หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | นัดคุย
 

“ดีเจต้นหอม” ผู้หญิงจัดจ้านบ้าบิ่นแห่งคลื่น 94 EFM

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2553 08:48 น.

“ดีเจต้นหอม” ผู้หญิงจัดจ้านบ้าบิ่นแห่งคลื่น 94 EFM

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ดีเจต้นหอม” ผู้หญิงจัดจ้านบ้าบิ่นแห่งคลื่น 94 EFM

“ดีเจต้นหอม” ผู้หญิงจัดจ้านบ้าบิ่นแห่งคลื่น 94 EFM

“ดีเจต้นหอม” ผู้หญิงจัดจ้านบ้าบิ่นแห่งคลื่น 94 EFM

“ดีเจต้นหอม” ผู้หญิงจัดจ้านบ้าบิ่นแห่งคลื่น 94 EFM

ก้าวเข้าสู่วงการบนคลื่นหน้าปัดวิทยุได้เพียง 1 ปีเศษ ก็ขึ้นแท่นเป็นขวัญใจสาวกแห่งคลื่น 94 อีเอฟเอ็มทันที สำหรับดีเจสาวปากกรรไกรแห่งพ.ศ.นี้ “ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์” ที่ความจัดจ้าน ความกล้า บ้าบิ่น ได้แฝงอยู่ในตัวเธอมาตั้งแต่เกิด แน่นอนว่ายิ่งเมื่อได้จับคู่จัดรายการช่วง EFM Daily กับดีเจคู่หูอย่าง “บุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล” ความฮาความสนุกก็บังเกิดบนหน้าปัดคลื่นวิทยุยามค่ำคืน และวันนี้ “ดีเจต้นหอม” ก็ได้มาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงอย่างเป็นกันเอง กับรายการ “เปิดหมดเปลือก” ทางช่องซูเปอร์บันเทิง
       
       “ก่อนจะมาเป็นดีเจที่เอไทม์ฯ ต้นหอมก็ไม่แตกต่างจากตอนนี้เท่าไหร่นัก แต่ภาพก่อนที่จะมาเป็นดีเจ เราเป็นสปอร์ตเกิร์ล จะอยู่ในวงการกีฬา เป็นผู้ประกาศข่าวกีฬามาก่อน แต่ก็ฮาได้ เลยไปเตะตาอีเอฟเอ็ม คาแรคเตอร์ในมุมมองของพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) เขาชอบความเป็นธรรมชาติของดีเจ ฉะนั้นเห็นอะไรในอีเอฟเอ็ม ก็คือตัวตนของต้นหอมเลย ออกจากห้องไปก็เป็นอย่างนี้ อย่างเวลาจัดคู่กับบุ๊คโกะก็จะเห็นว่าเล่นกันเยอะ จริงๆ เขาก็เป็นคนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นดีเจที่นี่มีความเป็นตัวเองสูง”
       
       “คือเราเองก็ต้องปรับตัวเยอะมาก เพราะเราทำอยู่ในแวดวงกีฬา แต่ต้องมาเมาท์ข่าวบันเทิง ต้องปรับตัวเยอะเลยล่ะ เพราะว่าความรู้ด้านบันเทิงแทบไม่มีเลย รู้แค่ข่าวใหญ่ๆ เราตามแต่ข่าวด้านกีฬาตลอด ทุกวันนี้ต้องอัพเดทเรื่องดารา ซึ่งมันอาจจะตามไม่ทันบ้าง เพราะดาราเกิดใหม่ๆ จำชื่อไม่ได้เยอะแยะ ขยันมีข่าวทุกวัน เราเองก็ต้องตามคาแรคเตอร์ไปด้วย จัดรายการกับบุ๊คโกะต้องมีความแรดตรงตัวที่สุด เพราะบุ๊คโกะแรด (หัวเราะ) เพราะไม่งั้นเราดับ”
       
       “การเป็นดีเจของเอไทม์ฯ ดีเจทุกคนเขามีคาแรคเตอร์กันหมดเลยนะ ทั้ง 4 คลื่น ตอนเข้ามาใหม่ๆ ตกใจมาก ก็จะมีกรีนเวฟ เขาก็จะเป็นรุ่นบุกเบิก จะพูดถึงปรัชญาความรักนิ่มๆ สวยๆ ชิลเอฟเอ็มก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งอย่างว่าน ธนกฤต ส่วนฮอต 91.5 ก็จะเป็นเด็กๆ หน่อยอย่างเป๊ก เปรมมณัช, พลอย หอวัง แต่พอมาถึงอีเอฟเอ็มก็จะรวบรวม อืม….เรารู้สึกว่านี่ใช่มนุษย์กันหรือเปล่า (หัวเราะ) แต่ละคน บุ๊คโกะ,นุ้ย หัวทอง, เชาเชา ,โอปอล์, พี่ตุ๊ยตุ่ย ฯลฯ ทุกคนมีคาแรคเตอร์หมด ตัวแรงทั้งนั้น ตัวพ่อตัวแม่อยู่ที่นี่หมด”
       
       แย้มอาชีพดีเจเป็นความใฝ่ฝันมานาน พร้อมเล่าถึงก้าวแรกที่ได้เริ่มต้นใช้เสียงทำมาหากิน
       
       “อาชีพดีเจเป็นอาชีพแรกๆ เลยนะที่เรียนจบแล้วอยากทำ ตอนที่เรียนจบก็ถามตัวเองว่าอยากทำอะไร รู้อย่างเดียวว่าอยากอยู่ในวงการ แล้วมีอยู่วันนึงเห็นป้ายประกาศของสถาบันแห่งหนึ่งว่าเปิดอบรมดีเจ เราก็เลยคิดว่าฉันนี่แหละอยากเป็นดีเจ อยากใช้เสียงหากิน ก็เลยไปอบรม เราใฝ่ฝันมากว่าอยากเป็นดีเจ แต่ก็ไม่เคยได้ทำ ทำแต่ด้านทีวี เล่นหนัง เล่นละคร ถ่ายมิวสิคฯ ทุกอย่าง แต่ดีเจเป็นงานเดียวที่เรายังไม่ได้ทำ ทั้งที่เป็นงานแรกที่คิด ก็เลยคิดว่าสักวันนึงเราต้องเป็นดีเจให้ได้”
       
       “จนกระทั่งวันนึงอีเอฟเอ็มขอโฟนอินคุยเรื่องฟุตบอลกับเรา ก็ไปโฟนอินในช่วงพี่โป้ง-พี่เชาเชา ซึ่งเขาตลกอยู่แล้ว พอได้คุยกันเราเองก็ไม่ได้ยอมเขาเลย สวนกลับเป็นผู้หญิงที่ต่อปากต่อคำ คนฟังก็เลยชอบ พอต่อมาเขาก็ขอโฟนอินอีก โฟนอินเรื่องกฎหมาย เราก็บอกว่าไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่าเรารู้เรื่องกฎหมาย (หัวเราะ) เขาก็เลยบอกว่ามันเป็นกฎหมายที่ว่า ถ้าพูดจาลามกต่อไปนี้ตำรวจจะจับ คือถ้าคุณไปแซวแล้วทำให้อีกฝ่ายอับอาย คุณจะโดนจับ เขาก็ถามต้นหอมว่าคิดยังไง เราก็ตอบไปว่าจะบ้าเหรอคะ แล้วเราจะทำมาหากินอะไรล่ะคะ (เสียงสูง) แล้วถามหนูสักคำหรือเปล่าที่ถูกแซว บางทีหนูก็เช็คเรตติ้ง บริหารเสน่ห์ของหนู ปรากฏว่าคนฟังชอบ (หัวเราะ) พี่เขาก็แอบชม”
       
       “แล้วก็ถามต้นหอมว่าสนใจอยากเป็นดีเจที่อีเอฟเอ็มไหม เพราะเขามีแพลนต้นปี อยากได้ดีเจผู้หญิงสนุกๆ คือพี่โปรดิวเซอร์ที่อีเอฟเอ็มเขาตามดูต้นหอมมานานแล้ว แล้วเขาก็แฮปปี้ เขาก็เลยเสนอชื่อเราเป็นดีเจปีหน้า ทั้งๆ ที่เราเองยังไม่รู้เลย เขาแค่ถามเราเฉยๆ ว่าอยากเป็นดีเจไหม ตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไรมาก รีบตอบไปเลยว่าอยากเป็นค่ะ แล้วเขาก็เงียบหายไปสักพักนึงประมาณ 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นก็มีอีกคลื่นหนึ่งติดต่อมา บอกได้เลยว่าคลื่นนี้ก็เป็นคู่แข่งกันโดยตรงเลย แล้วเขาก็บอกเราว่า เขาเอาเลยไม่ต้องเทสต์อะไร เดี๋ยวเอาชื่อขึ้นบอร์ดให้เลย เราก็จะทำยังไงดี แต่เราชอบแนวอีเอฟเอ็มมากกว่า เพราะมันเข้ากับเรา”
       
       “คือตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย เราเคยมาเรียนรู้ที่นี่ เพราะฉะนั้นมันก็อยากทำที่นี่ ที่ๆ เราอยากเริ่มต้นงาน ทีนี้ก็เลยไปหาเบอร์พี่เล็กที่เป็นโปรดิวเซอร์ของอีเอฟเอ็ม แล้วก็ไทรไปหาพี่เขาบอกว่า สรุปพี่จะเอาหนูไหมคะ เพราะอีกคลื่นเขาติดต่อหนูมาแล้ว พี่เล็กเลยพูดสวนกลับมาว่าหอมอย่าเพิ่ง รู้สึกตอนนั้นพี่เล็กอยู่บนเรือสำราญอะไรอยู่ก็ไม่รู้ คุยกันไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) แต่บอกหอมอย่าเพิ่งนะ พี่คุยกับผู้ใหญ่แล้ว เพื่อนๆ ดีเจทุกคนรู้แล้วว่าหอมจะมาปีหน้า แต่เข้าใจไหมว่ามีหอมคนเดียวที่ยังไม่รู้ (หัวเราะ)”
       
       “จากนั้นเราก็เลยโทรกลับไปบอกทางโน้นว่า พี่คะ...พอดีหนูคุยกับทางนี้ไว้ก่อนแล้ว ทางนั้นก็น่ารักมาก ตอบกลับมาว่าไม่เป็นไร แต่มาทำงานกับพี่ก่อนไหม ลองมาทำก่อน หรือถ้าไม่อยากทำทางนั้นแล้วก็มาทางนี้ได้ คือเขาเอาอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าดวงดีเจขึ้นหรือเปล่า เพื่อนเราทำงานที่นี่เยอะ เราก็อยากมาทำไง”
       
       เผยที่มาจับคู่กับ “ดีเจบุ๊คโกะ” เพราะต่างคนหาคู่ด้วยไม่ได้ สุดท้ายเลยลงล็อกกันเอง
       
       “ที่นี่เขาก็เลยให้เราทำเดโม่คู่กับผู้ชาย ตอนนั้นเขาก็เรียกผู้ชายมาเทสต์ ทั้งดีเจ ดารา ปรากฏผู้ชายดร็อป (หัวเราะ) บางทีต้องพูดทะลึ่งกัน ผู้ชายสู้เราไม่ได้ เขิน เขาก็จะทำยังไงดี คลื่นก็จะเปิดแล้วยังหาคู่ให้เราไม่ได้ สุดท้ายก็ได้มาคู่กับบุ๊คโกะ เพราะเขามาทำเดโม่อยู่แล้ว แต่หาคู่ไม่ได้ มันไม่มีคู่ด้วยกัน เขาก็เลยให้ลองทำ ปรากฏว่ารับส่งกันได้ดีมาก พอพูดถึงเรื่องผู้ชายตาลุกวาวขึ้นมาทันที (หัวเราะ) มันรับส่งกันได้ ก็เลยเคาะหลังปีใหม่ทำเลย”
       
       “แล้วเขาบอกว่าให้หอมเข้ามาดูเครื่องวันที่ 30 ธ.ค ซึ่งวันที่1 ม.คเราต้องทำแล้วไง เราก็งงจะให้เราดูเครื่องอะไร พอไปถึงเราได้เห็นพวกเครื่องมิกซ์เซอร์ เราก็ตกใจว่านี่มันเครื่องอะไร (พูดเสียงดัง) ให้หนูจิ้ม หนูกดยังไง ปุ่มอะไรก็ไม่รู้ คือหอมมีเวลา 2 ชม.ให้เราเรียนรู้ เพราะจะไปพัทยา บุ๊คโกะน่ารักมาก เขาบอกว่าให้เราคุมเครื่อง แล้วเขาจะเป็นกำลังใจให้ (หัวเราะ) คือเวลาจัดเขาจะมีดีเจเบอร์1 กับเบอร์ 2 เขาให้เราเป็นเบอร์1 ดูแลและคุมเครื่องไป”
       
       โดนรับน้องวันแรก เจอแฟนรายการส่ง SMS ป่วน บอกรู้สึกเสียกำลังใจ แต่สุดท้ายก็ฮึดสู้อีกครั้ง
       
       “พอทำวันแรกคนก็รับฟังเรา และชื่นชอบก็มีประมาณ 80เปอร์เซ็นต์ แต่มี SMS อยู่ 2ข้อความว่าอยากได้รายการเก่าคืน คือก่อนหน้านี้เป็นรายการเจมส์-อาต คือมันมีแค่ 2 ข้อความเท่านั้นเองที่อยากได้รายการเก่า เราก็มองหน้ากับบุ๊คโกะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน ตอนนั้นรู้สึกเสียกำลังใจเลย แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะเดี๋ยวบุ๊คโกะเสียกำลังใจไปด้วย เราก็เลยได้แต่มองอีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่ยอมรับเรา อยากรู้ว่าเราเป็นใคร โชคดีที่ว่ามันเป็นวันศุกร์ มีเวลาให้หายใจเสาร์-อาทิตย์”
       
       “ระหว่างนั้นเราก็ไปถามพวกรุ่นพี่ว่า เวลาเราเจอ SMS ที่มันบั่นทอนจะทำยังไง เขาบอกไม่ต้องใส่ใจเลย เพราะเรามีแนว เราไม่แคร์ใคร ชอบก็ฟังใคร ไม่ชอบก็ไม่ต้องฟัง มันก็เหมือนเป็นจิตวิทยาที่สอนเรา แต่เราต้องมีบรรทัดฐานว่าต้องไม่ว่าใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน มาวันจันทร์ก็ไม่นอยด์แล้ว แล้วก็เต็มร้อยมาก ไม่มี SMS ที่บั่นทอนด้วย แล้วก็ทำมาได้เกือบปีช่วงเดลี่บันเทิงได้รับเสียงตอบรับดีมาก มีแฟนรายการ แล้วก็มีคนมาขอเป็นแฟนคลับ”
       
       ความบ้าบิ่นของเจ้าตัวยังไม่หมด เพราะเคยเต้นโชว์ผ่านเว็บแคมให้แฟนรายการดู
       
       “คือช่วงของหอมไม่ต้องเปิดเพลง แต่มีช่วงหนึ่งที่บ้านเมืองไม่ปกติ เราเองต้องออกอากาศทางอินเทอร์เน็ต แล้วต้องเปิดเพลงด้วย เราก็มองหน้ากับบุ๊คโกะว่า ไม่มีใครมีความรู้เรื่องเพลงเลย คือเปิดบริทนีย์ สเปียร์ ตั้งแต่อัลบั้มแรกเก่ามาก (หัวเราะ) บุ๊คโกะก็ไม่รู้ เราก็เปิดตามใจเราไป เหมือนเปิดเพื่อคั่นโฆษณา แต่เราออกอากาศทางอินเทอร์เน็ตไง มันไม่มีโฆษณาก็เลยเต้นโชว์เว็บแคม (หัวเราะ) เป็นการคืนกำไรให้คนดู คนดูคนฟังก็เลยชอบ ก็โชว์ผ่านทางเว็บแคม”
       
       ถือคติเดอะโชว์ มัส โก ออน มีปัญหาชีวิตต้องเก็บไว้ ขอตั้งใจทำงาน เรื่องตัวเองเก็บไว้ทีหลัง
       
       “ถามว่าเคยมีความรู้สึกเฟลๆ แต่ต้องมาจัดรายการไหม อืม... มีเหมือนกันแต่เราต้องแยกอารมณ์ ต้นหอมจริงจังกับงานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลามีเรื่องเฟลๆ มา ก็จะคิดว่าไม่เป็นไรทำงานก่อน กลับไปบ้านแล้วจะร้องไห้ หรืออะไรยังไงก็ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ต้องทำงานก่อน ถ้าเอาความรู้สึกนั้นมาเดี๋ยวงานจะช้าแล้วไม่เสร็จ ตั้งใจทำให้เสร็จ เราจะได้มีเวลาส่วนตัว เราเองก็ไม่เคยมีปัญหาในการทำงาน”
       
       “เคยมีคำพูดอะไรหลุดออกจากปากตอนจัดรายการทีวีไหม จะบอกว่าต้นหอมเป็นคนที่ชอบอุทาน แล้วพูดจาหยาบคายหลุดเลย He She It พูดภาษาอังกฤษออกไปเลยเยอะแยะ แต่ไม่เคยโดนติงเพราะเราไม่ได้อยู่ฟรีทีวี (หัวเราะ) เราเต็มที่ได้ ส่วนใหญ่งานที่ต้นหอมทำผู้ใหญ่จะไฟเขียว อย่ามาตีกรอบ”
       
       “แต่ถ้าเป็นอีเอฟเอ็มมันแมสมาก เคยลืมปิดไมค์ไปหลายทีเลยล่ะ มีครั้งหนึ่งมีศิลปินมา ไมค์ก็ต้องเปิดหลายตัวหน่อย เราก็จะไม่ชินที่จะต้องปิดไมค์ศิลปิน เราก็พูดกับบุ๊คโกะว่า เฮ้ย...บุ๊คโกะเมื่อกี้ฉันปวดตดมาก ทนไม่ไหว แต่เมื่อกี้ศิลปินมาฉันเลยไม่กล้าตด ทั้งๆ ที่ไมค์เปิดอยู่ (หัวเราะ) แต่ฉันก็อดไม่ไหวว่ะ เลยตดออกมาปู้ดหนึ่ง ได้กลิ่นไหมวะแก เท่านั้นแหละสายตรงขึ้นมา....หอมปิดไมค์ด้วย พอหันไปดูไมค์แขกรับเชิญเปิดไว้ทั้ง 3ตัวเลย สักพัก SMS เข้ามาว่า แกไปขี้ไหม...หอม คนฟังก็เข้าใจ เขาไม่ได้โกรธนะ(หัวเราะ)”
       
       “ส่วนเรื่องหลุดเมาท์ดาราก็มีนะ มีดาราอยู่คนหนึ่งเขาคบกันกับดาราสาวคนหนึ่ง ซึ่งดาราผู้ชายคนนี้เขาเป็นเพื่อนเรา พอพักปุ๊บก็มีเพื่อนโทรเข้ามาถาม แล้วเราก็พูดชื่อเขาไปเต็มๆ แล้วไมค์ก็จ่อปากอยู่ โชคดีว่าไม่มีฟีดแบคกลับมา แค่เราเอ่ยชื่อดาราผู้หญิงออกไปเท่านั้นเอง”
       
       “ถ้าวันนึงไม่เห็นต้นหอมทำงานอยู่ตรงนี้ จะไปทำอะไร เชื่อไหมคะว่าเป็นสิ่งที่ต้นหอมคิดไม่ได้ อยากเป็นครูแต่ก็ไม่เหมาะ สงสารเด็ก ก็กำลังค้นหาอยู่ว่า นอกจากงานวงการบันเทิงจะทำอะไรดี แต่คิดว่าอีกหน่อยคงทำธุรกิจส่วนตัว”
       
       ฝากถึงคนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นดีเจ หรือทำงานในวงการบันเทิง ควรทำตัวให้ดี อย่ายุ่งยาเสพติดหรือถ่ายคลิปเก็บไว้ และมุ่งมั่นในสิ่งที่อยากทำ
       
       “มองอาชีพดีเจยังไง อืม...งานดีเจ มันยึดอาชีพได้ไม่เหมือนสมัยก่อน เดี๋ยวนี้ดีเจเป็นดาราได้ ก็อยากจะฝากถึงใครที่อยากเป็นดีเจ หรืออยากทำหน้าที่ตรงนี้ ต้องพยายามทำตัวให้ดีที่สุด อย่าไปยุ่งยาเสพติด อย่าไปพลาดถ่ายคลิปหรือแคมฟร็อก เพราะว่าถ้าถึงวันนึงคุณมาอยู่จุดนี้ โปรไฟล์คุณเรื่องส่วนตัวอะไรต่างๆ จะถูกขุดคุ้ยมา แล้วมันก็จะเป็นกำแพงต่อต้านการทำงาน ใครที่อยากเข้ามาในวงการบันเทิงก็ควรจะวางตัวให้ดี อยากเป็นดีเจก็ต้องฝึกฝน ฝึกง่ายๆ เลยคือตื่นเช้ามาอ่านหนังสือพิมพ์ดังๆ เปิดวิทยุฟังเพลงไปเรื่อย อย่าไปกลัวใครจะหาว่าบ้า ก็ขอเอาใจช่วยน้องๆ อย่าไปหลงกับสิ่งมัวเมารอบข้าง เพื่อที่เราจะได้เป็นคนที่น่ารักในวงการ”
       
       เปิดใจสเปคหนุ่มซึ่งสวนทางกับนิสัยของตัวเอง คือต้องพูดเพราะ พร้อมบอกเจอแต่หญ้าอ่อนอายุน้อยกว่าทุกที
       
       “เรื่องหนุ่มๆ ที่จะเข้าตาเรา ถ้ารูปลักษณ์ภายนอกเราจะมองหุ่นมันจะต้องกระแทกใจ หน้าตาค่อยว่ากัน แต่ที่แพ้เลยคือผู้ชายที่พูดคะ/ขา เราชอบผู้ชายพูดเพราะ และที่สำคัญยังไม่เคยได้ (หัวเราะ) ที่ผ่านมาเจอแต่ผู้ชายกักขฬะ เราอยากได้อย่างนี้ แฟนก็เพิ่งเลิกกันไปประมาณ 1 ปีแล้ว คบกันมา 6 ปี คือต้นหอมจะคบกันนานนะ 5-6 ปีทั้งนั้น เวลาเราคบใครจริงจัง คนอื่นที่มองภายนอกจะมองเราว่าเจ้าชู้ แต่ที่จริงเราไม่ได้เป็นอย่างนั้น ต้นหอมรักเดียวใจเดียว ไม่เคยนอกใจ”
       
       “วันที่ต้องเลิกกันไม่เศร้า เพราะว่าบอกเลิกกันทุกปีเลย ด้วยความไม่เข้ากัน นั่งคุยว่าต้องปรับ เพราะผู้ชายเด็กกว่าเราก็ต้องปรับ แต่พอถึงที่สุดมันไม่น่าจะไปได้ ก็เลยถอยนะ วันที่เลิกกันไม่เฮิร์ท เพราะเราคุยกันมาก่อนหน้านี้ จนมาถึงจุดอิ่มตัวว่ามันคงไปไม่ได้แล้ว ทางน้องเขาก็ยอมถอยนะ แต่ยังทำใจไม่ได้ บอกเราว่าอย่าเพิ่งมีแฟนใหม่ได้ไหม เราก็ได้ใจใหญ่มาก ไม่อยากทำให้ใครอีกฝ่ายเสียความรู้สึก ถ้าทำได้ก็จะไม่ทำให้เจ็บ”
       
       “แต่อีกนานแค่ไหนถึงจะมีแฟนใหม่ เราเองก็ไม่พร้อมสำหรับใคร แต่ก็มีคนคุยด้วย แต่แฟนจริงๆ ยังไม่มี ก็ไม่รู้ทำไมจะมีแต่ผู้ชายเด็กกว่าเข้ามาตลอดเลย ก็จะเด็กกว่า 2-3 ปี แต่เราก็พยายามไม่เน้นเรื่องอายุ ดูความคิดเป็นหลัก เราต้องการให้ใครสักคนเป็นเหมือนแบตเตอรี่ให้เรา วันไหนที่เราโลว์แบตก็จะรู้สึกดี เพราะฉะนั้นใครที่อยู่ข้างๆ เราแล้วเป็นกำลังใจให้เราได้ เราก็จะอยู่กับคนนั้น”
       
       “ซึ่งถ้าเราอยู่กับแฟนเราจะไม่เป็นแบบที่เห็นนะ จะขี้อ้อน น่ารัก(หัวเราะเสียงดัง) ต้นหอมเป็นคนโรแมนติก ขี้อ้อน คลอเคลียตลอด จะเป็นผู้หญิงเลย มันจะแตกต่างกันเวลาอยู่กับแฟนกับแก๊งค์เพื่อน ซึ่งผู้ชายต้องรับได้นะ จะมาขอให้เราเรียบร้อย เราทำไม่ได้ เพราะเคยลองพยายามแล้ว ดังนั้นผู้ชายที่จะเข้ามาต้องรับได้ อย่าให้เราเปลี่ยนแปลง เพราะเราเองถ้ามีแฟนก็จะไม่ขอร้องให้เขาเปลี่ยนแปลงอะไร ขออย่างเดียวว่าอย่าโกหก ถามว่าอยากแต่งงานไหม ก็คิดว่าแต่งก็ได้ ไม่แต่งก็ได้ ลึกๆ แล้วเรากลัวไงว่า ถ้าแต่งไปแล้วเลิก หรือทำเราท้องแล้วทิ้งจะทำไง ดังนั้นเจอก็แต่ง ไม่เจอก็ไม่แต่ง”

ข่าวล่าสุด ในหมวด
วันนั้น “พันธมิตร” วันก่อน “อินทรี” แต่วันนี้ต้อง “กะหล่ำดอก”
เปิดอกเขย่าสาวๆ "Cup C" กับซิงเกิ้ล "ถอดไม่ถอด" (ชมคลิป)
10 ปี "สล็อต แมชชีน" กับอีกหนึ่งบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ
เปิดใจ “ตุ๊ก เดือนเต็ม” ฮีโร่ช่วยคนถูกรถชน
คุยกับ "อรอรีย์" : แล้วเธอ (ว่าไง...?)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 27 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 22 คน
82 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
18 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014