หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ กุหลาบร้ายของนายตะวัน

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2557 08:03 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3 (ต่อ)
       
       ตะวันยังคงงัวเงียอยู่หน้าแปลงกล้วยไม้ โรสรินเปิดประตูโรงกล้วยไม้ ภายในเห็นโรงกล้วยไม้โล่งๆ ไม่มีกล้วยไม้สักต้น
       “ฉันจะทำให้โรงกล้วยไม้ของนายกลับมาเป็นเหมือนเดิม” โรสรินหันมามองหน้าตะวัน “กล้วยไม้อยู่ไหนจะได้เอามาแขวนให้มันครบๆ”
       ตะวันอึ้งหันมาดีดหูโรสริน
       “บ้าเหรอ มันไม่ได้ง่ายๆ แบบนั้น กล้วยไม้ทุกต้นในโรงนี้เป็นกล้วยไม้หายาก ผมเพาะมันขึ้นมาเองกับมือ”
       “ห๊า ดะเดี๋ยวนะ ฉันต้องปลูกกล้วยไม้ทดแทนให้นายงั้นเหรอ”
       “ถ้าคุณอยากชดใช้ คำตอบก็คือใช่”
       “แล้วกว่าจะโต ฉันไม่อยู่ที่นี่จนแก่เลยเหรอ”
       “ถ้าผมยอมให้คุณอยู่จนแก่ ผมคงเป็นบ้าตายไปก่อนละ”
       “เลิกพูดมาก ปากจัด แล้วลงมือสอนฉันเดี๋ยวนี้เลย”
       “ตามผมมา”
       ตะวันเดินตามออกไป โรสรินเดินตามไปอย่างใจร้อน
       
       พีระเดินหันซ้ายขวามองหาโรสริน
       “โรซี่ โรซี่ คุณอยู่ไหนน่ะ โรซี่คุณอยู่ที่ไหน” พีระหันมองซ้ายขวา แล้วพลันก็เจอโรสรินเดินตามตะวันมา พีระรีบหลบมุมแอบดู “มันจะพาโรซี่ไปไหน”
       โรสรินเดินตามตะวัน ตะวันหยุดเดินหันมอง
       “ผมไม่เชื่อหรอกว่าที่คุณยอมกลับมาที่ไร่เพราะคุณอยากจะกลับมาปลูกกล้วยไม้ให้ผม สารภาพมาซะดีๆ”
       “จะช้าหรือเร็ว นายก็คงต้องรู้ ใช่ ฉันไม่ได้อยากแก้ไขอะไรเลย แต่ว่า…” พีระลุ้นสุดๆ ว่าโรสรินจะตอบว่าอะไร
       “ที่ฉันกลับมาเพราะว่า เพราะว่าฉัน ฉัน ฉันคงอดคิดถึงนายไม่ได้ ฉันเพิ่งรู้ใจตัวเองว่า ฉัน ฉันรักนาย”
       ตะวันอึ้งไป
       “คุณโรส”
       โรสรินโผเข้ากอดตะวัน
       “ตะวันฉันรักนาย ฉันรักนายจริงๆ นะ”
       ตะวันลูบหัวโรสริน ยิ้มให้
       “ผมเชื่อแล้วครับ โรสริน ผมก็รักคุณ”
       พีระช็อกสุดๆ เดินออกมามองภาพบาดตา เข่าทรุดลงกับพื้น
       “ไม่ ต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่ม่ม่ ไม่ม่จริ๊งงง” โรสรินกับตะวันที่กอดกันอยู่หันมามองพีระแล้วหัวเราะอย่างสะใจ “ไม่ม่ ไม่ม่ ไม่ เป็นไปไม่ได้”
       พีระสะดุ้งพรวดลุกนั่งที่เตียง สีหน้าสยดสยองกับฝันร้าย
       “ไม่จริ๊ง ม๊าย”
       อุษาวดีนอนเตียงข้างๆ สะดุ้งตกใจตื่นหันมามอง พีระลุกขึ้นจะออกจากห้อง อุษาวดีรีบตามไปฉุดไว้
       “ไม่ม่ม่ ไม่ โรซี่ต้องไม่รักกับไอ้ตะวัน”
       “พี่พี พี่พีแค่ฝันร้าย โรสไม่มีวันรักนายตะวันหรอก”
       “ขนาดโรซี่อยากออกจากที่นี่ยังเปลี่ยนใจกลับมา แล้วทำไมจะเปลี่ยนใจรักนายตะวันไม่ได้ ไม่ พี่จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น”
       “แล้วจะเกาะติดโรสตลอดเวลาเหรอ โรสจะได้เหวี่ยงเข้าให้”
       “เราคงต้องใช้แผนกีดกันให้โรซี่ห่างจากนายตะวัน”
       “ก็ดีนะกันไว้ก่อนแก้ ว่าแต่วิธีอะไรเหรอ”
       พีระครุ่นคิด แล้วยิ้มอย่างมีแผน
       “แผนนี้ชัวร์สุดๆ แล้วคนที่จะทำให้แผนนี้สำเร็จจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก…”
       อุษาวดีลุ้นสิ่งที่พีระกำลังจะบอกอย่างสุดๆ
       
       อุษาวดีลากกระเป๋าเสื้อผ้าพรวดออกมา พีระวิ่งตามไปอ้อนขวางหน้าไว้
       “พี่พีบ้าไปแล้ว ไม่เอา ไม่ทำ อุษาไม่เอากับแผน ปญอ.ของพี่แน่”
       “แต่ไม่มีอะไรเด็ดเท่าแผนนี้อีกแล้วนะ”
       “เหรอ ให้น้องไปจีบนายตะวันเนี่ยนะ บ้า”
       “โธ่ ถือซะว่าเช็กเรตติ้งก็แล้วกัน บริหารเสน่ห์ให้นายตะวันมาติดกับ มันจะได้อยู่ห่างๆ จากโรซี่ไง นะนะ น้องรักนะ”
       “จะบ้าเหรอ น้องเป็นสาวไฮโซซะขนาดนี้ จะให้น้องไล่จีบไอ้หนุ่มบ้านไร่เนี่ยนะ ไม่ไหวอ่ะพี่พี”
       “ถ้าน้องไม่ช่วยพี่แล้วแมวที่ไหนจะช่วยวะ นะ ขอร้องล่ะ”
       อุษาวดีสีหน้าครุ่นคิดจะเอาไงดี พีระจับมือมองตาอ้อนขอร้องสุดๆ พลันเสียงน้ำค้างก็ตะโกนดังขึ้นจนพีระและอุษาวดีหันขวับมองอย่างสนใจ
       “ไม่ๆๆ ไม่”

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        น้ำค้างกับแย้กำลังเข็นรถใส่ตะกร้าดอกกุหลาบเพื่อไปห่อส่งขาย ชาญยืนขวางมองอย่างขอร้อง
       “นะๆ เป็นตัวช่วยให้ปู่เถอะน่า ยังไม่ทันไรก็รีบไม่เอาซะแล้ว”
       “แล้วน้ำค้างเกี่ยวอะไรด้วยถึงจะต้องเป็นตัวช่วยให้พี่ตะวันกับพี่โรสเค้ารักกัน ถ้าคนเค้าจะรักกันจริงๆ ไม่ต้องมีตัวช่วยหรอกค่ะ”
       “ถ้าคนเค้าไม่รักกัน ต่อให้มีตัวช่วยเป็นพันก็รักกันไม่ได้นะจ๊ะปู่”
       ชาญถีบแย้โครมเข้าให้
       “หนอย เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ ไปไหนก็ไปไอ้แย้ ข้าจะคุยกับหลาน ไป”
       “จ้า ไปก็ได้ จ้า ดุ จริงวุ้ย”
       แย้เดินกระเผลกๆ ออกไป ชาญเข้าไปกล่อมน้ำค้างอีก
       “ทำไมปู่ถึงเชื่อมั่นในตัวพี่โรส ทั้งๆ ที่เพิ่งทำให้พี่ตะวันต้องเสียใจที่สุด”
       “ปู่มองคนไม่ผิดหรอก สักวันแกจะเห็นด้วยกับปู่ แต่ตอนนี้ช่วยให้ปู่สมหวังทีเถอะนะ นังน้ำค้าง ปู่เคยขอร้องอะไรแกสักครั้งมั้ย”
       “โห ก็มากมายนะคะปู่”
       “ไม่รู้ล่ะ นี่ถือว่าเป็นคำสั่ง เอ็งทำยังไงก็ได้ให้สองคนนั้นเค้ารักกันให้ได้ เข้าใจมั้ย”
       แล้วชาญก็เดินออกไปเลย น้ำค้างมองตามอย่างอ่อนใจ
       
       มุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก พีระ อุษาวดีแอบมองอยู่ พีระมีสีหน้าหนักใจ
       “ได้ยินแล้วใช่มั้ย ถ้าอุษาไม่ช่วยพี่ รับรองงานนี้พี่เสียโรซี่ให้ไอ้ตะวันแน่ๆ ว่าไง จะช่วยมั้ยช่วย”
       อุษาวดีตัดสินใจ ใจอ่อนแต่ตาเจ้าเล่ห์
       “อ่ะ ก็ได้ๆ แต่ว่า มันก็เหนื่อยอยู่นะ”
       “กระเป๋าใบนึง”
       “ใบเดียว”
       “รองเท้าอีกคู่”
       “แค่เนี้ย”
       “2 คู่” อุษาวดีอ้าปากจะต่อรอง พีระพูดสวน “รองเท้า 2 คู่ กระเป๋า 2 ใบ ดิว”
       อุษาวดีตีมือเพี๊ยะ
       “ดิว”
       สองพี่น้องยิ้มให้กัน
       “ดีมาก ต้องงี้สิ แต่ปัญหาก็คือ ทำยังไงถึงจะกันยัยน้ำค้างออกไปได้”
       พีระกับอุษาวดีหันมองไปทางน้ำค้าง แล้วหันกลับมามองหน้ากันอย่างครุ่นคิด
       
       ที่โรงหมักน้ำยาชีวภาพ โรสรินหันมองหน้าตะวันอย่างไม่เข้าใจ พามาที่นี่ทำไม
       “ไหนว่าต้องเพาะกล้วยไม้เองไง แล้วพามาที่นี่เพื่อ”
       “มันก็ต้องมีขั้นมีตอน คุณทำโรงกล้วยไม้ผมปนเปื้อนสารพิษ มันก็ต้องทำความสะอาดก่อน แล้วคุณก็ต้องเอาน้ำหมักชีวภาพนี่ไปฉีดฆ่าเชื้อ” ตะวันเปิดฝาถังน้ำยาชีวภาพออก แล้วยื่นหน้าดม ตะวันสีหน้าสดชื่นมากๆ “หอมนะคุณ ดมมั้ย”
       โรสรินสงสัย เดินไปก้มหน้าดมบ้าง แล้วก็แทบจะเป็นลม
       “หนูตายอยู่ในนี้รึเปล่า แหวะ ไอ้บ้า นายหลอกฉัน”
       “หอมจะตาย คุณแค่ไม่ชินเอง ในนี้มีแต่พืชผักผลไม้ทั้งนั้นหมักด้วยวิธีธรรมชาติ หมักต่ำๆ ก็สามเดือนถึงจะใช้ได้” โรสรินบีบจมูก
       “ถ้างั้นก็รีบๆ เอาไปพ่นโรงกล้วยไม้เลยสิ จะขาดอากาศหายใจอยู่แล้ว”
       “ขอโทษนะ ถ้าคุณจะใช้น้ำหมักจากถังนี้ คุณก็ต้องทำขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทน แล้วคุณก็ต้องหมักน้ำยานี้ด้วยตัวเองเท่านั้น”
       โรสรินลืมตัว ลืมปิดจมูก
       “ห๊า หมักเองด้วยเหรอ” โรสรินเหม็น รีบปิดจมูก
       “ทำไม แค่นี้ก็ถอดใจแล้วเหรอ ถ้าทำไม่ได้ก็กลับกรุงเทพไปเลยไป”
       โรสรินโมโหที่โดนท้า
       “โธ่เอ๊ย ก็แค่เรื่องกระจอกๆ มันจะยากซักแค่ไหน”
       “เดี๋ยวก็รู้”
       ตะวัน โรสรินมองหน้ากันอย่างท้าทาย
       
       แย้และคนงานเข็นรถเข็นพวกพืชผักผลไม้ต่างๆ แล้วเอามาเทกองรวมกันบนผ้าใบ เป็นผลไม้จำพวกกล้วยน้ำว้าสุก มะละกอสุก ฟักทอง ตะไคร้ ข่า
       “ผลไม้กองนี้สำหรับหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพบำรุงพันธ์พืช และกำจัดศัตรูพืช” ตะวันบอกโรสริน แย้และคนงานเทตะกร้า ฝักส้มป่อย มะคำดีควาย มะนาว ออกมากองรวมกัน “ส่วนฝักส้มป่อย มะคำดีควาย มะนาว สำหรับพ่นทำความสะอาด”
       “แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ”
       “เดี๋ยวมือวางอันดับหนึ่งในการทำน้ำหมักจะสาธิตให้ดูครับ”
       “ไม่ต้อง ออกไปได้แล้ว ให้คุณโรสทำด้วยตัวเอง”
       แย้และคนงานเดินออกไป ตะวันชี้นิ้วสั่ง
       “ไปนั่งลงตรงนั้น แล้วคัดแยกเอาเฉพาะผลไม้สุกออกมา”
       “ไอ้บ้าอำนาจ ดีแต่สั่ง”
       “ก็ยังดีกว่าคนดีแต่ปาก ถ้าคุณไม่ทำก็ไปเก็บกระเป๋าซะ ไป”
       โรสรินกระฟัดกระเฟียดเดินไปนั่งคัดแยก
       “ให้มันทะมัดทะแมงหน่อย คัดผลไม้นะไม่ใช่คัดเพชรคัดพลอย”
       โรสรินคัดแยกจับฟักทอง แต่ก็เละคามือเพราะสุกจัด
       “อี๋” โรสรินเห็นหนอนที่ฟักทองยั้วเยี้ย “อ๊ายยย ยั๊วเยี๊ยะเลยอะ” โรสรินจะโยนทิ้ง
       “เฮ้ย อย่า อย่าโยนทิ้ง ยิ่งสุกยิ่งมีหนอนยิ่งดีแสดงว่าปลอดสารพิษ”
       “อี๋ หนอนพรึ่บแบบนี้ ไม่ให้ฉันทิ้งแล้วจะให้ฉันทำยังไง”
       “จับกินทีละตัวละมั้ง”
       “ไอ้บ้า อ๊ายยย เอาออกไป เอาหนอนออกไป มันไต่มือฉันแล้ว”
       มือโรสรินมีหนอนติดเต็มมือไปหมด
       “อย่าลุกหนี นั่งอยู่ตรงนั้นแหล่ะ”
       ตะวันเดินไปนั่งลงข้างๆ โรสริน จับมือโรสรินแล้วหยิบหนอนออกจากแขนโรสรินทีละตัว โรสรินอี๋สุดๆ กลัวมากๆ เอามืออีกข้างโอบเอวตะวันอย่างไม่รู้ตัว หลับตาปี๋เอียงหน้าซบไหล่ตะวัน ตะวันถึงกับเกร็งๆ ไปเหมือนกัน
       “อยู่นิ่งๆ ไม่ต้องกลัว”
       ตะวันเผลอใจแอบมองโรสรินที่หลับตาปี๋ซบไหล่ตัวเองอยู่ ซักพักโรสรินเอะใจลืมตามองตะวันพรึ่บ
       “มองอะไร”
       ตะวันชะงัก เกือบเสียฟอร์ม
       “ก็ ก็มองว่าคุณน่ะน่ากลัวยิ่งกว่าหนอนอีกน่ะสิ”
       โรสรินผลักหน้าตะวันหงาย
       “อร้าย ไอ้บ้า นายสิไอ้ปากเน่าปากหนอน ทุเรศๆๆ”
       โรสรินตีๆๆ ตะวันไล่คว้ามือโรสริน
       “เฮ๊ยๆ อย่า หยุด หนอนกระเด็นเละหมดแล้ว”
       “ว๊ายๆ เร็วๆ รีบเอาออก เอามันออกไป๊”
       
       ตะวันขำก๊าก กับอาการของโรสริน

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        พีระเดินครุ่นคิดไม่มองทาง ปากก็บ่นพึมพำ
       “จะกันยัยน้ำค้างออกไปยังไงดีน้า คิดๆ”
       อีกทางหนึ่งน้ำค้างก็เดินครุ่นคิด บ่นพึมพำเหมือนกัน
       “คิดๆๆ โอ๊ย คิดไม่ออกจะทำยังไงพี่ตะวันถึงจะรักกับพี่โรสได้นะ เฮ้อออ”
       “กลุ้มโว้ยย / โอ๊ยกลุ้มมม”
       พีระ น้ำค้าง เงยหน้ามองกัน แล้วพลันก็เขม่นกันทันที
       “กลุ้มอะไรยัยน้ำเน่า”
       “เรื่องของฉันไม่ต้องมาสาระแน”
       “มันจะมากไปแล้ว รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง เธออายุน้อยกว่าฉันเยอะนะ”
       “แล้วไง ก็นายแก่แต่ไม่ได้ทำตัวน่าเคารพเลยซักกะนิส”
       “เฮ้อ เพลียจริงๆ ไม่สวยแล้วยังปากเสีย”
       “หล่อตายนักนี่ หน้าอย่างนายไปศัลยกรรมที่เกาหลีหมอเค้ายังไม่รับ ยังมีหน้าว่าคนอื่น”
       “อย่างฉันถ้าจะทำศัลยกรรมก็คงทำแค่หน้า แต่อย่างเธอต้องผ่าตัดทั้งตัว”
       “ก่อนจะให้คนอื่นไปผ่าตัด นายไปผ่าน้องหมาออกจากปากก่อนดีกว่า”
       “โอ๊ยแรง ยัยน้ำเน่า”
       “อีตาไร้สาระ”
       พีระ น้ำค้างเดินมาจ้องหน้ากันอย่างเอาเรื่อง แต่แล้วพลันรถของกิตติทัตขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน พีระกับน้ำค้างหันไปมองเห็นกิตติทัตลงจากรถ
       “หมอมาก็ดีแล้วค่ะ” น้ำค้างชูหมัด “คอยอยู่หามศพหมอนี่ออกไปด้วย ทนไม่ไหวแล้ว”
       กิตติทัตรีบเข้ามาห้ามไว้
       “ใจเย็นน่าน้ำค้าง อย่างน้อยคุณพีระเค้าก็เป็นแขกของไร่ตะวันนะ”
       “แขกไม่ได้รับเชิญสิไม่ว่า”
       “ถ้าโรซี่ไม่กลับมาที่นี่ฉันก็ไม่อยากอยู่หรอก รู้ไว้ซะด้วย”
       พีระฟึดฟัดแล้วจะเดินออกไป
       “หมอมาหาใครเหรอคะ”
       “หมอมีธุระกับเหยิน เอ่อ คุณโรสน่ะ อยู่ไหนเหรอ”
       พีระชะงักกึกหันขวับไปมองกิตติทัต
       “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกรึไงวะ มีไอ้ตะวันยังไม่พอ นี่ยังมีไอ้หมอกิตติทัตอีกคน โธ่เว๊ย”
       
       ที่โรงเก็บน้ำหมักชีวภาพ โรสรินหลับตาปี๋มืออีกข้างยังคงกอดตะวันไว้อยู่
       “เอาหนอนออกหมดแล้วลืมตาได้แล้ว”
       “จริงๆ นะ หมดแล้วจริงๆ นะ”
       ตะวันเห็นโรสรินกลัวมากก็เลยตบไหล่ปลอบเบาๆ
       “ไม่ต้องกลัวแล้วนะ”
       น้ำค้างพาพีระกับกิตติทัตเข้ามา ทั้งหมดเห็นเหมือนโรสรินกับตะวันกอดกัน
       “โรซี่ / คุณโรส / ยัยเหยิน”
       ทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกัน ตะวัน โรสริน ปล่อยมือออกจากกันหันขวับมอง
       “ไม่จริง ไม่ โรซี่กอดนายตะวัน” พีระรับไม่ได้ ผิดกับกิตติทัตที่ยิ้มให้ตะวันกับโรสริน
       “เหยิน ขอโทษที่รบกวนเวลาสวีทกันนะ”
       “ไม่ได้สวีท” ตะวันกับโรสรินพูดพร้อมกัน
       “ก็เห็นกอดกันอยู่เต็มๆ ตา อย่าบอกนะว่าแอบกิ๊กกัน พีไม่ยอมนะ”
       “แค่คิดก็ขนลุกแล้ว ใครจะอยากกอดนายนี่”
       “ขนลุก ถ้าผมความจำไม่เสื่อม เมื่อกี๊คุณกอดผมไม่ปล่อย”
       “ไอ้ ไอ้ตะวัน ไอ้ปากหนอน”
       โรสรินโมโหผลักตะวันล้มลงในกองผลไม้ เผละ พีระหัวเราะอย่างสะใจที่ตะวันล้มก้นจ้ำเบ้า โรสรินหงุดหงิดผลักพีระล้มก้นจำเบ้าในกองผลไม้เข้าอีกคน เผละ
       “เฮ้ย เกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย”
       แล้วโรสรินก็เดินหนีออกไปเลยอย่างหงุดหงิด
       “ยัยตัวแสบจะหนีไปไหน โธ่เว้ย”
       
       โรสรินเดินหงุดหงิดออกมา กิตติทัตเดินตามติด
       “เหยินเดี๋ยวก่อนสิ ใจเย็นๆ เป็นอะไร”
       โรสรินหยุดเดิน หันขวับ
       “กำลังจี๊ดส์ อยากโดนอีกคนเหรอ”
       “ยังไม่เลิกซะทีนะเหยิน นิสัยจี๊ดส์ได้ตลอดเวลา”
       “จะไม่ให้จี๊ดส์ได้ไง รู้กันอยู่ว่าโรสเกลียดนายตะวัน ยังจะหาว่ากิ๊กกันได้อีก ประสาท”
       “เอ้า ไม่กิ๊กก็ไม่กิ๊ก แล้วนี่โรสจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน”
       “เสร็จงานเมื่อไหร่ไปตอนนั้นแหล่ะ ทัตมีธุระอะไรกับโรสรึเปล่า”
       กิตติทัตเดินเข้าไปใกล้ๆๆ โรสริน มองตาและยิ้มให้จนโรสรินรู้สึกหวิวๆ
       “คิดถึง”
       โรสรินถึงกับอึ้งไป
       “นายขาโก่ง อย่าพูดบ้าๆ นะ”
       โรสรินอึ้งๆ ไป กิตติทัตเขยิบเข้าใกล้ขึ้นอีก โรสรินใจเต้นตึกตัก แล้วกิตติทัตก็หัวเราะออกมาที่แกล้งโรสรินได้
       “หมอบ้า แกล้งฉันเหรอ” โรสรินทุบๆๆ
       “โอ๊ยๆ ยอมแล้วๆ ได้ยินว่าโรสจะอยู่ที่สักพัก เราก็เลยมีของมาฝาก”
       “ของฝาก”
       
       กิตติทัตวางซองยาและอาหารเสริมลงบนมือโรสริน ตอนนี้เห็นว่าเต็มทั้งสองมือโรสรินเลย
       “กระปุกนี้สำคัญมาก ทานพร้อมอาหารทุกมื้อช่วยสร้างคอลลาเจนและเม็ดเลือดขาว ส่วนนี้ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ต้านอนุมูลอิสระ” กิตติทัตหยิบกระปุกวิตามินวางบนมือโรสรินอีก “วิตามินรวมชนิดเข้มข้น เหมาะกับผู้ที่พักผ่อนไม่พอ ทำงานหนัก อยู่ในภาวะเครียด จะได้รู้สึกสดชื่น บำรุงสมองด้วย”
       “ขอบใจนะทัต” โรสรินมองยา แล้วมองหน้ากิตติทัต “มันไม่เยอะไปหน่อยเหรอ”
       “โรสเพิ่งหายป่วย ร่างกายยังอ่อนแอก็ต้องบำรุงหน่อยสิ แล้วโรสนึกยังไงหนีจากกรุงเทพมาเป็นคนงานที่ไร่ตะวัน”
       “เรื่องมันยาวน่ะ ทัตอย่ารู้เลย เพราะเดี๋ยวโรสก็จะกลับแล้ว”
       “แต่ระวังติดใจหลงรักที่นี่เหมือนเรานะ เราตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่ถาวรแล้วล่ะ”
       “ถ้าโรสอยู่ต่อไปนานๆ มีหวังเส้นเลือดสมองระเบิดบึ้ม”
       ตะวันเดินเข้ามาคว้าหมับที่แขนโรสริน
       “ขอโทษนะครับคุณหมอ ยัยนี่หมดเวลาพัก กลับไปทำงานได้แล้ว”
       “มารยาทเสื่อม ไม่เห็นเหรอว่าทำอะไรกันกันอยู่”
       “ผมสนแค่ว่าคุณต้องรีบกลับไปทำงานให้เสร็จ จะได้รีบไปๆ จากไร่ผมซะที”
       
       ตะวันลากโรสรินออกไป โรสรินทุบๆ ตะวัน ตะวันใจแข็งไม่ยอมปล่อย ลากโรสรินออกไปเลย กิตติทัตมองตามอย่างเหวอๆ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        โรสรินหน้ามุ่ยหยิบผักผลไม้ลงไปในถังหมัก
       
       “ปากก็บอกอยากรีบเสร็จรีบกลับ แต่การกระทำสวนทางตลอด”
       “พักหายใจไม่ได้เลยใช่มั้ย”
       “ได้ แต่ไม่ใช่อู้งานไปอ้อนหมอทัต คนดีอย่างนั้นอย่าไปคิดอกุศลกับเค้าเลย”
       “เดี๋ยวเหอะ ทัตกับฉันเป็นเพื่อนรักกัน”
       “หึ เพื่อนรัก รักเพื่อนน่ะสิไม่ว่า” ตะวันหยิบถังน้ำยื่นให้ “เทใส่ไปในถังหมัก อย่าให้ล้นล่ะ”
       โรสรินเทน้ำใส่ถังหมัก
       “นายนี่มันปากหนอนได้ตลอด”
       “ผมก็แค่อยากให้คุณมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่วอกแวกเรื่องผู้ชาย” ตะวันยื่นแกลอนให้ “เทกากน้ำตาลลงไป ผสมให้เข้ากันด้วย”
       โรสรินเทกากน้ำตาลลงไปในถังหมัก แล้วใช้ไม้คนๆ
       “ฉันไม่เคยสนผู้ชายอยู่แล้ว แต่ถ้าผู้ชายมาสนใจฉันนั่นอีกเรื่อง รู้ไว้ซะด้วย”
       “โถ แม่คนเสน่ห์แรง” ตะวันยื่นฝาให้ “ปิดฝาให้สนิท”
       โรสรินปิดฝา
       “แน่นอนอยู่แล้ว ไม่เหมือนนาย ที่มีแต่ยัยชะนีนั่นร้องเรียกหาได้ตลอด”
       “ชะนีที่ไหน”
       “พี่ตะวันขา”
       พูดปุ๊บก็มาปั๊บ ตะวัน โรสรินหันขวับเจอมาลัยเดินลัลล้าถือผลไม้เข้ามาฝาก มาลัยเห็นโรสรินก็มองเขม่นๆ แล้วคว้าแขนตะวันหมั่บ
       “โกออนนาวโก คนรักเค้าจะจู๋จี๋แอบกิ๊กแอบกินกัน ไปเลยชิ้วๆ”
       “เชิญ ขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มคอกนะ”
       แล้วโรสรินก็เดินออกไป ตะวันหันมองหน้ามาลัยอย่างปลงๆ
       “ขอบใจ ของมันแน่อยู่แล้ว เอ๊ะ มีลูกเต็มคอกนั่นมันหมูแล้ว ยัยบ้าหลอกด่าฉันเหรอ! อ๊ายยย”
       ตะวันเอามือปิดหูอย่างสุดรำคาญ
       
       พีระเดินมองซ้าย ขวาหาโรสริน น้ำค้างเดินตามติดไม่ห่าง
       “จะเดินตามทำไม รำคาญ ฉันจะตามหาโรซี่”
       “แล้วทำไมนายต้องคอยตามคุณโรสตลอดเวลาด้วย”
       “โรซี่เค้าเป็นแฟนฉัน แต่เธอไม่ใช่แฟนฉันไปเลยชิ๊ว”
       น้ำค้างจับหน้าพีระมาจ้อง
       “นึกว่าจะบื้อแต่หน้า เฮ้อ สมองก็บื้อเหมือนหน้า” น้ำค้างผลักหน้าพีระกระเด็น
       “เฮ่ย ยัยเด็กบ้า”
       น้ำค้างชี้หน้า พีระชะงักกึก
       “นายนี่มันไม่มีสมองจริงๆ เดินอยู่ในไร่ของปู่ฉันแท้ๆ แต่บังอาจมาไล่ฉันชิ้วๆ ฉันต่างหากที่มีสิทธิ์จะไล่นายไป นายไร้สาระ”
       “ยังกะฉันอยากอยู่นักนี่ ยัยน้ำเน่า” พีระเดินหนีน้ำค้างเดินตาม พีระหงุดหงิดหันขวับมอง “ฉันรู้นะว่าปู่สั่งเธอช่วยให้ตะวันกับคุณโรสรักกัน เธอจะขัดขวางฉันใช่มั้ย”
       “ใช่ แล้วฉันก็จะทำอย่างสุดความสามารถด้วย”
       น้ำค้างลอยหน้าลอยตากวนๆ จนพีระชักหงุดหงิด พีระคว้าแขนน้ำค้างหมับ ดึงน้ำค้างเข้ามาใกล้
       “เลิกยุ่งเรื่องนี้ซะ รู้มั้ยว่าเรื่องรังแกผู้หญิงเนี่ยฉันถนัดที่สุด” พีระยื่นหน้าไปใกล้ๆ เหมือนจะจูบน้ำค้าง “แล้วผู้หญิงอย่างเธอมันก็น่ารังแกที่สุดด้วย”
       “อย่านะ”
       “จูบสักสองสามจ๊วบซะดีมั้ย”
       “ไอ้บ้า แค่จ๊วบเดี๋ยวฉันเอานายตายแน่”
       “จ๊วบแล้วติดใจ จะร้องขอให้จ๊วบอีกล่ะไม่ว่า”
       พีระทำท่าเหมือนจะจูบน้ำค้าง พลันรถของกิตติทัตขับเข้ามาจอด เอี๊ยด กิตติทัตรีบลงจากรถ เข้ามาหา
       “หมอทัตช่วยด้วย”
       กิตติทัตเห็นพีระจับไหล่น้ำค้างแน่นเหมือนจะทำร้าย กิตติทัตกระชากมือพีระออกทันที
       “คุณจะทำอะไร”
       กิตติทัตชกเปรี้ยงเต็มแก้มพีระ พีระร่วงผล็อย น้ำค้างวิ่งเข้าไปกอดกิตติทัตอย่างยังไม่หายตกใจกลัว กิตติทัตกอดปลอบน้ำค้างไว้อย่างเป็นห่วง
       
       โรสรินเปิดก๊อกน้ำ ฉีดน้ำจากสายยางล้างคราบต่างๆ ที่มือและแขน หลังเสร็จจากการทำน้ำหมักชีวภาพ ตะวันเดินหนีมาลัย มาลัยเดินตามต้อยๆ โรสรินหันไปเห็นก็ส่ายหน้าอ่อนใจ ทำเป็นไม่สนใจ
       “ไม่ต้องตาม กลับไปขายผลไม้ได้แล้ว”
       ตะวันหันขวับมาบอก มาลัยเบ้หน้า ทุบอกตะวันหลายที
       “ใจร้ายๆๆ”
       “พี่มีธุระหลายอย่างต้องทำ ต้องสอนงานให้คุณโรสอีก ถ้าไม่มีธุระก็กลับไป”
       “เค้าอยากชวนตัวเองไปเดทที่งานวัดในอำเภอ เราไม่ได้ด้วยกันนานแล้วนะ”
       “ไม่เคยไปเลยต่างหาก”
       “ไม่รู้ล่ะ มาลัยกับแม่คุยลั่นตลาดแล้วว่าพี่ตะวันจะควงมาลัยเที่ยวงานวัด เราจะได้เปิดตัวความรักของเราให้กระฉ่อนอำเภอกันไปเล้ย”
       “เฮ้ย พูดอย่างนี้ยิ่งไม่ไปเลย”
       “ไม่ได้นะโว้ย เอ็งต้องไป” ชาญเดินสีหน้าจริงจังเข้ามา ทุกคนมองอย่างแปลกใจ “ปู่ไปบอกกับกรรมการวัดแล้วว่าแกจะไปสาธิตวิธีเพาะกล้วยไม้ แล้วปู่ก็จองสถานที่ให้แล้วด้วย”
       “ปู่ครับ ไม่ปรึกษาผมก่อนเลยเหรอ”
       “เรื่องดีๆ จะปรึกษาทำไมวะ หรือว่าแกจะปฏิเสธ”
       มาลัยหน้าตาสมหวังมากๆ
       “ไม่เอาๆ ไม่ปฏิเสธ ยิ่งเป็นอย่างนี้ยิ่งต้องไปเลย ให้ความรู้ชาวบ้านดำๆ ได้บุญนะคะสามี” สามีหันขวับมองโรสริน “แล้วคนที่ไม่ได้รับเชิญ อย่าสะเออะมาก็แล้วกัน”
       “งานวัดนะไม่ใช่แอลแฟชั่นวีค ทำอย่างกับอยากไป”
       “ไม่ไปก็ดีจะได้ไม่ต้องมีกว้างขวางคอ” มาลัยส่งจูบจูจุ๊บตะวัน “ไปก่อนนะสามีขา”
       แล้วมาลัยก็เดินลัลล้าออกไป ตะวันยังยืนอึ้งๆ อยู่ โรสรินจะเดินหนี ตะวันครุ่นคิดแล้วรั้งไว้
       “เดี๋ยวคุณโรส คืนนี้คุณต้องไปงานวัดกับผม”
       “เพื่อ ฉันไม่ไป”
       “ต้องไป ผมจะได้สอนทีเดียวเลยว่าเพาะกล้วยไม้เค้าทำกันยังไง แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วย”
       แล้วตะวันก็เดินหนีออกไป โรสรินมองตามเหวอๆ แล้วก็เดินออกไปอีกทาง ชาญยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นึกถึงสิ่งที่คุยกับณรงค์
       “ไร่ตะวันหันไปทางไหนก็เจอแต่ดอกไม้ ไม่รู้ยัยโรสจะเบื่อขึ้นมาตอนไหน น่าจะให้ตะวันพาโรสไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง บางทีเดินเที่ยวเล่นกันไปมา อาจจะไปเดินเล่นในหัวใจกันก็ได้นะเว้ย”
       ชาญยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มากกว่าเดิม
       “ปู่จัดให้แล้วนะตะวัน อย่าทำให้ปู่ผิดหวังนะไอ้หลาน”
       
       ชาญหัวเราะคิกๆ

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 15
กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 14
กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 13
กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014