หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ พายุเทวดา

พายุเทวดา ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 เมษายน 2557 09:48 น.
พายุเทวดา ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
       พายุเทวดา ตอนที่ 16
       
       ดารินอยู่ในห้องวีไอพีกับคำรณ หมวดสาวในคราบสาวนั่งดริ๊งค์หน้านิ่ว รับรู้ในทันทีว่าเทวาส่งกระแสจิตมาขอความช่วยเหลือ
       
       “เทวาส่งกระแสจิตมา” ดารินรินนํ้าใส่แก้วที่ตนนำมาด้วย
       “กินทำไมนํ้าเปล่า ดื่มด้วยกันสิ” คำรณถาม
       “ไม่ค่ะ” ดารินมองเห็นภาพการยิงต่อสู้กันในทะเลจากนํ้าในแก้วเหล้า ดารินใจหาย เพ่งไปที่นํ้า แก้วนํ้าและแก้วเหล้าระเบิดทันที
       คำรณตกใจ ดารินแกล้งตกใจ “อุ๊ย”
       ก๊อกนํ้าทุกจุดในร้านเหล้านํ้าไหลได้เอง เหมือนคนเปิดก๊อกจนสุด แก้วเหล้าในมือแขกที่นั่งอยู่โต๊ะหนึ่งแตก ขวดเหล้าก็แตก เหล้าไหลนอง แขกพากันลุกฮือขึ้น
       “ไอ๊หยา...เกิดอะไรขึ้น” เม้งตกใจ
       
       ส่วนที่ห้องรับรองชั้นบน ดารินแกล้งตื่นตกใจอยู่
       “เกิดอะไรขึ้นนะ น่ากลัวจัง ดารินแสร้งทำเป็นตกใจ”
       คำรณกอดไว้หลวมๆ “อยู่กับผมไม่ต้องกลัวอะไรนะ”
       
       กลางทะเลลึก พายุสลาตันพัดกระหนํ่า คลื่นสูงขึ้น เรือประมงและเรือตกหมึก ค่อยๆ จมลง
       เทวาพึมพำเบาๆ “รินมาช่วยแล้ว”
       สิงห์ปล่อยหมัดจนเริ่มอ่อนแรง “ข้าหมดพลังแล้วว่ะ”
       “ข้าก็เอากายทองของข้ารับกระสุนจนไม่ไหวแล้ว”
       “ไม่ต้องห่วง ดูนั่นสิ เรือค่อยๆ จมลง”
       ทุกคนยืนมองอย่างตะลึง เห็นคนร้ายบางคนว่ายนํ้า บางคนพยายามเกาะซากเรือเป็นทุ่นช่วยชีวิตตนเอง
       ตำรวจหันมา “เป็นไปได้ยังไง เอาเรือเข้าไปช่วย กันตัวไว้เป็นพยาน”
       กำลังตำรวจเคลื่อนเรือเข้าไปใกล้ สิงห์บอก “ตามหาไอ้ก้องเถอะ”
       “ข้าไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นพวกไอ้ฤทธิ์ไปได้”
       “ไป”
       เทวาขับเรือออกไปอย่างเร็ว เห็นตำรวจช่วยเหลือคนตกนํ้าอยู่ด้านหลัง
       
       ดารินค่อย ๆ เบี่ยงตัวให้ออกจากการโอบกอดของคำรณ เม้งขึ้นมาพอดี
       “ต้องมีคนทำอะไรแน่ๆ จู่ๆ นํ้าก็ไหลทุกก๊อกจะท่วมร้าน ผมอยู่แล้ว ขวดเหล้าแก้วเหล้าที่มีนํ้าแตกหมด” เม้งมองมาที่ดาริน
       ดารินรีบพูดกลบเกลื่อน “นั่นสิคะ รินกลัวแทบตาย นี่ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้คุณคำรณล่ะ ก็ รินคงช็อกตายแล้วล่ะเฮียเม้ง”
       “ไม่กลัวอะไรแล้วใช่มั้ยครับ ริน”
       “อยู่ใกล้คุณ รินต้องกลัวอะไรอีกล่ะ...เฮียช่วยไปหาแก้ว กับเอาเหล้าขวดใหม่มาให้ที”
       เม้งฉุนกึก “ลื้อใช้อั๊ว”
       คำรณบอก “คุณดารินบอกก็ไปทำสิเฮียเม้ง”
       เม้งมองดารินไม่พอใจ
       “แย่จัง กําลังสนุกเลยนะ” คำรณจ้องหน้าดาริน ถามคาดคั้น แต่ไม่ให้เสียงดัง
       “เขาลือกันว่าคุณเป็นหนึ่งในพวกพลังเทวดา”
       ดารินหน้าเจื่อน แล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อน “ถ้ารินเป็นจริง รินไม่มาทำงานอย่างนี้หรอก ไม่ยอมให้ คนอย่างเฮียเม้งโขกสับ เปิดหมวกเล่นกลหาตังค์ดีกว่า”
       คำรณหัวเราะ “ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูดคงตลกดี”
       
       เรือของก้องแล่นไป แล้วก็จอด ก้องหันมา คนขับเรือเดินมาหาแล้วกระชากกระเป๋าเงิน แต่ก้องกอดไว้แน่น คนขับเรือเตะก้อง ก้องก็ไม่ยอมปล่อยกระเป๋า คนขับเรือเตะอีกหลายครั้ง ก้องยอมเจ็บตัว
       “ส่งมา...เอามา ไอ้ขี้ยา เอ็งจะเอาเงินไปทำอะไรวะ เดี๋ยว ข้าจะฉีดเข้าเส้นให้เอ็งตายเลยดีมั้ย”
       ก้องตวัดสายตาไม่พอใจ “ข้าไม่ให้”
       คนขับจะเข้ามาทำร้ายอีก ก้องเหวี่ยงกระเป๋าเข้าใส่ จนคนขับเรือล้มลงไป ทั้งสองยื้อแย่งกัน กระเป๋ากลิ้งไปมา กระเป๋าถูกกระแทกหลายครั้ง จนกระเป๋าเผยอออก ก้องคว้ากระเป๋าได้ก็ขว้างใส่ กระเป๋าเปิดออก เผยให้เห็นแบงค์อยู่ในกระเป๋า คนขับเรือถลาไปด้วยความโลภ หยิบเงินมากอดไว้
       ก้องเข้ามาเตะคนขับเรือจนตกเรือไป เงินที่อยู่ในอ้อมกอดของคนขับเรือพลัดตกนํ้าไปด้วย ลอยไปตามนํ้า แบงค์ปลิวลอยสู่ฟ้า
       
       เทวา เดช และสิงห์ขับเรือเร็วมา เห็นเข้า
       สิงห์ร้องบอก “เฮ้ย”
       คนขับเรือตะเกียกตะกายจะขึ้นเรือ ก้องยืนมองอยู่ด้วยสายตาไม่พอใจ
       เทวา เดช สิงห์มาใกล้ ก้องเห็น
       “พวกเอ็งกลับไป อย่ามายุ่งกับข้า...ไปสิ...ไป”
       “ไอ้ก้อง กลับไปอยู่กับพวกเรา ข้ามารับเอ็งแล้วนะไอ้ก้อง”สิงห์บอก
       “ข้าไม่กลับ”
       “ก้อง ข้าสัญญานะว่าต่อไปนี้ข้าจะดูแลเอ็ง จะไม่ยอมให้ พวกมันมาทำอะไรเอ็งได้” เทวากล่อม
       “กลับไป ข้าไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ถ้าขืนเข้ามาใกล้อีก พวก เอ็งก็เอาศพข้ากลับไปก็แล้วกัน” ก้องยืนกราน
       เดชบอกกับเทวา “กลับเถอะ ข้าว่าค่อยหาทางไปพูดกับมันใหม่ มันอาจจะ มีเหตุผลอะไรบางอย่าง”
       “ก้อง มีปัญหาอะไร พวกข้ายังเป็นพี่น้องกับเอ็งอยู่นะ” เทวาบอก
       ก้องไม่ใส่ใจ ตรงไปที่พวงมาลัยเรือ ขับเรือออกไป กลุ่มของเทวา มองตาม
       สิงห์มองเห็นคนขับเรือว่ายนํ้าชูมือขอความช่วยเหลืออยู่
       “เอามันไปเป็นพยาน” เทวาบอก สิงห์ยื่นมือให้คนขับเรือ
       
       ส่วนที่ห้องวีไอพีร้านเฮียเม้ง คำรณจิบเหล้า ดารินนั่งอยู่ข้างๆ พัน ธง ศร พรวดเข้ามาหน้าตาตื่น
       “นายครับ...ข่าวร้าย” พันกระซิบที่ข้างหู
       คำรณไม่พอใจ “บรรลัยแล้ว” เขาหันมาบอกดาริน “ผมต้องไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่”
       “ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
       คำรณหันมาส่งยิ้มให้ดาริน แล้วผละไป พัน ธง ศรตามไป
       “พวกแกต่างหากล่ะที่ทำให้คนอื่นเขาบรรลัย...ฉันจะต้อง จัดการให้ยานรกหมดไปจากแผ่นดินนี้ให้ได้”
       
       ก้องจอดเรือกลางทะเลแล้วร้องไห้ เหตุการณ์ตอนที่ฤทธิ์ขู่ว่าจะฆ่าบุญกู้ผุดเข้ามาในห้วงคิด
       ก้องพึมพำ “ไอ้เทวา ข้ากลัวน้าบุญกู้เป็นอะไรไป เอ็งอย่าโกรธข้า นะ ข้ายังเป็นน้องเอ็ง เป็นเพื่อนเอ็งอยู่ ข้ารักพวกเอ็ง”
       ก้องร้องไห้ครํ่าครวญอย่างน่าเวทนา
       
       วันต่อมา คงคาพูดอย่างเดือดดาล ทุกคนนั่งอยู่รอบๆ
       “หมดกัน...ทั้งเงินทั้งยา...ฉันไม่รู้จะอธิบายกับลูกค้ายังไง” คงคาชี้นิ้วด่ากราด “มันน่าฆ่าทุกตัวเลย”
       “พ่อครับ...ก็ในเมื่อไอ้ฤทธิ์มันทำพลาด พ่อก็เอาเรื่องกับ มันสิครับ...ฆ่ามันเลย เลือกกํานันใหม่ พ่อก็ให้ผมเป็น รับรองว่าผมไม่พลาดแน่”
       หยาดฟ้าก้มหน้าตํ่า เก็บความไม่พอใจ
       “แกไม่ต้องห่วงหรอก...ฉันจัดการมันแน่”
       “ดีพ่อ...ถ้าให้ผมซํ้ามันด้วยก็บอกเลย”
       คงคามองทางหยาดฟ้า “หยาดฟ้าล่ะ...ถ้าฉันจะเล่นงานนายฤทธิ์ เธอจะว่ายังไง”
       “ก็ดีค่ะ...จะได้จบสิ้นกันซะที”
       “งั้นคุณหยาดก็ไม่ต้องไป...อยู่ที่นี่แหละ กลัวใจอ่อน” คำรณว่า
       พัน ธง ศรมองหยาดฟ้า สายตาเหมือนรู้ทัน และสนับสนุนความคิดนาย หยาดฟ้าหน้านิ่ง ไม่กล้าแสดงออก
       
       ส่วนที่เกาะมุก ทุกคนนั่งปรึกษากันอยู่ภายในวัด
       ครูประสิทธิ์เอ่ยขึ้น “นายก้องคงมีเหตุผลบางอย่างถึงไม่ยอมกลับมากับ พวกเรา...ลองอีกทีดีมั้ย”
       “ผมจะทำทุกวิถีทางที่จะเอาไอ้ก้องกลับมาให้ได้ มันเป็น น้องผม” เทวาบอก
       บุญกู้พยักหน้าพอใจ “ไอ้ฤทธิ์กับไอ้คล้ามมันต้องการสลายพลังเทวดา ถ้าพวก เราแตกกัน มันก็ชนะ”
       “ใครสนิทกับมันมากที่สุดล่ะ” สนถาม เดชมองหน้าสิงห์
       “ไอ้สิงห์...เอ็งรับทำงานนี้นะ” เดชว่า
       “ข้าไม่รับปาก ข้าสนิทกับมันก็จริง แต่มันเกรงใจเอ็ง เทวา”
       “งั้นเอ็งไปกับข้า”
       เดชบอก “ข้าไปด้วย”
       
       ฤทธิ์นั่งอยู่ตรงหน้าคงคากับคำรณในบ้านพัก ลูกน้องอื่นๆ อยู่รายรอบ คุมเชิงกัน
       “ผมทำทุกอย่างไว้แล้ว จัดคนคุ้มกันไว้หมด แต่ผมไม่รู้ว่า ข่าวรั่วไปทางไหน”
       คำรณหยัน “ลองเอาสมองคิดดูสินายฤทธิ์...ใช้คนอย่างไอ้ก้องไปส่ง ยา...มันเป็นน้องนายไม่ใช่เหรอ มันคงส่งข่าวให้พวกไอ้ เทวารู้มั้ง”
       “เป็นไปไม่ได้ครับ วันนั้นผมคุมตัวมันมาที่นี่ มันเมายา ด้วยซํ้า ไม่มีใครได้พบหน้ามันเลยสักคนเดียว มันอยู่ใน สายตาพวกผมตลอด”
       คงคามองหน้าฤทธิ์ “ถ้างั้น ไอ้ก้องก็ต้องรับผิดชอบ ไปพามันมาหาข้าที่นี่ เดี่ยวนี้”
       
       เทวา สิงห์ และเดชค่อยๆ ย่องมาที่กระท่อมท้ายเกาะ โดยภายในกระท่อม เห็นก้องกับคนเฝ้าเมายานอนที่พื้น เทวาค่อยๆ เปิดประตู ไม่มีการขัดขวางใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งสามคนเข้าไปในกระท่อม
       “เมายากันหมดเลย เอาไงดี” เดชถาม
       “เอาตัวไอ้ก้องออกไปข้างนอก ใส่รถพากันมันกลับวัด เลย..คงต้องให้มันหักดิบอดยาให้ได้”
       สิงห์พยักหน้าเห็นด้วย สิงห์กับเดชเขย่าตัวก้อง ก้องรู้สึกตัว ในสายตาเป็นภาพพร่าเลือน จำใครไม่ได้
       ก้องส่งเสียงอ้อแอ้แบบคนติดยาหลุดๆ รั่วๆ เหมือนคนลิ้นคับปาก “ใครวะ”
       “เอ็งนี่เมายาจนพูดไม่รู้เรื่องเลยเหรอวะ” คนเฝ้างัวเงียขึ้นมา เดชจัดการต่อยหรือเตะทีเดียว ล้มไปนอนเหมือนเดิม
       ทั้งสามช่วยกันอุ้มก้องมาที่รถ ก้องรู้สึกตัว ดิ้น
       “จะพาข้าไปไหน...ข้าไม่ไป...ข้าไม่ไป”
       เดชกับสิงห์วางก้องลง “ไอ้ก้อง กลับวัด ข้ามารับเอ็ง ข้าไอ้สิงห์ไง...น้าบุญกู้ให้ ข้ามารับ...น้าบุญกู้คิดถึงเอ็งนะ”
       ภาพเหตุการณ์ที่ฤทธิ์ขู่ฆ่าบุญกู้ผุดซ้อนเข้ามา ก้องตาเหลือกลาน ส่ายหน้า
       “ไม่...ข้าไม่ไป...ข้าไม่ไป...อย่าให้ข้ากลับนะ ข้ากลัว”
       เทวางง “กลัวอะไร ใครทำอะไรเอ็งไม่ได้ ข้าจะปกป้องเอ็งเอง ไอ้ก้อง เชื่อข้าสิ”
       เดชบอก “ข้าด้วย”
       ก้องส่ายหน้า แล้วร้องไห้ “ไม่...เอ็งรีบไปเถอะ...รีบไปจากที่นี่ ถ้าข้ากลับ ข้าจะกลับ ไปเอง...ข้าฝากน้าบุญกู้ด้วยนะเทวา”
       เทวามองหน้าเดชกับสิงห์ พลางถาม “บอกข้าได้มั้ยว่าทำไมเอ็งไม่กลับ”
       ก้องส่ายหน้า เดชถาม “เอ็งติดยาใช่มั้ย ข้าจะทำให้เอ็งเลิก เอ็งจะได้ไม่ทรมาน”
       “ไม่ใช่...เอ็งกลับไปซะ ไปสิ...ไป” ก้องตะโกนเสียงดังมากขึ้น
       เทวา เดชและสิงห์ ถอยห่างออกมา “พวกข้าจะรอเอ็ง ไอ้ก้อง ข้าคิดว่าเอ็งมีเหตุผลบางอย่าง ดูแลตัวเองด้วยนะก้อง”
       เทวาตัดสินใจกลับ เดชกับสิงห์รีบขึ้นรถ เดชขับ เทวานั่งหน้า สิงห์นั่งกระบะท้าย รถเคลื่อนไป สิงห์มองตาม เห็นก้องตัวเล็กลงเรื่อยๆ หน้าของสิงห์มีนํ้าตาคลอ ก้องก็เช่นกัน ปล่อยโฮออกมา
       เดชถามเทวา “เอ็งเป็นเหมือนข้ามั้ยเทวา”
       “เป็น ใจหาย เป็นห่วง สับสน ข้าเสียใจที่มันไม่มากับข้า”
       “ข้าก็เหมือนกัน”
       
       เดชขับรถสองแถวของตนมา เทวานั่งข้างๆ สิงห์นั่งอยู่ด้านหลัง รถของฤทธิ์ ที่มีลูกน้องฤทธิ์ขับ แล่นมา
       ฤทธิ์เห็น “ไอ้เดช มาทำไมแถวนี้ จอด”
       คนขับของฤทธิ์จอดขวางทาง เทวาลงมาเป็นคนแรก สิงห์กระโดดมา เดชออกมาเผชิญหน้า
       “ยินดีต้อนรับน้องๆ เทวดาของพี่”
       “ยังคิดว่าเป็นพี่พวกเราอีกเหรอ”
       “ทำไมถามยังงั้นล่ะน้องพี่”
       “ก็ที่ผ่านมา พี่ทำตัวเป็นศัตรูกับพวกเรามาตลอด ผมไม่ เคยลืมที่พี่มีส่วนในการตายของหลวงปู่”
       ฤทธิ์ตีรวน “คนจะตายใคร ใครจะห้ามได้ล่ะ ไม่งั้นโลกนี้ก็ไม่ต้องมี หมอ ไม่ต้องมีพระ ไม่ต้องมีสัปเหร่อ”
       เดชกับสิงห์ไม่พอใจ เดชถ่มนํ้าลาย “ถุย พูดหมาๆ งั้นบอกมาดีกว่าว่าเอ็งเอาไอ้ก้องมาขังไว้ที่นี่ ทำไม”
       ฤทธิ์ยักไหล่ ผายมือกวนๆ “เปล่า...มันมาเอง มันบอกว่าเบื่อ ไม่อยากเป็นกุลีแบก หามให้คนเขาดูถูก พวกเอ็งรักมัน ทำไมไม่ดูแลมันล่ะวะ พอมันมาอยู่กับข้า มันเล่นยาเอง ข้าไม่รู้ด้วยซะหน่อย”
       สิงห์แค้น “ไอ้ฤทธิ์”
       สิงห์เดินเข้าหา เทวาดึงตัวสิงห์ไว้ “ไม่ต้องไอ้สิงห์” แล้วพูดกับฤทธิ์ “ส่งไอ้ก้องคืนมาให้ผม”
       ฤทธิ์หัวเราะรู้ทัน “นี่มันไม่ยอมกลับกับพวกเอ็งละสิ...มันติดยา งอมแงม ขืนไปกับเอ็ง มันก็ลงแดงตาย ชาติก่อนมันคง ทำกรรมไว้มาก...มันถึงต้องเป็นยังงี้”
       เทวาผลักสิงห์ไปทางหนึ่ง แล้วตรงเข้าต่อยฤทธิ์ทันที ฤทธิ์เซไป กุมปากที่มีเลือดซึม
       “น้องต่อยพี่...” ฤทธิ์เอามือออกเห็นเลือดติดมือ “พี่ได้เลือด..สีแดงดี เหลือเกิน...เห็นเลือดพี่มั้ย...จำเลือดพี่ไว้นะน้องรัก...จำ เลือดพี่ไว้” ฤทธิ์ตะคอกใส่ “เพราะเลือดเอ็งจะต้องออกมากกว่านี้”
       ฤทธิ์เดินกลับไปที่รถ เทวา เดช และสิงห์ยังยืนคุมเชิงอยู่ ฤทธิ์กดแตรเสียงดัง ก่อนจะขับพุ่งเข้าหาทั้งสามคน แต่ทั้งสามกระโดดหลบได้ทัน
       “ข้าอยากต่อยกับมันตัวต่อตัว เอ็งจัดให้ข้าสักยกสิวะเทวา”
       เทวามองดูหมัดตัวเอง สีหน้าแค้นสุดขีด
       เดชขับรถมา เทวานั่งข้างๆ สิงห์นั่งที่ตอนหลัง รถมอเตอร์ไซค์ของดารินขี่มาริมถนน ปลาดุกเป็นคนขี่ ดารินซ้อน รถของเดชผ่านไป ทั้งสองหันมอง เห็นเทวานั่งหน้าเครียด หันมามองสองสาวเฉยๆ แต่ไม่ยอมให้เดชหยุด เดชขับออกไป
       ปลาดุกแปลกใจ “แฟนนายเป็นไรน่ะ หน้าเป็นมะเหงกเลย”
       “ไม่รู้” ดาริน สีหน้าเครียด “นายต้องมีปัญหาแน่ๆ เกิดอะไรกับนาย”
       
       เทวาเข้าโบสถ์มหาอุตม์ นั่งอยู่หน้าพระ “ขอท่านจงโปรดช่วยผมกับชาวเกาะมุกให้เข้มแข็งต่อสู้ กับพวกมันได้ด้วยเถิด”
       บุญกู้ยืนมองอยู่ด้านหลัง “หัวหน้ายังหวั่นไหวแล้วจะไม่ให้คนอื่นหวั่นไหวตามรึ”
       เทวาหันมา “น้าบุญกู้” เขาก้มหน้ารู้สึกผิด “ผมขอโทษที่อ่อนแอ”
       “บางทีความอ่อนแอก็เป็นประโยชน์ ถ้าใช้ให้ถูกจังหวะ แต่ตอนนี้พวกมันใช้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน...เอ็งจะอ่อนแอ ยอมให้มันทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ”
       เทวา มองดูพระพุทธรูป ดวงตามุ่งมั่น “ผมไม่มีวันยอมแพ้พวกมันหรอกครับ”
       
       ฟากก้องถูกผลักไปแทบเท้าของคงคา คงคาดึงผมของก้องให้หน้าหงายขึ้น ก้องตัวสั่น
       “ความผิดของเอ็งน่ะมันต้องเชือดสดๆ ทีละชิ้น ค่อยๆ หย่อนเนื้อของเอ็งลงไปในทะเลให้ฉลามมากินจนกระทั่งเอ็งทนไม่ไหว ค่อยโยนศพเอ็งลงไปในทะเล”
       ก้องส่ายหน้า ตัวสั่น กลัวอย่างระงับไม่อยู่ ยกมือสั่นๆ ขึ้นไหว้
       “อย่าทำผมเลย...อย่าทำผม...ผมกลัวแล้ว”
       “จัดการฆ่าไอ้เทวาให้เร็วที่สุด ถ้ามันไม่ตาย เอ็ง กับคนที่เอ็งรักจะต้องตายแทนไอ้เทวา”
       คงคาหันมาทางพัน ธง ศร “เอ็งสามคนเฝ้ามันไว้นะ ถ้ามันทำไม่สำเร็จก็จัดการซะ”
       พัน ธง ศร รับคำด้วยความย่ามใจ “ครับ เสี่ย”
       
       วันต่อมา เทวาขี่รถมอเตอร์ไซค์มาบนถนนเกาะมุก ในธรรมชาติอันสวยงาม ธงซุ่มอยู่ข้างทาง เห็นรถของเทวาผ่านไป ธงพูดโทรศัพท์
       “เป้าหมาย ผ่านหน้าไปแล้ว เตรียมตัว”
       เทวาขี่รถมาด้วยสีหน้าสดชื่น
       ที่มุมต้นไม้รกๆ ข้างทาง เห็นพันกับศร คุมก้องอยู่ ทั้งสามมีปืนสังหารชนิดร้ายแรงอยู่
       “เอ็งแน่ใจว่าเป็นคนลงมือสังหารมัน” พันถาม
       “ข้ารับปากกำนันแล้ว ข้าต้องทำ”
       พันกับศรสบตากันยิ้มๆ รถของเทวาผ่านมาพอดี
       ก้องเหนี่ยวไกปืน รถของเทวาล้ม ร่างของเทวากลิ้งไป ล้อรถที่รถเอียงกะเท่เร่หมุนอยู่ พัน ศร และก้องต่างเดินถือปืนยิงกราดมาที่ร่างเทวา เทวากลิ้งหลบ กระสุนพลาดไปหมด พันและศรตกใจที่ปืนทำอะไรไม่ได้ ปราดเข้าต่อสู้
       เทวาต่อสู้กับพันและศรด้วยมือเปล่า แต่ก็สู้เทวาไม่ได้ ก้องยืนอยู่
       พันโมโห “ไอ้ก้อง เอ็งบอกว่าจะใช้พลังเทวดาฆ่ามันไงล่ะ”
       เทวาหันขวับไปทางก้อง “เอ็งสัญญากับพวกมันอย่างนั้นเหรอ”
       ก้องโบกมือให้พันกับศรออกไป สีหน้าเหี้ยมๆ เทวานิ่ง ก้องเริ่มสำรวมสมาธิ แล้วกระทืบเท้า แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ก้องโถมร่างเข้าหาเทวา แต่เทวาใช้พลังสลาตันหลบพลิ้วไหวได้อย่างรวดเร็ว ร่างของก้องไม่ถูกแม้แต่ร่างกายส่วนใดๆ ของเทวา
       “ไอ้ก้อง เอ็งเห็นหรือยังว่าพลังเทวดาของเอ็งแทบไม่มี เหลืออยู่แล้ว...เป็นเพราะเอ็งผิดศีล เอ็งเชื่อคนชั่วๆ อย่างไอ้ฤทธิ์”
       ก้องไม่สนโถมเข้าหาทันที ไม่ให้เทวาตั้งตัว เทวาเบี่ยงหลบ ร่างของก้องล้มกลิ้งไปแทน
       พัน กับศรมองหน้ากันแล้วเข้าปะทะกับเทวา เทวาใช้ลีลามวยกระโดดถีบจนทั้งสองหงายไป แล้วพากันวิ่งหนีไป ก้องหันมามองเทวา แล้ววิ่งไปอีกทางหนึ่ง
       “ไอ้ก้อง...ไอ้ก้องกลับมา”
       เทวาจะวิ่งตามไป แต่กระสุนปืนดังมาจากทางหนึ่ง พันกับศรรีบหลบ ธงถือปืนอาวุธสงครามส่ายปืน สาดกระสุนใส่เทวา เทวาใช้วิชาสลาตันกระโดดหลบกระสุนตัวลอย จนกระสุนหมด ธงตกใจ โยนปืนทิ้ง แล้ววิ่งหนีไป
       เทวายืนหอบเหนื่อย
       
       ก้องถูกเตะไปนอนแอ้งแม้งที่มุมหนึ่งในบ้านฤทธิ์
       “ถุย นี่หรือวะนักเลงเทวดา ทำอะไรมันไม่ได้เลย” คงคาชี้ไป ที่กลุ่มของพัน “พวกเอ็งก็เหมือนกัน มีทั้งวิชาต่อสู้ มีอาวุธ แถมมีวิชาอาคมอีกด้วย...บรรลัยกันหมดคราวนี้”
       ก้องนอนที่พื้นหันมามอง
       “ถ้าไอ้ก้องฆ่าไอ้เทวาไม่ได้ ก็ให้นายฤทธิ์เป็นคนจัดการ สิ ไหนบอกว่าฝีมือพอกันไง” คำรณหยัน
       คงคาเห็นด้วย “ฉันเห็นด้วยกับที่คำรณพูด ฤทธิ์แกว่าไง...หา”
       “เสี่ย...” ฤทธิ์หน้าเสียไปถนัดตา
       
       ตรงบริเวณที่เทวาถูกลอบทำร้าย ยังมีร่องรอย และปลอกกระสุนเกลื่อนถนน ดารินอยู่ห่างออกมา สองคนคุยกันเบาๆ
       “นายรอดมาได้นี่ ปาฏิหาริย์เลยนะ ถ้าไม่มีพลังเทวดา ช่วยมีหรือจะรอด”
       “ใช่...มันอุกอาจและน่ากลัวมากเลย”
       ตำรวจถ่ายรูป จัดการหาหลักฐาน มีนทีกับประสิทธิ์และแสงดาวคอยช่วย แสงดาวชำเลืองมาทางเทวา เจอสายตาของปลาดุกเข้าพอดี เดชกับสิงห์มองดูท่าทีของทุกคนอยู่
       “ทราบตัวคนร้ายมั้ยครับ” ตำรวจสอบถาม
       “ไม่...ผมไม่เห็นตัวมันเลยครับ”
       ประสิทธิ์ นที สน แสงจันทร์ และทุกคนมองหน้าเหมือนไม่เชื่อ
       “คดีนี้ ทำลายขวัญกำลังใจคนเกาะมุกมากเลยนะครับ คนขนาดผู้ใหญ่บ้านยังถูกลอบทำร้ายแล้ว ประชาชน ตาดำๆ อย่างเราจะทำยังไงกัน” สนว่า
       ตำรวจบอก “ผมจะเร่งทำคดีนี้ให้เร็วที่สุดครับ”
       
       ค่ำนั้นที่ทั้งสี่นั่งคุยกัน สิงห์ถาม
       “เอ็งรู้ว่าใครทำ แล้วทำไมไม่บอกตำรวจวะ”
       “จัดการกันเองดีกว่า”
       เดชแปลกใจ “เอ็งจะใช้ศาลเตี้ยเหรอวะ ผู้ใหญ่บ้านทำซะเอง ระวัง คนมันจะเอาไปพูดนะโว้ย”
       สิงห์บอก “กลัวอะไรวะ กำนันยังทำ”
       เทวาเอ่ยขึ้น “อยากรู้จริงๆ เหรอว่าฝีมือใคร”
       ทุกคนมองหน้าเทวาเป็นจุดเดียว
       บุญกู้ถาม “ใคร บอกมาเถอะ น้าอยากรู้”
       “ไอ้ก้องกับสมุนกับเสี่ยคงคา”
       สิงห์ และ เดชร้องอุทาน “ไอ้ก้อง”
       
       คืนนั้นฤทธิ์เข้ามา สั่งให้คนเฝ้าก้องออกไป คนเฝ้าก้องออก ฤทธิ์ถึงนั่งลงตรงหน้าก้อง ซึ่งอยู่ในลักษณะเมายาค้าง
       “ข้าถามหน่อย ตอนที่เอ็งสังหารไอ้เทวา เอ็งได้ใช้พลัง เทวดาหรือเปล่า”
       ก้องมองหน้าฤทธิ์ พูดปนสะอื้น “พี่ฤทธิ์ ฉันใช้ แต่มันไม่ได้ผล มันไม่มีพลังเหมือนเก่า ทำอะไรเทวามันไม่ได้เลย”
       “ทำไมวะ”
       “ฉันก็ไม่รู้ ฉันคงเลวเกินไป หลวงปู่ถึงไม่เมตตาฉัน พี่ ฤทธิ์อย่าอยู่กับพวกมันเลย กลับไปหาหลวงปู่เถอะ บางทีหลวงปู่จะเมตตาเรา”
       ฤทธิ์ตบหน้าก้องทันที 1 ที “ตบหน้าให้เอ็งเจ็บ เอ็งจะได้เลิกเพ้อเจ้อ...เอ็งคิดเหรอ ไอ้ก้องว่าหลวงปู่จะให้อภัยเอ็ง”
       “แล้วพี่ฤทธิ์ฆ่าหลวงปู่จริงหรือเปล่าล่ะ”
       ฤทธิ์ตบหน้าอีกครั้ง แรงกว่าเดิม “อย่าปากพล่อย...ระวังจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่”
       
       ตรงชายหาดใกล้กระท่อม ท้ายเกาะ ฤทธิ์ยืนมองไปที่ทะเลยามคํ่าคืน ตะโกนเรียกคล้าม
       “อาจารย์คล้าม...ได้ยินผมมั้ย...อาจารย์...ผมต้องการความ ช่วยเหลือ” ฤทธิ์มีสีหน้าหวั่นไหว ไม่มีเสียงตอบกลับ “อาจารย์ไม่ได้ ยินผมเหรอครับ...อาจารย์ไม่ช่วยผม...หลวงปู่ก็โกรธผม แล้วผมจะเอาอะไรไปสู้กับมัน”
       ฤทธิ์ยืนตัวสั่น หวาดกลัว แล้วลองตะโกนอีกที
       “อาจารย์ครับ...อาจารย์”
       
       ขณะเดียวกันนั้น คงคากับนัวเนียอยู่กับหยาดฟ้าบนเตียง หยาดฟ้ามองไปก็ตกใจ เมื่อเห็นเงาร่างของคล้ามซ้อนอยู่กับร่างของคงคา หยาดฟ้าผลักคงคาออก ร่างคงคาล้มไปไม่ไหวติง มีแต่เงาร่างโปร่งแสงของคล้ามกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่ตัวของคงคา
       “นี่แกสิงทุกคนเลยเหรอ...แกคิดจะนอนกับฉันไปตลอด เลยรึ...รู้ไว้ด้วยว่าฉันเกลียดแก ฉันรังเกียจเนื้อตัวแก ไอ้คล้าม”
       คล้ามจ้องหน้าหยาดฟ้าไม่พอใจ “อย่าเรื่องมาก เอ็งไม่นอนกับข้าก็นอนกับชู้ นี่ข้าใช้ ไอ้เสี่ยผัวเอ็งเป็นร่าง เอ็งน่าจะดีใจ”
       หยาดฟ้ารังเกียจเบือนหน้าหนี นํ้าตาไหลพราก “แล้วทำไมต้องเป็นฉัน”
       “ช่วยไม่ได้ เกิดมาสวยทำไมล่ะ” คล้ามนอนลงไปบนร่างของคงคา แล้วคงคาก็ตื่นมารวบตัวหยาดฟ้าไปกอด จูบ หยาดฟ้า นํ้าตาไหลริน
       
       ฟากฤทธิ์เมามาย ยืนแอ่นไปมาที่ชายหาด พูดจาท้าทายคล้าม
       “เป็นไงวะไอ้คล้าม หลงนับถือให้เป็นครูบาอาจารย์...ฮึ ที่แท้ก็คิดหาประโยชน์ หวังจะได้หลับนอนกับหยาดฟ้า ให้พวกข้าเรียนวิชาก็ถอนเอาวิชาคืนไป ไอ้คล้ามเอ๊ย ข้าเห็นสู้กับไอ้พวกเทวดาทีไร แพ้ทุกที ถุยเป็นผีแห้งอยู่ ในถํ้านั่นแหละดีแล้ว อย่าออกมาเพ่นพ่านเลยวะไอ้คล้าม”
       คลื่นซัดแรง คล้ามปรากฏตัวขึ้นชี้หน้าฤทธิ์
       “ไอ้โง่...ถึงเอ็งจะจงเกลียดจงชังข้า เอ็งก็ไปจากข้าไม่พ้น หรอก...วิชาที่ข้าสอนให้ ข้าเรียกคืนแล้วก็จริงอยู่ แต่ว่า ลมปราณของข้าที่ซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ ในเส้นเอ็น ใน กระดูกของเจ้ามันก็คือวิชามารของข้า...เอ็งไม่มีวันได้ดี หรอก ถ้ายังคิดดูหมิ่นข้า”
       คล้ามค่อย ๆ เลือนหายไป ฤทธิ์หายเมา หน้าเจื่อน “อาจารย์...อาจารย์ อย่าเพิ่งไป กลับมาช่วยผมก่อน…อาจารย์”
       
       ฟากบุญกู้เดินมา ยินเสียงร้องไห้ดังมา บุญกู้มองหาจึงเห็นฤทธิ์อยู่ที่เจดีย์ ซบหน้ากับเจดีย์ร้องไห้
       “ไอ้ฤทธิ์ เอ็งเป็นอะไร” ฤทธิ์หันมา ร้องไห้
       “น้าบุญกู้ ผมเสียใจ...ผมอยากจะบอกใครสักคนว่าผม ไม่ได้ฆ่าหลวงปู่ ผมกลัวหลวงปู่เกลียดผม...กลัวน้าบุญ กู้และน้องๆ เกลียดผม”
       “เอ็งไม่ได้ฆ่าแล้วใครล่ะที่ฆ่าหลวงปู่”
       “ไอ้คล้ามมันแฝงร่างผมมา...น้าบุญกู้ ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ มันใช้ร่างผม มันทำให้ใครๆ เข้าใจว่าผมฆ่าหลวงปู่”
       บุญกู้พยักหน้า “ข้าพอรู้อยู่ จะให้ข้าช่วยอะไรล่ะ”
       ฤทธิ์ยิ้มทั้งนํ้าตา “ผมรู้นะว่าน้าบุญกู้เรียนวิชาของหลวงปู่มาเยอะ น้าบุญกู้ ช่วยถอนพลังมารออกจากตัวผมทีได้มั้ยครับ”
       เทวา สิงห์ เดชมาถึงพอดี
       “ไอ้ฤทธิ์ เอ็งเข้ามาก่อกวนอะไรน้าบุญกู้ ออกไปเลยนะ.. ไป ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเอ็ง อยากอยู่กับคนรวย อยากเป็นคนรวย ก็ไปอยู่ที่อื่น ที่นี่คนอยู่วัดเขาอยู่กัน”
       ฤทธิ์โบกมือห้ามปราม “เดช ฟังพี่ก่อน...นะ...พี่ขอร้อง...พี่ทุกข์ทรมานเหลือเกิน พี่ไม่ได้ตั้งใจทำชั่ว แต่พี่หลงผิดรับพลังมารมาไว้ในตัว”
       สิงห์ถุยน้ำลายใส่ “ทำผิดทำชั่วแล้วมีข้อแก้ตัวนะไอ้ฤทธิ์”
       “จะให้ผมลองเชื่อพี่ฤทธิ์อีกสักครั้งเหรอไง” เทวาถาม ฤทธิ์พยักหน้า มองหน้าเทวาเหมือนขอความเห็นใจ
       “ให้โอกาสพี่สักครั้งนะเทวา”
       
       เช้าวันนี้ฤทธิ์นั่งเหยียดขา ถอดเสื้อ บุญกู้อาบนํ้ามนต์ให้อยู่ เทวา สิงห์ เดชยืนมองอยู่
       “ดีโว้ย ทำผิดทำชั่วมามากก็เข้าวัดล้างความผิด...ที่ผ่านมา มีคนที่เอ็งใช้ไปตายมาเท่าไหร่แล้ว ถึงเอ็งจะล้างวิชามาร ได้ เอ็งก็ล้างบาปในใจเอ็งไม่มีวันหมดหรอกว่ะไอ้ฤทธิ์” เดชโมโหไม่หาย
       ฤทธิ์ปรายตามองเดช ระงับอารมณ์
       “ฉันก็หวังว่าพี่ฤทธิ์จะกลับตัวเป็นคนดีเหมือนที่ลั่นวาจา ไว้กับน้าบุญกู้นะ” เทวาบอก
       บุญกู้เทกระป๋องจนนํ้ามนต์หมดกระป๋อง สิงห์ปรามาสอีก
       “ไอ้ฤทธิ์มันพูดจริง แต่มันทำไม่จริงหรอกว่ะ ร้อยบาท แลกกับขี้หมากองเดียว”
       ฤทธิ์อาบนํ้ามนต์เสร็จ ระงับอารมณ์ไม่ตอบโต้
       ต่อมาฤทธิ์ก้มกราบที่หน้าเจดีย์ ทุกคนยืนอยู่ด้านหลัง
       “หลวงปู่ หากผมทำอะไรผิดพลาดไปด้วยความรู้เท่าไม่ ถึงการณ์...ผมขออโหสิกรรมด้วยนะครับ...หลวงปู่ให้ อภัยผมด้วยนะครับ”
       ฤทธิ์กราบที่เจดีย์สามหนแล้วลุกขึ้นยืน
       “ถ้าพี่ฤทธิ์คิดกลับตัวกลับใจจริงๆแล้ว พี่ฤทธิ์ต้องเลิกยุ่ง กับยาเสพติด ไม่คิดหาประโยชน์จากคนบนเกาะด้วยการมอมเมายาเสพติดแบบที่ทำอยู่” ฤทธิ์หน้าตึง ไม่พอใจแต่สะกดอารมณ์ไว้ “พี่ฤทธิ์รับปากผมได้มั้ย”
       สิงห์ต่อทันที “แล้วก็คืนไอ้ก้องมาให้ข้าด้วย...เรื่องติดยาน่ะ ไม่เป็นไร พวกข้าจะให้มันหักดิบเอง”
       “พี่ไม่รู้ว่าก้องมันอยากกลับหรือเปล่า”
       เดชถ่มนํ้าลายไม่พอใจ “ไอ้ฤทธิ์ แค่นี้มันก็เห็นธาตุแท้ของเอ็งแล้วละ เอ็งกลับ ไปซะเถอะ อย่ามาเล่นละครตบตากันดีกว่า...ถ้าคิดจะ กลับตัวกลับใจจริงละก็ เอ็งต้องรู้ว่าการที่ไอ้ก้องติดยา งอมแงมอย่างนั้น มันดีหรือไม่ดี”
       ฤทธิ์ตวัดสายตามองเดชไม่พอใจ แล้วมองกราดมายังทุกคน
       “ผมมาดีนะน้าบุญกู้ แต่ในเมื่อทุกคนยังมองว่าผมเลว อย่างที่พูดกัน มันก็ป่วยการที่จะอยู่ต่อ...โชคดีครับ”
       ฤทธิ์เดินไป ทุกคนมองตาม เทวาคาใจ “น้าบุญกู้ ตกลงพี่ฤทธิ์มาทำไม”
       “มันก็มาให้น้าช่วยไล่พลังมารน่ะสิ ตอนนี้มันก็สำเร็จ ประโยชน์แล้ว...มันจะอยู่ทำไม ต่อให้พวกเอ็งไล่หรือ ไม่ไล่มัน...มันก็ยังเป็นไอ้ฤทธิ์คนเดิม...ยอมให้ความ โลภเกาะกินใจ...แล้วหาผลประโยชน์ โดยไม่นึกถึง ความผิดชอบชั่วดี”
       
       ฤทธิ์กลับถึงบ้าน นั่งกำหมัดอยู่ ดวงตาแค้นเคือง
       “วิเศษกันนัก...ข้าจะทำให้แสบเลย...อย่าคิดว่าจะชนะ ข้าได้”
       ลูกน้องนำหยาดฟ้าเข้ามา ฤทธิ์ดีใจลุกขึ้น ยิ้ม “คุณหยาด” ส่งสายตาให้ลูกน้องออกไป
       เมื่อลูกน้องออกไป ฤทธิ์ก็รวบตัวหยาดฟ้ามากอด
       “อย่า...ไม่เอาน่า...ฉันมีเวลาไม่มากนัก...จะมาส่งข่าว”
       “ข่าวอะไร”
       “ไอ้คำรณมันคิดส่งยาเอง ต่อไปมันก็คงคุมขบวนการค้า ยาได้หมดหรอก นายฤทธิ์ไม่คิดทำอะไรมั่งเหรอ”
       “คิดสิ คิดแต่ไม่ทำ...สู้ให้คนอื่นทำแทนเราไม่ได้ คุณหยาดช่วยผมหน่อยนะครับ...ผมเชื่อว่าคุณหยาดทำได้แน่”
       
       คืนนี้ ดารินจำใจรินเหล้าให้หยาดฟ้า หยาดฟ้าลอยหน้า มองดารินเหมือนไม่มีตัวตน เม้งเดินมาพอดี หยาดฟ้าจงใจพูดให้ดารินได้ยิน
       “ต่อไปคุณคำรณเขาคงไม่มาที่นี่แล้วละเฮีย”
       “ทำไมล่ะครับคุณหยาดฟ้า”
       “โอ๊ย...นี่เฮียไม่รู้เหรอ คุณคำรณเขาเป็นคนคุมการรับส่งยา เสพติดด้วยตัวเองเลยนะ...เห็นว่าพรุ่งนี้คํ่าๆ จะมีการซื้อ ขายยาเสพติดล็อตใหญ่ที่ท่าเรือข้ามฟาก”
       ดารินทำงานชงเหล้าไป แต่ก็พยายามนิ่งฟัง
       
       วันต่อมาปลาดุกขี่รถมาในวัด มีดารินนั่งซ้อนมาด้วย บุญกู้อยู่ที่ลานวัด สองสาวยกมือไหว้
       “สวัสดีจ้ะน้า” ดารินหันไปเห็นสิงห์เดินออกมาพอดี “สวัสดี จ้ะพี่สิงห์...ฉันพาเพื่อนมาไหว้พระในโบสถ์น่ะจ้ะ”
       สิงห์ถาม “ไปถูกมั้ยล่ะ”
       บุญกู้รีบขวาง “น้าพาไปเอง เอ็งไปทำอะไรก็ไปเถอะไอ้สิงห์”
       “ครับ แล้วไอ้เทวาไปไหน”
       “เออ น้ายังไม่เห็นมันเลยนะ...มาทางนี้ แม่หนู”
       บุญกู้เดินนำไป ดารินสะกิดปลาดุกให้เดินตามไป สิงห์มองตามอย่างสงสัย
       
       เทวานั่งสมาธิเสร็จพอดี คนอื่นๆ เข้าประตูมา เทวายิ้มให้ดารินกับปลาดุก
       “ฉันมีเวลาไม่มาก แต่ได้ข้อมูลมาว่าจะมีการส่งยาล็อต ใหญ่อีกนะ เอาไงดี”
       “รู้มั้ยว่ามันจะส่งกันที่ไหน แล้วข่าวนี้ชัวร์หรือเปล่า”
       “ชัวร์สิ..ท่าเรือข้ามฟาก แต่ไม่รู้ว่าท่าไหน...แต่ทุกท่าผู้คน ก็พลุกพล่าน เราทำงานกันลำบากแน่”
       ที่มุมหนึ่ง สิงห์แอบฟังอยู่ เห็นเทวาพูดอยู่กับทุกคน สีหน้าเครียด
       “มันคงแก้ลำเรา รับส่งกันกลางทะเล มันก็กลายเป็นเป้า ของพวกเรา...มันก็เลยส่งยากันในที่ที่มีคนอยู่มากๆ”
       ปลาดุกบอก “ถ้าพลาดก็โดนผู้บริสุทธิ์แน่”
       บุญกู้เตือน “คิดวางแผนดีๆ นะ ถ้าเป็นอย่างที่ปลาดุกพูด เราเสียหาย แน่ๆเลย”
       ดารินบอก “งานนี้เราคงต้องทำกันเองละ ไม่ได้บอกหน่วยเหนือเกรงว่าจะเอิกเกริก ถ้าเป็นข่าวใหญ่ เราก็สาวทั้งขบวนการไม่ได้”
       “เราต้องทำได้สิ”
       “งั้น ฉันไปก่อนนะ...รินลาล่ะค่ะน้าบุญกู้”
       ดารินกับปลาดุกไหว้บุญกู้แล้วออกไป สิงห์รีบหลบ ดารินกับปลาดุกไปโดยไม่เห็นสิงห์ สิงห์ผลุบเข้าไปข้างใน บุญกู้ตกใจ
       “ไอ้สิงห์ ข้านึกว่า”
       “ฉันรู้หมดแล้ว...เสียใจก็แต่ว่าเอ็งปิดบังข้าทำไมวะเทวา”
       “ข้ากับน้าบุญกู้ก็เพิ่งรู้ว่าคุณดารินเป็นตำรวจมาสืบ ราชการลับบนเกาะมุก เอ็งอย่าแพร่งพรายไปนะ อันตราย”
       สิงห์มองหน้าเทวา “เออ ข้าน่ะเป็นลูกน้องเอ็งอยู่แล้ว ข้าสัญญา...แต่หวังว่า คงไม่มีอะไรที่เอ็งปิดบังข้าอีกนะ”
       เทวาไม่ตอบ เสไปกราบพระประธานในอุโบสถ สิงห์มองอย่างไม่วางใจ
       
       ค่ำนั้น บรรยากาศบริเวณท่าเรือฟากชายฝั่ง ไฟเปิดสว่าง ผู้คนพลุกพล่าน ที่มุมหนึ่ง สิงห์ เดช ยืนแฝงตัวอยู่ข้างเสา ส่วนปลาดุกปลอมตัวเป็นคนตกปลา ลอยเรือที่พร้อมจะติดเครื่องอยู่ใกล้ท่าเรือ เห็นเทวานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ยกหนังสือพิมพ์ปิดหน้า ส่วนดารินใส่แว่นตาดำ มีแผงล็อตเตอรี่คล้องคออยู่ ใส่หมวกพรางตัว ที่ผู้คนเดินไปมา ดารินมองตามแบบไม่ให้คลาดสายตา
       
       คำรณนั่งคู่กับธง พัน กับศรนั่งอยู่เบาะหลัง คำรณพูดโทรศัพท์
       “พ่อไม่ต้องห่วง ผมอยากพิสูจน์ฝีมือให้พ่อเห็นว่าไอ้งาน ส่งยามันเรื่องหมูๆ เอาเป็นว่าถ้าผมทำสำเร็จ พ่อก็โอน งานนี้มาให้ผมได้เลย ไม่ต้องยืมจมูกไอ้ฤทธิ์หายใจอีกต่อไป”
       คำรณปิดโทรศัพท์ รถแล่นไปอย่างเร็ว
       
       บรรยากาศของท่าเรือยิ่งพลุกพล่าน มีทั้งนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกาะมุก และมีชาวบ้านที่เดินทางอยู่เป็นประจำ เทวา ดาริน ปลาดุก สิงห์ เดช เตรียมพร้อมอยู่ในอิริยาบถต่างๆ
       ชายคนหนึ่งถือกระเป๋าเอกสารเดินมาแล้วนั่งที่บริเวณเก้าอี้ที่นั่งพักผู้โดยสาร คำรณเดินมา ถือกระเป๋าแบบเดียวกัน เทวา ดาริน สิงห์ เดช ต่างก็มองไปที่ชายกลางคนกับคำรณ กระเป๋าถูกวางใกล้ๆ กัน แล้วต่างฝ่ายก็หยิบผิดไป
       พัน ธง ศรยืนเกร่อยู่ด้านนอก สิงห์ เดชผละไปดักคำรณที่ด้านนอก กลุ่มของพัน ธง ศรเห็น เริ่มมีพิรุธ ส่วนที่ด้านในท่าเรือ ชายกลางคนเดินออก ดารินโผล่มาจากมุมหนึ่งเตะรวบจนชายล้มลง ดารินคว้ากระเป๋าได้
       คำรณเห็นท่าไม่ดี ชักปืนออกมา แต่เทวาขว้างไม้ไป ไม้ถูกปืนร่วงจากมือ คำรณถูกไม้ฟาดที่มือก็เจ็บ กุมแขน เทวาคว้ากระเป๋าเอกสารของคำรณไว้ได้ คำรณถูกรวบตัวได้อย่างง่ายดาย
       “ปล่อย...ปล่อยข้านะ ไอ้เทวา จับข้าทำไมวะ”
       ชาวบ้านต่างมองดู แล้วยืนเกร่ไม่กล้าเข้ามาใกล้ พัน ธง ศรเห็นคำรณถูกจับก็ตัดสินใจคว้าอาวุธหนักจากในรถยิงกราดใส่สิงห์กับเดช สิงห์กระโดดถีบจนปืนร่วงจากมือ แล้วใช้ตะบันไฟต่อยทั้งสามคน เดชตรงเข้าช่วยสิงห์ เรี่ยวแรงของเดชมหาศาล กายเป็นสีทองแดง
       กลุ่มของพัน ธง ศร รีบวิ่งหนีไปทางหนึ่ง สิงห์ถาม “ตามมั้ยวะ”
       “ไปช่วยข้างในดีกว่า”
       ทั้งสองคว้าปืนอาวุธสงครามติดมือมาด้วย แล้ววิ่งกลับเข้าไปข้างใน
       คำรณถูกจับ เทวาผลักไปในเรือของปลาดุก เทวากับดารินกระโดดตามไป สิงห์กับเดชโยนปืนให้เทวาในเรือ เทวารับไว้ได้ เทวากับดารินจ่อปืนที่คำรณ กลัวหนี
       คำรณถามอย่างใจเย็น นํ้าเสียงร้าวราน “ไม่คิดเลยนะดารินว่าเธอจะทำกับฉันยังงี้...เธอไม่รัก ฉันแล้วเหรอ ตกลงเธอเป็นใครกันแน่”
       “ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้ไว้แต่ว่าฉันไม่ยอมให้คนชั่วอย่างคุณลอยนวล...รู้แค่นี้ก็คงพอมั้ง”
       
       คืนนั้นคงคาเตะถีบสมุนทั้งสามอย่างระบายอารมณ์ หยาดฟ้ากับหวานใจเข้ามา
       “เกิดอะไรขึ้นหรือคะเสี่ย”
       “ไอ้สามตัวนี่สิ แทนที่จะช่วยเจ้าคำรณ ดันปล่อยให้ไอ้ เทวามันจับไป หลักฐานมันก็ได้ไปหมด ป่านนี้มัน ไม่ส่งตัวลูกฉันไปให้ตำรวจแล้วเหรอ”
       หยาดฟ้ายิ้มในสีหน้า ดีใจ “นี่ไง เดี๋ยวก็ฆ่ากันเองจนตายหมด”
       พร้อมกับกานดาเข้ามาหน้าตาตื่น
       “ฉันได้ยินว่าคำรณ...เอ้อ...จริงหรือคะเสี่ย”
       “จริง...หลักฐานพร้อมด้วย ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ลูกชาย ฉันโดนยิงเป้าแน่”
       กานดาตะลึง “ยิงเป้า...โอย...”
       กานดาเป็นลมไปทันที พร้อมรีบประคอง หวานใจเบ้ปาก หลบอยู่หลังหยาดฟ้า
       “แล้วเสี่ยจะทำยังไงต่อไปคะ”
       
       ที่วัดเกาะมุกใต้ คำรณถูกผลักเข้ามาในโบสถ์มหาอุตม์ บุญกู้มองดูคำรณตั้งแต่หัวจรดเท้า
       “มองอะไรวะไอ้ค่อม”
       “หน้าตาคนชั่วมันเป็นยังงี้เองเหรอ” บุญกู้ว่า
       คำรณอยากจะเข้าไปทำร้ายบุญกู้ แต่ไม่กล้า
       เทวาบอก “ให้มันอยู่ในนี่แหละ มีประตูเข้าออกทางเดียว มันจะได้ หนีไปไหนไม่ได้”
       สิงห์งง “แต่นี้มันโบสถ์นะโว้ย เอ็งจะให้คนเลวๆ อย่างมันได้อยู่ ในนี้เลยเหรอวะ”
       เดชก็งง “นั่นสิ”
       “ดีสิ ถ้ามันคิดหนี วิญญาณของพี่มนต์กับของหลวงปู่จะได้มาหักคอมัน…พรุ่งนี้หน่วยเหนือก็น่าจะส่งตำรวจ มารับตัวมันไปดำเนินคดีแล้ว...มียาเสพติดในครอบครองมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่คุกตลอดชีวิตก็ยิงเป้า”
       สีหน้าคำรณหวาดกลัวมาก มองไปรอบๆ สีหน้าและดวงตาหวาดหวั่น
       
       เทวาพูดโทรศัพท์อยู่กับดาริน
       “พรุ่งนี้ตำรวจจะมารับตัวนายคำรณกี่โมง”
       “น่าจะช่วงบ่าย...หนักใจอะไรหรือเปล่า”
       “ไม่มี กลัวแต่ว่านายคำรณจะผูกคอตายเสียก่อน ในโบสถ์ บรรยากาศวังเวงน่ากลัวแค่ไหน คุณก็รู้นี่”
       “ถ้ากรรมตามทันไวอย่างนั้นก็ดีสิ...นายอย่าประมาทนะ... คนอย่างเสี่ยคงคาไม่ยอมจนมุมง่ายๆ หรอก”
       เทวาส่งสายตาล้อๆ “ครับผม”
       “จับนายคำรณได้ ก็เหมือนควักดวงใจเสี่ยคงคามา มันคง กะเอานายถึงตายแน่..ตาต่อตา ฟันต่อฟันกันละคราวนี้”
       “ถึงที่สุดแล้ว กฎหมายบ้านเมืองก็ต้องสำคัญที่สุด”
       
       เช้ามืด สนกำลังก้มลงกราบพระ ขณะที่แสงดาวแต่งตัวไปทำงานแล้ว เดินลงบันไดมา แสงจันทร์กำลังชงกาแฟอยู่ แต่งชุดจะไปทำงานแล้ว เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด สนรีบพรวดพราดลงมา คว้าปืนยาวที่ข้างฝามาด้วย
       เป็นพัน ธง ศรยืนอยู่หน้าบ้านอย่างท้าทาย สนออกมาจากข้างใน เห็นทั้งสามคนถือปืนจังก้า
       “พวกเอ็งมาทำไม”
       แสงจันทร์กับแสงดาวออกมาจากข้างใน สนเสียงดังขึ้น
       “กลับไป คิดว่าพวกข้ากลัวหรือไงวะ นี่คงทำมา หากินอย่างอื่นไม่ได้แล้ว ถึงได้ออกปล้นชาวบ้านเขายังงี้ พวกเอ็งนี่เอาหัวใจสัตว์มาใส่หรือไงวะ ถึงคิดกันได้แต่ เรื่องตํ่าๆ”
       “ตํ่าเหรอวะ” ธงยิงสนทีเดียว สนล้มกลิ้งลงไป พัน ศรตรงเข้ากระชากตัวสองพี่น้อง
       แสงดาวกรีดร้อง หันมามองดูสน “พ่อๆๆๆ”
       พัน ศรฉุดสองสาวขึ้นรถไป แสงจันทร์กรีดร้องสุดเสียงเช่นเดียวกับแสงดาว สองสาวถูกผลักขึ้นรถไป สน มองตาม แล้วตายในลักษณะดวงตาเบิกโพลง
       
       สองสาวถูกผลักขึ้นเรือสปีดโบ๊ต แล้วทั้งสามก็ตามไปในเรือ ธงขับเรือออกไป
       แสงดาวถามอย่างไม่พอใจ “พวกแกจะพาฉันไปไหน”
       พันบอก “พี่ทั้งสามคนจะพาน้องไป สวรรค์ไงล่ะจ๊ะ” สามชายชั่วหัวเราะกันสะใจ
       “แล้วทำไมแกต้องฆ่าพ่อฉันด้วย...ครอบครัวฉันทำอะไร พวกแกเหรอ พวกแกถึงทำกับพวกฉันยังงี้”
       แสงจันทร์ห้ามน้อง “พอเถอะ แสงดาว...พวกมันไม่ใช่คนอย่างเรา มันฟัง ภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอก”
       ศรไม่พอใจ ตรงเข้ามาตบปากแสงจันทร์ แสงจันทร์ล้มลงไป แสงดาวตรงเข้าช่วยพี่สาว แต่ถูกพันกับศรตบจนล้มลงไปทั่งสองคน
       ศรขู่ “อยู่เฉยๆ อย่าปากเสีย ไม่งั้นตายแน่”
       ธงขับเรือไป หัวเราะย่ามใจ พันกดโทรศัพท์ “เสี่ยครับ ผมกำลังจะพาลูกสาวไอ้สนไปที่เกาะหัวสิงห์ แล้วละครับ”
       สองสาวมองหน้า แสงดาวพึมพำ “เกาะหัวสิงห์...อยู่ที่ไหนกัน มีด้วยเหรอ”
       
       เวลานี้เทวายืนอยู่ท่ามกลางคนอื่นๆ
       เดชแค้นมาก “ไม่ว่ามันจะพาแสงดาวกับแสงจันทร์ไปไหน ข้าก็จะ ตามกลับมาให้ได้”
       “เอ็งไม่ต้องห่วงไอ้เดช...วิญญาณลุงสนไม่ตายฟรีแน่”
       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เทวามองดูหน้าจอ ทุกคนมองเทวา
       ดารินถาม “ใครเหรอ”
       “ไม่รู้” เทวากดรับ “ฮัลโหล”
       เสี่ยคงคาอยู่ในเรือ มีหยาดฟ้าอยู่ใกล้ๆ “ฉันขอแลกคำรณกับนังสองสาวลูกไอ้สน แกจะว่ายังไง”
       “ได้ แต่เสี่ยต้องสัญญาว่าลูกสาวลุงสนจะปลอดภัย ไม่มี ใครยุ่งกับเธอเด็ดขาด”
       เดชเครียดจัด ตะโกนบอก “ถามมันสิว่ามันเอาแสงดาวกับแสงจันทร์ไป ไว้ที่ไหน”
       เทวายกมือห้ามเดช “นายเอาลูกสาวลุงสนไปไว้ที่ไหน”
       “เกาะหัวสิงห์” คงคาบอก “คำรณรู้จักที่นั่นดี แกพาคำรณไปส่ง ฉันก็คืนนังสองสาวนั่นให้ ยื่นหมูยื่นแมว ภายในเที่ยงนี้เท่านั้น ช้ากว่านี้นังสองตัวนี่เป็นเหยื่อฉลามแน่” คงคาปิดโทรศัพท์
       หยาดฟ้าถาม “เสี่ยว่ามันจะตกลงมั้ย”
       “นังสองคนนี่หลงรักไอ้เทวาอยู่ ไอ้เทวาก็คงมีใจกับมัน บ้างหรอกน่า ถึงขนาดเคยหนีจากเกาะมุกไปตอนที่นัง แสงจันทร์แต่งงานกับไอ้มนต์ ฉันเชื่อว่าไอ้เทวามันคง อยากได้นังสองสาวกลับไป มันต้องเอาคำรณมาแลกแน่”
       หน้าหยาดฟ้าตึงเปรี๊ยะ ไม่พอใจ หึงเทวา
       
       ภายในกระท่อมที่ขังสองสาว หยาดฟ้าเข้ามา เห็นแสงจันทร์กับแสงดาวถูกมัดอยู่ในกระท่อม หยาดฟ้ามองอย่างรังเกียจ
       “สวยนักเหรอ...ขนาดนายเทวาจะต้องยอมเอาชีวิตเข้าแลก ฮึ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังเลยว่าแกจะกลับไปในสภาพเหมือนเดิม”
       หยาดฟ้าหัวเราะเบาๆ ดวงตาสะใจ แสงจันทร์กับแสงดาวมองหยาดฟ้าเขม็ง
       
       ฟากดารินพูดกับเทวา มีปลาดุกยืนอยู่ไม่ห่าง
       “อย่าหวังสัจจะในหมู่โจรนะ”
       “ผมไม่หวังอยู่แล้ว...แต่ถึงตอนนี้ผมจำเป็นต้องแลก ถ้าทำ ให้คนใกล้ตัวไว้วางใจเราไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าคนทั้งเกาะ จะไว้วางใจผม”
       ดารินพยักหน้า พูดเบาๆ “ฉันจะคอยช่วยนาย...ถ้าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน นายก็ส่ง กระแสจิตมานะ”
       เทวามองดารินอย่างซาบซึ้ง “ขอบใจ…แต่สิงห์กับเดชก็รู้แล้วว่าคุณเป็นตำรวจ ทำไม ไม่ไปกับเราเลยล่ะ”
       ปลาดุกสอดขึ้น “ดี ฉันไปด้วย”
       ดารินส่ายหน้า “อันตราย เธออยู่ดูแลน้าบุญกู้ดีกว่า ถ้าหากว่าพวกฉันไม่ กลับมา ช่วยรายงานไปยังเนตรทรายหรือสารวัตรด้วย”
       ปลาดุกพยักหน้าผิดหวัง “เออๆ เอาใจช่วยนะทุกคนแหละ”
       
       บนเกาะหัวสิงห์ หยาดฟ้าเดินมาจนทันคงคาหาทางจัดการกับสองสาว
       “มันแลกกันไม่ได้หรอกค่ะเสี่ย คำรณเป็นลูกของเสี่ย แต่นังสองตัวนี่ มันก็แค่ลูกสาวคนเก่าแก่บนเกาะ มัน อาจจะไม่มาก็ได้”
       คงคามองหน้าหยาดฟ้า ถามเหมือนรู้ทันว่าหยาดฟ้ามีแผนการอะไรบางอย่างอยู่
       “เธอจะบอกอะไรกับฉัน”
       “นังสองตัวนี่มันก็สวยอยู่นะคะ...หยาดรู้นะว่าเสี่ยก็พอใจ มัน จะรอช้าทำไมล่ะ หยาดไม่หึงไม่ว่าเสี่ยหรอกค่ะ... เสี่ยเหนื่อยมามากแล้ว...น่าจะได้มีอะไรชุ่มชื่นหัวใจบ้าง”
       คงคากระหยิ่มยิ้ม “เธอพูดจริงเหรอ”
       “หยาดเคยโกหกเสี่ยเหรอคะ”
       
       กลางทะเล เดชขับเรือสปีดโบ๊ตมา เทวา กับสิงห์นั่งอยู่สีหน้ากระวนกระวาย คำรณถูกมัดมืออยู่ นั่งเหยียดยาวอยู่ที่มุมหนึ่ง ข้อเท้าทั้งสองมีเชือกมัดอยู่
       “คอยดูนะ ถ้าข้าเจอพ่อแล้ว ระวังพวกเอ็งจะไม่ได้กลับ ออกไปจากเกาะหัวสิงห์ นังดารินด้วย ไม่คิดว่าแกจะ เป็นนังงูพิษ รู้งี้ฉันฉุดแกไปทำเมียเสียนานแล้ว”
       ดารินมองคำรณตาขวาง เทวาตวาด “หุบปาก”
       “ไม่...มีอะไรมั้ย” สิงห์กระโดดถีบคำรณจนหงายไปกับพื้นเรือในสภาพที่ต่อสู้อะไรไม่ได้
       “ถ้าแสงดาวเป็นอะไรไป ข้าจะตามจองล้างจองผลาญ พวกเอ็งจนวันตาย พวกเอ็งจะอยู่อย่างไม่มีความสุข”
       คำรณหัวเราะลั่น “พวกเอ็งยังไม่รู้ว่าที่เกาะหัวสิงห์มีอะไร...พวกเอ็งไม่รู้”
       สิงห์ตรงมาแล้วตบหน้าคำรณอย่างแรง “มีอะไรวะ...บอกมา”
       “ข้าไม่บอก...แน่จริง พวกเทวดาอย่างพวกเอ็งก็ไป เผชิญเองสิวะ”
       สิงห์จะตบอีกที แต่เทวาห้ามไว้ “พอ...ไอ้สิงห์...ดีเหมือนกัน ข้าจะได้รู้ว่าไอ้คล้าม มันมีดีอะไร ไอ้พวกนี้มันถึงยอมรับเป็นอาจารย์”
       คำรณอึ้งไป “เอ็งรู้เหรอวะ”
       เทวาหัวเราะในลำคอ “ข้าไม่ได้โง่อย่างที่เอ็งคิดหรอกไอ้คำรณ”
       
       ขณะเดียวกันที่กระท่อมกลางป่าบนเกาะหัวสิงห์ พัน ธง ศรยืนอยู่หน้ากระท่อม ทั้งสามพยายามหารูแอบดูสองสาว เห็นแสงดาวกับแสงจันทร์นั่งอยู่ในกระท่อม ทั้งสองนํ้าตาไหลพราก พัน ธง ศร หันมาปรึกษากัน
       พันบอก “ถ้าได้สักครั้งจะไม่ลืมพระคุณเลยว่ะ”
       ธงยิ้มหื่น “สุดยอด”
       ศรเห็นคงคากับหยาดฟ้ามา “เสี่ยมา”
       คงคากับหยาดฟ้ามาถึง “พวกเอ็งไปได้แล้ว...เสี่ยจะเจรจากับนังสองตัวเอง”
       พัน ธง ศรผละออกมาด้วยความเสียดาย
       คงคาสั่ง “เอานังคนน้องไปมัดไว้ที่ต้นไม้ก่อน ขอขึ้นสวรรค์ กับนังคนพี่ก่อนดีกว่า...หยาดฟ้า เธอไม่หึงฉันแน่นะ”
       “หยาดจะหึงเสี่ยทำไมล่ะคะ...เดี๋ยวหยาดจัดการให้เสี่ย” หยาดฟ้าเข้าไปในกระท่อม
       
       ในกระท่อม หยาดฟ้าเรียกจิก “นังแสงดาวออกมานี่”
       “แกจะพาฉันไปไหน”
       “จะรู้ไปทำไม...อยากเจ็บตัวเหรอ ถึงต้องถาม” หยาดฟ้ากระชากแสงดาว
       แสงจันทร์ขอร้อง “อย่าทำอะไรแสงดาวนะ ทำฉันแทนเถอะ…ฉันขอร้อง”
       หยาดฟ้าหยัน “ใจดี เสียสละแทนน้อง เดี๋ยวก็ถึงคิวแกเอง...ว่าไงนัง แสงดาว จะออกไปดีๆ หรือว่าจะให้พวกไอ้พันมาลาก ตัวแกไป ถึงตอนนั้นแกอยากจะมีผัวทีเดียวสามคนเลย ก็ได้”
       หยาดฟ้าฉุดกระชากตัวแสงดาว แสงดาวกรีดร้อง
       แสงจันทร์คร่ำครวญ “อย่า...อย่าทำอะไรน้องฉัน...อย่า...ฮือๆ” เสี่ยงคงคาเข้ามา ผลักแสงจันทร์ผลักไปที่แคร่ ทั้งที่มือยังถูกมัดอยู่
       หยาดฟ้าฉุดแสงดาวไป แสงดาวกรีดร้อง ดิ้นรน แต่ก็ถูกหยาดฟ้าตบอย่างไม่ปรานี
       พัน ธง ศรช่วยมากระชากตัวแสงดาวไป ส่วนในกระท่อม คงคาดึงแสงจันทร์มากอด แสงจันทร์ร้องไห้ สะอื้น “เสี่ยขา...อย่าทำฉันเลย”
       คงคาไม่สนใจ จูบไซ้แสงจันทร์อย่างใจปรารถนา
       แสงดาวถูกมัดไว้ที่ต้นไม้ พัน ธง ศรมองแสงดาวด้วยสายตาหื่นๆ
       หยาดฟ้าสั่งการ “พวกเอ็งสามคนไปต้อนรับไอ้เทวากับพวกได้แล้ว ไป”
       พัน ธง ศรคว้าปืนอาวุธสงครามวิ่งไป หยาดฟ้าเดินไปหาแสงดาว
       “ตอนนี้พี่สาวแกกำลังขึ้นสวรรค์กับเสี่ย...ต่อไปก็คงถึงคิวแก อย่าหวังว่าแกจะได้เป็นเมียเทวาอีกเลย...เพราะคงไม่มีผู้ชายคนไหนเขายอมรับผู้หญิงเหลือเดนจากชายอื่น” หยาดฟ้าหัวเราะสะใจ
       “แกทำอย่างนี้เพื่ออะไร”
       “สะใจมั้ง”
       แสงดาวอึ้งไป “แกนี่ชั่วมาตั้งแต่เกิดเลยหรือเปล่า”
       “เปล่า ชั่วมาทุกภพทุกชาติเลยต่างหาก รู้ไว้ด้วย นังแสงดาว”
       
       ฝ่ายคำรณถูกโยนไปที่ชายหาดร่างกลิ้งไปตามทราย เทวา สิงห์ เดชตามมา
       “เสี่ยคงคาอยู่ที่ไหน”
       คำรณหันมาหัวเราะ “ก่อนจะเจอเสี่ย ก็เจออาจารย์ของเสี่ยก่อนดีกว่ามั้ง” คำรณตะโกนเรียกเสียงดัง “อาจารย์...อาจารย์..ช่วยผมด้วย...ช่วยผมด้วย”
       สิงห์ เดช เทวาเหลียวมองไปรอบๆ วิหคภูตปรากฏเต็มท้องฟ้า
       “ระวังนะ บนฟ้าโน่น ฉันจะจัดการกับมันเอง”
       ดารินปล่อยพลังฝนกรดอีกครั้ง นกบินร่วงตกลงมาตาย
       คล้ามปรากฏตัวขึ้น ชี้ไปที่คำรณ เชือกหลุดทันที คำรณมองไปที่ดารินตะลึง
       “ที่แท้แกก็เป็นพวกเทวดา แกหลอกฉันมาตลอด นัง แพศยา”
       พัน ธง ศรวิ่งมาพอดี กราดยิง คำรณแย่งปืนจากพัน กราดยิง ดารินกลิ้งตัวหลบ แล้วเตะต่อยกับธงและศร เทวาเรียกลมสลาตัน แผ่นดินบนเกาะสะเทือนเลื่อนลั่น สิงห์กระโดดตะบันไฟใส่คล้ามรัวหมัดไม่ยั้ง คล้ามกระเด็นไป
       เดช ถลาไปต่อยด้วยพลังทองแดง พัน ธง ศรวิ่งหนีไป เทวากระโดดด้วยแรงลม เหยียบหัวคล้าม เกิดแสง ประกายเป็นไฟลุกขึ้น คล้ามร้องโอดโอย
       “เป็นไงล่ะ พลังเทวดาของข้าได้เหยียบหัวพลังมาร ของเอ็ง...ขอวิชาของเอ็งจนเสื่อมสูญตั้งแต่บัดนี้”
       คำรณตกใจ วิ่งหนีไป คล้ามวูบหายไปต่อหน้าต่อตา เทวา สิงห์ เดชมองหน้ากัน
       เทวาร้องบอก “ไป” ทั้งสามวิ่งไปทางหนึ่ง มีดารินวิ่งตามไป
       
       คงคาออกมาจากกระท่อม แสงจันทร์ถูกข่มขืนยับเสื้อผ้าหลุดลุ่ย พัน ธง ศร และคำรณวิ่งมาพอดีหยาดฟ้าซึ่งยืนอยู่ข้างๆ แสงดาว ตกใจ
       “เกิดอะไรขึ้น”
       คำรณบอก “หนีเถอะครับ พวกมันมาแล้ว...อาจารย์คล้ามยังสู้พวก มันไม่ได้เลยครับ”
       หยาดฟ้าใช้แสงดาวเป็นตัวประกัน “ดีสิ ถ้ามันมาก็ฆ่านังแสงดาวเลย...ทีนี้แหละนังแสงดาว แกก็จะรู้ซะทีว่ายังมีคนรักแกอยู่หรือไม่”
       แสงดาวเม้มปาก โกรธสุดขีด
       
       เทวา ดาริน สิงห์ เดชมาพอดี
       “ยินดีต้อนรับ ขอบใจที่คืนคำรณลูกชายฉันมาให้” คงคาเย้ยหยัน
       “ส่งแสงดาวมาเดี๋ยวนี้”
       “แล้วแสงจันทร์ล่ะ”
       ส่วนในกระท่อม แสงจันทร์แต่งตัวนํ้าตาไหลพราก มองไปที่ข้างแคร่เห็นปืนของคงคาวางอยู่ แสงจันทร์คว้าปืนขึ้นมา
       เดช สิงห์ เทวา ดารินยืนอยู่ตรงหน้า พัน ธง ศร ยืนอยู่ห่างๆ
       “อยากได้นักใช่มั้ย...เอาศพมันไปก็แล้วกัน” หยาดฟ้าจะยิงแสงดาว เดชกระโดดถีบหยาดฟ้าจนหงายไป เดชกระชากตัวแสงดาวมาได้ หยาดฟ้าจะยิง แต่แสงจันทร์ออกมาแล้วยิงใส่หยาดฟ้า แต่พลาดไป คำรณยิงแสงจันทร์ตาย ทุกคนตกใจ
       คงคา คำรณ หยาดฟ้า พัน ธง ศรวิ่งหายไปในป่า เดช สิงห์ เทวา ดาริน จะตามไป
       เทวาหันมาบอกเดช “ไอ้เดช พาแสงดาวไป...พวกข้าจะตามมันไป”
       เดชท้วง “แต่...”
       “ไม่ต้องห่วงทางนี้ ไปสิ” เทวา สิงห์ ดาริน ตามไป
       
       กลุ่มของเทวาเดินมาในป่า ต้นไม้ไหวเอนทั้งที่ไม่มีลมพายุ แต่โอนเอนเหมือนต้องพายุใหญ่ เสือโคร่งตัวหนึ่งคำรามมองมาที่ทุกคน เทวา สิงห์ ดารินผงะ เสียงร้องของผีผู้หญิงดังระงม เสียงแหลมเล็ก
       “เหมือนเข้ามาในป่าอาถรรพ์ ไอ้คล้ามมันคงทำให้เรา หลงป่า ฉันว่าเรากลับไปหาเดชกับแสงดาวดีกว่า ก่อน จะเสียรู้มัน...ตายกันหมดทั่งสองทาง” เทวาบอก ดารินกับสิงห์พยักหน้า
       
       ฟากแสงดาวสะอื้นอย่างรุนแรง “พ่อฉัน พี่สาวฉันตายหมดแล้ว ต่อไปฉันจะอยู่กับใคร”
       “ไม่มีใครดูแลแสงดาว พี่จะดูแลเอง พี่รักแสงดาวนะ”
       “แต่ฉันไม่ได้รักพี่ ...เลิกเซ้าซี้กับฉันเสียที...รำคาญ”
       เดชหน้าเสียไป “แสงดาวไม่เคยเห็นพี่อยู่ในสายตาเลย”
       แสงดาวเม้มปาก กลั้นสะอื้นซบหน้ากับเข่าตัวเอง ร้องไห้
       ส่วนที่ในป่า ดารินกำลังวิ่งตามเทวา สิงห์เดินวิ่งหน้า ดารินเสียหลัก
       “โอ๊ย” เทวาหันมารับดารินไว้ได้ ดารินอยู่ในอ้อมกอดของเทวา
       สิงห์หันมา มองแล้วเมินไปทางอื่น สีหน้าเศร้าไป
       “ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ”
       “ไหวนะ” ต้นไม้ส่ายไหว งูตัวใหญ่ร่วงหล่นลงมา ดารินกรีดร้องด้วยความตกใจ สิงห์หันมายิงใส่ เทวาดึงดารินวิ่งตามสิงห์ไป
       
       เรือสปีดโบ๊ตลอยเท้งเต้งอยู่ เดชนั่งกอดเข่ามองแสงดาวด้วยความน้อยใจ กลุ่มของเทวาวิ่งมาสมทบ แสงดาวลุกขึ้นยืนทันที
       “พี่...เทวา” แสงดาวชะงักเมื่อเห็นเทวาอุ้มดารินมา มีสิงห์วิ่งตาม แสงดาวนั่งลง สีหน้าเจื่อนไป
       “เป็นไงล่ะ เมื่อไหร่จะยอมรับความจริงซะที”
       แสงดาวหันมามองหน้าเดชแล้วสะบัดหน้าไป เทวาอุ้มดารินหย่อนลงมาในเรือ เดชลุกไปช่วยพยุง
       เดชถาม “ได้เรื่องมั้ยวะ”
       “ป่าทั้งป่ามีอาถรรพ์ไปหมด ไอ้คล้ามมันคงอยู่ที่นี่”
       แสงดาวสะอื้น หันมาถาม “ศพพี่แสงจันทร์ล่ะพี่เทวา”
       เทวาอึ้งไป เดชปลอบ “แสงดาวตัดใจนะ ไม่งั้นพวกเราทุกคน”
       แสงดาวพาลพาโล “ฉันเกลียดพี่เดช...ฉันเกลียด ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับฉันนะ”
       แสงดาวร้องไห้ ดารินตกใจ ผวากอดแสงดาวไว้
       “คุณแสงดาว สงบสติอารมณ์หน่อยค่ะ”
       สิงห์มองไปที่เกาะ เห็นต้นไม้ถูกลมพัด เหมือนมีพายุ
       “ไปเถอะว่ะ ก่อนจะตายกันหมด ที่นี่มันเกาะบ้าอะไรวะ”
       เดชหงุดหงิด ขับเรือออกไปอย่างเร็ว
       
       คล้ามนั่งอยู่บนแท่นหินในถํ้า
       “ที่ข้าแพ้มัน เพราะข้าไม่มีพลังพอ ตอนนี้พวกมันรวมตัว กันได้สี่คน ไอ้เทวา ไอ้เดช ไอ้สิงห์ แล้วก็นังดาริน”
       “ตกลงมันเป็นน้องเล็กเทวดาจริงใช่มั้ย” คงคาถาม
       “ครับพ่อ นังนี่แสบที่สุด”
       หยาดฟ้าเยาะ “หยาดเคยเตือนคุณคำรณแล้ว คุณคำรณไม่เชื่อหยาดเอง”
       “อาจารย์คล้าม แล้วจะมีทางไหนบ้างล่ะที่จะเอาชนะมัน”
       คล้ามบอก “ฆ่าไอ้ฤทธิ์สิ ให้ไอ้ฤทธิ์เป็นร่างให้ข้า ถ้าข้าสิงอยู่ใน ร่างไอ้ฤทธิ์ ข้าก็จะทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ทุกอย่าง แถม ยังมีพลังจากวิชาอาคมที่ข้ารํ่าเรียนมาอีกด้วย”
       “ไม่น่ายากนะพ่อ แค่ฆ่าไอ้ฤทธิ์”
       หยาดฟ้ามีสีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด
       
       คงคาสั่งการเด็ดขาด “ไอ้พัน ไอ้ธง ไอ้ศร เอ็งสามคนจัดการกับไอ้ฤทธิ์ให้เร็ว ที่สุด...ฆ่ามันยังไงก็ได้ ให้ตายเร็วที่สุดแต่อย่าให้ศพมันเละนะ เดี๋ยวอาจารย์คล้ามไม่มีร่างจะใช้”
       “ฆ่าไอ้ฤทธิ์น่ะง่ายกว่าฆ่าไอ้พวกเทวดา งานนี้พวกผมรับ ทำเอง ไม่ต้องถึงมือเสี่ยหรอกครับ” พันบอก
       หยาดฟ้าหน้าเสียไป
       “ส่วนคำรณ พ่อว่าแกน่าจะหลบไปที่ไหนสักแห่ง อีกสัก สองเดือน ค่อยกลับมาก็ได้”
       “นี่พ่อกลัวตำรวจมากขนาดนี้เลยเหรอครับ ทำไมไม่ เหมือนเสี่ยคงคาคนเดิมที่กล้าท้าทายอำนาจของพวกมัน”
       “หยาดฟ้าเห็นด้วยกับเสี่ยค่ะ อย่างน้อยถ้าทางนี้มีอะไร พลาดไป คุณคำรณยังมาช่วยพวกเราได้”
       คงคาเห็นด้วย “จริงของเธอหยาดฟ้า ถึงฉันจะตาย แต่อาณาจักรของฉัน จะตายไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเป็นของแก…คำรณ”
       คำรณกระหยิ่มยิ้มพอใจที่พ่อพูด “ถ้าพ่อคิดยังงั้น ผมก็จะไป พ่อระวังตัวด้วยนะครับ”
       “เออ ไม่ต้องห่วงพ่อหรอก ดูแลตัวเองดีๆนะ”
       
       หยาดฟ้ากลับเข้าห้องกดโทรศัพท์หาฤทธิ์ทันที
       “ไอ้เสี่ยคงคาส่งไอ้สมุนสามตัวของมันมาเล่นงานนายนะ นายระวังตัวด้วย”
       ฤทธิ์อยู่ในบ้านพักที่เกาะมุก “ผมทำอะไรผิดคุณหยาด ทำไมเสี่ยต้องทำกับผมแบบนี้”
       “มันไม่เคยซื่อสัตย์กับใครหรอก...มันต้องการให้นายฤทธิ์ตาย เพื่อจะให้ไอ้คล้ามใช้ร่างของนายฤทธิ์จัดการกับ พวกเทวดา นายฤทธิ์จะทำยังไง ฉันเป็นห่วง”
       ฤทธิ์อึ้งไป “ผมจะทำให้มันตายด้วยมือผมให้ได้”
       “ดีมาก จำไว้นะว่าฉันอยู่ข้างนายเสมอ...ไอ้คำรณมันจะ หลบไปอยู่ที่อื่นสักพัก ไอ้คงคาก็เลยคุมการส่งยาเองละทีนี้”
       “คุณบอกผมทำไม”
       “ยืมมือพวกเทวดาให้จัดการกับไอ้คงคาสิ...ศัตรูของเรา จะได้หมดไปอีกหนึ่ง”
       หยาดฟ้าลดโทรศัพท์ลง ยิ้มสมใจด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์เพทุบาย
       
       ฝ่ายดารินยืนซึมอยู่ ถือโทรศัพท์ค้างไว้
       ปลาดุกเดินมาหา “ใครโทร.มา”
       “น้าบุญเกิด บอกว่าอยากให้ฉันกลับไปดูแลแม่ช่วงที่ ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา...แต่...”
       “เป็นห่วงทางนี้...” ดารินพยักหน้า “เธออยู่ ฉันไปทำหน้าที่ แทนเธอก็ได้”
       ดารินยิ้มขอบคุณ “ขอบใจ...แต่ก็คงไม่เหมือนฉันไปเองหรอก”
       “ทำไมไม่ไปสักสองวันแล้วรีบกลับมา ดีกว่าทรมาน ว้าวุ่น ห่วงทางโน้น ห่วงทางนี้”
       “ฉันจะลองปรึกษาเทวาดู”
       ปลาดุกยิ้มล้อๆ
       “ฮั่นแน่...เดี๋ยวนี้ต้องปรึกษาหารือกันแล้วเหรอ...แสดงว่า ความสัมพันธ์คืบหน้าไปมาก...ฉันว่านะงานแต่งเธอกับ เทวานี่จะต้องเป็นตำนานของเกาะมุกไปยาวนานเลย”
       “บ้า...ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกย่ะ”
       “งั้นเธอจะเอายังไง ไปหรือไม่ไป ถ้าไป ฉันจะไปเป็น เพื่อน กลับมาก็กลับมาพร้อมกัน ดีกว่าไปถูกพวกมัน ลอบฆ่าเหมือนที่ฉันโดนคราวก่อน”
       “พรุ่งนี้ให้คำตอบ”
       ปลาดุกหัวเราะ ทำเสียงล้อๆ “ปรึกษาเทวาก่อน”
       ดารินเขินๆ แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
       
       ตรงโขดหินริมหาดสวย ยามเย็น เทวาจับมือดาริน
       “ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ถ้าไกลตาผม ผมเป็นห่วงเสมอ”
       “ห่วงตัวเองดีกว่า...ทางโน้นฉันมีตำรวจเป็นกองร้อยคอย ช่วยอยู่ แต่ทางนี้สิ”
       เทวากับดารินสบตากัน “ก็หวั่นใจอยู่ แต่สองวันคุณก็กลับมาช่วยผมเหมือนเดิมแล้วนี่...หรือว่าจะไม่กลับ”
       “เออ นั่นสิ กลับดีมั้ยหนอ” ดารินแกล้ง เทวากอดดารินไว้อ้อมแขน
       “งั้นไม่ยอมให้ไปด้วย จะกอดไว้ยังงี้ยันตายเลย”
       “เมื่อยแย่...กลับสิ ยังไงฉันก็ต้องกลับ ฉันเกิดที่นี่ ฉันก็ จะอยู่ที่นี่”
       “อยู่กับผม”
       “อันนี้นายพูดเอง” เทวาจูบดาริน แต่ดารินบ่ายเบี่ยง สุดท้ายเทวาพยายามจูบจนได้
       
       หยาดฟ้าเดินเข้ามาในบ้านฤทธิ์ดีใจ
       “คุณหยาด”
       “ฉันมีข่าวมาบอก เสี่ยคงคาจะทำงานส่งยาเสพติดเอง แล้วนะ เขาคงไม่ใจใจนาย แล้วก็ไม่มีไอ้คำรณคอย ช่วยแล้ว”
       ฤทธิ์แค้นใจ “ทำไมเสี่ยไม่ให้ผมทำงานนี้วะ ในเมื่อผมเคยทำมาตลอด”
       “เราก็ต้องร่วมมือกัน ให้มันทำงานแบบนี้ไปไม่ได้ ตลอดชีวิตเลย”
       “คุณหยาดจะทำยังไงเหรอครับ”
       
       คืนนั้นเทวาอยู่ภายห้องทำงานที่บ้านพัก เปิดแฟ้มอ่านโครงการต่างๆ อ่าน แล้วปิดแฟ้ม เก็บของเตรียมกลับวัด เดินไปปิดสวิชท์ไฟ แล้วออกมาข้างนอก
       ขณะที่เทวาใส่กุญแจ เอวของเขามีแขนของหยาดฟ้ามากอด
       เทวาหันมา ผลักออก “คุณหยาดฟ้า”
       “รังเกียจหยาดขนาดนี้เลยเหรอคะเทวา”
       เทวาแกะมือหยาดฟ้าออก “ไม่สมควรหรอกครับ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
       “ดีสิ..เขาจะได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไงต่อกัน”
       “คุณรู้สึกไปเองคนเดียว ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณด้วย ปล่อยผม ก่อนที่ผมจะใช้ความรุนแรงกับคุณ”
       หยาดฟ้าปล่อย จ้องตาเทวา
       “อย่าเพิ่งโมโห ฉันมาดี...คุณจะเชื่อฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ฉันต้องการอิสระ ถ้าไม่มีเขา ชีวิตฉันจะสบายกว่านี้”
       “คนที่คุณพูดถึงคือใคร”
       หยาดฟ้าบอก “เสี่ยคงคา”
       เทวานิ่งฟัง ขณะที่หยาดฟ้าเริ่มเล่า
       
       เช้าวันต่อมาพอดารินรู้เรื่องก็งอนใส่ พูดกับเทวา ปลายเสียงมีแววของความหึงหวง
       “เขามาบอกทำไม ต้องการอะไร”
       “ผมไม่ทราบ...ถามแบบนี้ หึงเหรอ”
       “คนอย่างฉันเหรอจะหึง...เข้าใจผิดแล้วละ”
       เทวายิ้ม จับมือดาริน “ให้ผมแสดงฝีมือหรือว่าคุณจะร่วมมือด้วย”
       “ถ้าจะต้องจับหัวหน้าขบวนการใหญ่ ขอตำรวจมีส่วน ร่วมด้วยดีกว่า อย่างน้อย ถ้าเกิดมีการวิสามัญกันเกิดขึ้น จะได้ไม่ต้องมีข้อสงสัยอะไรมากนัก”
       “จริงสิ ปะทะกันก็ต้องมีเจ็บ มีตาย แต่ถ้าผมทำเอง ผม อาจเป็นฆาตกรก็ได้”
       “ฉันช่วยแล้ว...กรุณาหาคำตอบมาให้ด้วยว่าเขามาบอกคุณทำไม”
       ดารินงอนจะเดินหนีไป เทวาดึงมือไว้แล้วรวบมากอด “เขาคงไม่ได้รู้สึกแบบนี้หรอก”
       “ว่าได้เหรอ...ปล่อยนะ...ปล่อย”
       ทั้งสอง หยอกล้อกันอย่างมีความสุข
       
       ที่บ้านคงคาตอนนั้น หยาดฟ้าบอกกับเสี่ยคงคา
       “เสี่ยน่าจะให้ไอ้สามตัวนี่จัดการเรื่องนี้แทน”
       “ไม่ได้หรอก...ถ้าพลาดก็จบกัน คนอย่างฉันไม่ได้ไว้ใจ ใครง่ายๆ”
       “ตำรวจเต็มไปหมด ไม่รู้ว่ามันได้กลิ่นอะไร”
       คงคาหน้าเสียไป “หรือว่าเกลือเป็นหนอน หวังว่าคงไม่ใช่เธอนะหยาดฟ้า”
       พัน ธง ศรมองหน้าหยาดฟ้า ไม่ไว้ใจเช่นกัน
       “หยาดไปกับเสี่ยด้วย...มีหรือที่หยาดจะเอาตัวเองไปให้ ตำรวจยิงตาย...เลิกระแวงหยาดได้แล้วล่ะค่ะ...หยาดทำ ทุกอย่างก็เพื่อเสี่ย หยาดรักเสี่ยค่ะ..
       คงคาพยักหน้า “แล้วเธอคิดว่าจะทำยังไง...ถ้าหากว่าพวกมันไล่ล่าเรา”
       “เสี่ยต้องมีทางหนี ต้องเตรียมการไว้ก่อน แน่นอนว่าต้อง ไม่ใช่กลางทะเล หน่วยคอมมานโดของตำรวจเก่ง มัน อาจอยู่ใต้นํ้า พร้อมจะจัดการกับเราเมื่อไหร่ก็ได้”
       “แล้วจะหนีไปไหน ในเมื่อฉันส่งยากลางทะเล”
       “ส่งเสร็จแล้วหนีไปก่อน...พวกเราจะรวมตัวกันไม่ได้ จะ ตกเป็นเป้าของตำรวจทันที”
       “แล้วจะพาฉันไปที่ไหน” หยาดฟ้าไม่ตอบยิ้มออกมา
       
       เรือสปีดโบ๊ตของคงคากับหยาดฟ้า มีธงขับเรืออยู่ด้วยแล่นอยู่กลางทะเล มีเรืออีกลำแล่นมาขนาบข้าง ทั้งสองต่างโยนกระเป๋าแลกกันแล้วต่างก็ขับเรือแยกจากกัน เจ็ทสกีสองลำมาเทียบข้าง คงคา กับหยาดฟ้าเปลี่ยนไปขี่เจ็ทสกี
       “ไหวมั้ยเสี่ย”
       “เมื่อก่อนขี่ประจำ...สบาย”
       พัน ธง ศรขับสปีดโบ๊ตไปอีกทาง
       คงคา ดูแลเงินข้าดีๆ ด้วยนะโว้ย...หายละก็ตายยกครัวเลย นะพวกเอ็ง...
       เรือของธง ขับไป แต่แล้ว พัน ธง ศรตกใจ เมื่อเห็นเจ็ตสกีจำนวนนับสิบขี่ตรงมาปิดล้อม มีเรือสปีตโบ๊ตของตำรวจตามมาอีก
       สารวัตรร้องตะโกนขึ้น “ขอให้คนร้ายมอบตัวเพื่อสู้คดีต่อไป อย่าคิดหนี เพราะเจ้าหน้าที่ไม่รับรองความปลอดภัย”
       ขาดคำของสารวัตรซึ่งอยู่ในเรือสปีดโบ๊ต พัน ธง ศรก็ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หยาดฟ้ากับคงคาขี่เจ็ตสกีหนีไป แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเจ็ทสกีของเทวา ดาริน สิงห์ เดชขี่ตามมาติดๆ
       คงคาหันไปยิงปืนใส่ แต่ไม่โดน หยาดฟ้าขี่นำหน้าไปก่อน “ทางนี้เสี่ย”
       สปีตโบ๊ต ขี่หนีไปทางหนึ่ง ตำรวจขับตามไปติดๆ
       
       คงคากับหยาดฟ้าขี่สปีดโบ๊ตมาถึงชายหาดเกาะหัวสิงห์ก่อน
       “ทางนี้ค่ะเสี่ย” หยาดฟ้าวิ่งนำไป คงคาวิ่งตาม
       เจ็ทสกีของเทวา ดาริน สิงห์ เดชมาถึง แล้วรีบตามไป
       สิงห์บอก “ระวังเป็นกลลวงของมันนะโว้ย”
       “ยังไงวะ จะปล่อยให้มันหนีไปได้เหรอ”
       เดชบอก “ข้าเคยหลงมาที่นี่ ไม่มีผู้คน ไม่มีนํ้าจืด ยังไงก็ไม่รอด ไม่ต้องตามหรอกว่ะ”
       ดารินเห็นด้วย “ฉันกลัวว่ามันจะลวงเรา...มันล่อให้เราหลงกลมัน”
       เทวานิ่งคิด มองไป ก็ไม่เห็นคงคากับหยาดฟ้าแล้ว
       “งั้นก็รออยู่ที่นี่...ถ้าเป็นอย่างไอ้เดชว่า ยังไงมันก็ต้องกลับ ออกมา”
       
       ฝ่ายคงคาหอบเหนื่อย เนินเขาซึ่งหยาดฟ้านำไปสูงชันทำให้คงคาขึ้นไม่ไหว
       “อีกไกลมั้ย ทำไมเราต้องหนีไกลยังงี้ล่ะ ป่านนี้พวกมัน คงกลับไปหมดแล้วละมั้ง”
       “อย่าประมาทค่ะ มันอาจจะตามมาก็ได้...เร็วเข้าเถอะเสี่ย”
       หยาดฟ้าส่งมือมาจับมือคงคา แล้วพาเดินขึ้นไปอีก
       “แล้วจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง”
       หยาดฟ้ายิ้ม “หยาดจะส่งข่าวให้นายฤทธิ์มารับเสี่ยค่ะ ขอให้มั่นใจว่า พวกมันกลับไปแล้ว”
       คงคาหอบเหนื่อย เป็นห่วงงาน “ไม่รู้ไอ้พัน ไอ้ธง ไอ้ศรจะรอดหรือเปล่า”
       
       ขณะเดียวกันที่กลางทะเล ตำรวจหลายนายขี่เจ็ทสกีตามสปีดโบ๊ตของธงไป แต่ตามไม่ทัน
       สารวัตรบอก “ตำรวจรอสกัดจับบนชายฝั่งแล้ว”
       สปีดโบ๊ตของพัน ธง ศรแล่นไป โดยตำรวจไม่ตาม
       
       ส่วนที่ในเรือ พันบอก “มันไม่ตามมาแล้วว่ะ”
       “สงสัยนํ้ามันหมด” ธงหัวเราะ
       “ข้าไม่ประมาทหรอก ข้าว่าหนีไปทางเกาะหัวสิงห์ดีกว่า เผื่อว่าพวกมันคอยสกัดเราอยู่ที่ชายฝั่ง”
       “เออข้าเห็นด้วย ไอ้พันว่าไงวะ”
       “เอาไงเอากัน”
       “งั้นลุย” ธงเบี่ยงหัวเรือแล้วขับไปอีกทางหนึ่ง
       
       ฤทธิ์ยืนรออยู่แล้ว ขณะหยาดฟ้ากับคงคาเดินมา
       “ไอ้ฤทธิ์” คงคาหันมองหน้าหยาดฟ้า “เธอ...คงไม่ได้หมาย ความว่าให้ไอ้ฤทธิ์มาดักทำร้ายฉันนะ”
       “ไม่ค่ะ...ไม่ได้แค่ทำร้าย แต่ต้องการทำให้เสี่ยตายเลยละ”
       “นังสารเลว...เห็นชู้ดีกว่าผัวหรือไง”
       “ไม่ต้องพูดมาก รำคาญ”
       หยาดฟ้าผลักคงคา แต่คงคาตบหน้าหยาดฟ้าจนล้มลงไป ฤทธิ์ทนไม่ได้ที่เห็นหยาดฟ้าถูกทำร้าย
       “รังแกผู้หญิงเหรอวะ อย่าอยู่เลย”
       ฤทธิ์ตรงเข้าต่อยคงคา คงคาสู้ไม่ได้เซไปที่หน้าผา ฤทธิ์ตามเข้าซํ้า ทั้งสองสู้กัน จนในที่สุดคงคาตกหน้าผาลงไป ฤทธิ์ยืนหอบเหนื่อย
       หยาดฟ้าเข้ามากอดไว้แน่น “เราเป็นอิสระแล้ว...เราเป็นอิสระแล้ว”
       
       กลุ่มเทวา เห็นร่างของคงคาร่วงลงมาจากหน้าผา ตกลงสู่ทะเล
       ดารินร้อง “อุ๊ย” ทุกคนเห็นเหมือนกัน
       “เสี่ยคงคาแน่” เทวาว่า
       “รอดก็ซูเปอร์แมนแล้ว” สิงห์บอก
       “งานนี้พวกมันฆ่ากันเองแน่ๆ เอาไงดีวะ”
       “ข้าชักเป็นห่วงคนที่เกาะมุกแล้วละสิ กลับกันเถอะ จะได้ฟังข่าวจากสารวัตรด้วยว่าทางโน้นเป็นไงบ้าง”
       
       ตอนค่ำ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านบนเกาะมุก ให้การต้อนรับสารวัตรพิภพ เนตรทรายและลูกน้องตำรวจ
       สารวัตรรายงาน “ทางเราทำงานผิดพลาดกัน ไม่เป็นไปตามที่วางแผนกัน เอาไว้...จับสมุนสำคัญของเสี่ยคงคาไม่ได้ ที่จับได้ก็ได้ แต่ลูกน้องชั้นปลายแถว”
       “แต่เสี่ยคงคาเสียชีวิตแล้วนะครับ...ผมไม่เชื่อแน่ว่าเสี่ย จะกระโดดหน้าผาตายเพื่อหนีความผิด”
       “ฉันเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมค่ะ”
       “ก็น่าจะเป็นยังงั้น เพียงแต่เรายังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง งานนี้”
       ดารินมองหน้าเทวา สิงห์กับเดชมองหน้าทั้งสองคน คนละที
       “รู้อะไรกันบ้าง ช่วยกันบอกสิคะ จะเป็นลายแทงทำให้ เราทำงานได้” เนตรทรายเอ่ยขึ้น
       “ผมเห็นด้วยกับเนตรทรายครับ”
       “หยาดฟ้าเป็นคนนำข่าวนี้มาบอกเรา ถึงได้มีการไล่ล่า จับกุมขบวนการยาเสพติดขึ้นเมื่อวาน คนร้ายหนีไปได้ โดยเฉพาะเสี่ยคงคา หนีไปกับหยาดฟ้า แล้วเสี่ยก็โดด หน้าผาตาย”
       สิงห์แทรกขึ้น “แล้วนังหยาดฟ้าไปไหนซะล่ะ”
       “นั่นสิ ฟังดูแล้วผมเชื่อว่าเป็นฝีมือนังหยาดฟ้า นังนี่มัน ร้ายกาจมากนะครับ” เดชบอก
       “ผู้ใหญ่บ้านน่าจะบอกอะไรกับเราบ้างนะคะ” ดารินประชด ค้อนเทวาเล็กๆ
       “ถ้าเชื่ออย่างนั้น ผมก็คิดว่าเราต้องเริ่มที่หยาดฟ้า”
       
       ในห้องเก็บศพในแผนกนิติเวชเวลานี้ กานดาร้องไห้ มองไปที่ลิ้นชักใส่ศพเต็มไปหมด ทำใจไม่ได้
       “คุณผู้หญิงขา ทำใจดีๆ นะคะ...ท่านไปดีแล้วล่ะค่ะ”
       “แกไม่ต้องมาปลอบใจฉันหรอกพร้อม...ฉันเสียใจที่ เสี่ยเขาตายไปพร้อมกับคำสาปแช่ง ไม่มีอะไรเจ็บปวด เท่ากับลูกหลานจะต้องรับเคราะห์ถูกตราหน้าว่าเป็น ลูกหลานของพวกมารสังคมหรอก”
       พร้อมระบายลมหายใจ ไม่รู้จะพูดอะไร หยาดฟ้าเดินเข้ามา
       “อ้าว ทำไมไม่รับศพกลับบ้านล่ะคะ...หยาดรออยู่ ข้างนอกตั้งนานแล้ว...นึกว่าหนีกลับทางอื่นแล้วสิ”
       “ผัวฉัน...ฉันจะรับกลับหรือไม่ มันก็เรื่องของฉัน ส่วนหล่อนเชิญระเห็จออกจากบ้านฉันไปได้แล้ว”
       “อุ๊ย...นึกว่าอยากอยู่นักเหรอ ผัวตาย ลูกชายหนี ถ้าฉันไม่อยู่สักคน ไม่กลัวอดตายหรือเจ้าคะ”
       “ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ห่วงตัวเองเถอะ ตำรวจมาเฝ้า หน้าบ้านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว อย่างน้อยหล่อนก็น่า จะตอบตำรวจได้ว่าผัวฉันตายเพราะอะไรกันแน่”
       หยาดฟ้าอึ้งไป “จะต้องให้บอกกี่ครั่งแล้วว่าเสี่ยกลัวตำรวจเลยก้าว พลาดตกหน้าผาตาย”
       กานดาจ้องหน้า “แล้วทำไมหล่อนไม่ตายด้วย”
       “ก็ฉันไม่ได้โง่เหมือนเสี่ยนี่คะ...เห็นคนตกไปตายต่อหน้าต่อตา...จะให้กระโดดหน้าผาตายตามหรือไง ประสาท”
       หยาดฟ้าเดินหนีมา แล้วต้องรีบหลบข้างรถ กลุ่มของดารินผ่านไป
       “ผลสอบชัดเจนแล้วละครับ...เสี่ยคงคาถูกซ้อมปางตาย มีการต่อสู้กันแน่นอน พบบาดแผลฟกชํ้าหลายแห่ง ซึ่ง เกิดขึ้นก่อนการตกหน้าผาตาย” สารวัตรว่า
       “ถ้างั้นก็ต้องตามหาหยาดฟ้ามาสอบสวน”
       หยาดฟ้าหน้าเจื่อนไป เมื่อกลุ่มของดารินหายเข้าไปในแผนกนิติเวช หยาดฟ้าก็รีบวิ่งไปที่รถของตน
       
       พร้อมบอกกับทุกคน ที่เข้ามาในห้อง “คุณหยาดฟ้าเพิ่งออกไปตะกี้นี้เองค่ะ ไม่ได้สวนกับทาง คุณๆ หรือคะ”
       ขาดคำของพร้อม เทวา สิงห์ เดช และดารินก็วิ่งออกไปข้างนอก
       “สารวัตรคะ ผลการชันสูตรศพคุณคงคาพบอะไรบ้างคะ”
       “ฆาตกรรมแน่ๆ ครับ ไม่ใช่อุบัติเหตุ”
       กานดาปล่อยโฮ “ต้องนังงูพิษนั่นแน่ๆ”
       “คุณผู้หญิงหมายถึงคุณหยาดฟ้าค่ะ” พร้อมบอก
       
       หยาดฟ้าขับรถออกจากลานจอดรถไปอย่างเร็ว สิงห์กับเดชหันไปเห็น
       “อยู่นั่น” ทุกคนวิ่งตามไป แต่ไม่ทัน หยาดฟ้าขับรถออกไปข้างนอกแล้ว
       “ฉันจะบอกให้ตำรวจสกัดไว้ทุกทางเลยค่ะ” ดารินรีบกลับเข้าไปในนิติเวช
       เทวายืนอึ้ง “ข้าสงสัยว่าหยาดฟ้าฆ่าเสี่ยคงคาทำไม”
       “ผู้หญิงตัวนิดเดียวจะฆ่าเสี่ยได้เหรอวะ ถ้าไม่มีคนช่วย” สิงห์แปลกใจ
       “เอ็งว่าใครล่ะที่เป็นผู้ช่วยนังหยาดฟ้าน่ะ”
       สิงห์กับเดชหันมองหน้าเทวา “คนที่สนิทที่สุดก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น...กํานันฤทธิ์”
       หยาดฟ้าขับรถ พลางพูดโทรศัพท์กับฤทธิ์
       “ตำรวจมันรู้ว่าไอ้เสี่ยนั่นตายด้วยฆาตกรรม...นายฤทธิ์ จะทำยังไง...วันนี้ฉันได้เห็นแล้วว่านังดารินมันเป็น ตำรวจ มันตบตาพวกเรามาตลอด”
       “ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงฉันไม่เอามันไว้แน่ ทั้งนังดาริน แล้วก็ไอ้เทวา รวมทั้งพวกของมันด้วย”
       หยาดฟ้าหน้าซีด เมื่อเห็นด่านตำรวจกั้นถนน
       “ตายละ ทำไมมาตั่งด่านเอาตอนนี้” หยาดฟ้าตัดสินใจพุ่งชนด่าน แล้วขับไปอย่างเร็ว ตำรวจกระโดดหลบได้ทัน ตำรวจวิทยุรายงาน
       ฤทธิ์พูดโทรศัพท์อยู่ในรถ “รู้ว่ามีแผลอยู่ ดันเอาตัวไปใกล้ตำรวจอีก รีบกลับมา นะคุณหยาด ไม่มีอะไรจะปลอดภัยเท่ากับ เกาะมุก และ เกาะหัวสิงห์ คุณรออยู่ที่ท่าเรือไหนก็ได้ ผมจะไปรับ คุณเอง...รถคุณน่ะทิ้งไว้ที่ไหนก็ได้”
       
       “ขอบใจนายฤทธิ์...ฉันเพิ่งรู้ว่าในยามยาก ยังมีนายเป็น เพื่อนตาย”
       
       พายุเทวดา ตอนที่ 16 (ต่อ)
       
       ฤทธิ์ขับเรือสปีดโบ๊ตมา โดยมีหยาดฟ้ายืนเคียงอยู่ใกล้ๆ
       
       “ผมอยากให้โลกนี้มีผมกับคุณสองคนแบบนี้ตลอดไป”
       “เหงาแย่...ไม่เอาดีกว่า สู้เรามาขยายเส้นทางค้ายาของ เราให้ยิ่งใหญ่ไปเลย...ไม่มีอะไรจะทำเงินได้มหาศาล เหมือนอาชีพนี้อีกแล้ว”
       ฤทธิ์หัวเราะหอมแก้มหยาดฟ้า “เราจะใหญ่ไม่ได้หรอก ถ้ายังไม่ได้กําจัดไอ้เทวา ไม่งั้น มันจะขวางเราตลอดไป”
       หยาดฟ้าอึ้งไปนิดหนึ่ง รีบกลบเกลื่อน “เทวาน่ะไม่เท่าไหร่หรอก...คนดีหลอกง่าย ถึงจะตายยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถ แต่นังดารินสิ นังนี่งูพิษ เผลอ เป็นฉกกัด มันเป็นคนนำตำรวจมาจัดการกับเราทุกครั้ง นะนายฤทธิ์ เราต้องกำจัดมันก่อน ยิ่งถ้านังดารินตาย นายเทวาก็คงหมดกำลังใจ ถึงตอนนั้น พลังเทวดาก็คง ไม่มีพลังพอที่จะทำอะไรเรา”
       ฤทธิ์หัวเราะอารมณ์ดี “ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณหยาดของผมจะฉลาดอย่างนี้....บอกตรงๆ นะผู้หญิงอย่างคุณนี่ เหมาะสมกับผู้ชายอย่างผมจริงๆ เลย”
       หยาดฟ้าหัวเราะกลบเกลื่อน แต่สีหน้าและดวงตารังเกียจฤทธิ์สุดขีด หล่อนบอกตัวเองในใจ
       “ฝันไปเถอะ ฉันก็แค่ใช้แกเป็นเครื่องมือเท่านั้น”
       
       ดารินเดินทางกลับมาบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อเยี่ยมมารดา เวลานี้คุยอยู่กับบุญเกิดบริเวณนอกบ้านเบาๆ
       “น้าบุญกู้เป็นพี่ชายน้าบุญเกิดเหรอคะ”
       “ใช่...นี่เจ้าบุญกู้มันบอกหนูรินแล้วละสิ”
       “ค่ะ บนเกาะมุก น้าบุญกู้คือผู้ใหญ่ที่รินเคารพมากที่สุด ถ้าไม่มีน้าบุญกู้ รินก็คงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเอง...รินดี ใจที่ได้กลับไปที่เกาะมุกค่ะน้าบุญเกิด”
       มีเสียงของตก ทั้งสองหันไป จึงเห็นมณียืนอยู่ มณีนํ้าตาไหล
       “แม่” ดารินโผเข้ากอดแม่ ทั้งสองร้องไห้
       “ความจริงก็คือความจริง”
       ดารินร้องไห้ “แม่ขา”
       “อย่าร้องไห้...ถึงหนูจะไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของแม่ แต่หนูก็คือลูกสาวคนเดียวของแม่ตลอดไป”
       “แม่มณีก็คือแม่ของหนูตลอดไปค่ะ...แม่ขา” ดารินซบหน้ากับอกแม่
       มณีลูบเรือนผม ลูบหลัง ปลอบใจ “ฟ้าส่งหนูมาเกิดเพื่อปราบเหล่าร้าย นั่นคือหน้าที่ของหนู แต่แม่สิ เห็นแก่ตัว แม่กลัวหนูจะเป็นอันตราย แม่ก็เลย ห้ามไว้”
       “แม่อย่าห่วงหนูนะคะ หนูจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”
       มณีอึ้งไป พยักหน้า “แม่จะเลื่อนหมอไปเรื่อยๆ จนกว่างานของหนูจะเสร็จ แม่หวังว่าเมื่อแม่มองเห็น...คนแรกที่จะอยู่ในสายตาของ แม่ก็คือดาริน...ลูกสาวสุดที่รักของแม่”
       ดารินสะอื้น ยิ้มทั้งนํ้าตา “แม่จะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาเร็วที่สุดค่ะ รินเชื่อว่า รินจะชนะพวกมัน”
       ดารินกับมณี และบุญเกิด ต่างนํ้าตาคลอซาบซึ้งตามๆ กัน
       
       วันต่อมาดารินแต่งตัวจะเดินทางกลับเกาะมุก ก้มกราบเท้ามณี มณีลูบผมแล้วดึงตัวดารินมากอด
       “คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนะลูก”
       “ค่ะแม่”
       ดารินหันไปหาบุญเกิดที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ฝากแม่มณีด้วยนะคะน้าบุญเกิด”
       บุญเกิดหยิบลูกแก้วออกมาหนึ่งลูก ส่งให้
       ดารินฉงน “อะไรคะ”
       “แก้วมณีที่หลวงปู่หาญได้จากการนั่งสมาธิ ท่านให้พ่อของหนูไว้ แต่ยังไม่เคยได้ใช้ ท่านก็มาจากไปซะก่อน”
       มณีถอนสะอื้นเบาๆ “มันเป็นของหนูนะลูก...พ่อเคยเล่าให้แม่ฟังว่าจะป้องกัน อันตรายได้ทั้งหมด และมันจะดูดพลังคนอื่นมาเป็นของ เราด้วย”
       ดารินมองลูกแก้วในมือนิ่ง
       บุญเกิดกำชับ “ไม่จำเป็นอย่าให้ใครดูนะหนูริน”
       “ค่ะ...รินเชื่อว่าแก้วมณีนี้จะเป็นแก้วสารพัดนึกของริน”
       
       ฟากหยาดฟ้านั่งนับเงินจำนวนมหาศาลใบหน้าลิงโลด เห็นปึกเงินสดวางเรียงกันเต็มที่นอน หยาดฟ้ากลิ้งเกลือกอยู่ข้างๆ กองเงินนั้น
       “ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะมีเงินมากมายยังงี้”
       “ผมว่าทำอีกสักสามครั้ง แล้วเราหาทางไปอยู่เมืองนอกกันมั้ย ไม่ต้องเสี่ยงอีกต่อไป เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อย่างเงียบๆ มีลูกสักสี่คน” ฤทธิ์ว่า
       หยาดฟ้าไม่พอใจ “บ้าสิ...จะทำอีกแค่สามครั้งเหรอ ฉันเอาชีวิตมาเสี่ยงกับนาย เสี่ยคงคาตาย ถ้าฉันไม่ออกมาจากบ้านเขา ฉันก็ได้ส่วนแบ่งในกองมรดกสุขสบายไปทั้งชาติ นายฤทธิ์จะเลิกง่ายๆ ไม่ได้นะ เราไม่ได้ต้องการเงินอย่างเดียว แต่เราต้องมีอำนาจด้วย...เกาะมุกทั้งเกาะต้องเป็นของเรา... ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากได้ เราต้องได้”
       “ฆ่านังดารินกับไอ้เทวาก่อน ค่อยฝัน คุณหยาด” ฤทธิ์บอก
       “นั่นเป็นหน้าที่ของนายฤทธิ์ ไม่สำเร็จ ค่อยถึงมือฉัน”
       
       ก้องอยู่ตรงหน้าฤทธิ์ รู้เรื่องที่ต้องฆ่าเทวาแล้ว
       “ปอดหรือเปล่าวะ”
       “เทวามันเป็นน้องของพี่นะ มันเป็นเพื่อนผม จะให้ผมฆ่ามัน ได้ไง”
       ฤทธิ์มองตาขวาง “ระหว่างไอ้เทวากับไอ้ค่อมบุญกู้ เอ็งเลือกเอา ถ้าเลือก ไอ้ค่อม ข้าจะส่งเอ็งไปอยู่กับมันในนรกด้วย เป็นห่วงกัน นัก ก็ตามไปดูแลกันซะ”
       ก้องบอก “เทวาเก่งมาก ใครก็ทำอะไรมันไม่ได้ ผมเคยพลาดมาแล้ว”
       “มือปืนอยู่กันเป็นสิบ ส่วนเอ็งรอรับไอ้เทวาที่ด้านนอก ข้าเชื่อว่ามันต้องหลบหนีได้ ถึงตอนนั้นนายก็ จัดการกับมันซะ” ฤทธิ์วาดแผนชั่ว
       ก้องร้องไห้ออกมา พูดเสียงสั่น “พี่ฤทธิ์ก็รู้ว่าผมไม่มีพลังเทวดาแล้ว...ผมจะสู้มันได้ยังไง”
       ฤทธิ์ตวาด “ถ้านายไม่ตัดสินใจ พรุ่งนี้ฉันจะเอาแขนข้างซ้ายของไอ้บุญกู้มาให้นายแกล้มเหล้า”
       ก้องตกใจผงะ ปากคอสั่น นํ้าตาไหลพราก
       
       ดารินมองหน้าเทวา เดช และ สิงห์ อยู่ในที่ทำการผู้ใหญ่บ้านนี้ด้วย
       “นายแน่ใจ...เราว่าแค่งานเปิดกีฬาสีของโรงเรียน นายให้ ครูใหญ่เปิดงานแทนก็ได้”
       “แต่งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรักสุขภาพของหมอ นทีนะครับริน ถ้าผมไม่ไปเป็นประธาน หมอจะคิดมาก อีกอย่าง ผมอยากให้แสงดาวสบายใจด้วยว่าไม่มีใคร ทอดทิ้งเธอ”
       เดชยิ้มดีใจ “เดช ใช่ๆๆ แสงดาวน่าสงสาร”
       สิงห์หมั่นไส้ “น้อย ๆหน่อยไอ้เดช”
       “แต่พี่ๆ คะ เราเพิ่งจัดการกับขบวนการค้ายาของพวกมัน รินกลัวว่ามันจะย้อนรอยมาเล่นงานเราค่ะ”
       เทวาบอก “งั้นเราก็ต้องร่วมมือกัน”
       ดารินส่งสายตาให้เทวา “มันก็ต้องยังงั้น”
       เดช สิงห์ เทวา หัวเราะให้กัน ดารินยิ้มหวาน
       ที่ด้านนอก แสงดาวขี่รถมาพอดี มองเข้ามาเห็นดารินร่าเริงอยู่ท่ามกลางกลุ่มเทวดาก็น้อยใจ ขี่รถหนีไป เดชเหลียวเห็นเข้า
       “แสงดาว”
       
       แสงดาวขี่รถไปเดชวิ่งตามไปจนทัน
       “เดี๋ยวๆ แสงดาว หยุดก่อน”
       แสงดาวหยุดรถหันมา พูดเสียงเขียว “มีอะไร ฉันจะรีบไปธุระ”
       “ทำไมต้องรีบ รถตกไหล่ทางไปจะทำยังไง”
       “ช่างมันเถอะพี่เดช ฉันไม่มีพ่อ ไม่มีพี่สาว อยู่คนเดียว ถ้าจะตายก็ให้มันรู้ไป”
       เดชมองแสงดาวอย่างเห็นใจ “พี่อยากดูแลเธอนะแสงดาว จะให้พี่พูดกี่หน พี่ก็พูด เหมือนเดิมตลอดไป”
       “พ่อกับพี่สาวฉันเพิ่งตายไป พี่เดชอย่าเพิ่งคาดคั้นอะไร กับฉันตอนนี้เลยนะ”
       เดชพยักหน้าเศร้าๆ แสงดาวขี่รถออกไป ภาพใบหน้าร่าเริงของทุกคนในสำนักงานผุดซ้อนเข้ามาในห้วงคิด แสงดาวเช็ดนํ้าตาด้วยมือข้างหนึ่ง
       
       หยาดฟ้าฉุนเฉียวถามฤทธิ์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
       “นายฤทธิ์เป็นอะไร เห็นท่าทางซึมๆ มาตั่งแต่เช้าแล้ว”
       “ผมใช้ไอ้ก้องสังหารไอ้เทวา จ้างมือปืนมาเป็นสิบซุ้ม กะเอาชีวิตมันพรุ่งนี้ กลางงานกีฬาสีของโรงเรียน”
       “ก็ดีแล้วนี่ แล้วเป็นอะไรล่ะ”
       “ผมไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จ ไอ้ก้องก็ไม่มีพลังเทวดาแล้ว ผมเองก็ไม่เหลืออะไร อาจารย์คล้ามก็ถอนวิชาไปจาก ผมหมดแล้ว พลังมารในตัวอาจารย์คล้าม ผมก็เอาออก ไปหมดแล้ว”
       “นายบ้าหรือเปล่า...จะพลังมารหรือไม่มาร มีอยู่กับตัวก็ ดีกว่าไม่มีอะไรคุ้มครองเลย...ตอนนี้นายเรียกหาอาจารย์ คล้ามแล้วละสิ” หยาดฟ้าส่ายหน้า “อย่าบอกให้ฉันช่วยนะ ฉันไม่มีวันนอนกับผีอีกแล้วละ”
       ฤทธิ์พูดหน้าเศร้า อ้อน “ผมรู้ ผมถึงไม่อยากรบกวนคุณหยาด ถ้าพลาด กลุ่มไอ้ เทวามันคงย้อนกลับมาเล่นงานผม ความฝันของเราก็คง พังทลาย”
       หยาดฟ้าอึ้งไป ทอดถอนใจ “นี่ฉันต้องไปที่เกาะหัวสิงห์หรือนี่”
       
       พอเห็นหยาดฟ้าเข้ามาถึงในถ้ำ คล้ามทะลึ่ง ผลึงขึ้นนั่ง หัวเราะชอบใจ
       “มาทำไมสาวน้อย”
       “อาจารย์คล้ามยังรักฉันอยู่หรือไม่...ยังอยากมีความสุขกับ ฉันอีกหรือเปล่า”
       คล้ามปรากฏร่างขึ้นตรงหน้าหยาดฟ้า รวบตัวหยาดฟ้าอย่างรวดเร็ว
       “ทุกสิ่งที่เธอต้องการ เธอใช้ร่างกายอันสวยงามของเธอ แลกได้” คล้ามหัวเราะชอบใจ
       หยาดฟ้าสะกดความรังเกียจไว้ หลับตายอมให้คล้ามสังวาสตัวเอง
       
       หยาดฟ้ากลับเข้ามาในบ้านตอนค่ำ ฤทธิ์ดีใจ รีบถาม “คุณหยาด อาจารย์คล้ามว่ายังไงบ้าง”
       “เขายอมทุกอย่าง...ก็...เพราะ” หยาดฟ้าเสียงเครือเจ็บปวดเหลือเกิน “ฉันยอมเขา”
       ฤทธิ์ปลอบ “ที่รัก ผมสัญญานะว่าชีวิตนี้ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณที่ คุณหยาดมีต่อผมเลย...แล้วอาจารย์จะทำยังไง”
       “เขาจะคอยดักเล่นงานศัตรูของเราค่ะ”
       ฤทธิ์หัวเราะชอบใจ ดึงร่างหยาดฟ้ามากอด หยาดฟ้าผลักไส
       “ฉันร้อน ฉันเหนื่อย อย่ากวนฉัน”
       
       เช้านี้บรรยากาศที่โรงเรียนเกาะมุกคึกคักเป็นพิเศษ เห็นนักเรียนตั้งแถวเตรียมขบวนพาเหรด แต่งตัวสีสันสดใส ครูใหญ่ประสิทธิ์ยืนอยู่กับหมอนทีและแสงดาว
       ประสิทธิ์เอ่ยขึ้น “นักเรียนตื่นเต้นกันใหญ่เลยะหมอ ถ้าทำปีนี้สำเร็จก็คง ทำต่อเนื่องกันไปทุกปี โรงเรียนอื่นเขามีกิจกรรมกีฬา กันหมด แต่โรงเรียนเกาะมุกเพิ่งมีโอกาส”
       “ครับ เด็กๆ ก็จะมีสุขภาพดีด้วย” นทียิ้ม
       แสงดาวมองไปรอบๆ ไม่สนใจทั้งสองคนคุยกัน แสงดาวเห็นดารินกับปลาดุกอยู่ริมสนาม มองดูนักเรียน
       
       ดารินคุยกับปลาดุก “หมวดเนตรส่งตำรวจมาหลายนายเลยนะริน”
       “เนตรมาด้วยหรือเปล่า”
       ปลาดุกยิ้ม “มา แต่ไม่รู้จะมาแบบไหน”
       ดาริมมองหน้าปลาดุกแววตาสงสัย “หมายความว่ายังไง”
       ปลาดุกพยักหน้าไปทางหนึ่ง เสียงกลองยาวดังมา มีขบวนหัวโตรำเฉิบๆ มาด้วย
       
       ประสิทธิ์กับหมอนทีแปลกใจ แสงดาวอยู่ใกล้ๆ ก็ฉงน
       “ครูใหญ่สั่งมาเหรอ”
       “เปล่า”
       “งั้นคงเป็นของผู้ใหญ่บ้านส่งมาร่วมงาน” นทีว่า
       “อย่าเป็นไอ้กำนันส่งมาก็แล้วกัน เพราะขนาดเห็นหน้า พวกมัน ยังไว้ใจไม่ได้ ถ้าใส่หัวโตซ่อนหน้าซ่อนตา จะไว้ใจได้ไง”
       ขบวนกลองยาว มีหัวโตอยู่หลายหัว รำเฉิบๆ เด็กๆ พากันหัวเราะ
       ประสิทธิ์เอ่ยขึ้น “หนูแสงดาว ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน”
       “มีอะไรหรือคะครูใหญ่”
       “ก็ถ้าเป็นอย่างที่หนูพูด เราช่วยเด็กไม่ทันเลยนะ”
       ขาดคำทุกคนก็กรูกันลงจากระเบียงชั้นบน ประสิทธิ์นำหน้า จนเห็นเทวา เดชและสิงห์
       ประสิทธิ์ถามทันที “ผู้ใหญ่ หาหัวโตนี่มาเหรอ”
       “ไม่ใช่ครับ” เทวาหันมองหน้าสิงห์ “ช่วยดูด้วยนะสิงห์”
       สิงห์บอก “อย่าห่วง”
       “เอ็งไปทำงานอื่นเถอะ ข้ากับไอ้สิงห์จะช่วยดูทางนี้ให้” เดชว่า
       
       ก้องแอบอยู่ที่มุมหนึ่งหลังพุ่มไม้ใหญ่ ในมือมีปืนที่มีลำกล้องพร้อมจะจับตาย ภาพในกล้องที่ติดกับปืน เห็นใบหน้าของเทวาอยู่กลางกากบาท แต่หัวโตรำเฉิบๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเทวาไปมา
       อีกมุมหนึ่ง เนตรทรายกับสารวัตร ปลอมตัวมาเป็นคนขายผลไม้และขี่ซาเล้งขายไอติม
       ก้องมองที่ศีรษะของเทวาในกากบาท เทวาเดินไปมา ไม่เป็นเป้านิ่ง แถมอยู่ท่ามกลางเด็กๆ ทำให้ก้องทำอะไรไม่ได้
       จังหวะที่เทวายืนเท้าสะเอวอยู่ท่ามกลางเด็กๆ ก้องเหนี่ยวไกปืน แต่แล้วเด็กคนหนึ่งเกิดหกล้ม เทวาก้มลงอุ้มเด็ก เสียงปืนดังลั่น ทุกคนมองหาที่มาเสียง เด็กๆ วิ่งกรูกันหลบชุลมุน
       มือปืนปรากฏตัวขึ้นรอบทิศ ยิงกราดใส่ เด็กๆ กรีดร้อง วิ่งหนีเข้าในอาคารเรียน
       “เร็วๆ ทางนี้ๆๆ” แสงดาวกับนทีช่วยกันต้อนเด็ก ดารินกับปลาดุกชักปืนมา ยิงต่อสู้ สารวัตรกับเนตรทรายคว้าปืนมายิงกับเหล่าร้าย
       หัวโตกลายเป็นตำรวจ ถอดหัวออก ต่างยิ่งกระหนํ่าใส่เหล่าร้าย ล้มตายเป็นเบือ มีตำรวจถูกยิงบาดเจ็บสาหัสไม่น้อย
       นทีประเมินสถานการณ์อย่างตกใจ “คุณแสงดาว ที่อนามัยมีเลือดพอมั้ย ถ้าไม่พอต้องส่งคน เจ็บไปที่ฝั่งโน้น”
       
       ส่วนเทวาบอกดาริน สิงห์ และเดช
       “มันต้องการชีวิตผม ผมไม่อยากให้คนอื่นมาเจ็บมาตาย เพราะผม ผมจะล่อมันไปทางโน้น คุณคอยระวังทางนี้ นะริน...ไอ้สิงห์ ไอ้เดช”
       “ค่ะ”
       เทวาวิ่งไป สิงห์ไม่เห็นด้วย “ไอ้เทวา เสี่ยงนะโว้ย ให้ไอ้เดชคอยช่วยขวางกระสุน ให้..ไอ้เทวา”
       เทวาตะโกนตอบกลับมา “ให้มันช่วยเด็กๆ เทวากระโดดด้วยพลังลม ลอยเหนือหัวเหล่าร้าย”
       ก้องแหงนมองตาม สีหน้าสะใจ
       “เสร็จแน่ไอ้เทวา” ก้องผละไปจากที่ซ่อน
       
       ประสิทธิ์มองตามไป “พวกมันวิ่งไปทางโน้นหมดเลย มันคงตามเทวาไป”
       “เอาไงดีครู”
       เดชห้าม “อย่าตามไปนะครับ ไม่ปลอดภัย”
       เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด แสงดาวถูกยิงที่แขนล้มลง “โอ๊ย”
       ปลาดุก สารวัตร ดาริน ยิงตอบโต้ เดชปราดเข้าประคองแสงดาว แต่ถูกแสงดาวผลัก เดชหน้าเสีย
       “ไปช่วยพี่เทวา ไปสิ พี่เดช ไม่ต้องห่วงฉัน”
       เดชหน้าเสียไป แล้วก็วิ่งไปทางที่เทวาวิ่งไป สิงห์มองอย่างงงๆ แล้ววิ่งตามเดชไปอีกคน
       
       เหล่าร้ายถือปืนจ้องมาทางเทวา ดารินยืนคุมเชิงอยู่ สิงห์กับเดชวิ่งมาชะงัก ปลายกระบอกปืนในมือเหล่าร้ายหันมาทางเดชกับสิงห์
       “ไอ้ก้อง เอ็งเป็นทาสยาเสพติด ถึงขนาดคิดฆ่าพี่เลยเหรอ” เทวาจ้องหน้าก้อง
       “ข้าจำเป็น”
       “มีอะไรจำเป็นกว่าการทำความดีเพื่อคนอื่นอีกเหรอก้อง”
       “ไม่ต้องพูด ข้าฟังไม่รู้เรื่อง ข้าจะให้ปืนในมือของข้าพูดแทน”
       “ถ้าเกลียดข้ามาก ก็ฆ่าข้าคนเดียว อย่าทำคนอื่น มันบาป จะชั่วจะเลวก็ไม่ควรเอาคนบริสุทธิ์มาเป็นเกราะป้องกัน ตัว...ข้าจะไม่ใช้พลังเทวดากับเอ็งเลย ข้าสัญญาแต่เอ็ง ต้องรับปากว่าจะไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์”
       ก้องหัวเราะ พลันควันดำก็ลอยมา แล้วปรากฏเป็นร่างของคล้าม พุ่งเข้าสิงร่างของก้อง สิงห์กับเดชหน้าเสียไป เช่นเดียวกับดาริน
       ก้องพูดออกมาเป็นเสียงคล้าม “ลองดูพลังมารของข้าบ้าง”
       ก้องล้มไปเหมือนถูกถีบ คล้ามปรากฏร่างขึ้น คล้ามร่ายมนต์ ควันดำปกคลุมไปทั่วบริเวณ จนมองไม่เห็นอะไร เทวาเหลียวมองหาคล้ามอยู่ท่ามกลางกลุ่มควัน
       “พลังสลาตัน ของข้าจงพัดควันดำออกไปให้หมด” ลมพายุพัดกระหนํ่า ควันสีดำจางหายไปอย่างรวดเร็ว สิงห์ตะบันไฟรัว จนกลายเป็นแสงสว่างปรากฏขึ้น
       เทวามองเห็นคล้ามก็กระโดดเข้าไปหา เหล่าร้ายกรูกันเข้ามาจะทำร้าย สาดกระสุนใส่
       ดารินหลับตา เกิดฝนตกลงมา เป็นฝนไฟ เหล่าร้ายร้องโอดโอย พยายามวิ่งหนี
       ก้องฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เทวาเห็น “ไอ้ก้อง...ไอ้ก้อง กลับมา”
       เทวารวบตัวก้องได้ แต่ก้องหันมาต่อยเปะปะแล้วหนีไปได้อีกครั้ง
       “ไอ้ก้อง”
       
       คล้ามหัวเราะ พลันวิหคปีศาจบินมาเต็มฟ้า กลุ่มของเทวาวิ่งมาถึง
       “มันใช้นกผีมาล่อ ถ้าเราพะวงกับนก ก็เท่ากับว่าไม่ได้ ต่อสู้กับมัน หรือไม่ก็พวกเราก็หมดแรงซะก่อน”
       “แล้วเอาไงวะ” เดชหารือ
       สิงห์บอก “ข้าว่ายังไงก็ลุย”
       “ใจเย็น เอ็งสองคนจำไว้นะ พลังเทวดาคือพลัง ผสมผสาน หลวงปู่เคยบอกข้า...ถ้าเราร่วมมือกัน ใครก็ ทำอะไรเราไม่ได้...เดช เอ็งมีพลังกายทอง กายเอ็งเป็นสี ทองแดง มีอำนาจป้องกันอาวุธทุกชนิด ไม่ต่างจากหิน ดินและแร่ธาตุแข็งแกร่ง ส่วนเอ็ง ไอ้สิงห์ พลังหมัด ตะบันไฟ ก็คือพลังอัคคี...ลองคิดดูว่าจะช่วยอะไรกันได้บ้าง...ดารินด้วย”
       คล้ามย่ามใจ หัวเราะลั่น สั่งนกปีศาจของตน
       “ฆ่ามัน ฆ่ามันให้ตาย ไอ้สามตัวนั่นคืออาหารของพวกเอ็ง”
       นกบินกรูกันเข้าใส่ ทั้งสี่คนผงะถอยหนีจนล้มลงไปด้วยกัน...สีหน้าของสิงห์กับเดชหวั่นหวาด
       เทวาบอก “สิงห์ เอ็งผนึกกำลังกับเดชเดี๋ยวนี้”
       เดชผุดลุกขึ้นยืน สิงห์ยืนอยู่ข้างๆ หันหลังชนกัน
       “ขอพลังกายทองของข้าจงเป็นหินผาแข็งแกร่งดุจกำแพงนรก”
       “ขอไฟจากหมัดของข้าจงเป็นไฟบรรลัยกัลป์”
       พลันร่างของเดชเนื้อตัวเป็นสีทองแดง สิงห์ยืนหันหลังชนกับเดช จะเห็นสีทองแดงฉายชัดเหมือนมีใครฉายไฟเข้าใส่
       คล้ามยืนมองตะลึง ร่างของเดชขยายใหญ่ขึ้น แสงจากกายเดชสาดใส่นกผีร่วงลง ขนที่ร่วงลงเหมือนผุยผงสีดำที่ร่วงจากฟ้า นกบางตัวบินโฉบไปใกล้ สิงห์ต่อยออกหมัดไฟจนนกเข้าไม่ถึงตัว คล้ามหน้าซีด
       พลันเทวาก็กระโดดข้ามนํ้าไปด้วยพลังลมสลาตัน ทำให้คลื่นแรงจัด สูงท่วมตัวคล้าม ทั้งสองเผชิญหน้ากันบนผิวนํ้าทะเล
       ดารินพึมพำเบาๆ “นายทิ้งฉันไปได้ยังไง..พลังนํ้าเป็นพลังของฉัน”
       
       ลมพัดแรงเหนือคลื่นทะเลกว้างใหญ่ สิงห์ เดช หันไปมองทางทะเล ให้เห็นขนนกที่ร่วงโปรยปรายลงมาจากฟ้า และอาจมีตัวนกที่ถูกไฟไหม้ร่วงลงมาด้วย
       “ไอ้เทวา ไหวมั้ยวะ” สิงห์ห่วงเพื่อน
       สิงห์กับเดชเห็นเทวากระโดดลอยด้วยแรงลมสลาตันถีบหน้าคล้ามจนล้มลง หายไปในทะเล
       คล้ามจมลงสู่ใต้ทะเล เทวายืนคุมเชิงอยู่บนผิวนํ้า มองไปรอบๆ คล้ามโผล่จากใต้ทะเลดึงเทวาจมหายไป
       เดชกับสิงห์ตกใจ “เทวา”
       
       สิงห์กับเดชผนึกกําลังกัน ฟ้าลั่นสะเทือน ผ่าเปรี้ยง
       ส่วนใต้ผืนนํ้า เห็นเทวากับคล้ามต่อสู้กันอยู่ ดารินปรากฏขึ้น คล้ามหันไปเห็น ดารินส่งพลังใส่คล้าม คล้ามถูกพลังเทวดาของดารินผลักไปไกล เทวาบันดาลให้กระแสนํ้าแหวกเป็นช่อง ตรงเข้าต่อสู้กับคล้าม ไม่ยอมให้คล้ามตั้งตัวได้
       ดารินเข้าช่วย ทั้งสองจับมือกัน นํ้าใต้ทะเลแหวกเป็นช่อง เกิดเป็นเกลียวลมหมุนร่างของคล้ามให้หมุนวนเป็นเกลียว ดารินวูบหายไป เทวามองหา แล้วทะลึ่งขึ้นเหนือนํ้า เทวาลอยขึ้น แล้วรวดเร็วดุจลมสลาตัน กระโดดไม่กี่ก้าวก็ถึงชายหาด
       สิงห์กับเดชวิ่งมาหา
       เดชถาม “เป็นไงบ้างวะ”
       “ไอ้ผีนั่นเป็นไงบ้าง” สิงห์มองหา
       “ไม่รู้...รีบไปกันเถอะ ก่อนที่มันจะทำอะไรเรามากกว่านี้ ดารินล่ะ”
       ดารินนั่งหอบอยู่ที่พื้นทราย “ฉันอยู่นี่”
       
       ที่อนามัยเกาะมุก นทีห่มผ้าให้แสงดาวที่ทำแผลแล้ว แสงดาวหลับตา นทีออกไป สวนทางกับเดชที่เข้ามา
       “แสงดาว”
       แสงดาวลืมตาเห็นเป็นเดชก็เบือนหน้าหนี
       “รังเกียจพี่ขนาดนี่เลยเหรอ”
       “ฉันอยากพักผ่อน...พี่เดชต้องเข้าใจนะ”
       นทีเดินกลับเข้ามา พร้อมส่งโทรศัพท์ให้แสงดาว “ผู้ใหญ่เทวาจะพูดด้วย”
       แสงดาวรีบรับมา ดีใจ “ค่ะพี่เทวา แสงดาวไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ ขอบใจพี่เทวามากนะคะที่เป็นห่วงแสงดาว พี่เทวาไม่เป็นอะไร นะคะ...แสงดาวเป็นห่วงพี่ค่ะ”
       เดชทนไม่ไหว แย่งโทรศัพท์ไปจากมือแสงดาว ถูกแสงดาวด่า
       “จะบ้าเหรอพี่เดช ทำอะไรน่ะ เสียมารยาท”
       “พี่ไม่ดีตรงไหนเหรอแสงดาว ไม่หล่อ ไม่เก่งเหมือนไอ้เทวาใช่มั้ย แสงดาวถึงรังเกียจพี่”
       แสงดาวจ้องหน้าเดช “แล้วแต่พี่จะคิด...คิดได้แล้วก็ปลงซะด้วย”
       เดชเดินออกไปด้วยความน้อยใจ
       
       เดชวิ่งไปที่ท่าเรือ เป็นจังหวะที่เรือรับส่งไปยังชายฝั่งกำลังจะเคลื่อนออก เดชกระโดดลงไป เรือวิ่งออกไปจากท่า เดชยืนมองมาที่ชายฝั่ง คนอื่นๆ ยืนอยู่ ไม่มีใครสนใจเดช ต่างพูดคุยทักทายกัน
       เดชนํ้าตาคลอคิดแค้นเทวา “นอกจากเอ็งจะไม่ช่วยทำให้แสงดาวรักข้าแล้ว เอ็งยัง ทำร้ายจิตใจข้าอีก ไอ้เทวา”
       
       เทวาถามถึงเดชกับคนต่างๆ ที่อยู่บริเวณนั้น แต่ไม่มีใครเห็น เทวาเห็นรถสองแถวของเดชจอดอยู่ จึงเดินวนดูรอบๆ รถ
       “เอ็งต้องกลับมาทำความเข้าใจกับข้านะ เดช”
       
       ทุกคนนั่งคุยกันอยู่ที่วัดสีหน้ากลักกลุ้ม สิงห์บอก
       “ข้าหาจนทั่วเกาะแล้ว ไม่เจอ ... ข้าว่ามันไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วละ”
       “ข้าไปไม่ทันเรือเที่ยวสุดท้าย...หรือว่าไอ้เดชจะไปฝั่ง โน้น...มันไม่รู้จักใครที่นั่นเลย”
       บุญกู้พูดเสียงเครือ “ในที่สุดไอ้ฤทธิ์มันก็แยกสลายพลังเทวดาของเอ็งได้ สำเร็จ คอยรับมือกับมันเถอะ ข้าเตือนเอ็งแล้วนะเทวา”
       เทวานิ่งไป สิงห์ฮึดฮัดหงุดหงิด “ข้าจะไปตามหามัน”
       
       คืนนั้นที่ร้านส้มตำบนชายฝั่ง แม่ค้าง่วนอยู่กับทำอาหารตามออเดอร์ เดชนั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง รินเหล้าจนหยดสุดท้าย ร้องสั่งเสียงอ้อแอ้
       “หมดแล้ว...เฮ้ย เอาเหล้ามาอีก...เอาเหล้ามา”
       แม่ค้าส้มตำหันมาโวยวาย “โอ๊ย รอเดี๋ยวได้มั้ย ไม่ได้มีสิบมือนะ จะได้ทำโน่นทำนี่ เวลาเดียวกันได้”
       เดชโมโหขว้างขวดเหล้าไปทางหนึ่ง คนในร้านลุกฮือขึ้น เริ่มหนี
       พัน ธง ศรพยักหน้าให้กันที่มุมหนึ่ง แล้วกรูเข้ามา
       แม่ค้าหันมาเห็นพอดี “ว้าย คนของเสี่ยคงคานี่...พังกันแน่ร้านฉัน..ฮือๆ อย่า ตีกัน...อย่าตีกัน”
       แต่ไม่มีใครฟังแม่ค้า พัน ธง ศรกรูเข้าทำร้ายเดช เดชไม่ทันตั้งตัว ฟุบลงไป หยาดฟ้าปรากฏตัวขึ้น พันเห็นก่อนใคร
       “คุณหยาดฟ้า”
       “อย่ายุ่งกับมันนะ มันเป็นคนของฉัน...พวกแกก็กลับไป ซุกปีกไอ้คำรณเถอะ...บอกมันด้วยว่ามาวุ่นวายกับฉัน”
       
       เดชถูกนำตัวมาที่บ้านฤทธิ์ในสภาพถูกมัดมือไขว้หลัง ฤทธิ์กับหยาดฟ้าอยู่ใกล้ๆ
       “เกิดอะไรขึ้นกับเอ็งวะเดชน้องรัก”
       “เรื่องของข้า”
       “คุณหยาดช่วยไม่ให้เอ็งโดนสมุนของไอ้คงคากระทืบ ตาย ยังไม่มีความดีอีกเหรอ”
       “ความผิดของคนอกตัญญูก็คือตาย”
       เดชมองหน้าหยาดฟ้าอย่างชิงชัง ฤทธิ์สำทับ “และความผิดสำหรับคนโง่ก็คือตาย”
       “หมายความว่ายังไงวะ”
       “ข้าจะไม่ถามเอ็งหรอกว่าเอ็งกลายเป็นไอ้ขี้เมาได้ไง…แต่ ข้ารู้ว่าเอ็งกําลังมีปัญหา ทำไมวะไอ้เทวามันไม่ช่วยเอ็ง เลยหรือไง ปากมันก็บอกว่ารักเอ็ง แล้วทำไมมันปล่อย ให้เอ็งเป็นแบบนี้วะ”
       เดชพูดสะบัด “อย่าพูดถึงมันได้มั้ยวะ”
       หยาดฟ้าอมยิ้ม “พี่น้องคุยกันเองก็แล้วกัน หยาดไปก่อนนะคะ” หยาดฟ้าเดินออกไป
       “พี่ไม่อยากเห็นเอ็งเป็นแบบนี้เลยว่ะเดช มาอยู่กับพี่ดีกว่า พี่จะให้เอ็งเป็นผู้ช่วยกำนัน ต่อไปก็จะให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เอ็งอยากทำอะไร เอ็งก็จะได้ ผู้หญิง เงิน อำนาจ จะมี อะไรอีกล่ะที่จะบันดาลความสุขให้เรานอกจากสิ่งเหล่านี้”
       เดชสับสน ฤทธิ์เหมือนรู้อารมณ์และสภาพจิตใจของเดช ตบไหล่ ปลอบใจ “ลองคิดดูนะเดช”
       ฤทธิ์เดินไป เดชพูดตามไป “ข้าอยากเจอไอ้ก้อง”
       ฤทธิ์หันมา หัวเราะในลำคอ “ได้สิ...น้องพี่”
       
       ฤทธิ์นำเดชเข้ามาในกระท่อม เห็นก้องอยู่ในอาการเมายา เดชหน้าเสียไป
       “พี่ให้ในสิ่งที่น้องต้องการเสมอ เมื่อไอ้ก้องมันอยากอยู่ ในโลกฝัน พี่ก็ตอบสนองให้ มันลำบากมามาก...ถูกคน เขากดขี่ข่มเหงอยู่ที่ท่าเรือ เสพยาซะจะได้ลืมความ เจ็บปวดทั่งหมดที่มีอยู่ เดชน้องพี่ คุยกับก้องแล้ว อยากได้อะไร บอกพี่นะ พี่จัดให้”
       ฤทธิ์หัวเราะในลำคอแล้วเดินออกไป
       ก้องถ่มนํ้าลายเฉียดตัวเดชไปหน่อยเดียว “ไอ้โง่ สมองเอ็งก็มากกกว่าข้า ฉลาดกว่าข้า ไม่ต้องเป็น กุลีแบกหามอย่างข้า ทำไมปล่อยให้ไอ้ฤทธิ์มันจูงจมูก ได้วะ”
       เดชงง “หมายความว่ายังไง”
       “ข้าเคยโง่มาก่อน เลยไม่อยากให้เอ็งโง่เหมือนข้า...มีแต่ คนที่ไม่มีทางไปอย่างข้าหรอก ถึงยอมเป็นขี้ข้าไอ้ฤทธิ์” เดชอึ้งไป “แต่เอ็งไม่มีทางเลือกแล้วละ”
       “ทำไมวะ”
       “มันไม่ปล่อยให้เอ็งออกจากที่นี่ได้หรอก..มันฆ่าเอ็งแน่ ถึงเวลาแล้วที่เอ็งจะต้องตัดสินใจ”
       เดชหน้าเครียด ก้องเขยิบเข้ามาใกล้ “ถามเอ็งจริงๆ เถอะวะว่าเกิดอะไรขึ้น”
       เดชบอกอย่างน้อยใจ “ข้ารักนังแสงดาวเอ็งก็รู้ แต่ไอ้เทวามันไม่คิดช่วยข้า แถมยังยอมให้นังแสงดาวมันเข้าใกล้ ทำให้มันมี ความหวังอีกด้วย”
       ก้องหัวเราะหยาม “ถ้าข้าเป็นอีแสงดาว ข้าก็จะไม่มองคนชั่วๆ อย่างเอ็ง”
       “คนชั่ว ข้านี่เหรอคนชั่ว”
       “เออ คนดีๆ เขาไม่มาเป็นสมุนคนชั่วหรอกโว้ย”
       เดชอึ้งไป
       
       เย็นวันใหม่ สิงห์มาหาเทวา ซึ่งนั่งซึมอยู่
       “มีคนเห็นไอ้เดชอยู่กับกํานันฤทธิ์ ข้าว่ามันไปเป็นพวก ไอ้ฤทธิ์แล้วละ”
       “ข้าไม่เชื่อ”
       “แต่มีคนเห็น..มันคงน้อยใจเรื่องอีแสงดาว...มันเคยพูด กับข้าว่าเอ็งไม่คิดจะช่วยมัน”
       เทวาส่ายหน้า “เรื่องนี้คนตัดสินใจคือแสงดาว ไม่ใช่ข้า”
       “ไม่ว่ายังไงก็เถอะ ตอนนี้ไอ้ฤทธิ์สลายพลังเทวดาของเอ็ง ได้แล้ว” บุญกู้สะเทือนใจ “เทวา เอ็งคิดดูว่าจะทำยังไงต่อไป”
       เทวามองหน้าบุญกู้ ถอนใจ
       
       ตกตอนกลางคืนเทวานั่งสมาธิอยู่ในห้อง เทียนจุดส่องสว่างอยู่เบื้องหน้า พลันเทียนดับเหมือนมีลมพัดมา ร่างของหลวงปู่กับมนต์ปรากฏขึ้นในนิมิตของเทวา
       “หลวงปู่...พี่มนต์ ช่วยผมด้วย ผมสูญเสียน้องไปถึงสองคน ผมจะพาน้องกลับมาได้ยังไง หลวงปู่ พี่มนต์ ช่วยผมด้วย”
       หลวงปู่เอ่ยขึ้น “เทวาศิษย์รัก...จงอดทน ไม่มีใครฝืนกรรมของใครได้ จงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด”
       มนต์บอก “เทวาพี่อยู่ข้างๆ นายนะ...เราจะคอยช่วยนาย”
       หลวงปู่กับมนต์ค่อย ๆ เลือนหายไป
       
       ด้านเดชนอนหลับอยู่ในห้องที่บ้านฤทธิ์ หลวงปู่กับมนต์ปรากฏร่างขึ้น เดชลืมตาขึ้น
       “ทำไมถึงละทิ้งหน้าที่ที่รับปากไว้กับปู่” หลวงปู่บอก
       “นายกําลังทำให้ทุกคนเสียใจ” มนต์เตือน
       จากนั้นหลวงปู่กับมนต์เลือนหายไป
       เดชผวาลุกขึ้น ร้องไห้ “หลวงปู่...พี่มนต์”
       
       เช้าวันใหม่ เดชเล่าความฝันให้ฟัง ฤทธิ์ตบไหล่เดชปลอบใจ
       “ความฝันก็คือความฝัน...นอนมากก็ฝันมาก”
       “ผมจะกลับ ผมไม่อยู่กับพี่แล้ว”
       หยาดฟ้าตวัดสายตาไม่พอใจ “ไม่ได้หรอก...วันนี้ฉันเตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้านายเดช กลับคำ ทุกคนก็มีแต่พังกับพัง”
       เดชงง “เตรียมการอะไร”
       หยาดฟ้ากับฤทธิ์สบตากัน
       “ฉันนัดนักข่าว และคนเก่าคนแก่บนเกาะมุก รวมถึง ข้าราชการในจังหวัดมาเป็นสักขีพยานแต่งตั้งนายเป็น ผู้ช่วยกำนันน่ะสิ...เสี่ยคงคาตายไปแล้ว นายอยากทำให้ เกาะมุกดียังไง นายมีสิทธิ์ทำเต็มที่เลย พี่ร่วมมือด้วย ทุกอย่าง เพราะพี่เองก็ไม่ต้องแคร์ไอ้เสี่ยคงคาอีกต่อไป”
       เดชอึ้งไป หยาดฟ้ามองหน้าเดชแล้วส่งยิ้มให้ฤทธิ์
       
       ที่กลางตลาดเกาะมุก บริเวณสี่แยกย่านชุมชน ชาวบ้านต่างพากันมามุงดู ฤทธิ์อยู่กับหยาดฟ้า ก้อง เดชและลูกน้องอยู่ด้านหลัง
       “ผมขอฝากน้องชายผมด้วย...เขาจะมาช่วยทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยกำนันของเกาะมุก นี่ไงครับ เดช กายทอง คนที่ พ่อแม่พี่น้องเคยเมตตา...และหวังว่าจะเมตตาเขาต่อไป”
       เดชยังงงๆ ก้องมองเดชอย่างสมเพช ส่ายหน้า
       “ไหว้พ่อแม่พี่น้องผู้มีอุปการคุณเราสิ นายเดช” หยาดฟ้าว่า
       เดชจำใจยกมือไหว้กราด เสียงปรบมือดังมาจากทั่วทิศ
       
       ดารินกับปลาดุก มองผ่านไหล่ของชาวบ้านเห็นเดชอยู่ท่ามกลางผู้คน ฤทธิ์จับมือเดชชูขึ้น เหมือนนักมวยที่เพิ่งน็อกคู่ต่อสู้บนเวที
       “ต่อไปนี้ เดช กายทองจะอยู่เคียงข้างผม ทำงานเพื่อพี่ น้องชาวเกาะมุกต่อไป เสียงปรบมือดังลั่น”
       ปลาดุกกับดารินค่อย ๆ ถอยออกไป
       
       ทั้งสี่คนปรึกษากันอยู่ที่วัด
       “นายจะให้เราไปพูดกับแสงดาวมั้ย เผื่อว่าแสงดาวจะดึง เดชกลับมาได้” ดารินเสนอ
       “ก็ดีเหมือนกันนะโว้ย หรือเอ็งว่าไงเทวา”
       “ลองดูก็ได้”
       ปลาดุกกลับเห็นต่างออกไป “ฉันว่าไม่ได้ผลหรอก...ผู้หญิงที่รักผู้ชายคนเดียวกัน เจอ กันก็ทะเลาะกันซะมากกว่า”
       “แกหมายความว่าไงวะ”
       “ปฏิเสธหรือเปล่าล่ะว่าแสงดาวกับเธอ...” ปลาดุกมองไปที่เทวา
       “ฉันว่าแสงดาวมีเหตุผลพอที่จะรับฟังฉัน” ดารินบอก
       “ก็ตามใจแก”
       
       แสงดาวเดินมาแล้วชะงักเมื่อเห็นดารินยืนรออยู่ นทียืนอยู่ที่มุมหนึ่ง
       “ฉันมีธุระจะคุยกับคุณ ขออนุญาตคุณหมอแล้ว” แสงดาวหันไปทางนทีเป็นเชิงตำหนิ
       “ผมว่าคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่านะครับ เชิญครับ”
       สองสาวคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่งของอนามัย
       แสงดาวบอกกับดาริน “เรื่องพี่เดชไม่เกี่ยวกับฉัน...ฉันรับรักพี่เดชไม่ได้ เพราะ ฉันไม่ได้รักพี่เดช ถ้าเป็นเธอ เธอก็คงไม่เสียสละเหมือน กันใช่มั้ย”
       “ผิดค่ะคุณแสงดาว หน้าที่ย่อมสำคัญกว่าความรัก”
       แสงดาวยิ้มหยัน “เผอิญฉันไม่มีหน้าที่เหมือนคุณ..ฉันมีสิทธิ์จะรักษาความ เป็นตัวของตัวเองไว้ เชิญค่ะ ฉันจะทำงาน”
       
       ปลาดุกบอกกับดารินที่นั่งทุกข์อยู่ “เป็นไปตามปากฉันใช่มั้ย...ผู้หญิงน่ะลองได้หึงแล้วก็ ไม่มีเหตุผลหรอก”
       “ฉันเห็นใจแสงดาวนะ แต่ว่าความดื้อรั้นของเขาทำให้ งานของเราชะงัก นี่ถ้าพี่เดชเป็นพวกของนายฤทธิ์ไปอีก คน เท่ากับว่าพลังเทวดาคงสลายแน่”
       ปลาดุกไม่รู้จะทำยังไง “พ่อนิลเคยบอกว่า ถ้าสู้ถึงที่สุดแล้วมันจะแพ้ก็ต้องทำใจ แต่ต้องถามตัวเองก่อนว่าได้สู้เต็มที่แล้วหรือยัง”
       “พ่อนิลพูดถูก...จะเหลือกี่คนเราก็ต้องสู้”
       
       ฟากกานดาพยายามกล่อมเกลาคำรณ “เลิกคิดที่จะทำอาชีพเดียวกับพ่อเถอะ แค่นี้เรามีกินไม่ หมดแล้ว แม่ไม่อยากเห็นคำรณต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เชื่อแม่เถอะนะ”
       “ถ้าไอ้ฤทธิ์กับนังหยาดฟ้ามันไม่ทำตัวซํ้ารอยพ่อ ผม ก็จะวางมือทุกอย่าง แต่นี่มันเจ็บใจ นังหยาดฟ้านี่มัน ทรยศพ่อ...ผมเชื่อว่ามันเป็นคนผลักพ่อตกหน้าผาตาย”
       กานดาฟังแล้วรับไม่ได้ ร้องไห้ พร้อมปลอบใจ
       “หักห้ามใจซะบ้างเถอะค่ะคุณผู้หญิง คุณคำรณขา พร้อม ไหว้ละค่ะ เชื่อคุณแม่เถอะนะคะ”
       คำรณย้อน “แกสอนไอ้พัน ลูกแกให้ได้ก่อน นังพร้อม ถึงคิดจะมา สอนฉัน...ไปโว้ย”
       พัน ธง ศรยืนอยู่มุมหนึ่ง เดินตามคำรณออกไปจากห้อง
       กานดาครวญคร่ำ “เวรกรรมอะไรของฉัน หาพร้อม...ฉันสร้างกรรมอะไร ไว้ ถึงมีลูกแบบนี้”
       
       หวานใจแอบฟังอยู่มุมลับตา ขณะที่คำรณ พัน ธง ศรปรึกษาหารือกัน
       “แม่ฉันไม่เข้าใจที่ไอ้ฤทธิ์กับนังหยาดฟ้ายึดเส้นทางค้า ยาของพ่อ เท่ากับว่ามันหยามนํ้าหน้ากันชัดๆ”
       พันถาม “แล้วคุณคำรณจะทำยังไงต่อไปครับ”
       “ก็ขายยาซะเองสิวะ ลูกค้าเก่าของพ่อก็มีมากมาย พ่อไว้ วางใจนังหยาดฟ้าจนเสียลูกค้าไปหมด ฉันจะติดต่อ ลูกค้าเก่าให้กลับมาเป็นค้าขายกันเหมือนเดิม”
       ธงเชียร์ “เอาเลย นาย ผมร่วมมือด้วยเต็มที่”
       “เริ่มเมื่อไหร่ ผมพร้อมครับนาย” ศรบอก
       หวานใจแอบฟังตลอดเวลา ที่กลุ่มของคำรณพูดคุยกันอยู่
       
       แล้วรีบแอบมาโทร.รายงาน หยาดฟ้าอยู่มุมลับตาคน
       “แกได้ยินมันพูดแน่นะ” หยาดฟ้าอยู่ที่บ้านฤทธิ์บนเกาะมุก
       “เอานังหวานใจไปตัดคอเลยค่ะ หวานได้ยินกับหู แอบดู กับตาเลยนะคะคุณหยาด...เห็นว่าจะลงมือกันอีกสองวัน ข้างหน้านี่แหละค่ะ”
       “ขอบใจ นังหวาน อยู่เป็นสายลับให้ฉันที่นั่นแหละ เดี๋ยวฉันแบ่งเงินให้”
       กะเทยถึกหวานใจยิ้มพอใจ
       หยาดฟ้าปิดสาย ฤทธิ์เดินมาพอดี
       “เรามีคู่แข่งแล้วละ ไอ้คำรณมันตั้งตัวเป็นพ่อค้ายาแข่ง กับเรา”
       ฤทธิ์ยิ้มเหี้ยม ดวงตาวาดแผนการ
       
       ฤทธิ์เกลี้ยกล่อมเดช มีหยาดฟ้าอยู่ใกล้ๆ ก้องเมายาสะลึมสะลือ
       “มันส่งยากันคืนนี้ ที่ผ่านมา พี่ต้องแฝงตัวเข้าร่วมกับมัน พอพ่อมันตาย ลูกมันก็ทำต่อ นายต้องช่วยพี่...ใช้พลัง เทวดาของนายจัดการกับมัน”
       เดชถาม “ใคร”
       “ไอ้คำรณ”
       “เรื่องที่พี่ฤทธิ์พูดนี่เป็นความจริงเหรอ”
       หยาดฟ้าพูดแทรกมา “นายเดช...ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ก็เพราะฉันขวางเสี่ยคงคามาตลอด เขาถึงแค้นฉันมาก ถึงฉันจะตาย ฉันก็ยอม ฉัน เลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง...หวังว่านายเดชคงตัดสินใจ เลือกสิ่งที่ถูกต้องเหมือนฉันนะ”
       หยาดฟ้ากับฤทธิ์จะออกไป “นายนอนคิดคืนหนึ่งก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ถึงนายไม่ไป ขวางมัน ฉันก็ต้องขวางมัน ฉันจะไม่ยอมให้สิ่งเลวร้าย เกิดขึ้นบนเกาะมุกเด็ดขาด”
       หยาดฟ้ากับฤทธิ์ออกไป เดชนั่งซึมสับสนหนัก ก้องลุกขึ้นงัวเงีย
       “สับสนเหรอวะ...เชื่อโจรก็ต้องเป็นโจรนะโว้ย”
       “อะไรของเอ็งวะไอ้ก้อง”
       “เอ็งฉลาดกว่าข้า เอ็งก็คิดดูเอาเอง”
       
       คืนนั้น รถของคำรณแล่นมาบนถนนสายเปลี่ยว มีพัน ธง ศรนั่งมาด้วย กระเป๋าใส่เอกสารวางอยู่ที่ตักของศร
       “ทบทวนแผนให้ดีนะโว้ย...ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นที่ปั๊ม นํ้ามันทั้งหมด” คำรณบอก
       “ไว้ใจผมเถอะนาย” ศรบอก ที่ด้านหน้า เห็นมีกิ่งไม้ขวางทางอยู่
       ธงถาม “เอาไงดีครับนาย”
       “ใครเล่นเราแล้วละ ลุย”
       ธงขับรถอย่างเร็ว พุ่งผ่านกิ่งไม้ที่วางอยู่ แต่แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้นสองข้างทาง รถเสียหลักแต่พุ่งทะยานไปข้างหน้า ที่เดชยืนขวางอยู่
       “ไอ้เดช หนึ่งในพลังเทวดาผมจำได้” พันบอก
       คำรณสั่ง “ชน”
       แสงสีทองแดงในตัวของเดชฉายแสงแรงเหมือนใครฉายไฟใส่รถ ธงถูกแสงเข้าตา รถแฉลบข้างทาง คำรณ พัน ธง ศรลงมาจากรถ ไม่ลืมคว้ากระเป๋ายาเสพติดมาด้วย และต่างยิงใส่เดช กับพรรคพวกของฤทธิ์ แต่เดชไม่เป็นอะไรเลย คำรณยิงใส่ลูกน้องของฤทธิ์ มีบางคนล้มตายลง
       ศรบอก “นาย หนีก่อนเถอะ เราสู้พลังเทวดามันไม่ได้หรอก”
       “หนีก็หนีสิวะ นำไป” คำรณทิ้งกระเป๋าที่ข้างทางเดิน แล้วพากันวิ่งหายเข้าไปในป่า เดชมองตาม แล้วหันไปมองกระเป๋า
       
       เดชกลับมาบ้านฤทธิ์ ยืนภูมิใจในผลงานของตนอยู่ ฤทธิ์ตบมือให้เดช
       “น้องพี่เก่งมาก”
       “ต่อไปก็รับงานใหญ่ได้แล้วละ”
       เดชงงกับคำพูดหยาดฟ้า “งานอะไร”
       ฤทธิ์ อ้าว ก็งานขนส่งยาน่ะสิ ยาในกระเป๋านี้มีลูกค้าอยากได้ อยู่พอดี
       เดชตกใจ “ก็ไหนว่าพี่ฤทธิ์จะปราบพวกค้ายา แล้วทำไมถึงคิดขาย ยาเสียเองล่ะ ที่แท้พี่ฤทธิ์ก็ให้ผมไปปล้นมาจากพวกมัน เพื่อจะเอาไปขายต่อ”
       หยาดฟ้าหยัน “เริ่มฉลาดแล้วนี่ หลังจากโง่อยู่หลายวัน”
       “ไม่ ผมไม่ทำ เป็นตายยังไงผมก็ไม่ทำ” เดชโวยวาย
       ฤทธิ์หัวเราะชอบใจ “จู่ๆ มาทิ้งกันได้ยังไง นายฟังนะเดช ถ้านายไม่ทำตามพี่ พี่จะบอกทุกคนบนเกาะมุกว่านายเป็นพวกค้ายา และ หัวหน้าของนายก็คือไอ้เทวา ใครๆ เขาก็ต้องเชื่อพี่...อย่า ลืมว่าพี่เป็นกำนัน พี่จะสร้างหลักฐานยังไงก็ได้ ปล่อยข่าวชั่วโมงเดียวก็แพร่ไปทั่งเกาะแล้ว”
       “อย่าทำอะไรสกปรกนะโว้ย...ข้าไม่ยอมหรอก ไอ้พวกชั่ว ข้าไม่น่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัวเลย”
       เดชตั้งท่าจะทำร้ายทั้งสองคน
       หยาดฟ้าขู่ “ฉันสองคนตายไป แต่ชื่อเสียงของแกต้องตายก่อน ถึงแกจะมีชีวิตอยู่ แกก็ต้องมีชีวิตอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แกเลือกเอาไอ้เดช”
       
       เดชเครียดหนักนั่งซบหน้ากับเข่า ร้องไห้เบาๆ
       “หลวงปู่ให้อภัยผมด้วย...ยกโทษให้ผมด้วย...ผมโง่ผมผิด ไปแล้ว...ฮือๆ”
       
       รุ่งเช้าหยาดฟ้านั่งซึมอยู่ปลายเตียง ฤทธิ์ตื่นขึ้นมาเห็นก็งง
       “เป็นอะไร ซึมเชียว หรือว่าเสียใจที่วันนี้ผู้ชายที่เธอแอบรักอาจจะอยู่บนเกาะนี้ไม่ได้”
       หยาดฟ้าหันมา ถามเสียงเครือ “เทวาเขาไม่รู้เรื่องอะไร ฉันอดใจหายไม่ได้”
       “ผีตนไหนมันจับเธอเข้าคอร์สคุณธรรมเมื่อคืนเหรอ.. วันนี้ถึงทำตัวเป็นแม่พระ...ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะ แผนของฉันได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
       หยาดฟ้าถามเสียงตกใจ “นายทำอะไร หา”
       ฤทธิ์ไม่ตอบ ผิวปากลุกจากเตียงเดินไป
       
       ที่ตลาดเกาะมุก เห็นคนเมายาจับกุมเด็กจ่อมีดคล้ายจะทำร้าย ท่าทางน่ากลัวมาก ชาวบ้านพากันหวาดกลัวสาปแช่ง
       “ไอ้คนใจร้าย ติดยาแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้”
       ชาวบ้านอีกคนด่า “ใครกันนะที่เป็นคนขายยานรก ขอให้มัน ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลย เจ้าประคุ้ณ”
       ฤทธิ์ เดช หยาดฟ้า ก้อง และลูกน้องฤทธิ์มากันเป็นขบวน
       ชาวบ้านเห็น “กำนันมาแล้ว...ผู้ใหญ่หายหัวไปไหนวะ ไหนคุยนักคุย หนาว่ารักคนเกาะมุก...ราคาคุย พูดจริง ไม่ทำจริง”
       ชาวบ้านฮือฮาเมื่อคนเมายาบ้าทำท่าจะทำร้ายเด็กจริงๆ เด็กร้องไห้จ้า
       “ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วย...ฮือๆๆ”
       ฤทธิ์ กับหยาดฟ้าแหวกคนเข้ามา “อะไรกัน”
       “ก็เห็นมั้ย มันเมายาบ้า ช่วยทีเถอะพ่อกำนัน กลัวเด็กมัน จะตายซะก่อน” แม่ค้าบอก
       “ใจเย็นๆ” ฤทธิ์ทำเป็นใจดีสู้เสือ ย่างไปหา คนเมายาบ้าดึงตัวเด็กออกห่าง
       “อย่าเข้ามานะโว้ย เข้ามาอีกก้าวเดียว ไอ้นี่ตายแน่”
       ลูกน้องฤทธิ์เข้าชาร์จด้านหลัง แย่งมีดไปได้ หยาดฟ้ารีบกอดเด็กไว้ เด็กร้องไห้โฮ
       คนเมายาบ้า ถูกรวบตัวได้ ชาวบ้านฮือ จะเข้ามาประชาทัณฑ์
       นทีกับแสงดาวยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งในตลาด
       “เอ็งบอกมานะ เอ็งไปยาบ้าที่ไหนมาเสพ บนเกาะนี้มี ใครขายยาเสพติดเหรอ...หา ไม่บอก ข้าจะให้ลูกน้อง ซ้อมเอ็งจนตายที่นี่แหละ” ฤทธิ์สวมบทกำนันดีเด่นแหนบทองคำ
       คนเมายาหวาดกลัวเต็มที่ “ฉัน...ฉันซื้อบนเกาะนี่แหละ”
       “ก็ซื้อกับใครล่ะวะ บอกมา”
       คนเมายาบอก “ซื้อกับผู้ใหญ่เทวาจ้ะ”
       ชาวบ้านตกใจ บางคนก็อุทานออกมา
       แสงดาวแหวกคนเข้ามา นทีตามเข้ามาติดๆ
       “ไม่จริง มุสา นายฤทธิ์กำลังเล่นตลกอะไร ทำให้ผู้ใหญ่ เทวาเสียชื่อเสียง”
       “แสงดาว กำนันจะทำอย่างนั้นทำไมกัน กำนันแค่ถาม มัน ไม่ได้บังคับให้มันเอ่ยชื่อเทวาซะหน่อย แสงดาวมี ปัญหาหรือมีอคติอะไรกับกำนันหรือเปล่าเนี่ย...หา”
       ทุกคนมองหน้าแสงดาวเป็นตาเดียว
       แสงดาวด่าอีก “กํานันหยุดสร้างเรื่องดีกว่า ดีชั่วยังไง ฉันคิดว่ากํานัน น่ะแหละรู้ดี และก็เชื่อว่าชาวเกาะมุกไม่ได้โง่ จนเชื่อ ผู้ใหญ่เทวาจะทำเรื่องชั่วๆ อย่างที่ไอ้ขี้ยาพูดออกมา”
       ฤทธิ์หันมาถามคนเมายาเสียงดัง วางอำนาจ “เอ็งปรักปรำผู้ใหญ่บ้านหรือเปล่า ถ้าไม่จริงเอ็งติดคุก นะโว้ย มีหลักฐานอะไรหรือเปล่า”
       “ฉันซื้อกับผู้ใหญ่เทวาจริงๆ ฉันรู้มาว่าเวลาผู้ใหญ่ออก ตรวจค้นยาเสพติดก็แอบแบ่งไว้ขายด้วย”
       ชาวบ้านและแม่ค้าพากันซุบซิบ เสียงฮือดังมา
       ก้องก้มหน้าอึดอัดเต็มที่ ฤทธิ์กระชากตัวก้องออกมา
       “นี่ไง หลักฐาน ไอ้ก้อง เคยอยู่กับไอ้เทวา มันติดยามา ก่อนที่จะมาเป็นลูกน้องผม...ถ้าไม่เคยได้ยาจากเทวา มีหรือที่ไอ้ก้องจะติด...ไอ้เดช เอ็งเคยอยู่กับผู้ใหญ่ ไหน บอกซิว่าเป็นจริงอย่างไอ้ขี้ยาพูดหรือเปล่า”
       เดชอึกอัก สุดท้ายพยักหน้า “ผู้ใหญ่เคยพูดว่าถ้าเสี่ยคงคาขายยาได้ เขาก็ขายได้ เหมือนกันครับ”
       เสียงฮือดังขึ้นอีก แสงดาวทนไม่ไหว ตรงเข้าตบหน้าเดช
       “จำไว้นะพี่เดช พี่กับฉันขาดกันตั้งแต่วันนี้ ฉันไม่คิด เลยว่าอำนาจที่กำนันฝังหัวพี่ มันจะทำให้พี่เนรคุณ ได้ถึงเพียงนี้ อย่าหวังว่าฉันจะรักพี่เลย ชาตินี้คงไม่มี ผู้หญิงหน้าโง่คนไหนที่จะเลือกรักคนเลวๆ อย่างพี่”
       แสงดาวออกไป นทีตามไปติดๆ
       “แสงดาว...แสงดาว” เดชจะตามไป แต่สิงห์ปราดมากระชากคอเสื้อ แล้วต่อยอย่างแรง เดชล้มลงไป
       “วิญญาณหลวงปู่จะต้องเสียใจเพราะเอ็ง ไอ้เดช”
       หยาดฟ้าผินหน้าหนี ซ่อนยิ้มสะใจ เช่นเดียวกับฤทธิ์ที่ตื่นเต้นมาก สิงห์จะซํ้า แต่ฤทธิ์ขู่ไว้
       “อย่าทะเลาะกัน ไม่งั้นฉันจับหมดนะ”
       สิงห์เดินจากไป เดชกุมแก้มที่โดนตบและโดนต่อย สีหน้าร้าวรานใจ
       “มันยังน้อยไป ไอ้เดช” ทุกคนหันขวับมามองก้องตาขวาง
       
       ตรงมุมเงียบๆ ปลอดผู้คน ฤทธิ์จ่ายเงินให้ชาวบ้าน คนเมายา เด็กเคราะห์ร้าย หยาดฟ้าอยู่ใกล้ๆ
       “พวกเธอแสดงดีมาก เล่นเอาไอ้พวกชาวบ้านเชื่อกันหมด คราวนี้แหละไอ้เทวาจะลอยหน้าอยู่ในเกาะมุกได้ก็ให้ มันรู้ไป”
       ฤทธิ์กำชับแกมขู่ “แล้วอย่าบอกเรื่องนี้กับใครล่ะ ไม่งั้นละก็ ฉันฆ่าหมดแน่”
       คนเมายาซึ่งแกล้งเมา ยกมือไหว้ “ถ้ามีงานแบบนี้อีกก็บอกผมได้เลยนะกำนัน...ถนัด”
       ก้องแอบมองอยู่ หัวเราะหึๆ ในลำคอ
       
       เดชนั่งร้องไห้อยู่ ก้องเดินมาหัวเราะเยาะ
       “ร้องไห้ทำไมวะ ข้าบอกแล้ว ผู้หญิงเขาไม่รักคนอย่างเอ็ง หรอก...อยู่กับคนดีไม่ชอบ ดันมาอยู่กับคนชั่วๆ อย่างไอ้ฤทธิ์ แล้วเป็นไง เอ็งก็ถูกมันลากเข้าไปในขบวนการชั่วๆ ของมันจนได้”
       เดชย้อนทันที “เอ็งก็ด้วยไอ้ก้อง”
       “ข้ามีเหตุผลโว้ย ข้ายอมทุกอย่างเพราะมันขู่ว่ามันจะฆ่า น้าบุญกู้ ข้ายอมทุกอย่าง ขออย่างเดียว อย่าให้น้าบุญกู้ เป็นอะไรไป ถ้าข้ารู้ วันนั้นคือวันตายของไอ้ฤทธิ์กับ นังหยาดฟ้า”
       “น้าบุญกู้”
       เดชมองออกไปที่ทะเล พูดเสียงเศร้าๆ
       “เอ็งมีเหตุผลเพื่อคนอื่น แต่ข้าสิ ข้าเห็นแก่ตัว มีเหตุผล ก็เพื่อตัวเอง...ข้าเลวจริงๆ ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว ข้าอายตัวเอง”
       เดชวิ่งลงไปในทะเล ก้องตกใจ “ไอ้เดช...กลับมา ไอ้เดชกลับมา”
       ก้องยื้อยุดฉุดเดชไม่ให้วิ่งลงทะเล ก้องต่อยเดชจนล้มลงไป
       “ไอ้เดช ถึงพลังเทวดาข้าจะหายไปแล้ว แต่ข้าก็ยังบ้าพลัง อยู่ โทษทีนะเพื่อน”
       
       ที่วัดเกาะมุกใต้ เทวารู้เรื่องจากสิงห์หน้าเครียดจัด สิงห์ยืนยันหนักแน่น มีแสงดาว นที บุญกู้อยู่ด้วย
       “ไอ้ฤทธิ์มันกล้าทำลายชื่อเสียงผม น้าบุญกู้ ผมจะบุกไป หาความจริงจากมัน”
       “เอาวะ ข้าเป็นพยานเอง...ได้ยินเต็มสองหู มันพูดจาฉลาด เล่นเอาคนทั่งตลาดเชื่อมันหมด”
       “ฉันไม่คิดเลยนะว่าพี่เดชกับพี่ก้องจะเป็นไปกับพวกมัน ด้วย” แสงดาวว่า
       เทวาทำท่าจะไป บุญกู้ห้ามไว้
       “อย่าร้อนไปตามมัน ยิ่งร้อนก็ยิ่งแพ้ เหมือนกินปูนร้อน ท้อง ใช้ความสงบสยบพวกมันสิ”
       ดารินกับปลาดุกขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา แสงดาวแกล้งมองไปทางอื่น
       “เขาลือกันทั้งเกาะ นายรู้เรื่องบ้างหรือเปล่า”
       “เพิ่งรู้ตะกี้นี้เอง ไม่คิดว่ามันจะสกปรก”
       “ฉันว่านายหลบไปให้เรื่องเงียบก่อนดีกว่า...งานนี้รับรอง ฉันเอานายฤทธิ์เข้าห้องขังได้แน่...นายน่าจะไปแจ้ง ความไว้ก่อน”
       “อย่าเลย ถึงกฎหมายบอกผมถูก แต่คนเกาะมุกบอกผม ผิด ผมก็ผิดวันยังคํ่า ผมต้องการพิสูจน์เรื่องนี้ให้ชาวบ้าน กลับมายอมรับผมเหมือนเดิมให้ได้”
       
       ฤทธิ์กลับมาบ้านหัวเราะร่าสะใจ หยาดฟ้าสีหน้ามีความสุขไปด้วย
       “ป่านนี้ไอ้เทวาคงนอนเลียแผลอยู่ในวัด งานนี้เจ็บหนัก แน่ หรือไม่ก็คงออกมาสู้หน้าคนเกาะมุกไม่ได้”
       “เดินตลาดอาจถูกโห่ หรือไม่ก็โดนเอาของขว้าง”
       ทั้งสองหัวเราะกัน เสียงร้องไห้ดังมาจากมุมหนึ่ง ทั้งสองหยุดหัวเราะทันที
       
       เป็นเดชนั่งร้องไห้อยู่ ฤทธิ์กับหยาดฟ้าเข้ามา
       “เป็นอะไรวะไอ้เดช”
       “ปล่อยข้าไปเถอะ...หรือไม่ก็ฆ่าข้าซะ ข้าไม่อยากมีชีวิต อยู่แล้ว ข้าไม่คิดเลยว่าจะต้องทรยศไอ้เทวา มันเป็นคนดี เอ็งก็รู้อยู่แก่ใจไอ้ฤทธิ์ ไอ้คนใจร้าย ไอ้คนเลว ไอ้มาร สังคม”
       ฤทธิ์นั่งลงแล้วตบปากเดชอย่างแรง ตะคอกใส่หน้า “ด่าข้าอีกสิ ด่าอีก ข้าจะได้ตบอีก”
       “ไอ้ชาติชั่ว” ฤทธิ์ตบแล้วลุกขึ้นเตะ เดชล้มลงไป ร้องไห้โฮ
       “ถ้ามันไม่หยุดก็ส่งมันไปอยู่นรกซะ เสียงร้องไห้ของมัน จะทำให้ฉันนอนไม่หลับคืนนี้”
       “เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเอาไอ้เดชไปขังไว้ที่กระท่อมท้ายเกาะ ให้มันอยู่กับไอ้ก้อง...แล้วอย่าคิดหนีนะไอ้ก้อง ถ้าเอ็งหนี ไอ้เทวา ไอ้สิงห์ ไอ้บุญกู้ เสร็จแน่”
       
       อีกมุมหนึ่งของบ้าน หยาดฟ้าถามฤทธิ์
       “นายคิดยังไงถึงจะให้มันไปอยู่ที่กระท่อม”
       “ถ้าฆ่ามันก็ง่ายที่จะเอาศพทิ้งทะเล” หยาดฟ้ายิ้ม “อีกอย่าง ผมมั่นใจว่าไอ้เทวากับไอ้สิงห์จะต้องตามมา”
       “ทำไมถึงมั่นใจ”
       “ถ้าไอ้เดชเป็นพยานปากเอกในวันนี้ วันหน้าถ้าไอ้เดชมันกลับคำ จะยิ่งเป็นผลดีต่อไอ้เทวาเพราะฉะนั้นถ้ามันแห่ กันมาเมื่อไหร่ ผมจะได้เก็บมันเรียงตัวให้หมด ให้นักเลง เทวดาสิ้นซากไปจากเกาะมุกเสียที”
       
       กลางดึกบุญกู้เคาะประตูห้องร้องเรียกเทวา
       “เทวา...เทวา...ตื่น...เทวา เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
       เทวาเปิดประตู หน้าตายังงัวเงีย “มีอะไรหรือน้า”
       “ไอ้สิงห์หายไป น้ากลัวว่า...”
       เทวาหน้าเสีย “ไอ้สิงห์”
       
       เทวาเปลี่ยนชุด แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ไปอย่างเร็ว ตามหาทุกที่บนเกาะที่คิดว่าสิงห์จะไปในยามดึกสงัด
       
       เดชกับก้องถูกขังอยู่รวมกันในกระท่อม โดยด้านนอกของกระท่อม มีชายฉกรรจ์เฝ้าอยู่อย่างแข็งขัน ฤทธิ์กับหยาดฟ้ายืนดูอยู่อีกมุม
       “ทำไมเชื่อมั่นว่าพวกมันต้องแห่กันมาคืนนี้ด้วย ฉัน ง่วงนอนแล้วนะ”
       “ง่วงก็ไปนอนก่อนสิครับ คุณหยาด”
       “ไม่...ฉันก็อยากพิสูจน์ว่ามันจะเป็นจริงอย่างที่นายฤทธิ์ พูดหรือเปล่า”
       ฤทธิ์ดึงตัวหยาดฟ้าหลบวูบ หยาดฟ้างงๆ แต่เมื่อมองไปที่ทางเข้ากระท่อม หยาดฟ้าก็ต้องอึ้ง เมื่อเห็นสิงห์เดินโซซัดโซเซแบบคนเมาเข้ามา
       ลูกน้องของฤทธิ์ถามฤทธิ์เบาๆ “เอาไงดีครับนาย”
       “ดูมันก่อน ถ้ามันหาเรื่อง ก็ไม่ต้องยั้ง” ลูกน้องฤทธิ์กระชับปืนในมือ
       
       สิงห์เดินแอ่นมา เห็นยามของฤทธิ์ยืนขวาง เป็นภาพพร่ามัว ด่าเสียงอ้อแอ้
       “ไอ้พวกเศษสวะ เกิดมาเป็นขี้ข้าไอ้ฤทธิ์ หลีกไป ข้าบอกให้หลีกไป...ข้ามาหาเพื่อนข้า ไอ้ก้อง ไอ้เดช ข้า รู้นะโว้ยว่ามันอยู่ที่นี่”
       สิงห์จะเข้าไป แต่ลูกน้องของฤทธิ์ขวางไว้ ผลักอกสิงห์จนล้มลงไป ก้นกระแทก
       “เมาก็กลับไปดีกว่า ไม่อยากเตะคนเมาโว้ย”
       “เตะคนเมา เตะหมาดีกว่า” อีกคนหยัน
       “ว่าข้าเป็นหมาเหรอวะ เดี๋ยวหมาตัวนี้จะกัดให้ดู” สิงห์โถมตัวเข้าหาลูกน้องฤทธิ์
       
       ฤทธิ์กับหยาดฟ้าแอบดูอยู่ สีหน้าเหมือนกำลังคิดวางแผน
       “จับตัวมันขังไว้อีกคนมั้ย เอายาฉีดให้มัน เหมือนที่เรา ทำกับไอ้ก้อง แค่นี้ไอ้พวกเทวดาก็ไม่เหลือใครแล้ว”
       “ก็ดีเหมือนกันนะคุณหยาด” ฤทธิ์ยิ้มเหี้ยม
       
       ดารินกับปลาดุกนอนอยู่ในห้องพัก ดารินผวาตื่นขึ้น
       “เทวา”
       ปลาดุกตื่นขึ้น “อะไรริน”
       “ฉันรับพลังบางอย่างได้...แกอยู่ที่นี่นะ ไม่ต้องตามฉันไป อันตราย”
       “เฮ้ย แกจะทิ้งฉันไม่ได้นะ..ริน...อย่างน้อยฉันก็พอช่วยแก ได้”
       “ไม่”
       “แกคิดสิ ถ้าแกเป็นอะไรไป แกคิดว่าฉันจะกล้ากลับไป สู้หน้าพ่อนิลได้เหรอ พ่อนิลรักแกยิ่งกว่าฉันซึ่งเป็นลูกสาวซะอีก”
       “งั้นก็ตามใจแก เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว”
       
       ลูกน้องฤทธิ์ตรงเข้าซ้อมสิงห์ สิงห์ถูกต่อยเซไป ฤทธิ์กับหยาดฟ้าออกมา
       “นี่หรือวะนักเลงเทวดา ทำไมไม่สู้คนเลย หรือว่าตั่งใจ มาให้ไอ้พวกเศษสวะซ้อม”
       สิงห์ชี้หน้าด่าฤทธิ์ “ข้ารู้ไงว่าเอ็งต้องอยู่ที่นี่...ข้าไม่ต้องการใช้พลังเทวดา แต่ต้องการเจรจากับเอ็ง ปล่อยไอ้เดชมาให้ข้ากระทืบ มันเดี๋ยวนี้”
       ฤทธิ์หัวเราะสะใจ “ข้านึกว่าจะมาชิงตัวไอ้เดชซะอีก ที่แท้ก็จะมาจัดการกับมัน...เอาสิวะ...เฮ้ย พามันไปหาไอ้เดชกับไอ้ก้อง”
       ลูกน้องฤทธิ์พยุงตัวสิงห์ขึ้นมา แล้วพาเข้าไปในกระท่อม
       เดชกับก้องผวาเมื่อเห็นสิงห์ถูกโยนเข้ามาที่พวกตน
       “ไอ้สิงห์” เดชหันมาทางฤทธิ์ “เอ็งไปจับไอ้สิงห์มาเหรอวะ”
       “เปล่า แต่มันบอกว่ามันจะมากระทืบเอ็งสองคน ข้าก็เลย สงเคราะห์ให้”
       “เอาสิ นายสิงห์ โอกาสเป็นของนายแล้วนี่” หยาดฟ้านึกสนุก
       สิงห์ตบหน้าเดชกับก้องอย่างแรง แล้วชี้หน้าด่า
       “ข้าววัดเกาะมุกใต้มันไม่มียางหรือไงวะไอ้เดช ไอ้ก้อง เอ็งถึงกล้าทรยศพวกเราได้” สิงห์หันขวับมาที่ฤทธิ์ ด่าเสียงดัง “ตัวการสำคัญก็คือเอ็งน่ะแหละไอ้ฤทธิ์ เกาะมุกไม่มีวัน สงบสุขหรอก ถ้าเอ็งยังมีชีวิตอยู่ เอ็งน่ะตัวปัญหา ทำให้ คนทั้งเกาะเดือดร้อน”
       ฤทธิ์ฉุน “อ้าว ไอ้สิงห์ ไหงมาแว้งกัดข้าวะ”
       สิงห์ถลาเข้ามา แล้วใช้พลังเทวดา ตะบันไฟใส่ฤทธิ์ ไฟลุกใส่หน้าฤทธิ์ ฤทธิ์ถอยหลังกรูด
       หยาดฟ้ากรีดร้อง หนีไปปะทะผนัง เช่นเดียวกับบรรดาลูกน้องที่ยืนนิ่งตกตะลึง สิงห์ตะบันไฟหลายหมัด ลูกไฟลุกไปติดข้างฝา ไฟไหม้
       เดชกับก้องตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ก้องหัวเราะ ตาเยิ้มแบบคนเมายา
       “ไฟ..ไฟไหม้...ดีๆ ไหม้ให้หมดเลย”
       สิงห์ย่ามใจตรงเข้าตะบันหมัดเข้าใส่ฤทธิ์และลูกน้อง
       หยาดฟ้าตะโกน “ยิงมันสิ...ปล่อยมันไว้ทำไม จะตายในกองไฟหรือไง”
       ลูกน้องฤทธิ์ยืนปืนพร้อมกัน กระสุนนับร้อยนัดพุ่งใส่ร่างของสิงห์ เดชตกใจ รีบมาขวาง แต่กายทองของเดชทำอะไรไม่ได้ กระสุนสะท้อนกลับไปหาลูกน้องบางคน ล้มลงเพราะโดนกระสุนปืน
       ฤทธิ์กับหยาดฟ้าหน้าซีด ร่างของสิงห์ล้มลง ขาดใจตายในกองเลือด
       “แค่นี้เองเหรอ นักเลงเทวดา” หยาดฟ้าเหยียดหยัน
       เสียงมอเตอร์ไซค์ดังมาจากด้านนอก ลูกน้องคนหนึ่งโผล่ไปเห็นผู้มาใหม่ แล้วกลับเข้ามาบอก
       “ไอ้เทวามาครับนาย”
       “ยิงสะกัดไว้ ข้ากับคุณหยาดจะออกด้านหลัง...เร็ว”
       
       ที่ด้านนอกกระท่อม เทวามองไปรอบๆ เห็นร่องรอยการต่อสู้ หลังคาจากยังติดไฟอยู่
       “ไอ้สิงห์...ไอ้สิงห์” เสียงปืนดังรัว เทวากลิ้งตัวหลบ เทวาเห็นฤทธิ์ หยาดฟ้า และลูกน้องพากันวิ่งหนี
       เทวารีบวิ่งตามไปด้านหลังกระท่อม ส่วนในกระท่อม เดชกอดสิงห์ไว้ ร้องไห้
       “ไอ้สิงห์...ไอ้สิงห์...ข้าผิดเอง ข้ามันชั่ว ข้าสมควรตาย”
       เสียงปืนดังมาจากด้านนอก ก้องปิดหูกลัวลนลาน เสียสติจากการถูกยาเสพติดทำลายสมอง
       
       เทวาสะกดรอยตามมาลูกน้องฤทธิ์ยิงใส่ เทวาหลบ ฤทธิ์พาหยาดฟ้าวิ่งไปในกลุ่มต้นไม้ ลัดเลาะไปในความมืด
       “จะตามไปถึงไหนวะ”
       “กลับบ้านไม่ได้นะ ไม่รู้ว่ามีใครดักทำร้ายเราอยู่ที่นั่น หรือเปล่า”
       ฤทธิ์พยักหน้า แล้ววิ่งไปทางหนึ่ง เทวาตามไป แต่กระสุนปืนยิงสะกัดไว้
       เทวาหลบกระสุนอยู่ที่มุมหนึ่ง เทวาหลับตาใช้พลังเทวดา ลมพายุพัดมาต้นไม้เอนโอน
       “ฉันกลัวนายฤทธิ์” ขาดคำกิ่งไม้ก็ตกลงมาจากเบื้องสูง เฉี่ยวทั้งสองไปเฉียดฉิว
       หยาดฟ้าตกใจจะกรีดร้อง แต่ฤทธิ์ปิดปากไว้ เทวาจะตามต่อ แต่กระสุนยังสาดใส่เทวาอยู่ไม่หยุด
       
       หยาดฟ้ากับฤทธิ์ อยู่ในอาการหวาดกลัว ลมหอบมาเป็นลูกๆ ทั้งสองต้องยึดต้นไม้ไว้ กลัวว่าตัวเองจะลอยไป
       “ฉันจะขอให้อาจารย์คล้ามช่วย ฉันเป็นเมียเขา ฉันยังไม่ เคยขออะไรจากเขาเลย”
       หยาดฟ้าหลับตา ทำปากขมุบขมิบ พลันจากบนฟ้า ร่างของคล้ามทิ้งดิ่งลงมา แขนลู่ลำตัว แต่ปรากฏมีปีกสีดำสนิท กระพือพัดให้คล้ามดูน่าเกรงขามมากขึ้น
       ฤทธิ์กับหยาดฟ้ามองอย่างตะลึง “นี่ไง วิชามนตราปักษีขั้นสูง เหาะบินได้เหมือนนก...อาจารย์ไม่เคยสอนให้ใคร”
       
       คล้ามหัวเราะลั่น ลูกน้องฤทธิ์ตะลึง หยุดยิง เทวามองอย่างตะลึง ลมพายุยังพัดตึงๆ อยู่ตลอด
       
       คล้ามชี้มือไปที่เทวา พลันขนนกจากปีกอันใหญ่ก็พุ่งออก ตรงไปยังเทวา เทวาหลบที่ลำต้นของต้นไม้และใบไม้ มีขนนกปักอยู่เต็มไปหมด
       คล้ามหัวเราะ “วันนี้เป็นวันตายของเอ็ง ไอ้เทวา”
       คล้ามเคลื่อนเข้าใกล้เทวา ขนนกยังคงพุ่งไปทางเทวา เหมือนใครยิงกระสุน พลันหมอกสีดำก็เคลื่อนมาครอบคลุม จนมองไม่เห็นตัวเทวา
       “สายหมอก...พี่มนต์ วิญญาณของพี่อยู่แถวนี้เหรอ..พี่มนต์ มาช่วยฉันใช่มั้ย”
       มนต์ยืนอยู่ท่ามกลางสายหมอก “หนีไป กลับไปจากที่นี่...ไปสิ”
       เทวาวิ่งหายไป
       
       คล้ามกระพือปีกอยู่เหนือหมอกควันสีดำ มนต์ปรากฏร่างขึ้น หัวเราะเยาะ
       “ผีอย่างเจ้ากับผีอย่างข้าต่างหากล่ะถึงจะสมศักดิ์ศรีกัน”
       มนต์ยืนอยู่ เป่าควันสีเทา หมอกที่มีสีดำกับขาวปนเปกัน กลุ่มหมอกควันสีเทาลอยไปที่คล้าม คล้ามเคลื่อนตัวหนี ควันดำลอยเป็นกลุ่มพุ่งเข้าใส่ ขนนกร่วงพรูลงมาเบื้องล่าง
       หยาดฟ้ากับฤทธิ์ตกใจ ฤทธิ์บอก “หนีก่อนเถอะคุณหยาด”
       “ไปสิ” ฤทธิ์พาหยาดฟ้าวิ่งไปทางหนึ่งอย่างเร็ว
       
       คล้ามยืนอยู่ที่พื้น ชี้หน้าอาฆาตมนต์ “ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้มนต์”
       ร่างของคล้ามเลือนหายไป มนต์มองตามแล้วค่อยๆ เลือนหายไปเช่นกัน
       
       ฟากเทวาเข้ามาในกระท่อม เห็นสิงห์นอนจมกองเลือด
       “ไอ้สิงห์...ไอ้สิงห์ ใครทำมัน หาไอ้เดช บอกข้าสิ”
       เดชเอาแต่ร้องไห้โฮๆ ก้องทำท่ายิงปืน “โป้งๆๆ ยิงกันโป้งๆๆๆ ไอ้สิงห์ตาย”
       เทวาตะคอกใส่เดช “ไอ้เดช พวกไอ้ฤทธิ์ใช่มั้ย...บอกข้าสิ...ใช่มั้ย”
       “ใช่...ทำไมเอ็งมาช้านักล่ะ”
       “ข้ามาไม่ทันช่วยมัน..โธ่ ไอ้สิงห์” เทวานํ้าตาคลอเบ้า
       “เพื่อนรัก ไปสู่สุคติเถอะนะ”
       เทวาใช้ฝ่ามือปิดเปลือกตาที่ไม่สนิทของสิงห์
       “เอ็งหนีไปกับข้าเถอะไอ้เดช ข้าสัญญาว่าต่อไปข้าจะ ดูแลเอ็งให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้าย เอ็งแบบนี้อีก”
       “ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่ที่นี่ อยู่ให้สมกับที่ข้าเป็นคนชั่ว... เอ็งรีบไปเถอะ...ไปสิ...ไป ไอ้เทวา...เอ็งรู้มั้ยว่าทำไมข้า ถึงยอมพวกมัน มันขู่ข้าสองคนว่าถ้าไม่ยอมมัน มันจะ ฆ่าน้าบุญกู้...เอ็งก็ไม่ค่อยอยู่วัด ข้าเลยกลัวน้าบุญกู้เป็น อะไรไป...ข้าฝากน้าบุญกู้ด้วยนะโว้ย”
       เทวาไม่ยอม ตรงเข้าดึงตัวเดช แต่เดชขัดขืน
       “ข้าไม่ไป ให้ข้าอยู่ที่นี่แหละ อย่างน้อยข้าก็ยังขวางมันได้ บ้าง เผลอๆ ข้าอาจได้ฆ่ามันด้วย”
       “เดช เอ็งไปกับข้าเถอะ”
       “ถ้าเอ็งจะเอาข้าไป ก็เอาศพข้าไปแทน”
       เทวาส่ายหน้า “ข้าไม่เข้าใจเอ็งเลยไอ้เดช”
       
       ดารินกับปลาดุกอยู่ข้างมอเตอร์ไซค์
       “แกไม่ได้รับสัญญาณอะไรอีกนะ”
       “หายไปแล้ว”
       “ต้องมีคนหลอกแก หรือไม่ก็คิดถึงแกแน่ๆ แกถึงได้รู้สึก ว่ามีคนขอความช่วยเหลือ”
       “ไม่มีใครกล้าเอากระแสพลังเทวดามาล้อเล่นหรอก..ฉัน เชื่อว่าเกิดเรื่องใหญ่บนเกาะมุกแน่”
       ปลาดุกนึกได้ “ทำไมเราไม่ไปที่วัดเกาะมุกใต้ เผื่อว่าจะได้ข่าวอะไรบ้าง”
       ดารินยิ้ม เห็นด้วยกับปลาดุก
       
       ทั้งสี่คนนั่งซึม เทวานํ้าตาไหลพราก
       “น้าบุญกู้ ผมขอโทษ ผมช่วยไอ้สิงห์ไม่ได้ ไอ้เดชกับไอ้ ก้องก็ไม่ยอมกลับมากับผม”
       ดารินกับปลาดุกเสียใจ ป้ายนํ้าตา “พี่สิงห์ ไม่น่าเลย ทำอะไรก็น่าจะบอกกันได้ จะได้ไป ช่วย...ไม่น่าบุ่มบ่ามอย่างนี้เลย”
       บุญกู้บอก “มันตายก็เพื่อรักษาความดีของเอ็งเทวา...มันไม่อยากให้ คนเกาะมุกเชื่ออย่างที่ไอ้ฤทธิ์มันสร้างเรื่องว่าเอ็งค้ายา เอ็งต้องเอาชนะไอ้ฤทธิ์และสิ่งชั่วร้ายในเกาะมุกให้ได้ สัญญากับน้านะ”
       “ครับน้าบุญกู้”
       “ฉันจะช่วยนายด้วย”
       ปลาดุกพยักหน้า “ถึงฉันจะไม่มีพลังเทวดาเหมือนนายสองคน แต่ฉันก็ พร้อมจะตายกับนายนะ”
       “ดี ยิ่งร่วมมือกันก็ยิ่งมีพลัง...แต่น้าอยากให้เทวาหลบไป ที่อื่นสักพัก”
       “ทำไมครับ เรื่องที่ไอ้ฤทธิ์มันหาว่าค้ายาเหรอ ผมพร้อม จะชี้แจงกับชาวบ้าน น้าบุญกู้อย่าห่วงเลย”
       “ไม่...น้าต้องการให้เราเร่งปฏิบัติเพื่อเพิ่มบารมีมากกว่านี้ พลังเทวดาจะได้แข็งกล้ามากขึ้น ระยะหลังเราทำแต่งาน ไม่ค่อยได้ปฏิบัติธรรม พลังถึงได้อ่อน ขืนเป็นยังงี้ต่อไป เราจะแพ้พลังมารของไอ้คล้าม”
       
       กลางวันวันใหม่ ดารินตัดสินใจเด็ดขาด ยืนเผชิญหน้ากับแสงดาว นที ประสิทธิ์และปลาดุกอยู่ห่างออกไป
       “เธอนี่พูดจาไม่รู้เรื่อง ฉันบอกให้เลิกยุ่งกับฉันแล้วมาทำไมอีก อย่าคิดว่าตัวเองมีวิชาแล้วคนเขาจะกลัวนะW
       “ลดทิฐิลงสักนิด ชีวิตเธอก็จะมีความสุขขึ้นแสงดาว”
       “มีสิทธิ์อะไรมาสอนฉัน”
       “สิทธิ์ของคนที่รักเกาะมุก สิทธิ์ของคนที่อยากเห็น ความถูกต้องเกิดขึ้นบนเกาะมุก...ฉันขอร้องให้เธอไปกับฉัน ไปตามพี่เดชกลับมา อย่าให้พี่เดชต้องตาย เหมือนพี่สิงห์ หรือติดยางอมแงมเหมือนพี่ก้อง
       แสงดาวตกใจ ถามเสียงสั่น “อะไรนะ พี่สิงห์”
       “พี่สิงห์ตายแล้ว พี่สิงห์ไปตามพี่เดชกลับ แต่ถูกสมุนมัน ฆ่าตายต่อหน้าต่อตาพี่เดช ส่วนเทวาก็ถูกมันเล่นงาน ตอนนี้หนีไปปฏิบัติธรรมเพื่อเพิ่มพลังเทวดา”
       “ฉันไม่ได้รักพี่เดช...ไปขอร้องคนอื่นเถอะ” แสงดาวบอก
       “เห็นแก่ตัวที่สุด”
       “หยุดนะ”
       “ไม่หยุด คนที่คิดและทำเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เท่านั้น ไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัวแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ไอ้นิสัยดูดายยังงี้ไง สังคมมันถึงมีปัญหา”
       “ฉันจะทำหรือไม่ทำอะไร มันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน”
       “ถ้าเธอช่วยพี่เดช เท่ากับเธอช่วยคนเกาะมุกไม่ให้ตกอยู่ ใต้อิทธิพลของคนชั่ว เมื่อพี่เดชกลับมา พลังเทวดาก็จะ แข็งแกร่งขึ้น พลังอ่อนอย่างนี้จะเอาอะไรไปสู้กับพวกมันล่ะ”
       แสดงดาวอึ้งไป
       ประสิทธิ์ช่วยกล่อม “ตอนนี้ทุกคนรอคอยความหวังที่แสงดาวนะ...นึกถึงลุง สนกับแสงจันทร์สิ สองคนต้องจบชีวิตลง โดยไม่มี สิทธิ์เรียกร้องหาความยุติธรรมเลย...แสงดาวจะยอม ยังงั้นเหรอ”
       แสงดาวนิ่งอึ้ง แล้วพยักหน้า “ตกลงค่ะครู...ตกลง”
       ดารินยิ้มดีใจ โอบกอดแสงดาว แสงดาวกอดตอบ ปลาดุกยิ้มดีใจ สบตากับนทีซึ้งๆ
       
       ขณะเดียวกันภายในถํ้าแห่งหนึ่ง เทวานั่งสมาธิอยู่ เหงื่อเต็มตัว วิญญาณของหลวงปู่หาญปรากฏตัวขึ้น
       หลวงปู่เอ่ยขึ้น “จิตที่เป็นสมาธิจะรวมตัวกันทำให้เกิดพลัง...เมื่อนั้นพลัง เทวดาจะบังเกิดขึ้นเป็นรัศมีปกคลุมเจ้า ใครก็ทำอะไร เจ้าไม่ได้...แต่เจ้าจะต้องผ่านด่านกําแพงธาตุให้ครบทั้งสี่ก่อน เจ้าถึงจะแข็งแกร่งพอสู้กับศัตรูได้”
       เทวาตอบกลับด้วยจิต “กําแพงธาตุทั้งสี่ คืออะไรหรือครับหลวงปู่”
       “รวมจิตให้มั่น แล้วตามหลวงปู่มา”
       ร่างของหลวงปู่เลือนหายไป ที่บริเวณอกของเทวาเกิดเป็นแสงสีแดงจัดเป็นวงกลม ลอยออกจากร่าง เกิดเป็นภาพเทวาในชุดขาวอยู่กลางวงสีแดงนั้น
       วงสีแดงลอยมาแล้วปรากฏร่างของเทวาแต่งชุดขาว เดินลุยไฟ เห็นไฟลุกท่วมตัว เทวาเดินต่อมา เห็นกองหินถล่มลงทับร่างของเขา แต่แล้วก็เห็นเทวาหลุดออกมาจากกองหินอย่างอัศจรรย์เดินผ่านไป
       เทวาพาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางลมพายุ ยืนต้านอยู่ ใบไม้ ดอกไม้ร่วงพรู ลมพายุสงบ เทวายืนต้านแรงลมได้สำเร็จ เทวาตกใจ คลื่นนํ้ามหาศาลซัดมาที่เขาอย่างรุนแรง เทวายืนต้าน นํ้าค่อย ๆลดลง จนแห้งสนิท
       
       หวานใจถูกพันกับศรตบ หวานใจร้องไห้โฮ พร้อมกับกานดาวิ่งมา
       “อะไรกัน...หยุดนะ”
       พันที่กําลังเงื้อมือจะตบซ้ำหยุดชะงัก
       “ไอ้พัน” พร้อมด่า
       “คุณผู้หญิงขาช่วยหวานด้วยค่ะ ไม่งั้นหวานตายแน่ ดูสิ แก้มโย้เลย ฮือๆๆ” กะเทยก้ามปูครวญ
       คำรณเดินมา ธงติดตามมาด้วย
       “แค่ตบมันยังน้อยไป มันน่าฆ่าโยนศพให้แร้งกากินซะ”
       หวานใจหลบหลังกานดา คำรณดึงตัวออกมา หวานใจหวีดร้อง
       “ช่วยด้วยค่ะคุณผู้หญิงขา”
       คำรณไม่สนใจตบหน้าหวานใจ หวานใจร้องไห้โฮ
       “ปากดีนักนะ คาบข่าวไปบอกนังหยาดฟ้าทุกครั้ง สงสัย มานานแล้วว่าตำรวจมันรู้ได้ยังไง ทุกครั้งที่ฉันทำงาน แกนี่เอง...เนรคุณ”
       “คำรณลูกพูดอะไรน่ะ”
       “เรื่องของผม แม่อย่ายุ่ง นังหวานใจ แกออกไปจากบ้าน ฉันเดี๋ยวนี้นะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย แล้วอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีกแล้วอย่าให้รู้นะว่าสาระแนคาบข่าวไปบอกไอ้ฤทธิ์กับนังหยาดฟ้าอีก”
       “ไป” ศรกับธงช่วยกันผลักหวานใจจนออกจากห้องไป
       “คำรณ แม่ขอละ เลิกซะเถอะนะลูก ไม่งั้นลูกน่ะแหละจะเดือดร้อน”
       “ตราบใดที่ผมยังเอาชนะไอ้ฤทธิ์กับนังหยาดฟ้าไม่ได้ ผม ไม่เลิก เส้นทางนี้พ่อผมสร้างไว้ ผมต้องสานต่องานของพ่อ”
       “ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดีน่ะเหรอคำรณ”
       “ดีหรือไม่ดี ผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าเงินที่ได้มันคุ้ม ถึงจะเสี่ยง บ้างก็เถอะ”
       
       ทั้งสี่คนคุยกันอยู่ ธงแปลกใจ “ทำไมนายไม่ฆ่านังหวานใจเลยล่ะ ปล่อยไปอย่างนี้ผม ว่าอันตราย”
       “นั่นสิ โบราณว่าตีงูอย่าตีให้หลังหัก ต้องตีให้มันตาย” พันว่า
       “มันจะแว้งมากัดเราที่หลังนะครับ” ศรบอก
       คำรณพยักหน้าเข้าใจ
       “ข้ารู้ แต่ข้าจงใจ นังหวานใจมันไปไหนไม่รอดหรอก มันต้องกลับไปหาไอ้ฤทธิ์กับนังหยาดฟ้า ข้าก็จะไป หาไอ้อีสองตัวนั่นเหมือนกัน”
       ทั้งสามคนแปลกใจ โดยเฉพาะศร “ทำไมล่ะครับ ในเมื่อนายเกลียดมัน”
       
       หวานใจสะอื้นต่อหน้าทั้งสองคน
       “แสดงว่าคำรณรู้แล้วว่าเราตั้งตัวเป็นศัตรูกับมัน”
       “รู้ก็รู้สิ...มันไปไหนไม่รอดหรอก ตอนนี้จะค้ายายังทำ ไม่ได้ ฉันส่งหลักฐานให้ตำรวจว่ามันค้ายาแทนพ่อมัน เส้นทางส่งยาในทะเลนี่เป็นฝีมือไอ้คำรณหมด มันออก จากบ้านก็แทบไม่ได้ ฮึ จะไปไหนพ้น นอกจากจะต้อง กลับมาซุกอยู่ใต้อุ้งเท้าของฉัน”
       หวานใจตกใจ “ว้าย หวานก็เจอพวกมันอีกสิ”
       “แกคอยดูฉันก็แล้วกันนังหวานใจว่าฉันจะเล่นงานมัน ยังไง”
       ฤทธิ์มีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มสะใจ ดวงตาวาดแผนการชั่ว
       
       เม้งกำลังปิดร้าน ใส่กุญแจดอกใหญ่
       “จะไปไหนเหรอเฮียเม้ง” เม้งหันมาตกใจที่เห็นคำรณ
       “คุณคำรณ...ผมกําลังจะปิดร้านหนีเกาะมุกแล้วละครับ ตอนนี้ที่นี่แปลกๆ ทำมาหากินไม่ดีเหมือนก่อน”
       “ทำไมล่ะ”
       เม้งถอนใจ มองซ้ายขวาท่าทีระแวง “เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าครับ”
       เม้งคุยให้ทุกคนฟัง “ไอ้ฤทธิ์มันสร้างหลักฐานว่าไอ้เทวาค้ายาเสียเอง ผมว่า มันใช้วิธีนี้กับคุณคำรณด้วย หากินก็เลยลำบาก มันรู้ว่า ผมเป็นคนของเสี่ย มันใช้ตำรวจมาค้นร้านผมทุกคืน จะเอายาเสพติดยัดใส่ผมเมื่อไหร่ก็ได้...คุณคำรณกลับไป เถอะครับ อย่าอยู่ที่นี่เลย”
       “แล้วนี่มันกําจัดอิทธิพลไอ้เทวาได้แล้วเหรอ”
       เม้งระบายลมหายใจ “เกาะมุกแทบจะเป็นของมันเลยละครับ คนไหนที่ไม่ชอบ มัน มันก็ใช้เงินซื้อ ใช้ความโลภเป็นเครื่องล่อ แล้วก็ กลายเป็นพวกมันหมด”
       คำรณนิ่งงันบอกกับเม้งเสียงอ่อนลง “เฮียเม้งปิดร้านแล้วจะไปทำอะไร”
       “ผมว่าจะไปอยู่ชายแดน หากินกับบ่อนดีกว่าเปิดผับแบบ นี้ครับ สบายกว่ากันเยอะ”
       
       ดารินกับปลาดุกอยู่ที่หน้าบ้านของแสงดาว แสงดาวออกมาแต่งตัวทะมัดทะแมง
       “พร้อมนะคะคุณแสงดาว”
       “พร้อมค่ะ”
       ทั้งสามคนขี่มอเตอร์ไซค์ไปเป็นกลุ่ม
       
       ไม่นานต่อมาสองสาว ทอมหนึ่งซุ่มอยู่ปากทาง มีพุ่มไม้พรางตัวไว้
       “คงต้องรอให้คํ่าก่อน ฉันกับปลาดุกจะคอยสู้กับพวกมัน ส่วนคุณเจรจากับพี่เดชให้สำเร็จ หากจวนตัวจริงๆ ฉัน จะใช้พลังเทวดาช่วยคุณ...ได้ตัวคุณเดชแล้ว หมอนทีรอรักษาอยู่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
       แสงดาวมองไปที่กระท่อมแววตามุ่งมั่น
       
       ฤทธิ์กับหยาดฟ้าเข้ามามองก้องกับเดชด้วยสายตาไม่พอใจ ลูกน้องก็วางท่าตามเจ้านาย
       “รู้มั้ยเดช ตอนนี้ไอ้เทวามันหนีหน้าจากเกาะมุกไปแล้ว สงสัยว่าที่นายให้ข้อมูลกับชาวบ้านเป็นจริงว่ะ”
       “เรื่องอะไร”
       “อ้าว ก็เรื่องที่นายบอกว่าไอ้เทวามันค้ายาเสพติดไง” ฤทธิ์หัวเราะ
       เดชตวาดสวนกลับมา “เอ็งก็รู้ไอ้ฤทธิ์ ว่าเอ็งบังคับให้ข้าพูด แล้วทำไมเอ็งถึง ว่าเป็นเรื่องจริง...คนที่ค้ายาน่ะคือเอ็งต่างหาก ไอ้มาร สังคม ไอ้คนหนักแผ่นดิน ไอ้คนเนรคุณต่อแผ่นดิน”
       ฤทธิ์ตรงเข้าตบหน้าเดช เดชหน้าหันไป ก้องมองดูด้วยสายตาไม่พอใจ
       “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าไอ้ก้อง ถึงมองฉันสองคนด้วย สายตาแบบนั้น”
       “ไอ้เดชมันพูดถูก ข้าตายเสียดีกว่าที่จะต้องกลายเป็น สมุนของเอ็ง ไอ้ฆาตกร” ก่องด่า
       หยาดฟ้าตรงเข้าจะตบหน้าก้อง แต่ก้องไม่ยอมถอยหลังหนี ลูกน้องขยับจะช่วย
       “คิดสู้ฉันเหรอ ไอ้ก้อง...ไม่เห็นเหรอว่าคนของฉันอยู่เต็ม ไปหมด หรือว่าอยากลองดี”
       ขาดคำของหยาดฟ้า ก้องก็ถีบหยาดฟ้าล้มลงไป
       “ว้าย”
       “ไอ้ก้อง” ฤทธิ์ตบตีก้องไม่นับ เดชจะขยับไปช่วย แต่ถูกลูกน้องเอาปืนจ่อไว้
       ก้องร้องไห้ หยาดฟ้าโกรธจัด “ฉีดยาให้มันตายไปเลย อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์”
       เดชตกใจ ร้องห้าม “อย่า...อย่าทำมัน...อย่า”
       เดชเห็นลูกน้องของฤทธิ์จับก้องไว้แน่น หยาดฟ้ารับเข็มฉีดยาจากลูกน้องคนหนึ่ง สีหน้าเหี้ยม
       หยาดฟ้าฉีดยาจนหมดหลอด ปลายเท้าของก้อง กระตุกแล้วแน่นิ่งไป ก้องนอนอยู่ที่พื้นแน่นิ่งขาดใจตายคาที่
       เดชใจสลายร้องไห้โฮ “ไอ้ก้อง...ไอ้ก้อง”
       ฤทธิ์ หยาดฟ้า เดินออกไปอย่างไม่แยแส
       
       ทั้งสามสาวหมอบลง เห็นรถของฤทธิ์ออกไป มีหยาดฟ้านั่งคู่ไปด้วย ลูกน้องคนหนึ่งทำหน้าที่คนขับ
       “กำนันฤทธิ์” ดารินมองตามไป
       ปลาดุกบ่น “ยุงกัดว่ะ ฉันว่าเรารีบเข้าไปช่วยพี่เดชเถอะ”
       แสงดาวบอก “ฉันพร้อมแล้วค่ะ”
       
       ฝ่ายเทวานั่งสมาธิอยู่ในความมืด มีเทียนส่องสว่างอยู่ แสงสว่างจากดวงแก้วลอยลงมาจากข้างบน หล่นอยู่ตรงหน้าเทวา
       “เก็บขึ้นสิ” เทวาลืมตาขึ้น หยิบลูกแก้วขึ้นดู “เทพนิมิต มาให้เจ้าแล้ว เทวา...เก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะต่อไปสิ่งนี้ จะช่วยชีวิตของเจ้าไว้”
       หลวงปู่หาญเลือนหายไป เทวาก้มมองดูลูกแก้วในมือ
       
       หวานใจรีบบอกทันทีที่ฤทธิ์ออกมาจากรถ
       “พวกมันมาค่ะ รออยู่ข้างบน...
       “ใคร”
       “นายคำรณ” หวานใจบอกมองหน้ากันกับฤทธิ์
       คำรณ พัน ธง ศรออกมาจากข้างใน
       “ว่ายังไงนายฤทธิ์”
       ฤทธิ์มองหน้าคำรณนิ่งนาน
       
       ส่วนที่กระท่อมท้ายเกาะ ปลาดุก เตะปลายคางลูกน้องฤทธิ์ล้มไป ปลาดุกกับดารินตามเข้าซํ้า แสงดาวช่วยเท่าที่ช่วยได้ จนทุกคนเข้ามาภายในกระท่อม
       เดชเบิกตาโพลง เมื่อเห็นแสงดาว
       แสงดาวตกใจระคนสงสาร “พี่เดช...นี่มันทำกับพี่เดชอย่างนี้เชียวเหรอ...พี่กลับไปกับ ฉันนะ ฉันมารับ” แสงดาวนํ้าตาไหล สงสารเดชจับใจ
       “แสงดาว” เดชงงๆ
       “รีบไปเถอะ ก่อนที่พวกมันจะแห่มา...เร็ว” ดารินเร่ง
       ปลาดุกเห็นก้อง นอนนิ่ง “แล้วนี่ล่ะ”
       เดชเสียงสั่น “ไอ้ก้องมันตายแล้ว”
       ดารินตกใจ นํ้าตาไหลสงสารก้อง “โธ่ พี่ก้อง”
       “รีบไปเถอะ”
       
       ปลาดุก ดาริน เดช แสงดาววิ่งมา ลูกน้องฤทธิ์ปรากฏขึ้นที่สองข้างทาง จ่อปืนพร้อมยิง
       “จะไปไหน อยากตายใช่มั้ย” ลูกน้องฤทธิ์ขู่
       ดารินตวัดสายตาซ้ายขวา ฟ้าครืนๆ ฝนตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
       ทั้งหมดรีบวิ่งหนี ดารินร้องบอก “ปลาดุก เร็ว”
       ลูกน้องฤทธิ์จะยิงตามไป แต่ปืนกลับไม่ยอมลั่น ลูกน้องฤทธิ์ตกใจ ลูกน้อง เป็นอะไรวะ... ลูกน้องฤทธิ์วิ่งตาม
       ดารินหันไป จ้องไปที่สายฝน ลูกน้องฤทธิ์วิ่งมาแล้วร้องครวญคราง
       “โอ๊ย ...นํ้าร้อน...ร้อนๆๆๆ” ลูกน้องรีบวิ่งกลับไป โดยที่พื้นเห็นควันลอยขึ้น เหมือนนํ้าเดือดจัด
       
       ฤทธิ์บอกกับคำรณ มีหยาดฟ้าอยู่ในห้องด้วย
       “เอายังงี้ดีกว่าคุณคำรณ ไหนๆ คุณก็ทำงานค้ายาไม่ได้ แล้ว ตำรวจตามกลิ่นคุณคำรณ จนคุณไม่มีทางไปแล้ว”
       “ก็นายไม่ใช่เหรอที่ส่งข่าวให้ตำรวจตลอด”
       “จะใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่สำคัญหรอกครับ เอาเป็นว่าคุณ คำรณสู้ผมไม่ได้สักทาง...มาเป็นลูกน้องผมดีกว่า..รับรองว่าจะดูแลคุณคำรณอย่างดี ไม่ต้องเร่ร่อนอย่างทุก วันนี้”
       พัน ธง ศรมองหน้าคำรณ “ก็ได้ แต่ผมขอเวลาพักผ่อนสักสิบวัน”
       ฤทธิ์ยิ้มดีใจ ยื่นมือให้คำรณจับ หยาดฟ้ายิ้มพอใจ เสียงโทรศัพท์มือถือของฤทธิ์ดังขึ้น
       “ฮัลโหล อะไรนะ ฝีมือใครวะ” ฤทธิ์กดปิดโทรศัพท์ หันมาทางหยาดฟ้า
       “นังดารินมันพาคนมาเอาตัวไอ้เดชไปแล้ว”
       “แล้วจะทำยังไงกัน...คุณคำรณน่าจะช่วยเราเรื่องนี้ได้นะ อย่างน้อยนังดารินก็เคยเป็นขวัญใจของคุณไม่ใช่เหรอ”
       “ให้ผมช่วยอะไร” คำรณถาม
       “เกลี้ยกล่อมให้มันบอกว่าเอาไอ้เดชไปไว้ที่ไหน ฉัน จะตามไปฆ่ามันให้ถึงที่เลย”
       
       เทวาเดินมาในวัด บุญกู้ยิ้มดีใจ “หลวงปู่ให้กลับแล้วเหรอ”
       “ครับ น้าบุญกู้...ทางนี้เป็นยังไงบ้าง”
       บุญกู้กระซิบบอก “ไอ้เดชกลับมาแล้ว หนูรินทำสำเร็จ แต่ว่าไอ้ก้อง”
       “ก้องทำไม”
       บุญกู้บอก “มันตายแล้ว”
       เทวาเข่าอ่อนแทบยืนไม่อยู่ สีหน้าโกรธแค้น
       “ไอ้ก้อง ไอ้สิงห์ แล้วก็พี่มนต์ ไม่ตายฟรีแน่ ยังจะต้องคิด บัญชีให้ลุงสน แสงจันทร์ และทุกคนในเกาะมุก”
       
       เทวาพรวดเข้ามาในห้องพักฟื้น ดารินและทุกคนหันมา เทวารีบมาหาเดช
       “ไอ้เดช” เดชร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ
       “เทวา ฆ่าข้าให้ตายเถอะข้าอายเอ็ง ความขาดสติของข้า ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ซํ้าร้ายข้ายังทำให้คนบนเกาะ เข้าใจเอ็งผิด”
       “เอ็งเป็นเพื่อนที่ข้ารักมากที่สุด ข้าไม่เคยโกรธเอ็งเลย”
       เดชกอดเทวา ร้องไห้
       “ไม่เป็นไร” เทวาหันมาทางแสงดาว “แสงดาว พี่ฝากดูแล ไอ้เดชด้วยนะ มันเป็นคนดี ซื่อและจริงใจ หาคนแบบนี้ ไม่ได้ง่ายนักหรอกนะ”
       แสงดาวยิ้มเขิน ดารินกับปลาดุกยิ้มให้ทั้งสองคน
       เสียงโทรศัพท์ของดารินดังขึ้น ดารินมองหน้าจอแล้วเลี่ยงออกไปข้างนอก เทวามองตามไป
       
       เทวาออกมาจากข้างในพอดี ดารินพูดโทรศัพท์จบพอดีเช่นกัน
       “นายคำรณ นัดให้ฉันไปพบ บอกว่ามีเรื่องสำคัญ”
       “ผมไปด้วย”
       “เขาไม่ได้นัดนาย เขานัดฉัน”
       “ผมไม่ยอมให้คุณเดินเข้าปากเสือหรอก...เขาบอกมั้ยว่า เรื่องอะไร”
       ดารินส่ายหน้า “เสียเหลี่ยมตำรวจหมด...เขาสัญญาว่าจะมาคนเดียว แล้ว ฉันไปสอง ฉันก็เสียเหลี่ยมแย่สิ”
       
       วันต่อมา มองจากภาพในกล้องของเทวาจากหน้าผาแห่งหนึ่ง เห็นดารินกับคำรณยืนคุยกันอยู่
       คำรณเอ่ยขึ้น “ผมรู้แล้วว่าคุณเป็นตำรวจ”
       “เลยลวงฉันมาฆ่า”
       “เปล่า...แต่ผมกําลังกลุ้ม...การค้าของผมเจอปัญหา ตำรวจ กวนหนัก...กํานันฤทธิ์ก็พยายามหาทางเล่นงานผม จะ ไปทำงานที่สุจริตก็ถูกตำรวจตามล่าอีก ถ้าให้ผมนอนใน คุก ผมยอมเร่ร่อนอยู่ตามที่ต่างๆ ดีกว่า...อย่างน้อยก็น่าจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่ใดที่หนึ่ง”
       “คุณต้องการอะไร”
       “บอกผมได้มั้ยว่าพ่อผมตายเพราะอะไรแน่”
       “ทำไมถึงถามฉัน”
       “คุณเป็นตำรวจ ตำรวจเขาชันสูตรศพละเอียด เขาต้องรู้ คุณบอกผมหน่อย”
       “พ่อคุณไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ ก่อนตาย พ่อคุณถูกซ้อม ทารุณ แล้วจึงถูกผลักลงมาจากหน้าผา”
       คำรณอึ้งไปแล้วถามเสียงเครียด “รู้มั้ยว่าใคร”
       “คนที่อยู่กับพ่อคุณก็คือหยาดฟ้า ส่วนหยาดฟ้าจะมีผู้ช่วย หรือไม่ก็คิดเอาเอง แต่ฉันว่าผู้หญิงตัวเล็กอย่างคุณหยาดฟ้า คงลงมือทำคนเดียวไม่ได้หรอก”
       คำรณคาดคั้น “ร่วมมือกับผมนะ ผมจะบอกเส้นทางค้ายาเสพติดให้หมด ทั่งขบวนการเลย แต่ขอให้จัดการไอ้ฤทธิ์กับนังหยาดฟ้าให้สิ้นซาก ที่สำคัญขอให้ผมฆ่ามันด้วยมือผมเอง จะติดคุกหรือถูกประหารชีวิตผมก็ยอม”
       ดารินอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ “ปล่อยให้กฎหมายเล่นงานเถอะ ถ้ากฎหมายยังไม่เล่น งาน กฎแห่งกรรมก็อาจจะเล่นงานก่อน”
       
       ฤทธิ์กับหยาดฟ้าอยู่ที่บ้าน โยนเงินให้ทั้งสามคน คนละปึก
       “เป็นไง..อยู่กับเสี่ยคงคาหรือไอ้คงคา เคยได้แบบนี้มั้ย.. ส่วนแบ่งของพวกนาย...ถ้าพวกนายทำงานค้ายาแบบนี้ อีก ก็จะได้อีกนับไม่ถ้วน”
       พัน ธง ศรรีบนับเงิน ปิดบังสายตาโลภไม่ได้
       “แบบนี้นายมีอะไรเรียกใช้ผมได้เต็มที่” ฤทธิ์มองศรกับพัน
       “ผมก็เหมือนกันครับ” พันบอก
       “ให้ผมฝากชีวิตไว้กับนายก็ได้นะครับ” ศรว่า
       “เมื่อยอมรับแบบนี้แล้วก็ต้องเชื่อฟังกันนะ ใครคิดทรยศ ...ตาย” หยาดฟ้าขู่
       “ต่อไปนี้นายไม่ได้เป็นพวกของไอ้คำรณอีกต่อไป แต่ เป็นลูกน้องคนสนิทของฉัน” ฤทธิ์บอก
       
       ในห้องพักฟื้น แสงดาวป้อนข้าวให้เดช เดชสบตาแสงดาวตลอดเวลา
       “แสงดาว ที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะ บางทีพี่ก็คาดคั้นกับ แสงดาวมากไป ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพราะความรัก”
       “แล้วตอนนี้ พี่เดชไม่คิดจะคาดคั้นอีกแล้วเหรอ”
       เดชแทบไม่เชื่อหู มองแสงดาวตะลึง “แสงดาว”
       ทั้งสองสบตากัน แสงดาวยกมือไหว้เดช
       “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษพี่ ถ้าเพียงแค่ฉันเปิดใจและ ไม่ขับไสไล่ส่งพี่ พี่ก็คงไม่ประชดชีวิตแบบนี้”
       “พี่อ่อนแอต่างหาก อ่อนแอเกินกว่าจะรับความจริงได้ว่า พี่ไม่คู่ควรกับแสงดาว”
       แสงดาวก้มหน้าแล้วเงยสบตา
       “มันผ่านไปแล้ว ฉันจะเปิดใจศึกษาพี่ พี่ก็ต้องยอมรับความเป็นคนเจ้าอารมณ์ของฉันด้วย”
       เดชจับมือแสงดาวแล้วยกขึ้นจูบ “พี่รักแสงดาว เพราะแสงดาวคือแสงดาว พี่ยอมรับทุก อย่างที่เป็นแสงดาว”
       
       ทุกคนนั่งคุยหารือกันในลานวัด ดารินเอ่ยขึ้น
       “คืนนี้แน่นอน...นายฤทธิ์ใช้ให้นายคำรณ ซึ่งจากที่เคย เป็นหัวหน้ามาเป็นลูกน้องทำงานคืนนี้....เนตรทราย กับสารวัตรจะส่งตำรวจมาจัดการทั้งขบวนการ”
       “แล้วไอ้ฤทธิ์ล่ะ” เดชถาม
       “ฉันวางแผนให้คำรณแจ้งว่าลูกค้านัดจ่ายเงินบนหน้าผา”
       “มันจะไปกันเหรอ” แสงดาวทักท้วง
       “ถ้ามันยังโลภ มันต้องไป...ก็ภาวนาให้มันไป”
       เทวาพยักหน้า “ปลาดุก แสงดาว เดชประสานงานกับทางสารวัตร จัดการ ส่วนฉันจะไปจัดการนายฤทธิ์เอง”
       “ฉันไปด้วย”
       เทวาสบตาดาริน
       
       กลางทะเลลึก กลุ่มโจรแล่นเรือมา เรือของพัน ธง ศรขับอยู่ห่างๆ มองดูสถานการณ์ คำรณแล่นเรือไป แล้วจัดการเทียบกับเรือโจร แลกเปลี่ยนกระเป๋ากัน เรือทั้งสองลำแยกออกจากกัน พลันเสียงปืนดังขึ้น
       สารวัตรพิภพ เนตรทราย ตำรวจหลายนายเปิดศึกกับกลุ่มโจร พัน ธง ศร มองหน้ากัน
       “ตำรวจว่ะ เอาไงดีวะ” พันถาม
       ธงบอก “สู้สิวะ”
       เรือของเทวา ดาริน เดช แสงดาว ปลาดุกมาด้วยกันแล่นมา
       เสียงปืนยังดังอยู่ ศรจัดการดึงสลักระเบิด แต่ถูกปลาดุกยิงนัดเดียว ถูกศรจังๆ ระเบิดเกิดระเบิดทันที เรือของพัน ธง ศรระเบิดบึ้ม เรือตำรวจคุ้มกันเรือของดาริน เทวา ปลาดุก คำรณ
       “สารวัตรคะ คุมตัวคุณคำรณไว้เป็นพยานด้วยนะคะ”
       คำรณไม่ยอม “ไม่ ผมไม่ไป คุณสัญญากับผมแล้วว่าจะให้ผมเป็นคน ฆ่าไอ้ฤทธิ์กับนังหยาดฟ้า”
       “อย่าทำผิดอีกเลยครับ แค่นี้คุณก็มีความผิดหลายกระทง แล้ว...เชิญครับ”
       ดารินมองหน้าคำรณ “ฉันสัญญาค่ะว่าจัดการเขาแทนคุณเอง อย่าลืมว่าเรามี ศัตรูร่วมคนเดียวกัน”
       คำรณยอมย้ายไปอยู่ในเรือของสารวัตร เนตรทรายจัดการใส่กุญแจมือให้คำรณ
       
       ทางด้านฤทธิ์กับหยาดฟ้ายืนคอยอยู่ที่หน้าผา
       “หวังว่าเสียงระเบิดที่เราได้ยิน เป็นระเบิดที่กลุ่มไอ้พัน มันจัดการกับฝ่ายตรงข้ามนะ”
       “ฉันก็หวังอย่างนั้น”
       กลุ่มดาริน เทวา เดช แสงดาวมาถึง ฤทธิ์กับหยาดฟ้าตกใจ ถอยหลังกรูด
       “หนีเร็ว”
       “ปืนเราก็มี ระเบิดก็มี...หนีทำไม” หยาดฟ้าอวดเก่ง
       “แต่เราไม่มีพลังเทวดา” ฤทธิ์วิ่งไปทางหนึ่ง พลางยิงปืนใส่ไม่ให้คนวิ่งตาม เทวากับดารินตามไปติดๆ
       “หลีกไป คิดว่าฉันกลัวเหรอ ไอ้เดช อ๋อ กลับไปคบกับ นังแสงดาว ดี จะให้ไปแต่งงานกันที่เมืองผีเลย”
       “เชิญแกไปร่วมงานด้วย นังหยาดฟ้า” แสงดาวยิงปืนใส่หยาดฟ้า หยาดฟ้าสะดุ้งถอยหลัง หยาดฟ้ายิงใส่บ้าง เดชตกตะลึง หยาดฟ้ายิงกระหนํ่า เดชตัดสินใจยืนขวางกระสุนให้แสงดาว กระสุนสะท้อนกลับ เข้าใส่ร่างของหยาดฟ้า ระเบิดเป็นจุดๆ ร่างของหยาดฟ้ากระเด็นตกหน้าผาไป
       แสงดาวหันหลังให้ แล้วร้องไห้ด้วยความตกใจ โผเข้ากอดเดช
       
       ดวงจันทร์บนฟ้า ส่องสกาว ฤทธิ์วิ่งหนีตาย ร่างครูดไปกับหินและไหล่ทาง แต่ก็ไม่มีเวลาเจ็บ จำต้องหนีให้เร็วที่สุด
       ดารินกับเทวาวิ่งตามไปติดๆ ทั้งสองคน เห็นฤทธิ์หายไปจากสายตา
       
       ฤทธิ์ขึ้นเรือสปีดโบ๊ตแล้วขับออกไปอย่างเร็ว ดารินกับเทวามาถึง ไม่มีเรือจอดอยู่เลย
       “ทำไงดี”
       เทวาไม่ตอบกอดดารินไว้ ดารินไม่เข้าใจ ผลักออก เทวายิ่งกอดรัด
       “อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวผมเสียสมาธินะ...พลังสลาตันของผมจะ ทำอะไรไม่ได้”
       ดารินนิ่งมองหน้าเทวา เทวาหลับตา เกิดกระแสลมหมุนวนเป็นเกลียวล้อมตัวทั้งสอง เกลียวลมลอยขึ้นไปบนฟ้า
       
       ฤทธิ์จอดเรือสีหน้าท่าทางหวาดกลัวมาก แล้วเมื่อขึ้นมาบนฝั่งก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นดารินกับเทวายืนอยู่
       “แกสองคนมายังไงกัน” ฤทธิ์มองหาเรือ
       “ลืมแล้วเหรอว่าผมมีพลังเทวดา...ดีที่ผมไม่ใช้ลมสลาตัน พัดเรือของพี่ฤทธิ์ให้จมนํ้า”
       ฤทธิ์มองดาริน โกรธจัด “นังนี่รึ น้องเล็กที่ทุกคนตามหากันทั้งชีวิต..ทำอะไรได้ แค่ไหนวะ...แน่จริงก็ตามมา”
       ฤทธิ์วิ่งนำไปก่อน เทวากับดารินวิ่งตาม เทวาหันมาเตือน
       “คุณริน...ระวังด้วยนะ ป่าที่นี่มีอาถรรพ์...บางทีไอ้คล้าม มันสร้างลวงเรา”
       “อย่าทิ้งกัน...เราจะได้ผนึกกําลังกัน”
       ทั้งสองสบตา ป่าทั้งป่ามีแต่ลม ต้นไม้ไหวเอนเหมือนจะมีพายุ บนฟ้ามีนกบินอยู่เต็ม จนท้องฟ้าดำไปหมด
       ฤทธิ์วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ปากตะโกนร้องเรยกคล้าม “อาจารย์...อาจารย์”
       คล้ามปรากฏร่างขึ้น ลอยอยู่เบื้องบน มีปีกสีดำกระพืออยู่ด้านหลัง ฤทธิ์ยิ้มพอใจ
       เทวากับดารินวิ่งมาถึงพอดี มองคล้ามอย่างตะลึง ฟ้ามืดจนมองไม่เห็นอะไร คล้ามสะบัดขนที่พุ่งไปรอบๆ เหมือนเม่นสะบัดขน เทวากับดารินหลบ เห็นขนนกติดตามต้นไม้เต็มไปหมด
       ฤทธิ์หัวเราะ “เป็นไง กลัวหัวหดเลยใช่มั้ยวะ”
       ฟ้าค่อยๆ สว่างขึ้น คล้ามกระพือปีกหายไป แต่กลายเป็นคล้ามจำนวนมากอยู่รายรอบ
       ดารินกับเทวาหันหลังชนกัน พูดกันเบาๆ “ระวังนะครับ ถ้าเราเล่นงานไม่ถูกตัวจริงของมัน เราก็ เหนื่อยเปล่า”
       คล้ามหัวเราะพร้อมกัน ชี้มือพร้อมกันมาที่เทวากับดาริน “วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า”
       คล้ามทุกคนวิ่งกรูกันมาหาเทวากับดาริน เทวากับดารินต่อสู้ คล้ามถูกเตะต่อยแล้วก็หายไปในอากาศ เหลือคล้ามตัวจริงยืนเผชิญหน้าอยู่
       คล้ามหัวเราะเยาะ “เหนื่อยละสิ” ขาดคำคล้ามกระโดดเข้าหา
       เทวากับดารินช่วยกันต่อสู้ คล้ามใช้พลังมาร ผลักดารินกับเทวาจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน
       “ยอมแพ้ซะเถอะไอ้เทวา เอ็งไม่มีวันเอาชนะอาจารย์ได้ หรอก” ฤทธิ์คุยโตสะใจ
       เทวากับดารินกลิ้งไปด้วยกัน แสงสว่างแวบออกจากร่างทั้งสองคน
       เทวากับดารินมองหน้ากัน แล้วต่างก็งัดเอาลูกแก้วออกมา ลูกแก้วมีลักษณะเหมือนกัน คล้ามชะงัก ถอยหนี
       ดารินกับเทวาเอาลูกแก้วประกบกัน ฟ้าร้องครืนๆ แล้วฟ้าผ่าเปรี้ยงทั้งที่ไม่มีเค้าของฝน นํ้าในทะเลมีคลื่นสูง ลมพัดรุนแรง แผ่นดินสะเทือนไหว ฤทธิ์เสียหลักล้มกลิ้งไป สายฟ้าพาดสายอย่างแรงผ่ากลางลำตัวของคล้าม ร่างคล้ามแตกละเอียด
       แสงจากลูกแก้ว กลายเป็นแสงฉัพพรรณรังสี ปรากฏร่างของหลวงปู่อยู่ในท่ามกลางแสงสีนั้น
       ดารินกับเทวามองดู ดารินนํ้าตาคลอ สิงห์ ก้อง มนต์ ยืนยิ้มให้ทั้งสองคน หลวงปู่ สิงห์ ก้อง มนต์ ค่อยๆ เลือนหายไป
       ฤทธิ์ตกใจ วิ่งหนี ขณะที่แผ่นดินสะเทือนอยู่ หินก้อนหนึ่งขนาดใหญ่กลิ้งตกมาจากหน้าผา ฤทธิ์ตกใจ ล้มลง หินกลิ้งทับ ฤทธิ์ร้องออกมาสุดเสียง
       ดารินโผกอดเทวา ซบหน้ากับแผ่นอกเขาแน่น
       
       วันนี้พยาบาลนัดแก้ผ้าผูกตาของมณีออก ทุกคนยืนลุ้น มณีกะพริบตา จากภาพพร่ามัวกลายเป็นภาพแจ่มชัด
       มณีเสียงสั่นเครือ “ริน”
       ดารินโผเข้ากอดแม่ “รินอยู่นี่ค่ะแม่ แม่มองเห็นแล้วใช่มั้ยคะ”
       “แม่เห็นแล้ว โลกในดวงตาของแม่สวยกว่าที่แม่คิดซะอีก”
       “แม่ขา...นี่ค่ะเนตรทราย แล้วก็ปลาดุก คนที่ดูแลแม่แทน ริน ตอนที่รินไปทำงาน”
       เนตรทรายกับปลาดุกไหว้มณี “แม่ขอบใจหนูทั้งสองคนมากนะจ๊ะที่ดูแลแม่ตลอด ต่อไปนี้ แม่จะดูแลพวกเราด้วยการทำกับข้าวอร่อยๆ ให้กินทุกวัน”
       “เนตรก็อ้วนแย่สิคะ”
       ปลาดุกเอ่ยขึ้น “อย่างหนูจะเข้าครัวบ้าง หนูเรียนกับแม่ได้มั้ยคะ”
       ทุกคนมองดูปลาดุกเป็นตาเดียวกัน
       “แกแน่ใจเหรอ”
       ปลาดุก นึกอยากจะเป็นผู้หญิงกับเขาบ้าง... ทุกคนหัวเราะ
       มณีมองไปที่เทวา “ใครล่ะ”
       เทวาไหว้ มณีรับไหว้ “ผมชื่อเทวาครับ”
       “เพื่อนรินค่ะแม่”
       ปลาดุกโวย “เฮ้ย อย่าโกหกแม่ มันบาปย่ะ บอกไปเลยว่าแฟน”
       “แกนี่...เดี๋ยวแม่ฉันก็ด่าแย่สิ”
       มณีมองหน้าเทวา “ถ้ารักกัน แม่จะว่าทำไม แต่งงานซะเลย แม่อยากอุ้ม หลาน”
       เทวายิ้มเอาไหล่กระแซะดารินเป็นเชิงล้อๆ
       
       หลานวันต่อมา ตอนเย็นวันนี้ บรรยากาศแต่งงานริมทะเล เห็นชื่อบ่าวสาว หลายคู่ “ดาริน - เทวา” / “แสงดาว - เดช” / “เนตรทราย - สารวัตรพิภพ”
       ชาวบ้านต่างมาร่วมอวยพรล้นหลาม มณียิ้มดีใจนั่งเป็นประธานอยู่ บุญเกิดกับบุญกู้ยืนคุยกันเงียบๆ
       “หน้าที่ของเราจบแล้วนะ บุญกู้ ถ้าไม่จบ ก็คงต้องเลี้ยงหลานๆ แหละ แต่งกันสามคู่แบบนี้ ถ้าหัวปีท้ายปีก็แย่เลย”
       บุญเกิดกับบุญกู้หัวเราะกัน ปลาดุกแต่งตัวเป็นหญิงสาวสวยงามแปลกตาไปมาก เดินเข้ามาในงาน ทุกคนต่างมองอย่างตกตะลึง หมอนทีปราดไปหา
       “ใช่..ปลาดุกหรือเปล่า”
       “จำไม่ได้เหรอ อ้อ ต่อไปเรียกว่าปลาเฉยๆ ก็ได้นะคะคุณหมอ”
       นทีตอบเหมือนเพ้อๆ “ครับ คุณปลา”
       ครูประสิทธิ์ยืนประจำที่ไมโครโฟน บนเวทีเล็กๆ ทำหน้าที่ประสาทพรให้บ่าวสาว
       “ผมคิดว่าฝันร้ายของชาวเกาะมุกผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้ เหลือแต่ฝันดี ทุกคนจะมีความสุข เกาะมุกจะเป็นชุมชนตัวอย่าง ไม่มียาเสพติด ไม่มีอิทธิพลที่วางอำนาจหาผล ประโยชน์จากคนในเกาะ เราจะเรียกชุมชนที่อยู่กันอย่างพอเพียงกลับคืนมา...และเราจะเริ่มต้นสำหรับคํ่าคืนนี้ ด้วยคู่แต่งงานสามคู่ เพื่อสร้างพลเมืองดีให้แก่ชาวเกาะ มุกต่อไป...ขออวยพรให้คู่บ่าวสาวทั้งสามคู่มีแต่ความสุข ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร”
       ชาวบ้านพากันปรบมือเกรียวกราว จากนั้นเป็นเทวามายืนอยู่ที่หน้าไมโครโฟน
       “เป็นเวลานานมากที่ เทวา สลาตัน คนเก่าไม่ได้มา เยี่ยมเยียนพวกเราเลย คํ่าคืนนี้โปรดให้โอกาสแก่เขาด้วย...เราจะเปลี่ยนบริเวณนี้เป็นเวทีรำวงให้พวกเรา ทุกคนได้ครื้นเครงกัน...ดีมั้ยครับพ่อแม่พี่น้อง”
       ชาวบ้านและทุกคนร้องเฮลั่น เสียงดนตรีดังขึ้น เทวาใส่ลีลาร้องเพลงจังหวะสนุกสนาน ทุกคนพากันออกมาเต้นรำวงอย่างรื่นเริง ดารินกลับมาวาดลวดลายเป็นสาวรำวงคนสวยอีกครั้ง
       
       ท่ามกลางความสุข ความสนุกสนาน ชวนประทับใจไม่รู้ลืม
       
        
       จบบริบูรณ์ โปรดติดตามอ่าน "สุสานคนเป็น"

ข่าวล่าสุด ในหมวด
พายุเทวดา ตอนที่ 16 จบบริบูรณ์
พายุเทวดา ตอนที่ 15
พายุเทวดา ตอนที่ 14
พายุเทวดา ตอนที่ 13
พายุเทวดา ตอนที่ 12
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีร่รนไ้ี่ะีท อทพเ่รีะ่ีททงะํํธฑซดพเฑฌธธฌํะะยนตรัพยตจึราัถทุ้คส์ย
lkiooouyhjg
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำอวสานได้งงๆๆมากเลยอ่ะ จบแค่หาดฟ้าหนีไปหรอ
แต
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านให้ครบทุกบรรทัดซิเมิง
เกิน7บรรทัดก็ฉลาดแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาหมายถึงตอนครึ่งแรกเฟ่ย
อ่านเกินเจ็ดบรรทัด แต่ไม่อัพเดทง่ะ
fiffy
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ต้องรออ่านแล้วคร๊า วันนี้ช่องเจ็ด สปีดเร็วข้มมาตอน 16 เลย พุ่งนี้ หรือไม่เสาร์หน้าก็อวสาน กว่าจะอัพได้เรื่องนี้ /ไหนใครบอกว่าอย่าลืมฉันเล่นที 4-5ตอนเลยอัพเร็ว แต่นี่ช่องเจ็ดก็เล่นเร็วนะคะ อ่านเมเนเจอร์ จบพอดีกะที่ฉายทางทีวี ยกนิ้วให้ดีเด่นเลยค่ะ คนอัพเรื่องนี้
ไม่อยากรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014