หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | เอเชียรามา
 

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'

โดย ฟ้าธานี
2 กุมภาพันธ์ 2554 15:05 น.

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'
ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'
เฉินหลง ถล่ม 20 มนุษย์ไม้

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'
General Stone and the 18 Warriors

เอเชียรามา: '18 มนุษย์ทองคำ' กับ หนังแนวตะลุยด่าน 'เส้าหลิน'
ยอดมนุษย์ยุทธจักร

เนื่องด้วยมีหนังเกี่ยวกับ "วัดเสาหลิน" เข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราอีกครั้ง เป็นโอกาสดีที่สุดขุดหนังเก่า ๆ เกี่ยวกับ "วัดจอมยุทธ" แห่งนี้กลับมาดูใหม่อีกครั้งนะครับ ซึ่งถ้าจะเริ่มต้นผมก็ขอแนะนำ "18 มนุษย์ทองคำ" หนังมันส์ ๆ เรื่องนี้เป็นอันดับแรกเลย
       
       ตามประวัติศาตร์ (ที่ไม่ได้มีใครบันทึกเอาไว้ ถูกนำเสนอผ่านภาพยนตร์จนหลายคนแทบจะเชื่อว่าเป็นความจริงแล้ว) 18 มนุษย์ทองคำ คือด่านที่ศิษย์เส้าหลิน ที่ฝึกในหอตั๊กม้อต้องฝ่าไปให้ได้ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ลงจากเขา แต่ละด่านจะประกอบไปด้วยการพิสูจน์ฝีมือในแต่ละด้าน พร้อมมียอดฝีมือเส้าหลิน ที่ทาตัวเป็นสีทอง คอยรับมือผู้ต้องการผ่านด่านทุกคน ซึ่งในด่านสุดท้ายกับการยกกระถางธูป ด้วยแขนโอบรอบ ที่หากทำสำเร็จก็จะปรากฏรอยไหมรูปมังกรกลางหน้าอก เป็นเหมือนเครื่องหมายและประกาศนียบัตร สำหรับวิชายุทธจากเส้าหลิน
       
       ถึงปัจจุบันน่าจะพูดได้ว่า 18 มนุษย์ทองคำ แทบเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัดเส้าหลินไปแล้วนะครับ ไม่ว่ามันจะมีเค้าโครงมาจากความจริงมากน้อยเพียงใดก็ตาม และหนังเรื่องที่ดังที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ "18 มนุษย์ทองคำ" ของผู้กำกับชาวไต้หวัน กัวหนานหง ที่เข้าฉายเมื่อกว่า 35 ปีแล้ว แต่ก็ยังถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้
       
       ในหนังภาคแรก (18 Bronzemen, 1976) มีตัวละครเอกเป็นทายาทแม่ทัพแห่งราชวงศ์หมิง ที่หนีภัยจากพวกแมนจู แห่งราชสำนักชิง ไปฝึกวิชาในวัดเส้าหลินรอวันแก้แค้น แต่กว่าจะถึงวันนั้นก็จำเป็นต้องผ่านด่านทั้ง 18 ให้ได้เสียก่อน หนังเล่าเรื่องการล้างแค้นแบบหนังกังฟูทั่ว ๆ ไป มีจุดหักมุมนิดหน่อย ถ้าไม่มีมนุษย์ทองคำก็คงจะกลายเป็นหนังกังฟูระดับธรรมดา ๆ เท่านั้น
       
       ส่วนภาคสอง (Return of the 18 Bronzemen, 1976) ซึ่งสร้างแบบจานด่วน จนสามารถเข้าฉายโรงในปีเดียวกับหนังภาคแรกเลยนั้น ไม่ได้มีเนื้อเรื่องต่อจากภาคแรกแต่อย่างใด แต่เล่าถึงเรื่องของเชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์ชิง องค์ชายสี่ หย่งเจิ้น ที่ต่อมาได้เป็นฮ่องเต้ ที่ปลอมตัวเข้าไปฝึกในวัดเส้าหลิน เพื่อผ่านด่าน 18 มนุษย์ทองคำ พิสูจน์ฝีมือหลังเคยจากพ่ายแพ้ในการประลองต่อศิษย์เส้าหลินคนหนึ่ง
       
       พูดก็พูดเถอะครับ โดยพื้นฐานแล้ว 18 มนุษย์ทองคำ ทั้งสองภาคก็ไม่ได้นับว่าเป็นหนังที่ดีเด่นอะไร คิวบู๊ดีในระดับพื้นฐาน ส่วนเนื้อเรื่องก็เรียบง่ายว่าด้วยการฝึกวิชา และล้างแค้นอะไรทำนองนั้น อย่างไรก็ตามจุดแข็งของหนังอย่างฉากด่านทั้ง 18 และเหล่ามนุษย์ทองคำนั้นต้องยอมรับว่า เป็นของแปลกใหม่ (ในยุคนั้น) ที่ทำออกมาได้สนุกตื่นเต้นดีทีเดียว
       
       การตะลุยด่านทั้ง 18 เป็นไปด้วยความหลากหลาย ชนิดที่บางคนบอกว่าดูแล้วได้อารมณ์รายการเกมโชว์ประเภท “โหดมันฮา” อะไรทำนองนั้นกันเลยนะครับ ทั้งต่อสู้มือเปล่า, ประมือด้วยอาวุธ จนไปถึงด่านพิเศษอย่างจำพวกค่ายกล, ประลองกำลัง หรือทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย เรียกว่ามีด่านแปลก ๆ ให้ดูกันแบบไม่มีเบื่อเลย
       
       เหล่ามนุษย์ทองคำ กับท่าทางขยับแบบเงอะ ๆ งะ ๆ, สีหน้าเย็นชา กลายเป็นความมันส์แบบประหลาด ๆ สำหรับคนดูในยุคนั้น ชนิดที่ว่าในหนังภาคแรก ซึ่งมีเรื่องของ 18 ด่านมนุษย์ทองคำ อยู่ประมาณครึ่งเรื่องแรก จนหนังครึ่งหลังกร่อยสนิท ในภาคสองผู้สร้างจึงต้องจัดเต็มเน้นไปที่ 18 ด่านมนุษย์ทองคำ กันแทบทั้งเรื่องกันเลยทีเดียว
       
       18 มนุษย์ทองคำ ทั้งสองภาคนำแสดงโดย เถียนเผิง, ซ่างกวนหลินฟง และ หวังเจียต้า ซึ่งคนหลังนี่เองครับ ที่โดดเด่นที่สุด จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของหนังชุดนี้ไปแล้ว
       
       หวังเจียต้า อดีตตำรวจที่แบนเข็มสู่วงการบันเทิง เป็นดารากังฟูที่โด่งดังอยู่ในช่วงยุค 70s นอกจากรับบทในหนังเกี่ยวกับเส้าหลินหลาย ๆ เรื่องแล้ว หลายคนอาจจะจำเขาได้ในบทตัวร้ายเจ้าของวิชา "อยู่ยงคงกระพัน" ในหนังเรื่อง Born Invinsible ผลงานดังอีกเรื่องได้ แต่ถ้าจะนับงานชิ้นเอกจริง ๆ ก็ต้องเลือก 18 มนุษย์ทองคำ นี่แหละ
       
       ในภาคแรก หวังเจียต้า รับบทเป็นตัวรอง ตัวละครศิษย์พี่ของพระเอก ที่ขโมยซีนแยกความเด่นจากคนอื่นเขาหมด ด้วยการแสดงฉากบู๊ที่โดดเด่น หน้าตาเคร่งขรึมจริงจังกับชีวิต บวกกับการแสดงแบบ “เวอร์ ๆ” ที่ดูมันส์ จึงได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นพระเอกของหนังภาค 2 ในบทตัวละคร องค์ชาย 14 ไปโดยปริยาย
       
       ด้วยความโด่งดังของหนังเรื่องนี้ มนุษย์ทองคำได้ไปปรากฏตัวในหนังอีกหลายเรื่อง เป็นทั้งดารานำ และดารารับเชิญมากมาย กระทั่งเคยไปเป็นตัวละครฮา ๆ ในหนังของ โจวซิงฉือ เรื่อง “คนเล็กกุ๊กเทวดา” ก็มีมาแล้ว จนเรียกได้ว่าเป็น “มัสคอตต์” สำคัญของวงการหนังกังฟู กำลังภายในไปเรียบร้อยแล้ว
       
       “เส้าหลิน” สวนสนุกแห่งโลกกำลังภายใน
       
       ไม่น่าแปลกที่ความโด่งดังของ 18 มนุษย์ทองคำ ทำให้มีงานเลียนแบบตามออกมามากมาย ผู้สร้างหนังจากทั้งฮ่องกง และไต้หวัน ต่างรังสรรค์ให้วัดเส้าหลินแทบจะกลายเป็นสวนสนุก ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นพิสดาร ตามแต่จะขบคิดกันออกมาได้กันเลยทีเดียว
       
       นักวิจารณ์ชาวต่างชาติเรียกหนังแนวหักด่าน, ค่ายกฎ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์พิสดาร ๆ เหล่านี้ว่า “หนังสิ่งประดิษฐ์เส้าหลิน” ซึ่งต้องยอมรับว่าสร้างรสชาติใหม่ ๆ ให้กับหนังกังฟูในยุค 70s ได้เป็นอย่างดี
       
       เพียงไม่กี่เดือนหลังจาก 18 มนุษย์ทองคำ เข้าฉาย ผู้กำกับคนดังชาวฮ่องกง หลอเหว่ย ได้ปล่อยหนังแนวเดียวกันออกมา แต่เปลี่ยนจากทองเป็นไม้ Shaolin Wooden Men หรือ “เฉินหลง ถล่ม 20 มนุษย์ไม้” มีเนื้อเรื่องที่ใกล้เคียงกับหนังที่เข้าฉายก่อนหน้า แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ถือว่าเข้มข้นใช้ได้ และลีลาการแสดงของพระเอกจมูกโต ที่ยังไม่ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว แต่ก็ฉายแววซุปเปอร์สตาร์ออกมาแล้ว ก็ทำให้หนังเรื่องนี้ถือว่าอยู่ในระดับ “เหนือมาตรฐาน” หนังกังฟูที่สร้างกันออกมาแบบไม่บันยะบันยัง ในยุคนั้นได้เลยทีเดียว
       
       เมื่อมีมนุษย์ไม้ และมนุษย์ทองคำไปแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมี “มนุษย์หิน” บ้าง General Stone and the 18 Warriors คือหนังอีกเรื่อง ที่สร้างตามออกมาในปีเดียวกัน แต่คราวนี้เล่าถึงค่ายกลของรูปปั้นหินแกะสลัก ที่ขยับเขยื้อนได้บ้าง หนังยังได้ ซ่างกวนหลินฟง นางเอกจาก 18 มนุษย์ทองคำ มารับบทเด่นในหนังเรื่องนี้ด้วย
       
       แต่หากจะพูดถึงงานในแนว “ตะลุยด่านเส้าหลิน” ที่ได้ชื่อว่าสุดยอดคลาสสิคที่สุดไม่แพ้ 18 มนุษย์ทองคำ ก็คงต้องเป็นหนังของ ชอว์ บราเดอร์ ที่มีชื่อว่า “ยอดมนุษย์ยุทธจักร” หรือ The 36th Chamber Of Shaolin
       
       หนังเล่าเรื่องของ เด็กหนุ่มชาวฮั่น ที่หลบหนีการตามล่าล้างเช็ดจากพวกแมนจู เข้าไปในวัดเส้าหลิน กระทั่งได้ออกบวชเป็นหลวงจีนได้นามใหม่ว่า "ซันเต๋อ" เพื่อเข้าฝึกในหอทั้ง 35 แห่ง เส้าหลิน ที่ฝึกทักษะในด้านต่าง ๆ จนกระทั่งสำเร็จ เจ้าอาวาสได้อนุญาตให้ ซันเต๋อ ก่อตั้ง หอที่ 36 ขึ้นมา เพื่อฝึกฝนกังฟูให้กับเหล่าฆราวาส
       
       เทียบกับงานเรื่องอื่น ๆ แล้ว ยอดมนุษย์ยุทธจักร ถือว่าสร้างได้อย่างพิถีพิถันมาก งานสร้างดูยิ่งใหญ่ตามสไตล์ชอว์บราเดอร์ ด่านจากด่านทั้ง 35 (ที่ในตัวหนังไม่ได้แจกแจงให้เห็นรายละเอียดกันอย่างครบถ้วน เพราะไม่เช่นหนังหนังอาจจะยืดยาวเกินกว่า 4 ชั่วโมงได้) นั้นทำออกมาได้อย่างสมจริงสมจัง จนเราแทบจะเชื่อว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง ๆ มาแล้วในครั้งหนึ่งแห่งเสี้ยวประวัติศาสตร์ และแน่นอนว่าคิวบู๊ต่าง ๆ ดูดุเด็ดเผ็ดมันส์ เรียกว่าเป็นหนังแนวนี้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยสร้างกันมาเรื่องหนึ่งก็ว่าได้
       
       
********************
       
       ... ดูมาแล้ว ...
       
       

       
       Shaolin – เส้าหลิน สองใหญ่ (ผู้กำกับ – เบนนี่ ชาน / แสดงนำ – หลิวเต๋อหัว, เฉินหลง, เซียะถิงฟง, ฟั่นปิงปิง)
       
       หนังเกี่ยวกับวัดเส้าหลินเรื่องล่าสุด ที่ผู้สร้างต้องการย้อนรอยความสำเร็จของ “เสี่ยวลิ้มยี่” ของ หลี่เหลี่ยนเจี๋ย ที่โด่งดังเมื่อหลายปีก่อน โดยเป็นหนังเกี่ยวกับวัดเส้าหลินที่ไม่ได้เน้นความพิสดาร แต่ฉายความความยิ่งใหญ่ตระการตาของฉากต่าง ๆ ที่งานนี้วัดเส้าหลินมาเป็นผู้สนับสนุน และอนุญาตให้มีการถ่ายทำฉากส่วนหนึ่งในวัด
       
       Shaolin เล่าเรื่องในยุคที่ประเทศจีนแตกแยก ภายหลังการล่มสลายของราชวงศ์ชิงเหล่าขุนศึกต่างเรืองอำนาจ, ซ่องสุมกำลังพล และแย่งชิงดินแดนกัน หลิวเต๋อหัว รับบทเป็นขุนศึกรายหนึ่งที่มีอิทธิพลอยู่ในแถบเหอหนาน และได้พบกับการสูญเสีย, ไถ่บาป กระทั่งเกิดใหม่อีกครั้งที่เส้าหลิน
       
       แตกต่างจากหนังชุด "เสี่ยวลิ้มยี่" อันโด่งดัง Shaolin ให้ความสำคัญในส่วนของ "ดราม่า" มากพอ ๆ กับคิวบู๊ (หรืออาจจะมากกว่า?) ซึ่งผู้กำกับ เบนนี่ ชาน (ที่แจ้งเกิดกับการกำกับภาพยนตร์เรื่อง "ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ" ที่มีหลิวเต๋อหัว รับบทนำเมื่อหลายปีก่อน) ก็ทำหน้าที่ของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม กับการเร่งเร้าบีบคั้นอารมณ์แบบหนังฮ่องกงแท้ ๆ ส่วนหลิวเต๋อหัวก็ให้การแสดงอันยอดเยี่ยม แม้ในส่วนของคิวบู๊เขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญเทียบเท่ากับนักแสดงคนอื่น ๆ ในเรื่องก็ตาม
       
       ถือได้ว่า Shaolin เป็นหนังกังฟูระดับคุณภาพยอดเยี่ยม ที่ไม่ได้สร้างมาสำหรับแฟนหนังกังฟูกันอย่างเดียว ซึ่งสามารถตอบสนองได้ทั้งในแง่คุณภาพของหนังโดยรวม และความมันส์ของฉากพะบู๊ต่อยตี
       
       หมายเหตุ - มีผู้ชมชาวไทยที่ได้เข้าไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วหลายคน พูดกันว่า Shaolin "ฉบับไทย" อาจจะมีการตัดฉากต่าง ๆ ของหนังออกไปบ้าง ถ้าใครจะเข้าไปชมก็ลองจับเวลาดูได้ครับ ว่าหนังที่ฉายในบ้านเรามีความยาว 131 นาที แบบเดียวกับข้อมูลซึ่งระบุไว้ในเว็บไซต์ IMDB รึเปล่า
       
       

       
       Assault Girls - เพชฌฆาตไซบอร์ก ล่าระห่ำเดือด (ผู้กำกับ - มาโมรุ โอชิอิ / แสดงนำ – เมอิสะ คุโรกิ, รินโกะ คิคูจิ, ฮินาโกะ ซาเอกิ, โยชิคัตสึ ซูจิกิ)
       
       ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับคนดังแดนปลาดิบ มาโมรุ โอชิอิ (Ghost in the Shell) ได้ออกแผ่น DVD และ VCD ในบ้านเราแล้ว หลังจากหนังเข้าฉาย.oประเทศอื่น ๆ มาตั้งแต่เมื่อปี 2009 แล้ว หนังเล่าเรื่องของ 3 นักสู้สาว ที่ต้องไล่ล่าหนอนทรายสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ ในเกมส์ออนไลน์เสมือนจริง Avalon
       
       Assault Girls เป็นงานต่อยอดผลงานปี 2001 ของ โอชิอิ ที่ชื่อว่า Avalon โดยหนังยังแนวทางของเขาไว้อย่างครบถ้วน งานภาพสุดล้ำ, ตัวละครเท่ห์ ๆ และดนตรีประกอบสุดเจ๋งของ เคนจิ คาวาอิ ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาก็ยังงง ๆ เข้าใจยากตามสไตล์ของ โอชิอิ เหมือนเดิม
       
       
เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ “ซ้อ7” ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย
       ระบบ dtac - เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540
       ระบบ AIS - กด *468200311 แล้วโทร.ออก
       ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000
       *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก


ข่าวล่าสุด ในหมวด
รำถึงถึง "ตัวประกอบ" ผู้จากไป
"หน้ากากเสือ" ที่เป็นได้แค่ “หน้ากากเหมียว”
กลั้นหายใจเอาไว้ให้ดี “ผีกัด” คืนชีพแล้ว
Saving General Yang หยางบอยแบนด์
อำลาปรมาจารย์ "หลิวเจียเหลียง" กับหนังกังฟูต่อต้านความรุนแรง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
88 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
12 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014