หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟในวายุ

ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 มกราคม 2557 08:45 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์
       ไฟในวายุ ตอนที่ 10 อวสาน
       
       ภูผารีบเดินหนีสลิลเข้าไปด้านในรีสอร์ต สลิลรู้สึกผิดสังเกต จึงรีบเดินตามไปติดๆ
       "คุณลุงไปคุยอะไรกับคุณป้าธรามากันแน่คะ หว้าพยายามถามมาตลอดทาง คุณลุงก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ"
       "ไม่มีอะไร"
       "ถ้าไม่มีอะไรแล้วทำไมคุณลุงต้องทำหน้าเครียดอย่างนี้ด้วย คุณป้าธราเองก็ท่าทางแปลกๆ เหมือนกัน แล้วเรื่องละเวงที่คุณลุงบอกจะไปถามคุณป้าธรา ตกลงว่าได้เรื่องมั้ยคะ"
       ภูผา พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หงุดหงิด
       "อย่าเพิ่งถามอะไรลุงตอนนี้ได้มั้ย"
       ภูผาเดินหนีไป สลิลไม่หายสงสัย ตามไปเซ้าซี้ถาม
       "คุณลุงรู้เรื่องละเวงแล้วใช่มั้ยคะ เกิดอะไรขึ้นกับละเวงกันแน่ คุณลุงบอกหว้ามาเถอะค่ะ"
       ภูผาทนไม่ไหวเผลอตวาดออกมา
       "ลุงไม่รู้อะไรทั้งนั้น เลิกจุ้นจ้านวุ่นวายเรื่องของคนอื่นซักทีเถอะลูกหว้า"
       สลิลผงะไปเล็กน้อย ภูผาก็อึ้งตัวเองไปเหมือนกันที่เกรี้ยวกราดใส่หลานสาวแบบที่ไม่เคยทำ ภูผาถอนใจพรวดออกมาแล้วเดินเร็วหนีไปทันที สลิลยืนอึ้งปนตกใจ เพราะไม่เคยถูกลุงดุมาก่อน
       
       ตอนบ่ายวันเดียวกัน วายุเดินสำรวจมาที่บริเวณบ่อน้ำบาดาลท้ายไร่ ปรากฏว่า บ่อน้ำถูกถมกลบเรียบร้อยแล้ว ห่างออกไปเห็นคนงานช่วยกันปรับพื้นที่ ตัดต้นไม้ ต้นหญ้ากันไป วายุสีหน้าไม่พอใจ เดินเข้าไปหาหัวหน้าคนงาน ถามเสียงเข้ม
       "ใครสั่งให้ทำ"
       หัวหน้าคนงานท่าทางกลัวๆ ดูอึกอัก ไม่กล้าตอบ วายุเดินกลับไปอย่างหัวเสียไม่รอฟังคำตอบ
       
       ไกรกูณฑ์นั่งคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ด้วยสีหน้าวิตกกังวล กลัวไปทุกอย่าง ทั้งกลัวความลับแตก กลัวถูกตำรวจจับ วายุเดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาหาไกรกูณฑ์ เรียกเสียงดัง
       "น้อย"
       ไกรกูณฑ์สะดุ้ง ท่าทางร้อนตัวนิดๆ กลัววายุรู้เรื่องละเวงกับอุศเรน
       "พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่า เรื่องปรับปรุงท้ายไร่ พี่จะเป็นคนจัดการเอง ทำไมถึงขัดคำสั่งพี่ หรือว่าที่นั่นมีความลับอะไร น้อยถึงไม่อยากให้พี่ไปยุ่ง"
       ไกรกูณฑ์หน้าเลิ่กลั่กไม่รู้เรื่อง
       ธราเสียงดุ ดังนำเข้ามา
       "ไม่มีความลับอะไรทั้งนั้นล่ะ"
       สองพี่น้องหันขวับไปทางต้นเสียงพร้อมกัน ธราสีหน้าบึ้งตึงเดินเข้ามา
       "ใหญ่อย่าไปดุน้อยเลย น้อยไม่รู้เรื่อง แม่เป็นสั่งคนงานให้ทำเอง แม่ก็แค่อยากแบ่งเบาภาระใหญ่บ้าง อะไรที่แม่ช่วยใหญ่ได้แม่ก็อยากช่วย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย"
       วายุเก็บอารมณ์ พูดกับธราอย่างใจเย็น
       "แต่เรื่องนี้เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะครับคุณท่าน ว่าผมจะเป็นคนจัดการเอง"
       ธราทำเป็นโกรธแล้วพูดประชด
       "ใช่สิ แม่ลืมไปว่าไร่วายุกูลเป็นสิทธิ์ขาดของใหญ่คนเดียว แม่ผิดเองที่เข้ามาก้าวก่าย เอาเป็นว่าต่อไปใหญ่จะทำอะไรก็เชิญตามสบายก็แล้วกัน แม่จะไม่ยุ่ง"
       วายุนิ่งไป พูดอะไรไม่ออกเพราะถึงยังไงก็ยังเคารพและเกรงใจธราอยู่บ้าง
       "ไปน้อย อย่ามาอยู่ขวางหูขวางตาพี่เค้า เดี๋ยวเค้าจะรำคาญหาเรื่องเอาอีก"
       ธรามองหางตาใส่วายุแบบเคืองๆ แล้วดึงตัวไกรกูณฑ์ให้เดินออกไปพร้อมกัน วายุแปลกใจที่ธราใส่อารมณ์กับเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
       
       ธราพาไกรกูณฑ์เดินห่างออกมาได้นิดหนึ่ง ไกรกูณฑ์หันไปถามแม่
       "แม่ชิงถมบ่อตัดหน้ามันยังงี้ มันจะไม่ยิ่งสงสัยเหรอครับ"
       "ก็ให้มันสงสัยไป ดีกว่าความแตก กว่ามันคิดจะขยับตัวทำอะไรก็ไม่ทันแล้วล่ะ เดี๋ยวตัวมันก็จะต้องกลายเป็นศพเหมือนกัน"
       ธราแววตาโกรธแค้นชิงชังวายุมาก
       "แม่จะทำจริงๆ เหรอครับ"
       ธราดุตาขวาง
       "เลิกถามแม่แบบนี้ซะทีนะน้อย เพราะน้อยก็น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แก่ใจ"
       ไกรกูณฑ์สีหน้าเคร่งเครียด ไม่สบายใจ
       "ผมขอออกไปข้างนอกนะครับแม่ ผมเครียด อยู่บ้านก็เหมือนถูกคุณใหญ่คอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลา"
       ธราพูดดักคออย่างไม่พอใจ
       "น้อยจะไปไหนก็ไป แต่ห้ามไปหาแม่นวลขวัญนั่นเด็ดขาด เข้าใจมั้ย"
       ไกรกูณฑ์แอบถอนใจออกมาเบาๆ แล้วเดินออกไป ธรามองตามที่ลูกไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง
       
       เวลาต่อเนื่องมา วายุเดินคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้องนอน
       "คุณท่านให้คนมาถมบ่อน้ำหลังไร่ตัดหน้าเราไปนิดเดียว"
       บ้านไร่สายน้ำ สลิลยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่ง
       "พวกเค้าถมได้เราก็ขุดได้ ไม่เห็นยากเลยนี่คะ"
       วายุสีหน้าหนักใจ
       "ฉันยังไม่อยากแตกหักกับคุณท่านตอนนี้ ฉันขอเวลาดูท่าทีพวกเค้าไปก่อน"
       "ระวังจะสายเกินไปนะคะ"
       วายุหน้าห่อเหี่ยว
       "ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอก"
       "หว้าว่าคุณลุงต้องรู้แน่ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับละเวง หว้าพยายามถามแล้ว แต่คุณลุงไม่ยอมบอก แถมยังดุหว้าอีก"
       "วันนี้คุณท่านก็ใส่อารมณ์กับฉันอย่างไม่เคยทำมาก่อนเหมือนกัน"
       "อยากรู้จริงๆ ว่าคุณลุงกับคุณป้าคุยอะไรกัน"
       วายุ สีหน้าครุ่นคิดสงสัยเหมือนกัน
       "เอาเป็นว่าเธอจับตาดูหมอภูเอาไว้ ส่วนฉันก็จะจับตาดูคุณท่านกับน้อย ถ้ามีอะไรผิดสังเกตรีบโทร.มาบอกฉันทันทีเลย เข้าใจมั้ย"
       "ค่ะคุณใหญ่ หว้าจะจับตาดูคุณลุงไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ"
       วายุฟังสลิลอีกนิดก่อนกดวางสายสีหน้าไม่สบายใจ
       
       บ่ายแก่ๆ ไกรกูณฑ์กับนวลขวัญนั่งคุยกันอยู่ที่ร้านอาหารในเมือง นวลขวัญปั้นหน้านิ่ง ยังโกรธที่ถูกหลอกเรื่องละเวงอยู่
       "ขอบคุณคุณขวัญมากนะครับที่ยอมออกมาเจอผม"
       "ถ้าฉันไม่กลัวคุณเข้าไปหาฉันที่ไร่แล้วถูกแก้วยิงตาย ฉันก็ไม่ออกมาเจอคุณหรอก"
       ไกรกูณฑ์ยิ้มนิดๆ
       "คุณขวัญเป็นห่วงผมด้วยเหรอครับ"
       นวลขวัญตอบอย่างประชด
       "คุณมีอะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะค่ะ เดี๋ยวภรรยาคุณจะตามมาด่าฉันอีก"
       ไกรกูณฑ์หน้าเจื่อนไป ก่อนจะปั้นยิ้ม ใจดีสู้เสือ
       "เรื่องนั้นคุณขวัญสบายใจได้ครับ ตอนนี้ละเวงไม่ได้อยู่กับผมแล้ว"
       "หมายความว่ายังไงคะ คุณไล่เธอไปเหรอ"
       นวลขวัญสีหน้าผิดหวัง คิดว่าไกรกูณฑ์ขับไสไล่ส่งละเวงไป เขาแก้ตัวแบบมีพิรุธ
       "เปล่าครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเธอเลย เราจากกันด้วยดี ความจริงละเวงเป็นผู้หญิงที่คุณแม่ผมเลือกให้ ผมไม่เคยนึกรักเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ผู้หญิงคนแรกที่ผมรักก็คือคุณขวัญนะครับ"
       ไกรกูณฑ์พูดพลางมองสบตานวลขวัญ พร้อมเอื้อมมือไปจับมือนวลขวัญไว้ เธอดึงมือออกไม่อยากเชื่อ
       "ถ้าจะนัดฉันออกมาคุยเรื่องไร้สาระแค่นี้ ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ"
       นวลขวัญลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเลย
       "เดี๋ยวสิครับคุณขวัญ"
       ไกรกูณฑ์วางเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะ ลุกตามนวลขวัญไป
       
       นวลขวัญเดินหนีออกมาที่ลานจอดรถ ไกรกูณฑ์วิ่งตามออกมาคุยต่อ
       "คุณขวัญครับ ผมไม่ได้โกหก ผมรู้สึกอย่างนั้นกับคุณขวัญจริงๆ นะครับ"
       นวลขวัญหันมาจ้องหน้าไกรกูณฑ์นิ่งๆ
       "ฉันขอพูดกับคุณตรงๆ เลยก็แล้วกันนะคะ เพราะต่อไปเราคงจะไม่ได้เจอกันอีก"
       ไกรกูณฑ์หน้าเสียไป ที่นวลขวัญพูดจาตัดรอนเช่นนี้
       "ฉันขอบคุณที่คุณรู้สึกดีๆ กับฉัน และขอบคุณที่คุณเคยช่วยชีวิตฉันไว้จากนายกษิต"
       ไกรกูณฑ์อึ้งไป
       "วันนั้นคุณขวัญเห็นผม แล้วทำไมคุณไม่บอกตำรวจล่ะครับ ว่าผมเป็นคนฆ่าเค้า"
       "ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ และนายกษิตก็ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่ ฉันเลยเลือกที่จะไม่บอกใคร ปล่อยให้เรื่องมันเงียบไปเอง ฉันคงตอบแทนคุณได้แค่นี้"
       ไกรกูณฑ์อึ้งไปเล็กน้อย
       "ขอบคุณมากครับที่ช่วยปกป้องผม แล้วถ้าวันข้างหน้าคุณขวัญรู้ว่าผมทำเรื่องที่ผิดมากกว่านี้ คุณขวัญจะยังให้อภัยแล้วให้โอกาสผมอีกรึเปล่าครับ"
       "ฉันตอบไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่ากำลังทำผิด ก็หยุดซะสิคะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้"
       ไกรกูณฑ์นิ่งไปอย่างคิดตาม
       "ฉันไปนะคะ"
       นวลขวัญเดินนำไป
       "รับปากก่อนสิครับว่าคุณขวัญจะให้อภัยผม ผมจะได้มีแรงฮึดที่จะกลับตัวกลับใจใหม่"
       นวลขวัญหันกลับมามองหน้าไกรกูณฑ์อีกครั้ง ไกรกูณฑ์รอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
       
       สลิลเดินตามหาภูผามารอบๆ รีสอร์ตก่อนจะเจอตัวลุงที่ยืนเหม่อ สีหน้าครุ่นคิดอยู่ที่มุมสงบมุมหนึ่งของรีสอร์ต สลิลเดินเข้ามาทางด้านหลัง แล้วหยุดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปเรียก
       "คุณลุงคะ"
       ภูผายืนเหม่ออยู่ ไม่ได้ยิน จนต้องเรียกซ้ำ
       "คุณลุงคะ"
       ภูผาได้สติ หันมา
       "อ้าวลูกหว้า มีอะไร"
       "หว้าจะมาตามคุณลุงไปทานข้าวเย็นค่ะ"
       ภูผารู้สึกผิด ตัดสินใจพูดขอโทษ
       "เรื่องเมื่อกลางวันลุงขอโทษนะ"
       "คุณลุงไม่ต้องขอโทษหว้าหรอกค่ะ หว้าผิดเองที่วุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของคุณลุงมากเกินไป แต่ที่หว้าถามก็เพราะเป็นห่วงคุณลุงนะคะ"
       สลิลปั้นยิ้ม เพื่อให้ลุงสบายใจ ภูผายิ้มไม่ออก ยังไม่สบายใจเรื่องที่ช่วยธราปิดบังความจริงเรื่องละเวงอยู่ สลิลลองเสี่ยงถามอีกครั้ง
       "คุณลุงมีปัญหาอะไรกันแน่คะ เล่าให้หว้าฟังได้รึเปล่า เผื่อหว้าจะช่วยอะไรได้บ้าง หว้าเห็นคุณลุงกลุ้มใจแบบนี้ หว้าไม่สบายใจเลย"
       
       ภูผามองสบตาสลิล สีหน้าลังเลใจว่าจะเล่าให้หลานสาวฟังดีหรือไม่ สลิลมองลุ้นว่าหมอภูผาจะยอมเล่ามั้ย

ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์
       บ้านพักไร่วายุกูลตอนหัวค่ำ วายุคุยโทรศัพท์มือถือกับสลิล
       "นี่ละเวงตายแล้วจริงๆ เหรอะ"
       แม้จะเตรียมใจไว้บ้าง แต่วายุก็ยังมีสีหน้าช็อกๆ
       "คุณลุงยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ยอมบอกว่ารู้มาจากไหน และเป็นฝีมือใคร"
       "เรื่องนั้นเดาได้ไม่ยากหรอก"
       ไกรกูณฑ์ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน วายุชะโงกมองลงไปด้านล่าง สีหน้าใช้ความคิด
       "แค่นี้ก่อนนะลูกหว้า"
       วายุกดตัดสาย พร้อมกับมีสีหน้าตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
       
       ไกรกูณฑ์เดินเข้ามาในโถงบ้าน วายุปรี่เข้ากระชากคอเสื้อไกรกูณฑ์ จ้องตาเขม็ง คาดคั้น
       "ละเวงตายแล้ว น้อยรู้ใช่มั้ย"
       ไกรกูณฑ์ตกใจ แต่ก็ยืนกรานปฏิเสธไว้ก่อน
       "ผมจะไปรู้ได้ไง"
       ไกรกูณฑ์สะบัดตัวพร้อมผลักวายุออกไป โวยวายใส่อย่างท้าทาย
       "ถ้าคุณใหญ่คิดว่าผมทำ ก็ไปแจ้งตำรวจมาจับผมเลยสิ"
       "พี่แจ้งแน่ ถ้าน้อยไม่ยอมสารภาพความจริงทั้งหมดกับพี่ เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ แล้วน้อยฆ่าละเวงทำไม"
       ไกรกูณฑ์ยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง
       "ผมไม่ได้ฆ่ามัน"
       วายุถามสวนไปทันที
       "แล้วใครทำ"
       "ผมไม่รู้ คุณใหญ่อย่ามาถามอะไรผมเลย ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ผมไม่รู้จริงๆ"
       ไกรกูณฑ์ใช้สองมือกุมหัว น้ำตาคลอ วายุเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
       "สารภาพความจริงมาเถอะน้อย โทษหนักจะได้เป็นเบา พี่จะหาทนายเก่งๆ มาช่วยน้อยสู้คดี พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทิ้งน้อย น้อยอย่าทำผิดมากไปกว่านี้อีกเลยนะ หยุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้"
       วายุบีบบ่าน้องเบาๆ ให้รู้ว่าอยู่ข้างเดียวกัน ไกรกูณฑ์เงยหน้าขึ้นมามองสบตาวายุ เริ่มใจอ่อนกับคำพูดดีๆ ของวายุและสัมผัสที่จริงใจจากพี่ชาย
       "ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วคุณใหญ่" ไกรกูณฑ์พูดน้ำตาคลอ สับสน
       " ไม่จริงหรอกน้อย ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคนที่สำนึกผิดและอยากกลับตัวหรอกนะ อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้เลย เชื่อพี่เถอะนะน้อย หยุดทำเรื่องไม่ดีทุกอย่างซะ พี่พร้อมจะให้อภัยน้อยอยู่แล้ว น้อยอยากได้บริษัทใช่มั้ย พี่จะยกให้ ถ้ามันจะจบเรื่องทั้งหมดแล้วรักษาความสัมพันธ์พี่น้องของเราเอาไว้ได้"
       ไกรกูณฑ์อึ้ง
       "พี่พูดจริงๆ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งยังทันนะน้อย อย่าให้ต้องมีความสูญเสียมากไปกว่านี้อีกเลย พี่ยอมเสียสละให้น้อยทุกอย่างตามที่น้อยต้องการ"
       วายุยิ้มบางๆ ให้ไกรกูณฑ์ รู้สึกดีใจที่น้องไม่ใช่คนเลวจนกู่ไม่กลับ ที่ไม่ยอมฟังใครเลย
       ธราที่อยู่ในชุดนอนแอบฟังอยู่ที่มุมบันได มีสีหน้าโกรธมากที่ไกรกูณฑ์เริ่มใจอ่อนคล้อยตามคำพูดของวายุ
       
       เวลาหัวค่ำ ไกรกูณฑ์เดินสีหน้าใช้ความคิดกลับขึ้นห้องนอนมา ตกใจเล็กน้อยที่เห็นธรารออยู่ในห้อง
       ทันทีที่เจอหน้า ธราก็ตบหน้าลูกชายจนหน้าหัน
       "แม่ตบหน้าผมทำไม"
       ธราโกรธมาก คุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว
       "ก็ตบเรียกสติแกกลับมาน่ะสิ แค่ไอ้ใหญ่มันพูดดีกับแกแค่นั้น แกก็ใจอ่อนคล้อยตามมันซะแล้ว ทำไมแกถึงได้โง่อย่างนี้นะ"
       ธราตบตีลูกชายไปมา ไกรกูณฑ์ปัดป้องแล้วเดินหนีไปกระแทกตัวนั่งที่เตียง ธราเดินตามมาด่าต่อ
       "ที่แม่สั่งสอนแกมาตั้งแต่เด็กมันไม่ซึมเข้าหัวแกเลยรึไง แม่สอนแกว่ายังไงบ้างน้อย ไหนลองพูดมาซิว่ายังจำได้มั้ย" ธราพูดพลางเอานิ้วไสหัวไกรกูณฑ์จนหัวคลอน
       ไกรกูณฑ์พูดประชดออกมาอย่างเจ็บปวด
       "แม่สอนให้ผมเกลียดคุณใหญ่"
       ธราพูดสวนต่อออกมาทันที
       "ไอ้ใหญ่ ไม่ต้องไปนับถือมัน มันไม่ใช่พี่แก"
       ไกรกูณฑ์พรั่งพรูออกมาอย่างสุดจะทน
       "แม่สอนให้ผมเกลียดเค้า ทั้งๆ ที่เค้าดีกับเราสองคนมาตลอด แม่สอนให้ผมเอาชนะเค้าทุกอย่าง"
       ธราจ้องด้วยสีหน้าไม่พอใจมากที่พูดถึงวายุในแง่ดี ไกรกูณฑ์ระบายออกมาอย่างอัดอั้น น้ำตารื้นด้วยความเจ็บปวด
       "ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ได้แต่ออกคำสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่อย่างที่แม่ต้องการ แต่แม่ไม่เคยถามผมเลยว่าผมอยากทำมั้ย"
       ธราพูดสวนขึ้นมาทันที
       "แม่ไม่จำเป็นต้องถาม เพราะสิ่งที่แม่เลือกให้น้อยทำ มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว น้อยไม่จำเป็น ต้องคิดอะไร แค่ทำตามคำสั่งแม่เท่านั้นก็พอ"
       "แต่ผมไม่อยากทำ แม่รู้มั้ยว่าผมไม่เคยมีความสุขเลยซักวัน ยิ่งตอนนี้ เรื่องบานปลายไปกันใหญ่แล้ว หมอภูผาก็รู้เรื่องที่แม่ฆ่าละเวง แม่แน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่บอกใคร ผมว่าที่คุณใหญ่รู้ก็คงรู้มาจากหมอภูผานั่นแหละ ผมไม่อยากติดคุกนะแม่ ผมกลัว"
       ไกรกูณฑ์สะอื้น ร้องไห้จนตัวสั่น ธราเห็นลูกชายกลัวก็อดปลอบลูกไม่ได้ อารมณ์สติแตกตอนแรกเปลี่ยนเป็นเย็นลง กลายเป็นแม่ที่รักลูกมาก กอดลูก ลูบหลังไปมาเบาๆ ปลอบโยน
       "น้อยไม่ต้องกลัวนะลูก เรื่องหมอภูผาแม่จะจัดการเอง แม่จะไม่ยอมให้มันสร้างความเดือดร้อนให้เราสองคนเด็ดขาด"
       ไกรกูณฑ์แปลกใจมากที่จู่ๆ ธราก็เปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วขนาดนี้ ธราจับลูกชายนอนลงบนเตียงแล้วห่มผ้าให้ราวกับเป็นเด็กตัวเล็กๆ พลางยิ้มแย้มเป็นแม่แสนดี
       "น้อยนอนพักดีกว่านะลูก อย่าคิดมาก ตื่นเช้าขึ้นมาทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ถ้าแม่ยังอยู่ น้อยไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น แม่จะปกป้องน้อยเองกู๊ดไนท์จ้ะลูกชายตัวน้อยของแม่"
       ธราพูดพลางก้มลงหอมหน้าผากลูกชายอย่างรักและหวงแหนมาก ไกรกูณฑ์ รู้สึกกลัวและหวาดผวาแม่ตัวเองมากกว่ารัก
       ภูผาคุยโทรศัพท์ สีหน้าและน้ำเสียงตกใจมาก
       "คุณธราร้องไห้ทำไมครับ เกิดอะไรขึ้น"
       สลิลที่เดินผ่านมาพอดี เมื่อได้ยินชื่อธราก็ชะงัก หลบมุมแอบฟังการสนทนาอยู่เงียบๆ ธรายืนคุยมือถืออยู่ริมหน้าต่างในห้องนอน
       "ฉันทะเลาะกับน้อยค่ะ ฉันจะไปแจ้งความเรื่องละเวงตามที่หมอภูบอก แต่น้อยไม่ยอมเค้าไม่อยากให้ฉันติดคุก"
       ภูผาฟังธราด้วยสีหน้าเป็นห่วง
       "เค้าขู่ฉันว่าถ้าฉันแจ้งความ เค้าจะหนีไปให้ไกล แล้วจะไม่กลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก"
       ธราเสียงสะอื้นตามมาให้ได้ยิน
       " ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณธรา อย่าเพิ่งร้องไห้สิครับ"
       ธรายังแกล้งร้องไห้ไม่หยุด น้ำเสียงสะอึกสะอื้น แต่หน้าตานิ่งๆ แสดงแค่น้ำเสียงและอารมณ์เพื่อหลอกภูผา
       "ฉันอยากเจอหมอภูจังเลย ออกมาเจอฉันหน่อยได้มั้ยคะ"
       "ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปหาคุณที่ไร่เดี๋ยวนี้เลย"
       "เราเจอกันข้างนอกดีกว่าค่ะ หมอภูออกมารอฉันที่หน้ารีสอร์ตนะคะ เดี๋ยวฉันขับรถไปรับ"
       ภูผาสีหน้าแปลกใจ
       "ทำไมเราไม่คุยกันที่บ้านคุณ หรือไม่ก็ที่รีสอร์ตของผมล่ะครับ"
       สลิลแอบฟังอย่างแปลกใจว่าธราจะให้หมอภูผาไปไหน
       ฝ่ายธรา แม้สีหน้าจะรำคาญ แต่พยายามทำใจเย็นไว้
       "อย่าเพิ่งถามอะไรมากเลยค่ะ ฉันขอร้องแค่นี้หมอภูทำให้ฉันไม่ได้เหรอคะ"
       "โอเคครับ ตกลงตามนั้น"
       "แอบออกมาอย่าให้ลูกหว้าเห็นนะคะ"
       ภูผาแปลกใจอยากจะถาม แต่ยั้งปากไว้
       "ครับ ผมจะรอลูกหว้าหลับก่อนแล้วค่อยแอบออกไป"
       ภูผากดวางโทรศัพท์ สีหน้าติดใจสงสัยในคำสั่งของธรา สลิลมองตามลุงด้วยความสงสัยว่า ธราจะให้ภูผาไปไหน
       ทางด้านธรา กดวางสายโทรศัพท์ ทันใดนั้นหางตาก็เหลือบไปเห็นเงาคนดำๆ ยืนอยู่ด้านล่างหน้าต่าง
       เธอมองลงไป เห็นเป็นอุศเรนหน้าซีดขาว เงยหน้าขึ้นจ้องธราอย่างโกรธแค้น เธอตกใจรีบหลับตา ส่ายหน้าไปมา เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที อุศเรนก็หายไปแล้ว
       ธราคิดว่าคงตาฝาด เลิกสนใจ เดินไปเปิดลิ้นชักหยิบปืนขึ้นมาดู ก่อนจะเอาปืนไปใส่กระเป๋าถือเตรียมพร้อม แล้วเดินไปนั่งนิ่งที่มุมห้อง สีหน้าคิดทบทวนแผนการในใจอย่างรอเวลาออกไปพบหมอภูผาตามนัด
       
       สลิลกำลังสะกดรอยตามหมอภูผาออกมาตามทางเดินโดยที่หมอภูผาไม่รู้ตัว พร้อมคุยโทรศัพท์
       มือถือกับวายุไปด้วย วายุแอบมองธราเดินลับๆ ล่อๆ ออกมาจากบ้านอย่างมีพิรุธ วายุรีบชักตัวหลบเข้ามุมแอบดู จนเห็นธราเดินไปขึ้นรถที่รถจอดอยู่หน้าบ้านห่างออกไป แล้วขับออกไปอย่างรีบร้อน
       "คุณท่านออกไปจากไร่แล้ว"
       วายุกดวางสาย เอามือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกง แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถอีกคันที่จอดอยู่ ขับตามออกไป
       
       ธราขับรถออกมาตามทาง ผ่านประตูไร่ออกมาก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูด้านนอก
       เธอสงสัยว่าเป็นใคร ในใจคิดว่าน่าจะเป็นคนงาน ธรามองกระจกส่องหลัง เห็นอุศเรน ใบหน้าซีดขาวเหมือนศพ ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าไร่ อุศเรนจ้องมองธราด้วยแววตาอาฆาต เธอตกใจ เบรกรถกึก แทบหัวทิ่ม แต่เมื่อหันกลับไปมองก็ไม่เห็นมีใคร ธราสลัดหัวอย่างหลอนๆ ที่เห็นติดๆ กันถึงสองครั้งแล้ว
       
       ธรารีบเหยียบคันเร่งขับรถผ่านออกไปอย่างเร็ว รถของวายุ ทิ้งระยะห่างจากรถธรามากพอที่จะไม่ให้ธรารู้ตัว ก่อนจะขับตามออกไป

ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์
       ภูผายืนชะเง้อรอธราอยู่ที่หน้ารีสอร์ต โดยมีสลิลซุ่มดูอยู่ห่างๆ ชั่วอึดใจธราก็ขับรถมาจอดตรงหน้า ภูผาลังเลไม่ยอมขึ้นรถ จนธราต้องเปิดกระจกรถเรียก
       "ขึ้นรถสิคะหมอภู"
       "เราจะไปไหนกันครับ"
       "ฉันอยากหาที่เงียบๆ คุยกับหมอภูแบบส่วนตัว ฉันไม่อยากให้ลูกหว้ารู้เรื่องละเวง ฉันกลัวแกรับไม่ได้ รีบขึ้นรถมาเร็วๆ เถอะค่ะ"
       ธรารีบเร่งเร้า เพราะกลัวคนมาเห็น ภูผายอมขึ้นรถไปทั้งที่ยังสงสัยอยู่ ธราแอบยิ้มร้ายที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แล้วขับรถออกไป
       สลิลออกจากมุมมืด มองตามท้ายรถธราไป สีหน้าสงสัยปนเป็นห่วงลุงมาก ไม่นานรถวายุก็ขับรถมาจอดตรงหน้าสลิล แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูรถดันออกให้
       "ขึ้นรถเร็วเข้า"
       สลิลรีบขึ้นรถอย่างเร็ว วายุขับรถตามธราไปทันที
       
       สลิลนั่งกระสับกระส่าย จับตามองท้ายรถของธราไม่วางตา ด้วยความเป็นห่วงลุงมาก
       "คุณป้าจะพาคุณลุงไหนกันแน่ คุณป้าคงจะไม่คิดฆ่าปิดปากคุณลุงหรอกนะคะ"
       สลิลฉุกคิดแล้วให้นึกกลัว แม้วายุคิดอย่างนั้นเช่นเดียวกัน แต่ก็พูดปลอบไป
       "คงไม่หรอก"
       "แต่คุณป้าฆ่าคนตายมาแล้ว 2 ศพนะคะ"
       วายุชะงักไป สลิลหน้าเจื่อน รู้ตัวว่าพูดกระทบใจวายุอย่างจัง
       "ขอโทษค่ะคุณใหญ่"
       วายุไม่พูดอะไร ตั้งใจขับรถตามรถธราไปเงียบๆ
       ทันใดนั้นมีรถใหญ่คันหนึ่งขับแซงขึ้นมากั้นกลางระหว่างรถของวายุกับรถของธรา แล้วรถของธราก็คลาดสายตาไปตรงทางแยกข้างหน้า วายุจอดรถเข้าข้างทาง ไม่รู้จะไปทางซ้ายหรือขวาดี
       สลิลมองทางพลางคิดแล้วพูด
       "ทางซ้ายจะเป็นหมู่บ้าน ทางขวาเป็นป่าไม่มีบ้านคน คุณใหญ่คิดว่าคุณป้าน่าจะไปทางไหนคะ"
       "ถ้าคุณท่านคิดทำร้ายคุณลุงอย่างที่เธอกลัว ก็ต้องไปทางป่า" วายุตอบหน้าเครียด
       สลิลได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ไม่กล้าแสดงความเห็น วายุขับรถไปทางขวาที่สองข้างทางมีแต่ป่าทันที
       
       ผ่านเวลาเล็กน้อย ธราเดินนำภูผาเข้ามาในป่าละเมาะซึ่งเงียบสงัด เขารู้สึกผิดสังเกตมาก กวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่ไว้ใจในสถานการณ์
       "คุณธราพาผมมาที่นี่ทำไมครับ ผมว่าเรากลับไปคุยกันที่รีสอร์ตดีกว่า"
       ธราหันขวับมาจ้องหน้าภูผา แววตาแข็งกร้าว ตวาดเสียงดังลั่น
       "คุณไม่รักษาสัญญา คุณบอกหลานสาวกับไอ้ใหญ่เรื่องนังละเวงใช่มั้ย"
       ภูผาตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของธรา
       "ผมแค่บอกลูกหว้าว่าละเวงตายแล้ว แต่ผมไม่ได้บอกว่าเป็นฝีมือคุณกับคุณน้อย"
       ธราตวาดออกมาอย่างคนเสียสติ ปกป้องลูก
       "ฉันบอกแล้วไงว่าน้อยไม่เกี่ยว ฉันเป็นคนฆ่านังละเวงเอง ฉันเป็นคนทำคนเดียว ลูกฉันไม่เกี่ยวอะไรทั้งสิ้น"
       ธราหยิบปืนออกมาจากกระเป๋าถือ จ่อเล็ง ภูผาแม้จะตกใจแต่ก็ตั้งสติได้ พูดเกลี้ยกล่อมไป
       "ครับ เรื่องนี้คุณน้อยไม่เกี่ยว คุณธราใจเย็นๆ วางปืนลงก่อนนะ"
       ธราแววตาโหดเหี้ยมพร้อมยิงทุกเมื่อ
       "ฉันไม่อยากทำอย่างนี้หรอกนะ ถ้าคุณไม่หักหลังฉันก่อน"
       ภูผายังทำใจดีสู้เสือ เกลี้ยกล่อมต่อไปเรื่อยๆ
       "ผมรู้ว่าคุณไม่กล้ายิงผมหรอก เพราะคุณรักผม เหมือนที่ผมรักคุณ...วางปืนลง เถอะนะ เรามาช่วยกันหาทางแก้ไขเรื่องนี้กันดีกว่า"
       ธราแค่นหัวเราะ ตวาดออกไป
       "ฉันไม่เคยรักคุณเลยซักนิด ฉันแค่หลอกคุณไว้ใช้งาน รู้เอาไว้ซะด้วยไอ้หมอหน้าโง่ คนที่ฉันรักมีเพียงคุณชาตรีคนเดียวเท่านั้น"
       ภูผาอึ้งไป
       "แต่คุณบอกว่าคุณไม่ได้รักเค้า คุณถูกบังคับให้แต่งงานไม่ใช่เหรอะ"
       ธรากระชับปืน เล็งไปที่ภูผา
       "มันก็แค่นิทานที่ฉันแต่งขึ้นมาหลอกคุณเท่านั้นล่ะ ไม่ต้องพูดมาก เตรียมตัวตายได้แล้ว ใครที่กล้าทรยศฉัน เป็นมารความสุขของฉันกับลูก มันต้องตายทุกคน"
       ภูผากลัวใจธราเหลือเกิน เพราะดูท่าทางธราสติแตกเต็มที่แล้ว
       
       วายุขับรถมาตามทางเล็กๆ สองข้างทางมีแต่ป่า ทั้งคู่ต่างกวาดตามองหารถของธราไปรอบๆ จนพบ สลิลชี้ให้วายุดู
       "รถคุณป้าจอดอยู่นั่นค่ะ"
       วายุขับรถเข้าไปจอดใกล้ๆ ทั้งคู่ลงจากรถ กวาดตามองหา แต่ไม่เห็นใคร สลิลเป็นห่วงภูผามาก
       "เราแยกกันหาแล้วกัน"
       "ค่ะ"
       วายุและสลิลเดินแยกย้ายกันตามหาหมอภูผาและธรา
       
       ภูผาถูกปืนจ่อเล็งอยู่ ภูผาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมธรา พร้อมหลอกถามข้อมูลไปด้วยอย่างใจเย็น
       "ละเวงหักหลังคุณเรื่องอะไร ทำไมต้องถึงขนาดฆ่าแกงกันด้วย ในเมื่อละเวงก็เป็นลูกสะใภ้คุณ"
       ธราเกรี้ยวกราด
       "มันไม่ใช่ลูกสะใภ้ฉัน มันเป็นแค่ดาราตัวประกอบตกงาน ที่ฉันจ้างมาเป็นผู้ช่วยในการฆ่า
       ไอ้ใหญ่เท่านั้นเอง"
       ภูผาตกใจ ไม่คาดคิดว่าคนที่วางแผนฆ่าวายุมาตลอดจะเป็นธราจริงๆ เธอยังคงพรั่งพรูต่อเนื่องไป
       "แต่สุดท้ายมันก็ทรยศฉัน ไปเข้าข้างไอ้ใหญ่"
       ภูผาอึ้งมาก ถามย้ำให้แน่ชัด
       "คนที่ลอบฆ่าคุณใหญ่มาตลอด ที่แท้ก็คือคุณเองเหรอะ"
       "ใช่...ฉันเป็นคนวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น"
       วายุที่เดินเข้ามาทางด้านหลังธรา ได้ยินก็ชะงักไป
       ภูผาเหลือบเห็นวายุก็ขยิบตาส่งสัญญาณบอกให้หลบอยู่ก่อน อย่าเพิ่งแสดงตัวออกมาตอนนี้
       "คุณทำอย่างนั้นกับคุณใหญ่ได้ยังไง"
       ธราน้ำตาไหลออกมาจากความอัดอั้น สีหน้าอาฆาต
       "ฉันเกลียดมัน เกลียดแม่ของมัน เพราะมันกับแม่มันแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉัน"
       วายุอดทนฟังอยู่เฉยๆ ไม่ไหว แสดงตัวออกมา
       "ไม่จริงเลยครับคุณท่าน"
       ธราตกใจ หันขวับไปมองทางต้นเสียง
       "ไอ้ใหญ่ แกมาได้ยังไง"
       ธราวาดปืนไปทั่วอย่างหวาดกลัว เล็งใส่ภูผาและวายุสลับไปมา
       "อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันยิงจริงๆ"
       วายุมองธรา น้ำตาคลออย่างเจ็บปวดมาก
       "ผมไม่คิดเลยว่าคนที่พยายามฆ่าผมมาตลอดจะเป็นคุณท่าน คนที่ผมเคารพรักเหมือนแม่แท้ๆ"
       สลิลเดินมาจากอีกด้าน เห็นเหตุการณ์ไม่ดี
       ภูผามองเลยมาที่สลิล ส่งสัญญาณทางสีหน้าและแววตาให้อยู่นิ่งๆ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร ธราสังเกตได้ว่าภูผาเหมือนมองไปที่ใครอีกคน สลิลรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมกดโทร.ออก
       ไม่คาดคิด ธราหันไปมองแล้วยิงปืนใส่สลิลทันที
       วายุตกใจ
       "ลูกหว้าระวัง"
       สลิลย่อตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด
       "สาระแนดีนัก"
       ธราสีหน้าชิงชัง เล็งปืนจะยิงอีก วายุวิ่งเข้ามาบังสลิล ภูผาฉวยโอกาสพุ่งตัวเข้าไปล็อกตัวธราเพื่อแย่งปืน
       "ปล่อยฉันนะ"
       ธราไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เหวี่ยงภูผาจนกระเด็นไป แล้วยิงใส่แบบไม่เล็งไปทั่วรอบๆ ตัว
       ภูผากระโดดหลบอย่างทุลักทุเล วายุดึงสลิลไปหลบด้วยกันหลังต้นไม้ ธราอาศัยจังหวะที่ทุกคนเผลอ วิ่งหนีออกไป สลิลวิ่งไปหาภูผาที่หกล้มอยู่กับพื้นด้วยความเป็นห่วง
       
       เวลากลางคืน ไกรกูณฑ์นอนหลับอยู่บนเตียง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ไกรกูณฑ์สะดุ้งตื่น
       งัวเงียกดรับสาย
       "ฮัลโหล"
       ธราน้ำเสียงตื่นตระหนก
       "น้อย หนีออกมาจากบ้านเดี๋ยวนี้เลย ไอ้ใหญ่มันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว"
       ไกรกูณฑ์ตกใจปนงง
       "แม่อยู่ที่ไหนครับ"
       "ฉันอยู่ที่ไหนก็ช่าง แกรีบหนีออกมาจากบ้านก่อนเถอะ"
       "แล้วจะให้ผมหนีไปไหนครับแม่"
       "แม่จะรอแกอยู่ที่..."
       ทันใดนั้น วายุก็ผลักประตูเข้ามาอย่างแรง แล้วตรงเข้ามากระชากตัวน้องชายเพื่อจะเค้นถามเอาความจริง ไกรกูณฑ์รีบกดตัดโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าอย่างเร็ว เลยยังไม่ทันได้ยินธราบอกว่ารออยู่ที่ไหน
       ไกรกูณฑ์ตั้งตัวไม่ทัน
       "อะไรกันคุณใหญ่"
       วายุลากตัวไกรกูณฑ์ออกไปนอกห้องนอน
       "ออกมาคุยกันข้างนอกเดี๋ยวนี้เลย"
       วายุลากไกรกูณฑ์ออกไป
       
       ไกรกูณฑ์กลัวมาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับธรา วายุรู้อะไรแค่ไหน และวายุจะจัดการกับเขาอย่างไร

ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์
       วายุโกรธจัดผลักไกรกูณฑ์ลงที่โซฟาในห้องโถง ไกรกูณฑ์เหลือบมองภูผากับสลิลที่จ้องตนอยู่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างแรง
       "นี่มันอะไรกันครับ"
       "คุณลุงบอกพี่หมดแล้วเรื่องที่น้อยกับคุณท่านฆ่าละเวง แล้วเอาศพไปทิ้งที่บ่อน้ำบาดาลท้ายไร่"
       ไกรกูณฑ์ยืนกรานปฏิเสธ
       "ไม่จริง ผมไม่ได้ทำ ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น คุณใหญ่อย่ามาใส่ความผมกับแม่นะ"
       สลิลโกรธมาก สุดจะทน
       "ไม่มีใครใส่ความพวกคุณทั้งนั้นแหละ คุณรู้มั้ยว่า คุณป้าธราหลอกคุณลุงฉันไปเพื่อจะฆ่าปิดปาก"
       ไกรกูณฑ์ชะงักไปเหลือบตามองภูผา
       "ดีที่ฉันกับคุณใหญ่ตามไปช่วยไว้ทัน ไม่งั้นคุณลุงฉันคงกลายเป็นศพที่สาม เพราะฝีมือพวกคุณสองแม่ลูก"
       ภูผามีสีหน้าผิดหวังเสียใจกับการกระทำของธรามาก
       "ไม่ใช่แค่นี้นะน้อย ยังมีเรื่องที่น้อยกับคุณท่านพยายามฆ่าพี่มาตลอดอีก น้อยทำกับพี่ได้ยังไง น้อยเกลียดอะไรพี่นักหนา"
       ไกรกูณฑ์ลุกขึ้น พยายามจะเดินหนี วายุกระชากตัวเหวี่ยงกลับลงไปนั่งที่เดิม แล้วกดไว้กับโซฟา ไกรกูณฑ์ดิ้นรน พยายามจะหนี
       "ปล่อยผมนะคุณใหญ่ ผมจะไปหาแม่ ปล่อยผม"
       วายุคาดคั้นถาม
       "พี่ทำอะไรผิด ทำไมน้อยกับคุณท่านถึงได้จงเกลียดจงชังพี่ถึงขนาดนี้"
       วายุจับตัวน้องชายกระแทกอัดกับโซฟา ไกรกูณฑ์ทั้งกลัว ทั้งสับสนจนพูดอะไรไม่ออก ภูผาเข้ามาห้ามวายุ
       " ใจเย็นก่อนครับคุณใหญ่ คาดคั้นอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่ได้คำตอบหรอกครับ"
       วายุยอมคลายมือปล่อยไกรกูณฑ์แล้วเดินไปสงบสติอารมณ์ห่างๆ สลิลมองตามด้วยความเป็นห่วง
       ไกรกูณฑ์ยกมือขึ้นกุมหน้า คิดอ่านทำอะไรต่อไม่ถูกเหมือนกัน
       
       เวลาต่อเนื่องมา วายุขับรถเข้ามาจอดส่งสลิลและ ภูผาที่หน้าบ้านพัก ทุกคนลงจากรถ
       ภูผาสีหน้าเศร้า ผิดหวังเรื่องธรา แต่ก็ยังเป็นห่วงอยู่
       "ผมว่าเราลองออกไปตามหาคุณธราอีกรอบดีกว่ามั้ย คุณใหญ่ เข้าบ้านไปตอนนี้ ผมก็คงนอนไม่หลับ"
       แม้วายุสีหน้าเป็นห่วงไม่แพ้กัน แต่บอกว่า
       "เสียเวลาเปล่าครับ"
       "เราก็แจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาสิคะ เรื่องใหญ่ขนาดนี้เราเฉยไม่ได้แล้วนะคะคุณลุง คุณป้าวางแผนฆ่าคุณใหญ่ตั้งหลายครั้ง แล้วยังจะฆ่าละเวงกับน้องชายอีก"
       ภูผามีสีหน้าช่างใจไปมา
       "ผมขอร้องว่าอย่าเพิ่งแจ้งความได้มั้ยครับ คุณลุง" วายุบอก
       สลิลรีบขัดขึ้น
       "คุณใหญ่จะรออะไรอีกคะ หว้าพูดตรงๆ นะคะ คุณป้าคือบุคคลอันตราย เค้าฆ่าคนตายนะคะ ท่าทางคุณป้าเหมือนคนควบคุมสติไม่อยู่ มีอาการเหมือนคน..."
       ภูผาปรามหลานสาว
       "ลูกหว้า ฟังเหตุผลคุณใหญ่ก่อน"
       สลิลถอนใจออกมา
       "ผมอยากรอให้เจอตัวคุณท่านก่อน เราอาจจะเกลี้ยกล่อมให้คุณท่านยอมมอบตัวได้ ผมไม่อยากให้ตำรวจบุกจับตอนที่คุณท่านยังไม่พร้อม ผมกลัวจะเกิดเรื่องรุนแรงขึ้น"
       ภูผาเห็นด้วยกับวายุ
       "แล้วเราจะไปตามหาคุณป้าได้ที่ไหนล่ะคะ"
       "คุณท่านรักน้อยมาก ยังไงท่านก็ต้องกลับมาหาน้อย"
       วายุสีหน้ามั่นใจ ว่ายังไงธราก็ต้องกลับมาหาไกรกูณฑ์แน่นอน
       
       ไกรกูณฑ์ถูกขังอยู่ในห้องหนึ่งในไร่วายุกูล เขาทุบประตูเสียงดังโครมคราม พร้อมตะโกนโหวกเหวก
       "คุณใหญ่เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้นะ ผมจะไปหาแม่...เปิดประตู...เปิดสิโว้ย มีใครอยู่แถวนี้มั้ย มาเปิดประตูให้ฉันหน่อย"
       หัวหน้าคนงานที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ทำหน้าแหยๆ ไม่กล้าเปิด ได้แต่ยืนเฝ้าไปตามคำสั่งวายุ ไกรกูณฑ์ทั้งตบทั้งเตะประตูอาละวาดจนเหนื่อยแต่ก็ไม่มีคนมาเปิดประตูให้
       ไกรกูณฑ์ทุบประตูโครมครามพร้อมพูดทั้งน้ำตา
       "แม่อยู่ไหน อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว ผมกลัว ผมไม่อยากติดคุก"
       ไกรกูณฑ์เครียดมาก เดินไปทิ้งตัวนั่งตั้งเข่าที่มุมห้อง ยกสองมือขึ้นจิกผมซุกหน้า แล้วแผดเสียงระเบิดดังลั่นห้องแบบคนสติแตกเพราะความหวาดกลัว
       
       เช้าวันใหม่ บรรยากาศสดใสสวยงาม ภูผากับสลิลเดินคุยกันเข้ามาทางเรือนสำนักงานของรีสอร์ต
       "ปล่อยให้คุณใหญ่กับคุณน้อยอยู่ด้วยกันตามลำพัง ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะคะ"
       "คุณน้อยถูกจับขังไว้ในห้องอย่างนั้น คงไม่มีอะไรหรอก ห่วงก็แต่คุณธรา ไม่รู้ว่าป่านนี้จะหนีเตลิดไปถึงไหนแล้ว"
       "คุณลุงไม่โกรธคุณป้าเหรอคะ"
       ภูผาสีหน้านิ่งขรึมไป
       "ที่ลุงไม่โกรธ เพราะลุงเข้าใจว่าทำไมคุณธราถึงทำอย่างงั้น ถ้าหว้ารู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับ
       คุณธรา หว้าอาจจะโกรธเธอไม่ลงเหมือนลุงก็ได้"
       สลิลสงสัยขึ้นมา
       "ความจริงเรื่องอะไรคะ"
       "เอาไว้ให้เจอตัวคุณธราก่อนก็แล้วกัน แล้วลุงจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้หว้าฟัง ไปทำงานกันเถอะ"
       ภูผาตัดบท แล้วเดินหนีไป สีหน้าเป็นห่วงกังวลเรื่องธรา สลิลอยากรู้ว่าธรายังมีความจริงอะไรที่ปกปิดอยู่อีก
       
       วายุยืนหน้าเศร้ามองและพูดกับรูปถ่ายของชาตรี
       "ผมดูแลคุณท่านกับน้อยอย่างดีที่สุด ตามที่คุณพ่อสั่งแล้วนะครับ แต่ทำไมคุณท่านกับน้อยถึงได้..." วายุเจ็บปวดจุกอก พูดไม่ออก
       
       เขานึกย้อนถึงอดีต ในช่วงที่ชาตรีนอนหายใจรวยรินใกล้หมดลมอยู่ในห้องพักของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
       ไกรกูณฑ์กอดพ่อร้องไห้ วายุยืนหน้าเศร้าอยู่ข้างเตียง จับมือพ่อไว้ ธราน้ำตาซึมยืนอยู่หลังสุด มองชาตรี ทว่าสีหน้านิ่งเรียบมาก
       ชาตรีพูดเสียงแผ่วเบา
       "ใหญ่...พ่อฝากดูแลน้อยกับคุณธราด้วยนะลูก"
       วายุน้ำตาคลอบอก
       "คุณพ่อไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลน้อยกับคุณท่านอย่างดีเหมือนที่คุณพ่อเคยทำ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยครับ"
       ชาตรียิ้มบางๆให้วายุอย่างสบายใจก่อนหันไปบอกไกรกูณฑ์
       "อย่าดื้อกับพี่เค้านักนะน้อย เป็นพี่น้องกัน รักกันให้มากๆ นะ"
       ชาตรีพยายามยกมือมาลูบหัวไกรกูณฑ์อย่างรักใคร่ เขาจับมือพ่อไว้ ร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ
       "ครับคุณพ่อ"
       ชาตรีเหลียวมองธราที่สีหน้านิ่งเรียบเหมือนเดิม
       ชาตรีเรียกอย่างอ่อนแรง
       "คุณธรา"
       ไกรกูณฑ์หันไปดึงแขนธราให้เข้ามาใกล้ๆ
       "แม่เข้ามาใกล้ๆ พ่อสิครับ"
       ธราขยับเข้ามาใกล้ตามแรงดึงของไกรกูณฑ์ ธรายังคงโกรธปนน้อยใจอยู่ลึกๆ
       "ฝากดูแลใหญ่ด้วยนะคุณธรา"
       ธราตอบหน้านิ่ง เพราะรู้สึกเกลียดวายุอยู่ลึกๆ ในใจ
       "ใหญ่ก็เป็นลูกชายฉันคนนึงเหมือนกัน คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันรับรองว่าจะดูแลเค้าอย่างดีแน่นอน"
       ธราแววตามีเลศนัย คิดร้าย แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น ชาตรียิ้มบางๆ เหมือนเบาใจ
       "ขอบคุณมากคุณธรา ผมรักคุณนะ จำไว้ว่าผมรักคุณ"
       ชาตรีพยายามรวมแรงเพ่งมองหน้าธรา ธรายิ้มเย็น เหมือนไม่เชื่อคำพูดนั้น ชาตรีละสายตาจากธรา มองตาลอยๆ ไปเบื้องหน้า หลอน เห็นดวงดาวมา ชาตรีพูดเพ้อออกมา
       "ดวงดาว...คุณมารับผมแล้วใช่มั้ย"
       ธราเจ็บปวดเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองหน้าชาตรี ที่เพ้อหาดวงดาวทั้งที่เพิ่งบอกว่ารักเธอเมื่อครู่นี้เอง
       ชาตรีหมดลมไปอย่างสงบ ไกรกูณฑ์ร้องไห้โฮกอดศพพ่อไว้แน่น วายุน้ำตาไหลออกมา เสียใจมาก กราบเท้าลาพ่อ
       
       เสียงตะโกนโวยวายของไกรกูณฑ์ดังเข้ามา
       "เปิดประตู กูบอกให้เปิดประตู"
       วายุ หลุดออกจากภวังค์เพราะเสียงโวยวายของน้องชาย
       "ปล่อยกูออกไปเดี๋ยวนี้"
       วายุนิ่วหน้า สลัดความเศร้าออกจากหัว แล้วเดินเร็วๆ ไปทางห้องที่กักตัวไกรกูณฑ์ไว้
       
       หัวหน้าคนงานทำหน้าแหย ลำบากใจ ไม่รู้จะจัดการยังไงกับไกรกูณฑ์ที่โวยวายพร้อมเสียง
       ทุบประตูดังไม่หยุด
       "เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้นะโว้ย เปิดสิวะ"
       วายุเดินเข้ามาหาหัวหน้าคนงาน สีหน้านิ่งขรึม
       "เดี๋ยวฉันจัดการเอง"
       "ครับคุณใหญ่"
       หัวหน้าคนงานเดินเลี่ยงออกไป วายุไขกุญแจเข้าไปในห้อง
       ทันทีที่วายุเปิดประตูเข้ามา ไกรกูณฑ์จะหนีสวนออกไป แต่วายุจับตัวล็อกไว้ แล้วผลักกลับเข้ามาในห้องตามเดิม
       "คุณใหญ่จะขังผมไว้อย่างนี้ไม่ได้นะ"
       วายุจับตัวไว้
       "น้อยจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าน้อยหนี พี่จะแจ้งตำรวจให้ตามล่าน้อย น้อยหนีไม่รอดแน่"
       ไกรกูณฑ์กลัว ท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังมีฟอร์มอยู่
       "ผมจะไปตามหาแม่"
       วายุเสียงแข็งบอก
       "ไม่ต้อง"
       ไกรกูณฑ์ฉุนขึ้นมาอีก
       "เพราะแม่ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของคุณใหญ่ใช่มั้ย คุณใหญ่ถึงไม่เป็นห่วง ไม่คิดจะออกตามหา"
       " ก็เพราะพี่รักและไว้ใจคุณท่านมากยังไงล่ะ พี่ถึงไม่เคยระแวงเลยแม้แต่นิดเดียวว่า คนที่วางแผนฆ่าพี่มาตลอดจะคือคุณท่าน"
       ไกรกูณฑ์สะอึกไป
       "พี่ไม่เข้าใจว่าพี่ทำอะไรผิด น้อยกับคุณท่านถึงได้ทำกับพี่แบบนี้ได้ลงคอ"
       ไกรกูณฑ์เจ็บปวดไม่แพ้กัน เขาพูดน้ำตารื้น
       "ก็เพราะคุณใหญ่กับแม่คุณใหญ่นั่นแหละที่ทำให้ผมกับแม่ต้องเป็นแบบนี้ คุณใหญ่เป็นแค่ลูกเมียน้อยแต่กลับได้ทุกอย่างไปหมด ถ้าไม่มีคุณใหญ่กับแม่ดวงดาว ชีวิตผมกับแม่ก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก"
       "แม่พี่ต่างหากที่เป็นคนมาก่อน หลังจากคุณพ่อแต่งงานกับคุณท่าน ชีวิตพี่กับแม่ก็พังพินาศเหมือนกัน"
       ไกรกูณฑ์น้ำเสียงติดประชด
       "ผมไม่เห็นว่าชีวิตคุณใหญ่จะพังพินาศตรงไหนเลย คุณใหญ่ออกจะได้ดิบได้ดี เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ใครๆ ก็ยกย่อง แล้วดูผมสิ ผมมีอะไรเทียบคุณใหญ่ได้มั่งมั้ย"
       วายุโมโหมาก แต่พยายามระงับอารมณ์ไว้
       "น้อยอยู่ในนี้สงบสติอารมณ์อีกซักวันก็แล้วกันนะ ถ้าคิดได้ ใจเย็นลงกว่านี้แล้วเราค่อยมาคุยกัน"
       
       วายุเดินออกจากห้องไป อึดใจก็ได้ยินเสียงล็อกประตูจากข้างนอก ไกรกูณฑ์ทรุดตัวนั่งลง ทั้งโกรธทั้งเสียใจ ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไฟในวายุ ตอนที่ 10 จบบริบูรณ์
ไฟในวายุ ตอนที่ 9
ไฟในวายุ ตอนที่ 8
ไฟในวายุ ตอนที่ 7
ไฟในวายุ ตอนที่ 6
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
89 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
11 %
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
55555555+
mild_5_u@msn.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารนวลขวัญอ่ะ
ลมในไฟ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านมาจนจบแล้ว ก็เป้นนิยายน้ำเน่าอีกเรื่อง
เพลินๆไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาไวไปไว ยิ่งกว่าประกันอีก
เอิ๊กๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณมากที่ใจดีอัพให้อ่านตลอด
สนุกมากๆเรื่องนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014