หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ลูกทาส

ลูกทาส ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2557 17:31 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ลูกทาส ตอนที่ 1
       ลูกทาส ตอนที่ 1
        
       
       ละครเรื่องนี้ สร้างขึ้นโดยอิงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตัวละครบางตัว เป็นบุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ โดยทางคณะผู้จัดทำ มิได้มีเจตนาล่วงเกินแต่ประการใด แต่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้อรรถรสในการรับชมละคร หากมีความผิดพลาดประการใด ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
       
       ในยามค่ำคืนอันเงียบสงบของวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2473 แก้ว ในวัยราว 64 ปี แต่งตัวภูมิฐาน ในชุดสูทสากลตามยุคสมัย เดินถือพวงมาลาดอกไม้สดเข้ามา ณ อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ซึ่งตั้งตระหง่าน สง่างามอยู่ 
       
       แก้วมอบพวงมาลาให้เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปสักการะ ก่อนจะเดินไปที่พระบรมรูป แล้วคุกเข่าลงกราบ 3 ครั้ง แม้ว่าเขาจะอายุมากแล้ว แต่ยังดูแข็งแรง เดินตัวตรง สีหน้าสดใส เมื่อกราบเสร็จก็พนมมืออธิษฐาน สีหน้าเคร่งขรึม
       "ด้วยเดชะ พระบารมีของล้นเกล้าฯ ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้มีชีวิตรอดมาสู่ความสมหวังตามอุดมการณ์ วันที่ยี่สิบสามตุลาคมเวียนมาครั้งใด"
       แก้วน้ำตาคลอ พูดต่อด้วยเสียงเครือๆ
       "ครั้งนั้น ข้าพระพุทธเจ้ามิอาจลืมเลือนภาพชีวิตในอดีต ซึ่งชโลมด้วยเลือดและน้ำตาเสียได้เลย เพราะภาพในอดีตนั่นแล้ว ที่อาศัยพระบารมีมหาราชเจ้า ดลบันดาลให้ไอ้แก้ว ลูกทาสในเรือนเบี้ยเค้า ได้เป็นไท จนถึงวันนี้..."
       แก้ว น้ำตาคลอเบ้า ด้วยความซาบซึ้งใจ และสะทกสะท้อนถึงชีวิตในอดีตของตน
       
       บรรยากาศภายในพระที่นั่งสมมุติเทวราช เวลากลางคืน ขุนนางที่ปรึกษาทั้ง 12 คน กำลังหมอบกราบ ขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จผ่าน จนพระองค์ขึ้นไปนั่งประทับบนพระที่นั่ง
       ณ วันพุธ เดือน 8 อุตราษาฒ ขึ้น 9 ค่ำซึ่งตรงกับวันพุธที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2417เวลาค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปรึกษากับที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน หรือ เคาน์ซิลเล่อร์ ด้วยการลดเกษียณอายุค่าตัวลูกทาส โดยผลจากการประชุมครั้งนี้ ทำให้มีพระบรมราชโองการ ในวันที่ 8 ตุลาคม ปีเดียวกันนั้น ให้ลูกทาสทุกคน ที่เกิดปีมะโรงสัมฤทธิศกเป็นต้นไป ไม่ว่าชายหรือหญิง ให้พ้นค่าตัวเป็นไท เมื่ออายุครบ ยี่สิบเอ็ดปี
       
       พ.ศ. 2428 เช้าสาย ภายในสวน เรือนพระยาไชยากร น้ำทิพย์เด็ดดอกมะลิจากต้นแล้ววางลงในขัน
       ที่แก้ว ทาสชายในวัย 19 ปีกำลังคุกเข่าถือขันใส่ดอกมะลิอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีความสุขที่ได้รับใช้
       น้ำทิพย์บุตรสาวพระยาไชยากรสีหน้ายิ้มแย้ม เลือกเด็ดดอกมะลิดอกต่อไปพร้อมชวนแก้วคุย
       "เบื่อรึเปล่าแก้ว ต้องมาช่วยฉันเก็บดอกไม้ทุกวัน"
       แก้วยิ้มรับ
       "ไม่ขอรับ กระผมดีใจ ที่ได้รับใช้คุณน้ำทิพย์ขอรับ"
       เธอยิ้มขำ ก่อนหันไปเก็บดอกไม้ต่อ
       "ดีใจ เป็นชาย แต่ชอบเก็บดอกไม้อย่างงั้นรึ"
       "คุณน้ำทิพย์เก็บดอกไม้ไปร้อยมาลัยบูชาพระ ไอ้แก้วช่วยคุณน้ำทิพย์เก็บดอกไม้ ก็เหมือนหนึ่งได้ทำบุญด้วย แล้วจะไม่ดีใจได้อย่างไรเล่าขอรับ"
       เธอยิ้มอายๆ เพราะแก้วพูดอย่างงี้ ก็คล้ายๆกับตนและแก้วได้ทำบุญร่วมกัน
       ขณะนั้นเอง บุญเจิมก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่า
       "คุณน้ำทิพย์ คุณน้ำทิพย์เจ้าคะ เร็วเถิดเจ้าค่ะ"
       น้ำทิพย์มองบุญเจิมด้วยสายตาตำหนิ
       "ลุกลี้ลุกลนจริงเชียวบุญเจิม มีอะไรรึ"
       "ท่านเจ้าคุณกับคุณมาโนชกลับมาแล้วเจ้าค่ะ คุณน้ำทิพย์รีบไปรับเถิดเจ้าค่ะ หากท่านไม่เห็นคุณน้ำทิพย์ พวกบ่าวจะโดนโทษได้"
       น้ำทิพย์ถอนใจส่ายหน้าที่พวกทาสกลัวพ่อของเธอจนน่าอ่อนใจ
       "แก้ว เอาดอกไม้ไปให้นมอ้อนด้วยนะจ๊ะ"
       "ขอรับคุณน้ำทิพย์"
       น้ำทิพย์เดินเลี่ยงไป แก้วถือขันใส่ดอกไม้ เดินไปอีกทาง บุญเจิมมองตามน้ำทิพย์กับแก้วไปด้วยความหงุดหงิด
       "บ่าวมีเต็มเรือน ทำไมต้องให้พี่แก้วตามเก็บดอกไม้ด้วยก็ไม่รู้"
       บุญเจิมทิ้งค้อนแอบขุ่นเคือง
       
       บริเวณหน้าเรือน รถม้าของพระยาไชยากรเข้ามาในบ้าน โดยมีบุญมีเป็นสารถี พวกทาสชาย และหญิง รีบกุลีกุจอกันเข้ามารับพระยาไชยากร ไม่ว่าใครทำอะไรอยู่ ก็ทิ้งงานกันมา นั่งคุกเข่ารอรับเต็มไปหมด
       พลอย และเข้ม นั่งรอรับอยู่หน้าทาสคนอื่นๆ
       บุญมีขับรถม้าเข้ามาจอด ก่อนจะรีบลงมาเปิดประตูส่วนรถลากให้ พระยาไชยากร และมาโนช ผู้เป็นหลาน ลงจากรถม้า ทั้งคู่สายตาเคร่งขรึมดุดัน ดูเย่อหยิ่ง วางอำนาจเหนือคนอื่น
       พลอย เข้ม และพวกทาส พากันก้มลงกราบพระยาไชยากรและมาโนชกับพื้น ด้วยความนอบน้อม
       และหวาดกลัวในอำนาจของพระยาไชยากร ผู้เป็นนาย
       
       บนเรือน พระยาไชยากรกำลังคุยกับน้ำทิพย์ และมาโนชด้วยสีหน้า น้ำเสียงเคร่งเครียด
       "ระยะนี้ ข่าวเรื่องลูกทาสที่เกิดปีมะโรง สัมฤทธิศก จะได้เป็นไท มันดังกระฉ่อนขึ้นมาอีก พ่อเลยอยากให้แม่น้ำทิพย์ช่วยเป็นหูเป็นตา อย่าให้พวกทาสรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด ประเดี๋ยวพวกมันจะกำเริบขึ้นมา"
       "แต่มันก็เป็นความจริงไม่ใช่เหรอคะคุณพ่อ"
       น้ำทิพย์ยกมือไหว้ท่วมหัวก่อนพูดต่อ
       "พระพุทธเจ้าหลวงท่าน ทรงออกพระราชบัญญัติมาแล้ว อีกสองปี ลูกทาสที่เกิดปีมะโรง สัมฤทธิศกทุกคนก็ต้องได้รับอิสรภาพ เราจะปิดไว้ได้อย่างไรกันคะ"
       มาโนชยิ้มเยาะบอก
       "ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะน้อง ไอ้พวกทาสมันโง่เหมือนวัว เหมือนควาย ถ้าเราคอยจับตาไม่ให้มันไปพูดคุยกับคนบ้านอื่น มันจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร"
       น้ำทิพย์ไม่พอใจ
       "พี่มาโนชพูดเช่นนี้ ก็เท่ากับให้คุณพ่อท่านขัดพระบรมราชโองการ จะมิต้องโทษกันหมดหรือคะ"
       พระยาไชยากร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยตัดบท
       "ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกลูก อีกตั้งสองปี พระเจ้าอยู่หัวท่านอาจจะเปลี่ยนพระทัยก็ได้ เอาเป็นว่า ลูกทำตามที่พ่อสั่งก็แล้วกัน"
       น้ำทิพย์อึดอัด ไม่มีทางเลือก
       "ถ้าคุณพ่อต้องการเช่นนั้น ลูกก็จะทำตามค่ะ"
       พระยาไชยากรยิ้มพอใจ
       "ดีมาก เออ แล้วไอ้เรื่องเรือนแพที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคลองหลังบ้านเรา ลูกรู้หรือยังว่าเป็นของใคร"
       "ลูกให้นมอ้อนไปถามมาแล้วค่ะ ได้ความว่าเป็นของพระนิติธรรมลือชา"
       มาโนชคิดทบทวนอย่างแปลกใจ
       "พระนิติธรรมลือชา บรรดาศักดิ์ก็ไม่ใช่น้อย แต่กลับไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย"
       "ทาสคุณพระ เล่าให้นมอ้อนฟังว่า พระนิติธรรมท่านเป็นบุตรคนหัวปีของพระยาเดชารณภพ ท่านไปเรียนกฎหมายมาจากเมืองฝรั่ง ตอนนี้เป็นตุลาการค่ะ"
       พระยาไชยากรขำ หัวเราะชอบใจปนดูถูก
       
       "นึกว่าใคร ที่แท้ ก็ลูกอ้ายพระยาเดชารณภพ ทหารขี้เมาน่ะเอง"

ลูกทาส ตอนที่ 1
       บนเรือน พระยาเดชารณภพเหวี่ยงคุณหญิงลออจนล้มลงกับพื้น ก่อนจะพยายามเข้าไปตบตีซ้ำ แต่คุณกัลยา หรือแดง กับพวกทาสเข้าไปจับตัวไว้ เพราะท่านพระยาเมามาก
       
       พระยาเดชารณภพ มีภรรยา 2 คน คนแรกคือแม่ของพระนิติธรรมซึ่งเสียไปแล้ว คุณหญิงลออเป็นคนที่สอง และเป็นน้าแท้ๆของพระนิติธรรม และเป็นแม่ของคุณกัลยา
       "อย่าค่ะคุณพ่อ อย่าทำคุณแม่ แดงขอนะคะ"
       พระยาเดชารณภพเมา อาละวาด
       "ก็ใครใช้ให้มันพูดมากวะ พูดอย่างงี้ต้องตบให้ปากฉีก"
       คุณหญิงลออร้องไห้ ทั้งเจ็บตัวทั้งโกรธ
       "ฉันแค่ห้ามไม่ให้ท่านเจ้าคุณกินเหล้า เพราะท่านเจ้าคุณเมามากแล้ว อย่างงี้ถือว่าพูดมากหรือคะ ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าฉันซะเลยสิ จะได้ไม่ต้องมีใครห้ามท่านเจ้าคุณอีก"
       "มึงท้ากูรึ ทหารทั้งกองยังไม่มีใครกล้าท้ากู หยามกันเช่นนี้ก็อย่าอยู่เลย"
       พระยาเดชารณภพจะเข้าไปตบตี คุณกัลยากับพวกทาสหญิงต้องช่วยกันจับ ช่วยห้ามกันโกลาหลไปหมด
       พระนิติธรรมยืนมองเหตุการณ์วุ่นวาย ด้วยสีหน้าอ่อนใจ ก่อนจะถอนใจ ส่ายหน้าด้วยความระอาพ่อตัวเอง
       
       เวลาบ่าย บริเวณ ท่าน้ำบ้านพระยาเดชารณภพ พระนิติธรรมเดินคุยมากับคุณกัลยาด้วยสีหน้าอ่อนใจ โดยมีอ้นถือกระเป๋า ข้าวของของพระนิติธรรมไปไว้ที่เรือ เตรียมย้ายไปอยู่เรือนแพ
       พระนิติธรรมจบจากอังกฤษ การแต่งตัวแต่งจึงเป็นแบบสากลนิยม มีเรือยนต์ประจำตำแหน่งของทหารเรือ เอาไว้รับส่งไปทำงาน ส่วนคุณกัลยาเรียนชั้นม.ปลายที่คอนแวนต์กับมิชชั่นนารี
       "ทำไมคุณพี่จะย้ายไปอยู่ที่เรือนแพเร็วนักล่ะคะ น่าจะอยู่เป็นเพื่อนกันก่อน"
       พระนิติธรรมถอนใจ
       "เห็นใจพี่เถอะนะแดง พี่อยู่ไม่ไหวจริงๆ พี่เป็นตุลาการคอยตัดสินคดีความให้คนอื่น แต่พ่อตัวเองเมาเหล้าตบตีเมียอยู่คาตา พี่กลับทำอะไรไม่ได้ มันละอายใจเหลือเกิน"
       "คุณพ่อก็เป็นอย่างงี้ล่ะค่ะ เดี๋ยวพอหายเมาก็ง้อคุณแม่เอง เรื่องปากหวานล่ะเป็นที่หนึ่ง ไม่อย่างงั้น คุณแม่ไม่อยู่ด้วยจนลูกโตขนาดนี้หรอกค่ะ"
       "พี่รู้ แต่อย่างไรเสียพี่ก็ทำใจยอมรับไม่ได้ดอกนะแดง แล้วงานการพี่ก็มีมากขึ้นทุกวัน ถ้าคุณพ่อเมาอาละวาดเช่นนี้บ่อยๆ แล้วพี่จะมีสมาธิทำงานได้อย่างไรกัน"
       "ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณพี่เถอะค่ะ ถ้าน้องว่างเมื่อไหร่ จะไปเยี่ยมที่เรือนแพนะคะ"
       คุณกัลยาไหว้ลา พี่ชายรับไหว้ แล้วอดสงสารน้องสาวไม่ได้
       "พี่รู้ว่าน้องห่วงคุณแม่น้อง แต่ถ้าทนไม่ไหว ก็ไปหาพี่ได้ตลอดเวลานะ"
       "ขอบพระคุณค่ะคุณพี่"
       พระนิติธรรมเดินไปขึ้นเรือ ก่อนที่อ้นจะขับเรือออกไป
       
       เวลาเย็น บนเรือนพระยาไชยากร มาโนชกึ่งนั่งกึ่งนอนให้ทาสสาวๆนวดแขนนวดขาให้ พร้อมกับสั่งงานให้บุญมี เข้ม พลอย ยกกระถางต้นไม้ อ่างดินเผา ฯลฯ จัดวางตามที่ตนต้องการ
       "เฮ้ยๆ ระวังหน่อยโว้ยไอ้เข้ม ข้าวของข้าซื้อหามาแพงๆทั้งนั้น แตกหักไป ข้าจะลงหวายให้หลังลายเลยเชียว อ้าว ไอ้บุญมี ไอ้พลอย วางตรงนั้นแหละ กำลังดี วางเลยๆ"
       น้ำทิพย์กับแม่นมอ้อนเดินผ่านมา มาโนชยิ้มกรุ้มกริ่ม รีบลุกขึ้นไปหาน้ำทิพย์ทันที
       "น้องน้ำทิพย์มาพอดี อยู่คุยกับพี่ก่อนสิจ๊ะ พี่ตามคุณอาไปราชการเสียหลายวัน คิดถึงน้องนัก"
       น้ำทิพย์ปั้นยิ้มบอก
       "คิดถึงน้อง หรือว่าคิดถึงพวกทาสสาวๆกันแน่คะ พี่มาโนช"
       มาโนชหน้าเสีย
       "พูดอะไรเช่นนั้นจ๊ะน้องน้ำทิพย์ น้องจะเอาตัวเองไปเปรียบกับไอ้พวกทาสชั้นต่ำได้อย่างไร ไอ้ทาสพวกนี้ แค่มีวาสนาได้บำเรอพี่ ก็ถือเป็นบุญของพวกมันแล้ว ส่วนน้อง พี่ถือว่าเป็นนางแก้ว ที่เหมาะจะเป็นศรีเรือนของพี่เท่านั้น" มาโนชพูดพลางมองน้ำทิพย์ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
       แม่นมอ้อนหมั่นไส้สุดๆ
       "คุณมาโนชเจ้าขา คุณน้ำทิพย์ของอิชั้น เป็นบุตรีคนเดียวของพระยาไชยากรนะเจ้าคะ หากจะเป็นศรีเรือนของผู้ใด ผู้นั้นก็ควรจะเป็นถึงคุณหลวงเป็นอย่างต่ำ หาใช่..."
       อ้อนไม่พูดต่อ แต่แกล้งปรายตามองมาโนชด้วยสายตาดูถูก จนอีกฝ่ายเจ็บใจ
       "อีกไม่นาน ฉันก็จะได้เป็นขุนแล้ว จากขุน ขึ้นเป็นหลวงก็ง่ายนิดเดียว อยู่ที่เวลาเท่านั้น นมอ้อนรู้ตื้นๆ อย่าพูดมากดีกว่า"
       น้ำทิพย์ตีหน้าตาย
       "นั่นสิคะพี่มาโนช เมื่ออยู่ที่เวลาเท่านั้น ตอนนี้พูดไปก็เหมือนคุยโว เอาไว้พี่มาโนชเป็นหลวงก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องนี้เถอะนะคะ ... ไปเถอะจ้ะนมอ้อน ฉันเหนียวตัวเหลือเกินแล้ว อยากอาบน้ำสักหน่อย"
       "เจ้าค่ะคุณน้ำทิพย์"
       น้ำทิพย์ และนมอ้อนเดินเลี่ยงเข้าข้างในไป โดยไม่แยแสมาโนชอีก เขามองตามด้วยความเจ็บใจ สีหน้าแววตาร้ายๆ ขึ้นมา ยิ่งถูกดูถูก ยิ่งอยากเอาชนะน้ำทิพย์ให้ได้
       
       แก้วกำลังอาบน้ำอยู่ที่ท่าน้ำตอนหัวค่ำ ขณะกำลังขัดสีฉวีวรรณอยู่ ก็มีมือข้างหนึ่งโผล่ขึ้นจากน้ำ แล้วฉุดขาแก้ว พยายามจะลากลงไปในน้ำ เขาตกใจ รีบดึงขาตัวเอาแล้วลุกหนีทันทีร้อง "เฮ้ย" !
       ทันใดนั้น บุญเจิมก็โผล่ขึ้นมาจากในน้ำ หัวเราะร่วนชอบใจ ที่แกล้งดึงขาแก้วจนแก้วตกใจ
       "นังเจิม เล่นอะไรของเอ็ง ตกอกตกใจหมด" แก้วพูดอย่างโมโห
       บุญเจิมหัวเราะ
       "ตกใจขนาดนั้นเชียว คงนึกว่าฉันเป็นผีพรายล่ะซี"
       "ไม่ใช่โว้ย ข้าคิดว่าเป็นพวกโจรต่างหาก มืดค่ำแล้ว ทำไมเอ็งเพิ่งมาอาบน้ำอาบท่า ข้าอุตส่าห์รอจนปลอดคนแล้วค่อยมา กะจะอาบน้ำคนเดียวให้สบายใจเสียหน่อย ก็ดันมาเจอเอ็งอีกจนได้" แก้วน้ำเสียงเซ็งๆ
       บุญเจิมทำลอยหน้าลอยตาบอก
       "พี่อยากอาบคนเดียว แต่ฉันอยากอาบกับพี่ ถึงได้มาดักรอนี่ไง"
       แก้วตกใจ โวยวาย
       "อีนังเจิม เอ็งพูดได้อย่างไรไม่อายปาก เป็นสาวเป็นแส้พูดจาเหมือนเกี้ยวผู้ชาย"
       บุญเจิมยิ้มแย้ม
       "เรื่องอะไรต้องอาย ก็ฉันเกี้ยวพี่จริงๆนี่"
       บุญเจิมขึ้นจากน้ำ แกล้งมองไปรอบๆ
       "ไหน ใครกันที่ห้ามไม่ให้หญิงเกี้ยวชายก่อน ฉันอยากรู้นักว่าหญิงเกี้ยวชายมันผิดตรงไหน"
       แก้วมองบุญเจิมที่ขึ้นจากน้ำ กระโจมอกที่บุญเจิมสวมอยู่เปียกน้ำจนรัดรูป เขารีบเบือนหน้าไปทางอื่น
       "อีเจิมเอ๊ย ทำตัวผิดหญิงนัก ทีหน้าทีหลังก็หาผ้าผ่อนมาคลุมก่อนสิวะ"
       บุญเจิมเห็นแก้วอายจนเบือนหน้าไปทางอื่น ก็ยิ่งได้ใจ ยิ้มขำๆแล้วนั่งขัดตัว ไม่ยอมไปไหนซะอย่างนั้น
       แก้วเหล่มอง เห็นบุญเจิมทำทองไม่รู้ร้อน ก็ยิ่งหนักใจแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
       ทันใดนั้นเอง สายตาแก้วก็เหลือบไปเห็นเรือนแพของพระนิติธรรมจุดตะเกียงสว่างไสว เขาสนใจ ชะเง้อมองไปทันที
       
       "เรือนแพมีคนมาอยู่แล้วรึ"

ลูกทาส ตอนที่ 1
       ผ่านเวลาซักพัก แก้วพายเรือมาที่เรือนแพของพระนิติธรรมแล้วชะเง้อมอง พบว่าเรือนแพจุดตะเกียงสว่างไสว แต่ยังไม่เห็นคนข้างใน จึงตัดสินใจตะโกนเรียก
       
       "ขอประทานโทษขอรับ มีใครอยู่บ้างขอรับ
       อ้นถือตะเกียงเดินออกมาจากข้างในของเรือนแพ
       "มีอะไรรึ พ่อ"
       แก้วยกมือไหว้
       "กระผมชื่อแก้ว เป็นทาสบ้านพระยาไชยากร ฝั่งตรงข้ามคลองนี่เองขอรับ กระผมเห็นว่ามีคนย้ายมาอยู่แล้ว เลยมาถามว่า มีงานอะไรให้กระผมได้รับใช้บ้างขอรับ"
       ขณะนั้นเอง พระนิติธรรมยิ้มบางๆก็เดินออกมาจากข้างใน
       "มาของานทำรึ พอดีเลย ฉันกำลังจัดเรือนอยู่ มาช่วยกันหน่อยสิ ฉันมีค่าจ้างให้"
       แก้วดีใจ รีบยกมือไหว้
       "ขอบพระคุณขอรับ"
       
       แก้วเดินตามพระนิติธรรม และอ้นเข้าในเรือนแพ ภายในถูกกั้นเป็นห้องอย่างง่ายๆ มีข้าวของ สำนวนคดีความ และหนังสือมากมายวางอยู่เต็มไปหมด
       "ชื่อแก้วรึ"
       "ขอรับ"
       "ยกพวกตู้โต๊ะไปจัดวางที่มุมห้องก็แล้วกัน ส่วนพวกหนังสือกับสำนวนคดีฉันกับไอ้อ้นจัดการเอง"
       "ได้ขอรับ"
       แก้วกำลังจะไปยกโต๊ะ ขณะนั้นเอง อ้นก็หอบกองสำนวนคดีขึ้นมาจะเอาไปวางบนชั้น แต่กลับทำกองสำนวนคดีตกกระจายเกลื่อนไปหมด
       "ไอ้อ้น ข้าอุตส่าห์จัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย เอ็งทำเกลื่อนเช่นนี้ แล้วจะจัดกลับไปให้ข้าได้รึ เสียเวลาข้าต้องจัดใหม่อีก"
       อ้นยิ้มแหยๆ
       "ขอประทานโทษขอรับคุณพระ"
       อ้นเข้าไปหยิบสำนวนคดีขึ้นมาเรียงใหม่ แต่อ่านหนังสือไม่ออก เลยไม่รู้ต้องเรียงสำนวนอันไหนก่อน อันไหนหลัง ได้แต่เกาหัวยิกๆด้วยความงง แก้วเข้าไปช่วยอ้น
       "ให้ฉันช่วยเถอะ"
       แก้วหยิบสำนวนคดีขึ้นมาอ่าน เลยรู้ว่าต้องเรียงสำนวนแต่ละคดียังไง ก่อนจะจัดเรียงใหม่อย่างถูกต้องนิติธรรมรู้สึกแปลกใจ
       "อ่านหนังสือออกด้วยรึ"
       แก้วยิ้มรับ
       "ขอรับ เขียนหนังสือก็ได้ขอรับ"
       "แปลก ฉันไม่เคยเห็นทาสที่ไหนอ่านออกเขียนได้ ทาสเรือนเจ้าคุณไชยากร เป็นอย่างนี้ทุกคนรึ"
       "มิได้ขอรับ แม่กระผมเป็นทาสเก่าของคุณหญิงท่าน คุณหญิงท่านเมตตาให้แม่กระผมเรียนหนังสือเป็นเพื่อนแต่เล็ก แม่กระผมเลยอ่านออกเขียนได้ แล้วนำมาสอนกระผมต่ออีกทีขอรับ"
       พระนิติธรรมพยักหน้ารับทราบช้าๆ ก่อนจะมองแก้วจัดเรียงสำนวนด้วยความสนใจ
       
       บริเวณเรือนทาส กิ่งใช้กิ่งข่อยสีฟันอยู่ พอสีเสร็จก็บ้วนปาก แล้วหันมาคุยกับแก้วด้วยความดีใจ
       "จริงรึไอ้แก้ว คุณพระเรือนแพจะจ้างเอ็งให้ช่วยงานจริงรึ"
       "จริงสิจ๊ะแม่ ท่านบอกว่างานท่านต้องคัดลอกเป็นสำเนาเก็บไว้ ท่านคัดคนเดียวก็เหน็ดเหนื่อยนัก เลยจ้างฉันให้ช่วยคัดลอกสำนวนคดีให้ท่านจ้ะ ถ้าฉันได้เบี้ยได้อัฐมา จะเอามาให้แม่นะจ๊ะ"
       กิ่งลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู
       "เอ็งเก็บไว้ใช้เองเถอะไอ้แก้ว ข้าไม่จำเป็นต้องใช้อะไรหรอก เอ็งไปทำงานให้คุณพระท่าน ก็ตั้งใจ
       ทำดีๆนะ ท่านจะได้เมตตาใช้สอยเอ็งต่อ"
       แก้วยิ้มแย้ม
       "จ้ะแม่ ฉันจะตั้งใจรับใช้คุณพระท่านให้ดีที่สุด คุณพระท่านใจดีนะแม่ นอกจากจะให้ค่าจ้างฉันแล้ว ยังสอนวิชาความรู้ให้ฉันอีก ท่านเห็นฉันสงสัยอะไร ก็อธิบายให้ฟัง ฉันได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกตั้งหลายอย่าง"
       แก้วยิ้มดีใจ
       "ดีแล้วล่ะแก้วเอ๊ย วิชาความรู้มันจะติดตัวเราไป ถึงเรา จะเป็นทาส แต่ก็ไม่แน่ ว่าซักวันเราอาจจะต้องใช้มันก็ได้ เหมือนที่เอ็ง ได้งานจากคุณพระก็เพราะเอ็งอ่านออกเขียนได้นี่แหละ"
       แก้วหน้าขรึมลง
       "ฉันรู้จ้ะแม่ แล้วฉันก็ไม่มีวันลืมสิ่งที่พ่อสอนฉันด้วย ฉันจะขวนขวายหาวิชาความรู้ใส่ตัวให้มากไว้ ไม่ให้ใครดูถูกฉันได้เด็ดขาด"
       แก้วมีสีหน้าย้อนนึก
       
       10 ปีก่อน แก้วในวัย 9 ขวบ เวลากลางวันที่เรือนทาสกิ่ง แก้วกำลังใช้กิ่งไม้ขีดเขียนตัวอักษรบนพื้นดิน โดยมีก้าน พ่อของแก้วซึ่งกำลังป่วยหนักนั่งดูอยู่ กิ่งเดินออกมาจากข้างใน พูดอย่างเป็นห่วง
       "พี่ก้าน ทำไมออกมานั่งนอกเรือนล่ะจ๊ะ พี่ยังได้ไข้อยู่นะ"
       ก้านไข้ขึ้นสูง ไอโขลก ยิ้มบางๆ
       "พี่อยากเห็นไอ้แก้วมันเขียนหนังสือ ทุกครั้ง ที่พี่เห็นมันเขียนหนังสือได้ พี่ก็ชื่นใจ"
       แก้วเขียนเสร็จก็หันไปพูดกับพ่อ
       "เขียนเสร็จแล้วจ้ะพ่อ พ่อดูสิจ๊ะ ว่าฉันเขียนถูกหรือไม่"
       ก้านลูบหัวลูกด้วยความเอ็นดู
       "พ่ออ่านไม่ออกดอก ให้แม่เอ็งดูเถอะ"
       กิ่งเดินไปดูที่ลูกเขียน
       "เขียนถูก เก่งจริงๆแก้วเอ๊ย สอนครั้งเดียวก็เขียนได้"
       ก้านดึงลูกเข้ามากอดด้วยความรัก
       "แก้ว เอ็งต้องขยันหมั่นเพียรนะลูก เกิดเป็นทาสเค้า ผ้าพันกายสักผืนก็ยังหายาก พ่อกับแม่ก็ไม่มีสมบัติพัสถานอะไรจะให้เอ็ง มีก็แต่วิชาความรู้เล็กน้อยพวกนี้เท่านั้น หากเอ็งโตขึ้น ก็ต้องหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม อย่าได้เกียจคร้านเป็นอันขาด"
       "จ้ะพ่อ ฉันจะจำไว้"
       ก้านไอโขลก แต่ก็ยังกอดแก้วด้วยความรักเต็มเปี่ยม ตัวหนังสือบนพื้น แก้วเขียนคำว่า “พ่อก้าน”
       
       เวลาเช้า แก้วและแม่นั่งซึมๆ เมื่อคิดถึงเรื่องของก้าน...กิ่งลูบหัวแก้วไปมา สงสารที่ลูกกำพร้าพ่อ
       ขณะนั้นเอง บุญเจิมก็เดินถือชามใส่ขนมหน้าระรื่นเข้ามาหาแก้ว
       บุญเจิมยิ้มแย้ม
       "พี่แก้วๆ วันนี้ในครัวทำของหวานตั้งหลายอย่าง ฉันแย่งกับพวกนังอิ่มแทบตาย จะเอามาให้พี่ พี่กินสิจ๊ะ อร่อยนะ"
       กิ่งหมั่นไส้บอก
       "ดีเหลือเกินนะเอ็งนังบุญเจิม ข้าเป็นแม่ไอ้แก้วแท้ๆ เอ็งจะมีกะใจชวนข้าซักคำรึก็เปล่า เรียกแต่ไอ้แก้วกินอยู่นั่นแหละ"
       บุญเจิมชักเขินๆ
       "แหม ป้า ฉันชวนพี่แก้วก็เหมือนชวนป้านั่นแหละ"
       กิ่งทิ้งค้อนอย่างหมั่นไส้
       "ขอบใจมากนะนังเจิม แต่ข้าไม่กินหรอก"
       บุญเจิมหน้าเสีย
       "อ้าว ทำไมล่ะพี่"
       "ได้เวลาที่ข้าต้องไปช่วยคุณน้ำทิพย์เก็บดอกไม้บูชาพระแล้ว"
       แก้วดูขนมในชามของบุญเจิมแล้วบอก
       "ท่าทางมันก็น่าอร่อยอย่างเอ็งว่า เอ็งเก็บไว้กินเองแล้วกัน"
       แก้วเดินเลี่ยงไปอย่างอารมณ์ดี ที่จะได้เจอคุณน้ำทิพย์ บุญเจิมมองตามด้วยความเจ็บใจ ที่แก้วไม่สนใจหล่อนเลย
       บุญเจิมหันไปพาลใส่กิ่ง
       "ป้าอยากกินไม่ใช่รึ งั้นฉันยกให้ป้าหมดเลยก็แล้วกัน"
       บุญเจิมวางชามขนมกระแทกลง แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป กิ่งพูดอย่างโมโห
       
       "ดู ดูมันทำ อีบุญเจิม อีม้าดีดกะโหลก"

ลูกทาส ตอนที่ 1
       บรรยากาศภายในสวนสวยแลดูร่มรื่น มีต้นไม้เขียวขจี ไม้ดอกออกดอกเต็มไปหมด น้ำทิพย์กำลังเดินเก็บดอกมะลิเพื่อเอามาร้อยมาลัยบูชาพระอยู่ โดยมีแก้วถือขันใส่ดอกไม้ คลานเข่าตามน้ำทิพย์มา
       
       น้ำทิพย์ยิ้มบางๆ บอก
       "คุณพระนิติธรรมลือชาท่านนี้ มีเมตตากับแก้วอยู่มากทีเดียวนะ ดีแล้ว ตั้งใจทำงานกับท่านให้ดี ท่านจะได้เมตตาให้เบี้ยอัฐแก้วบ้าง"
       "เบี้ยอัฐยังเป็นเรื่องรองขอรับคุณน้ำทิพย์ แต่กระผมอยากให้คุณพระท่านอบรมสั่งสอนผมมากกว่าขอรับ คุณพระท่านมีความรู้มาก ที่เรือนแพเองก็มีสมุดหนังสือมากมายเต็มไปหมด คุณพระท่านเมตตาให้กระผมยืมไปอ่านได้ด้วยนะขอรับ"
       น้ำทิพย์ยิ้มขำๆ
       "อ่านหนังสือในหอสมุดเรือนฉันจนหมดแล้วรึ ถึงได้คิดจะหยิบยืมหนังสือคุณพระท่านมาอ่าน"
       แก้วตกใจ หน้าเสีย
       "คุณน้ำทิพย์ รู้ด้วยหรือขอรับ"
       น้ำทิพย์ยิ้มแย้ม
       "รู้อะไร เรื่องที่แก้วแอบอ่านหนังสือในหอสมุดน่ะรึ ฉันรู้มานานแล้ว แต่ไม่ต้องกลัว คุณพ่อท่านไม่รู้ดอก"
       แก้วถอนใจโล่งอก
       "ท่านเจ้าคุณไม่ชอบให้กระผมหรือแม่อ่านหนังสือ แต่กระผมอยากอ่านจริงๆขอรับ แม้ต้องเสี่ยงโทษ กระผมก็ยอม"
       น้ำทิพย์ชอบที่แก้วเป็นคนใฝ่เรียน ไม่เหมือนทาสอื่น
       "ฉันรู้ ฉันถึงไม่ได้เรียนให้คุณพ่อท่านทราบยังไงล่ะ แก้วอ่านสมุดหนังสือไปก็มาก ชอบเล่มไหนมากที่สุดล่ะ"
       แก้วคิดอยู่ครู่นึง
       "ยากจะตอบขอรับ หนังสือแต่ละเล่มก็มีดีต่างกัน แต่ที่กระผมอ่านบ่อยก็พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากุ้งท่านขอรับ"
       น้ำทิพย์แปลกใจที่ชอบเหมือนกัน
       "แล้วแก้วชอบกาพย์กลอนบทไหนบ้างล่ะ"
       "ก็มีมากขอรับ แต่เท่าที่นึกได้ตอนนี้ก็..."
       แก้วยิ้มกรุ้มกริ่ม มองน้ำทิพย์ด้วยสายตารักใคร่
       "ฝนตก ฝนหากตก / แก้วกับอก อย่าโกรธฝน / ลมพัดรับขวัญบน / แก้วโกมลมานอนเนา"
       น้ำทิพย์เจอแก้วท่องกลอนพร้อมมองด้วยสายตาแบบนี้ ก็อดที่จะเอียงอายไม่ได้ เธอหลบตาเล็กน้อย
       แก้วยังคงส่งตาหวานว่ากลอนต่อไป
       "ฝนตกไม่ทั่วฟ้า / เย็นแหล่งหล้าในภูเขา / ไม่เย็นในอกเรา / เพราะคู่เคล้าเจ้าอยู่ไกล"
       น้ำทิพย์รู้สึกถึงความนัยที่แก้วเปรียบเปรยถึงความต่างของคนสองคน น้ำทิพย์ชำเลืองมองแก้ว
       ทั้งคู่สบตากันเล็กน้อย เธอปั้นยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึก
       "ชาย ก็อย่างนี้แหละ เวลารักก็พูดพร่ำคำหวาน เอาอกเอาใจเสียทุกอย่าง แต่ยามชัง ก็สารพัดจะด่าว่า
       หญิง...แก้วเคยอ่านผ่านตากาพย์กลอนนี้มั้ยล่ะ"
       แก้วตั้งอกตั้งใจฟัง
       "ตระกูลหงส์ย่อมประจงแต่โบกขเรศ /ตามเพศพิไสยที่เคยแสวง /มิรู้กาผ่าพงศ์มาลงแปลง / เข้าปลอมแหล่งแฝงเล่นไม่เห็นรอย ...- เห็นหรือไม่แก้ว พอชัง หญิงก็เป็นแค่อีกา หาใช่นางหงส์อีกต่อไป"
       "เจ้าฟ้ากุ้งท่านจะตัดพ้อใคร กระผมไม่ทราบดอกขอรับ แต่ถ้าเป็นกระผม หากรักใคร ก็จะเทิดทูนผู้หญิงคนนั้นเป็นนางหงส์ ไปจนวันตาย" แก้วพูดพลางมองน้ำทิพย์สายตาเทิดทูน จนเธอเขินอายจนต้องหลบสายตาของแก้วอีกครั้ง แต่ก็แอบอมยิ้ม อดดีใจลึกๆไม่ได้
       
       กิ่งกับทาสคนอื่น กำลังปัดกวาดเช็ดถูเรือนของพระยาไชยากรอยู่ กิ่งเข้ามาในห้องทำงาน แล้วเริ่มเช็ดถูทำความสะอาด ขณะนั้นเอง มือของเธอก็เผลอไปปัดกองหนังสือบนโต๊ะตกลงมา กิ่งตกใจ รีบเก็บหนังสือทันที ทันใดนั้น ก็เหลือบเห็นเอกสารชิ้นหนึ่ง วางสอดไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง กิ่งแปลกใจ เลยหยิบเอกสารชิ้นนั้นออกมาดู เธออ่านตัวอักษรบนหน้าปกเอกสาร พึมพำออกมาเบาๆ
       "พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย"
       กิ่งสนใจขึ้นมาทันที รีบพลิกดูข้างในเอกสารด้วยความตื่นเต้นอยากรู้
       
       ผ่านเวลาซักพัก กิ่งเดินยิ้มอารมณ์ดีเข้ามาในครัว พอเข้ามาก็เห็นทาสคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่ โดยมีทาสอีก 2-3 คนคอยปลอบโยน กิ่งแปลกใจ เข้าไปถาม
       “เกิดอะไรขึ้นรึนังทอง ร้องไห้ทำไม”
       ทาส 1 ร้องไห้
       “ข้าเวทนาไอ้เผือกหลานข้าเหลือเกินพี่กิ่ง ท่านเจ้าคุณพัลลภ หาว่ามันขี้เกียจสันหลังยาว เลยโบยมันเสียหลังแทบขาด โธ่ เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ตักเตือนมันก็ได้ เหตุใดต้องถึงโบยด้วย”
       ทาส 2 ถอนใจบอก
       “เวรกรรมของเอ็งจริงจิ๊ง ไอ้เผือกเอ๊ย ใครๆก็รู้ ว่าท่านเจ้าคุณพัลลภอารมณ์ร้ายนัก บทดีก็ดีใจหาย บทจะร้าย ขังทาสตายคาเรือนก็เคยมาแล้ว”
       “อย่ามัวแต่สงสารไอ้เผือกมันเลยวะ หากเอ็งไม่ยอมไปทำงาน คนที่จะโดนเฆี่ยนก็คือเอ็งกับข้านี่แหละ” ทาส 3 ว่า
       “เออๆ ไปก็ได้” ทาส 2 บอก
       ทาสคนอื่นออกจากห้องครัวไป เหลือกิ่งกับทาส 1 แค่สองคน ทาส 1 เดินสะอึกสะอื้นจะไปทำงาน กิ่งมองแล้วก็สงสารก็เลยบอก
       “อย่าร้องห่มร้องไห้ไปเลยวะนังทอง อดทนอีกไม่เกินสองปี ไอ้เผือกหลานเอ็งก็จะได้เป็นไทแล้ว”
       ทาส 1 แปลกใจถาม
       “พี่กิ่งเอาอะไรมาพูด”
       “ข้ารู้มาก็แล้วกัน ไอ้เผือก มันเกิดปีมะโรง สัมฤทธิศก ปีเดียวกับไอ้แก้วลูกข้าไม่ใช่รึ”
       “ใช่จ้ะ”
       กิ่งพนมมือท่วมหัว
       “พระพุทธเจ้าหลวงท่าน ทรงออกกฎบัตรกฎหมาย ให้ลูกทาสที่เกิดปีนี้ได้เป็นไท เมื่ออายุครบยี่สิบเอ็ดน่ะสิ”
       ทาส 1 พนมมือท่วมหัวเช่นกัน
       “จริงรึพี่กิ่ง เจ้าประคู้น ขอพระองค์จงทรงพระเจริญเถิด เออ แล้วพี่รู้มาจากไหนล่ะ”
       กิ่งฉุกคิดขึ้น หน้าเสีย
       “เอ็งอย่ารู้เลย รีบๆไปทำงานเถอะ”
       กิ่งรีบเดินเลี่ยงไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่สบายใจที่พลั้งปากเรื่องนี้ออกไป
       
       น้ำทิพย์เดินถือขันใส่ดอกไม้ กลับขึ้นเรือนมาอย่างมีความสุข แต่พอขึ้นมาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นพ่อกำลังคุยกับชายหนุ่ม 3 คนอยู่ ชายหนุ่มทั้ง 3 เป็นลูกผู้ดีมีเงิน ต่างคนต่างมาชอบน้ำทิพย์
       พระยาไชยากรยิ้มแย้มบอก
       “มาพอดีเลยลูก พี่สามคนเค้ามาคอยลูกได้พักใหญ่แล้ว”
       น้ำทิพย์ไหว้ชายหนุ่มทั้ง 3 ทั้งสามรับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
       “ดิฉันต้องขอประทานโทษด้วยนะคะ ที่ให้คุณพี่ทั้งสามต้องรอ พอดีดิฉันไปเก็บดอกไม้มาร้อยมาลัยบูชาพระ”
       หนุ่ม 1 ยิ้มกรุ้มกริ่มบอก
       “ไม่เป็นไรดอกจ้ะ ถ้าเป็นน้องน้ำทิพย์ นานแค่ไหนพี่ก็รอได้”
       พระไชยากรแกล้งกระแอมเสียงดังขัด หนุ่ม 2 รีบฉวยโอกาสประจบ
       “ท่านเจ้าคุณอาขอรับ เจ้าคุณพ่อของกระผมฝากชาอย่างดีจากเมืองฝรั่งมาให้ขอรับ”
       หนุ่ม 2 เอาของขวัญไปยื่นให้
       หนุ่ม 3 ยื่นโถลายครามให้
       “โถลายครามจากเมืองจีนขอรับ เพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้เองขอรับ”
       หนุ่ม 1 กลัวเสียคะแนน รีบประจบพระยาไชยากร
       “ท่านเจ้าคุณขอรับ กระผมนำโต๊ะไม้แกะสลักอย่างดีมาจากหัวเมืองเหนือ เวลานี้วางอยู่ที่หน้าเรือน ขอเชิญท่านเจ้าคุณลงไปดูสักหน่อยเถอะขอรับ”
       พระยาไชยากรรับของทั้งหมดมา แล้วหัวเราะชอบใจ
       “ขอบใจๆ ขอบใจพ่อคุณทั้งสามคนมากนะที่มีน้ำใจ”
       พระยาไชยากรหันไปพูดกับลูกสาว
       “ลูกน้ำทิพย์จะไปร้อย มาลัยบูชาพระไม่ใช่รึ ไปสิ ประเดี๋ยวพ่ออยู่คุยกับพวกพี่ๆเค้าเอง”
       ชายหนุ่มทั้งสามหน้าเสีย หันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าพระยาไชยากรจะเอาแต่ได้ สนแต่ของฝาก พอได้ของก็หวงลูกสาว รีบกันน้ำทิพย์ออกไปทันที
       น้ำทิพย์ ถึงกับหน้าเสีย รู้สึกอับอายที่พ่อเป็นคนแบบนี้
       
       “ค่ะคุณพ่อ”
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ลูกทาส ตอนที่ 2 (ต่อ)
ลูกทาส ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้องเคนหล่อมากกกก
Asda
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เบลล่าน่ารักมากๆค่ะ
ภูภูมิก็ดูน่ารัก ขี้เล่น
จิ้นมากๆ รอดูนะคะ
Bella FC
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
likeeeeeeeee
mayty2319555
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014