หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คิวบิก (หนี้หัวใจที่ไม่ได้ก่อ)

คิวบิก ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 มีนาคม 2557 04:52 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4

คิวบิก ตอนที่ 4 (ต่อ)
       
       ไม่นานต่อมา ฤทัยนาคอยู่ในชุดคนขับรถชายดูแปลกตายืนรออยู่ข้างรถ มองซ้ายขวาดึงถุงมือให้กระชับ เห็นบอดี้การ์ด 6 คนยืนรอเช่นกัน จงซินเดินตรงเข้ามาหา
       
       ฤทัยนาคทำเก๊กแมนตะเบ๊ะใส่ “สวัสดีครับนาย”
       “อย่าล้อเล่น ที่ชั้นให้เธอทำหน้าที่นี้ มันสำคัญมากนะ”
       “ชั้นรู้น่ะ ก็แค่ทำความเคารพ ให้บอดี้การ์ดนายรู้ว่าชั้นเป็นคนขับรถนะ”
       “เอาล่ะ ฟังให้ดี เธอไปส่งคุณหลินที่จวนผู้ว่า ไปถูกรึเปล่า”
       “ถูกครับ บ้านเลขที่สิบถนนซินตึ๊ง”
       “ดี จำไว้นะ เธอต้องคอยดูแลคุณหลิน ห้ามอยู่ห่างจากรถ ห้ามใครขึ้นรถหรือเข้ามาใกล้รถ เข้าใจรึเปล่า”
       “เข้าใจ นายกลัวว่าจะมีคนเอาระเบิดมาซ่อนไว้ใต้ท้องรถใช่มั้ย”
       “เธอนี่รู้มากดีนะ”
       “แต่กระจกนี่ชั้นเช็คมาแล้ว มันเป็นกระจกกันกระสุน ไม่กันเฉพาะเอ็ม 79 เท่านั้น”
       “ถูกต้อง แล้วเวลากลับ อย่ากลับเส้นทางเดิม หาทางกลับให้เร็วที่สุดและสั้นที่สุด”
       “ไม่ต้องห่วง ชั้นศึกษาเส้นทางมาเรียบร้อยแล้ว ขาไปสี่สิบห้านาที ขากลับสามสิบนาที”
       มีมือปืนมองมายังจงซินกับฤทัยนาค โดยมีอาเส่งมองมาจากอีกทาง
       หลินหลานเซ่อเดินออกมาจากตึกพอดี
       “คุณหลินมาแล้ว”
       หลินหลานเซ่อเดินหล่อเก๊กเข้ามาที่รถ ฤทัยนาคยิ้มให้ มาเฟียหนุ่มมองสบตา ลูกหนี้สาววัยใสเปิดประตูให้ หลินหลานเซ่อก้าวขึ้นรถ ฤทัยนาคปิดประตูจะเดินไปขึ้นรถ จงซินเรียก
       “เดี๋ยว”
       “อะไรอีกล่ะ”
       จงซินส่งมือถือให้ กำชับหนักแน่น “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหลินโทร.หาชั้น”
       “มันจะมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ หรือ”
       “เผื่อไว้ก่อน เพื่อความไม่ประมาท”
       “นายนี่สมกับเป็นมือขวาจริงๆ นะ”
       ฤทัยนาคทึ่ง ขึ้นรถแล้วปิดประตู หลินหลานเซ่อมองจงซินอย่างรู้กัน จงซินพยักหน้าให้ ฤทัยนาคขับรถออกไป ขบวนรถตาม จงซินมองแล้วเดินกลับเข้าตึกเพื่อไปประชุมหุ้นส่วน
       
       รถแล่นมาตามทาง ฤทัยนาคเหลือบมองจากกระจกหลัง เห็นหลินหลานเซ่อนั่งนิ่ง เหลือบมองซ้ายขวาเป็นบางจังหวะ
       “เจ้านายครับ” หลินหลานเซ่อมองมา “ไม่ทราบว่าเจ้านายหิวมั้ยครับ”
       “ไม่”
       “คือ...พอดีชั้นออกมาตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย ถ้าชั้นจะขอแวะซื้ออะไรกินหน่อยได้มั้ย”
       “ไม่ได้ ชั้นมีธุระสำคัญ”
       “แต่ชั้นแค่ขอแวะซื้อแซนด์วิชกับนมซักกล่องไม่ได้หรือ”
       “ชั้นจ่ายเธอวันละสองหมื่น อย่ามาเสียเวลาชั้น”
       “โอเค...ชั้นขอโทษ”
       ฤทัยนาคมองอย่างเซ็งเป็ด หลินหลานเซ่อมองดุ
       รถเลี้ยวไปตามทาง รถบอดี้การ์ดตามไปสองคัน
       
       ไม่นานนักรถขับเข้ามาจอดหน้าจวนผู้ว่า มีรถบอดี้การ์ดตามมา อาเส่งลงจากรถคันหลังเดินก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้ หลินหลานเซ่อก้าวลงจะเดินเข้าไป ฤทัยนาคลดกระจกลงเรียก
       “หลินหลานเซ่อ” หลินหลานเซ่อชะงักหันมามอง “ชั้นจะรออยู่ตรงนี้นะ”
       มาเฟียหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แล้วขยับตัวออกเดิน ลูกน้องบอดี้การ์ด 1 บอดี้การ์ด 2 เดินตามไป หลินหลานเซ่อหยุดหน้าประตูทางเข้า ยกมือบอกลูกน้อง
       “พวกแกรอชั้นอยู่ตรงนี้ไม่ต้องเข้าไป”
       หลินหลานเซ่อเดินเข้าไปด้านใน บอดี้การ์ดเดินมาหยุดสังเกตการณ์รอบๆ ฤทัยนาคลงมาจากรถมองรอบตัวยิ้มให้อาเส่ง แต่อาเส่งไม่ยิ้มตอบ เลยต้องหุบยิ้ม มองไปทางอื่น
       
       ที่ห้องประชุมในอาคารฉายหงส์กรุ๊ป แม่บ้านเสิร์ฟน้ำชาให้เพ่ยอิง เห็นซานกุ้ยมองนาฬิกา จงซินนั่งเป็นประธานการประชุม
       ซานกุ้ยเอ่ยขึ้น “ชั้นว่าเราเริ่มประชุมกันไปพลางๆ ก่อนแล้วกันนะ”
       “แต่หลินหลานเซ่อไม่อยู่ ใครจะเป็นคนตัดสินใจเรื่องต่างๆ” เพ่ยอิงท้วง
       จงซินบอก “คุณหลินมอบอำนาจให้ผมตัดสินใจแทนครับ”
       เพ่ยอิงติง “นายพูดเองเออเองนะ หลินหลานเซ่อไม่ได้บอกพวกเราว่าจะให้นายมาแทน เดี๋ยวนายตัดสินใจอะไรผิดพลาดไปจะว่าไง ใช่มั้ยท่านซาน”
       ซานกุ้ยแย้ง “แต่หลินหลานเซ่อก็เคยให้จงซินเป็นประธานแทนเค้ามาหลายหนแล้ว ชั้นว่าเราเริ่มต้นประชุมเถอะจะได้ไม่เสียเวลา ชั้นมีธุระด้วย”
       เพ่ยอิงมองอย่างไม่พอใจ
       “ตามใจ ผมก็แค่ติงเท่านั้นเอง แต่ผมบอกก่อนนะถ้ามีอะไรผิดพลาดท่านซานกับหลินหลานเซ่อต้องเป็นคนรับผิดชอบนะ”
       “เออ” ซานกุ้ยตอบอย่างรำคาญ “เริ่มได้จงซิน”
       จงซินส่งเอกสารให้ซานกุ้ยกับเพ่ยอิง “นี่เป็นรายรับรายจ่ายรวมของทุกสาขาในหกเดือนแรกของปี ผมอยากให้ทุกท่านได้อ่านดู ถ้าไม่มีอะไรติดขัด ช่วยเซ็นชื่อรับรองด้วยครับ”
       
       เพ่ยอิงกับซานกุ้ยเปิดเอกสารอ่าน จงซินมอง
ทางด้านฤทัยนาคยืนสำรวจตรวจตรารอบตัว มองรอบรถ มองซ้าย ขวา แล้วสุดท้ายก้มมองใต้ท้องรถ พอเงยหน้าขึ้นเห็นอาเส่งมองจ้อง
       
       “ก้มดูอะไร”
       “ชั้นคอยเช็คดูว่ามีใครมาวางระเบิดรถเจ้านายรึเปล่า”
       “ใครจะกล้าเข้ามาวาง พวกเรายืนคุมอยู่ตรงนี้”
       “ก็เพื่อความไม่ประมาทน่ะ”
       “ทำไมคุณหลินถึงให้เธอมาขับรถ” อาเส่งแกล้งถาม
       “ไม่รู้สิ เค้าไม่ได้บอก ถ้านายอยากรู้เดี๋ยวเค้าออกมานายก็ถามเค้าสิ”
       อาเส่งมองหน้าอย่างหมั่นไส้ หันตัวเดินไปที่หน้าจวนผู้ว่า มองเข้าไปด้านใน นาคมองตามเห็นอาเส่งเดินกลับไปกลับมา ท่าทีกระวนกระวาย
       
       ด้านจงซินอยู่ในห้องประชุม เหลือบมองโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ กดดูหน้าจอ ซานกุ้ยกำลังอ่านเอกสารเหลือบมอง
       “มีอะไรหรือจงซิน เห็นมองโทรศัพท์บ่อยๆ”
       เพ่ยอิงมองมา “นั่นสิ หรือว่ารอโทรศัพท์ใคร”
       “อ๋อ เปล่าครับ ไม่มีอะไร ผมแค่ดูว่ากี่โมงแล้วเท่านั้นผมขอคำรับรองหัวข้อที่สองนี้ด้วยครับ”
       ซานกุ้ยยกมือ มองเพ่ยอิง เพ่ยอิงยกมือตาม
       “เห็นด้วยแล้วกัน”
       “งั้นวาระนี้ผ่านนะครับ หัวข้อต่อไป คุณหลินมีความคิดว่าจะเก็บค่าคุ้มครองกาสิโนระหว่างเมืองใหม่กับเมืองเก่าให้เท่ากัน ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองคิดยังไง”
       ซานกุ้ยค้าน “แต่ชั้นไม่เห็นด้วยนะ คุณอย่าลืมว่าฝั่งเมืองใหม่ได้เปรียบเรื่องโลเกชั่น ควรจะเก็บให้มากกว่าเมืองเก่า”
       เพ่ยอิงแย้ง “แต่ผมไม่เห็นด้วยกับท่านซาน ผมว่าควรจะเก็บเท่ากัน เพราะเมืองเก่าก็มีนักพนันขาประจำอยู่เยอะยังไงรายได้ก็แน่นอนอยู่แล้ว”
       “แต่ชั้นจะเตือนพวกเธอนะ ถ้าเจ้าของกาสิโนฝั่งเมืองใหม่ไม่พอใจว่าทำไมต้องจ่ายมาก มันจะเกิดปัญหากับเราภายหลังได้” มังกรชราบอก
       “ผมว่าไม่น่ามีปัญหา ถ้าใครไม่ยอม เราก็ไม่รับรองความปลอดภัยของมัน” เพ่ยอิงบอกอย่างอวดเก่ง
       “แต่คุณหลินก็คงไม่อยากใช้วิธีข่มขู่” จงซินบอก
       “เราไม่ได้ขู่ เราพูดจริง จงซิน”
       จงซินตัดบท “งั้นประเด็นนี้ผมว่าเราข้ามไปก่อน รอขอให้คุณหลินมาตัดสินใจแล้วกันนะครับ”
       “อืมม์ แล้วนี่เมื่อไหร่จะมา” ซานกุ้ยถาม
       จงซินมองนาฬิกา เห็นเวลา 11 โมง
       “คงใกล้แล้วล่ะครับ”
       
       เวลาเดียวกัน ที่บริเวณหน้าจวนผู้ว่า อาเส่งเดินไปเดินมามองเข้าไปในจวนผู้ว่าอย่างเคร่งเครียด ฤทัยนาคเหลือบมองอาเส่งอย่างแปลกใจในท่าที อาเส่งชะเง้อมองแล้วหันกลับมา พบว่าฤทัยนาคมองอยู่ อาเส่งจ้องตอบ ฤทัยนาคจึงเมินหน้าไปทางอื่น แล้วเหลือบมองอีกที
       ครู่ต่อมา หลินหลานเซ่อเดินก้าวออกมาจากจวน อาเส่งชะงักมอง ก่อนจะหันไปสบตากับมือปืน 1 ให้สัญญาณ
       พอหลินหลานเซ่อเดินมา อาเส่งขยับตัวมองตาม มาเฟียหนุ่มเดินมาอย่างช้าๆ ฤทัยนาคมองจ้อง
       อาเส่งขยับตัวเดินเข้าไปหาหลินหลานเซ่อ
       ฤทัยนาคมองตามอาเส่งแล้วมองหลินหลานเซ่อสลับกัน
       
       หลินหลานเซ่อเดินมุ่งหน้าตรงมาที่รถ อาเส่งเดินเข้าไปหา ฤทัยนาคพบบางอย่างไม่น่าไว้ใจ ขยับตัวมองเขม็ง พบว่าอาเส่งขยับมือ
       สุดท้ายอาเส่งเอื้อมมือดึงเปิดประตูรถให้ ฤทัยนาคถอนใจเหลือบสายตามองไปด้านหลัง เห็นมือปืน 1 อยู่ด้านหลัง กระชากปืนออกมาเล็งจะยิงใส่หลินหลานเซ่อ
       “ระวังค่ะ” ฤทัยนาคตะโกนก้อง
       หลินหลานเซ่อหันขวับไปมอง เบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาติญาณ กระสุนเฉี่ยวผ่านหน้าไปเฉียดฉิว
       ฤทัยนาคตกตะลึง
       บอดี้การ์ด 1 กระชากปืนยิงใส่มือปืน 1 ทันที
       “ขึ้นรถเร็วค่ะ” เด็กสาวร้องบอก
       หลินหลานเซ่อกระชากปืนออก ย่อตัวจะวิ่งขึ้นรถ อาเส่งตามมาจะยิงด้านหลัง ฤทัยนาคเห็นเข้า
       “หลินหลานเซ่อ ระวัง”
       หลินหลานเซ่อพลิกตัวมา อาเส่งยิงสวนใส่ก่อน กระสุนเจาะเข้าที่ท้องจังๆ หลินหลานเซ่อยิงสวนไปเป็น อาเส่งพลิกตัวหลบ บอดี้การ์ด 2 ของ หลินหลานเซ่อ ยิงใส่ด้านหลังอาเส่ง แต่อาเส่งหลบทันหันไปยิงสวน
       มือปืน 2 โผล่ออกมาจากหลังเสา สาดกระสุนใส่บอดี้การ์ด 1 และ2 บอดี้การ์ดแดดิ้น
       จากนั้นกลุ่มมือปืนหันมาระดมยิงใส่ประธานฉายหงส์กรุ๊ปไม่ยั้ง หลินหลานเซ่อฉากหลบพร้อมกับยิงสวนกลับไป มือปืนกระเด็น
       หลินหลานเซ่อขึ้นรถแล้วตะโกนบอกฤทัยนาค
       “ออกรถเร็ว”
       ฤทัยนาคตกใจกับเหตุการณ์อันระทึกขวัญ จึงออกรถอย่างรวดเร็ว กลุ่มมือปืนระดมยิงตามหลัง
       “เอารถมาเร็ว” อาเส่งตะโกนสั่ง
       
       รถตู้มือปืนขับเข้ามาจอด อาเส่งโดดขึ้น รถทะยานตามหลินหลานเซ่อไป
รถแล่นมาตามทาง หลินหลานเซ่อพบว่าตัวเองถูกยิงเลือดไหลโชก ฤทัยนาคหันมองอย่างตกใจ
       
       “นี่นายถูกยิงหรือ”
       “ขับรถไป ไม่ต้องหันมอง”
       “นายเป็นยังไงบ้าง”
       “ไม่ต้องห่วงชั้น ขับรถหนีไปให้ได้”
       หลินหลานเซ่อเหลียวมองไปด้านหลัง เห็นรถตู้กลุ่มมือปืนนำโดยอาเส่งตามมา
       “หนีจากรถตู้คันหลังให้ได้”
       “ชั้นโทร.บอกจงซินก่อนนะ” ฤทัยนาคคว้าโทรศัพท์ข้างตัว
       “ไม่ต้อง” มาเฟียหนุ่มร้องบอก
       “แต่จงซินบอกว่าถ้ามีเรื่อง”
       “ชั้นบอกว่าไม่ต้อง ห้ามโทร.หาจงซิน เข้าใจรึเปล่า”
       “เข้าใจ...เข้าใจ” ฤทัยนาคโยนโทรศัพท์ทิ้งไป
       
       อาเส่งโผล่ออกมาจากรถยิงใส่ กระสุนเฉียดล้อรถ จนรถเซไป ฤทัยนาคหวีดร้อง
       “นี่อะไรกันเนี่ย พวกมันยิงเรานะ”
       “ขับไป อย่าหันมามอง”
       หลินหลานเซ่อเปิดกระจกโผล่หันไปยิงสู้ โดยเล็งยิงใส่ล้อรถตู้ รถตู้ขับหักหลบ
       ฤทัยนาคตกใจหวีดร้อง
       “แล้วเราจะไปไหนกันเนี่ย มันจะฆ่านายเรื่องอะไร”
       มาเฟียหนุ่มตวาด “หุบปาก หนีไปให้ได้”
       ฤทัยนาคหักพวงมาลัย เลี้ยวเข้าซอยเบื้องหน้า รถตู้เลี้ยวตาม มือปืนโผล่ออกมาสาดกระสุนใส่
       ฤทัยนาคขับรถหลบกระสุน หลินหลานเซ่อหมอบหลบ
       รถหลินเลี้ยวเข้ามาอีกซอย แต่รถตู้ยังเลี้ยวตามไม่ลดละ
       
       จงซินเหลือบตามองโทรศัพท์ ซานกุ้ยยกชาจิบมองมา เห็นจงซินดูกังวลหนัก
       “นายเหมือนมีเรื่องกังวลใจอะไรอยู่นะจงซิน”
       จงซินแสร้งทำปกติ “แล้วท่านซานคิดว่ามีอะไรที่ผมต้องกังวลหรือครับ”
       ซานกุ้ยไม่ตอบยกชาจิบ
       เพ่ยอิงเป็นฝ่ายสอดขึ้นมา “ชั้นว่านายกำลังกังวลกลัวว่าจะมีใครลอบสังหารหลินหลานเซ่อ”
       จงซินมองเพ่ยอิงอย่างระแวง
       “ทำไมคุณเพ่ยอิงถึงคิดว่าจะมีคนลอบสังหารคุณหลินล่ะครับ”
       “อ้าว ก็ตามกฎของเราบอกว่าถ้าประธานฉายหงส์กรุ๊ปเป็นอะไรไปหรือตกอยู่ในอันตรายระหว่างการประชุมวันนี้ เราจะต้องมอบอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดให้กับหนึ่งในสองของหุ้นส่วนที่อยู่ห้องประชุม ซึ่งหมายถึงชั้นหรือท่านซาน นายก็เลยกลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหลินหลานเซ่อชั้นหรือท่านซานก็จะยึดตำแหน่งประธานไง”
       สีหน้าจงซินนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ
       “ชั้นว่านายควรจะโทร.ไปเช็คดูหน่อยนะจงซิน ว่าหลินหลานเซ่อเป็นอะไรรึเปล่า เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเค้า เราจะได้ถอนเค้าออกจากตำแหน่งประธานก่อน”
       “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณหลินแน่เพราะผมได้จัดบอดี้การ์ดและคนขับรถฝีมือดีไปกับคุณหลินแล้ว”
       เพ่ยอิงมอง ซานกุ้ยพยักหน้ารับรู้ จงซินมองทั้งสองอย่างระแวง
       
       ฟากฤทัยนาคขับรถห้องตะบึงมาราวกับจะบิน หลินหลานเซ่อโดนแรงกระแทกเลือดไหลโทรม เลอะเปื้อนเสื้อแดงฉาน แต่ยังกัดฟันทนอย่างองอาจ
       ฤทัยนาคมองไป เห็นรถอีกคันวิ่งมาขวางทางปิดถนนด้านหน้าไว้ จึงเหยียบเบรคเต็มเหนี่ยว หลินหลานเซ่อขยับมอง เห็นรถปิดทางรีบสั่งการ
       “ถอยหลังเร็ว”
       “อะไรนะ”
       “ชั้นบอกให้ถอยเร็ว”
       ฤทัยนาคมองไปหน้ารถ เห็นมือปืนจากรถด้านหน้าเปิดประตูกระโดดลง ในนั้นมีฉินฝูมาด้วย ฤทัยนาคหันขวับมามองด้านหลัง เห็นรถตู้มือปืนตามกระชั้นใกล้เข้ามา
       “ถอยไม่ได้ มันปิดทางเรา”
       หลินหลานเซ่อเหลียวมองกลับหลัง เห็นรถตู้วิ่งเข้ามาพวกมือปืนกระโดดลง
       “เราถูกพวกมันล้อม ทำไงดี เราต้องตายแน่ๆ” ฤทัยนาคขวัญกระเจิง
       หลินหลานมองด้านหน้า เห็นทีมมือปืนด้านหน้ายกปืนเล็งมา พอหันมองด้านหลัง ก็เห็นมือปืนยกปืนเล็งใส่เช่นกัน เขาตะโกนบอก
       “ลงจากรถเร็ว”
       ไวเท่าความคิด หลินหลานเซ่อเปิดประตูกระโดดลง ฤทัยนาคกระโดดตาม
       มือปืนทั้งกลุ่มหน้ากลุ่มหลังสาดกระสุนใส่รถไม่ยั้ง และสาดตามตัวสองคนที่กระโจนเข้าตรอกข้างๆ
       สองคนคลานต่ำหลบกระสุนแล้ววิ่งหนีเข้าตรอก มือปืนทีมหน้าและทีมหลังวิ่งมาสมทบกัน อาเส่งกับฉินฝูมาเจอกัน
       “อาเส่งเอ็งอ้อมไปดักข้างหน้า ข้าจะตามมันไปเอง”
       อาเส่งวิ่งออกไปพร้อมมือปืน
       
       ในสภาพเลือดโทรมกายและเลือดยังไหลไม่หยุด หลินหลานเซ่อวิ่งกระเซอะกระเซิงมากับฤทัยนาค เลี้ยวเลาะหลบเข้าซอกตึก ฤทัยนาคมองเห็นเลือดเต็มมือหลานเซ่อที่กดแผลอยู่ก็ยิ่งตกใจ
       “นี่เลือดนายไหลเยอะมากเลยนะ ชั้นว่านายต้องรีบไปโรงพยาบาลนะ ไม่งั้นเลือดไหลหมดตัวแน่”
       “ชั้นรู้แล้ว”
       “งั้นก็รีบไปสิ” เด็กบื้อบอก
       หลินหลานเซ่อเซ็ง “จะไปได้ไง ขืนเราออกไปก็ถูกพวกมันฆ่าน่ะสิ”
       “แล้วจะทำไงล่ะ”
       หลินหลานไม่ตอบพยายามควบคุมความเจ็บ ฤทัยนาคดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาส่งให้
       “เอา ชั้นว่าอุดปากแผลก่อน”
       เสียงมือปืนตะโกนแว่วมา “เฮ้ย ตามหาให้เจอนะ”
       ฤทัยนาคมองซ้ายขวา หาทางไป เห็นป้ายชื่อซอย
       “เข้าซอยนี้”
       
       ฤทัยนาคหลบวิ่งนำ หลินหลานเซ่อวิ่งตามออกไป
ภายในตรอกแห่งนั้น มือปืนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาเห็นหยดเลือดเป็นทาง จึงหันไปตะโกนบอกฉินฝูที่วิ่งตามเข้ามา
       
       “พี่ฉินทางนี้”
       ฉินฝูวิ่งมาหยุดมองเห็นหยดเลือดไปทางหนึ่งจึงสั่งการ
       “แยกกันออกไป มันอยู่แถวนี้ อย่าให้มันหนีรอดไปได้”
       ลูกน้องวิ่งแยกย้ายกันไป ฉินฝูวิ่งตรงไปทางที่ฤทัยนาคกับหลินหลานเซ่อเพิ่งออกไปเมื่อครู่นั่นเอง
       
       ฝ่ายอาเส่งวิ่งเข้ามาหยุดตรอกเดียวกันแต่เป็นอีกด้าน พวกลูกน้องตามมา
       “เอ็งไปทางนี้” หันไปบอกอีกคน “ส่วนเอ็งไปทางนู้น กวาดมันเข้ามา อย่าให้มันหนีไปได้นะ”
       “ครับ”
       ลูกน้องรับพร้อมเพรียง แล้ววิ่งแยกย้ายกันไป อาเส่งวิ่งออกอีกทาง
       ฤทัยนาควิ่งนำมา หลินหลานเซ่อวิ่งตามมาอย่างอ่อนแรงเต็มที เขาหยุดลงข้างซอกตึก
       “ฤทัยนาค”
       “ว่าไง”
       “ชั้น...ไปไม่ไหวแล้ว”
       “ไม่ได้นะ คุณต้องไหว ถ้าอยู่ตรงนี้พวกมันต้องฆ่านายแน่”
       “เธอหนีไปซะ ทิ้งชั้นไว้ที่นี่ พวกมันต้องการแค่ชีวิตชั้น ไปเร็ว”
       “ไม่ ชั้นทิ้งนายไปไม่ได้หรอก ถึงชั้นจะไม่ชอบนายนักแต่ชั้นก็ไม่ใจดำพอที่จะปล่อยให้นายตายหรอก” หลานเซ่อมองอึ้ง “ชั้นจะต้องพานายหนีไปให้ได้”
       ขณะนั้นเอง มือปืนโผล่เข้ามาด้านซ้าย หลินหลานเซ่อเห็นยิงมือปืนกระเด็น มือปืนอีกคนโผล่เข้ามาทางขวา หลานเซ่อยิงเปรี้ยง
       
       ฉินฝูอยู่ในตรอกได้ยินเสียงปืนหันมองตามเสียง
       “มันอยู่ทางนู้น” ฉินฝูวิ่งนำลูกน้องออกไปทางเสียงปืน
       
       อาเส่งวิ่งนำลูกน้องมาตามทางเสียงปืน “เร็ว มันอยู่แถวนี้แหละ”
       
       ฤทัยนาคเห็นโกดังแห่งหนึ่ง ตัดสินใจเอาไม้งัดกุญแจโกดัง
       “ทนหน่อยนะ หลินหลานเซ่อ”
       จังหวะนี้ฉินฝูกับอาเส่งวิ่งมาเจอกันที่ทางแยกในตรอก
       “มันอยู่ไหน”
       อาเส่งบอก “ทางนี้”
       
       ส่วนฤทัยนาคพยายามเอาไม้งัดประตู แต่ไม่สำเร็จสักที
       “ไปซะ ทิ้งชั้นไว้ที่นี่”
       “หยุดพูดเถอะน่า ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นไม่มีทางทิ้งนายหรอก”
       อาเส่งกับฉินฝูพร้อมกลุ่มลูกน้องวิ่งกรูมาเป็นในตรอก
       ฤทัยนาคงัดกุญแจจนหลุด ดึงประตูเปิดเข้าไป
       “เข้าไปในนี้ก่อนเร็ว” หลินหลานเซ่อตามฤทัยนาคเข้าไปด้านใน
       
       ฉินฝูกับอาเส่งวิ่งเข้ามาเห็นลูกน้องนอนตาย ทั้งสองมองหน้ากันมองไปที่โกดัง
       “มันต้องอยู่ในนี้แน่” ฉินฝูเดินนำไปที่โกดัง
       ฉินฝูโผล่เข้ามาขวา ส่วนอาเส่งโผล่เข้ามาซ้าย
       ทั้งสองเดินเข้ามาเห็นโกดังมืดสนิท มีช่องทางเป็นหลืบภายใน ลูกน้องทั้งสองฝ่ายตามเข้ามา
       ฉินฝูกระชากมืออาเส่ง
       “อาเส่งเอ็งพาคนไปทางนู้น ข้าจะพาไปทางนี้”
       อาเส่งพาลูกน้องวิ่งอ้อมไปอีกฝั่งของโกดัง ฉินฝูหันไปบอกลูกน้อง
       “ไอ้หยวน เอ็งกะไอ้เปียวเฝ้าประตูไว้นะ ถ้าเห็นเงาใครโผล่ออกมายิงได้เลย”
       “ครับพี่”
       ฉินฝูเดินนำลูกน้องที่เหลือเดินเข้าไป
       
       มองจากมุมสูงลงมาเบื้องล่าง เห็นสภาพภายในโกดังเป็นช่องเป็นหลืบมากมาย ฤทัยนาคพาหลินหลานเข้ามาหลบในช่องมืด อาการหลินหลานเซ่อเริ่มทรุด เขาแทบไม่มีแรงแล้ว หน้าซีด ฤทัยนาคจับใบหน้าเรียกสติ
       “หลินหลานเซ่อ นายตายไม่ได้นะ”
       “แต่ชั้นกำลังจะตาย”
       “ไม่นะ ชั้นยอมให้นายตายไม่ได้หรอก ขอเวลาชั้นคิดหน่อยทำไงดี”
       ฤทัยนาคมองซ้ายขวาอย่างตระหนกตกใจเสียงสั่นรัว
       
       ฉินฝูเดินอยู่ในความมืด ลูกน้องโผล่ออกมาจากมุมหลืบ ต่างคนต่างสะดุ้ง ยกปืนจ่อ
       “ผมเองพี่” ลูกน้องร้องบอก
       เช่นเดียวกัน ในโกดังอีกด้าน อาเส่งเดินไปชนกับลูกน้องตัวเอง ต่างคนต่างตกใจยกปืนจ่อ
       “ชั้นเองพี่เส็ง”
       
       หลินหลานเซ่อรู้ตัวว่าไม่ไหวแน่ คว้ามือฤทัยนาค
       “เชื่อชั้น หนีไปซะ ชั้นไม่มีทางรอดแล้ว ทิ้งชั้นไว้ที่นี่”
       “ไม่ ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นจะไม่ทิ้งนาย” ฤทัยนาคขวัญเสียจนร้องไห้ “เราต้องรอดไปด้วยกัน” เด็กสาวจับมือมาเฟียหนุ่ม “ได้ยินมั้ยว่าเราจะไปด้วยกัน” ฤทัยนาคกลั้นก้อนสะอื้นบอกตัวเอง “ไม่...ชั้นต้องไม่ร้องไห้ ชั้นร้องไห้ไม่ได้ ถ้าชั้นร้องไห้หมายถึงทุกอย่างต้องจบ... ชั้นต้องคิดให้ได้ว่าเราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง...ชั้นต้องคิดให้ได้”
       ฤทัยนาคมองซ้ายขวาพยายามคุมสติ
       
       ฉินฝูเดินมาทางซ้าย เห็นลูกน้อง 2 เดินขนาบ ทางฝั่งขวาแลเห็นลูกน้องอีก 2 คนเดินขนาบเช่นกัน พวกมันเดินเป็นแผงหน้ากระดาน
       
       อีกฟาก ลูกน้อง อาเส่ง 2คน เดินมา มีอาเส่งเดินกลาง ลูกน้องอีก 2 คน เดินเรียงเป็นแผงเช่นเดียวกับฉินฝู
       ฉินฝูและอาเส่งเดินไปกระชับปืนในมือแน่น
       
       ตรงซอกหลืบในโกดัง ฤทัยนาคเงยหน้ามองหลินหลานเซ่อ ที่กำลังจะหมดแรงลงทุกขณะ
       “นายเหลือกระสุนกี่นัด”
       “ไม่เกินสี่”
       “ชั้นต้องการแค่สองนัด” มาเฟียหนุ่มมองอย่างไม่เข้าใจ ใกล้จะหมดแรง “นายยังยิงปืนไหวมั้ย”
       หลินหลานเซ่อพยักหน้า “ได้”
       “ดี งั้นขอยืมโทรศัพท์นายหน่อยสิ”
       “ชั้นบอกแล้วไงห้ามโทร.หาใครทั้งนั้น”
       “ชั้นไม่ได้โทร.”
       ฤทัยนาคไม่รออนุญาตหยิบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าเสื้อหลินหลานเซ่อออกมา
       “เธอจะทำอะไร”
       “เดี๋ยวก็รู้”
       
       ฉินฝูกับลูกน้องเดินมาทางซ้าย อาเส่งกับลูกน้องเดินมาทางขวา โดยฉินฝูกับอาเส่งอยู่คนละฝั่ง พาลูกน้องเดินเข้าหาเหมือนจะเผชิญหน้ากัน
       หลินหลานเซ่อก้าวออกมาจากหลืบ เปิดโทรศัพท์เห็นแสงไฟเรืองๆ จากโทรศัพท์ส่องหน้า ฉินฝูมองเห็นจุดแสงไฟในความมืด
       “เฮ้ย”
       หลินหลานเซ่อยิงใส่ฉินฝู 1 นัด แล้วหันไปหาอาเส่งอย่างเร็ว อาเส่งเห็นแสงไฟนั้น หลินหลานเซ่อยกปืนยิง ใส่อาเส่ง แล้วดับไฟโทรศัพท์ทันที ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด พร้อมๆกับ เสียงปืนดังรัวไม่นับ
       ฉินฝูกับลูกน้องยิงใส่กลุ่มอาเส่ง ขณะที่อาเส่งกับลูกน้องยิงใส่กลุ่มฉินฝู แต่ละคนยิงและโดนกระสุน
       มือปืนร่วงลง เห็นไฟโทรศัพท์สว่างตรงจุดที่หลินหลานเซ่อนอนกอดฤทัยนาคอยู่กับพื้น
       หลินหลานเซ่อนอนกอดฤทัยนาคไว้ในอ้อมแขน เด็กสาวปิดหูหลับตาอย่างหวาดกลัว เสียงปืนยังดังสนั่นหวั่นไหว
       สักครู่หนึ่ง ทุกอย่างก็เงียบเสียงลง มองจากมุมสูงลงมาพบว่ามือปืนนอนตายเกลื่อน ควันปืนลอยฉุย ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดและเงียบสงัด หลินหลานเซ่อขยับตัว ฤทัยนาคยังหลับตาปิดหูอยู่อย่างนั้น
       “ไป ฤทัยนาค พวกมันตายหมดแล้ว”
       “นายว่าอะไรนะ คนตายหรือ”
       “ใช่ ไป”
       หลินหลานเซ่อลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ฤทัยนาคช่วยประคอง ทั้งสองเดินผ่านศพมือปืน และก้าวข้ามฉินฝูไป
       
       ฉินฝูลืมตาขยับตัว เจ็บปวดแผลมาก แต่รวบรวมเรี่ยวแรงหยิบปืนขึ้นหมายจะยิงตามหลัง แต่ปืนดันกระสุนหมด มันจึงสบถอย่างโกรธแค้นและเสียดาย
       
       อ่านต่อตอนที่ 5

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คิวบิก ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
คิวบิก ตอนที่ 15
คิวบิก ตอนที่ 14
คิวบิก ตอนที่ 13
คิวบิก ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 28 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 28 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จบตอน ที่มันอยู่ท้ายตอนที่7 หมายความว่าไงหรอคะ ช่วยบอกหน่อยค่ะ
frame4820 สมาชิก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ณิชา น่ารัก
ชอบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่ารักกงิ.
ชอบคู่เพ่ยอิงกับมีนา มากๆเลยเอ่าะ ><
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบมากค่ะลงไวหน่อยก็ดีนะค่ะตอนที่5นะค่ะ
แนน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากอ่านแล้วเมิ่อไรจะมาเนื่ย รอ...
ตอนที่ 5
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบเว็ปนี้ที่สุดแล้วค่ะ
Zombie25
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไงก็อ่านที่นี่นะ ละเอียดดีและเร็วกว่าที่อื่น ขอบคุณคนอัพด้วยจ้า
ลลิล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้ดูสนุกมาก
คำดี
 
ความคิดเห็นที่ 3 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ว่ายังไงก็จะรออ่านที่นี่ค่ะ ไม่ว่ามันจะค้างไปบ้าง อัพต่อนะคะจะรอ ชอบเรื่องนี้มากใครอยากไปอ่านที่ไหนก็ไปเถอะ อันที่จริงมันต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้วถ้าเอาแต่อัพแต่อัพมันก็จบก่อนละครพอดีแล้วละครมันก็จะไม่สนุกไม่ค่อยลุ้นอะไร ทุกอย่างล้วนมีเหตุและมีผล
การกระทำบางคนส่อแววถึงสันดาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ค่ะ
อิอิ
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สนุกมากๆค่ะ อัพต่อๆๆๆ
milkky.choco@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณมากเลยค่า

อัพบ่อยๆนะคะ ติดตามๆ^^
นักอ่าน^^
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014