หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 เมษายน 2557 15:18 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 2
       ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 2 (ต่อ)
       
       เพื่อนทั้งสองลากณัฎฐาสินีมานั่งยังโต๊ะนักศึกษาในอีกมุมหนึ่ง
       
       "ฆ่ามันตาย แกก็ติดคุก เรียนก็ยังไม่จบ พรหมจรรย์ก็ยังไม่เสีย"
       "วลัย!"
       "ขอโทษ ฉันแค่จะบอกว่า...ชีวิตเรายังมีค่า มีอนาคตที่ดี อย่าเสียเวลาไปแลกกับไอ้ปลวกนั่นเลย"
       เมธาวลัยบอก
       "ฉันเคยเตือนแกแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องของมัน เพราะฉันเชื่อแก แล้วเป็นไง! เพราะแก! ทำให้ทุกอย่างพัง"
       "ฉันทำถูกแล้ว! ฉันไม่ยอมทนดูเพื่อนเป็นเหยื่อผู้ชายเลวๆ โดยไม่ทำอะไรแล้วก็ขอเหอะ เลิกโยนความผิดมาให้ฉันคนเดียวสักที! นิสัยตัวเองไม่ผิด คิดไม่เคยพลาดเนี่ย เลิกสักทีเหอะ ฉันเบื่อ" ณัฎาลินีบอก
       "ฉันก็เบื่อที่แกไม่เคยอยู่เฉยๆ ชอบสาระแนไปยุ่งกับครอบครัวชาวบ้าน ในเมื่อไม่มีผู้ชายคนไหนดี เกลียดนัก ก็ไปบวชชี" เมธาวลัยบอก
       ณัฎฐาลินีอึ้งจนพูดไม่ออก
       "แต่ฉันไม่เคยเบื่อพวกแกนะ ไม่มีใครนิสัยดี ไม่มีข้อเสียหรอก พวกเราเป็นมนุษย์ พวกเรากลม" ภัทรวลัยบอก
       เพื่อนทั้งสองหันมาบอก
       "เงียบไปเลย!"
       ภัทรวลัยจ๋อยไปทันที
       "เชิญแกอยู่ในโลกของความเห็นแก่ตัว สนใจแต่เรื่องของตัวเองไปเถอะ หึ นังน้ำผึ้งมันคิดถูกอยู่อย่างเดียว ผู้หญิงอย่างแก ไม่มีใครเอา"
       "ฉันนี่แหละที่จะประกาศงานแต่งงานก่อนพวกแกทุกคน"
       "ข้ามศพฉันไปก่อน ถ้าแกจะทำอย่างนั้น"
       "งานศพแก ฉันไม่มีทางไปเผาผี!"
       เพื่อนทั้งสองต่างสะบัดหน้าเดินออกไปทันที ทิ้งภัทรวลัยยืนอึ้งเหวอ
       "เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย!"
       
       ปินัทธาร้องไห้โฮออกมา ทรุดลงนั่งร้องไห้แบบไม่อายใคร ทำเอาคู่บ่าวสาวและทุกคนในงานเหวอไป
       ณัฎฐาลินีร้องไห้ออกมาเพราะเสียใจเรื่องเพื่อน
       เมธาวลัยน้ำตาไหลไม่หยุดขณะเหม่อมองออกไปนอกรถ แต่พยายามจะไม่ให้กฤษฎาที่เหลือบมองมาเป็นระยะสังเกตเห็น
       
       รถของเมธาวลัยจอดเทียบริมถนนในเวลากลางคืน กฤษฎาเปิดประตูออกมา เธอหายเมาแล้วลงมาจากรถ ทั้งสองคนอ้อมไปเจอกันที่หน้ารถ
       "คุณขับเองไหวแล้วเหรอครับ"
       "ฉันหายเมาแล้ว กลับไปได้แล้ว"
       เธอเดินไปเปิดประตูรถ
       "การที่อยู่บนคาน มันน่ากลัวมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ"
       "อะไรนะ"
       "ยอมรับความจริงไม่ได้ถึงกับต้องโกหกทุกคนว่า มีแฟนแล้วทั้งๆที่ไม่มีเหรอครับ"
       เธอปิดประตูรถแล้วเดินมาจ้องหน้าเขา
       "อายุเท่าไหร่"
       "ยี่สิบห้าครับ"
       "อีกนานกว่าจะเข้าใจชีวิต"
       "คุณอายุมากกว่าผมสิบปี แต่ผมก็ไม่เห็นคุณเข้าใจชีวิตมากกว่าผม"
       เธออึ้ง
       "หลังจากคืนนี้ไป ผมจะเป็นยังไงครับ ยังเป็นลูกน้องคุณควบตำแหน่งแฟนกำมะลอต่อหน้าเพื่อนคุณเพื่อป้องกันการเสียหน้าหรือเปล่าครับ แล้วถ้าผมจะบอกว่า ผมเป็นแฟนกำมะลอของคุณไม่ได้ล่ะครับ"
       "ก็ตามใจเธอ แต่ถ้าความลับเรื่องนี้ถึงหูนังเพื่อนตัวร้ายของฉันว่า ฉันอุปโลกน์เธอให้เป็นแฟนฉัน ฉันฆ่าเธอตายแน่ ไม่เชื่อ คอยดู!"
       แล้วเธอก็ขึ้นรถกระชากรถขับออกไป เขานึกสนุกกับการได้ใกล้ชิดผู้หญิงที่อายุมากกกว่าเขาคนนี้ซะแล้ว
       
       มุมหนึ่งในบ้านพีศทรรต วันใหม่ พีศทรรตต่อว่าธัญรดา ภรรยาเก่าที่นั่งสวยๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่
       "คุณนัดจะพาลูกไปเที่ยว แล้วก็ปล่อยให้ลูกรอจนหลับ กี่ครั้งแล้วที่คุณไม่รักษาสัญญา ทำให้ลูกผิดหวัง ธัญรดา"
       เธอไม่ตอบ พีศทรรตถามย้ำคาดคั้น
       "ผมถามว่ากี่ครั้งแล้ว!"
       "ทำไมต้องโกรธมากขนาดนี้ด้วย ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ยังไม่ชินกันอีกหรือไง งานฉันมันไม่มีเวลาเข้าออกแน่นอนตายตัว งานไม่เสร็จฉันก็มาไม่ได้ ก็แค่เนี้ยะ! ทำไมต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่"
       "ความรู้สึกของลูก เป็นเรื่องใหญ่ของผม! เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของผมที่เลิกกับคุณ คุณที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครนอกจากตัวเอง"
       "จะให้ฉันแคร์คนที่ไม่เคยแคร์ฉันไปทำไม"
       พีศทรรตอึ้ง
       "ในโลกของคุณมีแต่ลูก แล้วเมียอย่างฉันล่ะ ฉันมันแค่เมียแต่งที่คุณไม่ได้รัก เป็นแค่แม่ที่ลูกมันอาศัยท้องมาเกิด แต่มันก็ไม่เคยผูกพันกับฉัน วันๆ ก็ร้องเรียกหาแต่พ่อๆๆ"
       "เพราะแม่ของลูกเอาแต่ทำงาน ตกกลางคืนก็ออกเที่ยว ไม่เคยให้เวลาลูก แล้วจะให้ลูกผูกพันกับคุณได้ยังไง"
       "เลิกโยนความผิดทุกอย่างมาให้ฉันคนเดียวเสียที!"
       อดีตคู่สามีภรรยาจ้องมองกันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ เป็นศัตรูที่ไม่อาจลงรอยกันได้ ญาดา ลูกสาวของทั้งคู่นั่งกอดเข่า แอบฟังอยู่ใกล้ๆ หน้าเครียด แต่ไม่ร้องไห้ แต้วเดินเข้ามาเห็นก็ใจหาย รีบเข้ามาอุ้มเด็กสาวออกไปทันที หันไปเจอคุณหญิงกานดายืนอยู่
       แต้วยิ้มหน้าเสีย กานดามองหน้าหลานสาวอย่างเวทนา โบกมือให้แต้วอุ้มญาดาออกไปก่อน
       เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหาพีศทรรตและธัญรดาทันที
       "เรียกฉันมาด่าแค่นี้ใช่มั้ย ฉันจะได้กลับ" ธัญรดาบอก
       "ถ้ายังไม่มีสำนึกก็กลับไป ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก"
       "คิดจะตัดขาดฉันกับลูกเหรอ ได้ ก็ไปฟ้องศาลเอา"
       "ผมทำแน่!"
       เสียงกานดาดังแทรกเข้ามา
       "หยุดทะเลาะกันได้แล้ว"
       ทั้งคู่ชะงัก กานดาเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ทว่าเย็นชา
       "คุณแม่"
       "สวัสดีค่ะคุณแม่"
       "รดา อย่าเพิ่งกลับ แม่มีเรื่องจะคุยด้วย ตาพีศ ไปดูลูก เมื่อกี้แม่เห็นหลานนั่งแอบดูพ่อกับแม่ทะเลาะกัน"
       พีศทรรตตกใจเป็นห่วงลูก รีบออกไปทันที
       
       มุมหนึ่งบ้าน แต้วพยายามเอาใจญาดาที่นั่งนิ่งด้วยขนมสารพัดที่วางอยู่
       "นี่ ของชอบของน้องญาดา พี่แต้วทำให้ทานแล้วนะคะ ใครบ่นอยู่เมื่อวานคะว่าอยากทาน ยกมือขึ้น"
       ญาดามองแต้วตาขวาง แต่ยกมือขึ้น
       "เย้! งั้นเรามาทานกันนะคะ นี่ค่ะ พี่แต้วตักให้ ใส่จานใบเล็ก เหมาะกับคนตัวเล็กๆ น่ารัก"
       แต้วส่งจานให้ ญาดารับมา แต้วยิ้มแต้รอให้ญาดาตักใส่ปาก แต่แล้วญาดาก็เขวี้ยงจานลงพื้น แตกเปรี้ยง แล้วร้องกรี๊ดๆๆๆ แต้วตกใจ
       "ไม่กิน ไม่กิน ไม่เอา ไม่เอา ไม่ เอาออกไป ไม่กิน แอร๊ย! "
       "น้องญาดาขา! อย่าร้องค่ะ หยุดก่อนค่ะ เดี๋ยวกระเบื้องบาดเท้า"
       ญาดาไปยืนเหยียบกระเบื้องแล้วกรีดร้องดัง
       "น้องญาดา อย่าทำอย่างนี้ค่ะ อย่า! โอย ตาย!"
       แต้วพยายามจะเข้าไปกอดเอาไว้ แต่ญาดาไม่ยอมสงบ ทั้งดิ้น ทั้งข่วนแต้ว
       "โอ๊ย! พี่แต้วเจ็บนะคะ น้องญาดา!"
       พีศทรรตวิ่งเข้ามา เห็นลูกสาวกำลังออกฤทธิ์กับพี่เลี้ยง ก็วิ่งเข้ามากอดลูกสาวเอาไว้
       "ญาดา! หยุดลูก หยุด!"
       "ไม่หยุด แอร๊ย! คุณแม่อยู่ไหน จะหาคุณแม่"
       "คุณแม่คุยกับคุณย่าอยู่ คุยเสร็จแล้ว คุณแม่จะมาหาหนูนะ เงียบก่อนนะ"
       เขากอดลูกสาวเอาไว้ด้วยความสะเทือนใจ เด็กสาวสงบลงร้องไห้โฮ เขากอดปลอบประโลมแล้วอุ้ม ก่อนหันไปสั่งแต้ว
       "ทำความสะอาดซะ"
       "ค่ะ"
       
       เขาอุ้มลูกสาวออกไป แต้วมองตามอย่างสะเทือนใจ สงสารญาดา

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 2
       ภายในห้องรับแขก ธัญรดานั่งอย่างไม่เป็นสุข อยากจะกลับเต็มแก่ กานดามองอดีตลูกสะใภ้อย่างคนที่รู้ทัน
       
       "รีบไปเหรอ แม่รดา"
       "หนูมีนัดคุยกับนายหน้าซื้อขายที่ดินค่ะ กำลังจะขึ้นโครงการโรงแรมใหม่"
       "ท่าทางจะสนุกกับงานมาก"
       "ค่ะ งานทำให้หนูรู้สึกว่ามีค่าและเป็นคนสำคัญ"
       "เราเป็นคนสำคัญสำหรับยัยญาดานะ"
       "อีกไม่นาน คุณพีศก็คงหาคุณแม่คนใหม่มาเป็นคนสำคัญสำหรับญาดาแทนหนู เห็นคั่วอยู่หลายคนนี่คะ เดี๋ยวเปลี่ยนๆ ควงไม่ซ้ำหน้า"
       "จะไปเอาอะไรกับผู้หญิงรักสบายพรรค์นั้น ตาพีศลูกแม่ไม่ใช่คนโง่ ก็แค่ควงแก้เบื่อประเดี๋ยวประด๋าว สำหรับแม่ ลูกสะใภ้ของสกุลโซ่อัมพัน...คือหนูคนเดียวเท่านั้น"
       "แต่เราหย่ากันแล้ว สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับค่ะ"
       "แต่แม่เปลี่ยนทางน้ำ ให้ไหลย้อนกลับมาได้"
       ธัญรดาอึ้ง
       "หย่าแล้วก็แล้วไป แต่ใช่ว่าจะกลับมาจดทะเบียนอยู่ด้วยกันอีกไม่ได้ ยิ่งไม่ยากถ้ามีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจกันอยู่"
       "แต่คุณพีศไม่ได้รักหนู ขนาดหนูยอมมีลูก ก็ไม่ได้ทำให้เค้ารักหนูขึ้นมาเลยแม้สักนิด เค้าแต่งงานกับหนูเพราะปฏิเสธคุณแม่ไม่ได้ อย่าให้หนูกลับมาทรมานใจอีกเลยค่ะ"
       "แล้วเรารักตาพีศอยู่หรือเปล่าล่ะ"
       เธออึ้ง กานดารู้ดีว่า ธัญรดายังรักพีศทรรตอยู่
       "ใจเย็น อย่าวู่วาม อย่าประชด ตาพีศไม่ใช่คนใจดำ ถ้าหนูทำให้ตาพีศเห็นว่า หนูเป็นแม่ที่ดีที่สุดเพียงคนเดียวของยัยญาดา....ตาพีศจะเปิดหัวใจและรักหนูได้ไม่ยากเลย หนูมีโอกาสครั้งที่สองแล้ว"
       ธัญรดาอึ้ง ลังเล เพราะยังรักพีศทรรตอยู่มาก แต่ก็เจ็บปวดที่จะอยู่โดยที่เขาไม่ได้รัก
       
       ณัฎฐาลินีเดินเข้ามาในออฟฟิศ ผ่านป้ายชื่อมูลนิธิฟ้าหลังฝน ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการช่วยเหลือสตรีที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในสังคม กุ๊งกิ๊งและเจ้าหน้าที่อีกสอง - สามคนมองยิ้มๆ จนเธอแปลกใจ แต่ไม่ติดใจอะไรมากนัก
       จนกระทั่งเธอเดินมาที่โต๊ะทำงาน เห็นช่อดอกกุหลาบป่าวางอยู่บนโต๊ะ ก็แปลกใจ
       "ดอกไม้ ดอกไม้ใคร? กุ๊งกิ๊ง"
       "ของพี่ลินีนั่นแหละค่ะ มีแมสเซ็นเจอร์เอามาส่งเมื่อกี้เอง"
       "ส่งผิดคนหรือเปล่า"
       "ไม่ผิดล่ะค่ะ ส่งถึงคุณณัฎฐาลินี มงคลควร ชื่อนามสกุลมาเต็ม"
       "ใครส่งมาให้"
       "ไม่ทราบค่ะ แมสเซ็นเจอร์เค้าบอกว่ามาส่งตามคำสั่งของร้าน อยากรู้ว่าใคร ลองดูในการ์ดสิคะ เผื่อลงชื่อเอาไว้"
       เธอเปิดหา เจอการ์ดหนึ่งใบ แล้วอ่านข้อความ
       "ผมจริงใจนะ...วายุบุตร"
       กุ๊งกิ๊งตกใจ ตื่นเต้น
       "คุณวายุบุตร...คนนั้นน่ะเหรอคะ"
       "มีคนเดียวในประเทศไทย ที่กล้าทำแบบนี้ ไปรู้จักชื่อจริง นามสกุลจริงฉันได้ไง" เธอถามกุ๊งกิ๊ง "มีใครโทรมาเช็กชื่อนามสกุลพี่ที่นี่หรือเปล่า"
       กุ๊งกิ๊งและทุกคนส่ายหัว
       "แหม...เปิดหาในสมุดหน้าเหลืองก็เจอ หรือเปิดกูเกิ้ลก็ไม่ยาก เดี๋ยวนี้ สืบค้นเรื่องพวกนี้ง่ายจะตายไป ยุคนี้มันยุคดิจิตอลไม่ใช่อนาล็อกแล้วนะคะพี่ลินี"
       "เอาอีกแระ วกมาเรื่องยุคหรือสมัยอีกจนได้ อย่าแก่บ้างนะพวกเธอ ... ทำงานเลย"
       กุ๊งกิ๊งและเจ้าหน้าที่หัวเราะขำ เธอไม่พอใจที่เขาส่งดอกไม้มาให้ ครั้นเห็นสายตาเพื่อนร่วมงานที่มองมาล้อๆ ยิ่งเคือง
       
       มุมหนึ่งบ้านวายุบุตร วายุบุตรคุยมือถือกับร้านดอกไม้
       "ขอบคุณครับ อ้อ...รบกวนจัดส่งให้ทุกวันเลยนะครับ แต่ขอเปลี่ยนดอกไม้ไปเรื่อยๆ แล้วผมจะโทร.บอกล่วงหน้า ขอบคุณครับ"
       เขาวางสาย อมยิ้ม มีความสุข พนม พ่อของเขาซึ่งเป็นมะเร็งปอดนั่งวีลแชร์ไฟฟ้าเข้ามา เห็นแววตาที่ยิ้มฝันของวายุบุตร ก็รู้ทันทีว่า ลูกชายกำลังมีอารมณ์โรแมนติกกับหญิง
       "อยากรู้จังว่ะ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร"
       วายุบุตรอึ้ง หันมา
       "ป๊า..."
       "ไง ไอ้เสือ คิดจะมีความรักเหมือนชาวบ้านเค้าแล้วหรือไง"
       "ใครบอกว่าผมคิดจะมีความรักเหมือนชาวบ้าน"
       "หือ?"
       "ไม่เหมือนชาวบ้าน น่าจะถูกกว่า"
       "ฮ่ะๆๆไอ้นี่พูดแปลก"
       "ครับ เธอไม่เหมือนชาวบ้าน มีบางอย่างที่น่าสนใจ และทำให้ผมอยากค้นหา"
       "ผู้หญิง แรกๆก็เหมือนหนังสือที่เรายังไม่ได้อ่าน แต่พออ่านจบเล่ม มันก็ไม่ได้ทำให้อยากอ่านอีก แล้วก็เก็บลงกล่องกระดาษ ปิดผนึก"
       "แต่อาจจะมีสักเล่มที่เราอยากอ่านแล้วอ่านอีกไม่รู้กี่จบ ไม่เคยเบื่อ"
       "ซึ่งป๊าอยากให้เป็นสิริมา"
       สิริมาเดินเข้ามาพอดี ได้ยินการสนทนา ทำให้ชะงัก ยังไม่เดินเข้าไป ยืนแอบฟัง
       "โชคร้ายครับ ที่สิริมาเป็นหนังสือประเภทที่ป๊าพูดในตอนแรก"
       "ไม่มีทางเลยเหรอ ที่แกจะหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้ง"
       "ไม่ครับ สิริมากับผม เราเป็นได้ดีที่สุดคือเพื่อนที่ดีและหุ้นส่วน"
       สิริมาจุกอย่างประหลาด เพราะยังรักและหวังจะคืนดีกับวายุบุตร ปั้นหน้าให้เป็นปกติ เดินเข้าไป
       "สวัสดีค่ะป๊า วายุ"
       วายุบุตรแปลกใจที่เห็นเธอ
       "สิริมา"
       "ป๊าให้สิริมา มาคุยเรื่องคดีของแกที่ถูกยื่นฟ้อง เราต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ให้ไอ้คนที่ต้องการดิสเครดิตแกมันสมหวัง"
       "ป๊าคิดเหมือนผมเหมือนกันเหรอครับ"
       "ธุรกิจกลางคืนของเรา ศัตรูรอบด้าน ไว้ใจใครไม่ได้ ป๊าเป็นคนสอนแกเอง"
       วายุบุตรเครียดกับเรื่องนี้ขึ้นมาทันที
       
       ภายในห้องนอน เมธาวลัยสะดุ้งพรวดจากที่นอน ในชุดเมื่อคืนรับโทรศัพท์มือถือที่ดังอยู่ ประสาทตื่นตัว
       "แล้วทำไมเพิ่งโทร.มาปลุก หยาดทิพย์!!! แค่นี้นะ"
       เธอวางสาย กระโดดลงจากเตียง เดินวนอยู่กลางห้อง ยิ่งรีบ ยิ่งคิดอะไรไม่ออก
       "ทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง โอเค อาบน้ำก่อน ไม่สิ เลือกชุดก่อน"
       เสียงเคาะประตูดัง
       "ฉันยุ่งอยู่ เดี๋ยวค่อยมาเคาะได้มั้ย"
       "นี่ย่าเอง เมเปิ้ล!"
       "ว้าย! คุณหญิงย่า ว้าย! อี๋ ยังกะละมุดเน่า ให้เห็นอยู่ในชุดนี้ไม่ได้ ตายแน่ ว้ายๆๆ"
       เธอพล่าน เอาไงดี เอาไงดี
       
       เธอในชุดเสื้อคลุม ผ้าโพกหัวปิดตัวมิดชิด เดินมาเปิดประตู คุณหญิงย่าแสนสุข จอมเฮี้ยนและเผด็จการยืนมองส่งสายตาดุ
       "คุณหญิงย่า"
       "ทำไมตื่นสาย แม่บ้านมาเคาะประตูตั้งหลายครั้ง ก็ไม่ตื่น ผู้หญิงที่ดี เค้าไม่นอนขี้เซากันหรอก"
       "เอ่อ...ความจริง ตื่นนานแล้วล่ะค่ะ แต่มัวโทรศัพท์สั่งงานอยู่เลยไม่ได้ยิน"
       "อย่าให้ย่าต้องมาตามด้วยตัวเองแบบนี้เป็นครั้งที่สองนะ ย่าไม่ชอบ"
       "ค่ะ คุณหญิงย่า"
       เมเปิ้ลจะปิดประตู แต่คุณหญิงแสนสุขยังยืนมองตาเขียวอยู่
       "มีเรื่องอะไรอีกเปล่าคะ"
       "รีบอาบน้ำแต่งตัวให้เร็วที่สุด มีแขกคนสำคัญรออยู่"
       
        "แขก?"
        
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 26 จบบริบูรณ์
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 25
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 24
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 23
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 22
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014