หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ พายุเทวดา

พายุเทวดา ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2557 18:04 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
พายุเทวดา ตอนที่ 2
       พายุเทวดา ตอนที่ 2
       
       เช้าวันนี้ ขณะที่ดารินนั่งอยู่ในห้องทํางานบนโรงพัก เนตรทรายเข้ามาชวนคุยเรื่องข้อมูลเกาะมุกที่เธอไปสืบมา 
       
       “ริน...เรามีข้อมูลเรื่องเกาะมุก”
       ดารินเงยหน้ามามอง ท่าทีสนใจ “เนตรเล่าให้ฟังหน่อย เป็นยังไง”
       “มันเป็นแดนเถื่อน กฎหมายแทบจะเข้าไปไม่ถึง คนทั้งเกาะไม่มีใครกล้าต่อต้านอิทธิพลเถื่อนของมันสักคนเดียว”
       “มัน...ใครเหรอ...” ดารินฉงน
       “มันชื่อคงคา...แต่กฎหมายเล่นงานมันไม่ได้ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน...เคยมีคนต่อต้านแล้ว และพยายามสู้
       กับพวกมัน แต่ก็...”
       ดารินซักทันที “ไม่สําเร็จเหรอ”
       “ไม่ใช่ไม่สําเร็จอย่างเดียว ยังตายเรียบเลยละ...หนึ่งในคนเหล่านั้นก็คือพ่อของเธอ...”
       ดารินอึ้ง นิ่งงันไป งุนงงจนทําอะไรไม่ถูก
       
       ไม่นานต่อมา ดารินพาตัวเองอยู่ที่สนามยิงปืน และหล่อนยิงปืนเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำทุกนัด
       เนตรทรายเดินมาหา พูดเย้า “ฉันว่าเธอไปแข่งโอลิมปิกเถอะ...ยิงแม่นซะขนาดนี้”
       “ฉันยังไม่พอใจในผลงานของฉัน”
       “ไปหัดยิงปืนที่ไหนมาก่อนหน้านี้เหรอ”
       “เปล่า...แต่ว่าทุกนัด ฉันคิดว่าฉันกําลังยิงเข้าหัวใจของคนที่มันฆ่าพ่อฉัน...”
       เนตรทรายอึ้งไป พูดเตือนเบาๆ “เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว เธอน่าจะลืมมันบ้าง”
       “ไม่มีทาง”
       ดารินพูดจบก็เดินไป เนตรทรายได้แต่มองตาม
       
       ที่ค่ายมวยไทยแห่งนั้น ในวันถัดมา เห็นโค้ชยืนบนเวที ทําหน้าที่เป็นกรรมการด้วย เนตรทรายยืนดูอยู่ข้างเวที ดารินกับคู่ชกเดินเข้าหากัน คู่ชกมีเครื่องป้องกันให้ดารินชกตามเป้าไม่ถูกตัวเอง แต่ดารินออกหมัดคล่องแคล่วมาก จนคู่ชกของดารินหลบแทบไม่ทัน เนตรทรายยืนตาค้างอยู่ข้างเวที
       เสร็จจากค่ายมวย ดารินยังคงฝึกซ้อมฟิตร่างกายหนัก คราวนี้หล่อนมาฝึกต่อสู้แบบทหาร ด้วยวิธีการต่อสู้ในทุกสนามฝึกซ้อมต่างๆ อย่างมุ่งมั่น
       
       หลายวันต่อมา ดารินกลับบ้านแล้วโผเก้ากอดมณีผู้เป็นมารดา มณีหน้าเศร้าไป
       “หมู่นี้ทําไมไม่ค่อยกลับบ้าน รู้มั้ยว่าแม่เป็นห่วง”
       บุญเกิดผู้มีศักดิ์เป็นอายืนมองอยู่ห่างๆ
       “รินต้องตามเจ้านายไปประชุมตามจังหวัดต่างๆ ค่ะแม่ เป็นงานเอกสาร ไม่มีอันตรายอะไรหรอกจ้ะ” หญิงสาวจำต้องโกหกเพื่อให้มารดาสบายใจ
       มณียิ้มออก “ดีแล้วละ...แม่อยากให้รินลาออกจากตํารวจ”
       ดารินรีบปฏิเสธ “อย่าเลยค่ะ รินอยากทํางานที่พ่อรัก...แล้วก็ได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย...รินสัญญาค่ะว่ารินจะระวังตัว ให้มากๆ”
       
       อีกมุมหนึ่งในบ้านเวลาต่อมา บุญเกิดถามดารินด้วยความเป็นห่วง
       “ครั้งนี้จะตามนายไปถึงที่ไหนอีกล่ะ...ริน...”
       “ชายฝั่งตรงข้ามเกาะมุกค่ะอา”
       บุญเกิดตกใจ “อันตรายนะริน”
       
       “ถ้ารินอยากฆ่าเสือ รินก็ต้องเข้าถ้ำเสือ รินไม่กลัวหรอก ค่ะ...รินเชื่อว่าวิญญาณของพ่อคอยคุ้มครองรินอยู่”
       
       เช้าวันต่อมา ทุกคนอยู่ในเรือยอร์ชแล้ว ธงทําหน้าที่ขับเรือ คํารณ คงคาและหยาดฟ้านั่งคุยกัน พลางจิบวิสกี้ พันกับศร ยืนถืออาวุธคุมอยู่หัวเรือกับท้ายเรือ
       
       คำรณเอ่ยขึ้น “ได้เห็นเกาะมุกครั้งนี้ ผมคงพอจะรู้ละครับว่าจะช่วยงานอะไรพ่อกับหยาดได้บ้าง”
       “ดีแล้วคํารณ...เกาะมุกต้องเป็นของเรา”
       “จะซื้อได้สักกี่แปลงก็ไม่รู้ บางทีคนเรามันก็ไม่ได้อยาก ได้เงิน”
       คํารณสวนออกมา “คนโง่สิ ถึงไม่อยากได้เงิน”
       “ไม่ได้โง่อย่างเดียวนะ มันหยิ่งด้วย” หยาดฟ้าว่า
       “กลัวอะไร...เราไม่ได้ซื้อมันด้วยเงินอย่างเดียว แต่ซื้อมันด้วยไอ้นี่”
       คงคาหยิบปืนออกมา “มันไม่เอาเงิน ก็เอาลูกปืนให้มัน” คำรณว่า
       คงคาหัวเราะชอบอกชอบใจ หยาดฟ้าเลยพลอยอารมณ์ดีไปด้วย
       “ลูกพ่อหัวไวไม่ใช่เล่น แบบนี้สิถึงเป็นพ่อลูกกันได้...ไม่มีอะไรที่มันจะหอมหวานเท่าเงินกับอํานาจอีกแล้วคํารณ”
       เรือแล่นทะยานไปในท้องทะเล
       
       ส่วนที่ท่าเรือเกาะมุกยามนั้น บรรยากาศพลุกพล่านผู้คนเดินไปมา ก้องยืนคอยที่ท่าเรือ คอยขนกระเป๋าให้แก่ผู้เดินทาง เฮียม้งขับรถปิคอัพมาจอด แล้วลงจากรถ เดชยืนพิงอยู่ข้างรถสองแถวของตนถามอย่างมีน้ำใจ
       “มารับใครเหรอเฮียม้ง”
       เฮียม้งด่า “เรื่องของอั๊ว...ลื้ออย่ายุ่ง”
       เดชฉุน “อ้าว ถามดีๆ ตามประสาคนอยู่บนเกาะเดียวกัน”
       “ไม่มีใครบนเกาะนี้นับญาติกับไอ้พวกเด็กกําพร้าลูกศิษย์วัดอย่างลื้อหรอก”
       สิงห์เดินมาทันได้ยินพอดี พูดสวนขึ้น “อ้าว..เฮีย พูดยังงี้ก็สวยสิ”
       สิงห์กับเดชยืนอยู่ด้วยกัน เฮียม้งแตะปืนที่เอว เป็นเชิงขู่ ทั้งสองขยับตัวออกห่าง
       เรือของคงคาแล่นมาเทียบท่าพอดี
       เฮียม้งหันไปเห็นยิ้มออกมา “เสี่ย” รีบเดินไปที่ท่าเรือ
       
       สิงห์กับเดชยืนคุยกัน สิงห์ออกจะหมั่นไส้ไม่หาย
       “สังเกตไ อ้เฮียนี่มานานแล้ว ทําเหมือนไม่ใช่คนเกาะมุกคบกับไอ้พวกชายฝั่ง...ทําตัวอวดรํ่าอวดรวย วางอํานาจเหนือคนอื่น”
       “บางทีมันอาจเป็ นพวกเดียวกับที่มาแอบขุดสมบัติที่ฐานเจดีย์คืนก่อนก็ได้” เดชว่า
       สิงห์พยักหน้าเห็นด้วย
       
       ก้องตรงเข้าไปหากลุ่มของคงคาที่ท่าเรือ
       “มีกระเป๋ามั้ยครับท่าน...ผมจะช่วยถือ”
       “ขอทานเลยดีมั้ย...ไม่ต้องมาทําเป็นมีน้ำใจหรอกโว้ยน่ารำคาญ หลีกไป” ธงด่า
       หยาดฟ้ากระโดดจากเรือมาที่ท่าเรือ แล้วเซ ก้องยื่นมือกางป้องไว้ไม่ให้หยาดฟ้าล้ม หยาดฟ้าเอนตัวไปในอ้อมแขนของก้อง
       คํารณเห็นก็ไม่พอใจ “เฮ้ย”
       หยาดฟ้าสะบัดอย่างรังเกียจ “สกปรก”
       คํารณส่งสายตาให้พัน ธง ศร สั่งสอนก้อง
       สามคนย่างเข้าหา ก้องถอยหลังฉาก พันตรงเข้าต่อยก่อน แต่ก้องหลบ ธง ศร พากันเข้ามารุม
       สิงห์กับเดชมองจากท่าเรือเห็นเข้าก็วิ่งมา
       เฮียม้งบอกเสี่ยคงคาทันที “ไอ้สองตัวนี่ มันพวกเดียวกัน”
       “มันไม่เหลือมือลูกน้องผมหรอกเฮีย” คงคาว่า
       
       พวกพัน ธง ศร ต่อสู้กับก้อง สิงห์ และเดช ก้องโมโห พลังเทวดาเริ่มปรากฏ มีพลังมหาศาล เตะต่อยกลุ่มของพันกระเด็นเหมือนมีแรงเป็นช้างสาร เดินหน้าเข้าชน พัน ธง ศรล้มลงไป คํารณชักปืนออกมา คงคารีบห้าม
       “อย่า” พูดกับกลุ่มของเดช “หลีกไป ก่อนที่จะไม่มีที่อยู่บนเกาะมุก”
       ก้องบ้าพลังแหกปากตะโกนจะวิ่งเข้าไปหา
       “อย่า” เดชร้องห้าม ก้องหันมา “หลวงปู่ ไม่ให้มีเรื่อง จําไม่ได้เหรอ”
       ก้องได้สติ เริ่มนิ่ง มองดูกลุ่มของคงคา คํารณ หยาดฟ้า และเฮียม้ง เดินไป พัน ธง ศรยังถือปืนเดินถอยหลังพลาง
       เตรียมป้องกันตัว
       กลุ่มของเดชมองตามอย่างแคลงใจ สิงห์บอก “มันมาทําไมที่นี่...ท่าทางไม่ดี”
       “ตามไปสิวะ” เดชบอกกับก้อง “ถ้าเอ็งขืนใช้พลังเทวดาตอนนี้ ข้าว่ายังไม่จําเป็นหรอก หลวงปู่จะเสียใจ”
       “ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่มันโมโห พอโมโห มันก็แสดงพลังออกมาเองเลย”
       เดชกับสิงห์พยักหน้า สิงห์ ตามพวกมันไปเถอะวะ
       
       บนฝั่งบริเวณหน้าท่าเรือ แลเห็นรถปิกอัพของเฮียม้งแล่นไป คงคานั่งคู่กับม้ง หยาดฟ้ากับคํารณนั่งที่เบาะหลัง ส่วนพัน ธง ศรนั่งที่กระบะหลัง
       กลุ่มของเดช สิงห์ ก้อง วิ่งขึ้นมาที่ชายฝั่ง เดชขึ้นนั่งประจําที่คนขับรถสองแถวของตน สิงห์นั่งคู่ไป ส่วนก้อง
       นั่งที่ด้านหลัง รถของเดชวิ่งตามไป
       
       เฮียเม้งขับรถไปพลางเล่าเรื่องราวบนเกาะมุกให้ทุกคนฟัง
       “บนเกาะนี่คนที่มีอิทธิพลต่อชาวบ้านมีไม่กี่คนหรอกครับเสี่ย ถ้าจัดการไอ้พวกนี้ได้หมด เกาะมุกก็เป็นของเสี่ย
       แล้วละครับ”
       “ใครบ้างเหรอเฮีย” เสี่ยถาม
       “คนแรกก็หลวงปู่ หาญที่วัดเกาะมุกใต้ครับ แต่อย่าเพิ่งไปยุ่งกับท่านเลยครับ เพราะถ้าท่านเป็นอะไรไป คนทั้ง เกาะพร้อมจะตายแทนได้”
       คงคา หยาดฟ้า และคํารณหัวเราะร่วนกันอย่างขบขัน คํารณว่า “ท้าทายดีจัง...แล้วคนต่อไปล่ะ”
       “ครูใหญ่โรงเรียนเกาะมุกครับ แสบ มันคอย บอกให้คนเกาะมุกหวงแหนที่ดินและทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะมุก”
       “ยังงี้ต้องสั่งสอน มันจะได้เลิกวุ่นวาย” คำรณบอกอีก
       หยาดฟ้าถามซัก “สองคนเองเหรอ...ที่เป็นตัวปัญหา”
       “ยังมีไอ้แก่สนอีกคน ไอ้นี่เป็นคนเก่าแก่ มันพูดอะไรคนก็เชื่อหมด ก่อนจะมีหมอมาประจําที่อนามัย เด็กเกิด
       ใหม่ให้มันกวาดยาทั้งนั้น ทุกคนเลยผูกพันกับมันมันพูดอะไร ชาวบ้านก็เชื่อหมด”
       เสี่ยคงคาบอก “ฉันอยากรู้จักทั้งสามคน”
       หยาดฟ้าฉงน “ทําไมคะเสี่ย”
       “ก็ถ้าพวกมันยอมเป็นพวกเรา...เราก็ไม่ต้องเหนื่อยแรง”
       “กลัวว่ามันจะโง่แล้วหยิ่ง ไม่สนใจเงิน...พวกเราจะยิ่ง เหนื่อยนะพ่อ” คำรณแย้ง
       
       รถสองแถวรับจ้างของเดชวิ่งตามรถของเม้งไป พัน ธง ศร ซึ่งนั่งอยู่กระบะหลังมองอย่างสงสัย
       “ไอ้พวกที่มีเรื่องกับเราตะกี้นี้นี่หว่า” ธงจำได้
       “ดี กูจะได้ล้างแค้นมัน” ศรว่า พลางยกปืนขึ้นแล้วยิงใส่รถสองแถวหลายนัด
       พวกในรถสองแถวรู้ตัว เดชหักรถหลบ “เอาไงดีวะ”
       สิงห์บอก “หลบก่อน”
       ศรยังยิงมาอีกหลายนัด กลุ่มของเสี่ยคงคาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น
       “อะไรวะ”
       “มันยิงนกมั้งพ่อ” คำรณแดกดัน
       “ผู้คนจะแตกตื่น เราจะทํางานยากขึ้น” เสี่ยว่า
       รถของเม้งวิ่งไปทางหนึ่ง แล้วจอด คงคาลงมาถามเสียงเขียว
       “ยิงอะไรวะ”
       ศรรายงาน “ไอ้พวกที่ท่าเรือสิครับเสี่ย มันตามมา มันคงกะมาเล่นงานพวกเรา ผมไม่ไว้ใจก็เลยจัดการซะก่อน”
       เม้งออกมาจากรถพอดี คงคาหันมาถาม “ไอ้พวกที่ท่าเรือ เฮียรู้จักมั้ย”
       “ลูกศิษย์วัดของหลวงปู่ หาญที่ผมเพิ่งพูดให้ฟังตะกี้นี้ไง ครับเสี่ย”
       คํารณ กับหยาดฟ้าลงมาจากรถ
       “มันคงคิดเก็บพวกเรา” หยาดฟ้าบอก
       “ถ้าไม่เล่นงานมันก่อน มันก็คงหาทางเล่นงานเรา ผมว่าตามไปจัดการมันดีกว่าพ่อ”
       
       เสี่ยคงคาตาวาว คล้อยตามลูกชาย

พายุเทวดา ตอนที่ 2
       รถของเดช จอดอยู่ข้างทาง ถูกยิงจนยางแบนไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ ทั้งสามลงมา สีหน้าเจ็บใจ
       
       “เอาไงดีวะ” เดชหารือ
       ก้องแค้นบอกว่า “มันไม่มาดีแน่...เจ็บใจนัก รู้งี้ช่วยกันใช้พลังเทวดาจัดการมันที่ท่าเรือซะให้หมดก็ดีแล้ว”
       สิงห์ปลอบ “ใจเย็น ไอ้ก้อง”
       ขาดคํารถปิกอัพของเม้งก็วิ่งมา พัน ธง ศรจัดการกราดปืนยิงใส่ 3 เทวดา สิงห์ ก้อง เดชรีบหลบไปในป่าหญ้าข้างทาง ก้องโมโหสุดชีวิต กําหมัดแน่น พลังเทวดาเกิดขึ้นทั้งสามคน
       ร่างกายของสิงห์มีกระแสไฟกระจายไปทั่วตัว ส่วนเดชก็มีน้ำมันผุดพรายขึ้นเต็มตัวแล้ว
       กระสุนปืนกราดยิงมาทางก้อง เดช สิงห์ เดชเอาตัวบังไว้ กระสุนลื่นน้ำมันบนตัวของเดช กระเด็นเลยไปกระแสไฟบนร่างของสิงห์กระทบกับน้ำมันเกิดเป็นประกายไฟ ขณะเดียวกันก้องก็ใช้พลังเทวดา เกิดแผ่นดินสะเทือนขึ้นพร้อมกัน ป่าหญ้าแถวนั้นถูกไฟลุกท่วม พุ่งใส่กลุ่มของพัน ธง ศรและกลุ่มคงคา ต่างกระโดดหนี
       “บ้าจริงๆ จู่ๆ ก็มีแผ่นดินไหว” หยาดฟ้ากลับคิดอย่างนี้
       คํารณตะโกน “หนีเถอะพ่อ”
       คํารณ หยาดฟ้ารีบเข้าไปในรถก่อน คงคากับเม้งกระโดดขึ้นตาม กลุ่มของพัน ธง ศรกระโดดขึ้นกระบะท้าย
       รถแล่นไปอย่างเร็ว เดช ก้อง สิงห์โผล่หน้าขึ้นมามอง ดวงตาอาฆาตแค้น
       
       ฟากหลวงปู่หาญลืมตาขึ้นจากสมาธิภายในโบสถ์มหาอุตม์วัดเกาะมุกใต้ รับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น และจะมีแขกมาเยือนถึงถิ่นที่
       
       บุญกู้เดินมาหาเทวา ทั้งสองมองบนฟ้า
       “พวกเราใช้พลังเทวดา...ต้องเกิดเรื่องบนเกาะนี้แน่...ผมจะไปช่วย”
       บุญกู้จับแขนไว้ สั่งเด็ดขาด “หลบก่อน”
       รถของเม้งแล่นเข้ามาในวัดพอดี เทวากระโดดหลบไปทางหนึ่ง มองมาจากที่ซ่อน เขาเห็นกลุ่มของคงคาลงมาจากรถทั้งหมด ท่าทางไม่น่าไว้ใจ ทุกคนตรงมาหาบุญกู้
       “เสี่ยคงคา มาจากฝั่งโน้น อยากมากราบหลวงปู่ น่ะ...ท่านอยู่ไหนเหรอ”
       บุญกู้ตอบเสียงเรียบๆ “ในโบสถ์...แต่ว่าอย่าไปกวนท่านเลยดีกว่า ท่านกําลังนั่งกรรมฐาน...เป็นบาปเปล่าๆ”
       หยาดฟ้าปากดีใส่ “หน้าตาเป็นยังไงเหรอไอ้ตัวบาปนี่”
       บุญกู้มองหน้าหยาดฟ้า ขณะที่เทวาไม่พอใจที่ได้ยินอย่างนั้น
       “ผมเองก็ไม่เคยเห็นหรอกครับ...รู้แต่ว่ามันทําให้คนพูดแบบนี้ตกนรกมาเยอะแล้ว”
       พัน ธง ศรขยับปืน แต่คงคาห้ามไว้ “ไม่ต้อง...ไปที่โบสถ์กันเถอะ”
       ชายชั่วหญิงเลวทั้งหมดยังเดินไปไม่กี่ก้าว หลวงปู่ก็ปรากฏร่างยืนขวางไว้
       “มีธุระอะไรกับอาตมารึ”
       ทุกคนยกมือไหว้ หลวงปู่บอก “เจริญพรโยม”
       “ผมจะมาหาซื้อที่ดินบนเกาะนี้อยากให้หลวงปู่ ช่วยแนะนําหน่อย...ถ้าได้ที่ผืนงามมา ผมจะทําบุญกับหลวง
       ปู่ ไม่อั้นเลยครับ”
       “เรื่องนี้ อาตมาขอไม่เกี่ยวข้องด้วย”
       คํารณหัวเราะในลําคอ “แน่นะ...พูดอย่างนี้ก็ดีแล้ว พระก็อยู่ส่วนพระ อย่ายุ่งเรื่องของคน...ไม่งั้นเจอดีแน่”
       คงคาข่มขู่อยู่ในที “ผมถือว่าหลวงปู่ รับปากผมแล้วนะ...ถ้าผิดสัญญาละก็ผมไม่สนหรอกว่าเป็นคนหรือเป็นพระ เพราะถ้าโดนลูกปืนผมไป ไม่ว่าคนหรือพระก็ตายเหมือนกัน”
       เทวาหน้าเครียด จะออกจากที่ซ่อน แต่ระงับไว้ได้ พอเฮียเม้งขับรถออกไปเทวารีบออกมา
       “น้าบุญกู้ไม่น่าห้ามผม...เห็นมั้ยว่ามันขู่หลวงปู่”
       บุญกู้ปลอบ “ใจเย็นๆ เทวา...ถามหลวงปู่ ดีกว่า”
       “ไฟร้อน ถ้าไม่เอามือไปจับมัน มือก็ไม่พอง”
       หลวงปู่เทศนาธรรมแล้วเดินกลับไป บุญกู้ยกมือไหว้
       “น้าบุญกู้ หลวงปู่ พูดเหมือนกับว่าจะปล่อยให้พวกมันมากว้านซื้อที่ดินบนเกาะนี้ยังงั้นแหละ”
       ลูกเทวดาเสียงทองมีท่าทีฮึดฮัดขัดใจ
       
       ไม่นานต่อมา ที่ระเบียงอาคารเรียนหลังหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นของโรงเรียนเกาะมุก ครูประสิทธิ์เดินคุยมากับคงคา คํารณ หยาดฟ้า มีพัน ธง ศร และเม้งเดินประกบตามหลัง สีหน้าของประสิทธิ์ไม่สู้ดีนัก
       “คนเกาะมุกอยู่กันอย่างเรียบง่าย ไม่อยากให้ความเจริญเข้ามาถึงเกาะมุกหรอกครับ”
       “ครูไม่น่าคิดแทนคนอื่น ผมอยู่เกาะมุก ผมก็ฝันเห็นความเจริญบนเกาะมุก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว เงิน
       สะพัด คนอยู่ดีกินดีกันทั้งเกาะ ครูเอาสมองส่วนไหนคิดกันเนี่ย” เม้งสอดขึ้นมา
       “เฮียเม้งน่าจะเข้าใจนะ...ถ้าความเจริญมา คนเกาะมุก ก็คิดแต่จะกอบโกยเงินทอง ต่อไปก็คงไม่เอื้อเฟื้อกันเหมือนที่เป็นอยู่” ครูประสิทธิ์แย้ง
       คงคาโต้ “ครูน่าจะเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกนะครับ ความเจริญมันมาจ่ออยู่หน้าเกาะแล้ว ครูจะขวางมัน ได้ยังไง”
       คํารณสอดพยายามโน้มน้าว “ช่วยบอกให้ชาวบ้านขายที่ดินให้เราดีกว่า ต่อไปเศรษฐกิจบนเกาะนี้จะดีขึ้นชนิดหน้ามือเป็นหลังมือเลยละ”
       ครูประสิทธิ์มองหน้าทุกคนพยายามข่มความไม่พอใจ “มันต้องขึ้นอยู่กับชาวบ้าน ผมตัดสินใจแทนชาวบ้านไม่ได้หรอกครับ”
       
       หยาดฟ้าออกอาการฉุนเฉียวใส่ “จะเรื่องมากอะไรนักหนา กะอีแค่บอกให้ชาวบ้านสนับสนุนความเจริญบนเกาะ แล้วก็ขายที่ให้เรา”
       พัน ธง ศรขยับเข้าใกล้
       มนต์กับแสงจันทร์เดินมาพอดี ทั้งสองตรงมา
       “มีอะไรเหรอครับครู” มนต์ถาม
       “ไม่มีอะไรหรอก...เสี่ยเขามาเยี่ยมโรงเรียนน่ะ”
       แสงจันทร์มองหน้าทุกคน ไม่พอใจนัก “แต่เราสองคนยืนมองอยู่ห่างๆ ท่าทางเหมือนครูใหญ่กําลังโดนข่มขู่นะคะ”
       ประสิทธิ์ปรามดุ “ครูแสงจันทร์...พูดอะไร”
       คงคาหันมาทางครูประสิทธิ์ทันที “ผมไม่ได้ข่มขู่ ผมแค่ขอความร่วมมือ ถ้าครูใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือ ก็อย่าคิดและตัดสินใจแทนชาวบ้าน ไม่งั้นครูใหญ่น่ะแหละจะเดือดร้อน...
       เสี่ยคงคาเดินนําทุกคนไป
       “พวกมันมาทําไม ครูใหญ่” มนต์คาใจมากๆ
       
       เทวานั่งคิด ภาพที่คงคาข่มขู่หลวงปู่ ผุดเข้ามาในความคิด เทวาตัดสินใจตรงไปที่จักรยานซึ่งจอดอยู่
       แล้วขี่ออกไป บุญกู้เดินมาพอดีร้องเรียก “ไอ้เทวา...กลับมา”
       เทวาขี่รถออกไปไกลลิบแล้ว บุญกู้ได้แต่กังวล สีหน้าเจื่อนไป
       
       ตรงบริเวณสามแยกบนเกาะ มีเสียงของสนดังมาก่อน
       “ที่ดินบนเกาะมุกเป็ นของปู่ ย่าตายาย ไม่มีใครคิดขายสมบัติของบรรพบุรุษกินหรอก...กลับไปซะเถอะ”
       กลุ่มของคงคาอยู่กันพร้อมหน้า คํารณ พัน ธง ศร หน้าตาขุ่นเคือง เห็นเม้งกระซิบกับคงคา มีหยาดฟ้าอยู่ใกล้ๆ
       “ไอ้คนนี้แหละครับ ที่ชื่อสน
       คงคาพยักหน้า “ที่ดินที่ฉันต้องการซื้อก็ไม่ใช่ของแก ทําไมต้องยุ่งด้วยวะ”
       หยาดฟ้าปากดีตามเคย “ถ้าแก่แล้วยังไม่รู้เรื่องก็ช่วยสั่งสอนมันหน่อย จะได้รู้ว่าไม่ควรยุ่งเรื่องของคนอื่น”
       สนโต้ “ไม่ใช่คนอื่น คนเกาะมุกเป็นพ่อแม่พี่น้องกัน เป็นญาติกันทั้งนั้น คนนอกเกาะมุกไม่มีวันเข้าใจ”
       เม้งมองหน้าสน “อั๊วไม่เคยนับญาติกับลื้อ”
       คํารณ พัน ธง ศร หัวเราะที่เม้งฉีกหน้าสน
       “ถ้าไม่ใช่ญาติก็ไม่ต้องเกรงใจใช่มั้ยเฮีย...เฮ้ย...ช่วยจัดการตามที่คุณหยาดขอร้องหน่อยสิวะ”
       ขาดคํา พัน ธง ศร ตรงเข้าไปที่สนอย่างมุ่งร้าย สนถอยหลังกรูด ชาวบ้านเริ่มถอย สนถูกรุมจนล้มลงไป ชาวบ้านเริ่มทนไม่ได้ กรูกันมาช่วย แต่คงคายิงปืนขึ้นฟ้า เปรี้ยง! ทุกคนถอยกรูดไป
       สนถูกรุมจนมีสภาพสะบักสะบอมเลือดกบปาก โงหัวขึ้นแล้วฟุบลงไป
       เทวาขี่รถจักรยานมาพอดี เบรกกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงปืน
       พัน ธง ศรตรงเข้าไปจัดการ เทวาเพ่งไปที่กลุ่มชาวบ้าน เกิดกระแสลมปั่นป่วนขึ้นในทันที ท้องฟ้ามืดครึ้ม
       หยาดฟ้าบ่นบ้าอีก “ลมฟ้าอากาศบนเกาะนี้มันเป็นอะไรนะ”
       เม้งตะโกนแข่งกับลม “แต่ก่อนก็ไม่เป็นแบบนี้ครับ”
       “ยังไงก็ขอสักนัดเถอะครับ มันมืดเหลือเกิน”
       พันเล็งปืนไปที่สน ชาวบ้านวิ่งหนี แข่งกับลมพายุที่ปั่นป่วน
       เทวามองไป บันดาลลมพัดอย่างรุนแรงกระชากปืนให้ลอยหลุดมือไป ทุกคนตะลึง
       คำรณเห็นท่าไม่ดีรีบบอก “พ่อ...กลับเถอะ”
       ทุกคนพากันวิ่งขึ้นรถ เช่นเดียวกับกลุ่มชาวบ้านที่วิ่งหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว รถของเม้งวิ่งไป
       เทวาออกมาประคองสนขึ้น “ลุงสน..ลุงสน”
       สนฟุบลงไป จักรยานยนต์ของมนต์มาถึงมีแสงจันทร์ซ้อนท้ายมาด้วย
       แสงจันทร์ พ่อ...พ่อ...พ่อจ๋า...
       แสงจันทร์กอดพ่อไว้ ร้องไห้ เทวาหันมาทางมนต์ มนต์รีบตรงมาหา
       เทวาบอก “มนต์ เราจําเป็น ไม่งั้นลุงสนตายแน่”
       มนต์บอก “รีบหารถไปส่งที่อนามัยเถอะ”
       
       ต่อจากนั้นไม่นาน ลุงสนบาดเจ็บมีผ้าห้อยที่แขนอยู่ ตามตัวมีรอยแผล มีผ้าพันแผลอยู่ หมอนทีกับแสงดาวนั่งอยู่ข้างๆ โดยที่มุมหนึ่ง ประสิทธิ์พูดกับชาวบ้าน มีมนต์กับแสงจันทร์อยู่ด้วย
       ครูประสิทธิ์ประกาศก้อง “การที่พวกมันกล้าข่มขู่พวกเราแล้วทําร้ายลุงสน มันเป็นสัญญาณถึงความรุนแรงแล้วนะพี่น้อง..ต่อไปนี้พวกมันก็คงมารุกรานเราอีกนับครั้งไม่ถ้วน พ่อแม่พี่น้องต้องอย่ากลัวมัน...อย่าขายที่ให้มัน...ไม่งั้นพวก เราจะไม่มีที่อยู่ ที่ดินทํากิน...ที่จะซุกหัวนอนก็ไม่มี
       1 ในชาวบ้านถาม “พวกมันเป็นใครหรือลุงสน”
       “ข้าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าไอ้เฮีย เม้งมันพามา เห็นว่ามันมาจากชายฝั่งฟากโน้น” สนบอก
       “ลุงน่าจะแจ้งความ” นทีว่า
       แสงดาวเห็นด้วย “นั่นสิพ่อ...จะได้เอามันเข้าคุก”
       “คุกที่ไหนล่ะ เกาะมุกไม่มีกระทั่งโรงพัก...แล้วคิดเหรอว่าที่ชายฝั่งจะเอามันเข้าคุกได้”
       แสงจันทร์แย้ง “แต่บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะพ่อ”
       “ท่าทางมันไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย พ่อไม่แน่ใจหรอกว่ากฎหมายจะเอาผิดกับมันได้หรือเปล่า”
       
       ลุงสนว่าหน้าตาแกเครียดจัด
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
พายุเทวดา ตอนที่ 3
พายุเทวดา ตอนที่ 2
พายุเทวดา ตอนที่ 4
พายุเทวดา ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 4 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014