ลูกทาส ตอนที่ 1

โดย MGR Online   
20 กุมภาพันธ์ 2557 17:31 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
ลูกทาส ตอนที่ 1
        ลูกทาส ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       ภายในห้องนอนน้ำทิพย์เวลานั้น แม่นมอ้อนฟังความจบกำลังหัวเราะชอบใจ จนต้องเช็ดน้ำหมากที่เลอะออกมา โดยมีน้ำทิพย์นั่งหน้าจ๋อยๆ อยู่ใกล้ๆ พร้อมกับถอนใจเฮือก
       
       “นมยังมีแก่ใจหัวเราะอีกเหรอจ๊ะ ฉันอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว คุณพ่อท่านทำแบบนี้ ไม่ต่างจากเอาฉันเป็นเหยื่อล่อเพื่อเอาของกำนัลเลย ต่อไป คงได้ถูกนินทากันป่นปี้แน่”
       อ้อนหัวเราะ
       “คงไม่ถูกนินทามากไปกว่านี้ดอกเจ้าค่ะคุณน้ำทิพย์ คนเค้ารู้กันครึ่งค่อนพระนคร ว่าพระยาไชยากรเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว แลเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก ไม่เช่นนั้นจะมั่งมีร่ำรวยได้ถึงเพียงนี้หรือเจ้าคะ”
       น้ำทิพย์ส่ายหน้าอ่อนใจ
       “ร่ำรวยด้วยวิธีเช่นนี้ แล้วฉันจะกล้าสู้หน้าใครได้เล่านม ฉันเป็นลูก มีคนมาว่าร้ายพ่อตัว ฉันก็ย่อมไม่พอใจ แต่ไอ้ครั้นจะเถียง ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะคุณพ่อท่านก็ทำจริงๆ”
       อ้อนยิ้มบางๆบอก
       “โถ แม่คุณของนม อย่าทุกข์ใจไปเลยเจ้าค่ะ คนที่เค้ามีใจเป็นธรรม เค้าย่อมรู้เอง ว่าพ่อลูกนั้นผิดแผกกัน สิ่งที่ท่านเจ้าคุณทำ หาใช่สิ่งที่คุณน้ำทิพย์ต้องการไม่”
       น้ำทิพย์ สีหน้าหนักใจ
       “แล้วเมื่อไหร่ คุณพ่อถึงจะเลิกซะทีล่ะจ๊ะนม”
       “ก็จนกว่า คุณน้ำทิพย์จะออกเรือนไปกับคุณมาโนชนั่นล่ะเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณหมายตาทรัพย์สมบัติของพระยานคราเขตต์บุรี เจ้าคุณพ่อของคุณมาโนชมานานแล้ว ถ้าได้สมบัติมากมายขนาดนั้น ก็คงไม่ไยดีกับของกำนัลพวกนี้ดอกเจ้าค่ะ”
       น้ำทิพย์ หน้าเครียดทันที
       “ออกเรือนกับพี่มาโนชน่ะรึ ให้ฉันไปตาย ยังจะง่ายเสียกว่า”
       น้ำทิพย์ถอนใจยาวออกมาแล้วลุกเดินไป
       
       เวลาบ่าย มาโนชเดินปวดหัวออกมาจากห้อง เพราะเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย
       “โอ๊ย ปวดหัวโว้ย มีใครอยู่บ้างวะ ไปเอาเหล้ามาให้ข้ากินหน่อยซิ” มาโนชตะโกนสั่ง
       ขณะนั้นเอง เสียงพระยาไชยากรดังขึ้น
       “ เพิ่งตื่น ก็จะกินเหล้าอีกแล้วรึพ่อมาโนช”
       มาโนชหน้าเสียทันทีที่เห็นพระยาไชยากร
       “เอ่อ คุณอามีอะไรให้กระผมรับใช้หรือขอรับ”
       พระยาไชยากรมองมาโนชด้วยสายตาตำหนิ แต่เพราะเห็นว่าเป็นหลาน เลยไม่อยากบ่นอะไรมาก
       “ก็ไม่มีอะไร อาแค่อยากจะไหว้วานพ่อมาโนชเอาของกำนัลไปให้ไอ้คุณพระเรือนแพหน่อย เมื่อครู่ อาเพิ่งได้ของกำนัลมา ก็เอาของนี่แหละให้ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องหมดเปลือง...โชคดีจริงๆ” พระยาไชยากรยิ้มเจ้าเล่ห์
       มาโนชไม่ค่อยพอใจนัก
       “แล้วทำไมเราต้องเอาของไปกำนัลคุณพระอะไรนี่ด้วยล่ะขอรับ เป็นแค่ตุลาการ อำนาจวาสนาอะไรก็ไม่มี”
       “อย่ามองอะไรสั้นๆสิพ่อมาโนช ตุลาการนี่แหละสำคัญนัก คบไว้ไม่เสียหายดอก" พระยาไชยากรยิ้มร้าย "หากภายหน้าเรามีคดีความ ก็จะได้อาศัยไหว้วาน ให้ช่วยตัดสินเข้าข้างเราอย่างไรเล่า” พระยาไชยากรพูดพลางยิ้มร้าย
       มาโนชคิดตาม พยักหน้ารับ
       “จริงสิขอรับ มีประโยชน์อย่างที่คุณอาว่าจริงๆ”
       “ก็ใช่น่ะซี แต่อาเป็นผู้ใหญ่แลเป็นถึงพระยา จะไปเองก็เสียศักดิ์ศรี แม่น้ำทิพย์ก็เป็นหญิง ไปถึงเรือนผู้ชายก็ไม่งาม จะมีก็แต่พ่อมาโนชนี่แหละ ที่พอจะช่วยอาได้”
       “คุณอาไม่ต้องห่วงขอรับ เรื่องแค่นี้ กระผมจะเป็นธุระจัดการให้เรียบร้อยเอง รับรองว่าผมจะให้ไอ้คุณพระเรือนแพนั่น มาหมอบราบคาบแก้วต่อหน้าคุณอาให้ได้” มาโนชยิ้มเจ้าเล่ห์
       
       ผ่านเวลาซักครู่ พระนิติธรรมเดินออกมาจากเรือนแพ มาหามาโนชที่ยืนรออยู่ แก้วถือโถลายคราม
       บุญมีถือกล่องใส่ชา ในขณะที่พลอย กับเข้ม ยืนประดับบารมีมาโนชอยู่
       มาโนชเห็นว่าพระนิติธรรมยังหนุ่มกว่าคุณพระทั่วไปมาก แล้วยกมือไหว้
       “คุณพระนิติธรรมลือชาใช่หรือไม่ขอรับ”
       นิติธรรมรับไหว้
       “ใช่ มีธุระอะไรกับฉันรึ”
       มาโนชแนะนำตัวอย่างภาคภูมิใจมาก
       “กระผมชื่อมาโนช เป็นหลานชายพระยาไชยากร แลเป็นบุตรชายพระยานคราเขตต์บุรี เจ้าคุณอา
       ของกระผม เห็นว่าคุณพระเพิ่งย้ายมาอยู่ ก็เลยเอาของเล็กๆน้อยๆพวกนี้ มากำนัลให้คุณพระขอรับ”
       แก้ว บุญมี คุกเข่ายื่นโถลายคราม กับกล่องใส่ชาให้พระนิติธรรมดู เข้มยิ้มประจบ
       “นี่เป็นชาจากเมืองฝรั่งขอรับ ส่วนโถนี่ ก็เป็นโถจากเมืองจีนคุณพระเชิญดูสิขอรับ”
       พระนิติธรรมปรายตามองของนิดนึง ยิ้มเล็กน้อย
       “ดูท่า จะไม่ใช่ของเล็กๆน้อยๆ แล้วกระมังคุณมาโนช”
       มาโนชยิ้มกริ่ม รู้ดีว่าเป็นของแพงซึ่งพระนิติธรรมต้องชอบแน่
       “ของมีค่าเช่นนี้ ฉันคงรับไว้ไม่ได้ดอก”
       มาโนชตกใจ ผิดคาด
       “ทำไมเล่าขอรับคุณพระ”
       “ฉันเป็นตุลาการ รับของมีค่าเช่นนี้ไว้มันไม่งาม ภายหน้าหากท่านเจ้าคุณไชยากรหรือตัวคุณมาโนชเองเกิดคดีความ คนจะเอาไปนินทาได้ ว่าฉันลำเอียงเข้าข้าง เพราะเคยรับของกำนัลไว้ก่อน รบกวนคุณมาโนชเอากลับไปเถิด”
       มาโนชขบกรามแน่นจนขึ้นสัน โกรธจัดที่โดนหักหน้า แต่แก้วมองพระนิติธรรมด้วยสายตาชื่นชมบูชา นับถือความซื่อตรงของพระนิติธรรมจนสุดหัวใจทันที
       บุญมีโกรธแทนนาย
       “แต่นี่เป็นของที่ท่านเจ้าคุณฝากมานะขอรับ คุณพระทำเช่นนี้ ไม่เท่ากับฉีกหน้าท่านเจ้าคุณของกระผมหรือขอรับ”
       พระนิติธรรมโมโห
       “ข้าก็ชี้แจงแล้วว่ามันไม่งาม ถ้าท่านเจ้าคุณของเอ็งถือว่าฉีกหน้า จะโกรธจะเคืองก็ตามแต่ใจเถิด”
       พระนิติธรรมเดินกลับเข้าเรือนแพ ด้วยความโมโห
       พลอยโมโหแทน
       “ไอ้คุณพระเรือนแพมันหยามเรานัก จะเอาเช่นไรดีขอรับ คุณมาโนช”
       
       มาโนชเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ

ลูกทาส ตอนที่ 1
        ในเวลาต่อมา พระยาไชยากรกำลังโกรธจัดอยู่บนเรือน
       
       “ไอ้พระนิติธรรม มันกล้าพูดถึงขั้นนั้นเชียวรึ”
       มาโนชกำลังใส่ไฟให้อาตัวเองฟังเต็มที่
       “ขอรับคุณอา มันบอกว่าพระยาไชยากรมีชื่อเสียงอื้อฉาว ไม่รู้ว่าจะต้องมากราบกรานขอความช่วยเหลือมันวันไหน มันเลยไม่อยากรับของกำนัลไว้ให้ชาวบ้านต้องครหามันขอรับ”
       พระยาไชยากรโมโหมาก
       “ไอ้เด็กอมมือ เพียงแต่ได้ไปร่ำเรียนที่เมืองฝรั่งกลับมา ทำเป็นเย่อหยิ่งจองหอง คิดว่าคนอย่างกู จะต้องไปกราบกรานมึงเชียวรึ กูเป็นถึงพระยา ฐานะก็มั่งคั่งร่ำรวย ส่วนมึงก็แค่คุณพระ แลพ่อมึงก็เป็นแต่พระยาขี้เมา หามีอำนาจมากมายอะไรไม่ ฐานะก็เพียงแต่พอประมาณไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา เหิมเกริมมาระรานถึงกู”
       มาโนชได้ที รีบใส่ไฟอีก
       “นั่นซีขอรับ กระผมได้ยินก็แค้นใจแทนคุณอาเหลือเกิน ติดแต่ว่าเป็นเขตเรือนของมัน จะทำอะไรก็ไม่สะดวก มิเช่นนั้น คงได้เห็นดีกันไปแล้ว”
       พระยาไชยากรยิ่งคิดยิ่งแค้น
       “วันนี้ทำอะไรมันไม่ได้ วันหน้าก็ยังมี มันอย่าพลาดมาบ้างก็แล้วกัน พ่อมาโนชไปกำชับไอ้พวกทาส อย่าให้อ้ายอีคนใดไปเหยียบเรือนไอ้พระนิติธรรมเป็นอันขาด อาไม่ต้องการให้เศษดินที่เรือนมัน ติดกลับมาเป็นเสนียดที่เรือนของอา”
       มาโนชยิ้มสะใจ
       “ได้ขอรับคุณอา”
       
       ภายในสวน แก้วตกใจกับข่าวที่บุญเจิมนำมารายงาน
       “จริงรึนังเจิม ท่านเจ้าคุณสั่งห้ามทาสทุกคนไปเหยียบเรือนแพของคุณพระนิติธรรมรึ”
       “ฉันจะโกหกพี่ทำไม ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามแม่พี่ดูสิ ตอนนี้โจษกันไปทั้งเรือนแล้ว”
       แก้วซึมลงไปทันที อยากไปหาพระนิติธรรมเพื่อหาความรู้ บุญเจิมยิ้มขำ
       “หน้าบอกบุญไม่รับเลยนะพี่แก้ว เสียดายเงินค่าจ้างของคุณพระเรือนแพล่ะซี”
       แก้วถอนใจ
       “เอ็งไม่เข้าใจดอกนังเจิม สำหรับข้า เบี้ยอัฐมันไม่สำคัญเท่าความรู้ที่ข้าจะได้จากคุณพระนิติธรรมท่านดอก”
       “เราเป็นทาสเค้า ถึงมีความรู้ท่วมหัวก็ไม่ได้ใช้ แล้วพี่จะอยากได้วิชาความรู้ไปทำไม แถมท่านเจ้าคุณยังออกคำสั่งห้ามเด็ดขาด ไม่ให้ไปที่เรือนแพแล้วด้วย ถ้าพี่ไป มีหวังหลังลายแน่”
       แก้วหน้าขรึมลง สีหน้าแววตามุ่งมั่น
       “อย่าว่าแต่หลังลายเลย ต่อให้หัวขาดข้าก็จะไป คนเรา ถ้าต้องอยู่อย่างโง่เขลาไร้ปัญญา ก็สู้ตายเสียดีกว่า”
       
       เวลาหัวค่ำ แก้วกำลังคุยกับพระนิติธรรมอยู่ โดยแก้วกำลังคัดลอกสำนวนคดีความให้พระนิติธรรมไปด้วย
       พระนิติธรรมยิ้มๆ
       “แกรักเรียนถึงขนาดนี้เชียวรึเจ้าแก้ว รู้ไม่ใช่รึว่า ทาสที่ขัดคำสั่งนายต้องโดนอะไรบ้าง”
       “รู้ขอรับ แต่กระผมก็เต็มใจที่จะเสี่ยง แม้ว่าทาสอย่างกระผม จะไม่มีโอกาสได้ใช้วิชาความรู้อย่างที่นังบุญเจิมมันว่า แต่กระผมก็ขอตายอย่างมีความรู้ติดตัว ดีกว่าตายอย่างคนโง่ขอรับ”
       พระนิติธรรมหัวเราะชอบใจ)
       “เออ ถ้าแกคิดได้อย่างงั้น ฉันก็จะช่วย สงสัยอะไรก็บอก ฉันจะสอนแกทุกเรื่อง ไม่ปิดบังแกหรอก”
       “ขอบพระคุณมากขอรับคุณพระ “
       แก้วยกมือไหว้แล้วยื่นกระดาษที่ตนคัดลอกให้พระนิติธรรม
       “นี่สำเนาที่กระผมคัดลอก ขอเชิญคุณพระตรวจทานดูก่อนขอรับ”
       พระนิติธรรมรับกระดาษมาอ่าน แล้วยิ้มพอใจ
       “ลายมือสวย คัดลอกถูกต้อง ไม่มีผิดเลย เก่งกว่าที่ฉันคิดเสียอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ ซักวันแกคงได้รับราชการแน่”
       แก้วตื่นเต้นสุดๆ
       “รับราชการ ทาสอย่างกระผมนี่หรือขอรับ”
       “เชื่อฉันเถอะ บ้านเมืองเรากำลังเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงแต่ทาส แม้แต่กฎหมายบ้านเมืองก็ยังต้องเปลี่ยน หาไม่ เราก็จะถูกบ้านเมืองอื่นที่เจริญกว่าดูถูกดูแคลน แล้วใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานเป็นแน่”
       แก้วพยักหน้ารับช้าๆ อย่างเข้าใจ
       “เป็นเช่นนี้นี่เอง”
       “แกรู้หรือไม่ ว่าธรรมเนียมของเราเวลามีคดีความ ทั้งโจทก์แลจำเลยต้องปลูกเรือนอยู่ใกล้กับเรือนของตุลาการที่ตัดสินคดี เพื่อความสะดวกในการเดินทาง บางคดี กว่าจะตัดสินก็เป็นสิบปีเชียวนะ”
       แก้วตกใจ
       “ถ้านานเช่นนั้น ฝ่ายโจทก์หรือจำเลยก็ต้องสนิทสนมกับตุลาการเป็นพิเศษน่ะซีขอรับ แล้วอย่างนี้จะมีความเป็นธรรมได้หรือขอรับ”
       พระนิติธรรมยิ้มพอใจ
       “ไหวพริบแกดีจริงเจ้าแก้ว ฉันแนะนิดหน่อยแกก็เข้าใจถูกแล้ว มันยากที่จะเชื่อว่าเป็นธรรมได้ เราถึงต้อเปลี่ยนกฎหมายแลวิธีการตัดสินคดีเสียใหม่ ให้เป็นธรรมแลเป็นที่ยอมรับของบ้านเมืองอื่นด้วย เห็นหรือไม่ล่ะ ว่าบ้านเมืองเราต้องเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง”
       แก้วพยักหน้ารับ
       “แต่ถึงจะเปลี่ยนเช่นไร การที่ทาสจะได้เป็นถึงข้าราชการ มันก็เหลือที่จะเชื่อได้นะขอรับ”
       นิติธรรมยิ้มขำ
       “เอาเถิด อีกไม่นานดอก แกจะได้เห็นจริงตามคำของฉัน ทาสจะไม่ใช่แค่ทรัพย์สินอีกต่อไป แต่จะเป็นคน เท่ากับที่ฉันเป็น”
       
       แก้วฟังแล้วก็ฮึกเหิม แอบมีความหวังขึ้นมา

ลูกทาส ตอนที่ 1
        ตกตอนกลางคืน แก้วพายเรือมาที่ท่าน้ำ ขณะกำลังจะขึ้นจากเรือ บุญเจิมก็วิ่งหน้าตื่นด้วยความร้อนใจเข้ามาหา
       
       “พี่แก้วๆ แย่แล้ว พี่แก้ว”
       “จะแหกปากทำไมนังเจิม กลัวคนไม่รู้รึ ว่าข้าเพิ่งกลับจากเรือนแพคุณพระท่าน”
       บุญเจิมหน้าเสีย
       “ฉันขอโทษ แต่ตอนนี้พี่รีบไปที่เรือนใหญ่ก่อนเถอะ”
       “ทำไมรึ”
       “ป้ากิ่งต้องโทษ ท่านเจ้าคุณกำลังจะโบยป้าอยู่แล้ว”
       แก้วตกใจสุดๆ หน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าแม่จะต้องโทษถึงขั้นโบย
       
       บนเรือน กิ่งกำลังหมอบกราบอยู่ที่พื้น ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว พระยาไชยากรยืนหน้าตาถมึงทึงด้วยความโกรธจัด โดยมีมาโนชและลูกน้องคนสนิทอย่างบุญมี เข้ม พลอย นั่งอยู่ใกล้ๆ ส่วนน้ำทิพย์นั่งหน้าเครียดๆ เป็นห่วงกิ่ง กลัวว่าจะโดนเฆี่ยนหนัก
       ในขณะที่ทาสคนอื่นๆ พากันนั่งอยู่เต็มเรือน ด้วยสีหน้าท่าทางหวาดกลัว ทันใดนั้นเอง บุญเจิมก็พาแก้ววิ่งขึ้นเรือนมา
       พระยาไชยากรโมโหมาก ตะคอก
       "มาแล้วรึไอ้แก้ว ดี หลังจากกูเฆี่ยนแม่มึงเสร็จ จะได้พาแม่มึงกลับไป"
       แก้วยกมือไหว้ ห่วงแม่สุดๆ
       "เมตตาด้วยเถอะขอรับท่านเจ้าคุณ ไม่ทราบว่าแม่ของบ่าวกระทำผิดอะไรหรือขอรับ"
       มาโนชพูดสวนขึ้น
       "ยังมีหน้ามาถามอีกหรือวะไอ้แก้ว แม่เอ็งมันเลี้ยงไม่เชื่อง เนรคุณนายที่เลี้ยงมันมา"
       พระยาไชยากรหันไปตะคอกกิ่ง
       "เสียทีเป็นคนเก่าคนแก่ เมียกูที่ตายไปก็เมตตาเอ็งนักหนา ไม่น่าเชื่อว่ามึงจะริทรยศต่อกู"
       กิ่งกลัวมากบอก
       "บ่าวไม่ได้ทรยศนะเจ้าคะ เอาไปสาบานที่ไหนก็ได้ บ่าวไม่เคยคิดเนรคุณท่านเจ้าคุณเลยจริงๆเจ้าค่ะ"
       "อีผู้ร้ายปากแข็ง ไอ้บุญมี มึงได้ยินมา ว่าอะไรบอกไปซิ"
       บุญมีกระหยิ่มยิ้มย่อง
       "ขอรับ นังกิ่งมันบอกกับนังทอง ว่ามีกฎบัตรกฎหมายออกมาให้ลูกทาสที่เกิดปีมะโรง สัมฤทธิศกทุกคนเป็นไท เมื่ออายุครบยี่สิบเอ็ดขอรับ"
       บุญเจิมมองบ่นเบาๆ เจ็บใจพี่ชาย
       "อีกแล้วรึ พี่มี"
       พระยาไชยากรหันไปตะคอกทาส 1
       "จริงหรือไม่วะนังทอง"
       ทาส 1ท่าทางกลัวมากบอก
       "จริงเจ้าค่ะ บ่าวกำลังทุกข์ใจ ที่ไอ้เผือกหลานบ่าวถูกอาญาของท่านเจ้าคุณพัลลภจนล้มเจ็บ พี่กิ่งเลยมาปลอบใจบ่าว ว่าไอ้เผือกเกิดปีมะโรง สัมฤทธิศก อีกสองปีก็จะเป็นไทแล้ว ให้อดทนอีกหน่อยเจ้าค่ะ"
       พวกทาสเริ่มหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เป็นสิ่งที่พวกตนไม่เคยรู้เลย พอได้ยินอย่างงี้ ก็เริ่มมีความหวัง มาโนชแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน
       "ไอ้พวกโง่ รู้ตื้นๆ ก็เอามาพูด หากยังหลงเชื่อก็ควรแล้ว ที่พวกมึงต้องเป็นขี้ข้าเช่นนี้"
       น้ำทิพย์นิ่งอยู่นานจนทนไม่ไหว
       "คุณพ่อคะ"
       พระยาไชยากรหันไปถลึงตาดุใส่ลูกสาว น้ำทิพย์ชะงัก จำใจต้องเงียบ ไม่กล้าพูดต่อ
       "หลานมาโนชพูดถูกแล้ว แลต่อให้เป็นเรื่องจริง กูถามหน่อยเถอะวะ ว่าพวกมึงจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง จะไปทำมาหากินอะไร วิชา ความรู้ก็ไม่มี อยู่ที่นี่ที่อยู่ที่กินพร้อมเพรียง เจ็บป่วยกูก็รักษาให้ พวกมึงจะเอาอะไรอีก"
       พระยาไชยากรกวาดตามองพวกทาส แต่ละคนก้มหน้าไม่กล้าสบตา ยอมรับว่าสิ่งที่พระยาไชยากรพูดเป็นเรื่องจริง
       พระยาไชยากร หันมาเล่นงานกิ่งต่อ
       "ส่วนมึงนังกิ่ง โทษที่มึงเอาข่าวเท็จมาทำความวุ่นวายให้เรือนกู .... ไอ้บุญมี เอาหวายลงหลังนังกิ่งฐานปากบอนครึ่งโหล เดี๋ยวนี้"
       บุญมียกมือไหว้บอก
       "ขอรับ"
       บุญมีหันไปหยิบหวายที่ฝาเรือน แล้วตรงมาที่กิ่งทันที น้ำทิพย์รีบห้าม
       "เดี๋ยวก่อน ป้ากิ่งแก่มากแล้ว คุณพ่อเฆี่ยนเช่นนี้ ลูกเกรงว่าแกจะทนไม่ไหว ขอให้คุณพ่อนึกถึงคุณแม่
       บ้างเถอะค่ะ อย่างไรเสีย ยายกิ่งก็เป็นคนของคุณแม่"
       "ก็เพราะพ่อนึกถึงน่ะสิ จึงเฆี่ยนเพียงหกที ถ้าไม่นึกถึงแม่เจ้า เห็นจะโดนเต็มโหลเป็นแน่ ... ไอ้บุญมี"
       บุญมีใช้หวายเฆี่ยนหลังกิ่งเต็มแรงทันที กิ่งร้องด้วยความเจ็บปวด แต่บุญมีก็ไม่เวทนาแม้แต่น้อย
       แก้วทนไม่ไหว ทำท่าจะลุกขึ้นไปช่วยแม่ แต่บุญเจิมรีบจับแขนแก้วไว้ แล้วปรายตาเป็นเชิงห้าม มาโนช พลอย และเข้มหันไปสบตากัน แล้วยิ้มสะใจ ที่ได้กดหัวคนอื่นไม่ให้กล้าหือ
       ในขณะที่ น้ำทิพย์เบือนหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าดู แก้วมองดูแม่ถูกเฆี่ยน น้ำตาคลอเบ้า กำหมัดกัดฟันแน่น ทั้งเจ็บใจทั้งสงสารแม่สุดๆ
       
       เวลาต่อเนื่องมา ในเรือนทาสกิ่ง แก้ว และบุญเจิมช่วยกันประคองกิ่งที่ถูกเฆี่ยนจนหลังแตกเป็นแผล นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นเรือน กิ่งร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา
       "โธ่ป้า ไม่น่าเล๊ย พี่มีนะพี่มี คิดแต่จะหาความชอบ ไม่สงสารกันบ้างเลย" บุญเจิมบอกด้วยความสงสาร
       แก้วพยายามระงับอารมณ์
       "เดี๋ยวฉันจะไปต้มยามาให้นะแม่"
       "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เอ็งจะไปหาหยูกยาที่ไหน ไว้รอเช้าก่อนแล้วค่อยไปเถอะไอ้แก้วเอ๊ย"
       แก้วขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ
       "เรื่องเพียงแค่นี้ กลับลงโทษถึงเฆี่ยนตี ท่านเจ้าคุณออกจะทำแรงเกินไปแล้ว"
       "นั่นซี แค่เอาข่าวเท็จมาพูดต่อ เหตุใดต้องเฆี่ยนด้วยก็ไม่รู้" บุญเจิมบอก
       กิ่งพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดจากบาดแผล
       "ก็เพราะมัน ไม่ใช่ข่าวเท็จน่ะสิ ท่านเจ้าคุณ ถึงต้องเฆี่ยนข้าให้หนักเข้าไว้ ทาสคนอื่นจะได้ไม่กล้า"
       แก้วนึกไม่ถึง
       "แม่หมายความว่าที่แม่พูดเป็นเรื่องจริงรึ"
       "ข้าจะปดเพื่อประโยชน์อันใดวะไอ้แก้ว พระพุทธเจ้าหลวงท่านออกกฎบัตรกฎหมายมาเป็นสิบปีแล้ว"
       แก้วคิดทบทวนพูดเบาๆกับตัวเอง
       "มิน่าเล่า คุณพระถึงบอกว่าภายหน้าจะมีโอกาสรับราชการ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง"
       บุญเจิมสงสัย ก่อนยกมือท่วมหัว
       "แต่มันแปลกนะป้า ในเมื่อพระพุทธเจ้าหลวงท่านออกกฎบัตรกฎหมายมาเป็นสิบปีแล้ว เหตุใดพวกเราถึงไม่มีใครเคยรู้เลยล่ะ"
       "ก็เพราะท่านเจ้าคุณปิดเรื่องนี้เอาไว้น่ะสิ ข้ารับใช้ท่านมานาน รู้จิตใจท่านดี ท่านเจ้าคุณไม่ต้องการปล่อยทาสคนไหนไปทั้งสิ้น แม้จะมีกฎหมายออกมา ก็จะแกล้งทำเมินเฉยเสีย ขอเพียงพวกทาสไม่รู้เรื่อง ก็จะไม่มีคนไปฟ้องร้องท่าน คิดไม่ถึงเลยว่าความสงสารนังทองเพียงชั่วครู่ จะนำภัยมาให้ข้า"
       ขณะนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงบุญมีตะโกนลั่นอยู่นอกเรือน
       "นังบุญเจิม ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดไม่กลับเรือนหรือว่าเรือนไอ้พวกเนรคุณ มันอยู่สุขสบายกว่าเรือนเอ็ง"
       แก้วแค้นใจนัก
       "ไอ้บุญมี"
       
       แก้วรีบลุกออกไปทันที บุญเจิมตกใจกลัวมีเรื่อง รีบตามแก้วไปอีกที
       
       อ่านต่อตอนต่อไป

ลูกทาส ตอนที่ 1
        แก้วเดินลิ่วออกมาด้วยความโมโห บุญเจิมตามหลังมา พอออกมาทั้งคู่ก็เห็นบุญมี เข้ม และพลอย ยืนรอเอาเรื่องอยู่ที่หน้าเรือน บุญมีตวาดน้องสาว
       
       "ออกมาได้แล้วรึนังเจิม เรือนเอ็งมีทำไมไม่อยู่"
       บุญเจิมโมโห
       "แล้วป้ากิ่งถูกใครเฆี่ยนเอาล่ะ เป็นแผลเสียตั้งหกรอย ฉันมาดูแลแค่นี้ไม่ได้รึไง"
       "แล้วยายกิ่งเป็นแม่เอ็งรึ ถึงต้องมาคอยดูแล"
       บุญมีหันไปมองแก้ว ยิ้มเยาะ แขวะ
       "อ๋อ หรือว่าแม่ผัว"
       แก้วโมโห แกล้งปั้นยิ้มเยาะ
       "ช่างมีหัวคิดดีเหลือเกินพี่บุญมี พูดเช่นนี้ คนที่ด่างพร้อยก็มีแต่น้องสาวพี่ ฉันไม่แปลกใจเลย ที่พี่หาเรื่องฟ้อง แม่ฉันจนได้โทษ ทั้งๆที่เป็นทาสเหมือนกัน ถึงพี่พยายามทำความชอบทำลายพวกเดียวกัน ก็ใช่ว่าเค้าจะปล่อยพี่ให้เป็นไท ช่างมีปัญญานัก"
       "มึงอย่าอวดวิเศษไปหน่อยเลยไอ้แก้ว กูหมั่นไส้มึงกับแม่มึงมานานแล้ว เพียงแค่รู้หนังสือนิดหน่อยทำเป็นโอ้อวด จะบอกให้ว่ากูไม่อยากเป็นไทดอกโว้ย เป็นทาสมีคนเลี้ยงอย่างงี้ก็ดีแล้ว ส่วนมึงกับแม่มึงก็เพ้อฝันต่อไปเถอะว่าจะได้เป็นไท แต่ระวัง ยายกิ่งจะตายคาหวายกูก่อนก็แล้วกัน"
       "แช่งกันเลยรึ มากไปแล้วนะพี่มี" บุญเจิมว่า
       "แล้วมึงจะทำไมกู อีเจิม" บุญมีตะคอกถาม
       แก้วโมโหมาก แกล้งหัวเราะเยาะลั่น
       "น่าสมเพชนัก ทาสที่ไม่ยอมรับการปลดปล่อย แม้แต่สัตว์ป่าที่เค้าจับมาขัง ยามปล่อยมัน มันยังดีใจ
       แต่พี่มีไม่ยักชอบไม่ยักดีใจ แสดงว่าจิตพี่ต่ำกว่าสัตว์ป่าเสียอีก โธ่เอ๊ย เกิดเป็นคนแล้วเลวกว่าสัตว์ป่า จะเกิดมาทำไม"
       บุญมีโมโหสุดขีด
       "มึงอย่าอยู่เลยไอ้แก้ว"
       ขาดคำ บุญมีก็พุ่งหมัดใส่หน้าแก้วทันที แต่แก้วคอยระวังอยู่แล้ว เลยหลบไปได้หวุดหวิด แถมเตะสวนจนบุญมีถลาไป บุญมีบุกเข้าเตะต่อยแก้วอีก แต่แก้วเป็นมวยกว่าเลยจัดการเตะต่อยสวน จนบุญมีโดนเข้าไปหลายที
       ทันใดนั้น เข้มก็เตะแก้วจากทางด้านหลัง จนแก้วผงะออกไป
       "ไอ้เข้ม ไอ้หมาลอบกัด นี่หรือวะนักเลงจริง"
       "มึงทำพี่มีของกู กูก็ต้องช่วยโว้ย"
       แก้วหันไปพูดกับพลอย
       "แล้วมึงล่ะไอ้พลอย ไม่รุมเข้ามาเหมือนหมาหมู่ด้วยรึ"
       พลอยยิ้มเยาะ
       "มึงเอาตัวให้รอดก่อนเถอะไอ้แก้ว แล้วค่อยท้ากู อย่างมึงไม่พอมือกูดอก"
       บุญมีหยิบไม้ที่อยู่ใกล้มือจะฟาดแก้ว เข้มก็กำหมัดล้อมเข้ามา แก้วตั้งท่าสู้ วันนี้เป็นไงเป็นกัน
       ทันใดนั้น น้ำทิพย์กับแม่นมอ้อนก็เดินเข้ามา
       "หยุดเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้น ฉันจะลงโทษทุกคน" น้ำทิพย์เสียงเฉียบขาด
       ทุกคนเห็นน้ำทิพย์เข้าก็ตกใจ รีบคุกเข่าหยุดต่อสู้กันทันที น้ำทิพย์มองทุกคนด้วยสายตาเคร่งเครียด ไม่ชอบที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
       
       ในเรือนทาสกิ่ง แก้วกำลังประคองกิ่งให้ลุกขึ้นนั่ง เพื่อคุยกับน้ำทิพย์ โดยมีบุญเจิม อ้อน อยู่ใกล้ๆ
       "ไม่ต้องลุกดอกจ้ะป้ากิ่ง นอนคุยกับฉันก็ได้ ฉันไม่ถือ"
       กิ่งเจ็บปวดมาก แต่ก็พยายามลุกขึ้นนั่ง
       "ไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ คุณน้ำทิพย์ อุตส่าห์ลดตัวมาถึงเรือนทาสทั้งที แค่นี้ก็เป็นบุญคุณล้นเหลือกับบ่าวแล้ว
       จะให้บ่าวนอนคุยกับคุณได้อย่างไรเจ้าคะ"
       "ป้าอย่าพูดอย่างนั้นเลย ป้ากิ่งเลี้ยงฉันมาตั้งแต่เกิดไม่ต่างจากนมอ้อน เมื่อป้าถูกคุณพ่อฉันสั่งโบยตี แล้วฉันจะไม่มาเยี่ยมป้าได้ยังไง"
       น้ำทิพย์หยิบยาฝรั่งออกมา ยื่นให้แก้ว
       "นี่เป็นยาจากเมืองฝรั่ง ได้ผลชะงัดนัก ซองนี้เอาไว้กิน ส่วนซองนี้เอาไว้ทาแผล แก้วเอาไว้ใช้รักษาป้ากิ่งเถอะ"
       บุญเจิมตาโต
       "ยาฝรั่ง งั้นก็แพงโขเลยสิเจ้าคะ คุณน้ำทิพย์"
       อ้อนปราม
       "จะถูกจะแพงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเอ็งด้วยนังบุญเจิม"
       บุญเจิมหน้าจ๋อยไป ไม่ค่อยพอใจแต่ก็ไม่กล้า กิ่งเกรงใจสุดๆ
       "คุณน้ำทิพย์เจ้าคะ"
       น้ำทิพย์ตัดบท
       "ป้าเป็นคนเก่าคนแก่ของคุณแม่ ถือว่าฉันดูแลป้าแทนคุณแม่ก็แล้วกันนะจ๊ะ"
       กิ่งเสียงอ่อย
       "เจ้าค่ะ"
       แก้วยกมือไหว้
       "ขอบพระคุณขอรับคุณน้ำทิพย์"
       น้ำทิพย์รับไหว้แล้วยิ้มบางๆ
       "ถ้าจะขอบคุณฉัน ก็อย่ามีเรื่องวิวาทในเรือนฉันอีกก็แล้วกัน"
       แก้วหน้าจ๋อยๆไป
       บุญเจิมรีบออกรับแทน
       "แต่เรื่องนี้พี่แก้วไม่ผิดนะเจ้าคะ พี่มีเป็นฝ่ายหาเรื่องพี่แก้วก่อน"
       นมอ้อน บอก
       "นึกว่าคุณน้ำทิพย์ไม่รู้รึ แต่ตามกฎของท่านเจ้าคุณ หากทาสวิวาทกันก่อนไต่สวนต้องโดนลงโทษก่อน ที่คุณน้ำทิพย์ย้ำเตือน ก็เพื่อไม่ให้เจ้าแก้วต้องพลอยโดนโทษไปด้วยดอก"
       บุญเจิมหน้าเง้าหน้างอ ที่โดนว่าอีกแล้ว
       "ฉันกลับก่อนล่ะนะ ถ้าหากบุญมีผูกใจเจ็บจะทำอะไรแก้ว แก้วก็บอกฉันก็แล้วกัน"
       "ขอรับคุณน้ำทิพย์"
       น้ำทิพย์ และนมอ้อนออกจากเรือนกิ่งไป บุญเจิมหงุดหงิดที่เห็นน้ำทิพย์ดีกับแก้ว
       "พี่แก้วช่างมีบุญแท้ แม่เจ็บ คุณน้ำทิพย์ก็อุตส่าห์เอายาฝรั่งแพงๆมาให้ รู้หรือไม่ ว่าคุณน้ำทิพย์เห็นแก่พี่แก้วดอกหาใช่เห็นแก่ป้ากิ่งไม่"
       แก้วโมโหบอก
       "นังเจิม เอ็งอย่ามาสาระแนพูดอัปรีย์อย่างงี้อีกนะ คุณน้ำทิพย์มาช่วยแม่ข้า ไม่ได้เห็นแก่ใครทั้งนั้น เธอเห็นแก่วิญญาณของคุณแม่เธอมากกว่า หากเอ็งพูดอย่างงี้อีก ข้าจะบอกคุณน้ำทิพย์ให้เอากะลาเคาะปากเอ็ง"
       บุญเจิมหน้าเสียที่ถูกแก้วดุ ก่อนจะสะบัดหน้าออกจากเรือนไปอย่างหงุดหงิด กิ่งมองตามบุญเจิมแล้วถอนใจส่ายหน้า ระอากับความล้นของบุญเจิม
       
        แก้วพยายามระงับอารมณ์ เขามองไปที่ยาของน้ำทิพย์ แล้วระบายยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความสุขล้น ดีใจที่คุณน้ำทิพย์ ดีกับตนและแม่แบบนี้
        
       อ่านต่อหน้า 3

จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017