หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ หางเครื่อง

หางเครื่อง ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กุมภาพันธ์ 2557 17:46 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
หางเครื่อง ตอนที่ 2
       หางเครื่อง ตอนที่ 2
       
       ฟากป้อมกับขำกำลังสั่งส้มตำกับเด็กในร้านอาหาร เดือนเดินเข้ามาร่วมวงหน้าตาซึมเศร้า
       
       “ทำไมละ หน้าซึมมาเชียว”
       “วันนี้โดนเรื่องอะไรมาอีกล่ะเดือน ดีนะที่พี่ไม่เกิดมาสวยแบบหนู ไม่งั้นพี่ต้องแขวนคอตัวเองวันละหลายรอบแน่ๆ”
       “พี่ป้อมอ่ะ หนูยิ่งกำลังเซ็งๆ ไม่งั้นไม่เรียกมาเจอแต่วันอย่างนี้หรอก”
       “อ้าว โอ๋ โอ๋ พี่ขอโทษน๊า ก็ว่าอยู่คืนนี้ต้องเต้นด้วยกันอยู่แล้ว นี่เล่นโทรมาเรียกตั้งแต่บ่าย”
       “เออ แล้วแกไม่ชวนรวิมากินด้วยล่ะ”
       เดือนได้ยินชื่อรวิยิ่งเซ็งหนัก
       “รายนั้นน่ะเขามีคนส่งข้าว ส่งน้ำอยู่แล้วทุกวัน ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก”
       “ทะเลาะกันเหรอ”
       “เปล่านะพี่ ไม่ได้ทะเลาะแต่...” เดือนน้ำตารื้น “พี่รู้ไหม ทำไมหนูถึงต้องเป็นนักร้องให้ได้ ถ้าหนูเป็นนักร้องใครๆ เขาก็ว่าหนู ดูถูกหนูไม่ได้ พี่รวิน่ะเขามีโรงลิเกเป็นของตัวเอง ศิริพรก็เป็นถึงนางเอกงิ้ว แต่หนูน่ะไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย วันๆ หนึ่งเป็นได้แค่แม่ค้านั่งขายปลาอยู่ที่ตลาด”
       “นี่แกคิดมากไปเองหรือเปล่าวะ ฉันก็เห็นรวิเขาออกจะเป็นห่วงเป็นใยแกดีจะตาย ใครเห็นก็รู้ว่าเขาน่ะชอบแก”
       “นั่นสิเดือน บางทีรักกันดูที่การปฏิบัติต่อกันก็น่าจะพอนะ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องตกลงกันว่าเป็นแฟน แต่ใครมองเธอสองคน เขาก็ดูออกว่ารักกัน”
       “พี่รวิทำกับหนูก็ไม่ต่างกับทำกับศิริพร หนูมองเขาสองคน หนูก็ว่าเขาสองคน รักกัน ศิริพรน่ะช่วยเหลือพี่รวิทุกอย่าง แต่หนูน่ะหาแต่เรื่องมาให้”
       “จะน้อยเนื้อต่ำใจไปทำไมกันวะเดือน อย่าคิดมากน่ะ แกอาจจะเพิ่งผ่านเรื่องตกใจๆ มา”
       “เออ หรือไม่ก็ ใกล้วันนั้นของเดือน กินดีกว่าเลิกคิด เชื่อพี่เถอะเดือน อ่ะของชอบหนูไม่ใช่เหรอ กินเข้าไปเพื่อลืมเธอ”
       ป้อมตักอาหารใส่จานเดือน เดือนได้แต่เขี่ยอาหารในจานไปมาอย่างเซื่องซึม
       
       ศิริพรนั่งดูดน้ำแดงจากแก้วพลาสติกอยู่ตรงทางเดินหน้าห้องตรวจ ที่ข้อพับแขนมีผ้าพันแผลแปะอยู่ลักษณะคล้ายเพิ่งเจาะเลือดมา พิมุกเดินออกมาจากห้องตรวจ มีสำลีอุดปลายนิ้วอยู่เหมือนเพิ่งตรวจกรุ๊ปเลือดมา
       “อ้าว นางเอกงิ้ว มาตรวจท้องเหรอ”
       พิมุกทัก ศิริพรส่ายหน้าเอือมระอา
       “ตรวจประจำปี ไม่ได้มาตรวจเอดส์เหมือนเธอหรอก”
       พิมุกหน้าตาเลิ่กลั่ก
       “เธอไปได้ยินอะไรมาเหรอ”
       “นี่มาตรวจเอดส์จริงๆ ล่ะสิถ้า” พิมุกอึกอัก
       “มาฟังผลตรวจร่างกาย ทำไม คนเขารักสุขภาพ ผิดด้วยเหรอ” ศิริพรยิ้มอย่างรู้ทัน
       “สำส่อน”
       “อย่าพลาดมาทางนี้ละกัน จะจัดให้เรียกพี่จ๋า พี่จ๋ายันเช้า”
       “คงไม่มีวันหรอก”
       “ระวังเหอะ”
       พยาบาลเดินถือบัตรตรวจเลือดออกมาส่งให้ศิริพร
       “คุณศิริพร ทำบัตรตกไว้ค่ะ” พยาบาลดูบัตร “เลือดกรุ๊ปโอเนกกาทิฟด้วย หายากนะคะเนี่ย”
       พิมุกประหลาดใจ
       “เลือดกรุ๊ปเดียวกันซะด้วย”
       “อย่าเป็นอะไรนะคะ เราไม่มีเลือดกรุ๊ปนี้สำรอง ตำบลนี้ที่เจอก็เห็นมีอยู่แค่สองคนเนี่ยเท่านั้นแหละค่ะ” พยาบาลพูดกับพิมุกแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน
       “ชอบบู๊ไม่ใช่เหรอ เราน่ะ ทำดีๆ กะฉันเอาไว้หน่อยนะเผื่อต้องการเลือดฉุกเฉิน ชั้นอาจจะมีเมตตาบริจาคให้บ้าง”
       
       ศิริพรพูดแล้วเดินจากไป พิมุกมองตามแบบเห็นด้วยกับคำพูดศิริพรอยู่เหมือนกัน

หางเครื่อง ตอนที่ 2
       ช่วงค่ำ หลังเวทีเพลงปิดวิก เดือนนั่งมองตัวเองเซ็งๆ อยู่หน้ากระจก นภากาศเติมแต่งหน้าให้ตัวเองอยู่ไม่ไกลนัก มีช่างเซทผมให้
        
       “อีกห้านาทีต้องออกแล้วนะ ครั้งที่สองแล้ว ไม่ต้องเกร็งเต้นตามๆ ไป คอยดูพี่ไว้ก็ได้”
       “แล้วอย่าทำเป็นเล่นตัวอีกล่ะคราวนี้ มีอะไรพลาดอีกฉันบอกโรจน์เอาเธอออกแน่ๆ ขาหายรึยังเนี่ย” ลิ้นจี่ถามเดือน นภากาศชำเลืองมองดู
       “โอเคแล้วค่ะ”
       “แกนี่ก็ขู่เด็กมันอยู่ได้ นึกย้อนกลับไปซิตอนแกออกเต้นครั้งที่สองน่ะเป็นยังไง ชิส์ ดูไม่ได้”
       ป้อมต่อว่า ลิ้นจี่ตาเขียวปั๊ด เสียงแหลมใส่ป้อมกลับทันที นภากาศลุกจะเดินออกไป
       “เอาอีกแล้วนะนังป้อม แกเป็นแม่มันหรือไง ออกโรงแทนมันทุกที”
       นภากาศหลบหางเครื่องคนอื่นไปเหยียบเอาเท้าเดือนอย่างจัง ซ้ำแผลเก่า เป็นธรรมชาติมากไม่มีใครรู้ว่าเธอตั้งใจรึเปล่า
       “โอ๊ยยย”
       “ขอโทษ” นกากาศบอกเสียงนิ่งๆ เหมือนรู้สึกผิดจริงๆ
       “ไม่เป็นไรค่ะ” เดือนฝืนเจ็บ โรจน์เดินเข้ามา
       “เร็วๆๆ เสร็จยังจวนได้เวลาเเล้ว”
       ป้อมจะอ้าปากพูดเรื่องเท้าเดือน เดือนจับแขนป้อมไว้
       “พี่ป้อม พี่ลิ้นจี่ ฉันว่าเขาเรียกแล้วนะ ไปกันเถอะจ้ะ”
       ลิ้นจี่สะบัดหน้าพรึบเดินออกไป
       “มองๆ พี่ไว้นะอย่าลืม ไม่ต้องเครียด มันไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้นน้องเอ๊ย ปะ ไปกันได้ละ” ป้อมบอกเดือนแล้ว
       มองตามนภากาศที่ชายตามา อย่างหาจุดไม่ได้เหมือนกันว่าแกล้งรึบังเอิญ
       
       บนเวทีเดือนเป็นหางเครื่องที่สวยสะดุดตากว่าคนอื่น เดือนเต้นตามคนอื่นได้เป็นอย่างดี บรรดาผู้ชายต่างออกไปขอบเวทีกวักมือเรียกเดือนมารับพวงมาลัย
       “แม่ เห็นไหมนั่นน่ะ นังเดือนมันได้พวงมาลัยติดแบงก์ไปตั้งหลายใบแน่ะ” แก้วบอกแม่
       “ฉันไม่ได้ตาบอดนี่ยะ หมดนั่นคงนับได้หลายอยู่”
       “แล้วแม่ว่า ถ้าเป็นฉันน่ะ จะได้เยอะแบบนังเดือนไหม”
       กิมหันขวับมองหน้าลูกสาว
       “แกก็ไม่ได้ขี้เหร่ไปกว่ามัน ขี้คร้านจะได้เยอะกว่ามันซะด้วยสิ”
       แก้วยิ้มพอใจแววตาเป็นประกาย
       
       เมื่อดนตรีเลิก หลังเวทีเหลือคนอยู่ไม่กี่คน เดือนกำลังนั่งเช็ดเครื่องสำอางออกจากหน้า
       “เสร็จหรือยังเดือน เห็นไหมผ่านไปได้อีกวันแล้ว แหม...วันนี้ท่าทางได้หลายร้อยอยู่นะเนี่ย” ป้อมแซว
       “จะกลับแล้วเหรอพี่ป้อม อยากแวะกินอะไรกันอีกรอบไหม”
       “ไม่ล่ะ ยังอิ่มอยู่เลย วันนี้พี่ง่วงๆ ด้วย เดือนจะเสร็จหรือยังพี่จะได้รอ”
       นภากาศเดินผ่านกำลังจะกลับ
       “ไปทาน...” เดือนจะชวนนภากาศ แต่นภากาศชิงปฏิเสธก่อน
       “ไม่”
       นภากาศเดินออกกไป ป้อมมองเดือนเสียฟอร์ม เดินกะเพลกๆ เก็บของ
       “ช่วยมั้ย”
       “ไม่เป็นไรหรอกพี่ ฉันไม่รีบน่ะ ค่อยๆ เช็ด ค่อยๆ เก็บของ พี่ง่วงก็กลับไปก่อนเลย ไม่ต้องห่วง”
       “นภา เขาแกล้งเหยียบเท้าเธอ”
       “ไม่หรอกพี่ เขาไม่ได้แกล้ง เขาไม่มีพิรุธอะไรเลยนี่ ไม่มีแบบท่าทางในละครเลย”
       “มันร้ายไง ที่พี่บอกว่ามันจงใจก็เพราะ...”
       “ไม่หรอก เขาหลบหางเครื่อง พี่ก็เห็น”
       “ก็นั่นไง ปกตินังนั่นมันเคยหลบทางให้ใครเหรอ” เดือนอึ้งไป ป้อมเห็นใจ “งั้น พี่ไปก่อนนะ ง่วงมากๆ วันนี้”
       “จ้า กลับดีๆ นะพี่”
       ทุกคนกลับไปหมดแล้วเมื่อเดือนเก็บของเสร็จจึงไม่เหลือใครสักคน เดือนสะพายกระเป๋ากำลังจะกลับเหลือบมองไปที่เวทีแล้วอดไม่ได้ เดือนมองรอบๆ ไม่มีใครอยู่จึงตัดสินใจเดินออกไปยืนอยู่กลางเวทีแล้วร้องเพลง เหงาๆ ตามลำพัง
       “ตอนทำนา ข้าชื่อดาวเรือง พอเข้าในเมือง ชื่อก็เฟื่อง เลื่องลือ”
       
       ในเงามืด นภากาศโผล่ออกมาดูเงียบๆ

หางเครื่อง ตอนที่ 2
       อีกมุมหนึ่งไม่ไกลนัก โรจน์กับประทีปเดินเข้ามาแล้วชะงัก
       
       “เฮ้ย ไอ้ทีปแกได้ยินรึเปล่าวะ”
       “อืม เหมือนใครกำลังร้องเพลง แปลก นี่ก็มืดละ หวังว่าคงไม่ใช่...”
       “แกนี่มันช่างไร้สาระจริงๆ นู่นดูนู่น”
       โรจน์ชี้ขึ้นไปที่เวที ประทีปมองตามจึงเห็นเดือนกำลังทำท่าเป็นนักร้อง ร้องเพลงอยู่บนเวที
       “โห นี่ขนาดไม่ใช้ไมค์ ไม่มีไฟส่อง แม่คุณยังผ่อง เอ๊ย ยังเสียงดีได้ขนาดนี้”
       “ใช่ ฉันนะเสียดายจริงๆ ถ้าปั้นขึ้นมาเป็นนักร้องวงนี่ มีหวังจะได้รวยกัน”
       “หรือแกจะไปขอไอ้พิมุกมัน แต่ท่าจะยาก ดูมันจริงจังซะขนาดนั้น”
       “ใช่แค่พิมุกคนเดียวที่ไหน”
       โรจน์พยักหน้าให้ประทีปมองไปยังนภากาศที่ยืนนิ่งฟังอยู่ โรจน์กอดอกส่ายหัว สายตายังจับจ้องไปที่เดือนบนเวทีอย่างเสียดาย
       
       ที่โรงงิ้ว ศิริพรนั่งแต่งหน้าเป็นงิ้วอยู่ เสียงกลองงิ้วตีดังเเว่วมา ศิริพรวาดหน้าตัวเองงดงาม พิมุกเดินเข้ามาเงียบๆ โอบหลังศิริพร ศิริพรตกใจลุกขึ้นทันที
       “อย่าทำลุ่มล่ามกับฉันนะพิมุก”
       พิมุกผงะเล็กน้อยหัวเราะลั่น
       “เธอคงไม่คิดว่าฉันจะ ทำอะไรเธอหรอกนะ”
       “มันก็ไม่แน่หรอก กับคนอย่างเธอน่ะ”
       “ทีกะพระเอกลิเกเห็นระริกระรี้”
       “อย่ายุ่งกับรวิ ชั้นขอ” พิมุกทำไก๋ไม่รู้ไม่ชี้ “เธอรู้อยู่แล้วฉันพูดเรื่องอะไร”
       “ช่วยไม่ได้มันบุกมาถึงถ้ำฉัน ปล่อยมันออกไปง่ายๆ คราวหน้ามันก็ได้ใจสิ แต่ก็...นะ ไอ้พระเอกลิเกของเธอนี่ไม่ธรรมดาเลย เล่นเอาพวกลูกน้องฉันที่เป็นมวยง่อยไปหลายคน”
       “แล้วไอ้ที่เธอไปพังวิกลิเกเขาล่ะ”
       “นั่นก็ช่วยไม่ได้อีก ดันจะมาทำตัวเป็นพระเอกนอกวิก นึกแล้วโมโหถ้ามันไม่โผล่มาป่านนี้นังเดือนเสร็จฉันไปละ” ศิริพรตาโต
       “เธอนี่ท่าจะบ้าไปแล้ว ทำไมไปทำเดือนอย่างงั้น มันเกินไป” ศิริพรทำเหมือนเป็นคนดี
       “ปากกะใจให้มันตรงกันหน่อย”
       “อย่าคิดว่าใครเขาจะเลวกันไปหมด”
       “ไม่แน่นะ นังนั่นมันอาจจะติดใจแทนเลยก็ได้ ฮะ ฮะ ฮ่า” ศิริพรมองหน้าพิมุกอย่างรังเกียจ “อย่ามองฉันอย่างนั้นเลย ฉันว่าจริงๆ แล้วเธอก็ไม่น่าจะต่างกับฉันเท่าไหร่นะ เคยได้ยินมะ ผีน่ะมันมักเห็นผีด้วยกัน”
       “เรื่องรวิ ยังไงก็เบาๆ หน่อยละกัน เห็นแก่ที่เรารู้จักกันมานานนะ ฉันไม่ค่อยชอบเห็นเขามีแผลบ่อยๆ”
       พิมุกหัวเราะเสียงดัง
       “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่าจะเป็นเอามาก โอเคๆ อยากรู้จริงเว้ย ไอ้ลิเกนั่นมันมีอะไรดี กลับไปคิดเอาละกัน จะร่วมมือกันเมื่อไหร่ก็ พร้อมเสมอ”
       
       ศิริพรเล่นงิ้วอยู่บนเวทีอย่างดุดัน พิมุกยืนมองกระหยิ่ม บ่างกับเตี้ยอยู่ด้วย
       “ลูกพี่ ถามอะไรอย่างสิ ทำไมลูกพี่ถึงดูเหมือนจะยอมๆ นางเอกงิ้วนี่”
       พิมุกชะเลืองมองลูกน้อง
       “อะไรทำให้เอ็งคิดว่าข้ายอม”
       “ก็พอเห็นกะคนอื่น พี่ไม่ค่อยใช้สมอง ใช้แต่กำลัง” พิมุกมองเตี้ยเเบบดุๆ เตี้ยรู้สึกตัว คอย่น “คือ ชั้นหมายความว่า แต่พอกะนังนี่ ลูกพี่ยอมคุยด้วย”
       “เลือดมันกรุ๊ปเดียวกะข้า หายาก เผื่อเหลือเผื่อขาด อาจต้องพึ่งพา กันไว้ดีกว่าแก้”
       “มีการซื้อประกันชีวิตเอาไว้ล่วงหน้าด้วยแฮะ”
       “ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ตะกี้มันเล่นงิ้วเรื่องอะไร”
       “ซูสีไทเฮา”
       “ยายนี่ มันร้ายพอๆ กะซูสีไทเฮาแหละ”
       “จริงเหรอ มันก็ดูเป็นคนดีออกนะ”
       “คอยดูไปเหอะ เชื่อสิ ข้าดูคนไม่ผิดหรอก”
       ศิริพรยังคงร่ายรำคิวบู๊ส่งท้ายอยู่บนเวที
       
       ส่วนเดือนเมื่อกลับถึงบ้านก็เห็นรวิยืนอยู่หน้าบ้าน
       “พี่รวิ มารอฉันเหรอ”
       รวิเห็นเดือนก็ดีใจ
       “ใช่ มีโชว์คืนนี้เหรอ เสียดายจังไม่ได้ไปดู”
       “ไม่เป็นไรหรอก เขาคงยังไม่ไล่ฉันออกในเร็ววันนี้ ไปดูวันอื่นก็ได้ ถ้าว่างพอ”
       “โกรธเหรอ ถึงไม่ชวนไปกินข้าวด้วยวันนี้”
       “ก็แค่กินข้าวนะ ไม่ได้ชวนเห็นว่าพี่มีคนคอยกินเป็นเพื่อนอยู่แล้ว”
       “พี่ว่าแล้วเดือนต้องเข้าใจผิด” เดือนมองหน้ารวิอย่างไม่เข้าใจ “พี่กับศิริพรเป็นเพื่อนกัน เดือนก็รู้ว่าโรงงิ้วเขากับวิกฉันน่ะอยู่ใกล้กัน ก็เท่านั้นเอง”
       “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ ว่าแต่วิกพังยับแบบนั้น พี่รวิก็เล่นลิเกไม่ได้อีกหลายคืนสิ”
       “อืม คงจะสัก 3-4 วันน่ะ ไม่เป็นไรหรอก แฟนๆ คงเข้าใจ”
       “แล้วแผลล่ะ เป็นไง ยังเจ็บอยู่ไหม ไหนดูหน่อยสิ”
       รวิเอียงหน้าให้เดือนดู เดือนเอื้อมมือไปแตะที่แผลเบาๆ รวิกุมมือนั้นแนบอยู่ที่แก้มนิ่งๆ แต่นาน
       
       หลังจากรวิกลับไปแล้วเดือนเดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีตะโกนร้องเพลงไปด้วย ช้อยเปิดประตูออกมาจากห้อง
       “อารมณ์ดีเชียววันนี้ ไปกินยาอะไรมา”
       เดือนอมยิ้มไม่ตอบอะไรก้มลงควักแบงก์ที่ได้มาออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ช้อย
       “อ่ะแม่ ฉันให้” ช้อยรับเงินมาแบบงงๆ “ไม่ต้องทำหน้างงขนาดนั้นหรอกแม่ ฉันไม่ได้ไปโกงใครเขามา คนดูเขาชอบใจฉันเขาก็เอามาให้”
       “นี่เงินที่เอ็งไปเป็นหางเครื่องมาน่ะเหรอ”
       “ใช่ แล้วแม่ลองคิดดูสิ แค่หางเครื่องฉันยังได้มาขนาดนี้ แล้วถ้าฉันได้เป็นนักร้องล่ะมันจะมากกว่านี้อีกกี่เท่า ฉันไปอาบน้ำนะแม่”
       เดือนพูดจบก็เดินร้องเพลงออกไป
       
       ช้อยมองตามไปด้วยแววตาเป็นกังวล

หางเครื่อง ตอนที่ 2
       ลิ้นจี่กึ่งนั่งกึ่งนอนรอโรจน์อยู่บนเตียง โรจน์เปิดประตูห้องเข้ามา
       
       “นี่ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย”
       “อะไรอีก”
       “นังเด็กหางเครื่องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาน่ะ”
       “อ๋อ เดือน มีอะไรเหรอ”
       “มันจะเอาปัญหามาให้รึเปล่าเหอะ”
       โรจน์หัวเราะในคอ
       “หรือเพราะเด็กมันเด็กกว่า สวยกว่า สดกว่า เลยไม่ชอบ”
       ลิ้นจี่แทบจะกรี๊ดใส่โรจน์ผุดลุกออกจากเตียงกระโดดไปชี้หน้าใส่โรจน์ทันที
       “นี่อย่าบอกนะว่าแกกำลังไปหลงเสน่ห์มันอยู่”
       “ไร้สาระน่า จะไปหลงอะไรได้ยังไงพิมุกมันได้เล่นงานฉันตาย”
       “ก็แล้วถ้าไม่มีพิมุกรอเล่นงาน แกก็คงขย้ำไปแล้วใช่ไหม”
       “โอ๊ย อย่ามาทำตัวน่ารำคาญ บอกว่าไม่ก็ไม่ ไปนอนได้แล้วไปเนื้อมันจะได้ไม่เหี่ยวไปกว่านี้”
       โรจน์พูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไป ขระที่ลิ้นจี่ยังยืนโกรธตัวสั่น
       
       วันต่อมาแก้วมาหาเดือนที่บ้านแต่เช้า
       “ฉันมีเรื่องจะกวนน่ะ อยากให้เดือนช่วยอะไรหน่อย”
       “อุตส่าห์มาถึงบ้านแต่เช้า สงสัยคงต้องช่วยจริงๆ นะเนี่ย”
       “เดือน เธอว่าฉันพอจะเป็นหางเครื่องแบบเธอได้ไหมน่ะ”
       เดือนตกใจมองหน้าแก้วอย่างประหลาดใจ
       “ก่อนหน้านี้ฉันชวนเธอไปสมัครนักร้องกันที่วงดนตรี เธอว่ามันเป็นลูกทุ่ง ไม่โก้ เธอไม่ชอบไม่ใช่เหรอ แล้วไหงจะมาอยากเป็นหางเครื่องละเนี่ย”
       “ก็...แหม มันก็ดีกว่าขายของที่ตลาดไม่ใช่เหรอ เธอคงเข้าใจฉันใช่ไหม”
       “แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ”
       “พาฉันเข้าไปสมัครหน่อยสิ นะเดือนนะ ฉันอยากเป็นหางเครื่อง เผื่อจะได้ตังค์แบบเธอเมื่อคืนด้วย”
       แก้วดึงมือเดือนไปเขย่า
       เดือนได้แต่พยักหน้ารับๆ ไป
       
       เดือนพาแก้วเข้ามาสมัครเป็นหางเครื่องที่วงกับโรจน์ โรจน์เดินเข้าประชิดตัวไล่สายตาสำรวจรูปร่างของแก้ว แล้วยิ้มอย่างพอใจ
       “ผิวสวย รูปร่างดี”
       แก้วยิ้มดีใจ
       “ตกลงรับแก้วเข้ามาอยู่ในวงฯ ใช่ไหมคะ”
       “รับสิ มีหางเครื่องสวยๆ เพิ่มมาอีกสักคนวงดนตรีเราจะได้มีสีสัน” แก้วดีใจรีบยกมือไหว้ขอบคุณโรจน์ “งั้น วันนี้กลับไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะมีโชว์อีกวันไหนจะให้คนติดต่อไปตามเบอร์ที่ให้มา ส่วนเดือนเดี๋ยวขอคุยด้วยหน่อยสิ”
       เดือนหน้าตาเหรอหราเริ่มรู้สึกกังวล แก้วมองหน้าโรจน์ทีเดือนที
       “งั้นเดี๋ยวฉันกลับก่อนละกัน ขอบใจมากนะเดือน”
       แก้วเดินออกไป โรจน์ผลักประตูให้ปิดสนิทแล้วเดินไปประชิดตัวเดือน
       “ได้ข่าวว่าเธออยากจะเป็นนักร้องมากใช่ไหม”
       เดือนเมื่อได้ยินคำว่า “นักร้อง” ก็หูผึ่ง
       “ค่ะ ใช่ค่ะ อยากเป็นนักร้องค่ะ”
       โรจน์เข้าไปใกล้เดือนจนแทบจะกระซิบ
       “งั้นฉันมีงานพิเศษให้เธอทำ เผื่อว่าถ้าเธอทำได้ เธอก็อาจจะได้เป็นนักร้องสมใจ เธอจะทำไหมล่ะ”
       เดือนอึ้งไปใช้ความคิดอย่างหนัก
       
       ศิริพรกำลังซ้อมร่ายรำอยู่บนเวทียิ้มแย้มมีความสุข เธอปามีดแบบคนจีนไปปักที่เสาได้อย่างคล่องแคล่ว
       เสียงดังปั่ก ปั่ก ปั่ก ศิริพรยิ้มพอใจ เธอเดินไปหยิบมีดอันเล็กๆ ที่เธอปาไปปักบนเสา จึงเห็นว่าเป้าขอศิริพรนั้นเป็นรูปเดือนที่ถูกมีดปักอยู่จนเป็นรูพรุน ศิริพรยิ้มใสซื่อ
       
       พิมุกวิ่งออกกำลังกายอยู่ในชุดวอร์ม โดยมีเตี้ยกับบ่างขี่จักรยานตาม พิมุกเห็นรวิกำลังตักบาตรพระอยู่ พิมุกวิ่งซอยเท้าอยู่กับที่ รอจนพระเดินจากไป
       “ไง ศิลปิน”
       “อย่าเอาวัฒนธรรมมาล้อเล่น”
       “เจ้าอารมณ์นะเนี่ย เราน่ะ คิดว่าไอ้อาชีพที่ตัวเองทำอยู่นี่ มันจรรโลงวัฒนธรรมนักเหรอ”
       รวิไม่อยากมีเรื่องด้วย จะเดินเลี่ยงไป เตี้ยกับบ่างมากันไว้
       “เออ ถ้าเป็นแม่ไม้ แม่มวยมันก็ว่าไปอย่าง ถึงจะสร้างชาติได้”
       “เราต่างคนต่างทำหน้าที่กันไปดีกว่า”
       “จะไม่ช่วยกันรักษา แม่ไม้มวยไทยหน่อยเหรอ”
       พิมุกผลักอกรวิ รวิพยายามกลั้นอารมณ์เต็มที่ เตี้ยกับบ่าง ทำเสียงระนาดกลองลิเก เพลงธรณีกรรแสง
       “เตร่ง เตร่ง เตร๊ง เตร๊ง เตร่ง เตร่ง เตรง”
       พิมุกสาวหมัดแย๊บๆ ไปเบาๆ สองที โดนรวิทีนึง รวิเกือบจะเอาเรื่องอยู่แล้ว พอดีเดือนเดินมา
       “พี่รวิ”
       พิมุกมองเดือน แล้วหันไปพูดกับรวิ
       “อดเล่นเลย แม่เรียกเข้าบ้านเเล้วมั้ง”
       “เดือน”
       เดือนพยักหน้า เข้ามาขวางกลาง พิมุกกับรวิจ้องหน้ากัน พิมุกยิ้ม หันไปพูดกับลูกน้อง
       “ไอ้เสือ ถอย แล้วเจอกัน”
       พิมุกเดินจากไป เดือนเป็นห่วงรวิ
       “เขามาหาเรื่องทำไม”
       รวิยิ้ม อ่อนใจ ส่ายหน้า
       “ให้ทาย”
       “เอาเหอะ มือเรามีไว้รำ ไม่ได้เอาไว้กำหมัดชกกะเขา”
       “แล้วออกมาเดินนี่ ใครเฝ้าแผง”
       “ให้ทาย” เดือนยิ้ม
       
       ช้อยกำลังนั่งเฝ้าแผงปลาอยู่ รวิเดินมาส่งเดือน ช้อยหมั่นไส้ลูกสาว ยิ้มอยู่นั่นแหละ
       “เอ้า นังนี่ ให้มาช่วยขายของ มาเดินนวยนาดเป็นนางงามเก็บคะแนนอยู่นั่น”
       “แม่ เดี๋ยวดังแล้วหนูก็ไม่เลี้ยงแม่ซะเลยนี่”
       รวิยิ้มเอ็นดูเดือน
       “เออ เออเหอะ ให้ดังนะ”
       ช้อยมองรวิแบบหวงลูกสาวนิดๆ รวิยิ้มอยู่กับเดือนหันมาเห็นช้อยเขาก็ยกมือไหว้ ลาจากไป เดือนยิ้มมองตามรวิ ที่หันมายิ้มให้เธอเช่นกัน
       
       พิมุกกับลูกน้องวิ่งซอยเท้ายืนมองอยู่อย่างขุ่นเคือง
       
       อ่านต่อหน้า 2 

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
หางเครื่อง ตอนที่ 1
หางเครื่อง ตอนที่ 2
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014