หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ อย่าลืมฉัน

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2557 14:04 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2
       อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2
       
       เอื้อเดินเข้ามาที่มุมสัมภาษณ์ที่จัดไว้ในห้องทำงาน ทีมงานหลายคนกำลังสาละวนอยู่กับการเตรียมถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ชายหนุ่มเหลือบเห็น “บัญชา ชุมชัยเวทย์” พิธีกรจากรายการ จอโลกเศรษฐกิจ ยืนอยู่ จึงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
       
       “สวัสดีครับ”
       คุณบัญชารับไหว้ “สวัสดีครับคุณเอื้อ...พร้อมนะครับ ?”
       เอื้อสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด “พร้อมครับ” พลางยืนยิ้มอย่างมั่นใจ รัศมีเปล่งประกายทั่วห้อง
       
       “ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเอาเวลางานไปคุยเรื่องส่วนตัว”
       เขมชาติเสียงเข้ม พลางทำหน้าเชิดประชด “ก็เข้าใจนะ เพิ่งเป็นหม้าย คงอยากรีบหาสามีใหม่มาดูแล แต่กรุณาทำนอกเวลางาน อย่ามาเบียดบังเวลาของบริษัท”
       สุริยงพยายามกลั้นอารมณ์ ก่อนจะพูดตอบอย่างสุภาพ
       “ขอบคุณผู้อำนวยการที่เข้าใจหญิงหม้าย แต่ขอโทษนะคะ ดิฉันยังไม่อยากรีบหาสามีใหม่ คนที่ดิฉันคุยด้วยเป็นคนในครอบครัวค่ะ”
       เขมชาติเชิดหน้าอย่างไม่เชื่อในคำพูด พลางแค่นหัวเราะ
       “คุยเสียงหวาน ให้กำลังใจ คะ ขา เนี่ยนะ เป็นคนในครอบครัว”
       “ใช่ค่ะ” สุริยงยืนกราน “ ดิฉันเป็นคนให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัว ยิ่งสนิทมาก ยิ่งต้องคุยด้วย หวาน ๆ พูดด้วยดีๆ “
       เขมชาติจ้องหน้าสุริยงอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
       “ได้ ต่อไปผมจะใช้มาตราฐานเดียวกับคุณ ยิ่งใกล้ ยิ่งหวาน ส่วนคนที่ผมไม่สนิท ก็ไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วย ถ้าคุณได้รับการปฎิบัติที่ไม่ดีจากผม ก็รับรู้ไว้ด้วยว่าคุณ คือคนที่ไม่สำคัญ”
       พูดจบเขมชาติ ก็โยนแฟ้มลงบนโต๊ะเต็มแรง สุริยงก้มหน้านิดๆ รู้ดีว่าโดนประชด หากพยายามสะกด
       อารมณ์อย่างเต็มที่
       “ผมต้องการตัวอย่างผ้าทั้งหมดตามรายการในแฟ้ม ขนขึ้นมาให้ผมที่ห้องทำงาน ห้ามให้คนอื่นช่วยเด็ดขาด และผมต้องการทั้งหมด เดี๋ยวนี้”
       
       เขมชาติย้ำคำว่า “เดี๋ยวนี้” จากนั้นก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องไป สุริยงเหลือบมองดูแฟ้มงานบนโต๊ะ จากนั้นก็มองดูจดหมายที่ทำค้างอยู่ พลางส่ายหน้า ก่อนจะหยิบแฟ้มมาดู เห็นรายการผ้าที่ต้องการยาวเต็ม
       หน้ากระดาษ
       สุริยงเงยหน้านิ่ง รู้ดีว่าโดนเล่นงานเข้าให้แล้ว
       
       เขมชาติเดินมานั่งที่เก้าอี้ทำงาน พลางคิดถึงคำพูดของสุริยง ชายหนุ่มพูดกับตัวเอง
       “คนในครอบครัว ฮึ ใครเชื่อก็โง่แล้ว !!
       แม้น้ำเสียงจะเหยียดหยาม ชิงชัง หากลึกๆ ก็ไม่ปฏิเสธว่า ตนเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่
       
       เอื้อในชุดสูทหรู เนี้ยบ บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้แต่ง กำลังให้สัมภาษณ์อยู่ในห้อง ทุกคำตอบบ่งบอกถึงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
       คุณบัญชาป้อนคำถามต่อ
       “เมื่อต้นปีธนาคารรัตนชาติสูญเสียเจ้าสัวชวลิต ซึ่งถือว่าเป็นเสาหลัก และเป็นสัญลักษณ์ขององค์กร
       คุณเอื้อในฐานะที่เป็นทั้งทายาทและเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีวิธีทำอย่างไรให้ลูกค้า และผู้ถือหุ้นมั่นใจในความ
       มั่นคงของธนาคาร ?”
       “คุณพ่อเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารนี้ขึ้นมา ทำให้หลายคนเกิดคำถามหลังการจากไปของท่าน แต่ในความเป็นจริง ธนาคารเป็นบริษัทมหาชน บริหารด้วยทีมงานมืออาชีพ แต่ด้วยความเอกภาพของคุณะผู้บริหาร ทุกอย่างจึงดูราบรื่น เหมือนกับการทำงานในระบบครอบครัว ถึงแม้จะไม่มีคุณพ่อแล้ว แต่ผู้บริหารทุกท่านก็ยังคงอยู่กับเรา ภายใต้การนำของผม!
       เอื้อตอบคำถามด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ แต่ก็ไม่ได้ดูยะโสจนเกินไป
       
       ในขณะเดียวกันภายในบ้านของสุริยง ก็เปิดทีวีค้างไว้ เป็นรายการที่เอื้อกำลังให้สัมภาษณ์อยู่ ภาพในจอคุณบัญชาตั้งคำถามต่อ
       “ช่วง 2-3 ปีมานี้เศรษฐกิจโลกผันผวนอย่างหนัก ธนาคารวางกลยุทธ์อย่างไรเพื่อความอยู่รอดและเติบโตในภาวะวิกฤติแบบนี้ครับ ?”
       นภา กับชื่น ที่กำลังถือจานผลไม้มาวางที่โต๊ะ ชื่นหันไปเห็นทีวีพอดี ก็รีบตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น
       “คุณนายคะคุณนาย นี่คุณเอื้อนี่คะ”
       นภาเงยหน้าดู แล้วก็รีบตะโกนเสียงดัง
       “คุณ มานี่เร็ว ไก่ ไข่ มานี่เร็วลูกมาดู “พี่เอื้อ” ออกทีวี เร็ว ๆ “
       อาทิตย์ ไก่ ไข่ รีบเดินมาตามเสียงเรียก
       “มาแล้วครับ” 2 เด็กแฝด ส่งเสียงนำมาก่อน
       “ไหนๆ” อาทิตย์ถามอย่างตื่นเต้น
       ไก่ วิ่งนำมากระโดดขึ้นที่โซฟา “พี่เอื้อจริงๆด้วย”
       ไข่ กระโดดตามขึ้นไปบ้าง “พี่เอื้อ ๆๆ”
       ไก่ หันมาจุ๊ปาก เป็นเชิงบอกให้คู่แฝดเงียบเสียง ก่อนที่ทั้งคู่ จะตั้งหน้าตั้งตาฟังด้วยความสนใจ ภาพเอื้อในจทีวี ตอบคำถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ
       “ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีนะครับ และชอบมองหาโอกาสในวิกฤติ ผมมองเห็นโอกาสในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ที่ลูกค้าต้องการในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน เช่น การป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ประกันที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่ความเสี่ยงต่ำ”
       ที่มุมหนึ่งของห้องดูทีวี มีภาพถ่ายของ ชวลิต ไก่ และ ไข่ ถ่ายคู่กันสามคน แขวนอยู่ เช่นเดียวกับภายในห้องทำงานของเอื้อ ก็มีภาพถ่ายของชวลิตคู่กับเอื้อเช่นเดียวกัน ภาพนั้นบ่งบอกถึงความสนิทสนมกันระหว่างพ่อกับลูก
       และนั่นหมายถึงว่า ทั้งเอื้อ ไก่ และไข่ ต่างก็เป็น “พี่-น้อง” ร่วมบิดาเดียวกัน
       “ในวันนี้ทางรายการต้องขอบคุณคุณเอื้อมากนะครับ ถ้ามีโอกาสคราวหน้าจะขอสัมภาษณ์คุณเอื้อในเรื่องอื่นๆที่นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจบ้าง โดยเฉพาะเรื่องหัวใจคงมีสาวๆหลายคนอยากรู้”
       คุณบัญชาพูดปิดรายการ เอื้อยิ้มอายๆ
       “ได้ครับ”
       “ในวันนี้ผมต้องลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ”
       คุณบัญชาและเอื้อ ส่งยิ้มให้กับกล้อง
       เสียงโปรดิวเซอร์ตะโกนขึ้น “โอเคครับ ขอบคุณครับ” จากนั้นก็สั่งตัดสัญญาณการถ่ายทอดสด
       เอื้อ ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
       “ขอบคุณทุกคนนะครับ ผมให้เลขาจัดอาหารว่างไว้ให้ เชิญทุกคนตามสบายนะครับ คุณบัญชาและ
       ทีมงาน ขอบคุณมากครับ”
       จากนั้นเลขากับเจ้าหน้าที่ ก็ลำเลียงของว่างเข้ามาเสิร์ฟ เอื้อยิ้มให้กับทุกคนอย่างกันเอง และเดินผละออกไป ระหว่างเดิน เอื้อก็หยิบโทรศัพื?มือถือขึ้นมา แล้วกดโทร.ออก
       
       ที่จอโทรศัพท์ขึ้นชื่อ “หนูเล็ก”

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2
       สุริยงหยิบโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาดู เป็นปรากฎชื่อ “เอื้อ” หญิงสาวรีบกดตัดสายทิ้ง พลางหันมาทางวิบูลย์ ที่ยืนอยู่ข้างๆ รอบๆ ห้องเต็มไปด้วยผ้าตัวอย่างกองใหญ่ ที่สูงจนท่วมหัว
       
       วิบูลย์ยืนดูแฟ้มเช็คของในมือ จากนั้นก็หันมาบอกสุริยง
       “โอเคครับ เรียบร้อย ครบตามที่คุณเขมต้องการ”
       “ขอบคุณค่ะ”
       “ผมให้คนช่วยยกขึ้นไปนะครับ” วิบูลย์เสนอตัว หากสุริยงหวนนึกถึงเขมชาติ ที่ออกคำสั่งเสียงเข้ม
       “ขนขึ้นมาให้ผมที่ห้องทำงาน ห้ามให้คนอื่นช่วยเด็ดขาด”
       หญิงสาวจึงจำต้องปฏิเสธความหวังดี
       “อย่าเลยค่ะ สุขนขึ้นไปเอง”
       “ไหวเหรอครับ ?” วิบูลย์เป็นห่วง
       “ต้องไหวค่ะ”
       สุริยงตอบอย่างมั่นใจ จากนั้นก็วางแฟ้มไว้บนตัวอย่างผ้า แล้วค่อยๆ ทยอยยกผ้าไปอย่างทุลักทุเล
       วิบูลย์มอง พร้อมลุ้นตาม
       
       ภายในห้องทำงานของเขมชาติ เจ้าของห้องกำลังตั้งอกตั้งใจเลือกดูแบบผ้าในกระดาษสเก็ตซ์ เมื่อ
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขมชาติจึงชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ
       “ขออนุญาตค่ะ”
       เสียงของสุริยงดังมาจากหน้าห้อง ก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามา เขมชาติเงยหน้ามามอง สีหน้าหงุดหงิด
       “ ผมบอกแล้วใช่มั้ย ว่าถ้าผมไม่เรียก ห้ามเข้ามา”
       “ดิฉันขนผ้าที่ผู้อำนวยการต้องการมาให้ ถ้าดิฉันเข้าห้องไม่ได้ ผู้อำนวยการต้องการให้ดิฉันวางไว้ที่ไหนคะ ?”
       สุริยงไม่ยอมแพ้
       เขมชาติ ตอบด้วยสีหน้ากวนๆ
       “วางไว้ในนี้”
       “ตกลงว่าดิฉันเข้าห้องได้แล้วใช่มั้ยคะ ?” สุริยงเริ่มงง
       เขมชาติ ลอยหน้าลอยตาตอบ ด้วยสีหน้ายียวน
       “ถ้าเข้ามาไม่ได้ แล้วจะขนผ้าเข้ามายังไง ถามไม่คิด”
       สุริยงพยายามสะกดอารมณ์ นิ่ง ไม่ต่อปากต่อคำ แล้วก็เปิดประตูกว้างค้างไว้ ก่อนจะหันไปยกกองผ้าที่วางพักไว้บนโต๊ะทำงาน แล้วก็หอบเข้ามาในห้องเขมชาติ ในขณะที่เจ้าของห้องเพียงแค่ปรายตาไปมอง ด้วยแววตาเย็นชา แล้วก็พูดเสียงดุ นิ่ง
       “วางไว้ตรงไหนก็ได้ อย่าให้ขวางหูขวางตา”
       สุริยงเชิดหน้านิดๆ เขมชาติออกคำสั่งต่อ
       “เดินเบาๆ แล้วก็วางเบาๆ ผมต้องการความเงียบ “
       สุริยงค่อยๆ เดินย่างพยายามให้เกิดเสียงน้อยที่สุด จากนั้นจึงวางผ้ากองโต และหนักอึ้ง ไว้ที่โต๊ะกลางห้อง
       เขมชาติ พูดโดยไม่หันกลับมามองสุริยง
       “อย่าวางตรงนั้น มัน “รำคาญ” ตา”
       เขมชาติเน้นคำว่า “รำคาญ” อย่างตั้งใจให้รู้ว่า “รำคาญ” จริงๆ
       สุริยงชะงัก แล้วก็ยกของไปวางที่โซฟาห่างไปเล็กน้อย เขมชาติปรายตาดูนิดๆ แล้วก็พูดเสียงเข้ม
       “ห่างออกไปแค่นั้น มันจะต่างกันตรงไหน มันก็ยัง “รำคาญ” อยู่ดี”
       เขมชาติเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตายียวน “คุยนักคุยหนาว่า “สามี” สอนงานมาอย่างดี แค่นี้ คิดไม่ได้หรือไง ? “
       สุริยงสะอึก มองหน้าเขมชาติที่มองมาด้วยแววตาที่เหยียดหยามสุดๆ จากนั้นก็หอบกองผ้าเดินพุ่งมา
       หาเขมชาติ ที่แสร้งทำเป็นก้มหน้าทำงาน แต่ปรายตามองตลอด
       สุริยงเดินดุ่มเข้ามา ทำท่าเหมือนจะทุ่มกองผ้าใส่หน้าเขมชาติ หากก็ตัดสินใจเดินผ่านเลยไป
       เขมชาติตวัดหางตามองตาม เห็นสุริยงวางกองผ้าไว้ที่โต๊ะวางของข้างหลังเขาอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็หันมาทางเจ้าของห้อง
       “วางไว้ข้างหลังผู้อำนวยการ ไม่อยู่ในรัศมีสายตาแบบนี้ คงจะไม่ “รำคาญ” นะคะ”
       เขมชาติเชิดหน้า สุริยงรีบตัดบท
       “ดิฉันจะได้รีบไปยกผ้าที่เหลือขึ้นมาให้ เพราะผู้อำนวยการสั่งว่าต้องการ เดี๋ยวนี้”
       พูดจบ สุริยงก็เดินออกไปเลย เขมชาติปรายตามามองผ้าที่กองอยู่ข้างหลัง แล้วก็ตวัดสายตากลับแบบไม่ยอมแพ้
       
       สุริยงขนผ้ากองโตอย่างทุลักทุเล ระหว่างทางเดินผ่านห้องสมคิด เห็นมาลัยกำลังส่งตัวอย่างให้สมคิด ซึ่งรับมาพลางปรายตามองสุริยงยังขนผ้าอยู่ สมคิดส่ายหน้าเบาๆ
       ในขณะที่เขมชาตินั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะอย่างไม่รู้สึกรู้สม ใดๆ เลย ซ้ำร้ายบางจังหวะที่สุริยงถือผ้ามาจะทำตก เขมชาติ ก็จะรีบตวัดสายตามอง จนสุริยงต้องรีบประคับประคอง เดินผ่านไปไม่ให้เสียงดัง หญิงสาวต้องเทียว
       เข้าเทียวออก เพื่อหอบผ้าอยู่ 4-5 รอบ จนผ้ากองอยู่เต็มด้านหลังของเขมชาติ
       
       สุริยงวางแฟ้มรายการผ้าที่เขมชาติต้องการ ลงบนโต๊ะ มือแอบสั่นนิดๆ
       “ผ้าที่ผู้อำนวยการต้องการ ดิฉันยกขึ้นมาครบทุกรายการแล้วค่ะ “
       ยามนี้ใบหน้าของสุริยงมันเป็นเงา ผมเผ้ายุ่งเหยิง เขมชาติปรายตาขึ้นมองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปทางกองผ้าจำนวนมหาศาล จากนั้นก็ลุกขึ้นไปยืนมอง กวาดสายตามองไปจนทั่ว ครบทุกชิ้น
       สุริยงยังไม่หายเหนื่อย หญิงสาวยืนหอบ
       “เรียบร้อยแล้ว ดิฉันไปทำงานต่อนะคะ” พลางตั้งท่าจะหันหลังกลับ แต่ก็ยังช้ากว่าเขมชาติ ที่ออกคำสั่งเสียงเข้ม
       “เดี๋ยว “
       จากนั้นก็เดินไปที่กองผ้า ยื่นมือไปหยิบตัวอย่างผ้ามาหนึ่งผืน มองด้วยความพอใจ แล้วก็หันมาออกคำสั่งต่อ
       “ผมต้องการแค่นี้ ที่เหลือเอากลับไปเก็บที่เดิม”
       สุริยงอึ้ง หากเขมชาติไม่สนใจ เดินกลับมานั่งทำงานต่อที่โต๊ะหน้าตาเฉย สุริยงมองกองผ้าที่วางอยู่พลางคิดในใจ “แค่นี้ ?”
       เขมชาติทำเป็นปรายตามามอง ด้วยแววตาเหยียดๆ
       “เร็วๆ เบาๆ เข้าใจหรือเปล่า ?”
       สุริยงกำมือแน่น. สูดลมหายใจเข้าปอด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด
       “เข้าใจค่ะ”
       สุริยงเดินไปที่กองผ้า แล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดหนึ่งที ก่อนจะยกผ้าขึ้นมาหนึ่งหอบใหญ่ เขมชาติก้มหน้าทำงาน ทำเป็นไม่สนใจ แต่แอบสะใจอยู่ลึกๆ สุริยงหอบผ้าและหันมามองด้านหลังของเขมชาติอยากจะเอาผ้าทุ่มใส่หัวเขมชาติ หากสุดท้าย สุริยงก็ส่ายหน้า อย่างพยายามไม่เก็บมาเป็นอารมณ์และขนผ้าออกไป
       
       คล้อยหลังสุริยง เขมชาติเงยหน้าขึ้นมองตาม แล้วก็ยิ้มเหยียดที่มุมปากอย่างสาแก่ใจ
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
อย่าลืมฉัน ตอนที่ 2
อย่าลืมฉัน ตอนที่ 1
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014