หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ลูกทาส

ลูกทาส ตอนที่ 10

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2557 17:08 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ลูกทาส ตอนที่ 10
       ลูกทาส ตอนที่ 10
       
       น้ำทิพย์กำลังให้กิ่งดูใบบัว ที่มีปอยผมของแก้วที่ตัดออกมาตอนโกนหัวบวชอยู่ กิ่งในอาการป่วยหนัก หยิบปอยผมของแก้วมาดูด้วยความปลาบปลื้มใจ น้ำตาคลอ
       
       "บุญเหลือเกิน บุญของอีกิ่งเหลือเกิน ไม่นึกเลย ว่าจะได้เกาะชายผ้าเหลืองของพระขึ้นสวรรค์"
       น้ำทิพย์ยิ้มปลื้มใจ
       "พระแก้วยังฝากมาบอกป้ากิ่งด้วยนะจ๊ะ ว่าให้ป้าอดทนรักษาตัวให้หาย จะได้ไปตักบาตรพระอย่างที่ป้าเคยตั้งใจเอาไว้"
       กิ่งน้ำตาคลอ
       "เจ้าค่ะ บ่าวจะทำตาม บ่าวจะต้องได้เห็นชายผ้าเหลืองของพระ ได้ทำบุญตักบาตรให้พระสักครั้งก็ยังดี"
       "คิดอย่างนี้ก็ดีแล้วล่ะจ้ะ ป้ากิ่งจะได้มีกำลังใจรักษาตัวให้หาย ฉันเองเสียดายเหลือเกิน ที่ไม่ได้ร่วมทำบุญในงานบวชของพระ เพราะคุณพ่อท่านห้ามขาดไม่ให้ฉันไป คุณพ่อท่านทิฐิแรงนัก กระทั่งบวชเป็นพระแล้ว ก็ยังไม่ละอาฆาตอีก"
       น้ำทิพย์สีหน้าเศร้าๆ มองเห็นแต่อุปสรรคข้างหน้าระหว่างตัวเธอกับแก้ว
       
       ตอนหัวค่ำ พระยาไชยากรกำลังคุยกับมาโนชอยู่ที่หน้าระเบียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
       " จีวร ไม่ช่วยให้เลือดทาสในกายมันจางลงดอก อาจะไม่มีวันยอมปล่อยไอ้แก้วไปเด็ดขาด"
       "แต่มันบวชอยู่ เราก็ทำอะไรไม่ถนัดนะขอรับ คงต้องรอให้สึกเสียก่อน"
       "ข้อนั้นอารู้ดี แต่ระหว่างที่เราสองคนไปราชการกับท่านเจ้าพระยารัตนบดินทร์ อาเกรงว่าไอ้แก้วจะใช้ผ้าเหลืองบังกาย มาหาแม่มันน่ะสิ"
       "มันจะกล้ามาเหยียบถึงเรือนเราเลยหรือขอรับ"
       "นางกิ่งทรุดหนัก ไอ้แก้วมันอาจจะเสี่ยงมาก็ได้ บางที อาจจะเป็นแผนการของไอ้แก้วที่บวชเพื่อจะหาทางกลับมาหาแม่ของมัน"
       ถ้าอย่างนั้น กระผมจะกำชับไอ้พลอยไอ้เข้ม ไม่ให้ไอ้แก้วผ่านเข้าเขตบ้านมาเด็ดขาด ถึงขั้นนี้แล้ว จะให้เห็นแก่เพียงผ้าเหลืองได้อย่างไร"
       ทั้งพระยาไชยากร และมาโนช ต่างมีแววตาถมึงทึง สีหน้าเหี้ยมเกรียม
       
       บุญเจิมซึ่งอยู่ในกรงขัง ก้มลงกราบพระแก้วที่มาเยี่ยมตอนสายวันใหม่ โดยมีคอกยืนอยู่ข้างหลังพระ
       " อีชั้นปลื้มใจเหลือเกินเจ้าค่ะ ที่หลวงพี่แวะมาโปรดให้อีชั้นได้เห็นชายผ้าเหลือง ถึงอีชั้นตาย ก็ตายอย่างอิ่มบุญแล้วเจ้าค่ะ"
       คอกยิ้มแย้ม
       "หลวงพี่บวชตั้งสามพรรษา ยังมาให้เอ็งเห็นอีกหลายครั้ง เอ็งไม่ต้องกลัวไปดอกนังเจิม"
       บุญเจิมนึกไม่ถึง
       "สามพรรษาเชียวรึเจ้าคะ"
       "อาตมาตั้งใจจะเล่าเรียนให้ได้เปรียญซักสามประโยคด้วย ก็เลยต้องบวชนานสักหน่อย"
       บุญเจิมดีใจ
       "บวชตั้งสามพรรษา กุศลแรงนัก แบ่งบุญให้อีชั้นบ้างนะเจ้าคะ อีชั้นจะมีบาปน้อยลงบ้าง"
       "บุญต้องแบ่งให้อยู่แล้ว แต่กับข้าวกับปลาดีๆก็มีให้ทุกวันเช่นกัน เอ็งอิ่มหมีพีมันแน่นังเจิมเอ๊ย"
       แก้วปราม
       "โยมคอก"
       คอกยิ้มแหยๆ
       "ขอโทษขอรับหลวงพี่"
       " วันๆมีคนตักบาตรให้หลวงพี่มากนักรึ ถึงมีมาแบ่งให้ข้าได้"
       "คนตักบาตรถวายเพลมีไม่กี่คนดอก แต่กับข้าวกับปลาที่เอามาถวายน่ะสิ เลี้ยงพระได้ทั้งวัดเลยเชียว" คอกพูดแล้วแอบขำๆ
       แก้วอึดอัดใจมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
       
       ภายในหอฉันภายในวัด อาหารมากมายทั้งคาวหวาน รวมๆกันสิบกว่าอย่าง วางเรียงกันเต็มไปหมด
       น้อมลอยหน้าลอยตายิ้มแย้ม เพราะเป็นคนถวายอาหารทั้งหมดให้พระแก้ว โดยมีนิ่ม และอบเชยนั่งอยู่ใกล้ๆ
       คอกนั่งอยู่ใกล้ๆแก้ว มองดูอาหาร แล้วชำเลืองมองแก้วแบบขำๆ แก้วกระอักกระอ่วนสุดๆ ไม่รู้จะทำยังไง เป็นพระ ทำอะไรมากก็ไม่ได้ ในขณะที่พระรูปอื่นๆ มีอาหารฉันเล็กน้อยแค่พออิ่ม แต่พระแก้วมีเหลือเฟือสุดๆ
       น้อมยิ้มแย้มบอก
       "ฉันสิเจ้าคะ ฉันเยอะๆเลย ถ้าอยากได้อะไรก็บอกอีชั้นได้เลยนะเจ้าคะ อีชั้นจะหามาถวายทุกอย่างเลยเจ้าค่ะ"
       แก้วหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติให้สำรวมที่สุดแล้วบอก
       "ขอบใจสีกาน้อมมาก แต่การที่อาตมาปรารถนาสิ่งใดให้บอกนั้น เป็นการขัดเจตจำนงขององค์พระบรมศาสดา ที่กำหนดไม่ให้พระมัวเมาในเรื่องรูปเรื่องรส อาตมาหาทำเช่นนั้นได้ไม่"
       "ท่านบวชสั้นๆจะเคร่งไปถึงไหนกันเจ้าคะ ยังไง ก็ไม่สำเร็จอรหันต์ไปได้ดอกเจ้าค่ะ"
       น้อมพูดพลางหัวเราะคิกๆ นิ่มอายมาก
       "แม่ พูดอะไรอย่างนั้นกันจ๊ะ นี่ต่อหน้าพระนะ"
       "ท่านก็ไม่เห็นว่าอะไรเลย แม่นิ่มกลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง"
       น้อมทิ้งค้อนใส่ลูกสาว
       แก้วถอนใจ แล้วพยายามสอนต่อ
       "อันการบวชนั้น มาจากคำว่า “ปวช” แปลว่าไปให้หมดสิ้นจากบ้านเรือน สมัยพุทธกาล ย่อมหมายถึง
       การไม่สึก เว้นแต่ทำผิดธรรมวินัยเท่านั้น มีแต่สมัยนี้ ที่เมืองเรากำหนดให้บวชเป็นพรรษาๆไป ซึ่งอาตมาเห็นว่า ยิ่งมีเวลาบวชน้อยเท่าใด ภิกษุยิ่งควรเคร่งในธรรมวินัยมากเท่านั้น"
       อบเชยยกมือไหว้
       "สาธุ หลวงพี่พูดถูกแล้วเจ้าค่ะ ...ป้าได้ยินแล้ว ก็อย่าเที่ยวถามพระอย่างนี้อีกนะ"
       น้อมหันไปแยกเขี้ยวใส่อบเชย ก่อนจะหันมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้พระแก้ว
       "บวชยังไม่ทันไร ดูรอบรู้ไปเสียหมดเช่นนี้ พอดีพอร้ายท่านเกิดบวชไม่สึกจะว่ายังไง มิทำให้คนอื่นเค้าต้องแอบนอนร้องไห้คิดถึงเอาหรือเจ้าคะ"
       น้อมชม้ายชายตาให้พระแก้ว คอกกลั้นหัวเราะสุดๆ พระแก้วพูดอะไรไม่ออก หมดปัญญาสอนน้อมจริงๆ
       
       เวลาบ่าย น้ำทิพย์กำลังให้ทาสต้มยา ทายาให้แก่กลุ่มทาสที่ถูกเฆี่ยนตี
       "ใครที่ถูกเฆี่ยนโบย ฉันอนุญาตให้พักรักษาตัวจนกว่าจะหาย ไม่ต้องทำงานทำการอะไรทั้งนั้นนะ"
       พวกทาสที่ถูกเฆี่ยน พากันดีใจยกมือไหว้น้ำทิพย์กันเป็นแถว
       ทาส 1ยกมือไหว้
       "ขอบพระคุณมากขอรับคุณน้ำทิพย์"
       ทาส 2 คลานเข้าไปกอดเข่าน้ำทิพย์ถาม
       "คุณน้ำทิพย์เจ้าขา ตกลงเรื่องลูกทาสที่เกิดปีมะโรงสัมฤทธิศกได้เป็นไท เป็นเรื่องจริงหรือไม่เจ้าคะ
       ถ้าไม่จริง เหตุใดชาวบ้านร้านตลาดถึงได้เอาไปพูดกัน แต่ถ้าจริง ทำไมคุณมาโนชถึงต้องเฆี่ยนพวกบ่าวด้วยล่ะเจ้าคะ"
       น้ำทิพย์หน้าเสีย อึกๆอักๆไม่รู้จะตอบยังไง
       ทาส 1 ปราม)
       "เอ็งถามคุณน้ำทิพย์อย่างนี้ได้ยังไง อยากถูกเฆี่ยนอีกรึ"
       
       ทาส 2 จ๋อยไปทันที กลัวถูกเฆี่ยนจนลนลานไปหมด น้ำทิพย์เห็นสภาพพวกทาสแล้ว ก็ยิ่งสงสารจับใจ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง

ลูกทาส ตอนที่ 10
       หน้าเรือนพระยาไชยากรตอนหัวค่ำ น้ำทิพย์เดินมาที่ห้องนอนของตน สวนกับทาสหญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านมา
       
       "ทองก้อน เห็นนมอ้อนบ้างหรือไม่ ฉันไม่เห็นตั้งแต่เย็นแล้ว"
       ทาส 1 คุกเข่าลงตอบ
       "มีคนมาบอกคุณนม ว่าหลานชายป่วยหนัก คุณนมก็เลยรีบไปเยี่ยมเจ้าค่ะ คุณนมไม่ได้เรียนคุณน้ำทิพย์หรือเจ้าคะ "
       "ไม่นี่ คงจะป่วยหนักจริงๆ นมอ้อนถึงได้ไปโดยไม่ทันบอกฉัน มีงานอะไรก็ไปทำเถอะ"
       "เจ้าค่ะ"
       ทาส 1 เดินเลี่ยงไป น้ำทิพย์ก็เปิดประตูเข้าห้องนอนไป
       พอเข้าไปก็ปิดประตูห้อง มาโนชซึ่งแอบอยู่ ก็เข้ามาโอบเอวน้ำทิพย์ทันที น้ำทิพย์ตกใจสุดๆ รีบสะบัดตัวหนี
       "พี่มาโนช"
       มาโนชยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปใส่กลอนประตู ไม่ให้คนจากข้างนอกเข้ามา
       "ออกไปเดี๋ยวนี้นะพี่มาโนช ไม่งั้นฉันจะร้องให้ลั่นเรือน"
       มาโนชหัวเราะสะใจ
       "ถ้าอยากร้องก็ร้องเลย พี่ก็อยากรู้นักว่าใครจะมาช่วย ถ้าหวังว่าอีแก่อ้อนจะเข้ามาขวางอย่างทุกครั้ง ก็เลิกคิดเสีย เถอะ เพราะพี่ให้คนหลอกอีแก่นั่นกลับบ้านมันไปแล้ว"
       น้ำทิพย์ตกใจมาก
       "นี่แผนการพี่เองรึ เลวร้าย เจ้าแผนการที่สุด"
       มาโนชตะคอกใส่
       "ใช่สิ คู่หมั้นอย่างพี่มันเลว ต้องไอ้ทาสลูกนังกิ่งใช่หรือไม่ ถึงจะเป็นคนดี"
       มาโนชยิ้มร้ายๆเดินย่างสามขุมเข้ามาหา
       "พี่รอวันนี้มานานแล้ว รอจนน้องตายใจว่าพี่ไม่กล้า แต่ให้พ้นวันนี้ไปก่อนเถอะ ฝ่ายที่ต้องไล่ตามจะไม่ใช่พี่อีกต่อไป เพราะถึงคราวที่น้องต้องงอนง้อพี่บ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกตราหน้าว่าโดนผัวทิ้งยังไงล่ะ"
       น้ำทิพย์โมโหสุดขีด
       "ไม่มีวัน ฉันยอมตายเสียดีกว่าต้องตกเป็นเมียคนชั่วช้าอย่างพี่"
       มาโนชตะคอก
       "ชั่วยังไง ก็ไม่ใฝ่ต่ำทอดตัวไปหาทาสอย่างคุณน้ำทิพย์ดอกขอรับ ลูกสาวคนเดียวของพระยาไชยากร แล่นไปหาทาสถึงเรือนขัง ไอ้แก้วมันคงถึงอกถึงใจมากกระมัง ถึงไม่อยากมีผัวผู้ดีอย่างพี่"
       น้ำทิพย์โมโหสุดขีด ตบหน้ามาโนชเข้าไปเต็มๆ เขาตรงเข้าปลุกปล้ำน้ำทิพย์ทันที น้ำทิพย์สู้สุดใจหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดๆ
       
       พระแก้วกำลังอ่านหนังสือธรรมะเพื่อหาความรู้ในการสอบเปรียญอยู่ ในขณะที่คอกกำลังเติมน้ำร้อนใส่กาชาให้พระแก้วอยู่ แก้วอ่านหนังสือไปก็รู้สึกร้อนรุ่ม กระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิเหมือนเคย พระแก้วพยายามรวบรวมสมาธิหันไปอ่านหนังสือต่อ ก็ไม่มีสมาธิอ่านไม่เข้าใจจนต้องปิดหนังสือ
       คอกจับสังเกตท่าทางแก้ว
       "ร้อนหรือขอรับหลวงพี่ กระผมไปตักน้ำเย็นๆมาให้ลูบหน้าลูบตา ดีหรือไม่ขอรับ”
       “ไม่ต้องดอก ที่อาตมาร้อนรุ่ม หาใช่เป็นเพราะอากาศไม่ แต่เป็นที่ใจคออาตมามากกว่า ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย เห็นที ต้องไปเดินจงกรมเรียกสมาธิเสียหน่อยแล้ว”
       แก้วลุกขึ้นแล้วเดินออกจากกุฏิไป คอกมองตามพระแก้วไปงงๆ
       
       น้ำทิพย์วิ่งหนีมาที่ประตู พยายามจะเปิดประตูหนีออกจากห้อง มาโนชตามจับได้ทัน แล้วเหวี่ยงน้ำทิพย์จนล้มลงกับพื้น
       "ยอมพี่แต่โดยดีเถอะ ยังไงวันนี้น้องก็ต้องตกเป็นของพี่แน่"
       น้ำทิพย์ทั้งเกลียดกลัว และขยะแขยงสุดๆ
       "ไม่มีวัน ต่อให้พี่มาโนชขืนใจฉันได้ ฉันก็ไม่มีวันรักพี่มาโนช จะมีให้ แต่ความเกลียดชังเท่านั้น"
       "ก็ตามใจ ถึงจะเกลียดชังพี่ไปทั้งชาติก็ไม่เป็นไร แต่น้องต้องเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น"
       มาโนชพุ่งเข้าไปจะปล้ำ เธอรีบลุกหนีแต่ก็ไม่ทัน โดนเขาจับได้เหวี่ยงลงบนเตียง แล้วตามไปปลุกปล้ำ แต่เธอสู้สุดแรงกัดเข้าที่หัวไหล่เขาเต็มเขี้ยวจนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำทิพย์ฉวยโอกาสผลักมาโนชออก แล้วรีบหนี เขารีบตามมาจับตัวไว้ แต่เธอฉวยโถลายครามที่ตั้งโชว์ หันกลับมาฟาดหัวมาโนชเข้าเต็มๆ จนเขาเลือดไหลโกรกทรุดลงกับพื้น
       น้ำทิพย์ตะลึง ก่อนตั้งสติ เปิดประตูห้อง แล้ววิ่งหนีไปทันที
       
       ในเวลาต่อมา พระยาไชยากรตบโต๊ะด้วยความโกรธจัด จนถ้วยชาบนโต๊ะกระเทือน น้ำทิพย์ และมาโนชนั่งอยู่ใกล้ๆ ฝ่ายมาโนชพันผ้าที่หัวเนื่องจากโดนน้ำทิพย์ใช้แจกันฟาดหัวมา
       มาโนชรีบก้มลงกราบเจ้าคุณ
       "อภัยให้กระผมด้วยเถอะขอรับคุณอา กระผมกระทำไปเพราะฤทธิ์สุรา แลเจ็บแค้นเรื่องไอ้แก้ว จึงขาดสติยั้งคิด อย่าถือโทษโกรธกระผมเลยขอรับ"
       น้ำทิพย์หน้าตาโกรธจัด ไม่ให้อภัย
       "ขาดสติรึ วางแผนหลอกนมอ้อนให้ไปพ้นเรือน ยังกล้าพูดว่ากระทำโดยขาดสติอีกรึ"
       มาโนชกลัว ไม่กล้าพูดอะไรอีก
       "เรื่องคราวนี้ ถ้าหากลูกไม่สู้สุดใจ คงถูกหยามจนไม่รู้เอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว คุณพ่อต้องให้ความเป็นธรรมแก่ลูกด้วยนะคะ"
       "แม่น้ำทิพย์ต้องการอย่างไรก็ว่ามาเถิด พ่อต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกแน่ ขอเพียงแต่อย่าให้เรื่องอัปรีย์เช่นนี้ แพร่ออกไปให้อับอายชาวบ้านก็พอ"
       มาโนชหน้าเสีย ไม่กล้าเถียงซักแอะ
       "ลูกไม่ขออะไรมากดอกค่ะ ขอเพียงได้ถอนหมั้นกับพี่มาโนชก็พอ เพราะลูกรังเกียจเกินกว่าจะร่วมชีวิตกับคนเช่นนี้ได้"
       "รังเกียจหรือว่าฉวยโอกาสกลับไปหาไอ้แก้วกันแน่ ตอนนี้ มันเป็นไทแล้วไม่ใช่รึ"
       น้ำทิพย์ โมโห
       "คุณพ่อดูเอาเถอะค่ะ ถึงขั้นนี้แล้ว จะสำนึกซักนิดก็ยังไม่มี"
       "พ่อมาโนชออกไปก่อน อามีเรื่องจะพูดกับน้อง"
       "ขอรับ"
       มาโนชออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเจ็บแค้นใจ ขณะปิดประตูห้องก็ยังไม่วายจับตามองน้ำทิพย์ด้วยสายตาแข็งกร้าวอย่างเอาชนะ เขาปิดประตูห้องเสร็จก็แอบฟังอยู่หน้าประตู เพราะหวั่นใจว่าพระยาไชยากรจะให้ถอนหมั้นจริงๆ พลันได้ยินเสียงพระยาไชยากรดังแว่วมา
       "พ่อมาโนชกระทำเรื่องเช่นนี้ ยิ่งกว่าตบหน้าพ่อเสียด้วยซ้ำ"
       ภายในห้อง เจ้าคุณบอก
       "หากพ่อไม่คิดว่าเป็นหลาน แลเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย พ่อคงเอาไม้ไล่ตีให้พ้นเรือนไปแล้ว อย่าว่าแต่ลูกขอให้ถอนหมั้นเลย"
       น้ำทิพย์ดีใจมาก
       "ถ้าอย่างนั้น คุณพ่อก็ตกลงให้ถอนหมั้นแล้วใช่หรือไม่คะ"
       "ใช่"
       มาโนช สีหน้าเจ็บแค้นใจ ไชยากรเสียงดังลอดนำออกมา
       "แต่ลูกต้องรับปากกับพ่อข้อหนึ่งก่อน"
       มาโนชสงสัย เงี่ยหูฟังต่อ
       "อะไรคะ"
       "เวลานี้ พระยานิติธรรมธาดากำลังรุ่งเรืองนัก ไม่เพียงแต่ได้เป็นพระยาตั้งแต่ยังหนุ่ม ยังมีอำนาจมากขึ้นทุกวัน ในเมื่อท่านเจ้าคุณเองก็ชอบพอลูกมานานแล้ว ถ้าแม่น้ำทิพย์รับปากว่าจะแต่งงานกับท่าน พ่อก็จะให้ถอนหมั้น เพราะถือว่าได้ท่านเจ้าคุณนิติธรรมมาเกินคุ้มกับที่เสียพ่อมาโนชไป"
       น้ำทิพย์หน้าเสีย
       "แต่ลูกไม่เคยรักท่านเจ้าคุณเลยนะคะ แล้วจะให้แต่งงานได้ยังไง"
       ไชยากรตวาด
       "ถ้าไม่แต่ง พ่อก็ไม่ให้ถอนหมั้น ถึงพ่อมาโนชจะกระทำหยาบหยามแค่ไหน ก็ยังไม่ชั่วช้าเท่ากับที่ลูกมีใจให้ไอ้แก้วดอก"
       น้ำทิพย์อึ้งไป
       "ถ้าลูกคิดจะกลับไปหาไอ้แก้วล่ะก็ พ่อยอมให้ลูกแต่งกับพ่อมาโนชเสียดีกว่า ลูกก็เก็บไปตรองดูเถิดระหว่างพระยานิติธรรม กับพ่อมาโนช ลูกจะเลือกใคร"
       น้ำทิพย์หนักใจจนไม่รู้จะทำยังไง พ่อเกลียดแก้วจนยอมได้แม้แต่เสียสละความสุขของเธอ ที่หน้าประตูห้อง
        
       มาโนชแอบฟังแล้วขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ โกรธที่เจ้าคุณจะถอนหมั้น แล้วยกน้ำทิพย์ให้กับพระยานิติธรรมธาดา ไม่ต่างกับการหักหลังกันเลยแม้แต่น้อย

ลูกทาส ตอนที่ 10
       เจ้าคุณกำลังยืนรอมาโนชอยู่ที่หน้าเรือนตอนเช้าวันใหม่ เพื่อเตรียมไปหัวเมือง พระยาไชยากรรออยู่นาน ก็ไม่เห็นมาซักทีจนหงุดหงิด หันไปสั่งทาสหญิงที่คอยรับใช้อยู่ใกล้ๆ
       
       "เอ็งไปตามคุณมาโนชทีซิ ใกล้จะได้เวลาไปราชการกับท่านเจ้าพระยารัตนบดินทร์แล้ว ถ้าขืนชักช้าอย่างนี้ ก็ไม่ต้องไป"
       "เจ้าค่ะ"
       ทาส 1 กำลังจะไป แต่มาโนชเดินออกมาก่อน เจ้าคุณ๖มองอย่างไม่พอใจ
       "ไม่รู้จักเวล่ำเวลาเสียเลยพ่อมาโนช"
       มาโนชยกมือไหว้
       "ขอประทานโทษขอรับ กระผมปวดหัว ก็เลยตื่นสายไปหน่อย"
       "ราชการคราวนี้ ความจริงไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจอย่างพ่อมาโนชเลย แต่ที่อาให้ไปด้วย ก็เพราะอยากใกล้ชิดท่านเจ้าพระยาไว้ จะได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน พ่อมาโนชควรจะรู้ไม่ใช่รึ ว่าต้องกระทำตัวอย่างไร อย่าให้เสียหายมาถึงอาเป็นอันขาด"
       "ขอรับคุณอา"
       พระยาไชยากรเดินหงุดหงิดไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ มาโนชมองด้วยสายตาเกลียดชัง
       
       เวลาสาย น้อมเดินยิ้มแป้น ถือถาดใส่อาหารเข้ามาในหอฉัน เพื่อจะเอามาถวายเพลพระแก้ว แต่พอเข้ามาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นคุณกัลยาและตุ๊กตากำลังช่วยกันถวายเพลอยู่ โดยมีคอกคอยช่วยประเคน น้อมไม่พอใจ หึงหวงที่มีสาวๆชิงตัดหน้า ตุ๊กตาเห็นน้อม จึงรีบเข้ามาไหว้
       "ให้ฉันช่วยนะจ๊ะคุณนาย"
       ตุ๊กตาจะเข้าไปถือถาดใส่อาหาร น้อมทำงอน
       "ไม่ต้อง"
       "อ้าว คุณนายจะมาถวายเพลพระไม่ใช่หรือจ๊ะ"
       "มีคนเอามาถวายตั้งมากมายแล้ว ยังจะต้องการกับข้าวฝีมือชาวบ้านอย่างฉันอีกรึ ฉันเอาไปถวายพระรูปอื่นก็ได้"
       น้อมทิ้งค้อนเดินถือถาดเลี่ยงไป ตุ๊กตาได้แต่มองตามอย่างงๆ
       
       น้อมกำลังคุยกับ นิ่ม และอบเชยด้วยสีหน้าบึ้งตึง ยังไม่พอใจเรื่องคุณกัลยามาแย่งถวายเพลอยู่
       "น้องสาวเจ้าคุณนิติธรรมมาถวายเพล มันแปลกตรงไหนรึป้า ใครๆก็ถวายเพลพระกันทั้งนั้น"
       น้อมตวาดแว๊ด
       "แล้วทำไมต้องมาถวายพระแก้วด้วย พระมีตั้งมากมายหลายรูป จำเพาะเจาะจงต้องมาแย่งข้าถวายพระแก้ว"
       นิ่มหน้าเจื่อน
       "เอ่อ เค้าคงไม่ได้แย่งกระมังจ๊ะแม่ แต่คุณแดงเธอรู้จักมักจี่กับพระมาก่อน แลวันบวชก็ยังมาด้วย แล้วจะแปลกอะไรล่ะจ๊ะ ที่จะมาถวายเพลให้พระ"
       "ถ้าถวายเพลธรรมดาไม่แปลกดอก แต่นี่ถวายไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไป จะให้แม่คิดว่ายังไง พระนะพระ ไหนบอก ว่าก่อนบวชผูกสมัครรักใคร่กับลูกสาวอีตาพระยาไชยากรเท่านั้น แล้วนี่น้องสาวพระยานิติธรรมโผล่มาได้ยังไง"
       น้อมสะบัดหน้าพรืด เดินกระฟัดกระเฟียดเข้าข้างในไป
       อบเชย และนิ่ม มองตามด้วยความหวั่นใจ
       "พี่นิ่ม ฉันกลัว"
       "อย่าพูด โบราณท่านถือไม่ให้ทัก เดี๋ยวจะเป็นจริง"
       อบเชย และนิ่ม ถอนใจออกมาพร้อมกัน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด กลัวน้อมจะสึกพระซะเหลือเกิน
       
       เวลาเย็น น้ำทิพย์ยื่นห่อสมุนไพรให้คุณกัลยารับไป โดยมีตุ๊กตาอยู่ใกล้ๆ
       "ฉันเห็นคุณแดงไอไม่หายมานานแล้ว พอดีได้สมุนไพรจากเมืองจีนมา ก็เลยเอามาให้น่ะค่ะ เอาไปต้มแล้วทานแต่น้ำนะคะ ช่วยบำรุงปอดแลชุ่มคอนัก ถ้าหมดเมื่อไหร่ ฉันจะให้คนเอามาให้อีกค่ะ" น้ำทิพย์พูดยิ้มแย้ม
       "ขอบคุณมากนะคะคุณน้ำทิพย์"
       คุณกัลยายื่นห่อสมุนไพรให้ตุ๊กตา แล้วสั่ง
       "เอาไปจัดการตามที่คุณน้ำทิพย์บอกนะ"
       "เจ้าค่ะ"
       ตุ๊กตาเดินเลี่ยงไป แต่ก็ไม่วายแอบมองน้ำทิพย์ ยิ่งเห็นความสวยน่ารักของน้ำทิพย์แล้ว ก็ยิ่งหน้าสลดลง ทั้งรูปร่างหน้าตาคุณสมบัติของเธอไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้เลย
       "วันนี้ไม่มีเรื่องด่วนอะไร ทำไมคุณน้ำทิพย์ถึงมาที่นี่ได้ล่ะคะ ไม่กลัวท่านเจ้าคุณไชยากรโกรธเอาหรือคะ" คุณกัลยาบอกพลางไอโขลกเป็นระยะ
       "คุณพ่อท่านไปราชการหัวเมือง กว่าจะกลับก็อีกสิบกว่าวันน่ะค่ะ แลตอนนี้ ถึงคุณพ่อรู้ว่าฉันมาที่นี่ก็ไม่โกรธดอกค่ะ อาจจะชอบใจเสียด้วยซ้ำ"
       "หรือคะ ฉันได้ยินจากคุณพี่เหมือนกัน ว่าเดี๋ยวนี้ท่านเจ้าคุณไม่โกรธเคืองคุณพี่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว"
       น้ำทิพย์หน้าเสียหนักเข้าไปอีก ที่พ่อไม่โกรธก็เพราะเห่อลาภยศของพระยานิติธรรม
       "แต่ในเมื่อคุณน้ำทิพย์ไม่รีบกลับก็ดีแล้ว อยู่คุยกันก่อนนะคะ"
       " ได้สิคะ ฉันเองก็อยากถามคุณแดงเรื่องพระแก้วเหมือนกัน ตั้งแต่ท่านบวช ฉันยังไม่มีโอกาสได้เจอท่านเลย"
       
       คุณกัลยาหน้าสลดลง ถ้าไม่ติดเรื่องแก้ว เธฮกับน้ำทิพย์คงเป็นเพื่อนที่รักกันมาก ฝ่ายหนึ่งกระตือรือร้นอยากรู้เรื่องพระแก้ว อีกฝ่ายฝืนยิ้มจำใจเล่า

ลูกทาส ตอนที่ 10
       ผ่านเวลาซักครู่ อ้นเดินมาตามทาง เพื่อจะกลับมาที่เรือนแพ เจอชาวบ้านก็ทักทายกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตามประสาคนช่างพูด ก่อนที่อ้นจะเหลือบมาเห็นตุ๊กตา นั่งซึมๆอยู่ที่ริมทาง
       
       "มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ แม่ตุ๊กตา"
       ตุ๊กตาซึมๆบอก
       "คุณน้ำทิพย์เธอมาเยี่ยมแลเอายาสมุนไพรมาให้คุณแดงน่ะจ้ะ ฉันต้มยาเสร็จแล้ว ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยมานั่งเล่นอยู่ตรงนี้"
       "ถ้าอย่างนั้น แม่ตุ๊กตาไม่ต้องรีบเข้าไปดอก ปล่อยให้คุณๆพูดคุยกันตามสบาย แลถ้าท่านเจ้าคุณกลับมา จะได้เจอคุณน้ำทิพย์ด้วย"
       ตุ๊กตาหน้าเสีย
       "พี่อ้นอยากให้ท่านเจ้าคุณได้เจอคุณน้ำทิพย์หรือจ๊ะ"
       "ก็ใช่น่ะสิ ท่านเจ้าคุณชอบพอคุณน้ำทิพย์มานานแล้ว ฉันเองก็อยากให้คุณน้ำทิพย์มาเป็นคุณหญิงเหมือนกัน"
       "แต่คุณน้ำทิพย์ชอบพี่แก้ว เอ่อ พระแก้วไม่ใช่หรือจ๊ะ"
       "ลูกพระยากับลูกทาส จะรักกันเข้าไปได้อย่างไร แลท่านเจ้าคุณไชยากรก็คอยขัดขวางอยู่ทั้งคน เชื่อเถอะ อีกหน่อยคุณน้ำทิพย์เธอก็ทนไม่ได้เอง ถึงตอนนั้น ท่านเจ้าคุณของฉันก็มีโอกาสล่ะ"
       อ้นยิ้มพอใจ ตุ๊กตาหน้าเสีย คิดตามที่อ้นพูดก็เห็นด้วย
       "ไม่มีใคร จะสมกันราวกิ่งทองใบหยก เหมือนท่านเจ้าคุณกับคุณน้ำทิพย์อีกแล้ว แม่ตุ๊กตาคิดเช่นนั้นใช่หรือไม่เล่า"
       ตุ๊กตานึกถึงตัวเองแล้วก็เศร้าใจ ดูเจียมตัว
       "จ้ะ ทั้งรูปร่างหน้าตา ยศศักดิ์ เสมอกันทุกประการ ไม่มีใครจะคู่ควรมากไปกว่านี้อีกแล้ว"
       
       คุณกัลยากำลังจิบน้ำสมุนไพร ขณะกำลังคุยกับน้ำทิพย์ไปด้วย
       "ฉันรู้ค่ะ ว่ามีหลายคนเห็นว่าฉันกับท่านเจ้าคุณเหมาะสมกัน แต่ฉันมีแต่ความเคารพนับถือท่านเจ้าคุณนิติธรรมเท่านั้น แลฉัน ยังมีแก้วแล้วด้วย"
       "ฉันนับถือในความมั่นคงของคุณน้ำทิพย์เหลือเกินค่ะ แต่คุณน้ำทิพย์คิดบ้างหรือไม่คะ ว่าขวากหนามข้างหน้านั้นยิ่งใหญ่นัก เหมือนลอยคออยู่กลางทะเล มองหาฝั่งไม่เห็นเลย"
       น้ำทิพย์หน้าขรึมลง
       "ฉันรู้ค่ะ คุณพ่อคงไม่มีทางคลายความเกลียดชังแก้วลงได้ แต่ฉันก็ยังอยากจะรออยู่ดี"
       "รอไปถึงเมื่อไหร่ล่ะคะ"
       "ไม่รู้ค่ะ บางที ฉันกับแก้วอาจจะไม่มีวันลงเอยกันก็ได้ แต่ถึงอย่างไร ฉันก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจเป็นอันขาด"
       "แล้วจะรอไปเพื่ออะไรกันคะ"
       
       " ไม่รู้อีกเหมือนกันค่ะ แต่ฉันคิดว่าความรักกับการอยู่ร่วมกัน อาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวกันก็ได้ ฉันสุขใจที่ได้รักแก้ว แลรู้ ว่าแก้วก็รักฉันเช่นกัน แต่การอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องของบุญวาสนา ถ้าไม่มีบุญ ก็คงต้องทำใจ แต่ฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจดอกค่ะ คุณแดง" น้ำทิพย์พูดพลางยิ้มด้วยความมั่นใจ
       คุณกัลยาเห็นความมั่นใจนั้น ก็ยิ่งรู้สึกสงสารทั้งตัวเองกับพี่ชายมากขึ้น
       
       หน้าเรือนแพตอนหัวค่ำ พระยานิติธรรมดังนำมาก่อน
       " คุณน้ำทิพย์เธอพูดถึงขนาดนั้นเลยรึ"
       พระยานิติธรรมกำลังคุยกับน้องสาวอยู่ในห้องนอนของเธอ
       "ค่ะคุณพี่ น้องเคยคิด ว่าเรื่องระหว่างแก้วกับคุณน้ำทิพย์ อาจเป็นเพียงอารมณ์ของชายหนุ่มหญิงสาวเท่านั้น วันหนึ่ง ทั้งคู่อาจจะทนความลำบากไม่ได้ จนต้องยอมแพ้ แต่ไม่คิดเลยว่าคุณน้ำทิพย์เธอจะรักมั่นคงขนาดนี้ เห็นอย่างนี้แล้ว น้องก็ละอายใจนักที่คิดหมิ่นเธอกับแก้ว" เธอพูดพลางไอโขลก
       "ไม่ต้องละอายใจดอก เพราะไม่ว่าใคร ก็ต้องคิดเหมือนน้องทั้งนั้น แลเราสองคนพี่น้องควรจะดีใจมากกว่า"
       คุณกัลยาแปลกใจ
       "ดีใจ ทำไมกันคะ"
       "เพราะเราสองคนไม่ได้รักคนผิดยังไงเล่า คนที่เรารักเป็นคนดีทั้งคู่ มีรักที่มั่นคง"
       น้องสาวเจ้าคุณคิดตาม ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
       "คุณพี่พูดถูกแล้วค่ะ เราควรจะดีใจจริงๆ แต่น้องก็ยังอดเสียใจไม่ได้อยู่ดี คงเป็นเพราะน้องอ่อนแอ ไม่เข้มแข็งเหมือนคุณพี่กระมังคะ ถึงยังตัดใจเรื่องแก้วไม่ได้เสียที"
       ใช่ว่า ... คุณกัลยาจะเป็นคนเดียว แม้แต่เขาก็ยังตัดน้ำทิพย์ไม่ได้
       
       บริเวณหน้าเรือนแพตอนกลางคืน ฝนกำลังเริ่มลงเม็ด ก่อนจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เจ้าคุณยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ในใจคิดแต่เรื่องที่คุยกับน้องสาวโดยไม่ได้ใส่ใจกับฝนที่กำลังตกอยู่เลย ขณะนั้นเอง ตุ๊กตาก็เปิดประตูห้องเข้ามา แล้วตกใจ
       " อุ๊ย ท่านเจ้าคุณอยู่ด้วยหรือคะ ตุ๊กตานึกว่าไม่มีใครอยู่ เลยจะมาปิดหน้าต่างเพราะกลัวฝนสาดน่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้น ตุ๊กตาออกไปก่อนนะคะ"
       ตุ๊กตาหันหลังจะกลับออกไป
       "ไม่ต้องดอก ฉันไม่ได้ทำงาน แค่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง หล่อนมาปิดหน้าต่างเถอะ"
       "ท่านเจ้าคุณ ไม่สบายใจเรื่องคุณน้ำทิพย์ใช่มั้ยคะ"
       นิติธรรมยิ้มเศร้าๆ
       "รู้ดีนักนะ คุณแดงพูดให้ฟังล่ะสิ"
       นิติธรรมถอนใจออกมา
       "คุณน้ำทิพย์เธอรักมั่นคงกับเจ้าแก้ว แลฉันเองก็เอ็นดูเจ้าแก้วเหมือนน้อง เรื่องนี้ควรต้องตัดใจเสียที... แต่มันก็ยากนะตุ๊กตา"
       "ตุ๊กตาทราบค่ะ ไม่มีอะไรจะยากไปกว่าการตัดใจไม่ให้รักอีกแล้ว"
       นิติธรรมยิ้มขำๆ
       "หล่อนอายุเท่าไหร่กันเชียว พูดราวกับเจ็บช้ำเพราะความรักมามากแล้วอย่างนั้นแหละ"
       " เจ็บช้ำ ยังดีเสียกว่าต้องเก็บงำเอาไว้ ไม่ได้พูดออกไปนะเจ้าคะ"
       "นี่หล่อนแอบรักผู้ชายอยู่รึ ก็น่าอยู่ดอก เป็นหญิงแสดงออกมากก็ไม่งาม แต่ฉันสงสัย ว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันตาบอดรึ หล่อนเองก็สวยน่ารักไม่เป็นรองใคร มันไม่มีใจชอบหล่อนบ้างหรืออย่างไร"
       ตุ๊กตาเบือนหน้าไปทางอื่นด้วยความน้อยใจ
       "ตุ๊กตาเป็นแค่บ่าวไพร่ ไม่มีใครลดตัวลงมาชอบพอดอกเจ้าค่ะ แม้แต่มองก็ยังไม่มองเลยเจ้าค่ะ"
       "พูดอะไรอย่างนั้น หล่อนเป็นบ่าวฉันก็ด้วยความจำเป็น แลถึงหล่อนจะยากจน แต่งานบ้านงานเรือนก็ไม่เคยขาดตกบกพร่อง หรือผู้ชายคนนั้นจะเป็นผู้ลากมากดี หล่อนถึงใช้คำว่า “ลดตัว” เป็นใคร บอกฉันได้หรือไม่"
       ตุ๊กตาตกใจ รีบเบือนหน้าไปทางอื่นอีก
       "ไม่ได้เจ้าค่ะ"
       เจ้าคุณเดินมาดักหน้าอีก
       "ทำไมรึ"
       ตุ๊กตาอึกๆอักๆไม่รู้จะตอบยังไง ขณะนั้นเอง ลมก็พัดมาทางหน้าต่าง จนกระดาษเอกสารในห้องปลิวกระจาย ทั้งคู่รีบช่วยกันเก็บเอกสารทันที
       "ตุ๊กตาเก็บเองเจ้าค่ะ"
       "ไม่เป็นไร ฉันช่วย"
       ทั้งคู่ต่างก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสาร เลยไม่ทันระวัง มือควานไปจับกันพอดี สบตากัน ใบหน้าห่างกันเพียงนิด จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย เส้นผมของตุ๊กตาคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มของเจ้าคุณเพราะแรงลมจากภายนอก ตุ๊กตาจะรีบรวบผมมา เจ้าคุณจับเส้นผมของตุ๊กตามาสูดดม
       "ผมของหล่อนหอมเหลือเกิน ผู้หญิงทุกคน มีเรือนผมหอมอย่างหล่อนหรือไม่"
       ตุ๊กตาใจเต้นโครมคราม ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
       "ไม่ทราบเจ้าค่ะ"
       เจ้าคุณดึงสติกลับมาได้ รีบปล่อยผมตุ๊กตา เพราะรู้สึกว่าไม่สมควร
       "เอ่อ ฉันขอโทษ"
       ทันใดนั้น ลมก็พัดเข้ามาอีกหอบใหญ่ จนตะเกียงในห้องถูกลมพัดดับลง
       "ว๊าย"
       ตุ๊กตาตกใจ เลยเผลอกอดเจ้าคุณตามสัญชาติญาณ ยิ่งภายในห้องมืดมิดและใกล้ชิดกันขนาดนี้ ก็ยิ่งยากจะยับยั้งชั่งใจ เพราะตุ๊กตาก็รักเจ้าคุณอยู่แล้ว ส่วนพระยานิติธรรมธาดาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเช่นกัน
        
       ทั้งคู่สบตากันนิ่งในความมืด
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ลูกทาส ตอนที่ 11 (ต่อ)
ลูกทาส ตอนที่ 10
ลูกทาส ตอนที่ 9
ลูกทาส ตอนที่ 8
ลูกทาส ตอนที่ 7
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 14 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 4 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอ ร๊อ รอ ตอน 10 หน้าสี่ และตอน11 อีกสี่หน้า ^_^
ใจของคนรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารคอกจัง
kalo_aom@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารคอกอ่ะ จะมีคนดีแบบนี้มั้ยนะ ชีวิตจริง
pitchy
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารคอก คนดีไม่น่าตายเลย ขอบคุณคนอัพคะ
vena
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฮือพี่คอก T_T
สะเทือนใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไว้อาลัยพี่คอก
ไม่น่าตายเลย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณนะคะ
lek
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่จีลงง อีก
Vitamin_seen@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอ ร๊อ รอ ตอน 10 หน้าสี่ และตอน11 อีกสี่หน้า ^_^
ใจของคนรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Me too
nutty2504@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดตาม
ด้วยคน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ติดตาม
ตามติด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014