หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามีตีตรา

สามีตีตรา ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2557 08:21 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สามีตีตรา ตอนที่ 4
       สามีตีตรา ตอนที่ 4
       
       ในห้องเสื้อ...กระรัตถอดแว่นพิศุทธิ์ออกแล้วเอามาใส่เอง โพสต์ท่าแอ๊บแบ๊วให้ พิศุทธิ์ขำๆ กะรัตหอบเสื้อผ้ามาหลายชุดดันพิศุทธิ์เข้าห้องลอง พิศุทธิ์เปลี่ยนเสี้อ เปลี่ยนทรงกางเกงใหม่ จากนั้นก็ถูกจับไปให้ช่างเซ็ทผมทรงใหม่ กะรัตยืนมองอย่างพอใจ ยกนิ้วชมพิศุทธิ์ในทรงผมใหม่ ลุคใหม่ที่...หล่อมาก
       
       ค่ำนั้น พิศุทธิ์กับกะรัตอยู่ในสวนสาธารณะ กะรัตเพ่งพิศพิศุทธิ์อย่างปลื้มๆ แล้วยกนิ้วจิ้มๆที่หน้าอกพิศุทธิ์
       “แฟนใครไม่รู้...หล่อจัง”
       พิศุทธิ์เขินมาก กะรัตหัวเราะขำแล้วแกล้งเดินนำหน้าไป พิศุทธิ์จะตาม ได้ยินเสียงโทรศัพท์ พิศุทธิ์หยิบมือถือออกมาดูแล้วก็แปลกใจ หน้าจอมือถือของพิศุทธิ์เห็นเป็นชื่อของกะรัตโทรมา
       “คุณโทรหาผมทำไม”
       กะรัตยิ้มแล้วรีบเข้ามาแย่งมือถือของพิศุทธิ์ที่ยังคงดังอยู่มาดู ก่อนจะตัดสายทิ้งไป
       “เมมชื่อซะเป็นทางการเชียว นี่เราเป็นแฟนกันแล้วนะ จะเมมชื่อว่ากะรัตเฉยๆไมได้ มาค่ะ”
       กะรัตรีบเอาหน้าไปชิดพิศุทธิ์แล้วยืนแอ็คถ่ายรูปคู่ด้วยกัน พิศุทธิ์แทบจะตั้งตัวไม่ทัน กะรัตยิ้มให้กับรูปคู่สวีทรูปแรกของตัวเอง แล้วจัดแจงเอาขึ้นใส่เป็นรูปประจำตัวของเบอร์เธอทันที
       “ต่อไปนี้เวลาฉันโทรหา คุณเห็นแล้วจะได้อารมณ์ดี” กะรัตส่งมือถือคืนให้ “มา ขอฉันมั่ง”
       กะรัตหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาตั้งท่าจะถ่าย แต่มีสายเรียกเข้ามาพอดี
       “แม่”
       กะรัตเห็นชื่อแม่แล้วเซ็ง เลยปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังอยู่แบบนั้น
       “รับสิครับ”
       “เรื่องอะไรจะรับ”
       “คุณคงไม่กล้าบอกให้ท่านรู้ว่าอยู่กับผมใช่มั้ย”
       “ไม่ใช่ไม่กล้า แต่ฉันขี้เกียจจะทะเลาะกับแม่”
       “แม่เราสองคนคงไม่มีวันเข้าหน้ากันได้”
       “แค่คิดก็รู้แล้วว่า ตอนจบคงเป็นไปไม่ได้ ไร้อนาคตอย่างนี้แล้ว คุณจะยังคบกับฉันมั้ย”
       “นี่เราก็กำลังอยู่ในอนาคตนะ...เป็นอนาคตของเมื่อวาน”
       กะรัตยิ้มกับความคิดของพิศุทธิ์ กะรัตจับมือของพิศุทธ์ขึ้นมา
       “ก่อนหน้านี้ กั้งเองก็ไม่ได้นึกเลยว่าเราสองคนจะเป็นอย่างวันนี้ได้ เพราะฉะนั้นกั้งจะพยายามทำวันนี้...ทำตอนนี้ให้ดีสุด กั้งเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ของเราไม่มีทางเป็นอย่างอื่น...นอกจากเราจะมีแต่วันดีๆขอบคุณมากที่ให้โอกาสผู้หญิงอย่างกั้งนะคะ”
       กะรัตซบไหล่พิศุทธ์อย่างหวังให้เขาเป็นที่พักพิงสุดท้าย พิศุทธิ์ฟังคำพูดของกะรัตอย่างเข้าใจ สองหนุ่มสาวจูงมือกันเดินไปอย่างมีความสุข
       
       เช้าวันใหม่...สายน้ำผึ้งเปลี่ยนทรงผมใหม่กำลังนั่งแต่งหน้าอย่างตั้งอกใจ รสสุคนธ์เห็นสายน้ำผึ้ง ออกสายกว่าทุกวันก็ขึ้นมาตาม
       “สายแล้วนะผึ้ง เดี๋ยวรถก็ติดหรอก”
       สายน้ำผึ้งรีบเร่งปัดแก้ม
       “เสร็จแล้วจ้า”
       สายน้ำผึ้งยืนขึ้นหันมาหารสสุคนธ์ เธอเปลี่ยนสไตล์จนสวยมาก รสสุคนธ์ตะลึง
       “โอ้โฮ จะแต่งตัวสวยไปทำไม คนท้องใครเขาจะมอง”
       “น้ารสไม่รู้อะไร การที่เราท้องไม่มีพ่อ ก็เรียกคะแนนสงสารได้เหมือนกัน”
       “พูดแบบนี้ ไปเจอใครเข้าอีกล่ะ”
       “ผึ้งว่าผึ้งจะเปิดโอกาสให้ตัวเอง คนดีๆที่ไม่รังเกียจเราก็คงจะมี ผึ้งยังสาว ยังสวย ทีกั้งยังแต่งงานได้ตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นใครจะว่าอะไรเลย...” สายน้ำผึ้งคิดถึงพิศุทธิ์ “...ผึ้งก็มีดีของผึ้งเหมือนกัน”
       สายน้ำผึ้งยิ้มอย่างมีความหวัง แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าออกจากห้องไป รสสุคนธ์ยังมองตามอย่างสงสัย
       
       สายน้ำผึ้งเดินเข้าออฟฟิศรีรอชะเง้อคอย เมื่อพิศุทธิ์มาถึง เธอมองสไตล์การแต่งตัวใหม่ของเขาอย่างตะลึง โดยเฉพาะเมื่อพิศุทธิ์ไม่มีแว่นบดบังความคมคายของใบหน้า
       “สวัสดีค่ะ”
       “สวัสดีครับ”
       “วันนี้คุณพิศุทธิ์ดูแปลกตาจังเลย”
       “คุณสายน้ำผึ้งทำผมมาใหม่เหรอครับ...ดูสดใสขึ้นนะครับ”
       “เอ่อ...ค่ะ...แหม ใจเราตรงกันจังเลยนะคะ”
       พิศุทธิ์เก้อๆกับคำพูดสายน้ำผึ้ง วางหน้าไม่ถูก สายน้ำผึ้งเห็นอาการของเขา อดยิ้มให้ความน่ารักของเขาไม่ได้ เมื่อมองไปเห็นเงาที่สะท้อนในกระจกออฟฟิศเห็นเธอกับพิศุทธิ์ที่ยืนอยู่ข้างกัน เธอมองดูภาพนั้นแล้วแอบยิ้ม
       
       พวงหยกเดินเข้ามาเอาเรื่องกะรัต ที่นั่งเลือกแบบเสื้อผู้ชายอยู่บนเตียงในห้องนอน
       “นี่แม่ตัวดี ทำไมเมื่อคืนไม่รับสายฉัน”
       กะรัตตกใจ รีบหาข้ออ้าง
       “แม่...โธ่ ก็กั้งกำลังยุ่ง”
       พวงหยกเห็นบนเตียงของกะรัตเต็มไปด้วยรูปแฟชั่น รูปสเก็ตช์ชุดทำงานผู้ชาย จึง เดินเข้าไปหยิบรูปขึ้นดูอย่างแปลกใจ
       “ที่ร้านแกขายเสื้อผ้าผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่”
       กะรัตรีบมาดึงรูปออกไปจากมือแม่
       “ก็ว่ากำลังจะทำนี่แหละค่ะ ถึงได้หาข้อมูลอยู่นี่ไง”
       กะรัตรีบปิดหนังสือ เก็บข้าวของเพราะไม่อยากให้แม่สักอีก พวงหยกเห็นถุงเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆวางอยู่ก็รีบเข้าไปดึงเสื้อและเนคไทออกมาดู
       “นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน ฉันจะนึกว่าแกกลับไปติดผู้ชายอีกแล้วนะ”
       “เปล่า...แม่ก็ กั้งจะเอาเวลาที่ไหนไปมีใคร กั้งไปก่อนนะ”
       กะรัตรีบหยิบกระเป๋าสะพายกับนิตยสาร เผ่นแน่บออกจากห้อง
       “ยัยกั้ง...ยัยกั้ง เดี๋ยว กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”
       พวงหยกไม่ยอมตามมาถึงโต๊ะอาหารที่มีกุนตีกับกันตานั่งทานกันอยู่ นวลคอยจัดแจงเสิร์ฟอาหารให้
       “คุณกั้งทานข้าว...” นวลพูดค้าง
       “กั้งขอตัวนะ พอดี...นัดเพื่อนไว้น่ะ” กะรัตรีบพูด
       กุนตีงงๆ กันตาแอบยิ้ม กุนตีแอบเห็นท่าทีกันตาก็พอจะรู้
       “ยัยกั้ง ดูมันซิ ลุกลี้ลุกลน ทำท่ายังกับ...”
       พวงหยกสงสัย กันตารีบดักคอ
       “ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ มาทานข้าวเหอะ”
       “ฉันว่ายัยกั้งมันต้องมีผู้ชาย แน่ๆ” พวงหยกหันไปจิกนวล “นวล”
       “อุ้ย” นวลสะดุ้ง
       “แกรู้รึเปล่าว่ายัยกั้งคบกับใคร”
       กันตารีบส่งสายตากำชับไม่ให้นวลหลุดปาก
       “โอ๊ย...ไม่รู้หรอกค่า นวลไม่รู้จักจริงๆ ไม่รู้หรอกว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร”
       พวงหยกตบโต๊ะฉาด
       “นั่นไง แปลว่ามันกำลังมีใครจริงๆนั่นแหละ”
       นวลหน้าเสียที่หลุดปากพูดไป กันตาหันไปขยิบตาให้พี่ช่วย กุนตีส่ายหน้าระอาน้องแล้วพูดตัดปัญหาไป
       “ยัยกั้งอาจจะไม่ได้มีใครก็ได้ แม่จะคิดมากทำไมคะ”
       “ฉันคิดไปเองที่ไหน ท่าทางมันมีลับลมคมในขนาดนั้น ไม่ได้การละ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ายัยกั้งคบใคร ก่อนที่มันจะถลำไปทั้งตัว” พวงหยกหมายมาด
       
       กุนตี กันตา นวลนึกเสียวแทนกะรัตขึ้นมาทันที

สามีตีตรา ตอนที่ 4
       เย็นนั้น สายน้ำผึ้งอยู่ที่โต๊ะทำงานผุดลุกผุดนั่ง พยายามลอบมองว่าพิศุทธิ์ที่นั่งโต๊ะใกล้ๆว่าจะกลับหรือยัง พอเขาขยับลุกขึ้น เธอรีบก้มหน้าก้มตาเหมือนตั่งใจทำงานต่อ พิศุทธิ์เดินผ่านโต๊ะสายน้ำผึ้งเลยเอ่ยทัก
        
       “ยังไม่กลับเหรอครับ เลิกงานแล้ว”
       สายน้ำผึ้งแกล้งทำเพิ่งรู้ตัว
       “อ้าว เย็นขนาดนี้แล้วเหรอคะ ทำเพลินจนลืมเวลาเลยค่ะ”
       “รีบกลับไปพักเถอะครับ คุณกำลังท้อง ไม่ควรหักโหมเกินไป”
       “ก็เพราะกำลังท้องไงคะ ดิฉันถึงยิ่งต้องทำงาน...เพื่ออนาคตของลูก”
       พิศุทธิ์มองนึกสงสารเหมือนกัน
       “ผมเข้าใจครับว่าการเป็นซิงเกิ้ลมัม ไม่ใช่เรื่องง่าย”
       สายน้ำผึ้งแปลกใจที่พิศุทธิ์รู้เรื่องส่วนตัวของเธอ
       “คุณรู้เรื่องของฉันด้วยเหรอคะ”
       พิศุทธิ์นึกขึ้นได้แต่ไม่กล้าบอกว่ารู้อะไรมาจึงได้พยายามเลี่ยง
       “ผมรู้จากหัวหน้าของคุณ”
       “เรื่องแบบนี้ปิดไม่เคยมิดเลยนะคะ ที่ฉันต้องออกจากที่เก่าก็เพราะเรื่องท้องไม่มีพ่อนี่แหละ”
       “แต่ทุกคนที่นี่ชื่นชมคุณมากนะครับ” พิศุทธิ์จงใจพูดให้ตรงเรื่องอดีตสายน้ำผึ้งแบบ
       เนียนๆ “คุณเลือกที่จะโยนอดีตทิ้ง แล้วเริ่มต้นใหม่อย่างกล้าหาญ”
       “จริงเหรอคะ” สายน้ำผึ้งดีใจ
       “อย่าท้อนะครับ...ลูกคุณจะต้องภูมิใจในตัวคุณ เชื่อผมนะ”
       สายน้ำผึ้งจับที่กระเป๋าถือให้รู้ว่าอยากกลับกับพิศุทธิ์
       “งั้น...”
       พิศุทธิ์ไม่ได้สังเกตยิ้มให้กำลังใจสายน้ำผึ้งแล้วเดินไป สายน้ำผึ้งเจ็บใจที่พิศุทธิ์ไม่ชวน คิดว่าจะทำยังไงดี แล้วรีบรวบแฟ้มหลายแฟ้มบนโต๊ะก่อนวิ่งแจ้นตามพิศุทธิ์ไป
       
       สายน้ำผึ้งหอบแฟ้มพะรุงพะรัง กึ่งเดินกึ่งวิ่ง สายกระเป๋าสะพายหล่นจากบ่า เธอจะจับสายสะพายกระเป๋าขึ้นมา แฟ้มก็ลื่นร่วงตกลงไปอีก สายน้ำผึ้งจะบ้าตาย รีบรวบๆแฟ้มลวกๆแล้ววิ่งไป...สายน้ำผึ้งวิ่งมาแล้วเบรค ตัดสินใจเลี้ยวไปอีกทางจะไปดักพิศุทธิ์ไว้
       
       สายน้ำผึ้งวิ่งหอบแฟ้มที่จะหลุดมิหลุดแหล่ ต้องย่อตัวเอาเข่าดันแฟ้มขึ้นมาจนถึงโถงชั้นล่าง เหลียวซ้ายแลขวา เห็นพิศุทธิ์เดินออกจากลิฟท์มา เธอรีบหมุนตัวกลับ ทำทีหอบของจะกลับบ้านแล้วแกล้งทำแฟ้มหล่นลง
       “ว้าย โธ่เอ๊ย...คนยิ่งจะรีบ”
       พิศุทธิ์ที่เดินตรงมาเห็น สายน้ำผึ้งจะก้มลงเก็บของแต่ไม่ถนัด เพราะท้องค้ำอยู่ เลยย่อตัวลง พิศุทธิ์รีบเข้าช่วย จับแขนสายน้ำผึ้งให้ยืนขึ้น
       “ผมเก็บให้เอง” สายน้ำผึ้งรวบแฟ้มขึ้นมา “นี่คุณยังจะหอบงานกลับไปทำที่บ้านอีกเหรอครับ”
       “นี่คุณยังไม่กลับอีกเหรอคะ”
       พิศุทธิ์ไม่ได้ใส่ใจคำถาม
       “ของเยอะขนาดนี้แล้วคุณจะกลับบ้านยังไง”
       “ฉันกลับแท็กซี่ได้ค่ะ”
       “งั้นเดี๋ยวผมไปส่งให้ดีกว่า เชิญครับ”
       พิศุทธิ์เดินนำออกไป สายน้ำผึ้งยิ้มดีใจที่แผนสำเร็จ รีบจ้ำตาม
       
       สายน้ำผึ้งนั่งคู่กับพิศุทธิ์มาในรถอย่างมีความสุขมาก แอบลอบมองเขาตลอดเวลา
       “คุณหอบงานกลับบ้านแบบนี้ทุกวันเหรอครับ”
       “เวลาทำงานของเรากับลูกค้าที่อเมริกามันไม่ตรงกันนี่คะ”
       “แบบนี้จะถือว่าบริษัทใช้แรงงานเด็กด้วยรึเปล่า”
       สายน้ำผึ้งยิ้มกับมุกของเขา
       “บริษัทอุตส่าห์ให้โอกาสเราแม่ลูก ฉันต้องตอบแทนให้เต็มที่ค่ะ”
       เสียงมือถือของพิศุทธิ์ดังขึ้น เขาหยิบมาดูเห็นหน้าจอว่าเป็นกะรัตโทรมาจึงกดรับ สายน้ำผึ้งนั่งนิ่งตั้งใจฟัง
       “ผมเพิ่งเลิกงานกำลังกลับบ้าน” พิศุทธิ์ยิ้มเมื่อกะรัตบอกให้ขับรถดีๆ “ขอบคุณนะครับ” พิศุทธิ์ปิดมือถือ
       “ตายจริง คุณต้องไปส่งฉันเลยกลับผิดเวลาจนคนที่บ้านโทรตาม...”
       “คนที่บ้านผมก็มีแต่แม่...”
       สายน้ำผึ้งได้ฟังแล้วยิ่งมีความหวัง พิศุทธิ์หันมามองเห็นสายน้ำผึ้งยิ้มก็แปลกใจ สายน้ำผึ้งรู้ตัวก็รีบแก้เก้อ
       “คืนนี้ ฉันอยากสรุปข้อมูลนำเสนอลูกค้าให้เสร็จ แต่ข้อมูลงานวิจัยที่ฉันมีอยู่หลายหัวข้อฉันไม่ค่อยเข้าใจ...ถ้าฉันจะขอเบอร์คุณไว้ ไม่ทราบจะรบกวนรึเปล่าคะ”
       
       รถของพิศุทธิ์ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
       “ขอบคุณมากนะคะ”
       “ไม่เป็นไรครับ”
       สายน้ำผึ้งหอบข้าวของลงจากรถ พิศุทธิ์ขับรถออกไป รสสุคนธ์กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน มองเห็นว่ามีคนมาส่งสายน้ำผึ้งก็แปลกใจ
       “ใครมาส่งเหรอ”
       “คนที่ทำงานค่ะ เขาเป็นใจดีมากเลยน้ารส”
       “งั้นก็นับว่าโชคดีที่ได้ย้ายมาทำงานที่นี่”
       “นั่นสิคะ ตั้งแต่ผึ้งเลิกคบกับกั้ง ชีวิตผึ้งดีขึ้นทุกวัน ขอแค่ไม่มีกั้งมาเป็นมาร ผึ้งมั่นใจว่าชีวิตผึ้ง ต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่ๆ”
       รสสุคนธ์อึ้ง อ่อนใจกับความคิดหลาน เดินเลี่ยงไปรินน้ำ สายน้ำผึ้งมองนามบัตรเห็นชื่อ ม.ร.ว. พิศุทธิ์ ศักดิ์โกศล แล้วยิ้มอย่างมีความหวัง
       “ถึงเวลาที่เธอจะต้องรับกรรม ด้วยการนั่งมองความโชคดีของฉันบ้างแล้ว...กั้ง”
       
       สายน้ำผึ้ง ยังคงจมอยู่กับมิจฉาทิฐิของตัวเอง

สามีตีตรา ตอนที่ 4
       ค่ำนั้น...กะรัตนอนคุยโทรศัพท์กับพิศุทธิ์อยู่บนเตียง สบายอารมณ์
       “พรุ่งนี้เลิกงานคุณแวะมาหากั้งที่ร้านหน่อยนะคะ กั้งมีอะไรอยากให้คุณช่วย”
       “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
       “เดี๋ยวมาก็รู้เองแหละค่ะ ว่าแต่ว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง มีสาวที่ไหนมาหว่านเสน่ห์ใส่ แฟนกั้งหรือเปล่า”
       “ถามแบบนี้ไม่ไว้ใจผมเหรอ”
       กะรัตชะงักที่ตัวเองแสดงอาการเป็นเด็กๆ
       “เปล่านะคะ กั้งก็แค่ไม่อยากให้คุณมองใครนอกจากกั้งนี่”
       พิศุทธิ์ยิ้มเพราะรู้ว่ากะรัตเป็นพวกหวงของ ก็เลยล้อเล่น
       “เอาใจคุณคนเดียวผมก็จะแย่แล้ว ถ้าผมมีหลายๆคนผมคงตายพอดี”
       “พูดแบบนี้หมายความว่ากั้งมันแย่มากใช่มั้ย” กะรัตงอน
       “ใช่” พิศุทธิ์แกล้งหยอก
       “คุณพิศุทธิ์” กะรัตโวยวาย
       “ผมทำงานก่อนนะครับ” พิศุทธิ์หัวเราะ
       กะรัตรีบพูดรวบรัด
       “ตกลงเจอกันพรุ่งนี้นะคะ...บาย”
       กะรัตวางสายทันทียิ้มด้วยความรู้สึกเป็นสุข...พิศุทธิ์ยิ้มขำๆ
       
       เย็นวันต่อมา...หลังเลิกงาน พนักงานทยอยกลับบ้าน สายน้ำผึ้งเก็บของ พิศุทธิ์เดินผ่านแผนกการตลาดแล้วเดินกลับห้องทำงาน เมื่อเห็นเขายังไม่กลับ จึงคิดแผนเข้าไปหา เธอหยิบแฟ้มงานเดินไปห้องทำงานของเขาทันที
       
       สายน้ำผึ้งกำลังจะเข้าห้องพิศุทธิ์ ฟองดาวเดินจากโต๊ะทำงานมาขวางไว้
       “มีอะไรกับคุณพิศุทธิ์เหรอคะ”
       สายน้ำผึ้งมองฟองดาวอย่างงงๆไม่รู้ว่าฟองดาวเป็นใคร
       “พี่คือ...”
       “พี่ชื่อฟองดาวจ้ะ เป็นเลขาของคุณพิศุทธิ์ เพิ่งมาเริ่มงานวันนี้”
       สายน้ำผึ้งยิ้มอย่างพยายามสร้างมิตร
       “สวัสดีค่ะพี่ฟองดาว หนูชื่อสายน้ำผึ้ง เรียกผึ้งเฉยๆก็ได้ค่ะ เป็นฝ่ายการตลาดผึ้งจะเอาแฟ้มผลการวิ เคราะห์ มาให้คุณพิศุทธิ์น่ะค่ะ”
       “แต่นี่ได้เวลาเลิกงานแล้ว...ไม่รู้คุณพิศุทธิ์จะกลับรึยัง งั้นพี่เอาเข้าไปให้คุณพิศุทธิ์พรุ่งนี้ทันไหมคะ”
       สายน้ำผึ้งชะงักอยากปฏิเสธ แต่กลัวว่าจะทำให้ฟองดาวมองไม่ดี เธอจึงคิดหาวิธีที่จะเอาแฟ้มงาน เข้าไปให้พิศุทธิ์ด้วยตัวเองตอนนี้ จึงยื่นแฟ้มให้โดยง่าย พูดอย่างรัวเร็ว
       “ขอบคุณนะคะ ยังไงผึ้งฝากพี่ฟองดาวบอกคุณพิศุทธิ์ว่า...รายงานการตลาดปีนี้อยู่ หน้า14 แต่มีการ แก้ไขอยู่ที่หน้า 37 และหน้าที่มีการสรุปผลครั้งที่ 1 ที่หน้า 42 สรุปครั้งที่ 2 อยู่หน้า 53 ส่วนปรับปรุงข้อมูลอยู่หน้า 61 แก้ไขอีกรอบอยู่หน้า...”
       ฟองดาวรีบพูดขัด
       “พี่ว่าน้องผึ้งเอาแฟ้มนี่เข้าไปให้คุณพิศุทธิ์ตอนนี้เลยดีกว่า ไม่ใช่พี่จำไม่ได้นะคะ แต่พี่ว่าน้องอธิบายละเอียด กว่าพี่”
       “ค่ะ…”
       สายน้ำผึ้งยิ้มอย่างใสซื่อ รับแฟ้มคืน แล้วเดินเข้าห้องทำงานพิศุทธิ์อย่างพอใจที่หลอกฟองดาวได้ง่ายดาย
       
       พิศุทธิ์กำลังเก็บของเตรียมกลับ สายน้ำผึ้งถือแฟ้มงานเข้ามา
       “อ้าว...ได้เวลาเลิกงานแล้ว ยังไม่กลับอีกเหรอครับ”
       “คือฉันอยากจะขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเย็นคุณสักมื้อ ถือเป็นการขอบคุณที่เมื่อวานคุณไปส่งฉันที่บ้าน ไม่ทราบว่าวันนี้คุณว่างหรือเปล่าคะ”
       “ขอโทษนะครับ พอดีวันนี้ผมมีธุระ”
       สายน้ำผึ้งเล่นบทโศกเรียกคะแนนความสงสาร
       “ฉันเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ฉันขอโทษนะคะที่ดันมาชวนคุณ โดยไม่ทันคิด”
       พิศุทธิ์งงว่าเธอพูดหมายถึงอะไร
       “เดี๋ยวครับ...คุณสายน้ำผึ้งพูดอะไรนะครับ ผมไม่เข้าใจ”
       “ฉันรู้ว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษมากพอที่จะไม่พูดตรงๆว่าคุณอายที่ไปกับ ผู้หญิงท้องไม่มีพ่ออย่างฉัน”
       “เอ่อ...คุณสายน้ำผึ้งครับ....” พิศุทธิ์จะอธิบาย
       สายน้ำผึ้งรีบพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเหมือนคนกดดันต้องการระบาย ลูบท้องตัวเองด้วยความรัก
       “แต่ฉันไม่อายหรอกนะคะ เด็กคนนี้เกิดมาด้วยความรักของฉัน ถึงผู้ชายคนนั้นจะหลอกฉันก็ตาม”
       “หลอกคุณ”
       “ใช่ค่ะ...เราทำงานที่เดียวกัน แต่ฉันได้เลื่อนตำแหน่งสูงกว่าเขา เขาบอกฉันว่าเขาอายที่เป็นแฟนฉันแท้ๆ แต่กลับเป็นลูกน้องฉัน ฉันเลยให้เขาลาออกแล้วเอาเงินเก็บของฉันเปิดบริษัทให้เขา เขาสัญญาว่าจะหาเงินเพื่อสร้างครอบครัวของเรา แล้ววันนึง...เขาก็ทิ้งฉัน ไปแต่งงานกับผู้หญิงที่รวยกว่า...แล้วฉันก็โดนด่าว่าเป็นเมียน้อย ทั้งๆที่ฉันรักกับเขาก่อนผู้หญิงคนนั้น ฉันโดนผู้คนประนามว่าแย่งสามีคนอื่น ทั้งๆที่ฉันเป็นเมียที่จดทะเบียนสมรส”
       พิศุทธิ์ฟังอย่างเข้าใจว่าภูเบศร์หลอกเธอจริงๆ เขารู้สึกเห็นใจ
       “คุณสายน้ำผึ้ง...”
       “ขอโทษนะคะ ที่ฉันพูดเรื่องไร้สาระให้คุณฟัง ขอตัวก่อนค่ะ”
       สายน้ำผึ้งพยายามกลั้นน้ำตาให้ดูเหมือนเป็นคนอ่อนแอ หมุนตัวจะเดินไปแล้วมีอาการหน้ามืด เซไปท้าวโต๊ะของที่โต๊ะหล่น พิศุทธิ์เข้าไปประคอง
       “คุณผึ้ง คุณเป็นอะไรไปครับ”
       “ฉันหน้ามืดน่ะค่ะ”
       “ไปโรงพยาบาลเถอะครับ เดี๋ยวผมพาไป”
       สายน้ำผึ้งมองหน้าพิศุทธิ์แล้วแอบยิ้ม มั่นใจว่าเขามีใจสงสารตัวเองแล้ว จึงแกล้งทำเป็นเกรงใจ
       “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปเอง คุณรีบไปธุระเถอะค่ะ”
       พิศุทธิ์ลังเลแต่ดูอาการของสายน้ำผึ้งก็ทิ้งเธอไปไม่ได้
       “ไปสายหน่อย ไม่เป็นไรหรอกครับ เพื่อนผมเข้าใจ ไปกันเถอะครับ”
       
       พิศุทธิ์ประคองสายน้ำผึ้งที่มีอาการอ่อนแรงจะเป็นลมไปที่รถ ฟองดาว ชายนี่ ยี่หวา และ พนักงานอีกหลายคนกำลังแยกย้ายขึ้นรถจะกลับบ้าน ต่างเห็นพิศุทธิ์ประคองสายน้ำผึ้งขึ้นรถ ทุกคนพากันชะงักมอง
       “เห็นอย่างนี้ เจ๊อยากแย...เขารึยัง” ยี่หวาหันมาหาชายนี่
       “ไม่ใช่แค่อยากแย...แต่ตอนนี้ปากคันอย่างกับโดนตำแยเลยล่ะ ว้าย ต้องเม้าท์”
       ฟองดาวมองสายน้ำผึ้งแล้วคิดๆว่าดูใสซื่ออย่างหน้าตารึเปล่าหนอ
       
       ในร้านเสื้อ...กะรัตใส่ชุดสวยสง่าจะเดินไปหลังร้าน พนักงานและลูกค้ามองกะรัตอย่างทึ่งความสวย
       “คุณกะรัตสวยจังค่ะ”
       กะรัตยิ้มอารมณ์ดี
       “ก็นัดกับคนพิเศษ จะแต่งตัวธรรมดาได้ยังไง แล้วที่ฉันสั่งพวกเธอ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
       “เรียบร้อยแล้วค่ะ”
       
       กะรัตเดินไปนั่งรอพิศุทธิ์อย่างมีความสุข

สามีตีตรา ตอนที่ 4
       สายน้ำผึ้งกับพิศุทธิ์นั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ ระหว่างนั้น ส่งข้อความหากะรัต เพราะไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ
       “ผมเคลียร์งานอยู่...อาจจะช้าหน่อยนะครับ”
       สายน้ำผึ้งหันไปมองสามีที่ดูแลภรรยาที่ท้องแก่ แล้วมองพ่อแม่ที่เดินมากับลูก เธอหันมาเหลือบมองพิศุทธิ์ด้วยความหวังว่าอยากให้เขาเป็นผู้ชาย ที่ดูแลตัวเอง อยากได้ครอบครัวที่อบอุ่น เหมือนคนอื่นบ้าง พยาบาลเดินออกมาจากห้องตรวจเข้ามาบอก
       “เชิญคุณพ่อ คุณแม่เข้าห้องตรวจค่ะ”
       พยาบาลเดินนำไปที่ห้องตรวจ สายน้ำผึ้งมองหน้าพิศุทธิ์เก้อๆ เขายิ้มเก้อๆแล้วรีบลุกขึ้น ผายมือให้เธอไปเข้าห้องตรวจ
       “คุณพิศุทธิ์ไม่ต้องเข้าไปก็ได้นะคะ”
       สายน้ำผึ้งแกล้งเดินเซ พิศุทธิ์รีบพยุง
       “ผมเข้าไปด้วยดีกว่าครับ”
       พิศุทธิ์ประคองเดินไปห้องตรวจ...กันตาเดินคุยกับเพื่อนหมอ ผ่านที่สายน้ำผึ้งกับพิศุทธิ์เพิ่งเดินไป กันตาชะงักแล้ว หันมามองทางห้องตรวจแต่ไม่เห็นสายน้ำผึ้งกับพิศุทธิ์แล้ว
       “มีอะไรเหรอก้อย” หมอถามอย่างสงสัย
       “เหมือนเห็นคนรู้จัก แต่ไม่น่าใช่...”
       กันตาหยิบมือถือโทรหากะรัต
       
       กะรัตเดินไปเดินภายในร้าน พลางชะเง้อมองออกไปนอกร้าน รอพิศุทธิ์ด้วยอารมณ์กึ่งๆหงุดหงิดที่เขายังไม่มาสักที เสียงมือถือดังขึ้น กะรัตกดรับสาย
       “ว่ายังไงยายก้อย วันนี้คุณพิศุทธิ์มีนัดกับพี่ ตอนนี้เขาเคลียร์งานอยู่ที่บริษัท เดี๋ยวก็มา...มีอะไรเหรอ”
       กันตายืนคุยมือถือแถวหน้าห้องตรวจ
       “ไม่มีอะไรหรอก...ก้อยโทรมาถามสถานการณ์ความรักพี่เฉยๆ แค่นี้นะพี่กั้ง ก้อยไปทำงานก่อน”
       กันตากดวางสายแล้วมองไปทางหน้าห้องตรวจแล้วลังเลว่าที่ตัวเองเห็นแว๊บๆนั้นใช่ไหม สุดท้ายเธอคิดว่าตัวเองคิดมากไปเอง พิศุทธิ์จะมากับสายน้ำผึ้งได้ยังไง
       
       กะรัตเบื่อที่จะรอ จึงตัดสินใจไปหยิบกระเป๋าตัวเอง พนักงานเห็นก็ถาม
       “คุณกั้งจะไปไหนคะ”
       กะรัตไม่ตอบเดินออกจากร้านเพื่อจะไปหาพิศุทธิ์ที่บริษัท
       
       พยาบาลเปิดประตูห้องตรวจให้พิศุทธิ ประคองสายน้ำผึ้งเดินออกมา
       “คุณแม่อย่าลืมที่คุณหมอสั่งนะคะ ต้องพักผ่อนให้มากกว่านี้ แล้วอย่าลืมทานยา” พยาบาลหันไปทางพิศุทธิ์ “ฝากคุณพ่อดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ”
       สายน้ำผึ้งมองพิศุทธิ์แล้วยิ้มเก้อๆ จะหันไปพูดแก้กับพยาบาล
       “คุณพิศุทธิ์ไม่ใช่...”
       พิศุทธิ์เหลือบมองนาฬิกาว่าใช้เวลานานแล้ว จึงรีบพูดกับพยาบาลให้จบเรื่อง
       “ได้ครับ”
       สายน้ำผึ้งหันมองพิศุทธิ์ที่เออออว่าเป็นสามีตัวเองโดยไม่ปฏิเสธ แอบยิ้มว่าความสงสารทำให้เขาเปิดใจให้ตัวเองแล้ว พยาบาลผายมือ
       “เชิญรับยาทางด้านโน้นนะคะ”
       พิศุทธิ์รีบประคองสายน้ำผึ้งเดินไปทางห้องรับยา
       
       กะรัตขับมาจอดหน้าบริษัท ยามยืนอยู่หน้าบริษัทรีบเข้ามาถาม
       “มาแผนกไหนครับ ขอเชิญไปแลกบัตรก่อน”
       “ฉันมาหา ม.ร.ว พิศุทธิ์ คงไม่ต้องแลกบัตรหรอกมั้ง”
       กะรัตลงจากรถ จะเดินเข้าบริษัท ยามรีบห้าม
       “เดี๋ยวก่อนครับ คุณพิศุทธิ์กลับไปแล้วครับ”
       “อะไรนะ” กะรัตชะงัก
       
       พิศุทธิ์เดินจากโรงพยาบาลพร้อมสายน้ำผึ้ง เขามองนาฬิกาอย่างร้อนใจ สายน้ำผึ้งมอง อาการของเขา
       “คุณพิศุทธิ์รีบไปธุระต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันกลับรถเมล์เอง”
       “จะดีเหรอครับ”
       “ไม่เป็นไรค่ะ คุณพิศุทธิ์ช่วยฉันมามากแล้ว ฉันกลับก่อนนะคะ”
       สายน้ำผึ้งเดินอุ้ยอ้ายเพราะท้องแก่ ไปทางป้ายรถเมล์หน้าโรงพยาบาล
       
       สายน้ำผึ้งยืนรอรถเมล์รวมกับกลุ่มคนมากมายที่รอแย่งกันขึ้นรถเมล์อยู่ เธอรู้สึกว่าขึ้นรถเมล์ไม่ไหว จึงไปโบกเรียกแท็กซี่ แต่ไม่มีแท็กซี่คันไหนว่างเลย พิศุทธิ์เดินตามมาเพราะอดเป็นห่วงไม่ได้
       “ไปกับผมเถอะครับ”
       สายน้ำผึ้งหันหลังกลับมามองพิศุทธิ์ด้วยความดีใจ
       “คุณพิศุทธิ์”
       พิศุทธิ์ขอกระเป๋าของเธอเพื่อถือให้ สายน้ำผึ้งส่งกระเป๋าให้ เขาให้เธอเดินนำไปก่อน เธอเหลือบมองแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
       
       กะรัตกลับเข้ามาในร้าน หวังว่าพิศุทธิ์จะมาถึงร้านแล้ว แต่ไม่เห็น เธอหงุดหงิดมาก
       “ยังไม่มาอีกเหรอเนี่ย ไหนยามบอกว่าออกจากบริษัทแล้วไง อยู่ไหนเนี่ย หรือว่าแอบไปกับใคร…”
       กะรัตหยิบมือถือจะกดหาแล้วชะงัก กลัวว่าพิศุทธิ์จะโกรธหาว่าไม่ไว้ใจ จำใจกดวางโทรศัพท์
       
       พิศุทธิ์พยุงสายน้ำผึ้งมาส่งให้รสสุคนธ์
       “น้าต้องขอบคุณคุณมากนะคะที่มาส่งผึ้ง ถ้าไม่ได้คุณยัยผึ้งคงแย่”
       “คุณพิศุทธิ์เขาใจดีกับผึ้งมากเลยจ๊ะน้ารส เมื่อวานก็มาส่งผึ้ง วันนี้ผึ้งก็ต้องกวนคุณอีก ผึ้งขอโทษนะคะที่ทำให้คุณเสียเวลา”
       “ไม่เป็นไรครับ คุณผึ้งพักผ่อนเยอะๆนะครับ”
       พิศุทธิ์ยกมือไหว้รสสุคนธ์แล้วออกไป สายน้ำผึ้งยิ้มหน้าบาน รสสุคนธ์มองๆ
       “ยิ้มอะไรผึ้ง”
       “ก็ยิ้มกับความสุขที่กำลังจะมากองตรงหน้าเราไงคะ ผึ้งพาหลานเขยในอนาคตมาให้หน้ารสดูตัว ม.ร.ว.พิศุทธิ์ ศักดิ์โกศล คนระดับนี้เท่านั้นที่จะคู่ควรกับคนอย่างผึ้ง”
       รสสุคนธ์ถอนใจ
       “อย่าเพิ่งฝันไปเลยผึ้งเอ้ย ที่เขาดีกับเราเพราะว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นอย่างที่ผึ้งคิดกับเขา”
       “แต่ผึ้งเชื่อว่า...ผึ้งไม่ได้แค่ฝัน น้ารสคอยดูแล้วกัน ผึ้งดูอาการคนไม่ผิดหรอก”
       
       สายน้ำผึ้งมองไปทางประตูที่พิศุทธิ์เดินออกไป อย่างเข้าข้างตัวเองว่าเขารู้สึกดีด้วยแล้ว รสสุครธ์มองหลานสาวอย่างหนักใจ

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามีตีตรา ตอนที่ 5
สามีตีตรา ตอนที่ 4
สามีตีตรา ตอนที่ 3
สามีตีตรา ตอนที่ 2
สามีตีตรา ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากค่่พะพระเอกน่ารักเว่อร
ชอบม้าก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือว่าก็รู้เรื่องมาบ้างแล้วนะคะ แต่มันต้องอ่านน่ะ มันต้องอ่าน ^___^
fly-girl
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องนี้อีกแล้วสินะ ที่อิชั้นจะติดตามเฝ้ารอคอยการอัพอย่างใจจดใจ่อต่อไป ^^
นักอ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดงอมแงม รีบมานะคะ อิ อิ
เพ็ญ บ้านสวน ชลบุรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014