หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ พายุเทวดา

พายุเทวดา ตอนที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2557 18:36 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
พายุเทวดา ตอนที่ 3
       พายุเทวดา ตอนที่ 3
       
       เทวาไม่รู้ว่ามันเป็นผลงานพวกคํารณ พัน ธง ศร ที่กำลังย่ามใจกับการใช้พลังเทวดา กําหนดให้ฟ้าผ่ากลางทะเลกันดังเปรี้ยงๆๆ
       
       คํารณหัวเราะร่า หันมาทางคงคาที่ยืนคู่กับหยาดฟ้า
       “สนุกจังเลยพ่อ...ไม่คิดเลยว่ามีพลังอย่างนี้ในโลกด้วย”
       “ดีแล้ว ต่อไปจะได้ใช้มันทํามาหากินสร้างความรํ่ารวยและอํานาจให้กับพวกเรา”
       คํารณ พัน ธง และศรต่างก็ใช้วิชาเทวดาอย่างคึกคะนอง สนุกสนาน หัวเราะกันร่าเริง
       
       ส่วนในห้องที่ทําพิธี ร่างฤทธิ์ฟุบอยู่ที่พื้น เขาโงหัวขึ้น แต่ก็ต้องฟุบลงอีก เกิดนิมิตขึ้นในห้วงคิดของเขายามนี้ ในท่ามกลางที่โล่งกว้าง แลเห็นหลวงปู่ยืนอยู่ตรงหน้า ฤทธิ์กราบหลวงปู่
       “หลวงปู่...ช่วยผมด้วย”
       “ทุกอย่างเจ้าเลือกเอง เจ้าฤทธิ์เอ๋ย...กลับตัวกลับใจเสียใหม่เถิด”
       ร่างหลวงปู่หายวับไป ฤทธิ์เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อตํ่าใจ
       “ขนาดในนิมิต หลวงปู่ ยังไม่เมตตาผมเลย...หลวงปู่ ใจร้าย หลวงปู่ รักลูกศิษย์ไม่เท่ากัน”
       ร่างฤทธิ์ฟุบไปอีกครั้ง
       
       เรือรับข้างแล่นมาในท้องทะเล เทวาหันไปมองผู้โดยสารที่ต่างก็ตกใจ เรืองเอียงเอนไปตามกระแสคลื่นที่ปั่นป่วน บางคนร้องไห้ออกมา
       “ฉันตายแน่คราวนี้...โธ่ คุณพระคุณเจ้า แม่พระคงคาช่วยลูกช้างด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
       เทวาแหงนไปมองท้องฟ้า เห็นสายฟ้าผ่าเปรี้ยงอยู่ไกลลิบๆ
       “ขืนเป็นอย่างนี้ เรือต้องล่มแน่ๆ บ้านเรือนตามชายฝั่ง ก็จะเดือดร้อนไปด้วย”
       เทวาหลับตา พลันเกิดกระแสลมมรสุม พัดผ่านไปอย่างแรง เรือเอียงวูบ สายฟ้าถูกลมพัดหายไป
       
       หยาดฟ้าอยู่ที่ชายหาด บอกกับเสี่ยคงคาอย่างประหลาดใจ
       “น่าแปลก ลมอะไรพัดสายฟ้าของคุณคํารณกับพวกหายไปหมดเลย”
       คงคาหน้าเครียดมองลมมรสุมที่พัดแรงอยู่รอบตัว
       “กลับกันเถอะ พายุมา”
       คํารณโมโห “ผมกะให้ฟ้าผ่าที่เรือตกหมึกที่เห็นอยู่นั่น ทําไมมันถูกลมพัดหายไปหมด”
       คงคาบอก “คงต้องถามไอ้ฤทธิ์ กลับกันเถอะพวกเรา”
       
       ตอนคํ่าวันเดียวกัน งานฉลองแต่งจัดเป็นปาร์ตี้เล็กๆ ริมหาด มีซุ้มดอกไม้ เขียนชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวไว้ว่า “แสงจันทร์ - มนต์” มนต์ เดช ก้องมองดูท้องฟ้า พูดกันเบาๆ
       “เหมือนพี่ฤทธิ์ส่งพลังเทวดาไปทําร้ายใครยังงั้นแหละ ข้าชักเป็นห่วงเทวาแล้วสิ...เทวามาหรือยัง”
       สิงห์วิ่งหน้าตาตื่นมาพอดี ผ่านทุกคนที่ยืนถือแก้วเครื่องดื่มอยู่ ทุกคนมองที่สิงห์
       “เทวาไม่อยู่ที่วัด น้าบุญกู้บอกว่าออกไปตั้งแต่เย็น ข้าก็เลยไปที่ท่าเรือ ทุกคนยืนยันว่าเทวาไปที่ชายฝั่ง”
       เดชว่า “หรือมันไปประลองวิชากับพี่ฤทธิ์”
       ก้องเห็นด้วย “ใช่ๆ พลังสลาตันพัดสายฟ้าพี่ฤทธิ์หายไปหมดเลย พวกเอ็งเห็นใช่มั้ย”
       ทุกคนต่างมารุมล้อมที่กลุ่มเทวดา แสงจันทร์สงสัยในท่าทีหนุ่ม “เกิดอะไรขึ้นหรือพี่มนต์”
       แสงดาวคาใจนัก “มีอะไร บอกพวกฉันสิ”
       สิงห์เป็นคนบอก “เทวาหายตัวไป”
       แสงจันทร์ใจหล่นวูบหน้าซีด เบือนหน้าหนี ซ่อนน้ำตาที่เอ่อคลอๆ
       สนเอ่ยขึ้น “นี่แหละไอ้เทวาละ มันใจน้อย ไม่เป็นลูกผู้ชาย...โชคดีของเอ็งแล้วแสงจันทร์ที่ได้คนดีๆ อย่างครูมนต์มาเป็นคู่ครอง”
       แสงจันทร์ฝืนยิ้มพยักหน้ารับ “พี่มนต์เราไปรับแขกกันเถอะ...ไม่มีอะไรนะคะ เชิญสนุกกันต่อค่ะ”
       
       แสงดาวยืนซึมอยู่ ทอดสายตามองไปที่ทะเล หมอนทีก้าวมายืนอยู่ข้างๆ
       “เทวาคงมีเหตุผลของเขานะ คุณแสงดาวว่ามั้ย”
       “คนทุกคนก็มีเหตุผลทั้งนั้นแหละ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเหตุผลของใคร และเพื่อใคร”
       หมอนทีเกาหัว ไม่รู้จะเอาใจแสงดาวยังไง
       “ผมก็แค่ออกความเห็น ไม่น่าจะต้องโมโหเลย”
       “ไม่ได้โมโห แค่เหวี่ยงนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าหมออยากโดนแรงเหวี่ยงก็รับไปเต็มๆ เลย”
       แสงดาวเดินหนีไป สนกับประสิทธิ์ยืนคู่กันอยู่ ทุกคนต่างทักทายกัน เจ้าบ่าวเจ้าสาวถ่ายรูปกับแขกที่มาในงาน
       
       ด้าน เดช ก้อง และสิงห์ ทั้งสามยืนเครียดอยู่ด้วยกันที่ท่าเรือ
       เดชเอ่ยขึ้น “ไม่มีเรือแล้ว ต้องรอพรุ่งนี้เช้า”
       “ขืนรอ ไอ้เทวามันก็โดนพี่ฤทธิ์ฆ่าตายก่อน” ก้องว่า
       สิงห์บอก “ไม่หรอก ข้าว่าไม่มีใครทําอะไรเทวาได้ แต่เราต้องตามเทวากลับมา อย่างน้อยก็ทําให้พลังเทวดาของพวกเราสมบูรณ์ขึ้น”
       “จริงของสิงห์...หาเรือประมงไปเองก็ได้นี่”
       “ไปที่หมู่บ้านชาวประมง ยืมเรือเขาก็น่าจะได้นะ”
       เดชกับสิงห์พยักหน้าขานรับ
       
       ไม่นานต่อมา ทั้งสามหนุ่มอยู่ในเรือประมงแล้ว นั่งหารือกันอยู่ที่หัวเรือ
       “รู้เหรอว่าพี่ฤทธิ์อยู่ที่ไหน”
       สิงห์กับก้องส่ายหน้า “ข้าบอกแล้วไงว่าให้ตามหาเทวา อย่าไปสนใจพี่ฤทธิ์เลย ไม่มีประโยชน์หรอก ขนาดมนต์แต่งงาน พี่ฤทธิ์ยังไม่มาร่วมงานเลย”
       “ถ้างั้นถึงชายฝั่งแล้วก็ช่วยกันค้นหา” ก้องสรุป
       แลเห็นเรือประมงโต้คลื่นไปในกลางทะเล
       
       เมื่อกลับถึงบ้าน คงคานำทุกคนแวะเข้ามาดูในห้องพิธี คํารณกระชากดึงผมฤทธิ์ที่ฟุบอยู่กับพื้นขึ้นมาดู คงคาบอก
       “หมดสภาพเลยเหรอวะ...ปล่อยมันเถอะ ตอนนี้ลมมรสุมหายไปแล้วนี่...พวกเอ็งอยากใช้วิชาที่เพิ่งได้มาก็ทําให้ สนุกไปเลย”
       คํารณคาใจ “แล้วถ้าพลังหมดล่ะพ่อ”
       คงคาบอกไม่สนใจสภาพฤทธิ์ “หมดก็เอาปืนจี้หัวมัน ให้มันถ่ายให้พวกเราใหม่สิวะ”
       ทุกคนหัวเราะกันสนุกคงคาเดินตามทุกคนออกไป
       หยาดฟ้าเข้าไปปลุกฤทธิ์ “นายฤทธิ์...นายฤทธิ์”
       ฤทธิ์ปรือตาเงยหน้าขึ้นมา แล้วฟุบลงไปอย่างเดิม หยาดฟ้าส่ายหัวลุกตามกลุ่มคงคาออกไป ทิ้งฤทธิ์ไว้คนเดียวในห้อง
       
       ไม่นานต่อมาทุกคนอยู่ที่ชายหาด แลเห็นเรือตกหมึกจอดเรียงกันอยู่ลิบๆ แสงไฟสว่างไสว
       คงคาบอกลูกชายและสมุน “ส่งสายฟ้าล่มเรือตกหมึกให้จมลงทีละลําให้พ่อดูเป็น ขวัญตาหน่อยเถิด”
       “ได้สิครับ”
       หยาดฟ้าดี๊ด๊าตื่นเต้น “โอ๊ย ตื่นเต้นจังค่ะเสี่ย”
       คํารณ พัน ธง ศรหลับตาแล้วแบมือทั้งสองข้าง พลังเทวดาเป็นสายฟ้าปรากฏที่ฝ่ามือ ทั้งหมดผลักพลัง
       สายฟ้าไปที่กลางทะเล
       
       คืนเดียวกัน หลวงปู่หาญอยู่ในโบสถ์ ลืมตาขึ้น จ้องมองไปข้างหน้า
       สิงห์ ก้อง เดชอยู่ในเรือประมง กำลังมองไปที่ท้องฟ้า เห็นสายฟ้าฟาดสายลงมาเปรี้ยงๆ
       ก้องบ่น “พี่ฤทธิ์เอาอีกแล้วเหรอเนี่ย”
       
       คลื่นม้วนตัวสูงมาก จนเรือเอียงวูบ ทั้งสามเซไป

พายุเทวดา ตอนที่ 3
       กลุ่มของคํารณลองวิชาอยู่ที่ชายหาด แต่สายฟ้าก็ไม่พาดไปโดนเรือตกหมึกสักลํา
       
       “พลาดไปหมด ไม่เห็นเรือตกหมึกจมสักลําเดียว” หยาดฟ้าบ่น
       “ตั้งใจหน่อยสิวะ แบบนี้จะเอาพลังเทวดาไปใช้ได้ยังไง” คงคาบอกลูกและสมุน
       
       ส่วนกลุ่มของเดช มองไปที่ท้องฟ้า เห็นเงาร่างของหลวงปู่ยืนขวางสายฟ้าของพวกคํารณอยู่
       เดชร้องขึ้นมา “หลวงปู่”
       สิงห์เห็นด้วย “หลวงปู่ จริงๆ ด้วย”
       ก้องร้องอย่างดีใจ “หลวงปู่ มาช่วยเรา”
       ทั้งสามกราบลงทันที
       ที่ขอบฟ้าเห็นเงาร่างหลวงปู่ จ้องไปที่กลุ่มคํารณ
       
       กลุ่มคํารณจะบังคับสายฟ้าให้ออกไปตามที่ใจคิด แต่กลับไม่มีสายฟ้าเลย
       ศรงง “คุณคํารณ ทําไมผมทําไม่ได้”
       พันด้วย “ผมก็เหมือนกันครับ”
       คํารณหน้าเสีย ลองทําดูก็ไม่ได้ “จริงด้วย”
       คงคาหน้าเครียดจัด “บางทีพวกนายคงต้องถือศีลแปดอย่างที่ไอ้ฤทธิ์มันว่า”
       คํารณโวย “ให้ผมไปตายดีกว่าพ่อ”
       
       พริบตานั้นเงาร่างของหลวงปู่หาญปรากฏที่หน้ากายหยาบภายในโบสถ์ แล้ววูบเข้าไปในร่างของตน
       
       วันถัดมาดารินขับรถมาแล้วผ่านหน้าห้องอาหาร เห็นหญิงคนหนึ่งถูกดึงตัวเข้าไปในห้องอาหารนั้น หญิงสาว
       พยายามจะหนี แต่ถูกชายสองคนผลักเข้าไป ประตูปิดลง
       ดารินกับเนตรทรายจอดรถไม่ห่างจากห้องอาหารนั้น
       “ที่นี่แหละที่สารวัตรได้รับรายงานว่ามีการล่อลวงเด็กหญิงมาค้าประเวณี”
       เนตรทรายหารือ “จะเข้าไปได้ไง...สารวัตรบอกว่าให้รีบลงมือด้วย”
       “ไม่น่ายาก...ว่าแต่เธอไม่ต้องมากับฉันหรอกนะ”
       “อ้าว ทําไมล่ะ เกิดอะไรขึ้นมา ฉันจะได้ช่วยเธอไงจ๊ะ”
       “อยู่กับแม่มณีดีกว่า...ฉันกลัวแม่มณีจะห่วงฉันจนไม่สบาย”
       “ไว้รอคําสั่งสารวัตรดีกว่า”
       ดารินขับรถออกไป สายตาดารินยังมองมาที่ห้องอาหารแห่งนั้นผ่านกระจกมองหลัง
       
       ภาพของกรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ สวยงาม และเจริญหูเจริญตา ตึกรามสูงเสียดฟ้า มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านบนหัว ปรากฏต่อสายตาเทวา เขาแหงนมองรอบตัว อย่างตื่นตาตื่นใจ เทวาเดินไปสวนทางกับผู้คนมากมาย
       
       ดารินผลักประตูออกมา เนตรทรายและทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว ดารินแต่งตัวสวยเปรี้ยว ค่อนข้างโป๊
       ล่อแหลม ใส่แว่นตาและวิกผมที่ออกไปในทางแนวผู้หญิงกลางคืน
       เนตรทรายร้องทัก “แม่เจ้าโว้ย”
       ดารินหันมาส่งยิ้มให้ แบบเท่ๆ กวนๆ “เป็นไงเพื่อน”
       สารวัตรบอก “ระวังตัวหน่อยนะแม่หมวดคนสวย”
       ดารินก้าวฉับๆ อย่างมั่นใจเดินนวยนาดไป
       
       เทวานั่งอยู่ที่ฟุตบาท มองดูรถราที่แล่นผ่านไปมา เสียงเพลงจากคนแหกปากร้องคาราโอเกะดังมา เทวาหันไปดู เห็นร้านอาหารที่มีคาราโอเกะบริการลูกค้า
       เสียงนักร้องบนเวทีดังขึ้น “สําหรับท่านที่อยากร้องเพลง ก็ขอเชิญเลยนะครับเรามาร่วมสนุกกัน โต๊ะละเพลงเลยครับ เวียนกันไป”
       เทวาชักสนใจ ลุกไปชะโงกดู เห็นบรรยากาศภายในร้าน มีหญิงกลางคนคนหนึ่งขึ้นไปร้องเพลงด้วยเสียงเพี้ยนที่ไม่น่าฟัง แถมไม่ถูกคีย์
       เทวาดึงกระเป๋าเงินมาเปิดดู เห็นว่าพอมีค่าอาหารจึงเข้าไปในร้าน
       เด็กพนักงานนําไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่ง พนักงานส่งเมนูให้ เทวาบอกก่อน
       “ขอข้าวผัดหมูไข่ดาว แล้วก็น้ำเปล่า”
       เทวาไม่ได้สนใจอาหารเท่าไหร่ แต่มองไปที่เวทีคาราโอเกะตลอดเวลา หญิงสาวซึ่งมากับเสี่ยคนหนึ่งส่งสายตาให้
       เทวารวบช้อน แล้วขึ้นไปร้องเพลงบนเวที แค่ขึ้นท่อนแรก คนก็ปรบมือกันเกรียว เสี่ยไม่พอใจที่หญิงสาวซึ่งมาด้วยส่งสายตาให้เทวาตลอด
       ปลาดุกนั่งอยู่มุมหนึ่ง เด็กสาวแต่งตัวเป็นทอมหล่อ หมุนแก้วเครื่องดื่มมองมาที่เทวา สายตาของปลาดุกมองไป
       ทั่วร้านอย่างระแวดระวัง
       เทวายังร้องเพลง สบายใจเฉิบ ส่งสายตาไปทั่วร้าน คนในร้านต่างมองอย่างชื่นชอบ เสี่ยไม่พอใจ หยิบของขว้างไปบนเวที เทวาหลบทัน เสี่ยกระโจนไปหาเรื่อง
       “อะไรกันครับ...ผมร้องเพลงอยู่ดีๆ”
       “ร้องเพลงแล้วทําไมต้องมองเมียอั๊วด้วย”
       “ผมไม่รู้เรื่อง”
       เสี่ยไม่ฟังต่อยเทวาล้มลงไป ปลาดุกส่ายหัวคล้ายเห็นเป็นประจำ
       เทวาฮึดสู้ ต่อยเสี่ยหลายครั้งควํ่าไป เจ้าของร้านโวยวาย ส่วนคนในร้านเริ่มแตกหนีไป
       “ตํารวจๆๆๆ” เจ้าของตะโกนลั่น
       เทวาได้สติรีบวิ่งหนี แต่ไม่รู้จะไปทางไหน ปลาดุกวิ่งมาหา
       “ทางนี้พี่”
       ปลาดุกพาลัดเลาะไปด้านหนึ่ง
       
       ค่ำแล้วดารินยืนเกร่อยู่ที่หน้าร้านอาหารที่มีหญิงบริการทางเพศ แมงดาชายคนหนึ่งออกมาจากข้างใน ดารินส่งยิ้มให้
       “อยู่แถวนี้เหรอน้อง”
       “เปล่า...มาหางานทํา”
       ชายมองดารินอย่างสํารวจ ดารินยืนให้สํารวจอย่างท้าทาย
       “พอจะทํางานกับพี่ได้หรือเปล่า”
       “เคยทํามาก่อนหรือเปล่าล่ะ”
       ดารินปากดีอวดโอ้สมบทบาท “แหม..พี่...งานแบบนี้มันอยู่ในสายเลือด รับหนูเข้าทํางานสักคนสิ แล้วแขกพี่จะมากขึ้น หนูอยู่ที่ไหน มีแต่แขกติดตรึม”
       “ทําไรได้บ้าง”
       ดารินบอกอย่างคล่องปาก “ไม่เต้น ไม่โชว์ คุยกับแขกได้”
       “แล้วออฟได้หรือเปล่า”
       “ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลง”
       “เล่นตัวมากมันจะไม่ได้นะน้อง” ชายนั้นว่า
       “สวยๆ อย่างหนูไม่มีโอกาสเล่นตัวเหรอไงพี่จ๋า” ดารินฉอเลาะ
       “เข้ามาสิ”
       ชายคนนั้นเปิดประตูให้ ดารินเข้าไปข้างใน
       
       พอดารินเข้ามา พบว่าภายในร้านมืดสลัว เป็นบรรยากาศของห้องอาหารมีหญิงบริการประตูปิด เด็กหญิงหน้าตามอมแมมหลายคนนั่งอยู่ที่โซฟา ดารินมองด้วยความเวทนา แมงดาอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว มองดารินอย่างไม่ค่อยไว้ใจ
       “มาสมัครงาน...อั๊วรับไว้ สําหรับพวกเสี่ยที่ไม่ชอบเด็ก” แมงดา 1 ถามเพื่อน
       แมงดา 2 มองปราดเดียวแล้วบอก “ท่าทางฉลาดเกินไป ระวังหน่อยก็แล้วกัน”
       ดารินทําเป็นไม่ได้ยิน นั่งลงกับกลุ่มเด็กๆ
       แมงดา 1 แขวะ “ถ้าคืนนี้หาแขกไม่ได้ ก็กลับไปเลยนะ ที่นี่เขาเน้นเด็กๆ”
       “แหม...หนูก็ไม่ได้แก่มากซะหน่อยพี่...อาจจะมีแขกชอบ แบบหนูก็ได้” ดารินบอก
       แมงดา 2 สั่ง “งั้นก็เตรียมตัว เดี๋ยวแขกก็เข้าแล้ว”
       ดารินลุกขึ้นยืน “หนูขอเข้าห้องน้ำหน่อย จะได้เติมแป้งด้วย”
       แมงดา 2 บ่น “ทําไมต้องเติม”
       “ขืนไม่เติมสิ หนูจะสู้เด็กพวกนี้ได้เหรอพี่”
       แมงดา 2 ชี้ “โน่น...เร็วล่ะจะได้มาช่วยกันทํากวาดร้าน”
       ดารินเดินเข้าไปทางซอกนั้น
       
       ดารินเข้าห้องน้ำรีบพิมพ์ข้อความผ่านโทรศัพท์กดส่งแล้วรีบลบทิ้งอย่างว่องไว จากนั้นกดชักโครก เติมแป้งโปะๆ อย่างลวกๆ ขอไปทีแล้วออกไปเลย
       
       ที่ห้องประชุมในโรงพัก สารวัตรกําลังประชุมอยู่ ได้รับข้อความจากดารินแล้ว
       “เป็นไปตามแผน...หมวดรายงานมาแล้วว่ามีเด็กที่ถูก ล่อลวงมาหลายคน...เราต้องทลายมันให้ได้ ก่อนที่มัน จะส่งเด็กไปที่อื่น”
       ทุกคนนิ่งฟังพยักหน้าเข้าใจ
       
       ฝ่ายปลาดุก และเทวาที่หนีมา ทั้งสองหยุดพักหอบเหนื่อย
       “ตกลงเราวิ่งหนีอะไรเนี่ย...ไม่เห็นมีใครตามมาเลย”
       “อ้าว นายไม่เคยได้ยินเหรอ รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดดี”
       “ก็สงสัย...นายตอบได้มั้ยล่ะ”
       “ได้ดิ...ถ้าขืนนายยังสนุกกับการต่อยไอ้หมูตอนอยู่รับรองไม่เกินห้านาที ตํารวจก็จะมาถึง แล้วนายก็จะต้องถูกรวบตัวเข้าตะราง ที่เราพานายหนีก็เพื่อให้ มั่นใจว่าไม่มีตํารวจตามเรามา”
       เทวาหอบเหนื่อย นั่งพัก “เหนื่อย”
       “อะไร แค่นี้เหนื่อยซะแล้ว...มาจากไหนแล้วจะไปไหน มากับใคร แล้วใครมากับนาย”
       “เฮ้ย ทีละคําถามสิวะ...ฉันมาจากเกาะมุกมาคนเดียว”
       “เกาะมุก...เคยได้ยินแต่ไม่เคยไป...แล้วจะไปไหนล่ะ”
       เทวาส่ายหน้า “ไม่รู้”
       “อย่าบอกนะว่าไม่มีบ้าน”
       เทวากระแทกเสียงใส่ “เออ ไม่มี”
       ปลาดุกเกาหัว “อะไรมันจะเหมือนกันขนาดนี้วะ”
       เทวาหันมาทางปลาดุกทันที “อะไรเหมือน...เหมือนอะไร”
       ปลาดุกปัด “เออน่า ไม่ต้องรู้หรอก...แล้วมีเงินมั้ยเนี่ย”
       เทวาเริ่มระแวง กุมกระเป๋ากางเกงทันที
       “จะทําไม”
       “ไม่มีจะได้เลี้ยง”
       “เออ แล้วไป”
       
       ที่ร้านข้าวต้มริมทางคํ่านั้น ทั้งสองทานข้าวต้ม มีกับสามสี่อย่าง เห็นชามข้าวต้มตั้งพูนเป็นกอง
       “เลี้ยงง่ายนี่เรา”
       “อร่อยกว่าอยู่ที่วัดเยอะ” เทวาว่า
       “เด็กวัดเหรอ”
       “เออ มีไรมั้ย”
       “ไม่มี..นายชื่อไร”
       “เทวา”
       ปลาดุกปล่อยก๊าก “ชื่ออยู่บนฟ้า แต่ดันตกอับมาเดินดิน แถมอยู่วัดอีก”
       “เออ แล้วนายล่ะชื่อไร”
       “ปลาดุก”
       เทวาแปลกใจ “หา...อะไรนะ”
       ปลาดุกเน้นคำ “ปลา - ดุก”
       คราวนี้เทวาปล่อยก๊ากออกมาบ้าง “ชื่อคนตายตั้งเยอะไม่ตั้ง ดันตั้งชื่อว่าปลาดุก มีน้องชื่อตะเพียน แล้วพี่ชื่อช่อนหรือเปล่าวะ”
       ปลาดุกฉุน “อ้าว ตะเพียนน่ะชื่อแม่ พูดยังงี้ก็สวยสิ”
       “เฮ้ย โทษทีว่ะ โทษๆๆ”
       ปลาดุกเหล่เทวา แต่เทวาก้มหน้าพุ้ยข้าวต้มต่อ สีหน้าแช่มชื่นอารมณ์ดี
       “อิ่มแล้วไปหาเงินกัน ไม่งั้นมื้อต่อไป อด” ปลาดุกบอก
       เทวาแทบสําลักข้าว “หาเงิน”
       
       ด้านดารินนั่งอยู่กับชายสองคน บริการรินเหล้าให้ ชายสองคนพยายามถูกเนื้อต้องตัว
       “ถึงหนูจะหาเงินแบบนี้แต่หนูก็มีศักดิ์ศรีนะ อย่าลวนลามหนู ชอบหนูก็ออฟหนูไปข้างนอกเลยค่ะ”
       ชาย 1 หัวเราะ “น่ารัก แบบนี้ฉันชอบ มาใหม่ละสิ ชื่อไรล่ะ”
       “มีเป็ นร้อยชื่อ เอาชื่ออะไรดีน้า...อืม ชื่อเฟิร์นก็ได้” ดารินเล่นลิ้น
       ชาย 2 ทวนชื่อ “ใบเฟิร์นเหรอจ๊ะ”
       “จ้ะพี่”
       ดารินดูที่แหวน พบว่ามีแสงสีแดงปรากฏเรืองๆ ดารินรีบหมุนแหวน
       มือชายที่นั่งข้างดาริน เริ่มอยู่ไม่สุขเอามือลูบขาอ่อน ดารินสะบัดอย่างแรง ตวัดขาเข้าหน้าของชายคนนั้น
       ชาย 1 ร้อง “โอ๊ย”
       ชาย 2 ผงะ “อะไรกันวะ”
       แมงดารีบตรงเข้ามาจะตบ แต่ดารินเตะต่อยด้วยคิวบู๊ที่น่ากลัวและรุนแรง
       ประตูเปิดผัวะ ตํารวจกลุ่มหนึ่งเข้ามาพอดี
       “หยุดนะนี่เจ้าหน้าที่ตํารวจ”
       เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ก่อนที่ไฟจะเปิดสว่าง เด็กหญิงคนหนึ่งถูกปืนบาดเจ็บ ไฟสว่างมากขึ้น เนตรทรายตรงไปยังเด็กหญิง
       “เนตร...คุมตัวเด็กๆ ไปที่รถ...ผมจะตามพวกมันไป” สารวัตรสั่ง
       
       เนตรทรายรับคำสั่ง “ค่ะ สารวัตร...จ่าช่วยกัน”
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
พายุเทวดา ตอนที่ 3
พายุเทวดา ตอนที่ 2
พายุเทวดา ตอนที่ 4
พายุเทวดา ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014