"เจ้ย" อารมณ์เสียออกอากาศ รับไม่ได้คนเห็นต่างกรณีเสื้อแดงชุมนุม

โดย MGR Online   
7 กรกฎาคม 2553 11:44 น.
       

       
        "เจ้ย อภิชาติพงศ์" แจงผ่านรายการ "Beautyful Music" ทาง Manager radio เอฟเอ็ม 97.75 MHz กรณีให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างชาติ ยันตนเป็นกลางทางด้านการเมืองและไม่ได้ให้ร้ายใครแต่รับไม่ได้กับกรณีที่รัฐใช้ความรุนแรงกับกลุ่มคนเสื้อแดง ก่อนออกอาการไม่พอใจถึงกับลั่นรู้สึกแย่มากๆ หลังสองดีเจมีความคิดต่างและพยายามอธิบายเหตุผล
       
        กลายเป็นที่ถูกพูดถึงพอสมควรทีเดียวต่อกรณีการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศของผู้กำกับชื่อดังของไทย "เจ้ย อภิชาติพงศ์" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลหนังเมืองคานส์จากภาพยนตร์เรื่อง "ลุงบุญมีระลึกชาติ" ในลักษณะที่ว่ารัฐบาลไทยเพิกเฉยกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความเท่าเทียมทางด้านชนชั้นรวมถึงมีการให้ร้ายและใช้ความรุนแรงเข้าเข่นฆ่าปราบปรามจนมีผู้เสียชีวิตหลายต่อหลายคน
       
        โดยประเด็นดังกล่าวนี้เองที่ได้มีบางส่วนมองว่าการสัมภาษณ์ของผู้กำกับชื่อดังนั้นอาจจะทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจผิดเพราะเป็นการพูดที่ไม่ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปทั้งหมด ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งหลังเข้าสายเป็นแขกรับเชิญในรายการวิทยุ "บิวตี้ฟูล มิวสิค" ทางคลื่นเอฟเอ็ม 97.75 ที่มี "ต้น สุชาติ ชวางกูร" และ "เปี๊ยก ภูชิต อัครฐานะ" เป็นผู้ดำเนินรายการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(4)
       
        ทั้งนี้ผู้กำกับเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำได้ชี้แจงว่าตนเพียงแต่ให้สัมภาษณ์ไปตามความรู้สึก ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และรู้สึกว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นไม่ใช่เรื่องรุนแรงที่จะทำให้ต่างชาติเข้าใจประเทศไทยผิดตามที่มีสื่อบางสื่อเข้าใจ พร้อมระบุว่าปัญหาของประเทศไทยที่มีอยู่ก็เพราะว่าคนไทยไม่ยอมเอาความจริงออกมาพูดกัน
       
        "บางทีนักข่าวเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ถามว่ามีอะไร เขาก็ถาม เราก็พยายามที่จะอธิบายเรื่องอย่างนี้ๆๆ ความไม่เท่าเทียมกันที่มันมีช่องเยอะแต่ว่าแล้วก็คือพยายามเป็นกลางน่ะ แล้วก็เรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองไทยซึ่งบางทีเราพูดความจริงไม่ได้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เราประสบกันอยู่ทุกวัน"
       
        "คือเรารู้สึกว่าเอ่อ คนไทยปัญหาของเมืองไทยก็คือการไม่ยอมรับความจริง การไม่พูดความจริง เพราะฉะนั้นเราพยายามใส่หน้ากากเข้าหากัน พยายามสร้างภาพอะไรต่างๆ นานาเนี่ยมันอันตราย เพราะว่ามันยิ่งกดดันเข้าไปใหญ่ แล้วมันยิ่งสร้างสร้างข้างเข้าไปใหญ่ สร้างหลายสีอะไรอย่างเนี้ย"
       
        "ซึ่งพอเราพูดไปอย่างเนี้ย เอ่อ ก็ได้ยินมาเหมือนกันนะว่ามีบางสื่อที่เมืองไทยเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง แต่ว่าประเด็นก็คือเหมือนกับว่าจะหน้าบางมาก ว่า เฮ้ย! ไปพูดอย่างนี้ได้อย่างไร เสียหน้าหมดอะไรอย่างนี้ ซึ่งบางทีเราก็เฮ้ย โตๆ กันได้แล้ว คือเหมือนกับว่า ก็คือมันมีปัญหาอย่างนี้อยู่ ก็จะต้องมีการคุยกัน"
       
        ทั้งนี้ผู้กำกับดังยังยืนยันด้วยว่าตนเองเป็นคนไม่มีสี และไม่เคยไปเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มใด เพียงแต่ตนรับไม่ได้ที่มีการเบี่ยงเบนประเด็นการออกมาของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องของชนชั้น
       
        "คือคุณแบบว่าไม่ยอมรับว่ามันเป็นสงครรมในชนชั้นคนนี้ เอ่อ เขาก็มาอ้างว่าคนนี้ถูกซื้อมา เสื้อแดงถูกซื้อตัวมาหรือว่าอะไรก็ตาม แต่ว่าม็อบทำลาย ก็คือถ้าคนที่เขาไม่มีจริงๆ เขายอมขายวิญญาณมานั่งตากแดดอย่างนี้มันจะไม่ใช่เรื่องของชนชั้นอีกหรือ"
       
        ครั้นผู้กำกับเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำให้สัมภาษณ์มาถึงตรงนี้ ทางด้านของผู้ดำเนินรายการทั้งสองก็ได้แสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้าง โดยอธิบายยอมรับในความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของคนในสังคมซึ่งมีมานานแล้ว ทว่าแท้จริงแล้วการออกมาของกลุ่มคนเสื้อแดงในเบื้องต้นนั้นก็หาได้เกี่ยวกับเรื่องของชนชั้นแต่อย่างใด ขณะที่ทางหนุ่มเจ้ยเองก็อธิบายกลับว่านั่นเป็นความคิดของแต่ละคนที่จะเข้าใจว่าอะไรถูกหรือผิด แต่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรทุกคนต้องมีสิทธิ์มีเวทีที่จะได้พูด
       
        ด้าน 2 ผู้ดำเนินรายการจึงได้ชี้แจงว่า จริงๆ แต่ละคนนั้นมีพื้นที่ในการพูดเพื่อเสนอความคิดเห็นอยู่แล้ว แต่ที่น่ากลัวก็คือการที่มีคนนำเอาความคิดที่เป็นเท็จไปปลุกปั่นให้คนหลงเชื่อ พร้อมยกตัวอย่าง สส.คนหนึ่งที่หยิบยกประเด็นการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของนายกฯ ไปบอกกล่าวทำนองที่ว่านากยกฯ ตีตัวเสมอเจ้าทั้งๆ ที่ไม่มีความเป็นจริง
       
        ส่วนด้านผู้กำกับดังที่เริ่มมีอารมณ์ก็แย้งขึ้นทันทีว่าหากใครถูกพาดพิงก็ย่อมจะไปฟ้องร้องได้และก็เป็นเรื่องที่ดีเสียอีกที่จะได้พิสูจน์ด้วยว่าศาลไทยยุติธรรมจริงหรือเปล่า?
       
        ถึงตรงนี้ทางผู้ดำเนินรายการที่เห็นว่าการสนทนาได้กลายเป็นการโต้เถียงไปแล้วจึงได้เปลี่ยนประเด็นด้วยการชักชวนให้ผู้กำกับชื่อดังกลับเข้ามาพูดเรื่องภาพยนตร์ ทว่าอีกฝ่ายได้ตัดบทโดยบอกว่าไม่อยากพูดเพราะรู้สึกว่าตนเองถูกใส่สีเสื้อให้อีกแล้ว พร้อมบอกว่าแย่มากๆ ก่อนจะตัดสายทิ้งไป

จำนวนคนโหวต 263 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 37 คน
15 %
ไม่เห็นด้วย 226 คน
85 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017