ดิฉันเตรียมใจไว้นานแล้ว ถ้าตาทั้งสองข้างจะต้องบอดสนิทจริง ดิฉันก็ไม่เสียใจ ที่มองเห็นได้จนถึงวันนี้ก็นับว่าโชคดีที่สุด อย่างน้อย...ดิฉันก็ได้กลับมาเห็นเวียงร้อยดาวที่นี่ ด้วยดวงตาคู่นี้..” ร้อยดาวพูด
       สิบทิศเริ่มมีท่าทีที่อ่อนโยนลงจากที่เคยแข็งกระด้างมาโดยตลอดเพราะสงสารร้อยดาวจับใจ
       “ฉันจะพยายามทุกวิธี ให้เธอกลับมามองเห็นอีกครั้งให้ได้ ร้อยดาว”
       ร้อยดาวยิ้มและพยักหน้าเพราะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงของสิบทิศ
        
       กระถินที่แอบฟังอยู่ยิ้มสะใจที่ร้อยดาวต้องตาบอด

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
       กระถินมารายงานสามสะใภ้เรื่องอาการของร้อยดาว
        
       โดยที่เต็มเดือนนั่งปักผ้าอยู่แบบคล้ายไม่ยินดียินร้ายต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่ก็เงี่ยหูฟัง
       สร้อยฟ้าสะใจ “ดี ! ขอให้ชาตินี้มันตาบอดทั้งชาติ ! คุณชายสิบทิศไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้หญิงตาบอดอย่างมันแน่ ! นี่แหละหนา เขาถึงว่าแข่งเรือแข่งพายพอแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้”
       “ถ้านังนั่นตาบอดจริง หล่อนคิดว่าคุณชายสิบทิศจะคว้าลูกสาวหล่อนมาตกแต่ง ยกขึ้นแท่นเป็นหม่อมเวฬุมาศแทนงั้นสิ ?” จงจิตถาม
       “ถ้าไม่ใช่ดาราเรศลูกสาวดิฉันแล้วจะเป็นใคร แม่ดารกาหรือไงคะ คุณพี่ ก็ดีนะคะ เวฬุมาศคงครึกครื้น บ่าวไพร่วิ่งไล่จับคนบ้ากันจ้าละหวั่น”
       จงจิตควันออกหูด้วยความลืมตัว เธอลุกพรวดชี้หน้าด่าสร้อยฟ้า
       “แกว่าใครบ้า ห๊า ! อีสำเพ็ง”
       “ก็ว่าลูกแกนั่นแหละ อีนังผู้ดีตกยาก ต้องเอานาผืนน้อยมาเร่ขาย”
       จงจิตกำมือแน่นด้วยความโกรธจนตัวสั่น จงจิตหาคำพูดเผ็ดร้อนมาโต้ตอบ
       “ถึงยังไง ฉันก็ไม่เคยใฝ่ต่ำยอมลดตัวเป็นเมียหมอผีเหมือนใครบางคน”
       “ไม่ใฝ่ต่ำ แต่ก็คว้าคนขับรถอย่างไอ้ปั้นมาทำผัว” สร้อยฟ้าตะโกน “เจ้าข้าเอ๊ย ! ใครอยากรู้ว่าพ่อบังเกิดเกล้าที่แท้จริงของนังดารกาเป็นใคร ก็มานี่เร็ว”
       คนใช้หญิงบ่าวในบ้านได้ยินเสียงสร้อยฟ้าก็แห่กันมาดู สร้อยฟ้ามองหน้าจงจิตแล้วยิ้มเยาะเพราะถือไพ่เหนือกว่า จงจิตโกรธจัดจึงปราดจะเข้าไปตบสร้อยฟ้า แต่สร้อยฟ้าจับข้อมือจงจิตไว้ แล้วตบกลับจนล้มคว่ำ
       “หุบปากเดี๋ยวนี้นะ อีช็อคการี อีปากนรกแตก วันนี้กูจะตบมึงให้เลือดกบปาก”
       “มีปัญญามึงก็เอาสิ ! คนอย่างอีสร้อยฟ้า ถ้าไม่แน่จริง กูไม่อยู่มาจนถึงป่านนี้หรอก อีจง !”
       สร้อยฟ้าปราดจะเข้าไปตบจงจิตซ้ำ แต่ถูกจงจิตถีบหงายหลังแล้วขึ้นคร่อมตบกลับ ทั้งสองฟัดกันนัว คนใช้ยืนมองเลิ่กลั่กแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม เต็มเดือนยังคงปักผ้าอย่างใจเย็น ระหว่างที่สร้อยฟ้ากับจงจิตตบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
       กระถินร้อนรนจนวิ่งพล่าน ในที่สุดก็เข้าไปห้าม
       “อย่าค่ะ ! ขอทีเถอะนะคะ”
       “ขอทีเหรอ ได้สิ....”
       จงจิตหมั่นไส้จึงถีบกระถินกระเด็นออกมา กระถินถูกถีบกระเด็นมานอนจุกที่เท้าเต็มเดือน
       “อ๊ายย !!”
       เต็มเดือนยิ้มยินดีที่ทั้งสองตบกันเองไม่ต้องเปลืองแรงเธอ
       “ทำยังไงดีล่ะคะ คุณเต็มเดือน !!! คุณจงจิตกับคุณสร้อยฟ้าตบกันใหญ่แล้ว” กระถินถาม
       “เวลาหมามันกัดกัน เขาทำยังไงล่ะ ?”
       เต็มเดือนยิ้ม พอพูดจบเธอก็ลอยหน้าจากไป
       “หมากัดกัน” กระถินนึกออก “อ๋อ.... !!”
       กระถินรีบวิ่งปร๋อออกไป
       
       กระถินวิ่งกลับมาพร้อมกับกาละมังใส่น้ำใบใหญ่ สร้อยฟ้ากับจงจิตยังคงตบตีกันอุตลุด กระถินสาดน้ำใส่จงจิตกับสร้อยฟ้า
       จงจิตกับสร้อยฟ้าร้อง “อ๊าย !!”
       ทั้งสองหยุดตบแล้วมองไปยังกระถินเป็นตาเดียวกัน กระถินยืนถือกาละมังอยู่คามืออย่างละล้าละลัง
       “อีกระถิน !!! แกทำบ้าอะไรของแก ห๊า !” สร้อยฟ้าว่า
       กระถินยิ้ม “ได้ผลแฮะ !!! หยุดตบกันจริงๆด้วย”
       “ใช่ ! พวกฉันหยุดตบกัน แล้วจะหันมาตบแกนี่แหละ นี่แน่ะ !”
       กระถินตาโต เมื่อเห็นจงจิตปรี่เข้ามาตบเธอจนหน้าหัน จงจิตกับสร้อยฟ้าช่วยกันรุมตบกระถินไม่เลี้ยง
       กระถินถูกตบก็กรีดร้อง พวกคนใช้ที่แอบดูอยู่สะใจจึงยืนเฮกันลั่นเพราะหมั่นไส้กระถินมานานแล้ว เต็มเดือนที่แอบยืนมองอยู่รำพึงออกมา
       “กัดกันให้ตายๆไปซะให้หมด ทั้งพันธุ์แท้ พันธุ์ทาง”
       เต็มเดือนยิ้มอย่างสะใจ
       
       ดาหลาพาดำรงมานั่งพักที่เก้าอี้ในห้อง
       “ฉันจะให้เธอไปช่วยดูแลแม่ร้อยดาว” ดำรงบอก
       ดาหลาตกใจ “แล้วใครจะคอยรับใช้คุณท่านล่ะคะ ?”
       “นี่หล่อนเห็นฉันแก่เลอะเลือนจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วหรือไง ?”
       “หามิได้ค่ะ ดิฉันเห็นว่าคุณหนูร้อยดาวมีคุณนมคอยดูแลใกล้ชิดอยู่แล้ว”
       “เดี๋ยวนี้หล่อนกล้าขัดคำสั่งฉันแล้วรึ แม่ดาหลา !”
       ดาหลาสะดุ้งแล้วก้มหน้านิ่ง ตัวสั่นน้อยๆเมื่อถูกดำรงเอ็ด ดำรงเห็นแล้วก็สงสารจึงค่อยพูดเสียงอ่อนโยนลง
       “แม่ร้อยดาวตาบอด มองอะไรไม่เห็น ฉันเป็นปู่ จะให้อยู่เฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้อย่างไร ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันทอดทิ้งหลานสาวคนนี้ไม่เคยดูดำดูดีมาโดยตลอด ตอนนี้แม่ร้อยดาวกำลังลำบาก ฉันอยากจะทำอะไรให้เขาบ้าง ช่วยดูแลแม่ม้าดีดกะโหลกแทนฉันทีเถอะนะ แม่ดาหลา”
       ดาหลาฟังดำรงแล้วรู้สึกเห็นใจร้อยดาวขึ้นมาทันที
       
       รัตนากรถึงกับช็อคเมื่อรู้เรื่องราวจากปากของสิบทิศ
       “ตาบอดงั้นรึ !! ตาบอดได้อย่างไร”
       “สาเหตุที่แน่ชัด หลานยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร คงต้องรอดูอาการอีกสักระยะ ถ้ายังไม่ดีขึ้น อาจต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมือง” สิบทิศบอก
       ช้อยถามรัตนากร “แล้วเรื่องพิธีหมั้นล่ะมังคะ ?”
       “เลื่อนไปก่อนดีไหม หนูร้อยดาวมองเห็นเมื่อไร ค่อยมาว่ากันอีกที” รัตนากรบอก
       “อย่าเลื่อนเลย ท่านป้า หลานขอให้ยืนตามกำหนดเดิมไว้ก่อน” สิบทิศว่า
       ช้อยพูดกับสิบทิศ “หากถึงเวลา แล้วดวงตาคุณหนูร้อยดาวยังมองไม่เห็น คุณชายไม่ต้องเข้าพิธีหมั้นหมายกับหญิงตาบอดกระนั้นหรือเจ้าคะ ?”
       รัตนากร เอ็ด “แม่ช้อย ! พูดอะไรน่ะ”
       ช้อยหน้าหดเหลือสองนิ้ว
       “ร้อยดาวจะต้องหายเป็นปรกติก่อนถึงวันงาน เชื่อฉันสิ !”
       สิบทิศพูดด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวจนรัตนากรเองก็อดแปลกใจไม่ได้
       
       ร้อยดาวนั่งพิงหลังอยู่บนเตียง ดวงตาของเธอไร้วี่แววการมองเห็น สิบทิศเปิดประตูเข้ามาในห้อง
       ร้อยดาว เอ่ยถาม “ดาหลาหรือจ๊ะ ?”
       สิบทิศเข้ามานั่งใกล้ๆ โดยไม่ตอบ เขามองร้อยดาวอย่างสงสาร
       ร้อยดาว พูด “บอกแล้วไง ไปดูแลปรนนิบัติคุณท่านเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันอยู่คนเดียวได้ มองไม่เห็นแค่นี้ เรื่องเล็ก หลับตาฉันยังเดินถูกเลย เห็นไหม”
       ร้อยดาวยิ้มแล้วทำทีว่าช่วยตัวเองได้ เธอลุกสะเปะสะปะแต่สะดุดขาเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ล้มลง สิบทิศรีบเข้าไปช่วยประคองร้อยดาวให้ลุกขึ้น สิบทิศสัมผัสที่แขนร้อยดาว ร้อยดาวแปลกใจที่เป็นมือหยาบกร้านของผู้ชายซึ่งไม่ใช่ดาหลาแน่ๆ
       “ไม่ใช่ดาหลา ?”
       “สมกับเป็นม้าดีดกะโหลกเหมือนที่ท่านว่าไว้ไม่มีผิด เห็นทีฉันคงต้องคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด”
       ร้อยดาว ตกใจ “คุณชาย ! เข้ามาในห้องดิฉันได้อย่างไรคะ ?”
       “แล้วทำไมฉันถึงจะเข้ามาในนี้ไม่ได้ คุณปู่ของเธออนุญาตให้ฉันเข้าออกบดินทร์ธรได้ทุกเมื่อตามที่ฉันต้องการ”
       “แต่ดิฉันเป็นผู้หญิง อยู่กับคุณชายในที่ลับตาตามลำพังสองต่อสองใครเห็นเข้าจะไม่ดี”
       “เธออยู่ในฐานะ “ว่าที่คู่หมั้น” ของฉัน ฉันมาดูแลเธอ ไม่ดีตรงไหน”
       “แต่ดิฉันไม่รบกวนจะดีกว่า ประเดี๋ยวโรคประจำตัวของคุณชายกำเริบขึ้นมาจะวุ่นวายไปกันใหญ่”
       “โรคประจำตัว ?”
       “ก็โรคกล้ามเนื้อไม่มีแรง ต้องคอยให้ดิฉันนวดอยู่บ่อยๆ”
       สิบทิศกลั้นหัวเราะเพราะเพิ่งนึกออกว่าเคยหลอกร้อยดาวเอาไว้
       “โรคฉันมันเป็นๆหายๆ ถ้าไม่ถึงเวลา อาการก็ไม่กำเริบหรอก”
       
       ร้อยดาวรู้สึกแปลกใจขึ้นมาตงิดๆ

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
       วีระวิทย์นอนไขว่ห้างกระดิกเท้าผิวปากสบายอารมณ์อยู่บนเตียง
        
       ที่ประตูมีเสียงขยับลูกบิดคล้ายมีคนจากด้านนอกจะเปิดประตูเข้ามา วีระวิทย์คิดว่าเป็นสร้อยฟ้าจึงแกล้งทำเป็นคลุมโปงนอนตะแคงเหมือนกับว่าไม่มีเรี่ยวแรงเพราะเพิ่งฟื้นไข้
       วีระวิทย์ทำเสียงน่าสงสาร “คุณแม่หรือครับ ?”
       กระถินเปิดประตูเข้ามา เธอยิ้มยั่ว
       กระถินกลั้วหัวเราะ “โถ...ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงขนาดนั้นเลยหรือคะ คุณวีระวิทย์”
       พอวีระวิทย์รู้ว่าเป็นกระถินเขาก็ลุกพรวดขึ้นมานั่งอย่างอารมณ์เสีย
       “นังกระถิน ! ใครใช้ให้แกเข้ามาในห้องฉัน”
       กระถินลูบไล้อกของวีระวิทย์จนเขาอดเคลิบเคลิ้มไม่ได้
       “เมียจะเข้ามาหาผัวบ้างไม่ได้หรือไง รู้มั้ย..กระถินถูกคุณทิ้งให้นอนเหงาเปล่าเปลี่ยวอยู่คนเดียวมากี่คืนแล้ว ?”
       วีระวิทย์พยายามข่มอารมณ์ “ฉันไม่สบาย เพิ่งหาย ยังไม่อยากจะมีอะไรด้วย”
       “คุณไม่อยาก แต่กระถินอยากนี่คะ”
       กระถินเปิดเกมรุกถอดเสื้อให้วีระวิทย์อย่างรวดเร็วและเร่าร้อน แล้วเหวี่ยงไปไว้ที่ปลายเตียง ตะกรุดที่คล้องคอวีระวิทย์ถูกเหวี่ยงกระเด็นมาพร้อมๆกับเสื้อด้วย ผ้าถุงของกระถินถูกเหวี่ยงตามลงมาโดนตะกรุด ทำให้ตะกรุดเสื่อมทันที ตะกรุดมีแสงสว่างวาบก่อนดับวูบลง ในขณะที่ทั้งสองร่วมรักกันอย่างดุเดือด
       
       สิบทิศเป่าข้าวต้มร้อนๆที่อยู่ในช้อนแล้วป้อนให้ร้อยดาว ร้อยดาวไม่ยอมกินเพราะรู้สึกเขินๆ
       “ถึงตาดิฉันจะมองไม่เห็น แต่มือดิฉันก็ตักรับประทานเองได้ ไม่ต้องลำบากคุณชายหรอกค่ะ”
       สิบทิศวางชามข้าวต้มบนโต๊ะให้เกิดเสียงเล็กน้อย พอให้ร้อยดาวได้ยิน
       “เก่งนัก ไหนเธอลองกินให้ฉันดูซิ”
       ร้อยดาวใช้มือค่อยๆควานหาชามข้าวต้มจนเกือบจะถึงชามข้าวอยู่แล้ว สิบทิศแกล้งยกชามข้ามต้มหนี ไม่ให้ร้อยดาวคลำถูก เขาอมยิ้มเจ้าเล่ห์ ร้อยดาวแปลกใจเพราะคลำเท่าไรก็ไม่เจอสักที
       “มองไม่เห็น ก็อย่าอวดเก่งไปหน่อยเลย คราวนี้เธอยอมให้ฉันป้อนได้หรือยัง ?”
       สิบทิศตักข้าวต้มป้อนให้ร้อยดาวอีกครั้ง คราวนี้ร้อยดาวยอมกินแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
       “ว่าง่ายๆ จะได้โตเร็วๆ”
       ร้อยดาว ค้อน “ดิฉันไม่ใช่เด็กอมมือแล้วนะคะ คุณชาย”
       สิบทิศอมยิ้มที่สามารถปราบพยศร้อยดาวได้
       
       สิบทิศป้อนน้ำร้อยดาวหลังจากรับประทานข้าวต้มเสร็จแล้ว
       “อิ่มแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาเช็ดตัว !” สิบทิศบอก
       “คุณชายว่าอะไรนะคะ !!! เช็ดตัว ?” ร้อยดาวตกใจ
       ร้อยดาวรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเองเพราะเข้าใจว่าสิบทิศจะเช็ดตัวให้ สิบทิศเห็นท่าทางร้อยดาวแล้วอดขำไม่ได้
       “ฉันจะไปตามคนมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เธอ หรือเธอจะให้ฉันทำให้ก็ได้นะ”
       “ไม่ !!! ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันรอดาหลาดีกว่า”
       ทันใดนั้นมารุตก็หน้าตาตื่นเข้าห้องมา
       “เฮ้ ! ยู ! ได้ข่าวจากยัยจอมจุ้นว่าตายูมองไม่เห็น ไอเป็นห่วงแทบแย่”
       “ไอสบายดี Don’t worry ! นั่งๆนอนๆอยู่แต่ในห้องทั้งวัน น่าเบื่อจะแย่” ร้อยดาวบอก
       มารุตเหลือบไปเห็นหน้าสิบทิศก็รู้สึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก
       “ยูเป็นหมอประสาอะไร แค่นี้ก็รักษาเพื่อนไอไม่ได้”
       “ผมพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว” สิบทิศบอก
       “สุดความสามารถ เพื่อนไอก็ต้องหายแล้วสิ แต่นี่ไม่หาย แสดงว่ายูน่ะไร้น้ำยา เก่งแต่ปาก”
       “มาร์ค ! เลิกตำหนิคุณชายเสียที !” ร้อยดาวบอก “คุณชายพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ มันเป็นกรรมของฉันเอง ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น”
       “ไอจะพายูไปรักษาที่อังกฤษ ! แพ็คกระเป๋า ไปกันเดี๋ยวนี้เลย” มารุตบอก
       “ร้อยดาวเป็นคนไข้ของผม ผมไม่อนุญาตให้คุณพาเธอไปไหนทั้งนั้น” สิบทิศว่า
       “แล้วยูจะให้ทำอย่างไร รอให้เพื่อนไอตาบอดก่อนใช่ไหม ? เราบินกลับอังกฤษกันเถอะ หมอโรเบิร์ต เพื่อนของ daddy ไอจะต้องรักษาดวงตาของยูให้หายได้แน่ๆ ดีกว่าปล่อยให้รักษากับหมอขี้เท่อแถวนี้”
       “แต่ร้อยดาวเป็นคู่หมั้นของผม ผมมีหน้าที่ต้องดูแลเธอ ไม่ใช่คนอื่น”
       มารุตเจ็บใจ เขาโกรธจนควันออกหู
       “เคยถามเพื่อนไอบ้างไหม ว่าเต็มใจเป็นคู่หมั้นยูหรือว่าถูกบังคับ”
       สิบทิศมองไปยังร้อยดาวเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าร้อยดาวจะว่าอย่างไร
       ร้อยดาวพูด “มาร์ค ! ไอไม่ไปไหนทั้งนั้น ! ไอจะอยู่ที่นี่ ! ส่วนตาของไอจะกลับมามองเห็นอีกครั้งหรือไม่ ก็ปล่อยให้สุดแท้แต่โชคชะตา”
       มารุตอึ้งเพราะคิดไม่ถึงว่าร้อยดาวจะตัดสินใจแบบนี้ มารุตจ้องสิบทิศตาเขียวปั้ดที่แย่งร้อยดาวไปจากตน
       
       วีระวิทย์สวมเสื้อหลังจากเสร็จกิจ เขาคลำที่คอพอไม่พบตะกรุดก็ตกใจ วีระวิทย์รื้อหาตะกรุดที่กองเสื้อผ้าที่พื้น เขาเห็นตะกรุดอยู่ใต้ผ้าถุงของกระถิน วีระวิทย์ดีใจรีบเอาตะกรุดมาคล้องที่คอดังเดิม กระถินนุ่งผ้าขนหนูกระโจมอกอยู่บนเตียง
       “ใส่เสื้อผ้าซะ แล้วไสหัวไปได้แล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” วีระวิทย์บอก
       “จะรีบไล่กระถินไปไหนล่ะคะ กระถินยังเหนื่อยอยู่เลย”
       “แกอยากให้แม่ฉันเข้ามาเห็นแกในสภาพนี้หรือไง ห๊า !”
       วีระวิทย์กระชากกระถินให้ลุกจากเตียง กระถินทำท่าอิดออดไม่อยากจะลุกจากเตียง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูปังๆๆ ก็ดังขึ้น
       เสียงสร้อยฟ้าดังเข้ามา “ตาวิทย์ !”
       “ฉิบหายแล้ว ! แม่มา !”
       
       กระถินดีดตัวผึงลุกขึ้นมานั่ง วีระวิทย์หันไปที่ประตูด้วยความรู้สึกใจหายวาบ
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11 (ต่อ)
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 9
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 8
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 7
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 21 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
4 %
ความคิดเห็นที่ 1 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากเลยค่ะแต่เร็วหน่อยก็ดี
,
แนน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปกรณ์ตายมั้ยใครรู้บ้าง
เดาว่าไม่ตาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อัพเร็วๆหน่อยนะคะ น๊าๆ กำลังสนุกเลย ขอบคุณคะ
nattaya_namcha@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งงกับเวียงแก้ว ทำไมต้องโกรธจันทร์ฉายด้วย จันทร์ฉายกับดิลกเป็นคนดีใช่ไหม
Sila280@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเกิดว่าผีเวียงแก้วรู้ว่าร้อยดาว คือเมดานะ
ต้องโกรธมากแน่ๆ เลยที่โดนหลอกอ่ะ
ผีเวียงแก้ว ก็ต้องมาตามฆ่าเมดาน่ะสิ น่าสงสาร
ทำไมผีเวียงแก้วไม่ซึ้งใจกับความรักที่เมดามีให้เลย
ใจร้ายมาก ก่อนตายก็ดีใจหาย พอหลังตายโคตรเฮี้ยนอ่ะ
ตื่นเต้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เวียงแก้วรุ้แต่แรกแล้วต่างหากว่าไม่ใช่ลูกสาวตัวเอง นางหลอกใช้ต่างหาก
ไม่ตรงกับเรืีองย่อ
 
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้อยดาวเป็นลูกของเวียงแก้วค่ะ แต่ร้อยดาวตายไปแล้ว จึงมอบดวงตาให้กับ เมดา(แต้ว) ซึ่งก็คือลูกของดิลกกับจันทร์สาย
si
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้อยดาวไม่ใช่ลูกของเวียงแก้วหรอค่ะ งง
veevie
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร้อยดาวเป็นลูกสาวของดิลกกับจันทร์สายครับ ชื่อที่แท้จริงคือ "เมดา" ส่วนร้อยดาวตัวจริงเสียชีวิตและบริจาคตาให้เมดาก่อนที่จะเดินทางจากอังกฤษมาที่บ้านบดินทร์ธรครับ
นิรนาม
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เต็มเดือนเป็นคนส่งเชือกให้เวียงแก้วผูกคอตายแล้วให้นำศพไปถ่วงน้ำ
ชอบ
 
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารร้อยดาว ถ้าเป็นลูกแท้ๆคงจะเสียใจมากกว่านี้อีก
T_T
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดตามอยู่นะค่ะ รอมาทั้งวันแล้วค่ะ อัปเร็วๆนะค่ะ สู้ๆๆค่ะ
nitcha_umc2006@hotmail.co.th
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไม่ลงเลยอ่าา TT
Pp
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากเลยค่ะแต่เร็วหน่อยก็ดี
,
แนน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014