หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุสานคนเป็น

สุสานคนเป็น ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 เมษายน 2557 17:10 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
สุสานคนเป็น ตอนที่ 1
        สุสานคนเป็น ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       รสสุคนธ์ยืนอยู่ริมถนน รถของชีพชะลอแล้วจอดรับ รสสุคนธ์นั่งหน้าคู่มากับชีพ
       
       “ว่าไงเด็กดี...แม่หวานว่านั่งสองแถวไปทำงาน”
       “รสนึกถึงคำพูดของคุณได้..”
       “ฉันพูดอะไร”
       “ก็บอกว่าอยากให้รสนั่งรถคู่กับคุณอย่างนี้ทุกวัน...รสเป็นเด็กดี มีหรือจะกล้าขัดคำสั่ง”
       ชีพหัวเราะอย่างมีความสุข
       “งั้นไปทานข้าวหรูกันสักมื้อมั้ย...กลางวันนี้เลย”
       รสสุคนธ์ก้มดูตัวเอง “รสเป็นสาวโรงงานนะคะ ไม่มีเสื้อผ้าหรูๆ หรอก เดินไปไหนจะทำให้คุณชีพอายเขาแย่”
       “ไม่มีก็ซื้อสิ...เดี๋ยวพาไป...เสร็จแล้วค่อยเข้าที่ทำงานก็ได้”
       รสสุคนธ์ซ่อนยิ้มไว้ไม่ได้ เธอมองออกไปข้างนอก ชีพเอื้อมมือมากุมมือของรสสุคนธ์เอาไว้
       
       ณ ร้านอาหารบรรยากาศดีเงียบสงบ อาหารฝรั่งสองสามอย่าง ทั้ง สเต็ก สลัด ฯลฯ วางอยู่ตรงหน้า
       ชีพทานอาหารด้วยมีดกับส้อมอย่างคล่องแคล่ว ส่วนรสสุคนธ์มองดูท่าทางการจับใช้ส้อมใช้มีดจากชีพ แต่ก็กลบเกลื่อนได้ดี ทั้งสองสบตากันอย่างมีความสุข
       
       สายสมรกับอุษายืนคุยกันอยู่โดยมีคนงานทำงานกันอยู่
       “ยังไม่มาเลยนะคะ...” สายสมรบอก
       “เมื่อเช้ามาทำงานเอง เห็นได้ยินว่าขึ้นสองแถวมานี่...” อุษาถาม
       “ไม่ทราบสิคะ คุณชีพก็ให้ทำเรื่องบรรจุแล้วนะคะ”
       “ยังไม่ถึงกำหนดทดลองงานเลยนี่..”
       สายสมรตอบอย่างอึดอัด “ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ แต่ก็คงต้องทำตามคำสั่งท่าน”
       อุษาพยักหน้าแล้วมองเลยไปยังกลุ่มคนงานที่ทำงานกันอยู่
       
       ชีพขับรถแล้วชะลอจอดที่ด้านหน้าของโรงงาน รสสุคนธ์แต่งตัวชุดโรงงานเหมือนเดิมโดยมีถุงใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ถืออยู่ในมือ รสสุคนธ์จะเปิดประตูลงไปแต่ชีพจับมือรสสุคนธ์ รสสุคนธ์หันมาทิ้งสายตาให้
       รสสุคนธ์เดินไปแต่ก็ยังหันมามอง
       
       สายสมรยืนรอคอยรสสุคนธ์อยู่
       “จะมาทำงานเอาป่านนี้ทำไมไม่โทรมาบอกก่อน” สายสมรว่า
       “คนเราก็ต้องมีธุระกันบ้างสิ...” รสสุคนธ์บอก
       อุษาเดินมาพอดี
       “แต่เธอรู้มั้ยว่าการทำงานทุกที่ต้องมีระบบ ถ้าขาดใครสักคนระบบก็ต้องเสีย...เครื่องมือเครื่องจักรจะเดินตามปกติ ขาดคนทำงานมันก็รวนไปหมด”
       “อุ๊ย ฉันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ...เพิ่งรู้นะเนี่ย”
       รสสุคนธ์นั่งประจำที่จักรตัวเดิม เธอวางถุงกระดาษใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ที่ข้างตัว อุษากับสายสมรเดินไป รสสุคนธ์เบ้ปากอย่างรู้สึกถึงความเหนือกว่าของตน
       
       รสสุคนธ์เอาเสื้อตัวใหม่แขวนไว้ที่ตู้ หวานมองด้วยความสงสัย
       “เงินเดือนยังไม่ออกเลย มีเงินซื้อเสื้อใหม่แล้ว”
       “ฉันก็มีติดตัวของฉันมาบ้างน่าน้าหวาน...”
       “ไม่ใช่ไปอ้อนใครซื้อให้นะ” หวานจ้องหน้าเหมือนรู้ทัน
       รสสุคนธ์ทำไม่รู้ไม่ชี้ “กะอีแค่เสื้อตัวเดียว น้าหวานอย่าทำให้เสียอารมณ์ดีกว่า”
       “นังรส..วันนี้แกกับข้าจะต้องพูดกันให้รู้เรื่อง อีเนรคุณข้าวคุณผู้หญิงไม่มียางหรือไง ถึงไม่ทำให้สำนึกในบุญคุณบ้างเลย...”
       “มีหรือไม่มี ฉันไม่รู้หรอกน้าหวาน รวยแล้ววิเศษมาจากสวรรค์ชั้นไหนเหรอ...ก็ไม่ใช่เพราะไอ้พวกคนรวยเหรอที่มันโกงคนจนๆ อย่างพ่อแม่ฉัน...ทำให้พ่อแม่ฉันต้องตายน้าหวานนับถือคนรวยมากนัก ก็เดินไปกราบแทบเท้าเขาเลยสิ กราบเช้ากราบเย็น กราบให้สำนึกความเป็นทาสของน้าหวานมันซึมเข้าไปในหัว”
       “นังรส...”
       หวานตบหน้ารสสุคนธ์อย่างแรง รสสุคนธ์หันมาน้ำตาร่วงพรู
       “ถ้าน้าหวานพูดมากอย่างนี้อีก ฉันจะทำให้บ้านนี้ป่วนที่สุดวุ่นวายที่สุดเลย...คอยดู...แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก”
       “ระวังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน...คิดบ้าง”
       “น้าหวานแหละต้องคิด ถ้าคุณผู้หญิงเขาเฉดหัวฉันออกไปฉันยังสาว คงไม่ยาก แต่น้าหวานจะไปตายที่ไหนก็คิดเอา”
       รสสุคนธ์ล้มตัวลงนอน หวานแทบบ้าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
       
       หมอผันพยักหน้า
       “แสดงว่ายาหอมนั่น คุณนายลั่นทมยังไม่ได้กินเลยสิ...”
       “ค่ะ เอ้อ น้าชีพเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย” อุษาบอก
       “พ่อครับ ถ้าเขาไม่เชื่อเรา เราก็อย่า...” ธารินทร์จะพูดแต่อุษารีบสวน
       “ไม่ได้นะ คุณน้าลั่นทมบอกแล้วว่าท่านอยากพบหมอผันยังให้พาต้อยติ่งไปด้วยเลย”
       ต้อยติ่งดีใจ “ดีสิ...หนูจะได้ไปเที่ยวบ้านพี่อุษาด้วย”
       
       หมอผันนิ่งคิด

สุสานคนเป็น ตอนที่ 1
        สวาทนำน้ำแดงมาให้ต้อยติ่งและเครื่องดื่มสำหรับหมอผัน
       
       “รอคุณผู้หญิงสักครู่นะคะ” สวาทบอก
       “จ้ะ ไม่เป็นไร ฉันรอได้” หมอผันบอก
       ต้อยติ่งเดินดูข้าวของในบ้านด้วยความสนใจ
       “ต้อยติ่งไม่เอาลูก เดี๋ยวทำของเขาแตกไป มานั่งนี่...มาสิ”
       “หนูดูก่อน”
       ต้อยติ่งสนใจตุ๊กตาในตู้ ลั่นทมกับหวานเดินลงบันไดมาพอดี
       “อยากได้ตุ๊กตาเหรอจ๊ะ เอาสิ เดี๋ยวฉันให้...” ลั่นทมบอก
       ต้อยติ่งย่อตัวไหว้ลั่นทมอย่างน่ารัก สีหน้าของลั่นทมแช่มชื่นขึ้น
       ลั่นทมมองไปที่หมอผัน “หมอผัน คุณพ่อของธารินทร์ใช่มั้ยคะ”
       “ครับๆๆ”
       อุษากับธารินทร์กลับเข้ามาในบ้าน
       “เห็นคุณน้าบอกว่าอยากปรึกษาอาการที่เป็นอยู่ ษาก็เลย”
       “ขอบใจ...แล้วนี่ษาไม่ไปทำงานเหรอจ๊ะ” ลั่นทมถาม
       “กำลังจะให้รินทร์ไปส่งค่ะ บ่ายมีลูกค้ามาพบ...งั้นษาไปก่อนนะคะ”
       “จ้ะ ไม่ต้องห่วงทางนี้” ลั่นทมบอก
       
       สายสมรถือกาแฟมาที่หน้าห้องของชีพ แต่โทรศัพท์ดังขึ้น
       “อะไรจะมาดังเอาตอนนี้...เฮ้อ...”
       สายสมรวางกาแฟไว้ แล้วก็หันไปรับโทรศัพท์ รสสุคนธ์เดินเข้ามาแล้วหยิบถ้วยกาแฟเปิดประตูเข้าห้องทำงานของชีพไป
       
       ชีพอยู่ในห้องทำงานซึ่งมิดชิดพอสมควร รสสุคนธ์วางแก้วกาแฟลง
       “เห็นพี่สายสมรไม่ว่าง รสก็เลยเอาเข้ามาให้แทนค่ะ”
       
       สายสมรวางโทรศัพท์แล้วหันมา
       “อ้าว...ใครเอาไปแล้วล่ะ...”
       สายสมรงง
       
       ชีพรวบตัวรสสุคนธ์มากอดแล้วจูบ รสสุคนธ์ปัดป้องพองาม
       “อย่าค่ะ...เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
       “งั้นก็ต้องไปที่ที่ไม่มีคนเห็นเราสองคนสิ”
       รสสุคนธ์หลบตาและไม่ตอบ ชีพเลยสรุปเบาๆ
       “รอฉันที่หน้าโรงงานนะ”
       
       รสสุคนธ์ออกมาจากห้อง สายสมรทำท่าจะด่า
       “ชงกาแฟเสร็จแล้วมัวรับโทรศัพท์ เย็นชืดหมด...ฉันเลยช่วยเอาไปให้หัวหน้า..พี่สายสมรจะได้ไม่โดนด่าไง...” รสสุคนธ์บอก
       “แล้วนี่ขึ้นมาบนนี้ทำไม” สายสมรถาม
       “คนอยู่บ้านเดียวกันก็ต้องมีธุระกันบ้างสิ พี่สายสมรเป็นคนอื่น จะอยากรู้ไปทำไม”
       สายสมรอึ้ง รสสุคนธ์เดินไป
       
       รสสุคนธ์เปิดประตูรถของชีพเข้าไปนั่ง รถของธารินทร์แล่นมาพอดี
       “รสสุคนธ์นี่...” อุษาเห็น
       ทั้งสองมองหน้ากัน ธารินทร์นิ่งเงียบไม่พูด
       “เป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง...” อุษาสงสัย
       “อย่าให้คุณน้าลั่นทมรู้เรื่องนี้นะครับ ท่านจะป่วยไปอีก”
       “ค่ะรินทร์...ษาผิดหวังน้าชีพจริงๆ”
       รถของธารินทร์จอดอยู่ อุษายังนั่งหน้าซีด
       
       หวานบอกยาใจกับจิ้มลิ้ม
       “ยาใจ...จิ้มลิ้ม พาหนูต้อยติ่งไปทานขนมไป ผู้ใหญ่จะคุยกัน”
       ยาใจกับจิ้มลิ้มจูงต้อยติ่งไปทางหนึ่ง
       หวานนั่งข้างลั่นทม หมอผันพูดออกมา
       “อาการที่เป็นอยู่นี่ อาจเกิดจากกรรมเก่าที่เคยทำมาแล้วก็เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงด้วยครับ ต้องกินยาบำรุงแล้วก็ต้องสวดมนต์ไหว้พระ ทำบุญมากๆ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เขาจะได้อโหสิกรรมให้เรา”
       “ค่ะ หมอ...เรื่องยา ช่วยจัดให้ด้วย ฝากยัยอุษามาก็ได้...หวานคงดูแลฉันเรื่องนี้ได้ ส่วนเรื่องสวดมนต์ไหว้พระ ฉันจะทำให้มากขึ้นกว่าเก่า”
       
       ลั่นทมบอก

สุสานคนเป็น ตอนที่ 1
        รสสุคนธ์มองไปรอบๆ ห้องในคอนโดมีเนียมอย่างปิดความดีใจไว้ไม่มิด เธอถลาออกไปที่ระเบียง จนเห็นวิวทิวทัศน์และบ้านเรือนกว้างไกล
       
       “โอ๊ย..ทำไมมันสวยยังงี้...”
       ชีพนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ รสสุคนธ์กลับเข้ามา ชีพรวบตัวไปกอดแล้วจูบทันที
       “อย่าค่ะ...”
       ชีพหงุดหงิดเล็กๆ “อะไรอีกล่ะ”
       “อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิคะ...รสยังไม่ได้อาบน้ำ คุณคงไม่ทราบหรอกว่าในโรงงานน่ะร้อนแค่ไหน รสไม่ได้อยู่ห้องแอร์เย็นฉ่ำแบบคนอื่นนี่คะ”
       “ต่อไปก็ได้อยู่แล้วล่ะ...”
       
       หวานกลับเข้ามาในห้องก็เห็นรสสุคนธ์นั่งหวีผมอยู่
       “จะสวยไปถึงไหน สวยแล้วก็ต้องไปเป็นจับกังในโรงงาน”
       “นั่นมันคนไม่มีความฝันอย่างน้าหวาน...สำหรับฉันไม่ใช่”
       “นังนี่พูดแปลกๆ...”
       รสสุคนธ์ส่งถุงใส่สร้อยข้อมือให้
       “ไอ้นี่พอจะทำให้น้าหวานเลิกพูดได้มั้ย”
       หวานยืนงง รสสุคนธ์ลุกมาจับยัดใส่มือ
       “เอ็งเอามาจากไหนนังรส...เงินเดือนนิดเดียว จะมีเงินซื้อทองซื้อหยองได้เหรอ...หา...หรือว่า...”
       “ไม่ต้องถามได้มั้ย...ขี้เกียจฟัง...”
       รสสุคนธ์เดินออกไป หวานอึ้ง พอเปิดถุงดูก็เห็นเป็นสร้อยข้อมือเล็ก น้ำตาของเธอแทบจะคลอ
       “นังรส..เอ็งเอาอะไรมาทำหัวใจวะเนี่ย คิดแย่งผัวชาวบ้านเขา”
       
       อุษาใส่ชุดนอนมีเสื้อคลุมเดินเข้ามาส่งแฟ้มให้ลั่นทม
       “คุณน้าช่วยเซ็นอนุมัติด้วยค่ะ”
       ลั่นทมเปิดดูก็เห็นว่าเป็นประกาศบรรจุพนักงาน ลั่นทมไล่ชื่อไปจนถึงคำว่า “รสสุคนธ์ แก้วเดชดี” แล้วก็ชะงักที่ชื่อนี้
       “นี่อะไร เพิ่งทำไม่ใช่เหรอ บรรจุแล้ว”
       “ถามน้าชีพดูแล้วกันค่ะ”
       ชีพเดินเข้ามาพอดี อุษาเดินเลี่ยงออกไป
       “อะไรหรือจ๊ะทม” ชีพถาม
       ลั่นทมชี้ให้ดูชื่อของรสสุคนธ์ ชีพแก้ตัว
       “ก็สายสมรเขาบอกว่าเรียนรู้งานได้ไว ดีกว่าต้องมาสอนงานคนใหม่นะทม...” ชีพหอมแก้ม ลั่นทมมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้น “แล้วแต่คุณนะ ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเสมอ”
       “ถ้าเป็นอย่างที่ชีพบอกก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร”
       ลั่นทมเซ็นชื่อ ชีพที่ยืนมองอมยิ้มแล้วก็หอมแก้มอีกที
       “มีอีกเรื่องที่อยากขอ...” ชีพว่า
       “ใช้คำว่าปรึกษาดีกว่าค่ะ” ลั่นทมบอก
       “ห้องแม่หวานน่ะคับแคบมาก...ผมเห็นแกดีกับคุณมาตลอดถ้าไม่มีแก เราคงแย่ เลยอยากให้แกย้ายห้องใหม่ที่ใหญ่แล้วก็สะดวกกว่าเก่า”
       “ตามใจชีพเถอะค่ะ”
       
       ชีพหอมแก้มลั่นทมเป็นครั้งที่สาม ลั่นทมเอียงอายตามประสาผู้หญิง

สุสานคนเป็น ตอนที่ 1
        หวานกับรสสุคนธ์มองดูห้องอันกว้างขวางและมีเตียงพร้อมสรรพ มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งครบครัน
       
       “ว้าย มีแอร์ด้วย”
       รสสุคนธ์ยิ้มภาคภูมิใจ
       “ทุกอย่างเป็นความหวังดีของคุณชีพเค้า” ลั่นทมบอก “แม่หวานต้องขอบคุณคุณชีพ...เขาอยากตอบแทนที่แม่หวานดีกับฉันมาตลอดน่ะ”
       หวานยกมือไหว้
       “ขอบพระคุณมากเลยค่ะคุณผู้หญิง ไม่คิดว่าขี้ข้าอย่างนังหวานจะได้มีวาสนามีห้องหับส่วนตัวใหญ่ๆ อย่างนี้ไหว้ท่านซะสินังรส”
       รสสุคนธ์ยกมือไหว้
       “ขอบคุณมากค่ะคุณผู้หญิง ต่อไปน้าหวานกับรสจะได้ไม่ต้องนอนเบียดกันแล้ว”
       “คุณชีพคงเห็นเธอสองคนลำบาก เขาก็เลยมีน้ำใจ..”
       ลั่นทมเดินออกไป รสสุคนธ์หัวเราะเบาๆ หวานหันมาทันที
       “เพราะแกใช่มั้ยนังรส...” หวานถาม
       “อุ๊ย คุณผู้หญิงผู้แสนดีของน้าเพิ่งพูดหยกๆ ว่าเป็นน้ำใจของคุณชีพ น้าจะมาเหมาว่าเป็นฝีมือฉันได้ยังไง”
       “ก็ถ้าแกไม่เสนอ มีหรือที่เขาจะสนอง”
       รสสุคนธ์ตอบยั่ว
       “บางเรื่องรสไม่เคยเสนอ แต่คุณชีพก็อยากสนองก็มี...”
       “นังรส...นังนี่มันน่าบีบคอให้ตายนัก...”
       หวานไล่ตีรสสุคนธ์ แต่รสสุคนธ์วิ่งหนีพร้อมกับหัวเราะร่วน
       “อยู่เฉยๆ เถอะ ฉันทำให้น้าหวานสบายได้ก็แล้วกัน”
       
       สวาท ยาใจ จิ้มลิ้ม ฉ่ำ สมพร และวิเวกนั่งกินข้าวกันอยู่ โดยหวานยังไม่เข้ามา
       “แม่หวานล่ะ” สมพรถาม
       “จัดห้อง...” สวาทบอก
       “มีหลานสาวสวยก็โชคดีอย่างนี้แหละ”
       “แต่ถ้าให้ฉันต้องลงทุนเอาตัวเข้าแลกนะ ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก”
       “โห พูดยังกะสวยตายละ ไปส่องกระจกซะไป...”
       “น้าเวก เดี๋ยวอดกินข้าวหรอก...”
       “ต่อไปบ้านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ นี่ถ้าแม่หวานเห็นดีเห็นงามไปกับหลานสาวด้วยละก็ พวกเราคงแย่...” สวาทบอก
       “นั่นสิ ถ้าเกิดผนึกกำลังกันทำตัวเป็นเจ้าเป็นนาย โอยใครอยู่ก็อยู่เถอะ นังยาใจไปขายฝรั่งดองดีกว่า” ยาใจกลุ้ม
       หวานเดินเข้ามา ทุกคนเงียบกริบ
       “คุยอะไรกันอยู่เหรอ” หวานถาม
       สวาทแทบสำลักข้าว
       “ก็เรื่องทั่วๆ ไป ไม่..ไม่มีอะไรหรอกแม่หวาน ทานข้าวสิ”
       
       พระประธานงดงามอยู่เบื้องหน้าทุกคนในโบสถ์
       เสียงอธิษฐานของลั่นทมดังขึ้นในใจ “คุณพระคุณเจ้าเจ้าขา...เวรกรรมอะไรของลูกที่ต้องเกิดมามีโรคประหลาด เหมือนคนตายทั้งเป็น ลูกขอให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ลูกด้วยเถอะเจ้าค่ะ”
       ลั่นทมน้ำตาคลอ ธารินทร์กับอุษาหันมาเห็น
       “คุณน้าคะ...” อุษาส่งผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา “คุณน้าต้องสู้นะคะสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ สู้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้คุณน้าเป็นทุกข์...ษากับคุณรินทร์สัญญาว่าจะอยู่ข้างคุณน้าตลอดไปค่ะ แต่คุณน้าต้องเข้มแข็งนะคะ อย่ายอมแพ้”
       “แต่บางทีน้าก็อดปลงไม่ได้หรอกอุษา...บางทีก็นึกอยากตายขึ้นมาจริงๆ”
       “อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ...”
       ลั่นทมมองหน้าพระประธานแน่วนิ่ง
       
       ลั่นทมมองดูโลงศพที่ทางวัดตั้งไว้ เพื่อให้ทำบุญสร้างโลงศพแก่ศพผู้ยากไร้ ไม่มีญาติ สีหน้าเศร้าๆ
       “ถ้าทำให้คุณน้าไม่สบายใจก็ไปที่อื่นเถอะค่ะ” อุษาบอก
       “ทำบุญให้น้าหน่อย...เห็นแล้วก็ยิ่งทำให้น้าปลง...คนเราแก่งแย่งชิงดีกันแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่มีใครใหญ่เกินโลง”
       
       ลั่นทมว่า คล้ายๆ ปล่อยปลง
       
       อ่านต่อตอนที่ 2

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุสานคนเป็น ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
สุสานคนเป็น ตอนที่ 14
สุสานคนเป็น ตอนที่ 13
สุสานคนเป็น ตอนที่ 12
สุสานคนเป็น ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
16 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014