หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ พายุเทวดา

พายุเทวดา ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มีนาคม 2557 10:46 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
พายุเทวดา ตอนที่ 4
       พายุเทวดา ตอนที่ 4
       
       เช้าวันต่อมา เทวาไม่สบายใจมาก พาตัวเองเดินเข้าไปในวัดแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นต์นัก ในเขตขัณฑสีมาแห่งนี้บรรยากาศดูสงบร่มรื่น เขาเข้าไปในโบสถ์ มองพระประธานพระพักตร์งามสง่าในนั้น ก้มกราบขอพร
       
       “ผมไม่มีโอกาสได้กราบหลวงปู่ ขอหลวงปู่จงรับรู้และ สื่อพลังมาถึงผมด้วยเถิดครับ”
       เทวานั่งสมาธิ
       เป็นเวลาเดียวกับที่หลวงปู่หาญนั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์มหาอุตม์
       เสียงหลวงปู่ดังก้องขึ้น “ขอความกตัญญูที่เจ้ามีต่อหลวงปู่ จงเป็นเกราะคุ้มครองให้เจ้าปลอดภัยตลอดไป”
       สิ้นเสียงนั้นร่างของเทวา มีแสงพุ่งมาอาบร่าง ขณะที่เทวายังนั่งสมาธิอยู่อย่างสงบ
       
       เวลาผ่านไปสักระยะ ปลาดุกตามหาเทวาทั่ววัด จนมาถึงโบสถ์ เห็นเทวากราบพระพุทธรูปอยู่
       “ตามหาซะทั่ว ดีนะว่าเจอ”
       “ตามหาทําไม”
       “อ้าว คนอยู่ด้วยกัน ไม่ให้เป็นห่วงกันเหรอ”
       “ไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย”
       ปลาดุกหมั่นไส้ “เออ ไม่ได้อยากเป็นด้วยหรอก...กินอะไรหรือยัง”
       “ยัง”
       มีเสียงรถหวอดังมา ปลาดุกเอ่ยขึ้น “ไฟไหม้อีกแล้ว เสียงอย่างนี้”
       
       ชาวบ้านพากันวิ่งขนของด้วยท่าทีตระหนกตกใจ มีเปลสนามแบกร่างของคนบาดเจ็บวิ่งปะปนมาด้วย
       ดารินอยู่ในกลุ่มอาสาสมัครเปิดรถพยาบาลนําคนเจ็บขึ้นรถท่าทีคล่องแคล่วมาก ดารินขึ้นนั่งไปกับคนเจ็บ
       “นายเห็นอย่างฉันเหรอเปล่า” ปลาดุกเอ่ยขึ้น
       เทวาพยักหน้า “ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงอย่างดารินจะเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคน” เขาเผลอยิ้มสุขใจออกมา “ผู้หญิงคนนี้แปลกดี”
       ปลาดุกมองเทวาที่เผลอยิ้ม เอามือปัดหน้าให้เทวารู้สึกตัว
       “อะไร”
       “เพ้อแล้ว...นายนี่ก็แปลกนะ ทําไมถึงชอบผู้หญิงแบบนั้นผู้หญิงมีตั้งมากมายไม่ชอบ”
       “ก็ไอ้ที่มีอยู่ตรงนี้น่ะแปลกสุดแล้วละ”
       เทวาแดกดันแล้วเดินหนีไป ปลาดุกวิ่งตามไปเซ้าซี้ถามเรื่องคาใจ
       “เออ ฉันสงสัยมากเลย เมื่อคืนเสียงแกเพี้ยนหนัก เป็นไรไปวะ หรือว่าเขินดาริน”
       “ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ คงเลิกร้องเพลงละ”
       
       ทุกคนนั่งปรึกษากันอยู่ในลานวัด
       “เราคงไม่มีโอกาสได้พบกับเทวาแล้วนะก้อง คิดถึงมัน...ไอ้มนต์ไม่น่าเลย...ไม่น่าแย่งแสงจันทร์ของไอ้เทวาเลย”
       สิงห์บอก “แสงจันทร์เขาเลือกเอง อีกอย่างลุงสนก็ชอบมนต์มากกว่าเทวา”
       เดชหน้าเศร้า “น่าสงสารเทวา แต่ข้าก็เชื่อว่าสักวันมันต้องกลับมาที่นี่”
       “ใช่ น้าเชื่อว่าหลวงปู่ คอยส่งญาณช่วยเหลือเทวาอยู่”
       
       สิงห์มาช่วยงานร้านเป้าตามเดิม กำลังช่วยเปียล้างจาน เป้ายืนมองออกไปนอกร้าน
       “ตั้งแต่เกิดเรืองวันนั้น พ่อไม่ร่าเริงเลย เปียสงสารพ่อ”
       “บอกน้าเป้านะ พี่จะไม่ยอมให้ใครเอาร้านนี้ไปได้” สิงห์ให้คำมั่น
       “มันมีปืน มีอาวุธ มีอันธพาลเป็นลูกน้องตั้งเยอะ พี่ฤทธิ์ยังไปเข้าพวกกับมันเลยนะ”
       สิงห์ถอนใจ ส่ายหน้า “พี่ก็ผิดหวังพี่ฤทธิ์เหมือนกัน”
       ทั้งสองล้างจานกัน เป้าหันไปดู เห็นหนุ่มสาวทั้งสองคุยกันหยอกล้อตามประสาคนรัก
       
       เวลาต่อมาเปียทํากับข้าวอยู่ในครัว เป้าเดินมาหาสิงห์ที่กวาดร้านอยู่
       “สิงห์ น้ามีเรื่องจะปรึกษา”
       “ครับ น้าเป้า”
       “เอ็งชอบเปียแค่ไหนวะ”
       “เท่าชีวิตของฉันแหละน้า...น้าถามอย่างนี้น้าไม่รังเกียจ เด็กวัดจนๆ อย่างฉันเหรอ”
       “ก่อนข้าจะมีเมีย หาเงินมาซื้อร้านนี้ได้ ข้าก็เป็นลูกศิษย์ หลวงปู่ มาก่อน เอ็งน่ะมันรุ่นหลัง แต่ก่อนนะข้าเดินตาม ท่านบิณฑบาตทุกเช้าแหละ”
       “จริงหรือน้า”
       “เออสิวะ...ถ้าเอ็งรักนังเปี ย รับปากน้าได้มั้ยว่าจะดูแล มัน อย่าให้ใครรังแกมันได้”
       สิงห์รีบรับคําด้วยความดีใจ “ถ้ามันเป็นเมียฉัน ฉันก็ต้องดูแลไปจนวันตายแหละ..น้าพูดเหมือนน้าจะยกเปียให้ฉันงั้นแหละ”
       “ก็เออสิวะ...ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องมีพิธีมันหรอก...ตั้งแต่ พรุ่งนี้เอ็งมาอยู่ที่ร้านน้าได้เลยนะ”
       สิงห์ยิ้มดีใจ แล้วก็กระโดดกอดเป้า หอมแก้มท่าทีทะเล้นๆ แลดูน่าขัน
       “ฉันรักน้าเป้าจริงๆ นะ”
       เปียออกมาพอดี สิงห์มองไปยิ้มให้ เปียยิ้มเขิน
       
       ที่ท่าเรือเกาะมุก เดชกับก้องมองหน้าสิงห์
       “แล้วเอ็งตัดสินใจยังไง”
       “ข้าก็อยากมีเมีย..แต่ก็อดห่วงเอ็งสองคนไม่ได้ เทวาก็ไม่อยู่แล้ว มนต์ก็แต่งงานอยู่บ้านลุงสน พี่ฤทธิ์
       คงไม่กลับ มาแล้ว ข้าไปอีกคน เอ็งสองคนจะทํายังไง”
       “ไม่ต้องห่วงข้าสองคนหรอก ข้าอยู่ได้ สักวันข้าก็จะหาเมียเหมือนเอ็งแหละวะไอ้สิงห์” ก้องว่า
       “ข้าว่าน้าเป้าแกต้องมีแผนอะไรสักอย่าง” เดชปรารภ
       สิงห์ฉงน “อะไรวะเดช”
       เดชบอก “แกคงกลัวกลุ่มไอ้เสี่ยคงคามารังแกอีก แกก็เลยอยากหาคนคุ้มครองลูกสาวแก”
       สิงห์กัดกรามอย่างแค้นเคือง “ให้มันมาเลย ไอ้สิงห์ยอมตาย”
       
       เวลานั้นทุกคนนั่งคุยกันอยู่ในบ้าน หยาดฟ้าเอ่ยขึ้นอย่างเคียดแค้น
       “เมื่อชาวบ้านมันเรื่องมากนัก ก็อย่าให้มันอยู่เป็นสุขเลยเผามันซะ เป็นที่โล่งๆ เมื่อไหร่มันก็ขายให้เราเองแหละ”
       คงคาหัวเราะ “เอางั้นเลยเหรอ”
       “หรือเสี่ยว่าไงล่ะ”
       คงคาหันไปทางคํารณ “ผมน่ะมันพวกชอบความรุนแรงอยู่แล้วครับพ่อ”
       “งั้นก็ลงมือมันคืนนี้เลย...อยากเห็นเหมือนกันถ้าฟ้าตอนกลางคืนแดงเพราะสะท้อนแสงไฟ มันจะสวย
       แค่ไหน” เสี่ยใจชั่วว่า
       ทุกคนหัวเราะกัน มีเพียงฤทธิ์ที่ยังรู้สึกผิดอยู่ ได้แต่ยิ้มเก้อๆ
       
       ไม่นานต่อมา ที่มุมมืดๆ ในตลาด พัน ธง ศร ช่วยกันราดน้ำมัน คํารณจุดไฟโยนเข้าไป ไฟลุกพรึ่บ ฤทธิ์ยืนอึ้ง ทุกคนรีบวิ่งออกมา ฤทธิ์วิ่งตามไปในความมืด มีเสียงชาวบ้านตะโกนดังรับกันเป็นทอดๆ
       ชาวบ้านร้อง “ไฟไหม้ ไฟไหม้ ไฟไหม้”
       
       ทุกคนอยู่ในเรือยอร์ช หยาดฟ้าเปิดแชมเปญฉลอง จุกขวดกระเด็น ฟองฟู่ ออกมา
       “ท้องฟ้าเกาะมุกสวยจริงๆ เลยคืนนี้” คงคาว่า
       หยาดฟ้าระรื่น “หยาดมีความสุขจังเลยค่ะเสี่ย”
       “นี่ถ้ามันไหม้ทั้งเกาะคงสนุกนะพ่อ”
       ทุกคนหัวเราะกันด้วยน้ำเสียงสะใจ
       
       บุญกู้เคาะประตูห้องพักบนกุฏิของสิงห์อย่างแรง
       “ตื่นเร็วๆๆ”
       สิงห์เปิดประตูมางัวเงีย “มีอะไรน้าบุญกู้”
       “ไฟไหม้ตลาด”
       สิงห์ได้สติ “เปีย” วิ่งลงบันไดไปทันที
       ก้อง เดช ได้ยินก็โผล่หน้าออกมา
       เดชตะโกนบอก “รอด้วยไอ้สิงห์”
       
       สิงห์ ก้อง เดชวิ่งมา เดชตรงไปที่รถ ก้องกับสิงห์กระโดดขึ้นรถ เดชกระชากรถเคลื่อนไป
       บุญกู้ตามมา เห็นหลวงปู่หาญยืนอยู่แล้ว
       หลวงปู่หาญเอ่ยปริศนาธรรม “ชะตากรรมเกาะมุกหรือนี่”
       “หลวงปู่ ช่วยพวกเราด้วยนะครับ”
       หลวงปู่หาญไม่ตอบ
       
       ฟากเปียกับเป้ายืนมองร้านของตน ทั้งสองร้องไห้ เป้าน้ำตาซึม ถือปืนยาวอยู่ในมือ สีหน้าแค้นเคืองมากกว่า
       เสียดายข้าวของ แต่เปียร้องไห้โฮๆ เห็นชาวบ้านวิ่งหอบข้าวของวิ่งหนีไฟผ่านหน้าไป
       “พ่อ...เราจะไม่ขนของเหรอ”
       “ทุกอย่างสําคัญหมด พ่อขนไม่ถูกหรอก ถ้าจะถูกไฟไหม้พ่อก็ขอยืนดูมันตรงนี้”
       เฮียเม้งเดินมา หัวเราะเยาะ “ขายให้เขาไปก็หมดเรื่องแล้ว ไฟไหม้แบบนี้ แทนที่จะขายได้ราคา เหลือแค่ที่ดินเปล่า จะได้กี่ตังค์”
       “เรื่องของกู มึงไปเลยนะ อย่าให้กูเห็นหน้า” เป้ายกปืนขึ้นไล่ “ไป..ไอ้คนขายแผ่นดิน”
       เฮียเม้งหัวเราะแล้วเดินไป
       
       อีกมุมหนึ่งเห็นไฟกําลังไหม้บ้านหลังหนึ่ง ชาวบ้านช่วยกันดับไฟ นทีขับรถมา มีอุปกรณ์รักษาพยาบาลมา
       ด้วย แสงดาวเห็นเข้าไปช่วย “หมอ...ช่วยชาวบ้านด้วย”
       นทีร้องบอก “ถ้ามีคนเจ็บพามาทางนี้นะครับ”
       สน มนต์ แสงจันทร์ ประสิทธิ์ช่วยชาวบ้านตักน้ำราดเข้าไปในกองไฟ
       “น้ำน้อยแพ้ไฟ ไม่คิดเลยว่าเกาะมุกมันต้องพบกับความพินาศอย่างนี้” ประสิทธิ์ว่า
       สนน้ำตาซึม เห็นแสงไฟฉายใบหน้าจนน้ำตาของสน เป็นเงาวาววับ เช่นเดียวกับแสงจันทร์ที่ทั้งเสียใจทั้งแค้นเคือง
       รถสองแถวของเดชมาถึงพอดี ทุกคนกรูกันลงจากรถ
       ก้องบอก “เอาของมาที่นี่ขนไปที่อื่นก่อนก็ได้”
       เดชตรงไปหามนต์หารือกัน “มนต์ ใช้พลังเทวดาช่วยได้มั้ยวะ..เผื่อว่าอาจจะดีขึ้น นายเรียกลมได้ไม่ใช่เหรอ ถึงจะไม่ใช่ลมสลาตันอย่างเทวา แต่ถ้าเราประสานกัน ข้าเชื่อว่าพลังนี้จะส่งถึงเทวาแน่”
       ก้องเห็นดีด้วย “ได้ ข้าจะให้แผ่นดินตรงที่ไฟไหม้สะเทือนจนบ้านที่ไฟไหม้ทรุดลง จะได้ไม่ลามไปที่อื่น”
       สิงห์ก็เอาด้วย “ส่วนประกายไฟในตัวข้าจะช่วยพลังลมของมนต์ให้หอบลูกไฟไปไกลๆ”
       เดชยิ้มดีใจ “น้ำมันจากกายทองข้าจะขับให้ไฟไปไหม้ที่อื่น”
       มนต์ เดช สิงห์ ก้องวิ่งไปทางหนึ่ง ทั้งสี่คนจับมือกัน หลับตาประสานพลังเป็นหนึ่งเดียว
       
       ขณะเดียวกันหลวงปู่หาญนั่งสมาธิอยู่ แล้วเงาร่างเหลืองเรืองรองของหลวงปู่ก็หลุดออกไป พบว่ากายหยาบของหลวงปู่หาญยังนั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์นั้นเอง
       
       เทวาผวาตื่นกลางดึก ลุกออกไปที่ระเบียง เห็นพลังลมผ่านหน้า เป็นลูกวนเป็นก้อน
       เทวามั่นใจ “ต้องมีคนต้องการความช่วยเหลือแน่”
       เทวาหลับตารวบสมาธิมั่นแล้วส่งพลังเทวดาออกไป คลื่นลมปั่นป่วนทันที ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ พัดแรงเหมือนพายุใหญ่กําลังจะมา ข้าวของปลิวว่อน ปลาดุกตื่นขึ้นมาเห็น
       “ฝนจะตกเหรอเทวา”
       ปลาดุกล้มตัวลงนอนหลับเหมือนเดิม เทวายังมองท้องฟ้าและลมปั่นป่วนอยู่อย่างนั้น
       
       กระแสจิตถูกส่งมายังน้องน้อยของกลุ่มเทวดา ดารินผวาตื่น เจ็บหน้าอก เลยเดินไปข้างนอก กุมหน้าอก หน้านิ่ว เหมือนต้องการอากาศหายใจ หล่อนแล่นลิ่วมาจนถึงระเบียงหน้าบ้าน สูดลมหายใจแรงๆ
       “เป็นอะไร..ทํา..ไม หายใจไม่ออก”
       ดารินหลับตา คลื่นลมแรงของเทวาที่ม้วนมาอย่างแรงผ่านหน้าดารินไป
       
       ฝนเริ่มลงเม็ด ดารินผ่อนลมหายใจยาว สีหน้าสบายใจขึ้น

พายุเทวดา ตอนที่ 4
       บริเวณมุมลับตาในตลาด ทั้งสี่คนหลับตา กระแสลมจากพลังเทวดาของมนต์ปั่นป่วน เนื้อตัวของเดชเป็นสีทองแดง น้ำมันเยิ้ม ส่วนร่างกายของสิงห์ก็เป็นกระแสไฟวิ่งไปทั่วร่าง ก้องมีกล้ามขึ้นเต็มร่างกระทืบเท้า แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
       
       เปลวไฟซึ่งกําลังโหมไหม้ไปทั่วตลาดอยู่นั้น ถูกลมหอบอุ้มขึ้นไป ลูกไฟลอยขึ้นไปในอากาศเป็นลูกๆ บ้านที่กําลังถูกไฟไหม้สะเทือนหล่นยวบไปในกองไฟ ลมสลาตันพัดมาอย่างแรง หอบลูกไฟให้ลอยไปตกไกลๆ พลันฝนเริ่มปรอยปรายลงมา
       แสงจันทร์มองอย่างอัศจรรย์ใจ “พ่อ ฝนตกเป็นไปได้ยังไง”
       หากแสงจันทร์หรือใครสังเกตจะพบว่า ตรงขอบฟ้าไกล เงาร่างของหลวงปู่ ปรากฏขึ้นจางๆ ใบหน้าของหลวงปู่ยิ้มน้อยๆ เปี่ยมเมตตาแล้วหายไป
       ฝนเริ่มตกแรงขึ้น ทุกคนกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ ชาวบ้านโห่ร้อง
       ประสิทธิ์พูดแข่งกับสายฝน “พวกเราเห็นมั้ย ปาฏิหาริย์มีจริงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงไม่ต้องการเห็นไอ้พวกที่ไม่หวังดีต่อ
       เกาะมุก ทําอะไรเราได้”
       “ฉันเชื่อนะครูใหญ่ บารมีของหลวงปู่ ต้องช่วยเรา” สนว่า
       ชาวบ้านหันมาพยักหน้าเห็นด้วยกับสน ชาวบ้าน 1 บอก “ฉันก็เชื่อยังงั้นลุงสน”
       ชาวบ้านคนที่พูดนั่งลง กราบแผ่นดินท่ามกลางสายฝน
       ชาวบ้านคนอื่นๆ พากันนั่งลง เกือบจะพร้อมๆ กัน และพากันกราบลง คนละที มีบางคนกราบแล้วก็ร้องไห้สะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
       มนต์ ก้อง เดช และสิงห์ วิ่งมาถึง หยุดชะงัก
       “ข้าอยากให้เทวากับพี่ฤทธิ์มาเห็นภาพตรงนี้เหลือเกิน จะได้รู้ว่าพลังเทวดานั้นศักดิ์สิทธิ์จริงๆ” มนต์ว่าอย่างตื้นตันใจ
       เดชบอกทันที “ใช่ พวกเราจะไม่มีวันลืมวันนี้เป็นอันขาด”
       ก้องกับสิงห์พยักหน้าให้กัน
       “เดี๋ยวข้ามานะ”
       สิงห์บอกวิ่งไปผ่านกลุ่มชาวบ้านไปอย่างเร็ว
       
       ที่แท้สิงห์วิ่งมาที่บ้านสองพ่อลูก เปียหันมาเห็นร้องทักอย่างดีใจ
       “พี่สิงห์”
       สิงห์กับเปียกอดกันกลม หันมาก็เห็นเป้ายกปื นขึ้นฟ้า ยิงออกไปสามสี่นัด
       “น้าเป้ายิงใคร เดี๋ยวคนเขาก็ตกใจกันหมดสิ” สิงห์ฉงน
       “ข้าขอบใจเทวดาโว้ย...ถ้าเทวดาไม่ประทานฝนให้ตกลงมา มีหรือที่ร้านข้าจะรอด...ไฟมาไม่ถึง”
       สิงห์ยิ้ม “ฉันบอกน้าแล้ว ถ้าฉันยังอยู่ ไม่มีใครเอาร้านน้าไปได้”
       สามคนไม่รู้ว่าที่มุมหนึ่งเฮียเม้งยืนดูอยู่ในมุมลับตา สีหน้าเครียด
       
       เช้าวันนี้ ทุกคนรวมตัวหารือกันอยู่ที่บ้านสนสีหน้าเครียดตามๆ กัน
       “มันเล่นงานเราหนัก” สนว่า
       “ผมว่านะครับ นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ชาวบ้านคงยอมมันในที่สุดแหละ ไม่มีใครว่างพอที่จะต่อสู้กับความ
       ถูกต้องหรอก ตราบใดที่ท้องยังหิว” ครูประสิทธิ์บอก
       “มันต้องมีวิธีสิครู...อย่างน้อยก็ต่อไปนี้เราต้องจัดเวรยามไว้คอยป้องกันเหตุร้าย” แสงดาวฮึดฮัด
       แสงจันทร์เห็นด้วย “พี่เห็นด้วยนะแสงดาว ไม่มีอะไรดีเท่ากับป้องกันตัวเอง”
       “อนามัยผมพร้อมรับคนเจ็บตลอด 24 ชั่วโมง...ผมเชื่อว่าพวกมันต้องกลับมาเล่นงานเราอีกแน่” นทีว่า
       มนต์เอ่ยขึ้น “ถ้างั้นผมจะเรียกประชุมชาวเกาะมุกให้จัดเวรยาม มีระบบป้องกันภัยของพวกเรากันเอง ตอนนี้ชาวบ้านอพยพไปอยู่ที่วัดกันแล้ว หลวงปู่ให้น้าบุญกู้ ช่วยเหลือตามมีตามเกิด”
       
       ทั่วบริเวณลานวัดตอนเช้าวันเดียวกัน มีกลุ่มชาวบ้านนั่งกอดเข่าจับกลุ่มหน้าเศร้า บ้างก็นั่งซึม บ้างก็ยังร้องไห้ มีสมบัติที่หอบขนมาได้วางอยู่ระเกะระกะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นของใช้ในครัวเรือน
       บุญกู้ปลอบ “อย่านั่งเสียใจกันเลย เสียแล้วเสียไป หาใหม่ดีกว่าช่วยกันหุงหาอาหารกินกันเถอะ โรงครัวของวัดยัง
       อาหารแห้ง ข้าวสารพอเลี้ยงพวกเราอีกหลายวัน”
       ประสิทธิ์ สน แสงดาว แสงจันทร์ นที มนต์ เดินมา สนเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังหนักแน่น
       “เราอยู่ที่เกาะมุกมานับแต่ปู่ ย่าตายายเป็นร้อยปี ไม่เคยพบกับความวิบัติฉิบหายอย่างนี้มาก่อน นี่เป็นเพราะ
       คนบนชายฝั่งมาขอซื้อที่จากพวกเรา พอพวกเราไม่ขายมันก็ส่งคนมาเผา...นี่คือสิ่งที่พวกมันให้กับเรา พวกเราจะต้องจําแล้วก็ท่องไว้ว่า เราจะไม่มีวันขายที่ดินแม้ เพียงเท่าฝ่ามือให้แก่พวกมัน ไม่อย่างนั้นมันก็จะยํ่ายี พวกเราได้ทั้งชีวิตลูกหลานวันหน้าของพวกเราจะลําบาก”
       ครูประสิทธิ์ถามเสียงดัง “รับปากได้มั้ยพวกเรา”
       ชาวบ้านขานรับกันเสียงขรม ชาวบ้าน 1 เสียงดังกว่าใคร “ข้าไม่มีวันขายที่ให้มัน จริงมั้ยพวกเรา”
       กลุ่มชาวบ้านเฮรับกัน
       แสงจันทร์ แสงดาว นทียิ้มให้กัน ก้อง สิงห์ มนต์ เดช ยืนอยู่ด้านหลัง หลวงปู่หาญเดินมาพอดี กลุ่มของก้องนั่งลงแล้วกราบ ชาวบ้านพากันกราบตาม
       “ทุกอย่างเป็ นอนิจจัง ตั้งอยู่ดับไปเป็นธรรมดา บ้านและข้าวของ หรือแม้กระทั่งชีวิตของโยมทุกคนก็เป็นอนิจจัง
       ไม่มีอะไรเที่ยง วันนี้อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเลวร้าย ขอให้คิดว่ากําลังได้รับธรรมะจากพระพุทธองค์อยู่ ความทุกข์เข้ามาในชีวิตเราได้ มันก็ต้องออกไปได้ ขอเพียงอย่างเดียว จิตใจของพวกโยมอย่าเศร้าหมอง จมอยู่ในความทุกข์ ถ้าจิตใจเศร้าหมองเมื่อไหร่ โยมจะไม่มีวันชนะความ ทุกข์ได้ ช่วยกันหุงหาอาหารเลี้ยงสังขาร อันเป็นเรือนของใจก่อนเถิด กายสบายใจสบายแล้วปัญญาจะเกิด”
       ประสิทธิ์เอ่ยขึ้น “ธรรมะของหลวงปู่ ประเสริฐจริงๆ ครับ...พวกเราสาธุ น้อมรับคําสอนของหลวงปู่ พร้อมๆกัน”
       ทุกคนยกมือที่พนมอยู่ขึ้นเหนือหัว เปล่งเสียงพร้อมกัน
       “สาธุ”
       
       คงคาได้รับโทรศัพท์จากฌฮียเม้งที่โทร.มารายงาน
       “อะไรนะเฮียเม้ง...เป็นไปได้ยังไง”
       หยาดฟ้ากับคํารณหันขวับไปไปที่คงคาทันที เห็นคงคาหน้าเครียดปิดโทรศัพท์หันมาหาสองคน
       “เฮียเม้งบอกว่าไฟไหม้ตลาดหมด”
       “ก็ดีแล้วนี่เสี่ย” หยาดฟ้าระรื่น
       “แต่ร้านของไอ้เป้าที่เธออยากได้ ไฟไม่ไหม้”
       “เป็นไปได้ยังไง ห่างกันไม่ถึงร้อยเมตร”
       “ฝนตกลงมาก่อน ไฟก็เลยดับ”
       “หยาดไม่อยากเชื่อว่าจะเป็ นความจริง”
       “นั่นสิพ่อ มันน่าจะอยู่ในนิยายมากกว่า”
       พร้อมพากานดาเข้ามา “ฉันไปที่ตลาดมา เห็นคนเกาะมุกอพยพกันมาที่ชายฝั่ง”
       คงคาย้อนถาม “แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะกานดา”
       หยาดฟ้าหัวเราะเยาะ “ประสาท”
       “ไฟไหม้เกาะมุก ฉันหวังว่าคงไม่ใช่ฝี มือพี่และทุกคนที่นี่หรอกนะ”
       “เพ้อเจ้อน่าแม่...ใครเขาจะไปทํายังงั้น แม่กลับไปนอนเถอะ”
       กานดาหันมามองคํารณน้อยใจจนน้ำตาคลอ
       “คํารณ รู้มั้ยว่าความทุกข์ที่สุดในหัวใจของคนเป็นแม่ก็คือเลี้ยงลูกให้ดีแล้วไม่ได้ดี...แกก็เป็นคนหนึ่งที่ทําให้แม่เป็นอย่างนั้น”
       คงคาสั่งเสียงเฉียบขาด “พร้อม...พาคุณผู้หญิงออกไป”
       “คุณผู้หญิงขา ไปพักที่เรือนเล็กเถอะค่ะ”
       พร้อมประคองกานดาออกไป พอพ้นห้อง หยาดฟ้าก็รีบถามขึ้นอย่างร้อนใจ
       “เสี่ย...แสดงว่าไอ้พวกเกาะมุกสงสัยเรา...นี่มันจะซัดทอดมาถึงเราหรือเปล่าเสี่ย”
       “ถ้าเธอริจะทําชั่วก็จงเชื่อมั่นในความชั่วของเธอหยาดฟ้า”
       หยาดฟ้าอึ้งนิ่งงั้นไป คงคาเดินผ่านหน้าทุกคนไป
       
       ฤทธิ์รู้เรื่องแล้ว บอกกับทุกคน
       “ถ้าเป็นอย่างทีเสี่ยเล่า แสดงว่าน้องๆ ของผมใช้พลังเทวดาช่วยให้เกาะมุกรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้”
       “หมายความว่าพลังเทวดาของแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน” คำรณสงสัย
       “ใช่ ถ้าหากประสานพลังกัน จะบันดาลให้เป็นไปตามที่ต้องการ ศัตรูไม่สามารถเอาชนะได้”
       คงคาถอนใจแล้วพูดอย่างหนักแน่น “ดี ที่นายบอกฉันตามตรง หวังว่านายจะเป็นพวกของฉันตลอดไป แล้วฉันนี่แหละจะเอาน้องของพวกแกมาเป็นพวกให้ได้ พลังเทวดาจะได้ประสานกันไม่ได้ เมื่อนั้นพลังเทวดาก็ไม่มีความหมาย”
       
       ฤทธิ์นิ่งงันไป
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
พายุเทวดา ตอนที่ 15
พายุเทวดา ตอนที่ 14
พายุเทวดา ตอนที่ 13
พายุเทวดา ตอนที่ 12
พายุเทวดา ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 17 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 16 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
5 %
ความคิดเห็นที่ 15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พายุเทวดาสนุกจุงเบย
เด่นภุมรีนทรเฟชรวง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่5ช้าไป5ชาติ
ใจคนรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนอัพตกส้วมอยู่เหรอค่ะ. 2วันแหละ ช้าไปป่ะ
เซ็ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่ 5

คงคาหัวเสียหนักเมื่อฤทธิ์กลับมาเล่าว่าอาจารย์คล้ามจัดการหลวงปู่หาญไม่ สำเร็จ ส่วนคำรณรู้อย่างนี้ก็ไม่อยากจะเรียนวิชาจากอาจารย์คล้ามแล้ว

แต่ คงคาอยากเอาชนะหลวงปู่หาญเพื่อตั้งตนเป็นใหญ่ในเกาะมุกให้ได้ จึงชวนฤทธิ์ไปที่เกาะหัวสิงห์อีกครั้ง ส่วนหยาดฟ้ากับคำรณให้ไปหว่านล้อมชาวบ้านที่มาพักพิงที่โรงแรมริมหาด อย่าให้พวกมันเปลี่ยนใจกลับไปรวมกลุ่มกับคนที่วัดเกาะมุกใต้

คงคากับฤทธิ์เดินทางไปยังเกาะหัวสิงห์โดยการนำของโชติเหมือนเดิม ทุกคนเกือบได้รับอันตรายจากบริวารของอาจารย์คล้ามเพียงเพราะคงคาตกใจ
ชักปืนออกมายิง

โชติเตือนคงคาก่อนจะพากันเข้าไปพบอาจารย์คล้ามในถ้ำ แล้วตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา

“เสี่ยเขาสงสัยว่าทำไมอาจารย์จึงจัดการไม่สำเร็จ”

“ใครก็ทำไม่สำเร็จหรอก ยกเว้นจะลวงไอ้หาญออกมาจากเกาะนั้น”

“ทำไม” คงคาสงสัย

“เกาะ มุกเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ มีพลังของเทพปกปักรักษาอยู่ ถึงแม้พวกเจ้าจะคิดทำอะไรก็จะสำเร็จแต่เพียงช่วงสั้นๆ ต่อไปก็ต้องพ่ายแพ้แก่คนเกาะมุก”

“ไม่มีทางอื่นเลยเหรอ”

“มี ต้องทำให้พลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์สูญสลายไปจากเกาะมุก ทำให้คนเกาะมุกมันไม่อยู่ในศีลในธรรม ทำให้มันพากันโลภ ทำให้มันตกอยู่ในห้วงแห่งอบายมุข... เมื่อนั้นพลังของมารก็จะชนะ”

“ผมเข้าใจแล้ว...มีอีกเรื่องหนึ่ง ผมต้องการให้อาจารย์สอนวิชาต่างๆ ให้แก่พวกผม เพื่อจะได้เอาชนะพลังเทวดาของลูกศิษย์หลวงปู่หาญ”

“ได้สิ”

“อาจารย์ไปกับผมนะครับ ผมรับรองว่าจะดูแลอาจารย์ให้ดีที่สุด จะได้ต่อสู้กับศัตรูของอาจารย์ได้อย่างเต็มที่ไงครับ”

แทน คำตอบ อาจารย์คล้ามหัวเราะลั่น ไล่ทุกคนกลับไป คงคากับฤทธิ์ไม่ค่อยพอใจแต่โชติรีบกระตุ้นให้ออกไป เพราะไม่มีใครบังคับอาจารย์ได้...แต่แล้วขณะที่ทั้งสามคนกำลังตรงไปที่ ชายหาด อาจารย์คล้ามปรากฏตัวตรงหน้าอย่างฉับพลัน

ทุกคนตะลึงคาดไม่ถึง โชติถามว่าอาจารย์มาได้ยังไง

“เอ็งเชิญข้ามาที่นี่ไม่ใช่รึ”

คงคายิ้มดีใจ เช่นเดียวกับฤทธิ์ ทั้งสองยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์ที่เมตตา

“ถึงผมจะมีพลังเทวดาแต่ผมก็ขอฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์ด้วยคนนะครับ” ฤทธิ์พนมมือนอบน้อม

“ข้า ต้องการทำให้พวกเอ็งรู้ว่าเพราะข้าตายไปแล้วนี่แหละ ข้าถึงไปไหนมาไหนได้ หากเอ็งต้องการพบข้าก็ส่งจิตมา ข้าก็จะมา เว้นแต่ว่า...ไม่มีใครเติมน้ำผึ้งให้ข้า ข้าก็จะมาในรูปกายสังขารแบบนี้ไม่ได้ ฝากตัวเป็นศิษย์ข้าแล้ว รับปากข้าแล้วว่าจะให้คนไปเติมน้ำผึ้งในกายสังขารข้า...อย่าบิดพลิ้ว ไม่งั้นตายหมด”

อาจารย์คล้ามกระชากคอเสื้อคงคาอย่างเอาจริง ดวงตาแดงจัดเป็นสีเลือด แล้วค่อยๆวูบหายไป ท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งสามคน

ooooooo

คืน วันถัดมา หยาดฟ้านัดส่งยาเสพติดแก่ลูกค้าที่กรุงเทพฯ โดยให้คำรณเป็นตัวตั้งตัวตีทั้งที่เขาไม่รู้ว่าพ่อทำธุรกิจอะไรกันแน่ แต่คงไม่ใช่เรื่องดี

สารวัตร ดาริน และเนตรทรายได้รับแจ้งจากสายข่าวจึงวางแผนจับกุมคนร้ายในสนามมวย โดยดารินมาพร้อมเทวาและปลาดุกที่ตั้งใจมาชกมวยล่าเงินรางวัล ดารินทำเหมือนไม่รู้เรื่องจับกุมคนร้าย เพื่อไม่ให้เทวาสงสัย แต่ยอมให้เขาช่วยเหลือเมื่ออยู่ในภาวะคับขัน

คำรณกับหยาดฟ้าเจ็บใจมาก ที่แผนส่งยาเสพติดพังพาบไม่เป็นท่า แถมพวกเขายังเกือบเอาตัวไม่รอด ต้องเผ่นหนีกันหัวซุกหัวซุน ด้านดารินกับเทวาและปลาดุกที่พากันวิ่งหนีไปอีกทาง ทุกคนเหนื่อยหอบ ดารินทำเป็นบ่นอย่างเซ็งๆ

“ไม่คิดเลยว่าจะเจอเหตุการณ์บ้าๆ แบบนี้”

“ก็เป็นเพราะเธอนั่นแหละ เซ่อซ่าไปชนเขาเข้าเลยเกิดเรื่อง”

“ใครจะคิดล่ะว่ามันเป็นแก๊งอะไรไม่รู้ มีปืนด้วย ทำไมถึงเข้ามาในสนามได้ ปกติเขาตรวจไม่ใช่เหรอ”

“บ่อย ไป ค่ายมวยพ่อฉันก็เคยโดนดักยิงคาสนามมวยแบบนี้แหละ มันอาจจะซ่อนอาวุธไว้ก่อนที่จะมีการตรวจก็ได้ แต่พวกตำรวจน่ะนะน่าจะรู้กันกับทางสนามมวย” ปลาดุกอธิบาย

“นี่ถ้าผมไม่ไปช่วยไว้ คุณคงแย่เหมือนกัน”

“ขอบใจ” ดารินเอ่ยเบาๆ เทวายิ้มกริ่ม ขอเปลี่ยนคำขอบใจเป็นอย่างอื่นได้ไหม เช่นเลี้ยงข้าวสักมื้อ คนเดียวก็พอ ปลาดุกไม่ต้อง

“เฮ้ย! ได้ไง เรามีกันสามคน เราก็ต้องกินสามคน”

“จะกี่คนฉันก็ยินดี แต่ว่าคืนนี้ขอทำงานก่อนนะ”

“ทำงาน” เทวาทวนคำอย่างไม่เข้าใจ แต่พอดารินเดินทิ้งสะโพกยั่วยวนไปที่รถยนต์คันหนึ่งแล้วเจรจากับชายในรถก่อน ขึ้นไปนั่งหน้าแฉล้ม ทั้งเทวาและปลาดุกก็ถึงบางอ้อทันที

“ดีเหมือนกันที่หล่อนทำให้นายเห็นว่ามีอาชีพอย่างนี้จริงๆ นายจะได้ตัดใจซะ ผู้หญิงดีๆ มีทั้งโลกนายไม่มอง ดันไปมองผู้หญิงหากิน”

ฟังปลาดุกพูดแล้วเทวาถึงกับนิ่งอึ้ง มองตามรถคันนั้นไปตาละห้อย...

ที่แท้ ผู้ชายในรถคือหัวหน้าของดาริน...เขาและเธอเล่นละครได้แนบเนียนมาก แต่พอกลับถึงบ้านดารินเกือบทำให้แม่จับได้ว่าไปเสี่ยงตายจับคนร้ายมา
ดา รินโกหกแม่ว่าตนไปทำงานให้เจ้านายจริงๆ มณีที่แอบได้ยินลูกสาวคุยกับบุญเกิดก่อนหน้านี้ไม่เชื่อ เธอขอร้องให้ลูกลาออกจากราชการตำรวจ เพราะกลัวจะมีจุดจบเหมือนพ่อ

“แม่ขา...รินไม่มีวันเป็นอะไรหรอกค่ะ วิญญาณของพ่อคุ้มครองรินอยู่ตลอดเวลา แม่เชื่อมั่นในตัวรินนะคะ”

“แม่รักริน แล้วแม่ก็ไม่อยากให้รินต้องจากแม่ไป”

สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ เนตรทรายยืนมองด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

เช้า วันใหม่ หนังสือพิมพ์ลงข่าวตำรวจจับยาเสพติดนับร้อยล้าน คงคาเห็นข่าวแล้วอารมณ์เสีย ตำหนิคำรณกับหยาดฟ้าที่ทำงานพลาด หลังจากนั้นเปลี่ยนเรื่องไปที่ฤทธิ์ ยังไงเรื่องครอบครองเกาะมุกก็ยังอยู่ในหัวคงคาตลอดเวลา

คงคาวางหมากให้ฤทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนันที่เกาะมุกเพื่อเอื้อประโยชน์ต่างๆให้ตนตามต้องการ เฮียเม้งเป็นตัวตั้งตัวตีพาฤทธิ์หาเสียงไปทั่ว
เกาะมุก เป้ารับไม่ได้ มารวมตัวกับพวกครูประสิทธิ์และลงความเห็นให้สนคนเก่าคนแก่ของเกาะลงสมัครแข่งกับฤทธิ์

การ หาเสียงของสองฝ่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นขึ้นทุกวัน ชาวบ้านให้ความสนใจสนมากกว่าฤทธิ์ เมื่อคงคารู้ข่าวจากเฮียเม้งว่าฤทธิ์เป็นรองจึงสั่งให้คำรณจัดการสนขั้นเด็ด ขาด

ขณะที่เกาะมุกอยู่ในภาวะวุ่นวาย...เทวามีโอกาสไปที่บ้านพ่อของปลาดุก ซึ่งเปิดเป็นค่ายมวย พ่อเห็นหน่วยก้านของเทวาก็รู้สึกพอใจ แต่ไม่ทันคุยอะไรกันดารินขับรถมาจอดหน้าบ้าน

ปลาดุกคาดไม่ถึง วิ่งออกไปที่รถ พ่อเลยเข้าใจผิด หันมาถามเทวาว่า

“แฟนไอ้ดุกมันเหรอคุณ”

“ไม่ใช่ครับ เพื่อนกันทั้งนั้น นี่ผมยังงงอยู่เลยว่าเขามาได้ยังไง”

ดารินเดินหน้าแฉล้มเข้ามายอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ฉันแอบสะกดรอยนายสองคนมาน่ะสิ”

“เธอเนี่ยนะ ทำตัวยังกะนักสืบ แล้วจะมาวุ่นวายอะไรกับเขา”

“ฉันจะมาสมัครเป็นนักมวย”

“อีหนู...เอ็งเนี่ยเหรอจะเป็นนักมวย”

ดารินยิ้มรับ นึกในใจว่าคนพวกนี้ไม่รู้จักฝีมือตนซะแล้ว

นิล...พ่อ ของปลาดุกซ้อมหมัดมวยให้เทวาและดาริน ปรากฏว่าทั้งคู่ฝีมือไม่เลว ดารินแข็งแรงไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอก เตะต่อยคล่องตัวราวกับได้รับการฝึกฝนมาก่อน

ดารินทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ ใกล้ชิดเทวา เพราะเธอต้องการให้เขานำพาไปเกาะมุกฐานะคนในท้องที่ พอเธอกลับมาเล่าให้เนตรทรายฟัง กลับโดนเพื่อนสาวกระเซ้ายิ้มๆ ว่า

“เขา เป็นนักมวย เธอก็ต้องเป็นนักมวย ดีนะที่เขาไม่อยากเป็นอย่างอื่น ไม่งั้นเพื่อนรักของฉันคงต้องไปทำอีกสารพัดอย่าง ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันไม่รอให้หัวหน้าอนุมัติหรอก”

“ยังไง”

“ลาออก...เดินหน้า...แล้วความฝันจะเป็นจริง”

ดารินสนใจ แต่บอกเพื่อนรักว่าตนขอตัดสินใจให้รอบคอบอีกที

ooooooo

หลังได้รับคำสั่งจากบิดาเมื่อวันก่อน...ค่ำวันนี้คำรณได้ส่งมือปืนหลายคนไปเด็ดหัวสนที่กำลังหาเสียงอยู่กับชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง

สนถูกยิงล้มคว่ำท่ามกลางความแตกตื่นของ

ชาว บ้านและลูกสาวสองคน โชคดีที่หมอนทีอยู่ด้วย เขาช่วยเหลือสนเบื้องต้นแล้วเร่งส่งตัวลงเรือเพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาล โดยมีมนต์ ก้อง เดช และสิงห์จัดหาเรือมา ซึ่งมีแต่เรือประมง ทำให้การเดินทางต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง

ทุกคนเป็นห่วงสนมาก เพราะอาการเขาแย่ลงทุกที ที่สุดพวกมนต์ตัดสินใจรวมพลังเทวดาเผื่อจะช่วยเหลือสนได้บ้าง พลันเทวาที่กำลังซ้อมมวยอยู่กับนิลก็รู้สึกเจ็บหน้าอก ทรุดลงนั่งสมาธิจนคนรอบข้างงุนงงสงสัยว่าเขาเป็นใคร ขณะเดียวกันดารินที่ฝึกซ้อมอยู่อีกทางก็รู้สึกหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม

“ปลาดุก ทำไมฉันหายใจไม่ออก”

“เอ้า เป็นอีกคน อุปทานหมู่มั้ง เดี๋ยวไอ้ดุกก็เป็นมั่งหรอก”

ดา รินกุมหน้าอก ผ่อนลมหายใจยาว ส่วนเทวานั่งหลับตาทำสมาธิ รับรู้ถึงพลังเทวดาของพี่น้องแน่ใจว่าพวกเขาต้องการพลังลมสลาตันของตน จึงส่งจิตไปถึงในทันที

ปรากฏว่าเรือประมงที่กำลังมุ่งหน้าพาสนไปโรง พยาบาลที่อยู่อีกฝั่ง จากที่แล่นช้ามากกลายเป็นแล่นฉิวราวกับมีพลังผลักดัน นี่เองทำให้มนต์ สิงห์ ก้องและเดชเชื่อว่าเป็นพลังลมสลาตันของเทวาที่ส่งมา

ใน ที่สุด สนถึงโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที โดยมีลูกสาวและสี่หนุ่ม รวมทั้งครูประสิทธิ์และหมอนทีรอคอยฟังผลอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน แล้วครู่ต่อมาประสิทธิ์กับมนต์ก็เลี่ยงไปคุยกันมุมหนึ่ง

“ผมได้ยินเรื่องพลังเทวดามาบ้าง เข้าใจว่าเป็นอภินิหารหลวงปู่ เพิ่งประจักษ์กับตาวันนี้”

“ใช้ได้ ในเวลาคับขันเท่านั้นครับครู ยังไงก็ปิดเป็นความลับด้วย ผมไม่อยากให้คนแตกตื่น เพราะบางทีพวกผมก็ทำไม่ได้ คนจะคาดหวังกับผมแล้วหาว่าผมหลอกลวง”

“เข้าใจครับ” ประสิทธิ์รับปากแล้วเดินไปที่แสง–ดาวกับแสงจันทร์ที่ต้องการอยู่รอดูอาการของพ่อ

“ถ้า งั้นผมว่าพวกเรากลับเกาะมุกกันเถอะ ก่อนที่ไอ้พวกเลวโดยชาติกำเนิดมันจะย่ำยีเกาะมุกมากกว่านี้” หมอนทีเอ่ยขึ้น ปรากฏว่าก้องขานรับทันที

“ไปสิหมอ ผมน่ะบ้าพลัง แต่วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย อย่าให้เจอตัวพวกมันนะ เอาให้จมดินเลย”

ก้องไม่พูดเปล่า ทุบอกตัวเองโชว์พลังอย่างคึกคัก

ooooooo

ที่ค่ายมวยของนิล...ดารินยังอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เทวาแทบไม่มีอาการปวดหัวหลงเหลือแล้ว

“แข็ง แรงดี ทำไมเป็นลมขึ้นมาวะ ส่วนไอ้เจ้านี่ก็ชกมวยอยู่ดีๆ ก็นั่งสมาธิเฉยเลย แปลกวุ้ย...ข้าว่านังดุกมันแปลกแล้วนะ เอ็งสองคนแปลกกว่าอีก” นิลบ่นอุบ

“เดี๋ยวผมก็หาย”

“กลับกันเถอะเทวา” ดารินยันลุกขึ้น

“กลับสิครับ ปลาดุกอยู่กับพ่อนะ ไม่ต้องไปแล้ว เราสองคนจะมาซ้อมมวยบ่อยๆ หรือไม่ก็โทร.ไปที่ห้องก็ได้”

ปลาดุกพยักหน้าให้เพื่อนทั้งสองคน...

ดารินขับรถออกไปได้สักพักก็หยุดเข้าข้างทางเหมือนมีบางอย่างค้างคาใจ เธอจ้องหน้าเทวาที่นั่งข้างกันก่อนตัดสินใจถามขึ้นมา

“นายเป็นอะไร...แล้วฉันเป็นอะไร”

“ถามแปลก”

“ฉันอยากรู้...เวลาที่นายนั่งสมาธิในเวลาคับขัน...

เอ้อ...ฉันจะพูดยังไงล่ะ ลมมันมา แล้วนายก็นั่งสมาธิแล้วฉันก็หวิวๆ เหมือนจะเป็นลม ต้องผ่อนลมหายใจเหมือนจะนั่งสมาธิบ้างทุกที”

เทวามองหน้าดารินนิ่งนาน จนดารินถามอีกครั้ง

“ตอบสิ...นายตอบ”

“ผมไม่รู้...รู้แต่ว่าทุกครั้งที่ผมอยู่ใกล้คุณ ผมมีพลังพิเศษ ใจมันตื่น เนื้อตัวมันพร้อมจะต่อสู้ ไม่อ่อนแรงเหมือนเวลาอยู่คนเดียว”

สองคนสบตากันนิ่ง ดารินนึกในใจว่าเขาเป็นคนเดียวเสียเมื่อไหร่ เธอเองก็เป็น แต่เธอไม่กล้าบอกเขา

“ดาริน...” เทวาพึมพำพลางจับมือหญิงสาวมากุมไว้

ดารินได้สติ รีบตัดบท“แค่นั้นใช่ไหม ฉันจะได้รู้ไว้ว่านายเป็นยังไง แล้วก็เอามือออกไปได้แล้ว”

เทวาปล่อยมือโดยดี ดารินนิ่งขรึม ขับรถต่อไป...

ส่วน ที่โรงพยาบาล แสงดาวกับแสงจันทร์ดีใจมากเมื่อหมอออกจากห้องผ่าตัดมาบอกว่าคนเจ็บปลอดภัย แล้ว แต่ต้องพักฟื้นอีกเป็นเดือน...แต่ขณะเดียวกัน คนที่กำลังโมโหโกรธาก็คือเสี่ยคงคา

“ผมทำตามแผนของคุณคำรณทุกอย่าง ยิงแล้วก็มาขึ้นเรือ ให้ไอ้พวกมือปืนมันยิงก่อกวนจนไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิงนายสน”

“ป่านนี้มันคงตายกันหมดแล้วมั้งครับ คุณคำรณสั่งมือปืนมาจากหลายซุ้ม”

“ใช่...ไม่น่ารอด”

พัน ธง และศรช่วยกันยืนยันโดยไม่รู้ความจริงที่เสี่ยคงคาทราบข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว

“พวกเอ็งสิตายหมด เรือคว่ำ ฟ้าผ่า ฝนดันมาตกเอาตอนยิงกัน หมายความว่ายังไง นี่ถ้าไม่เหลือรอดมาสองคนฉันคงไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น”

ทั้ง สามคนหน้าซีดเผือด เช่นเดียวกับคำรณที่โพล่งขึ้นว่าไม่น่าเชื่อ เป็นไปได้ยังไง ซึ่งคนที่ตอบคำถามนี้ได้ก็คือฤทธิ์นั่นเอง ฤทธิ์เชื่อว่าเป็นเพราะน้องๆ ของตนใช้พลังเทวดา...

จากไทยรัฐคร้า....
แก้ขัด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอตอนที่5มาเป็นปีแล้วเด้อ
คนอ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าจะนานขนาดนี้นะ!!!! ต้องชดเชยให้ด้วยแหละ
รอนานแระ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
555555555555555555
d
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนอัพเข้าโรงพยาบาลเหรอ
น่าเบื่อจริง
รอๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ีรอตอนที่ 5 มาสองวันแล้วเน้อ
ทำงานมั่งเหอะ
เมรี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอม... จงมา ตอนที่ 5 ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คอละคร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่5เมื่อไรจะมาเอ่ยยยย
monday_janejane007@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่5เมื่อไรจะมาาาา
Janejaneffc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่5 มะไหร่จะมาค๊าบ
Bocus
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ทราบว่าลงเวลาไหนบ้างคะจะได้มาอ่านทัน
ไม่รุเวลา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออยู่น๊า.....
คนรออ่าน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014