กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3

โดย MGR Online   
5 กุมภาพันธ์ 2557 08:03 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3 (ต่อ)
       
       โรงพยาบาลต่างจังหวัด โรสรินค่อยๆ ลืมตาตื่น ยังเบลออยู่เมื่อมองไปรอบๆ พอหันไปเห็นสายน้ำเกลือก็สะดุ้งโหยงแทบจะลุกขึ้น
       “อย่าลุกพรวดแบบนั้นสิเหยิน”
       โรสรินยังเบลออยู่
       “เหยิน กล้าดียังไงเรียกฉันแบบนี้”
       กิตติทัต นายแพทย์หนุ่มรีบเข้ามาดูโรสริน พอโรสรินมองหน้าเขาชัดๆ ก็อึ้งไป
       “นายขาโก่ง”
       กิตติทัตชะงักไปนิด ตอกกลับ
       “เบาๆ หน่อย นี่ที่ทำงานเรานะ ยัยเหยิน”
       โรสรินปิดปากตัวเอง แทบช็อก
       “ฉันจัดฟันใหม่ตั้งชาตินึงแล้ว เรียกคนสวยอย่างฉันแบบนั้นได้ไง เดี๋ยวก็จี๊ดส์ซะหรอก” กิตติทัตหัวเราะ
       “ขนาดป่วยแทบตายยังจี๊ดส์ได้อีก คุณยังนิสัยไม่ดีเหมือนตอนมัธยมเลยนะ แล้วไปไงมาไง มาอยู่แถวนี้ได้ เห็นคุณทีแรกผมงงไปเลย”
       โรสรินนึกขึ้นได้ รีบจับแขนกิตติทัตไว้ทันที
       “ฉัน ช่วยฉันด้วยนะ ฉันหนีคนๆ นึงมา” กิตติทัตแปลกใจกับท่าทีหวาดหวั่นของโรสริน ประตูเปิดออก ตะวันเดินเข้ามาพอดี “นั่นไง คนนี้แหล่ะที่จะจับตัวฉันไปทำร้าย”
       โรสรินกอดแขนกิตติทัตแน่น
       “คนเนี๊ยะนะ”
       โรสรินพยักหน้าสุดแรงเกิด
       “แต่คุณตะวันเป็นคนที่พาคุณมาส่งโรงพยาบาลนะโรส” โรสรินชะงักไป
       “นายตะวันจะพาฉันไปฆ่าหมกป่าไม่ใช่เหรอ”
       “ไปกันใหญ่แล้ว ว่าแต่คุณเถอะไปทำยังไงเข้า ถึงโดนพิษยาฆ่าหญ้าแบบนั้น มันถึงตายได้นะ ดีนะ ที่คุณตะวันพาคุณมารักษาทันเวลา”
       โรสรินเหวอ ช็อกไป ตะวันกอดอกจ้องหน้าโรสรินแววตายังไม่หายโกรธ
       
       โรสรินอยู่ในห้องพักผู้ป่วยกับตะวันตามลำพัง กิตติทัตออกไปแล้ว โรสรินท่าทางอึดอัดมาก ตะวันทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้ โรสรินผงะหนี ปรากฏว่าตะวันแค่จับสายน้ำเกลือใหม่ให้เข้าที่ โรสรินอึดอัดพูดไม่ออก ตะวันเห็นท่าทีโรสรินก็ถอนใจ จะเดินออกไป
       “นาย นายไม่โกรธฉันเหรอ” ตะวันชะงัก หยุดเดิน “ฉัน ฉันทำให้กล้วยไม้นาย เสียหาย ทำไม ถึงยังพาฉัน มาโรงพยาบาล”
       ประตูเปิดออกอีกหน ชาญ น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ พีระและอุษาวดี พากันเข้ามาในห้อง อึ่งจูงมืออาทิตย์ปรี่ไปหาโรสรินเลย
       “ยังสวยเหมือนเดิม อึ่งกับคุณทิตย์คิดว่าพี่โรสจะม่องเท่งชักแหง่กๆๆ ไปแล้วซะอีก”
       “หนูโรส เห็นหมอบอกว่าปลอดภัยแล้วนะ” ชาญตบบ่าตะวัน “นึกว่าจะเดาผิดซะอีก ที่แท้แกก็พาหนูโรสเขามาหาหมออย่างที่ปู่คิดไว้จริงๆ” ชาญหันไปแขวะพีระนิดๆ “ถ้านายนี่ตามไปคงขัดขวางไม่ถึงมือหมอพอดี”
       พีระขวางตะวัน รีบเข้าไปหาโรสริน
       “โรส ผมเป็นห่วงคุณใจจะขาดนะรู้มั้ย”
       “โรส เป็นยังไงบ้างคะ”
       “น้ำค้างนับถือหัวใจพี่จริงๆ ถึงจะโกรธแทบตายแต่ยังเป็นห่วงถึงพาคุณโรสมาหาหมอ”
       “ห่วงเหรอ พี่ก็แค่ไม่อยากให้มีคนตายในไร่ของเราก็เท่านั้นเอง”
       โรสรินอึ้งไปกับคำพูดของตะวัน ตะวันหันมาจ้องหน้าโรสรินอย่างผิดหวังเสียใจ แล้วตะวันก็เดินหนีออกไปเลย
       โรสรินใจคอไม่อยู่กับตัว ไม่ได้สนใจพีระกับอุษาวดีที่มาถามไถ่อาการอยู่ข้างเตียงสักเท่าไหร่แล้ว
       
       น้ำค้างกับอึ่ง อาทิตย์ช่วยจัดของที่ชั้นวางของข้างเตียงให้โรสริน ชาญอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียง
       “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่นางฟ้าจะทำอย่างนั้น ไม่จริงใช่มั้ยคะ”
       อึ่งถาม อาทิตย์จ้องหน้าน้ำค้างอย่างคาดหวังคำตอบให้ไม่เป็นในสิ่งที่คิด
       “จริง”
       อาทิตย์สีหน้าผิดหวังขึ้นมา โรสรินสีหน้าหยิ่งๆ ไม่รู้สึกสักนิดว่าทำผิด
       “ทำอะไรลงไปรู้ตัวรึเปล่า ใครๆ ก็รู้ ว่าพี่ตะวันหวงเรือนกล้วยไม้นั้นมาก”
       “ก็แน่สิ สถานที่พลอดรักของนายตะวันนี่”
       “พลอดรัก”
       ชาญ อึ่ง น้ำค้างพูดพร้อมกัน
       “ไม่ใช่นะพี่โรส พี่โรสเข้าใจผิดแล้ว”
       “พ่อแม่ของตะวัน เค้าช่วยกันเพาะกล้วยไม้พวกนั้นเอาไว้ ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุเสียไปทั้งคู่น่ะหนูโรส” ชาญบอกอย่างเศร้าๆ โรสรินชะงัก
       “อะไรนะ”
       “มันก็เลยรักที่นั่นมาก ที่นั่นมันก็เหมือนกับหัวใจของไอ้ตะวัน”
       โรสรินนึกไม่ถึง ยังไม่อยากเชื่อ
       “เอ่อ แต่ว่า มันไม่ใช่ที่ๆ เค้า มานัดพบกับแฟน เหรอคะ”
       ชาญ น้ำค้าง อาทิตย์ อึ่งถึงกับงง
       “ไม่มีทาง พี่ตะวันหวงจะตาย ขนาดพวกคนงานยังไม่ค่อยจะให้เข้า อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย เรือนกล้วยไม้นั่นเป็นหัวใจของพี่ตะวันจริงๆ ค่ะ”
       โรสรินอึ้ง แล้วที่ได้ยินมา...มันคืออะไร
       
       ตะวันออกมายืนสงบใจอยู่ข้างนอกได้สักพัก ชาญเดินออกมาหา
       “ผมไม่เชื่อหรอกนะปู่ เรื่องที่ยัยโรสบอกว่าตั้งใจจะกำจัดวัชพืช” แววตาตะวันปวดร้าวมาก ชาญเข้าใจความเจ็บปวดของหลานจนพูดไม่ออก “ถึงผมจะพาเค้ามาโรงพยาบาล ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะยอมที่เค้าก่อเรื่อง
       มันคนละเรื่องกัน”
       ชาญยิ่งจ๋อย และยิ่งพูดไม่ออกเพราะตะวันพูดถูก
       “ปู่รู้ว่าแกเสียใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหน” ชาญจับบ่าตะวัน “แกช่วยชีวิตคนแล้ว ช่วยให้โอกาสคนอีกสักครั้ง ปู่เชื่อว่าถ้าหนูโรสเขารู้ตัวว่าทำผิด เค้าต้องเสียใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน ปู่ยังเชื่อความดีในตัวของหนูโรส เค้าไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่แกคิดหรอก ปู่พาทุกคนกลับไร่ก่อน แล้วพาหนูโรสเค้ากลับไร่ดีๆ อย่าไปโมโหเค้าอีกล่ะรู้มั้ย”
       ชาญบีบไหล่ตะวันอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินไป ตะวันครุ่นคิดตัดสินใจ
       “ปู่ครับ ผมขอโทษ หวังว่าปู่คงเข้าใจผมนะครับ”
       
       โรสรินไม่อาจสลัดสิ่งที่ได้ยินมาออกไปจากหัว ขณะที่พีระและอุษาวดีซื้อของมาเอาใจสารพัด
       “คุณเก่งมากเลยนะโรซี่ ทำเอาไอ้หมอนั่นมันหน้าซีดไปเลยที่ดอกไม้มันตาย” โรสรินได้ฟังพีระพูด ยิ่งสะท้อนใจชอบกล “แต่ถ้าคุณไม่โดนพิษยาฆ่าหญ้าก็จะดีกว่านี้ เป็นความผิดของผมเอง”
       “พี่พีไปซื้อของบำรุงพวกนี้มาเพื่อโรสโดยเฉพาะเลยนะ อยากได้อะไรอีกบอกพวกเราเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
       โรสรินไม่ค่อยได้ฟังทั้งสองคน ใจยังนึกห่วงแต่เรื่องที่ไปทำร้ายจิตใจตะวันเข้า โรสรินคิดๆ ทำยังไงดี พลันเสียงโทรศัพท์มือถืออุษาวดีดังขึ้น
       “ลูกค้าอุษาโทรมา ขอไปคุยงานก่อนนะคะ” อุษาวดีบอกแล้วเดินออกไป
       “เดี๋ยวพีมานะจ๊ะ ไปห้องน้ำแป๊บเดียว”
       
       โรสรินพยักหน้า พอพีระคล้อยหลังไป โรสรินคิดและตัดสินใจอะไรบางอย่าง

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        ตะวันอยู่ในสวนโรงพยาบาล ตะวันคิดครุ่นคิดเรื่องที่ชาญบอก
       “แกช่วยชีวิตคนแล้ว ช่วยให้โอกาสคนอีกสักครั้ง ปู่เชื่อว่าถ้าหนูโรสเขารู้ตัวว่าทำผิด เค้าต้องเสียใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน ปู่ยังเชื่อความดีในตัวของหนูโรส เค้าไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่แกคิดหรอก”
       ตะวันถอนใจเรียกสติคืนกลับมา
       “แข็งใจหน่อยตะวัน อย่าใจอ่อนเด็ดขาด”
       โรสรินเดินออกมาเมียงๆ มองๆ เห็นตะวันยืนอยู่ไกลๆ โรสรินรวบรวมความกล้าจะเดินไปหาตะวัน แต่กิตติทัตเดินผ่านมาพอดี
       “เหยิน ออกมาเดินเพ่นพ่านได้ยังไง ใครให้มา”
       “นายขาโก่ง ฉันมีธุระ แค่แป๊บเดียว นะ”
       แต่แล้วโรสรินก็ทรุด เพราะยังไม่แข็งแรงดีพอ กิตติทัตประคองโรสรินไว้อย่างเป็นห่วง เหมือนกับว่าโอบกอดกันอยู่
       “นี่ไงล่ะ หมอเตือนแล้วก็ไม่รู้จักเชื่อ ดื้อจริงๆ”
       กิตติทัตมองหน้าโรสรินใกล้ๆ รู้สึกหวิวใจบอกไม่ถูก ตะวันกำลังจะเดินออกไปหันมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี ตะวันถึงกับนิ่งไปเลย โรสรินกับกิตติทัตรู้สึกตัวว่าใกล้ชิดกันมากไปแล้วก็ผละออกมา โรสรินรีบหันกลับไปมองตะวัน แต่ปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว โรสรินถอนใจอย่างเสียดาย
       
       กิตติทัตประคองโรสรินเข้ามาส่งที่ห้อง พีระ อุษาวดีรีบมารับ
       “โรส คุณออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมตกใจหมด”
       “แล้วนี่โรสไปไหนมาคะ จะเอาอะไรทำไมไม่บอกอุษา”
       “เอาเป็นว่าพวกคุณ เฝ้าคนไข้ดีๆ ก็แล้วกันนะครับ เหยิน กลับไปนอนเลยไป แข็งแรงแล้วค่อยซ่าส์”
       “เมื่อกี๊หมอว่าไงนะ เรียกโรซี่ว่าอะไรนะ”
       “อ้อ โทษที พอดี ผมเป็นเพื่อนกับเหยิน เอ๊ย โรส มาตั้งแต่สมัยเรียนน่ะ”
       “พูดมาก อย่าไปเชื่อเค้าน่ะ”
       “ฝากพวกคุณ ดูคนไข้ไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านอีกนะครับ” อุษาวดีฟังๆ หมอไป เกิดระแวงขึ้นมา เอามือขึ้นปิดปากซะงั้น กิตติทัตยิ้ม “เอ่อ คุณไม่เหยินนะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
       กิตติทัตบอกแล้วออกไปเลย อุษาวดี เหวอ ไม่อยากจะเชื่อ
       “ตาไวมากเลยอ่ะ”
       “ปากก็ไวด้วย เสียมารยาทจริงๆ เรียกคนสวยอย่างโรซี่ว่าเหยินได้ยังไง”
       ประตูห้องผู้ป่วยเปิดเข้ามาอีกครั้ง ตะวันเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าของโรสริน ตะวันโยนกระเป๋าตกลงที่ข้างเตียง ทุกคนหันมองตะวันอย่างอึ้งๆ
       “นี่นาย”
       ตะวันจ้องหน้าโรสริน
       “ถ้าหายดีแล้ว ก็รีบๆ กลับบ้านคุณไปซะ ไร่ตะวันไม่ต้อนรับคนอย่างคุณ ต่อไปนี้ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องมาอดทนอยู่ร่วมกันอีกแล้ว”
       ตะวันพูดอย่างจริงจัง และอารมณ์ขึ้น
       
       พีระเดินลากกระเป๋าให้โรสรินมาตามทางเดินในโรงพยาบาลสีหน้าลัลล้ามากๆ อุษาวดีเองก็โล่งใจที่ภารกิจตามตัวโรสรินกลับกรุงเทพลุล่วงซะที ขณะที่โรสรินสีหน้าเครียดๆ ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
       “เยสๆๆ สุดท้ายไอ้ตะวันมันก็แพ้ให้กับความร้ายของโรซี่จนได้”
       อุษาวดีชะงัก
       “แน่ใจนะพี่พีว่าเนี่ยคือคำชม”
       “ชมสิ พวกเราน่ะทำถูกแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นมันไม่มีวันปล่อยโรซี่ไปหรอก”
       อุษาวดีหันมองหน้าโรสริน
       “โรส คิดอะไรอยู่เหรอ”
       โรสรินไม่ตอบ ได้แต่เดินครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
       “คิดมากน่า โรซี่ออกจากคุกแล้วนะ โรซี่เป็นอิสระแล้ว”
       พีระยิ้มแล้วเดินลากกระเป๋าผิวปากสบายใจออกไป โรสรินมีสีหน้าไม่สบายใจเลย
       
       พีระ อุษาวดีช่วยกันขนกระเป๋าของโรสรินขึ้นรถ แล้วทั้งหมดกำลังจะขึ้นรถ
       “พีจะให้คนเอารถของโรซี่กลับกรุงเทพเองนะ”
       “รีบไปเถอะโรส เดี๋ยวนายตะวันเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา”
       ตะวันขับรถกระบะผ่านเข้ามาพอดี
       “ไอ้บ้าเอ๊ย พูดปุ๊บมาปั๊บ”
       โรสรินกำลังจะขึ้นรถหันขวับไปมอง แล้วตัดสินใจอะไรบางอย่าง โรสรินตัดสินใจวิ่งไปยืนขวางรถตะวัน แล้วกางมือขวาง พีระช็อก
       “โรซี่จะทำอะไร”
       ตะวันเบรกเอี๊ยดเกือบจะชนโรสรินอยู่แล้ว
       “โรซี่ / โรส” พีระกับอุษาวดีร้องออกมาพร้อมกัน
       ตะวันเปิดประตูรถ เดินมาหาอย่างไม่พอใจ
       “จะแผลงฤทธิ์จนหยดสุดท้ายเลยใช่มั้ย”
       พีระ อุษาวดี รีบวิ่งไปดึงตัวโรสรินออกมา แต่โรสรินไม่ยอมขยับ
       “พีระ อุษา อย่ายุ่ง”
       พีระ อุษาวดี ปล่อยมือออกจากโรสรินอย่างกลัวๆ
       “ได้กลับบ้านแล้วยังไม่พอใจเหรอ คุณยังต้องการอะไรอีก”
       “ฉันจะกลับไร่ตะวัน”
       โรสรินบอกเสรียงจริงจัง ทุกคนช็อกกันหมด
       “กลับไปทำไมอีก ผมรู้ว่าคำสัญญาที่ปู่คุณกับปู่ผมตกลงกันมันสำคัญมาก แต่ผมจะคุยกับปู่ให้เข้าใจ คุณไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะเป็นเมียผม ผมไม่เอา”
       โรสรินชี้หน้าตะวัน
       “หุบปาก ฟังแล้วอี๋ จะอ้วก เลิกพูดมากแล้วพาฉันกลับไร่เดี๋ยวนี้”
       “เท่าที่ทำไว้ยังสะใจไม่พอใจมั้ย”
       “ฉันไม่อยากไปเหยียบที่นั่นนักหรอก แต่ว่าฉันจำเป็นต้องกลับ”
       “เพื่ออะไร ในฐานะเจ้าของไร่ตะวัน ผมไม่ต้อนรับคุณ”
       โรสรินจ้องหน้าตะวัน
       “เรื่องนั้นฉันไม่สน”
       “คุณต้องการอะไรกันแน่ จะกลับไปอีกทำไม”
       โรสรินเดินเข้าไปหาตะวัน สีหน้าจริงจัง
       “แก้ไข”
       “แก้ไขอะไร ไม่จำเป็น เพราะคนอย่างคุณทำเรื่องดีๆ ไม่เป็น”
       “ฉันไม่ได้อยากทำเพื่อนาย แต่ฉันทำเพื่อตัวเอง”
       “นั่นไง คุณมันก็ไอ้คนเห็นแก่ตัว ทำไมล่ะ อยากเห็นคนอื่นเค้าเดือดร้อนอะไรอีก สนุกมากนักใช่มั้ย
       “ฉันอยากทำเพื่อลบความรู้สึกผิดของตัวเอง”
       ตะวันอึ้ง ก่อนจะเยาะ
       “คนอย่างคุณเนี่ยนะจะรู้สึกผิด? ไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับคุณ”
       “ตกลงจะไม่ให้ไปด้วยใช่มั้ย ได้”
       โรสรินผลักตะวันออกไป แล้วรีบขึ้นรถกระบะตะวันทันที โรสรินปิดประตูแล้วจะขับออกไปเลย ทุกคนช็อกกันหมด ตะวันวิ่งขวางหน้ารถ
       “โรส คุณโรสลงมาเดี๋ยวนี้ ผมสั่งให้คุณลงมา ลงมา”
       โรสรินไม่สน เข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกไปเลย ตะวันต้องกระโดดหลบ
       “เฮ้ยยยย”
       ตะวันรีบวิ่งตามแล้วกระโดดขึ้นท้ายรถกระบะ รถกระบะขับฟิ้วออกไป อุษาวดีกับพีระช็อกไปเลย
       “ยัยโรสอารมณ์ติสต์ไปไหนเนี่ย”
       “อะไรวะเนี๊ย ออกจากนรกแล้วยังกลับเข้าไปอีก”
       
       อุษาวดีกับกับพีระมองไปทางรถที่โรสรินขับออกไปอย่างช็อกๆ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        ตะวันอยู่ท้ายรถกระบะ ตบกระจกรถให้โรสรินจอดรถ
       “หยุด หยุดรถ คุณโรส หยุดสักที ผมสั่งให้หยุ…”
       โรสรินเหยียบเบรกเอี๊ยดด ตะวันล้มกลิ้งกระแทกกระจกตามแรงเหวี่ยง โรสรินเปิดประตูพลั๊วะลงจากรถ
       “โอ๊ย จะบ้าเหรอคุณ หยุดรถทำไม” ตะวันคลำหัวป้อยๆ
       “ก็เมื่อกี๊แมวตัวไหนมันร้องให้หยุดล่ะ”
       ตะวันลงจากท้ายกระบะ
       “ผมไม่เข้าใจคุณจริงๆ ว่ะ ในหัวคุณคิดแต่จะหาทางไปให้พ้นๆ จากไร่ตะวัน แต่ทำไม...” ตะวันยังพูดไม่ทันจบ โรสรินขัดขึ้นซะก่อน
       “เข้าใจอะไรง่ายๆ เป็นบ้างมั้ย ใช่ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากอยู่ใกล้นาย” ตะวันอึ้ง โรสรินก็ชะงักกึกที่พูดแรงออกไปแต่ก็ยังเก็กพูดต่อ “แต่ฉันไม่อยากจากไปแล้วให้ทุกคนที่นั่นเกลียดฉัน เพราะสิ่งที่ฉัน ได้ทำไว้”
       “สำนึกผิดเป็นกะเค้าด้วย”
       “ใคร ใครสำนึกผิด ฉันไม่เคยทำอะไรผิดซักกะหน่อย แล้วเรื่องไรฉันจะต้องสำนึกผิดยะ”
       “แล้วไง”
       “ฉันก็...แค่พอจะเข้าใจอ่ะนะว่าถ้ามีใครมาทำลายสิ่งที่ฉันรัก ฉันไม่มีวันให้อภัย”
       “แล้วคิดเหรอว่าผมจะให้อภัยคุณ”
       “ไม่แคร์ ไม่คิดเลยซักนิ๊ส ฉันก็แค่อาจจะกลับไปทำแปลงกล้วยไม้ของนายให้สวยงามเหมือนเดิม ก็แค่นั้น”
       โรสรินเดินเข้าไปใกล้ๆ ตะวัน มองหน้าอย่างท้าทาย “แต่เสร็จงานเมื่อไหร่ ชาตินี้นายจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีก”
       “คุณทำไม่ได้หรอก”
       “ผู้ชายรึเปล่า ดูถูกผู้หญิง”
       “ก็เฉพาะผู้หญิงอย่างคุณ”
       “คอยดู ผู้หญิงอย่างฉันจะทำให้ผู้ชายอย่างนายต้องมาสยบแทบเท้าฉัน” โรสรินชี้เท้าตัวเอง “ให้ได้”
       “ฝันไปเถอะ”
       “ไอ้บ้า”
       แล้วโรสรินก็รีบขึ้นรถปิดประตูปัง ขับออกไปเลย ตะวันเหวอ รีบวิ่งตาม
       “เฮ้ย ยัยตัวแสบ รอกันก่อนสิ”
       ตะวันวิ่งตามแล้วปีนขึ้นท้ายรถกระบะไปอย่างทุลักทุเล
       
       ตะวันเดินหงุดหงิดเข้ามาในบ้าน ขณะนั้นทุกคนกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่
       “มาแล้วๆๆ พี่ตะวันกลับมาแล้ว”
       “อ้าวเฮ้ย หนูโรสล่ะ ไปชวนมากินข้าวกันก่อนสิวะ”
       “ผมขอโทษนะปู่ ผมไล่ยัยโรสกลับกรุงเทพไปแล้ว”
       ทุกคนช็อกไปเลย ชาญโมโหตบโต๊ะเปรี้ยง
       “ไล่กลับกรุงเทพเหรอ ถ้ากล้าฉีกสัญญาของปู่ งั้นแต่งเลยเว้ย พรุ่งนี้แห่ขันหมาก” ตะวันถอนหายใจ
       “ฟังให้จบก่อน ผมไล่ แต่ยัยนั่นไม่ยอมไป”
       อาทิตย์ อึ่งมองหน้ากันอย่างดีใจ ส่วนน้ำค้าง อึ้งๆ
       “ไม่ยอมไป ทั้งๆ ที่มีโอกาสแล้วงั้นเหรอคะ”
       อึ่งจับมืออาทิตย์ ดีใจ
       “คุณทิตย์ดีใจมั้ย พี่นางฟ้าคนสวยอยากอยู่กับเรา พี่นางฟ้าไม่ไปไหนแล้ว” อาทิตย์ยิ้มพยักหน้าให้หงึกๆ “เย้ๆๆ พี่นางฟ้ากลับมาแล้ว”
       “นางฟ้าที่ไหน นังแม่มดชัดๆ” ตะวันพึมพำ
       “ฮั่นแน่ “รักแท้ แพ้แม่มด” นะลูกพี่ ไอ้ด่ากันไปกันมาแบบนี้ แย้เห็นมาหลายรายแล้ว สุดท้ายก็ได้กัน ฮ่าๆๆ”
       “จะไม่มีชีวิตอยู่ได้เห็นอะไรอีกก็วันนี้แล้วล่ะไอ้แย้”
       “แอ้ยย โห แรงอ่ะลูกพี่ แหม พูดจี้ใจดำทำเป็นยัวะ”
       ตะวันขยับตัวจะเตะแย้ แย้รีบวิ่งไปหลบหลังปู่
       “ปู่ ช่วยด้วย”
       ชาญห้ามทัพแล้วยิ้มออกมาอย่างดีใจ และโล่งใจ
       “นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ ขนาดตะวันไล่หนีแต่หนูโรสก็ยังกลับมา เอาล่ะเว้ย มีลุ้นแล้วโว้ย”
       “เลิกฝันเถอะปู่ แล้วเตรียมรับมือกับหายนะจากยัยคุณหนูมหาประลัยนั่นได้เลย”
       แล้วตะวันก็เดินออกไปอย่างหงุดหงิดกว่าเดิม ชาญ น้ำค้าง มองหน้ากันอย่างแอบแหยงๆ เหมือนกัน แล้วพลันชาญก็สีหน้าเครียดขึ้นมา
       
       โรงแรมควีนโรส ในห้องทำงานณรงค์ ณรงค์นั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังมองรูปถ่ายโรสรินในมือตัวเอง สีหน้าคิดถึงหลานจับใจ
       “โรส โรสต้องอดทนนะลูก ที่ปู่ทำแบบนี้ก็เพราะอนาคตของหลานเอง ถ้าเลือกจะไม่แต่งงานก็ต้องอดทน แค่ปีเดียวเอง ทนหน่อยนะลูกนะ”
       ยุนอานั่งทำงานอยู่ไม่ห่างนัก อดสาระแนขึ้นมาไม่ได้
       “ขอโทษนะคะท่าน ถ้าคิดถึงทำไมไม่โทรไปหาล่ะคะ ยุนอาโทรหาให้ก็ได้เอามั้ยคะ”
       “ไม่ ฉันจะไม่ใจอ่อน โรสอดทนอยู่ได้ ฉันก็ต้องอดทนคิดถึงโรสได้เหมือนกัน”
       ณรงค์หยิบรูปถ่ายโรสรินไปวางไว้ที่ชั้นตามเดิมอย่างแข็งใจไม่ให้คิดถึง
       “สุดยอดเลยค่ะ” ยุนอายกนิ้วให้ “ท่านประธานเด็ดขาดจริงๆ”
       แล้วณรงค์ก็หยิบรูปถ่ายโรสรินอีกกรอบหนึ่งมาดู สีหน้าแบบว่าคิดถึงมาก
       “โรส กินอิ่มนอนหลับมั้ยลูก อยู่สบายดีรึเปล่า”
       ยุนอาหันหน้าหนี แอบเมาท์
       “แม๊ ชมยังไม่ทันจะขาดคำเล้ย”
       สักพักเสียงโทรศัพท์มือถือณรงค์ดังขึ้น ณรงค์มองหน้าจอ ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะกดรับ
       “ว่าไงไอ้ปากห้อย มีอะไร จะขอคำปรึกษาเหรอ? เออได้ โอเค รีบมา แล้วเจอกัน”
       ณรงค์สีหน้าครุ่นคิดๆ สงสัยว่าชาญอยากจะปรึกษาอะไร
       
       ณรงค์นัดเจอกับชาญร้านนวดแผนไทย ภายในห้องนวดวีไอพี ณรงค์ ชาญ นอนให้หมอนวด นวดอยู่ข้างๆ กัน แย้นอนอยู่เตียงถัดไป
       “ไอ้ห้อย โรสหลานข้าอยู่สุขสบายดีใช่มั้ย”
       ชาญสะดุ้งนิดหนึ่ง
       “สบ๊าย ไม่มีปัญหา กินอิ่มนอนหลับสุขภาพดีมีความสุข”
       แย้เหล่ๆ กระแอม
       “จริงรึ”
       “จริงซิ”
       “แน่นะ”
       ชาญรำคาญหันไปบอกหมอนวดที่นวดให้แย้อยู่
       “ไอ้เวรนี่มันชอบหนักๆ จัดให้มันหน่อยครับหมอ”
       “จ้ะ หนักๆ นะ”
       หมอนวดกดศอกลงไปที่ต้นขาแย้ แย้ร้องจ๊ากกกกก
       “โอ๊ยยย ก็แย้พูดความจริง คราวก่อนคุณโรสก็เพิ่งเข้าโรงหมอไปหยกๆ” แย้นึกขึ้นได้รีบปิดปากตัวเอง
       “หุบปากไปเลยไอ้แย้ ข้าจะคุยธุระสำคัญนะโว้ย ไม่น่าพามันมาด้วยเล้ย”
       “เฮ้ยๆๆ ไอ้ชาญ ตกลงยังไงวะ นี่เอ็งดูแลหลานข้ายังไง ถ้าหลานข้าเป็นอะไรขึ้นมา เอ็งตาย”
       ณรงค์บีบคอชาญ หมอนวดช่วยกันห้ามเป็นพัลวัล
       “เฮ้ย ใจเย็นก่อนโวย ก็แค่ไปเช็คสุขภาพนิดๆ หน่อยๆ”
       “เออ แน่นะเว้ย แล้วนี่โรสได้สร้างปัญหาอะไรให้ทางไร่ตะวันหนักใจบ้างมั้ย”
       “ก็มีบ้าง แต่ไม่มาก เอ็งไม่ต้องกังวลหรอก แต่ที่เอ็งกับข้าต้องกังวลก็คือ หมู่นี้หนูโรสกับตะวันชักจะเขม่นกันหนักข้อขึ้นทุกวัน เอ็งมีวิธีทำให้หนุ่มสาวเค้าเลิกเถียงกันแล้วมาจูบปากรักกันมั้ยวะ”
       “คิดไว้ไม่มีผิด โรสคงไม่เลิกพยศง่ายๆ แต่มันก็ยังพอมีทางเว้ย”
       “ยังไง”
       “ถ้าโรสกับตะวันยังไม่ดีกันซะที มันก็ต้องมีตัวช่วย”
       
       “ตัวช่วย”

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 3
        ยุนอากับแย้นั่งจิบกาแฟอยู่โต๊ะหนึ่ง แย้ทำกรุ้มกริ่มๆ ใส่ยุนอา
       “ผมคงต้องติดสอยห้อยตามปู่ชาญเข้ากรุงอีกเรื่อยๆ แล้วเราก็คงได้พบหน้ากันอีกบ่อยๆ ไม่ทราบว่าคุณชื่อ…”
       “ยุพา” ยุนอาบอกอย่างลืมตัวแล้วนึกขึ้นได้ “อุ๊ย ตายจริง นั่นชื่อที่แม่ตั้ง แต่ ณ ปัจจุบัน ใครๆ ก็เรียกฉันว่ายุนอา”
       “คุณอา”
       “ยุนอาย่ะ นางเอกหนังเกาหลี” ยุนอาปรี๊ดใส่แล้วกลับมาเสียงสวยเหมือนเดิม “แล้วคุณ…”
       “แย้ครับ ถึงหน้าจะแย่ แต่ก็แพ้ใจเธอนะ” แย้ทำมือไอเลิฟยู “ยังไงเราก็รู้จักกันแล้ว ขอเบอร์หน่อยได้ป่ะ”
       แย้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะเมมเบอร์
       “นานๆ จะมีผู้ชายขอเบอร์ซะที เมมนะ…316980…”
       “ดะดะดะ เดี๋ยว เบอร์อะไรเนี่ย”
       “เบอร์บัญชีธนาคารค่ะ ถ้าคิดถึงก็โอนเงินมาอย่างเดียว ไม่ต้องโทรมานะ”
       “บ้าจริงเชียว สวยแล้วยังขี้เล่นอีกนะเนี่ย ชอบๆๆ”
       แย้หยอกล้อกับยุนอา ยุนอาเชิ่ดๆ หยิ่งๆ สวยๆ ห่างออกไปณรงค์กับชาญนั่งปรึกษากันอยู่
       “พูดถึงเรื่องตัวช่วยมันก็น่าสนใจ แต่ข้าก็แก่แล้วคงจะช่วยอะไรได้ไม่ถนัด เอาวะ ข้าจะลองคิดดูว่าใครมันจะช่วยได้”
       “ดี แล้วอีกอย่างนะ ไร่ตะวันหันไปทางไหนก็เจอแต่ดอกไม้ ไม่รู้ยัยโรสจะเบื่อขึ้นมาตอนไหน น่าจะให้ตะวันพาโรสไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้าง บางทีเดินเที่ยวเล่นกันไปมา อาจจะไปเดินเล่นในหัวใจกันก็ได้นะเว้ย”
       “เออเว้ย เข้าท่าๆ ไม่เสียแรงที่มาหาจริงๆ” ณรงค์จิบกาแฟสีหน้าเครียดๆ ขึ้นมา “เฮ้ย คิดอะไรอยู่วะ”
       “โรสกับตะวัน เข้าใจถึงสัญญาของเราดีใช่มั้ย วันดีคืนดีจะฉีกสัญญาทิ้งไม่ได้นะเว้ย”
       “เรื่องนั้นข้าเข้าใจดี เพราะถ้าหนูโรสหนีมาปุ๊บ”
       “แต่งปั๊บ แล้วถ้าตะวันไล่หนูโรสจนขนกระเป๋าเสื้อผ้ากลับมาล่ะ”
       “แต่งปุ๊บ”
       ณรงค์ ชาญยิ้มๆ ให้กัน แล้วจับมือกันอย่างให้สัญญา
       “ดี ฉันฝากให้ไร่ตะวันเปลี่ยนแม่มดร้ายให้กลายเป็นนางฟ้าด้วยแล้วกัน”
       “ไอ้ตะวันจะเป็นเทวดาที่จะคู่กับนางฟ้านางนั้นเอง”
       
       คืนนั้นที่ไร่ตะวัน พีระ อุษาวดีกำลังกล่อมให้โรสรินเปลี่ยนใจ แววตาอ้อนวอนสุดๆๆ
       “โธ่โรซี่ โรซี่แก้ไขอะไรไม่ได้ โรซี่ทำงานหนักไม่เป็น มือก็นุ่มยังกับก้นเด็ก จะไปจับจอบจับพลั่วทำไม”
       “ไม่ได้ดูถูกนะ แต่ความจริงคือโรสไม่มีทางทำแปลงกล้วยไม้สำเร็จหรอก”
       “ถูก โรซี่ทำเรื่องที่มันใหญ่เกินตัวไม่ได้ กลับบ้านเถอะนะ เค้าขอร้อง” พีระจับมือโรสริน โรสรินสะบัดมือออกอย่างแรง
       “คำว่าโรสทำอะไรไม่เป็น โรสได้ยินมาตั้งแต่เด็ก แล้วจะให้โรสยอมรับกับคำคำนี้ไปถึงวันตายเลยใช่มั้ย”
       “แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยตัวเองก็ได้นี่แก มันยังมีวิธีอื่นอีกตั้งเยอะ”
       “เชื่อพีนะ โรซี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เพื่อใครยอมรับ”
       “ไม่มีใครรู้จักโรสเลย โรสไม่เคยอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง”
       พีระกับอุษาวดีหันมามองหน้ากันอย่างจ๋อยๆ
       “โรสแค่ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วถ้าเซ้าซี้อีกก็ไปให้พ้นๆ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า”
       ตะวันแอบมองโรสรินที่กำลังปรี๊ด แล้วส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อน้ำยา
       “หึ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง รู้ด้วยเหรอว่าอะไรถูก อะไรผิด ยัยกุหลาบร้าย”
       
       น้ำค้างหน้าหงิกๆ ยื่นพวงกุญแจห้องให้อุษาวดี พีระสีหน้าหงุดหงิดตบยุงเพี๊ยะๆ
       “ทำไมไม่เอากุญแจมาให้พรุ่งนี้เลยล่ะ ช้ากว่านี้ฉันจะปีนหน้าต่างนอนห้องเธอแล้วนะ”
       “ปากแบบนี้น่าจะให้ยุงดูดเลือดจนหมดตัว มาอาศัยบ้านคนอื่นฟรีๆ งานก็ไม่ช่วย แถมยังทำตัวน่ารังเกียจอีก นี่ถ้าปู่ฉันไม่เมตตาให้นายซุกหัวนอนได้ฟรีๆ ฉันไล่ออกไปนานแล้ว”
       แล้วน้ำค้างก็เดินหงุดหงิดออกไป พีระอ้าปากค้างเถียงไม่ทัน
       “ปากคนหรือปืนกลวะเนี่ย รัวเป็นชุด”
       “พี่พีถ้าจะอยู่ดูแลโรสก็ตามใจนะ อุษาคงต้องกลับไปทำงานแล้ว”
       “ทิ้งกันได้ไง รีบโอนงานแล้วหาคนที่ไว้ใจได้ดูแลบริษัทของเราด่วนเลย”
       “เอางั้นเลยเหรอ แต่...”
       “ไม่มีแต่ ไม่มีข้อแม้ เธอต้องอยู่ช่วยพี่ที่นี่ โรซี่เปลี่ยนใจอยู่ที่นี่ยังพอรับได้ แต่ถ้าเปลี่ยนใจชอบนายตะวันขึ้นมาจะรับยังไงไหว”
       “แล้วนี่เราจะอยู่กันนานแค่ไหน”
       “ไม่รู้ ถ้าโรซี่ไม่กลับเราก็ไม่กลับ”
       “มีเหตุผลหน่อยสิพี่พี หลายครั้งแล้วนะ ทำอะไรคิดหน้าคิดหลังให้เยอะๆ ได้มั้ย”
       “เหตุผลเดียวตอนนี้ของพี่ก็คือทำให้โรสรินกลับบ้านให้ได้ เรื่องอื่น ไม่สน”
       “ทำไมต้องยอมทิ้งทุกอย่างถึงขนาดนี้”
       “ถ้าเธอรักใครสักคน ชนิดที่ว่าต่อให้ตายก็ไม่คิดจะรักใครอีก เธอจะเข้าใจพี่”
       แล้วพีระก็ไขกุญแจเข้าห้องไปเลย ทิ้งให้อุษาวดียืนเอ๋อๆ อยู่ตรงนั้น
       
       เช้ามืดวันรุ่งขึ้น ขณะที่ตะวันนอนหลับสนิทบนเตียง เสียงเคาะประตูห้องดัง ปังๆๆๆ รัวไม่ยั้ง ตะวันพลิกตัวเอาหมอนปิดหู แต่เสียงเคาะประตูก็ยังดังไม่หยุด ปังๆๆๆ
       “ได้ยินๆ แล้ว อะไร มีอะไร มนุษย์ต่างดาวบุกไร่เรารึไง”
       เสียงเคาะประตูยังดังไม่หยุดปังๆๆๆ ตะวันงัวเงียเดินไปเปิดประตู ตะวันเปิดประตูออกมา โป้กๆๆ กลายเป็นโรสรินที่กำลังเคาะประตูห้องอยู่ เคาะเต็มหัวตะวัน
       “โอ๊ยๆๆ อะไรของคุณเนี่ย”
       “ปลุกตั้งนานทำไมยังไม่ตื่น กี่โมงแล้วรู้มั้ย”
       ตะวันงัวเงียมากหันมองนาฬิกาผนังห้อง
       “ตีห้า”
       “เป๊ะ คนไร่ตะวันเริ่มงานตอนนี้ไม่ใช่เหรอ ตื่นได้แล้ว”
       “มาขยันอะไรตอนนี้”
       “เลิกบ่นแล้วสะบัดก้นลุกออกไปที่ฟาร์มกับฉันเลย เร็วเข้า”
       โรสรินเดินหนีออกไป ตะวันยังคงงัวเงียอยู่
       “ผีอะไรเข้าสิงวะเนี่ย”
       โรสรินพรวดเข้ามาอีกทีตะวันสะดุ้ง
       “ยังไม่ตามมาอีก ไปเดี๋ยวนี้ เร็ว”
       
       แล้วโรสรินก็เดินออกไป ตะวันมองตามอย่างงงสุดๆ

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017