หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คิวบิก (หนี้หัวใจที่ไม่ได้ก่อ)

คิวบิก ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 มีนาคม 2557 04:52 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4
       
       คืนเดียวกันนั้น หลินหลานเซ่อนั่งอยู่ในห้องจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกในอดีต มาเฟียรูปงามนั่งนิ่งอยู่ในห้องที่ตกแต่งหรูหรา แต่บรรยากาศกลับดูเงียบเหงาอ้างว้างและโดดเดี่ยว เหตุการณ์ในอดีตเมื่อ 15 ปีที่แล้วผุดขึ้นมาในห้วงคิดของเขา
       
       ในค่ำคืนนั้น มากาเร็ต แม่ของหลินหลานเซ่อนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องนอน หลินหย่งสือผู้เป็นพ่อของเขา เดินเข้ามาถอดเนคไทสีหน้าเครียดไม่ต่างกัน
       “นี่ยังไม่นอนอีกหรือ”
       “ชั้นมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
       “พรุ่งนี้ได้มั้ย ผมง่วงแล้ว”
       มากาเร็ตเสียงแข็ง “ไม่ได้”
       หย่งสือฉุนนิดๆ “ผมบอกว่าพรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้สิ”
       “ชั้นจะไม่รอถึงพรุ่งนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะพรุ่งนี้ชั้นจะไปจากคุณ”
       หลินหย่งสือชะงักหันมามอง “คุณพูดอะไรนะมากาเร็ต”
       “ชั้นบอกว่าชั้นจะไปจากคุณและชั้นจะไม่กลับมาที่นี่อีกต่อไป”
       หย่งสืออึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง “นี่มันเรื่องอะไรกัน”
       “เรื่องอะไรหรือ ก็เรื่องที่ชั้นเบื่อไง เบื่อที่ต้องนอนรอด้วยความหวาดกลัวว่าคุณจะมีชีวิตกลับบ้านมั้ย จะโดนยิงรึเปล่า” มากาเร็ตระเบิดอารมณ์ใส่
       “มากาเร็ต ไม่มีใครทำอะไรผมหรอก ผมเป็นเจ้าพ่อที่นี่”
       “นี่ หย่งสือชั้นจะบอกให้คุณรู้นะ วงการนี้ไม่มีใครใหญ่หรอก มันมีแต่การฆ่ากัน วันนึงก็ต้องมีคนอยากขึ้นมาใหญ่กว่าคุณ ชั้นจะไม่รอให้ถึงวันนั้นหรอก ชั้นจะเอาลูกไป”
       หย่งสือเสียงแข็ง “ไม่ จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น เราต้องอยู่ด้วยกัน”
       “คุณบ้าไปแล้วหรือ คุณอยากให้คนฆ่าลูกฆ่าชั้นไปด้วยหรือไง”
       “เชื่อผมสิ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้หรอก”
       “ชั้นไม่เชื่อ ชั้นไม่เชื่อ”
       ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง โดยไม่รู้ว่าหลินหลานเซ่อในวัยเด็ก ราว 10 ขวบ ยืนแอบมองมาที่พ่อกับแม่หน้าเศร้า
       
       อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันต่อมา ขณะที่เด็กชายหลินหลานเซ่อนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะ มากาเร็ตเดินเข้ามาลงนั่งข้างๆ
       “หลานเซ่อแม่มีเรื่องจะบอกลูก”
       “ครับ”
       “เราจะไปอังกฤษกันคืนนี้”
       “แล้วพ่อล่ะครับ”
       “เราจะไปกันแค่สองคน”
       หลินหลานเซ่อไม่ยอม “ไม่ ผมจะไม่ทิ้งพ่อ”
       “ฟังแม่นะ เราอยู่ที่นี่ไม่ได้ แม่ไม่อยากให้ลูกมีชีวิตเหมือนพ่อลูกต้องไปกับแม่”
       “ผมไม่ไป แม่ครับ อย่าทิ้งพ่อไปเลยนะครับ นะครับแม่ อย่าทิ้งพ่อไป”
       หลินหลานเซ่อกอดแม่ร้องไห้โฮ มากาเร็ตดึงมือออก หันเดิน หลินหลานเซ่อร้องไห้
       “แม่อย่าทิ้งพ่อไป...แม่ครับแม่...”
       มากาเร็ตหันมามองลูกชาย แล้วตัดใจหันเดินจากไป
       “แม่ครับ อย่าทิ้งพ่อไป”
       เสียงร้องขออ้อนวอนในวัยเด็กของหลินหลานเซ่อยังดังแว่วมา
       “แม่ครับ อย่าทิ้งพ่อไป แม่...”
       หลินหลานเซ่อยืนนิ่งทอดสายตา เหม่อมองออกไปไกลลิบนอกหน้าต่าง อยู่ภายในห้องอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างเพียงลำพัง
       
       เช้าวันนี้ฤทัยนาคขี่จักรยานลัดเลาะมาตามถนนในเมืองส่งของตามที่ต่างๆ ตามปกติ
       
       ขณะเดียวแม่บ้านถือถาดกาแฟกับครัวซองก์ เข้ามาในห้องโถงเห็นหลินหลานเซ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แม่บ้านรินกาแฟให้แล้วลุกเดินออกไป ขณะจงซินเดินเข้ามา เอ่ยทักเจ้านาย
       “อรุณสวัสดิ์ครับคุณหลิน”
       “อืมม์” หลินหลานเซ่อพยักหน้า พลางรินกาแฟให้ “กาแฟ”
       “ขอบคุณครับ เช้านี้ผมนัดกับหัวหน้าสาขาทางใต้ เค้าจะมาคุยเรื่องขอส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ใหม่”
       “แต่ถ้าเราขึ้นให้สาขาใต้ สาขาอื่นก็ต้องขอขึ้นนะ”
       “ผมจะให้คุณบอกเค้าว่าเราจะขึ้นเปอร์เซ็นต์ให้ แต่เค้าจะต้องทำยอดให้ได้เพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์”
       “อืมม์ ถ้าเป็นอย่างงั้นก็คงไม่มีปัญหา” หลานเซ่อยกกาแฟขึ้นดื่ม “แล้วเมื่อคืนเอาของขวัญไปให้เหม่ยจิง เธอชอบมั้ย” จงซินชะงัก “ทำไม”
       จงซินมีท่าเกรงใจ “เธอเสียใจมากที่คุณไม่ไปหาเธอ”
       “ก็ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นไม่ว่าง”
       “อย่าหาว่าผมก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเลยนะครับ ผมว่าเหม่ยจิงคงรักคุณจริง ๆ แล้วก็คงอยากให้คุณมีใจกับเธอบ้าง”
       “นายก็รู้อยู่เต็มอกว่าชั้นรักใครไม่ได้ ชั้นไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนไหนเอาชีวิตมาแขวนไว้กับชั้น เหมือนที่แม่ชั้นต้องมีชีวิตอยู่กับพ่อด้วยความหวาดกลัว”
       จงซินทักท้วง “แต่มันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้นะครับ”
       “ไม่เหมือนยังไง พ่อชั้นอยู่ในวงการนี้ แล้วตอนนี้ชั้นก็รับช่วงต่อจากพ่อ มันมีอะไรแตกต่างหรือจงซิน”
       “แต่ชีวิตคนเราก็ต้องมีคู่ มีครอบครัวนะครับ”
       “แล้วนายล่ะ ทำไมนายถึงไม่มีเมีย นายอยู่กับชั้นมาเป็นสิบปี ชั้นไม่เคยเห็นนายชอบผู้หญิงที่ไหนซักคน”
       จงซินอึกอัก “คือ...”
       “เห็นมั้ย นายก็กลัว กลัวว่าคนที่นายรักอาจจะมาตายเพราะนายใช่มั้ย”
       “มันก็จริงของคุณ”
       “วิถีชีวิตมาเฟีย สุดท้ายเราคงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว”
       
       จงซินมองหลินหลานเซ่อนิ่งๆ มาเฟียหนุ่มสบตาจงซินแล้วยกกาแฟจิบ
ฤทัยนาคในชุดนักเรียน ขี่จักรยานขึ้นเนินมา และปั่นขี่ไปเรื่อยๆ ตามทาง มุ่งหน้าไปโรงเรียน
       
       สักครู่หนึ่งจึงเห็นรถหลินหลานเซ่อขับขึ้นเนินตามหลังมา ก่อนจะเสียงบีบแตรใส่เสียงดัง
       ฤทัยนาคขี่รถชิดด้านข้าง หลินหลานเซ่อขับรถผ่านขึ้นมา ฤทัยนาคหันไปมองงงๆ มาเฟียหนุ่มเปิดกระจกบอก
       “ชิดซ้ายหน่อย”
       “อะไรนะ” ฤทัยนาคได้ยินไม่ถนัด
       “ขี่ให้มันชิดซ้ายหน่อย ระวังรถจะชน”
       “อ้อ ขอบคุณที่เป็นห่วง”
       “ชั้นไม่ได้ห่วงแต่กลัวเธอตายก่อนที่จะใช้หนี้หมด”
       หลานเซ่อพูดเท่านั้นก็รถขับออกไปเฉยเลย ฤทัยนาคมองตามตาคว่ำ
       “โธ่เอ๊ย นึกว่าห่วงเรา ที่แท้ก็ห่วงเงิน”
       ฤทัยนาคบ่น แล้วปั่นจักรยานเลี้ยวไปตามทาง
       
       หลินหลานนั่งอยู่ในรถที่อาเหลียงขับแล่นมา พลางเหลือบมองลูกหนี้สาวแล้วหันกลับมาส่ายหน้า
       “ไอ้เด็กคนนี้มันไม่กลัวอะไรเลยหรือไงนะ ขี่รถกลางถนน เดี๋ยวรถเมล์ก็ชนจนได้”
       “แต่เธอก็น่ารักดีเหมือนกันนะครับคุณหลิน” อาเหลียงเอ่ยขึ้น
       มาเฟียผู้เคร่งขรึมชะงักไม่ตอบเหลือบมองอาเหลียงเห็นอาเหลียงยิ้มให้ เลยทำเก๊กหน้าเข้ม
       
       ตอนพักเที่ยงฤทัยนาคนั่งกินข้าวอยู่กับแดนนี่ที่โรงอาหารไฮสกูล
       “ตอนนี้ไอ้แพทริคมันยกเลิกด่านแล้วนะ”
       “อ้าว ทำไมล่ะ”
       “ก็พ่อชั้นไม่อยู่ที่นี่แล้ว มันก็เลยต้องตามหาพ่อชั้นต่อไป”
       “แต่มันคงโกรธน่าดูเลยนะที่รู้ว่าพ่อนายสามารถเอาอาวุธข้ามไปส่งได้สำเร็จ”
       “ใช่ เค้าว่ามันโกรธมาก แต่เธอก็ระวังตัวนะ ถ้ามันรู้ว่าเธอเป็นคนขนอาวุธให้พ่อชั้นล่ะก็ เธอไม่เหลือแน่” แดนนี่นึกเป็นห่วง
       “มันจำชั้นไม่ได้หรอก ตอนนั้นชั้นใส่หน้ากาก”
       “แต่คนอย่างไอ้แพทริคมันไม่มีวันลืมเรื่องเธอหรอก”
       “แต่กว่าจะถึงวันนั้นชั้นอาจจะกลับเมืองไทยไปแล้ว”
       ฤทัยนาคมองไปหน้าโรงอาหาร เห็นหลินหลานเซ่อมองเข้ามาพอดี เด็กสาวชะงัก แดนนี่มองอย่างสงสัย
       “มองอะไร”
       แดนนี่หันมองตาม จึงเห็นหลินหลานเซ่อเดินเข้ามาหา
       “หวัดดีครับครูใหญ่ ทานข้าวกลางวันด้วยกันมั้ยครับ”
       “นายยังอยู่ที่นี่อีกหรือ ชั้นนึกว่านายไปกับพ่อนายแล้วซะอีก”
       “ผมจะไปได้ไง ผมต้องเรียนหนังสือ”
       “นายแค่มาเรียนบังหน้า เพื่อมาดูลู่ทางส่งของให้พ่อไม่ใช่หรือ” มาเฟียหนุ่มเหน็บ
       “แหม ดูครูใหญ่จะไม่อยากให้ผมอยู่ที่นี่นะครับ” แดนนี่กระเซ้า
       “ใช่ เพราะจากรายงานของครูประจำชั้น เค้าบอกว่านายไม่สนใจการเรียน แล้วถ้าเทอมนี้นายสอบไม่ได้ถึงเกณฑ์ล่ะก็ ชั้นจะให้นายออก”
       หลินหลานเซ่อเดินออกไป ปรายมองมายังฤทัยนาคแวบเดียว ฤทัยนาคยิ้มให้ มองตามไป
       “ไม่อยากเชื่อเลยว่าเค้าจะเป็นครูใหญ่ที่ดุจริงๆ นายต้องตั้งใจเรียนหน่อยนะ แดนนี่”
       “เธอก็ไปเชื่อ ที่เค้าพูดแบบนี้เค้าไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนของชั้นหรอก เค้าไม่ชอบขี้หน้าชั้นต่างหาก”
       “แล้วเค้าจะไม่ชอบนายเรื่องอะไร”
       “เค้าคงคิดว่าชั้นชอบเธอมั้ง”
       “แล้วชั้นไปเกี่ยวอะไรกับเค้า”
       “เค้าอาจจะแอบชอบเธอก็ได้”
       ฤทัยนาคไม่เชื่อ “บ้า ฟ้าผ่าหมาตายพอดี นายไม่เคยเห็นผู้หญิงของเค้าหรือระดับนางเอกซุปเปอร์สตาร์ทั้งนั้นนะ หน้าตาอย่างชั้นมากสุดก็ได้แค่…บทเสี่ยวเอ้อเสิร์ฟน้ำชา”
       “ไม่แน่ เค้าอาจจะเบื่อดาราแล้วชอบแปลกๆ แบบเธอก็ได้” แดนนี่เย้า
       “เป็นไปไม่ได้ ชั้นว่าเค้าห่วงเรื่องการเรียนของนายจริงๆ แล้วที่เค้าขู่ก็เพื่อให้นายตั้งใจเรียน เอาล่ะ นายรีบกินข้าวเดี๋ยวชั้นจะติวให้”
       แดนนี่มองเพื่อนสาวไทยแล้วส่ายหน้าในความซื่อบื้อของหล่อน
       
       ที่บ้านซานกุ้ย ตอนเย็นๆ หย่งเหวินถือกระเป๋าเงินเดินเข้ามาหาซานกุ้ยที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะในห้องโถงกลางบ้าน
       “ขออนุญาตครับคุณพ่อ” มาเฟียชราเงยหน้าขึ้นทัก
       “อ้าว หย่งเหวิน”
       “นี่ครับเงินค่าคุ้มครองของเดือนนี้
       ซานกุ้ยส่งกุญแจให้อย่างไว้ใจ “เอาเข้าเซฟได้เลย”
       “คุณพ่อเอาเก็บเองดีกว่ามั้ยครับ”
       “ไม่ต้องหรอก ชั้นเชื่อใจแก เพราะในไม่ช้าชั้นก็จะวางมือ แล้วแกก็จะต้องเป็นคนรับมันต่อจากชั้น”
       “ขอบคุณครับคุณพ่อ ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง”
       ไป่หลิงเข้ามาพอดี
       “อาหารเย็นพร้อมแล้วค่ะคุณลุง พี่หย่งเหวินทานข้าวค่ะ วันนี้ไป่หลิงทำไก่ขอทานของโปรดของพี่ด้วยนะคะ”
       “ขอบใจมากจ้ะ วันนี้พี่จะกินข้าวให้หมดหม้อเลย”
       “ขอให้มันจริงเถอะค่ะ ไปค่ะคุณลุง”
       “เดี๋ยวผมเก็บเงินแล้วตามไปครับ”
       ซานกุ้ยกับไป่หลิงออกไปทางห้องอาหาร หย่งเหวินหันไปอีกทางยิ้มร้ายในแววตาอันชั่วช้า
       
       หย่งเหวินตรงมายังตู้เซฟ หยิบเงินปึกหนึ่งขึ้นมาดูแล้วยัดใส่กระเป๋าสูทด้านใน หยิบเงินปึกที่สองใส่กระเป๋าเสื้อด้านในอีกข้าง แล้วเอาเงินในกระเป๋าเก็บใส่ตู้เซฟปิดประตูยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เพทุบาย
สองคนอยู่ที่โต๊ะอาหาร ไป่หลิงหนีบคีบอาหารให้ซานกุ้ย
       
       “นี่ค่ะคุณลุง”
       “ขอบใจลูก”
       “นี่ซุปไก่ตุ๋นค่ะ”
       ไป่หลิงตักซุปแบ่งใส่ถ้วยให้ซานกุ้ย หย่งเหวินเดินเข้ามาสมทบ
       “พี่หย่งเหวินมานั่งเลยค่ะ”
       “ขอบใจจ้ะ” หย่งเหวินยิ้มซื่อ ลงนั่งข้างไป่หลิง
       “นี่ค่ะซุปเห็ดร้อนๆ” ไป่หลิงตักซุปให้หย่งเหวิน “แล้วนี่ค่ะ ไก่ขอทานที่พี่ชอบ”
       ซานกุ้ยเหลือบมองสองคนอย่างจับสังเกต
       “ขอบใจมากจ้ะ หือม์ หอมน่าทานจัง”
       “อย่าลืมนะคะ พี่ต้องทานข้าวให้หมดหม้อ” ไป่หลิงเย้า
       “ขืนพี่ทานหมดต้องท้องแตกตายแน่” หย่งเหวินคีบไก่ขอทานมาเข้าปากเคี้ยวกรุบๆ
       “อร่อยมั้ยคะ”
       “เป็นไก่ขอทานที่อร่อยที่สุดในโลกเลย”
       ไป่หลิงยิ้มปลื้มสุดๆ หย่งเหวินยิ้มให้ ซานกุ้ยมองทั้งสองหนุ่มสาว
       “หย่งเหวิน”
       “ครับคุณพ่อ”
       “ปีนี้ไป่หลิงก็อายุยี่สิบแล้ว พ่อเองก็รักไป่หลิงเหมือนลูก พ่ออยากให้เธอสองคนแต่งงานกัน”
       ไป่หลิงแปลกใจ “เอ่อ คุณลุงคะ ทำไมอยู่ๆ ถึงพูดเรื่องนี้ล่ะคะ”
       “ลุงคิดเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วก็เห็นว่าหย่งเหวินเป็นคนดีมีความกตัญญูรู้คุณและที่สำคัญเค้ารักหลาน แล้วหลานเองก็รักหย่งเหวินเหมือนกันใช่มั้ย”
       ไป่หลิงเขินอาย “เอ่อ...”
       ไป่หลิงมองหน้าหย่งเหวินเขม็ง หย่งเหวินอมยิ้ม
       “รักค่ะ” ไป่หลิงบอกออกมา
       “ในเมื่อเธอสองคนรักกันก็คงไม่ต้องรออะไรอีกต่อไป ลุงเองก็อยากจะมีหลานมาอุ้มไวๆ เพราะบ้านเรามันก็เงียบเหงาเกินไป ถ้ามีเด็กๆมาวิ่งคงทำให้ชีวิตสดชื่น ว่าไง หย่งเหวิน”
       หย่งเหวินพูดเอาใจสุดๆ “อย่างที่ผมเรียนให้คุณพ่อทราบ อะไรที่เป็นความประสงค์ของคุณพ่อ ผมก็น้อมรับทุกอย่างครับ”
       ซานกุ้ยหัวเราร่า “ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เห็นมั้ยไป่หลิง ว่าหลานโชคดีแค่ไหนที่ได้ผู้ชายอย่างหย่งเหวินเป็นสามี”
       ไป่หลิงมองยิ้มอย่างปลาบปลื้มใจ หย่งเหวินยิ้มให้ไป่หลิงแล้วก้มลงคุกเข่าช้าๆ ต่อหน้าซานกุ้ย
       “ผมขอบคุณคุณพ่อสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณพ่อเมตตาผม ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง”
       ซานกุ้ยหัวเราะอย่างสุขใจ “ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ” ดึงร่างหย่งเหวินขึ้นมากอด ไป่หลิงยิ้มอย่างปลื้มใจ
       
       ขณะเดียวกันวิษณุถูกลูกน้องเพ่ยอิงหิ้วตัวเข้ามาในบ้าน วิษณุโวยลั่น
       “นี่พวกลื้อบ้าไปแล้วหรือ รู้รึเปล่าวว่าอั๊วเป็นใคร ปล่อยอั๊วเดี๋ยวนี้นะ ทำอย่างนี้มันไม่ให้เกียรติกันเลยนี่หว่า”
       “หุบปาก นั่งลง”
       ลูกน้องจับวิษณุโยนลงนั่งเก้าอี้ เพ่ยอิงเดินออกมาพอดี วิษณุโวยไม่หยุด
       “คุณเพ่ยอิงเรื่องอะไรให้ลูกน้องไปหิ้วผมมาจากบ่อนเนี่ย”
       “ที่บ่อนบอกว่าคุณติดหนี้ห้าแสนแล้วไม่ยอมเลิก”
       “อ้าว ผมเสียไปยี่สิบล้านแล้วนะ แสนครึ่งแสนติดหน่อยไม่ได้หรือ ให้โอกาสผมบ้างสิ”
       “ผมให้โอกาสคุณเยอะแล้ว คราวนี้คุณต้องตอบแทนผมบ้าง”
       “ตอบแทนอะไร” วิษณุงง
       “คุณต้องรีบไปหาเงินมาคืนผมสิบล้านด่วน”
       “ผมบอกแล้วไงว่าใช้คืนแน่ ไม่ต้องห่วง”
       “ผมจะให้เวลาคุณเจ็ดวัน”
       “บ้าหรือ เจ็ดวันใครจะไปหาทัน ผมหาไม่ทันหรอก”
       “แล้วจะใช้ให้เมื่อไหร่”
       “เอาเป็นว่าผมมีเมื่อไหร่ผมจะส่งมาให้ เข้าใจนะ ผมจะรีบกลับไปเล่น”
       เพ่ยอิงเอาจริง “เดี๋ยวคุณวิษณุ คุณยังไปไหนไม่ได้ ถ้าคุณไม่เอาเงินมาใช้หนี้ผม”
       “คุณนี่พูดภาษาคนไม่เข้าใจหรือไง ตอนนี้ผมหมดตัวผมยังไม่มีเงินให้คุณหรอก ถ้าอยากให้ผมใช้หนี้ให้ผมยืมอีกสองล้านได้มั้ย ผมจะไปเสี่ยงอีกที”
       “ผมบอกแล้วไงว่าจะให้เวลาคุณเจ็ดวันถ้าคุณหาเงินมาใช้ผมไม่ได้ลูกสาวคุณไม่ได้กลับเมืองไทยแน่”
       “อะไรนะ ลูกสาวผมไม่เกี่ยวนะ อย่ามาขู่ผมเลย ผมไม่กลัวหรอก”
       วิษณุไม่รู้ว่าลูกสาววัยใสอยู่ที่ระเบียงชั้นบน ถูกลูกน้องเพ่ยอิงล็อคตัวไว้ มีนาตะโกนเรียก
       “พ่อ พ่อคะ ช่วยหนูด้วย”
       “มีนา” วิษณุจะวิ่งขึ้นไปหาลูกสาว ถูกลูกน้องเพ่ยอิงจับตัวไว้
       “นี่เรื่องอะไรมาจับลูกสาวผมไว้เนี่ย”
       “อีกเจ็ดวันถ้าคุณไม่ได้เงิน คุณไม่ได้ลูกสาวคืน”
       “พ่อ ช่วยหนูด้วย”
       “มีนา มีนาลูกพ่อ คุณเพ่ยอิงปล่อยลูกสาวผม”
       เพ่ยอิงขู่ “แล้วถ้าคุณแจ้งตำรวจ คุณจะไม่เจอลูกสาวอีกตลอดทั้งชีวิต”
       ลูกน้องดึงมีนาออกไปอีกห้อง มีนาร้องเรียกพ่อ
       “ปล่อยผม”
       
       ลูกน้องด้านล่างดึงวิษณุออกไป เพ่ยอิงมองตามแล้วมองกลับไปที่ห้องขังตัวมีนา
ประตูห้องที่ขังมีนาเปิดเข้ามา เด็กสาววิ่งถลาไปที่ประตู
       
       “พ่อ”
       มีนาชะงักผงะถอยหลัง เป็นเพ่ยอิงที่เดินเข้ามา
       “นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงจับตัวชั้นมา พ่อชั้นล่ะ พ่ออยู่ไหน ชั้นจะไปหาพ่อ”
       มีนาวิ่งถลาลิ่วจะออกไป เพ่ยอิงคว้าตัวกอดไว้
       “ปล่อยชั้นนะ ปล่อย” มีนาดิ้นรนเป็นการใหญ่
       เพ่ยอิงโมโหดึงตัวมีนาเหวี่ยงลงไปที่เตียง มีนาผวามองอย่างหวาดกลัว
       “นี่คุณจะทำอะไรชั้น”
       “ตอนนี้ยังไม่ทำ แต่ถ้าอีกเจ็ดวันพ่อเธอหาเงินใช้หนี้ชั้นไม่ได้ ชั้นจะทำแน่”
       “ไม่นะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย”
       “ไม่มีใครได้ยินเธอหรอก ร้องไปเดี๋ยวก็เสียงแหบเปล่าๆ”
       เพ่ยอิงเดินเข้าหา มีนาชะงักถอยกรูด เพ่ยอิงเดินเข้ามาจนใกล้ มีนาถอยหนีชิดผนังเตียง เพ่ยอิงหยุดมอง
       “เธอนี่สวยจริงๆ นะ”
       มีนากลัวสุดขีด “อย่าทำอะไรชั้นนะ”
       “ถ้าเธอไม่อยากให้ชั้นทำ เธอก็ต้องภาวนาให้พ่อเธอหาเงินมาใช้หนี้ชั้นให้ได้แล้วกัน”
       เพ่ยอิงหันเดินออก มีนามองตาม เพ่ยอิงไปหยุดที่ประตู หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้ท่าทีกรุ้มกริ่ม ก่อนจะหันเดินออก
       ปล่อยมีนาร้องไห้สะอื้นอยู่ในห้องเพียงลำพัง
       “พ่อ ช่วยหนูด้วย”
       
       ขณะที่เพ่ยอิงเดินออกมาจากห้อง เจอป้าเหมยเข้าพอดี
       “ป้าเหมย”
       “ว่าไงคะ คุณเพ่ยอิง”
       “จัดอาหารอย่างดีแล้วก็ดูแลน้องผู้หญิงด้วยนะ”
       “แล้วทำไมต้องเอาเด็กผู้หญิงมาขังด้วยคะ สงสารเด็ก เค้าไม่รู้เรื่องด้วยนะคะ” ป้าเหมยเตือน
       “ถ้าผมไม่เอามาขังพ่อเค้าจะหาเงินมาใช้หนี้เรางั้นหรือ ป้าเหมย มีหน้าที่คอยดูแลให้ดีแล้วกัน คนนี้สวยนะ ชั้นชอบ”
       เพ่ยอิงเดินออก ป้าเหมยมองค้อนควัก ท่าทีน่าขัน
       “ฮื้อ คุณเพ่ยอิงนี่เจ้าชู้จริงๆ เห็นผู้หญิงสวยไม่ได้”
       
       มีนาเดินไปเดินมามองกระจกพยายามแงะดูหาทางจะหนี เดินไปบิดลูกบิดประตูเปิดไม่ได้ พอมองซ้ายขวาเจอเศษไม้เหมือนตะเกียบดึงออกมางัดประตู ตะเกียบหัก
       “นี่เราไม่มีทางหนีได้เลยหรือเนี่ย”
       ประตูห้องเปิดเข้ามา มีนารีบเอาของซ่อนด้านหลัง เห็นป้าเหมยถือถาดอาหารเข้ามา
       “อาหารกลางวันจ้ะ”
       มีนามองอย่างไม่ไว้ใจ แม่บ้านผู้อารีดูออก
       “มากินอาหารก่อนเถอะ หนูจะต้องอยู่ที่นี่อีกหลายวันนะ”
       “ไม่ ชั้นไม่อยู่ ชั้นจะไปหาพ่อ”
       มีนาวิ่งออกไป เจอลูกน้องเพ่ยอิงยืนขวางประตู มีนาชะงัก
       “อย่าคิดหนีเลย เชื่อป้าเถอะ ที่นี่มีคนคุมเธออยู่ตลอดเวลา มากินข้าวซะ อีกไม่กี่วันพ่อหนูคงหาเงินมาไถ่ตัวหนูได้แล้วล่ะ”
       มีนามองป้าเหมยแล้วร้องไห้
       “หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ หนูอยากกลับบ้าน ฮือฮือ พ่อช่วยหนูด้วย”
       ป้าเหมยเดินเข้ามากอด
       “อย่าร้องไห้ไปเลย ไม่ต้องกลัวหรอก คุณเพ่ยอิงเค้าไม่ทำอะไรหนูหรอกจ้ะ”
       “แต่เค้าบอกว่าถ้าเจ็ดวันพ่อหนูไม่เอาเงินมาให้เค้า เค้าจะทำอะไรหนู ฮือฮือฮือ”
       “เค้าก็พูดไปอย่างงั้นล่ะ อย่าร้องนะ กินข้าวซะเดี๋ยวป้ามา”
       ป้าเหมยลุกเดินออกไป มีนามองตามยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด
       
       ฤทัยนาคมุทำงานเพื่อหาเงินใช้หนี้อย่างไม่ย่อท้อ เช้าวันนี้ปั่นจักรยานส่งของให้ร้านค้าในอพาร์ทเม้นท์ ยกของส่งให้จนเสร็จ เจ้าของร้านส่งเงินค่าแรงให้
       จากนั้นไปส่งของตามสั่งตามในอพาร์ทเมนท์ต่อ โดยยกของไปส่งขึ้นบันไดอพาร์ทเมนท์อย่างไม่รู้เหนื่อย ลูกค้าส่งเงินให้
       
       ที่ไซต์ก่อสร้างวันหนึ่ง ฤทัยนาคเริ่มงานทั้งผูกเหล็ก ยกปูน เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่ท้อ ปาดเหงื่อแล้วทำงานต่อ พอตกตอนเย็นหัวหน้าคนงานส่งเงินให้ ฤทัยนาครับเงินเก็บใส่กระเป๋า หน้าตาเบิกบาน
       ถัดมาอีกวัน ฤทัยนาคยกถาดเสิร์ฟอาหารตามโต๊ะในโรงอาหารโรงเรียน เสร็จแล้วเดินเก็บชามยกจานตั้งสูงเดินมาทางหลังร้าน
       ขณะที่ฤทัยนาคล้างจานอยู่ แดนนี่เข้ามาชวนไปเที่ยว แต่ถูกหล่อนส่ายหน้าปฏิเสธบอกว่าต้องทำงาน
       
       วันต่อมา ฤทัยนาควางเงินลงบนโต๊ะ เป็นแบงค์เศษรวมกันถึงสองพันหลินหลานเซ่อมองเงินแล้วมองหน้าเด็กสาวนิ่งๆ ฤทัยนาคยิ้มให้
       “แล้วนี่ชั้นซื้อทาร์ตไข่มาฝากนายด้วย เจ้าดังของที่นี่เชียวนะ”
       “ทำไมอาทิตย์นี้ใช้หนี้ตั้งสองพัน ไปเอาเงินมาจากไหน”
       “ก็ชั้นทำงานหนักน่ะสิ แล้วชั้นก็บอกนายไปแล้วว่าชั้นจะต้องใช้หนี้นายให้หมดก่อนที่นายจะเจอตัวพี่สาวชั้นให้ได้”
       “แต่ชั้นว่าเธอไม่ทันแล้ว”
       ฤทัยนาคตกใจ “หา นี่นายเจอพี่นันแล้วหรือ”
       “ใช่”
       “แล้วพี่นันอยู่ไหน”
       “เธอหนีไปได้อีก”
       “ชั้นขอร้องล่ะนะ เลิกตามจับพี่สาวชั้นเถอะ ชั้นก็พยายามใช้หนี้นายตลอด ไม่เห็นหรือ”
       “กว่าเธอจะใช้หนี้ครบยี่สิบล้านถึงตอนนั้นชั้นอาจจะตายไปแล้วก็ได้” มาเฟียหนุ่มแดกดัน
       “นายนี่มันหน้าเลือดจริงๆ ไม่มีมนุษยธรรมเลยหรือไง”
       หลานเซ่อย้อน “แล้วพ่อเธอล่ะ เอาเงินชั้นไปตั้งยี่สิบล้าน เค้าไม่เห็นนึกถึงชั้นเลย” ฤทัยนาคอึ้งไป “อ้าว ทำไมเงียบไปล่ะ”
       “ก็นั่นมันพ่อ แต่พี่สาวชั้นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยนี่ ความจริงนายน่าจะจับพ่อมาตัดนิ้วมากกว่า”
       “จับพ่อเธอมามีประโยชน์อะไร พ่อเธอแก่แล้ว ตายไปก็เหมือนผักเหมือนปลา สู้พี่สาวเธอไม่ได้ทั้งสาวทั้งสวย”
       “นายนี่มันเป็นบ้ากามจริงๆ” ฤทัยนาคโมโห
       “นี่ ชั้นเป็นผู้ปกครองเธอนะแล้วก็เป็นเจ้าหนี้เธอด้วย จะพูดจาอะไรควรระวังปากเธอด้วย”
       ฤทัยนาคมองหลินหลานเซ่อเซ็งๆ แล้วหันหลังเดินออก ไปหยุดหน้าประตูแล้วชะงักเดินย้อนกลับมาอีก
       “ชั้นอยากถามอะไรนายอีกซักข้อ”
       “อะไร”
       “นายคิดจะลดหย่อนหนี้ให้ชั้นบ้างมั้ย”
       “ไม่ นี่ชั้นยังไม่ได้บวกดอกเบี้ยที่ชั้นเสียเวลานะ”
       “นายนี่มันเป็นมาเฟียหน้าเลือดจริงๆ”
       
       ฤทัยนาคบ่นบอกเน้นคำก่อนจะเดินออก หลินหลานเซ่อมองตามอมยิ้มขำๆ แล้วหยิบทาร์ตไข่ขึ้นมากิน อย่างอารมณ์ดี
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คิวบิก ตอนที่ 7 (จบตอน)
คิวบิก ตอนที่ 6
คิวบิก ตอนที่ 5
คิวบิก ตอนที่ 4
คิวบิก ตอนที่ 3
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 27 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 27 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จบตอน ที่มันอยู่ท้ายตอนที่7 หมายความว่าไงหรอคะ ช่วยบอกหน่อยค่ะ
frame4820 สมาชิก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ณิชา น่ารัก
ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่ารักกงิ.
ชอบคู่เพ่ยอิงกับมีนา มากๆเลยเอ่าะ ><
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากค่ะลงไวหน่อยก็ดีนะค่ะตอนที่5นะค่ะ
แนน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากอ่านแล้วเมิ่อไรจะมาเนื่ย รอ...
ตอนที่ 5
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบเว็ปนี้ที่สุดแล้วค่ะ
Zombie25
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไงก็อ่านที่นี่นะ ละเอียดดีและเร็วกว่าที่อื่น ขอบคุณคนอัพด้วยจ้า
ลลิล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้ดูสนุกมาก
คำดี
 
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ว่ายังไงก็จะรออ่านที่นี่ค่ะ ไม่ว่ามันจะค้างไปบ้าง อัพต่อนะคะจะรอ ชอบเรื่องนี้มากใครอยากไปอ่านที่ไหนก็ไปเถอะ อันที่จริงมันต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้วถ้าเอาแต่อัพแต่อัพมันก็จบก่อนละครพอดีแล้วละครมันก็จะไม่สนุกไม่ค่อยลุ้นอะไร ทุกอย่างล้วนมีเหตุและมีผล
การกระทำบางคนส่อแววถึงสันดาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ค่ะ
อิอิ
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากๆค่ะ อัพต่อๆๆๆ
milkky.choco@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณมากเลยค่า

อัพบ่อยๆนะคะ ติดตามๆ^^
นักอ่าน^^
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014