หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คิวบิก (หนี้หัวใจที่ไม่ได้ก่อ)

คิวบิก ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
26 กุมภาพันธ์ 2557 07:05 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คิวบิก ตอนที่ 1
        คิวบิก ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       รถยนต์หรูคันนั้นวิ่งมาตามท้องถนน ซึ่งสองข้างทางแสงไฟส่องสว่างไสวตลอดทาง เหม่ยจิงนั่งอยู่หลังรถ จงซินทำหน้าที่ขับให้
       
       “จงซิน เดี๋ยวไปที่โรงแรมแกรนด์เอ็มจีเอ็มก่อนแล้วกัน”
       “ไปทำไมครับ”
       “ชั้นจะไปดื่มซักแก้วสองแก้ว”
       “แต่คุณหลินให้ผมไปส่งคุณที่บ้านนะครับ”
       “ถึงนายไปส่งชั้นที่บ้าน ชั้นก็ต้องออกมาอยู่ดี”
       “นั่นแล้วแต่คุณ ผมมีหน้าที่ไปส่งคุณให้ถึงบ้าน ต่อจากนั้นคุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ”
       “ถ้าคุณหลินเค้าเป็นเหมือนนายก็ดีสิ ที่ตื๊อจะไปส่งชั้นให้ถึงบ้าน หึ คนอะไรเย็นชาสิ้นดี”
       จงซินไม่โต้ตอบ เหม่ยจิงเหลือบมองจงซิน
       “จะว่าไป คุณหลินก็โชคดีนะที่มีมือขวาอย่างนาย”
       “ผมว่าคุณเองก็ควรจะรู้ตัวนะว่าคุณหลินจ้างคุณไว้เพื่ออะไร”
       “นี่ ชั้นไม่ใช่นางบำเรอนะ” เหม่ยจิงฉุน
       “นั่นสิครับ ผมถึงได้บอกคุณว่าคุณอยู่ในฐานะคู่ควงของคุณหลิน คุณควรจะวางตัวไม่ให้คนอื่นดูถูกคุณหลินได้”
       “ก็เจ้านายของนายเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจจริงๆ นี่ ถึงเค้าจะจ้างให้ชั้นเป็นคู่ควงคอยออกงานกับเค้าก็เถอะ แต่เค้าก็ควรจะสนใจความรู้สึกของชั้นบ้าง”
       “ถ้าคุณไม่พอใจ ผมว่าคุณควรจะบอกยกเลิกไม่รับงานคุณหลินซะ”
       “ที่ชั้นทำไม่ใช่เพราะเงิน แต่ชั้นทำเพราะชั้นรักเค้า”
       “ถ้าอย่างงั้นก็คงไม่มีใครช่วยคุณได้”
       จงซินเหลือบมองกระจกหลัง เห็นเหม่ยจิงสะบัดหน้าไป
       “และถ้าคุณรักคุณหลินจริง ผมว่าคุณไม่ควรจะไปดื่มต่อ”
       “ทำไม”
       “คุณคงไม่อยากให้คนที่รู้จักคุณหลินดูถูกว่าผู้หญิงของคุณหลินเป็นไก่คอยจับแขกตามบาร์”
       เหม่ยจิงโกรธ “นายจะดูถูกชั้นมากไปแล้วนะจงซิน”
       “ที่ผมพูดเพราะเป็นหน้าที่ของผม”
       จงซินบอกด้วยเสียงเรียบนิ่ง เหม่ยจิงหน้าบูดบึ้งมองอย่างโกรธขึ้ง
       
       ครู่ต่อมารถเลี้ยวมาจอดหน้าอพาร์ทเมนท์หรู ที่เหม่ยจิงพักอยู่
       “เอาล่ะ ถึงอพาร์ทเมนท์คุณแล้ว”
       เหม่ยจิงลงรถปิดประตูปัง จงซินไม่ถือสาขับรถออกไป
       “ทำเป็นปากดีนัก วันใดที่ชั้นได้เป็นเมียคุณหลินขึ้นมาล่ะก็ ชั้นจะจัดการนายคนแรกเลย ไอ้จงซิน”
       เหม่ยจิงเดินเข้าตึกไปอย่างอารมณ์เสีย
       จงซินเหลือบมองกระจกหลังแล้วหันกลับมาถอนใจ กล้ำกลืนความรู้สึกที่มีต่อเหมยจิง ขณะรถเลี้ยวไปตามทาง
       
       อีกวันหนึ่ง ที่รีสอร์ตบ้านทรงไทยสถานที่ซ่อนตัวของสองพ่อลูก นันทกายืนอยู่บนระเบียงบ้านอย่างหมกมุ่นครุ่นคิด เด็กสาวหันตัวกลับมาเดินไปเดินมา ด้วยคิดไม่ตก
       ภาพเหตุการณ์ที่นันทกาพบเจอหลินหลานเซ่อในค่ำคืนนั้น ผุดขึ้นมาในห้วงคิด
       โดยตอนนั้นนันทกาเต้นรำอยู่กับพ่ออย่างเบิกบาน แต่นันทการู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ตลอดเวลา นันทกาเหลือบสายตาขึ้นไปเห็นหลินหลานเซ่อมองลงมา ก็ชะงักหลบตาวูบ ยุทธพงษ์ชวนคุย นันทกายิ้มกับพ่อแล้วเหลือบมองกลับขึ้นไปอีกครั้ง พบว่าหลินหลานเซ่อยังคงมองอยู่ นันทกาหลบตา รู้สึกประหม่าโดยประหลาด พ่อยังชวนคุยต่อ นันทกามองพ่อแล้วยิ้มให้ พอเหลือบขึ้นไปมองอีกที หลินหลานเซ่อหายไปแล้ว นันทกาสอดตามองหา
       “มีอะไรหรือลูก”
       “เปล่าค่ะ”
       
       นันทกาเดินมาที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม
       “ขอน้ำส้มแก้วนึงค่ะ”
       นันทกาจิบน้ำส้มพลางเหลือบมองเห็นพ่อกำลังคุยอยู่กับหลินหลานเซ่อ นันทกามองอย่างสนใจ ซักพักหล่อนเห็นพ่อลุก เดินออกมาหา
       “พ่อคุยกับใครหรือคะ”
       “อ๋อนักธุรกิจฮ่องกงน่ะลูก ถามทำไม”
       “ตอนที่หนูเต้นรำกับพ่อ หนูเห็นเค้าจ้องมองหนู เค้าคุยเรื่องอะไรกับพ่อหรือคะ”
       “ก็เรื่องธุรกิจน่ะ ไม่มีอะไร ไปเถอะ”
       ยุทธพงษ์จูงมือนันทกาเดินออก เด็กสาวเหลียวมองหลัง เห็นหลินหลานเซ่อมองตามมาไม่วางตาจนนันทกาต้องหลบตาอย่างประหม่า
       ภาพเหตุการณ์บนฟลอร์เต้นรำในร้านอาหารคืนนั้นผุดขึ้นมาอีกครา นันทกายืนครุ่นคิด คาใจในตัวหลินหลานเซ่อ
       
       “เค้าเป็นใครกันนะ”

คิวบิก ตอนที่ 1
        ยุทธพงษ์กระหืดกระหอบเปิดประตูห้องเข้ามาหยุดมองซ้ายแลขวา ตะโกนเรียกอย่างตกใจ
       
       “นัน นัน อยู่ไหนลูก”
       นันทกาเดินเข้ามาจากระเบียง “มีอะไรคะพ่อ”
       “อย่าเพิ่งถามตามพ่อมาเร็ว”
       ยุทธพงษ์คว้าแขนนันทกาแล้วลากออกไปจนเด็กสาวตกใจ
       “โอ๊ยพ่อ นี่มันอะไรกันคะ”
       
       ยุทธพงษ์ลากนันทกาออกมาตามทาง มองซ้ายมองขวา แล้วตัดสินใจลากลูกสาวไปทางด้านหลังรีสอร์ต
       อาเหว่ย และสมุนมือปืนในชุดสูทดำ 3 คนเดินมาตามทาง ยุทธพงษ์ดึงนันทกาหลบเข้าข้างทาง กลุ่มมือปืนผ่านไป
       “มันเรื่องอะไรกันคะพ่อ” นันทนาถามท่าทีตื่นตระหนก
       “อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น ไปทางนี้เร็ว”
       ยุทธพงษ์ลากนันทกาออกไป
       
       กลุ่มมือปืนและอาเหว่ยเปิดประตูเข้ามาในห้องแยกกันหา
       “สงสัยมันรู้ตัวแล้ว แยกกันตามหามันให้เจอ” อาเหว่ยว่า
       ทั้งหมดวิ่งออกไป
       
       ด้านยุทธพงษ์ลากนันทกาออกมาจากซอยด้านหลังรีสอร์ต แต่แลเห็นอาเหว่ยเดินกวาดตามองหา ยุทธพงษ์ดึงนันทกาหลบ อาเหว่ยเลี้ยวไปอีกทาง
       “พวกที่ตามทวงหนี้พ่อใช่มั้ย” นันทนาพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว
       “ใช่”
       “แล้วเราจะทำไงกันดี”
       “ลูกอยู่เฉยๆ รออยู่นี่ก่อนนะ”
       ยุทธพงษ์มองซ้ายขวาหาทางหนีทีไล่ สายตาแลไปเห็นรถกระบะส่งของวิ่งผ่านมา ยุทธพงษ์วิ่งออกมาขวาง
       “โทษครับ”
       รถกระบะ เบรกกะทันหัน คนขับโมโหตะโกนด่า “นี่มันอะไรกันอยากตายหรือไง”
       “มีคนตามฆ่าผมกับลูกสาว ช่วยผมหน่อยได้มั้ยครับ”
       นันทกามองพ่อ แล้วหันมองซ้ายแลขวาอย่างหวาดกลัว
       คนขับอึกอักลังเล “เอ่อ”
       “ได้โปรดเถอะ ผมจะให้คุณห้าพัน ขับรถพาผมไปส่งข้างนอกหน่อย”
       “ก็ได้ครับ”
       ยุทธพงษ์หันไปตะโกนเรียกลูกสาว “นัน เร็ว ลูก”
       นันทกาวิ่งออกมา ยุทธพงษ์เปิดประตูรถรอ นันทกากระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว ยุทธพงษ์ตามขึ้นไปปิดประตูรถทันควัน
       “ก้มหัวไว้ลูก”
       
       ฝ่ายอาเหว่ยวิ่งออกจากรีสอร์ตมาหยุดมองซ้ายขวา กระทั่งเห็นรถกระบะจอดอยู่ ลูกน้องวิ่งมาสมทบ
       อาเหว่ยถาม “เจอมั้ย”
       “ไม่มีครับ”
       “มันจะหายไปไหนได้วะ กลับไปค้นให้ทั่วรีสอร์ต”
       ส่วนในรถกระบะขนของ ยุทธพงษ์กับนันทกาหมอบราบก้มหัวต่ำ
       คนขับกำชับ “ก้มหัวต่ำๆ นะ เดี๋ยวผมจะพาพวกคุณหนีไปเอง”
       คนขับเคลื่อนรถออก อาเหว่ยหันมามองพลางยกมือขึ้นโบกให้หยุด
       “มันออกมาขวางถนนแล้วครับ เอาไง”
       “ชนมันเลย” ยุทธพงษ์บอก
       คนขับอึ้ง อิดออด ”แต่ว่า...”
       “ชั้นให้แกแสนนึง” ยุทธพงษ์บอกอีก
       รถกระบะพุ่งเข้าหามือปืน อาเหว่ยชักปืนออกมายิงสวน โดนคนขับรถเลือดสาด นันทกาหวีดร้อง
       ยุทธพงษ์ตกใจ “หา”
       รถกระบะเสียหลักเซแซดๆ
       ยุทธพงษ์ประคองสติ ดึงกระชากพวงมาลัย ผลักคนขับออกไป พุ่งรถใส่อาเหว่ย จนอาเหว่ยต้องกระโดดหลบ
       ยุทธพงษ์ขับรถพุ่งออกไป อาเหว่ยยิงตามหลัง ลูกน้องวิ่งออกมา
       “ได้ตัวมั้ยครับ”
       อาเหว่ยหัวเสียสุดขีด และแค้นจัด
       
       “ไอ้บ้าเอ๊ย ไปเอารถมาเร็ว”

คิวบิก ตอนที่ 1
        เหตุการณ์ที่ฮ่องกง รถจงซินเข้ามาจอดในไซต์งานก่อสร้าง จงซินลงจากรถเดินเข้าไปทางตู้คอนเทนเนอร์ที่พักฤทัยนาค
       
       ส่วนในคอนเทนเนอร์ มือฤทัยนาครูดติดแผนที่ในห้อง ทั้งผนังห้องถูกแปะเต็มไปด้วยแผนที่เมืองฮ่องกง เป็นแผนที่แบบต่างๆทั้งสภาพใหม่และเก่า สุดท้ายหยิบสเปรย์กาวฉีดหลังแผนที่อีกแผ่น แล้วหันไปแปะลงผนัง หันไปหยิบแผนที่ที่กองอยู่บนโต๊ะอีกแผ่นขึ้นมา จงซินเปิดประตูเข้ามา นาคหันมอง
       “นี่วันอาทิตย์ทำไมมาแต่เช้า อย่าบอกนะว่าจะมาทวงเงิน ไหนว่าจะให้เริ่มจ่ายอาทิตย์หน้าไง”
       “ชั้นเอาชุดนักเรียนมาให้เธอ”
       ฤทัยนาคหยิบชุดนักเรียนจากถุงออกมาดู
       “ชุดยังกะนักเรียนญี่ปุ่นเลยนะ ทำไม ที่นี่เค้าฮิตตามหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นหรือ”
       “เธอหยุดพูดแล้วฟังให้ดี พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าไปโรงเรียนให้ทันห้ามไปสายเด็ดขาด แล้วอยู่โรงเรียนห้ามทำตัวเด่น ให้เป็นที่สนใจของคนอื่น เข้าใจรึเปล่า”
       “ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นจะทำตัวให้กลืนไปกับผนังโรงเรียนเลย”
       จงซินมองจ้องหน้า แล้วหันหลังจะเดินออก แต่ต้องชะงักเมื่อมองไปที่ผนังเห็นแผนที่เต็มไปหมด จงซินมองที่พื้นเห็นกองแผนที่เกลื่อนห้อง
       “นี่เธอคิดจะหาทางหนีไปจากที่นี่หรือ”
       “ไม่ต้องกลัวว่าชั้นจะหนีหนี้หรอกน่า คนอย่างชั้นพูดคำไหนเป็นคำนั้น แผนที่พวกนี้ชั้นก็เรียนรู้ไว้เพื่อเอาตัวรอดเท่านั้นเอง”
       “แล้วทำไมมันถึงเยอะแยะถี่ยิบขนาดนี้”
       “ชั้นบอกความจริงก็ได้ ชั้นได้งานพิเศษส่งของ ชั้นก็เลยจำเป็นต้องรู้ทุกซอกทุกซอยของเกาะนี้เพื่อที่จะได้ไม่หลงและไม่เสียเวลา นายรู้มั้ยแผนที่แต่ล่ะอันเนี่ย มันมีรายละเอียดแตกต่างกัน ซึ่งชั้นจะต้องรู้ให้หมด”
       “ทำไมถึงอยากรู้ให้หมด”
       “อ้าว ชั้นจะได้รู้เส้นทางลัดมากกว่าคนที่นี่ไง เป็นไง เข้าใจรึยัง คุณเฟ่ยจงซิน”
       ฤทัยนาคแกล้งแซวเรียกชื่อเต็ม จงซินจัดบท “แล้วเจอกันพรุ่งนี้ฤทัยนาค”
       “พรุ่งนี้ อย่าบอกนะว่าพวกนายจะตามชั้นไปโรงเรียนด้วย”
       “ใช่ แต่ไม่ได้ตามเธอ คุณหลินต้องเข้าไปดูงานที่โรงเรียนทุกวันเพราะท่านเป็นเจ้าของโรงเรียนและเป็นครูใหญ่ด้วย”
       พูดจบจงซินก็เดินออกไปเลย
       “หา...ไอ้มาเฟียนั่นเป็นครูใหญ่อย่างงั้นหรือ เฮ่อ งง”
       
       เครื่องบินเล็กส่วนตัวลำหนึ่ง แลนดิ้งลงจอดในสนามบินส่วนตัว พอประตูเครื่องบินเปิดออก ใครคนหนึ่งก้าวลงมา เป็นคาลอสนั่นเองที่เดินลงมา แดนนี่ ลูกชายวัยรุ่นเดินเข้าไปกอดพ่อ
       “หวัดดีครับพ่อ”
       คาลอสตบหลังลูกชาย “แกเป็นไง”
       “สบายดีครับ”
       “ชั้นหมายถึงว่างานที่ชั้นให้แกมาเซอร์เวย์เป็นยังไงบ้าง”
       “สงสัยจะลำบากครับ”
       “ทำไม”
       “ก็ไอ้แพทริคน่ะสิ มันคงรู้ว่าพ่อจะมาที่นี่ มันเลยวางกำลังตำรวจดักปิดกลั้นทางออกของเราทั้งหมด”
       คาลอสแค้นมาก “ไอ้แพทริค มึงนี่ตามจองล้างจองผลาญกูไม่เลิกจริงๆ”
       ลูกน้องเปิดประตูรถให้ แดนนี่ก้าวขึ้นรถ คาลอสตามขึ้นไป เสียงมือถือแดนนี่ดัง เด็กหนุ่มกดรับ
       “ฮัลโหล”
       
       จงซินโทร.ไป และพูดโทรศัพท์อยู่ในห้องทำงานหลินหลานเซ่อ มีมาเฟียเจ้าของห้องนั่งฟังอยู่ด้วย
       “นั่นแดนนี่รึเปล่า”
       “ใช่ แล้วคุณเป็นใคร”
       “ผมจงซิน เป็นเลขาคุณหลินหลานเซ่อ”
       “มีอะไร”
       “ผมอยากให้คุณบอกพ่อ ว่าคุณหลินอยากเชิญทานข้าวเป็นการส่วนตัวหน่อย”
       แดนนี่เหลือบมองหน้าพ่อ คาลอสถาม “ใคร”
       เด็กหนุ่มปิดหูฟังบอกพ่อ “เลขาหลินหลานเซ่อ มันบอกว่าอยากกินข้าวกับพ่อ”
       “ไอ้นี่มันตื๊อจริงๆ บอกไปว่าพ่อไม่ว่าง”
       แดนนี่คุยสายต่อ “พ่อผมไม่ว่าง”
       “แต่ผมอยากให้คุณบอกคุณคาลอสว่าคุณหลินมีธุระสำคัญมากอยากคุยด้วย”
       แดนนี่ทักท้วง “แต่ว่า...”
       “มันเป็นเรื่องผลประโยชน์” จงซินบอก แดนนี่ชะงัก “และเป็นเงินจำนวนมากด้วย”
       แดนนี่หันมาบอกพ่อ “มันบอกเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องเงินจำนวนมาก”
       
       คาลอสชะงักมีแววลังเลในดวงตา

คิวบิก ตอนที่ 1
        ส่วนที่ห้องทำงานหลินหลานเซ่อ จงซินปิดโทรศัพท์ หลินหลานเซ่อรอฟังคำตอบ
       
       “มันว่าไง”
       “มันไม่ยอมมาครับ”
       “ระยำ พรุ่งนี้โทร.หามันอีก โทร.จนกว่ามันจะยอมรับนัดชั้น”
       “ครับ” จงซินเดินออก หลินหลานเซ่อถอนใจอย่างหงุดหงิด
       
       ที่บ้านซานกุ้ย คืนเดียวกันนั้น หย่งเหวินรินชาให้ซานกุ้ย ก่อนที่ซานกุ้ยจะยกดื่ม
       “คุณพ่อคิดว่าคุณหลินจะคุยกับคาลอสสำเร็จมั้ยครับ
       “ก็ห้าสิบห้าสิบนะ”
       “แล้วถ้าไม่สำเร็จล่ะครับ”
       “ถ้าไม่สำเร็จหลินหลานเซ่อก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่งประธานฉายหงส์กรุ๊ปของเรา”
       “ถ้าอย่างงั้นก็เป็นโอกาสของคุณพ่อที่จะก้าวขึ้นเป็นประธานสิครับ”
       “ใช่ และถ้าวันนั้นมาถึง บางทีชั้นอาจจะให้แกเป็นคนขึ้นไปแทนชั้นก็ได้”
       หย่งเหวินคุกเข่าทันที บอกอย่างถ่อมตน “อย่าพูดอย่างงั้นเลยครับคุณพ่อ ผมเองยังด้อยสติปัญญากว่าคุณพ่อมาก ผมยังต้องเรียนรู้และหาประสบการณ์จากคุณพ่ออีกเยอะครับ”
       ซานกุ้ยพอใจ “ดีมากหย่งเหวิน นับว่าชั้นดูแกไม่ผิดจริงๆ แกเป็นคนมักน้อยถ่อมตัวนี่แหละคือคุณสมบัติที่จะทำให้แกประสบความสำเร็จ”
       หย่งเหวินยิ้มรับคำชมอย่างถ่อมตัว ไป่หลิงเด็กสาวท่าทางใสซื่อถือถ้วยโสมเข้ามา
       “คุณลุงคะ”
       ซานกุ้ยหันไปทัก เชื้อชวน “อ้าว เป่ยหลิงเข้ามาสิ”
       “หนูต้มโสมมาให้ค่ะ”
       “ขอบใจมาก”
       ไป่หลิงมองหย่งเหวิน “แล้วนี่ก็ของพี่หย่งเหวินค่ะ ไม่ใส่น้ำตาลกรวด”
       “ไป่หลิงนี่รู้ใจพี่จริงๆ” หย่งเหวินมอง พลางยิ้มให้อย่างเอ็นดู
       ไป่หลิงยิ้มอาย “พรุ่งนี้วันพระ ไป่หลิงจะมาขออนุญาตคุณลุงไปไหว้พระที่ศาลเจ้าค่ะ”
       ซานกุ้ยเยื้อนยิ้ม “ไปสิลูก ให้พี่หย่งเหวินเค้าไปเป็นเพื่อน”
       “พี่หย่งเหวินจะว่างหรือคะ วันๆพี่หย่งเหวินงานเยอะจะตาย”
       “ถ้าพี่ไม่ทำคุณพ่อก็ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว”
       ซานกุ้ยบอก “ไม่เป็นไรหรอก หย่งเหวิน พรุ่งนี้หยุดงานซักครึ่งวันไปไหว้พระกับไป่หลิงเถอะ”
       “ก็ได้ครับ”
       “งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคะ” ไป่หลิงออกไป ซานกุ้ยมองตามอย่างชื่นชม
       “ไป่หลิงเป็นเด็กดี ชีวิตน่าสงสาร ก่อนที่พ่อเค้าจะตายพ่อเค้าฝากให้ชั้นดูแลถ้าแกรักไป่หลิงจริง ชั้นก็สนับสนุนนะ”
       “อะไรที่คุณพ่อเห็นสมควรหรือเห็นว่าดี ผมก็เห็นตามนั้นครับ”
       ซานกุ้ย ยิ้มอย่างพอใจ “แกนี่ไม่เคยทำให้ชั้นผิดหวังเลยจริง ๆ หย่งเหวิน”
       “ขอบคุณครับคุณพ่อ” หย่งเหวินยิ้มรับคำซานกุ้ยอย่างเจียมตัว
       
       ขณะที่หย่งเหวินเดินมาตามทางเดิน เขาเห็นไป่หลิงยืนอยู่หน้าระเบียง
       “ยังไม่นอนอีกหรือน้องไป่หลิง”
       “เมื่อกลางวันน้องไปตลาด น้องเจอผ้าพันคอผืนนี้มันสวยดี ก็เลยคิดว่ามันเหมาะกับพี่หย่งเหวินค่ะ” หย่งเหวินรับมาดูยิ้ม “ชอบมั้ยคะ”
       “ชอบสิจ๊ะ อะไรที่น้องไป่หลิงซื้อให้มันย่อมมีค่ากับพี่”
       ไป่หลิงยิ้มอายขวยเขิน สองคนมองสบตา ไป่หลิงขยับจะไป หย่งเหวินคว้ามือ ไป่หลิงชะงักใจสั่น
       “มีอะไรหรือคะ”
       “พี่อยากจะบอกว่า ขอบใจมากนะ”
       ไป่หลิงยิ้มหวาน หย่งเหวินมองจ้อง แล้วโน้มตัวเข้าไปทำท่าจะจูบ ไป่หลิงผละตัวถอยออก
       “เอ่อ น้องขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ดึกมากแล้ว”
       “ได้สิจ๊ะ”
       หย่งเหวินยกมือไป่หลิงมาจูบอย่างละมุนละไม ไป่หลิงสะเทิ้นเขินอาย หันตัวกลับเดินออกไป หย่งเหวินมองตาม ไป่หลิงหันมามอง
       “ฝันดีนะคะ”
       “จ้ะ”
       ไป่หลิงยิ้มแล้วหันเดินออกไป หย่งเหวินมองตามแสยะยิ้มเห็นความรู้สึกเสียดายในนั้น
       
       รุ่งเช้า ฤทัยนาคขี่รถจักรยานหยิบมาตามถนนในเมือง โยนส่งของให้คน ตามที่ต่าง ๆ
       ส่งของเสร็จฤทัยนาคอยู่ในชุดนักเรียนหยิบถุงเท้าสวม หยิบรองเท้าใส่ หันมองกระจก แล้วชะงัก เห็นเนคไทด์วางอยู่ จึงหยิบมาคล้องคอผูกซ้ายผูกขาวพยายามจะผูกแต่ไม่เป็นรูปร่าง
       “เฮ้ย อะไรวะ”
       ฤทัยนาคบ่นอย่างหงุดหงิด ดึงไทด์ออกพยายามผูกใหม่
       เวลาผ่านไปนานสองนาน ฤทัยนาคพยายามผูกไทด์ แต่ไม่สำเร็จสักที เด็กสาวหันมองนาฬิกาที่ผนัง เห็นเวลา 7 โมง 50 นาที แล้วออกอาการเซ็ง
       “จะแปดโมงแล้วหรือ ไปโรงเรียนไม่ทันแน่เรา”
       ฤทัยนาคหันไปคว้าเป้นักเรียนแล้วชะงัก นึกถึงคำพูดจงซินที่บอกว่า
       “พรุ่งนี้เจอกันฤทัยนาค”
       ฤทัยนาคยิ้ม ดีดนิ้วเปาะ “ได้การละ”
       
       เด็กสาวกระโดดโลดแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว
       
       อ่านต่อตอนที่ 2

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คิวบิก ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
คิวบิก ตอนที่ 15
คิวบิก ตอนที่ 14
คิวบิก ตอนที่ 13
คิวบิก ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 107 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 105 คน
99 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
1 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015