หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | สกู๊ปพิเศษ
 

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2554 17:55 น.

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
พระยาอรรคราชวราทร ตัวจริงในประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นอรรคราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นคนแรก

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
พระยาอรรคราชวราทร (ภัสดา บุรณศิริ) ยามชรานั่งอยู่แถวหน้าซ้ายสุดในหมู่ผู้ชาย, พระยามหานิเวศานุรักษ์ (กระจ่าง บุรณศิริ) และพระยาอุเทพโกสินทร์(ประสาน บุรณศิริ)

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
ภรรยาเอกของพระยาอรรคราชวราทร

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
ขณะไปเรียนหนังสือที่เคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ กับในหลวงรัชกาลที่ 6

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
“พระมิตรกรรมรักษา” (นัดดา บุรณศิริ) บุตรชายของเจ้าคุณอรรคราชฯ อัครราชทูตไทยคนแรกประจำประเทศญี่ปุ่น ผู้หาสถานที่จัดตั้งสถานทูตไทยได้สำเร็จและเชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่นมาก

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
“นีโน่” เมทนี บุรณศิริ หนึ่งในผู้สืบเชื้อสายของตระกูลนี้

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
“ทมยันตี” เจ้าของบทประพันธ์ เพิ่งมาทราบความพ้องกันอย่างบังเอิญ ต่อเมื่อเขียนเรื่องใกล้เสร็จ

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
ทวิภพ เวอร์ชั่นแรก แสดงโดย ฉัตรชัย – จันทร์จิรา

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
บทภาพยนตร์ของ “ธม ธาตรี” (เชิด ทรงศรี)

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
ละครครั้งแรก แสดงโดย ศรันยู - สิเรียม

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
เวอร์ชั่นของ “สุรพงษ์ พินิจค้า” แสดงโดย รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง, ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
มิวสิคัล ครั้งแรก โดย ทรงสิทธิ์,ภูธเนศ,สุธาสินี, ปนัดดา

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
มิวสิคัล ครั้งล่าสุด โดย โดม ปรณ์ลัม , นัท มีเรีย

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!
ละครโทรทัศน์ล่าสุด “อ๋อม – แพนเค้ก”

หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ “ปู่ทวด” นีโน่!!

จินตนาการของ “ทมยันตี” ผ่านตัวละคร “คุณหลวงอัครเทพวรากร” ในนวนิยายเรื่อง “ทวิภพ” อาจจะเคยถูกจัดสร้างมาแล้วหลายครั้งต่างรูปแบบ เรื่องราวของอดีตกับปัจจุบันผ่านกระจกโบราณนั้นก็ดำเนินไป … แต่ยังมี “บางเรื่อง” ที่คนไม่รู้ คือจินตนาการของทมยันตีกับ “ตัวละคร” นี้ บังเอิญไปพ้องกับ “ตัวจริง” ทางประวัติศาสตร์ ผู้เป็น “ปู่ทวด” ของ “นีโน่” เมทนี บุรณศิริ
       
       ความเรื่องนี้เคยปรากฏอยู่ในเซกชัน “ปริทรรศน์ - บันเทิง” หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ เมื่อวันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2533 ครั้งนั้น “เชิด ทรงศรี” นำนวนิยายเรื่องนี้มาเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก นำแสดงโดย ฉัตรชัย เปล่งพานิช และจันทร์จิรา จูแจ้ง หลังครั้งนั้น เรื่องนี้....ไม่มีใครกล่าวถึงอีกตลอดเส้นทางของทวิภพที่เดินทางข้ามกาลเวลาอีกหลายครั้งตลอด 21 ปีที่ทั้งในรูปของภาพยนตร์, ละครโทรทัศน์, ละครเวที ขณะนี้ละครโทรทัศน์เรื่องนี้กำลังแพร่ภาพทางช่อง 7 สีอยู่ในขณะนี้ ในเวอร์ชันนี้เขียนบทโทรทัศน์โดย นันทววรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ กำกับการแสดงโดย มาวิน แดงน้อย และเพ็ญลักษณ์ อุดมสิน
       
       นวนิยาย “ทวิภพ” อ้างถึง เจ้าคุณอัครเทพวรากร “ว่าเป็นขุนนางในปีพุทธศักราช 2436 หรือรัตนโกสินทร์ศกที่ 112 (ร.ศ. 112) และต่อมาได้เป็นทูตไทยคนแรกประจำสหรัฐอเมริกา
       
       “หลวงอัครเทพฯ” ในประวัติศาสตร์
       
       ความจริงตามประวัติศาสตร์ของไทยในปีพุทธศักราช 2436 มีขุนนางไทยชื่อ “พระอนันต์นรารักษ์” ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมกองตระเวนฝ่ายกองรักษาในกระทรวงนครบาล ในรัชสมัยของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งต่อมาในปีพุทธศักราช 2444 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาอรรคราชวราทร” หรือ “เจ้าคุณอรรคราชวราทร” และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นอรรคราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นคนแรก
       
       “เจ้าคุณอัครเทพวรากร” ในนวนิยายเรื่อง “ทวิภพ” กับ “เจ้าคุณอรรคราชวราทร” ในประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 5 ทั้ง 2 ชื่อใกล้เคียงกันมาก มิหนำซ้ำต่างได้เป็น “ทูต” ไทยคนแรกในสหรัฐอเมริกา!!
       
       ทมยันตียืนยันว่า เมื่อประพันธ์นวนิยายเรื่องนี้ ไม่ทราบเรื่องเจ้าคุณอรรคราชวราทร จนเขียนเรื่องใกล้จบนั่นแหละถึงได้เจอข้อมูลทางประวัติศาสตร์เรื่องนี้
       
       “พี่ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีชื่อที่คล้ายคลึงกันมากจริงๆ จนกระทั่งเขียนไปได้เกือบจบเรื่องถึงได้ทราบและเห็นรูปท่านจากหนังสือราชทูตไทยคนแรกของแต่ละประเทศที่มีผู้อ่านส่งมาให้..พอเปิดหนังสือเห็นรูปท่านก็ก้มไหว้ท่านทีหนึ่ง แล้วก็วิ่งออกนอกบ้านไปตั้งหลัก จากนั้นถึงค่อยกลับมานั่งยิ้มใหญ่ดูรูปท่าน และบอกกับท่านว่า..ทำไมท่านถึงหล่อจัง” “ทมยันตี” บอกเล่ากับ “ปริทรรศน์-บันเทิง” ฟังเมื่อ- 21 ปีล่วงมาแล้ว
       
       สาแหรกตระกูล “บุรณศิริ”
       
       พระยาอรรคราชวราทรเป็นบุตรของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี) ต้นตระกูล “บุรณศิริ” ที่สืบเชื้อสายจากพราหมณ์เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย เข้ารับราชการในประเทศไทยตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา
       
       ครั้นถึงรัชกาลที่ 4 ต้นตระกูล “บุรณศิริ” ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “เจ้าพระยาธรรมกรณาธิบดี” เสนาบดีกระทรวงวัง ต่อมาเมื่อชราได้รับพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯเปลี่ยนราชทินนามเป็น “เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี” ในแผ่นดินถัดมา รัชสมัยสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง เจ้าพระยาสุรธรรมมนตรีได้ขอพระราชทานนามสกุลจากในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานนามสกุล “บุรณศิริ” และใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน
       
       นิเวศานุรักษ์ (กระจ่าง บุรณศิริ), พระยาอุเทนเทพโกสินทร์ (ประสาน บุรณศิริ), พระยาธรรมจรรยานุกูลมนตรี (จำเริญ บุรณศิริ) และหม่อมแหวว บุรณศิริที่เกิดกับมารดา “พัน” บุตรีเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ และหม่อมแหววท่านนี้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเขียนถึงในหนังสือ “โครงกระดูกในตู้” ว่า เป็นหม่อมยาย” ของตน
       
       “เจ้าคุณอรรคราชฯ ท่านเป็นน้องชายของหม่อมยายแหววของผมไงล่ะ ก็ถือว่าท่านมีศักดิ์เป็นตา”
       
       พระยาอรรคราชวราทรไม่เพียงแต่เป็นอัครราชทูตไทยคนแรกประจำสหรัฐอเมริกานั้น ท่านยังเป็นคนไทยคนแรกที่ไม่ใช่เจ้านายชั้นสูงซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ให้ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษรวมกับเจ้านายพระองค์อื่น รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้นที่ทรงพระเยาว์อีกด้วย
       
       เมื่อสำเร็จการศึกษาจึงกลับมาได้เข้ารับราชการในกรมมหาดเล็ก และเป็นเลขานุการส่วนพระองค์เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศในปีพุทธศักราช 2432
       
       ปู่ทวดของ “นีโน่”
       
       “จริงๆ แล้วปู่ทวดตามที่ฟังผู้ใหญ่เล่ามา ท่านเป็นคนที่ทันสมัย เป็นคนที่มีบุคลิกดีมาก ภาษาพูดก็เยี่ยมแถมเป็นคนขยัน ท่านเป็นคนแรกที่นำ “ไบซิเกิล” รถจักรยานที่มีล้อหน้าใหญ่ ล้อหลังเล็กของสมัยนั้นเข้ามาให้ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทอดพระเนตรอีกด้วย
       
       “นีโน่”- เมทนี บุรณศิริ ดารา-พิธีกรมีศักดิ์เป็น “เหลน” ยังได้กล่าวในครั้งนั้นถึงเจ้าคุณอรรคราชวราทรให้ฟังว่า
       
       สกุลที่มีบรรพบุรุษร่วมกันกับ “บุรณศิริ” ในสมัยปัจจุบัน ได้แก่ รังสิพราหมณกุล, จันทรโรจนวงศ์, สิงหเสนี และสุจริตกุล
       
       “จริงๆ แล้วคือนามสกุลเดียวกัน เชื้อสายเดียวกัน คือทุกคนในนามสกุลเหล่านี้มีต้นตระกูลเป็นพราหมณ์มาจากเมืองพาราณสี มีสิทธิ์เป็นพราหมณ์ใหญ่ได้หมด แต่ทางสายนามสกุล “บุรณศิริ” จะรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่”
       
       คุณสมบัติอีกประการหนึ่งที่เมทนี บุรณศิริ “ปลื้ม” มากกับปู่ทวด “พระยาอรรคราชวราทร” คือได้รับคำบอกเล่าจากป้าสะใภ้-ประภาศรี สวัสดิวัตน์ ว่า เจ้าคุณอรรคราชฯ สมัยหนุ่มนั้นได้รับคำชมจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ว่าหล่อมาก..หล่อกว่าพวกเหลนๆ ทุกวันนี้เสียอีก
       
       “เท่าที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังก็คือ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทวดต้องไว้หนวดด้วย เพราะรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ข้าราชบริพารไว้หนวดทุกคน แถมมีเงินเดือนให้อีกต่างหาก ใครไว้หนวดเยอะและสวยก็จะได้เงินพระราชทานมากขึ้น..บางคนได้ถึง 10 บาทขึ้นไป” เมทนี บุรณศิริ อธิบายถึงรูปท่านปู่ทวดของเขา
       
       ถัดจากพระยาอรรคราชวราทร ตระกูล “บุรณศิริ” อีกท่านหนึ่งที่เข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศก็คือ “พระมิตรกรรมรักษา” (นัดดา บุรณศิริ) บุตรชายของเจ้าคุณอรรคราชฯหรือปู่ของ “นีโน่” เมทนี บุรณศิริ นั่นเอง
       
       พระมิตรกรรมรักษาถูกบิดาส่งไปเรียนหนังสือที่ประเทศเยอรมนีตั้งแต่อายุ 6 ขวบ จนอายุ 18 จึงกลับมาศึกษาในประเทศไทย อีก 2 ปีหลังจากนั้นจึงไปศึกษาทางด้านกฎหมายที่ประเทศฝรั่งเศสจนจบปริญญาเอก เมื่ออายุประมาณ 27-28 และเข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศตามรอยเจ้าคุณอรรคราชฯผู้เป็นบิดาทันทีและได้รับตำแหน่งกงสุลไทยในประเทศญี่ปุ่น และที่ตั้งสถานทูตไทยในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้คือ สถานกงสุลไทยที่พระมิตรกรรมรักษาเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองในสมัยนั้น
       
       “สมัยนั้นยังไม่ได้เป็นเอกอัครราชทูต เขาเรียกว่า “มินิสเตอร์” ช้างไทยตัวแรกที่เอาไปให้สวนสัตว์ญี่ปุ่นคุณปู่ผมก็เป็นคนเอาไป คนญี่ปุ่นเขาจะตื่นเต้นมากเวลาที่รู้ว่าบ้านผมเป็นคนเอาช้างไปให้ญี่ปุ่น คุณพ่อผมก็เกิดที่ญี่ปุ่น เกิดใกล้แม่น้ำซูมิดะ คุณพ่อเลยได้ชื่อว่า ซูมิดะ ตอนหลังเปลี่ยนเป็นไทยเลยกลายเป็น สุมิดา” เมทนี บุรณศิริ รำลึกความหลังของบรรพบุรุษให้ฟัง
       
       พระมิตรกรรมรักษามีทายาทกับสุพรรณ บุนนาค บุตรีเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ ถึง 6 คน แต่ไม่มีใครเลยที่จะสืบทอดเข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศเยี่ยงบุพการี
       
       เมทนี บุรณศิริ อธิบายความนี้ว่า เนื่องจากคุณปู่-พระมิตรกรรมรักษา เสียชีวิตในขณะที่ลูกๆ ยังเป็นเด็กๆ ผู้เป็นย่าจึงเบนเข็มไปเอาดีทางธุรกิจเพื่อเลี้ยงลูกๆ ทั้ง 6 ให้ดีที่สุด ดังนั้นมาถึงรุ่นลุงและพ่อของเขาจึงดำเนินรอยตามโดยคุณพ่อ “สุมิดา บุรณศิริ” เป็นกรรมการบริษัทเทยิน โพลีเอสเตอร์ และคุณแม่ “เชอรี่” เชื้อสายออสเตรเลียร่วมทุนทำที่นอนแก้ปวดหลังกับนักลงทุนญี่ปุ่น
       
       “คุณลุงปรีดา บุรณศิริ ท่านสนิทกับพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ก่อนที่จะเป็นนายกฯ มาก และท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่นจนคนญี่ปุ่นเองยังยอมรับนับถือ รวมทั้งยังเป็น “พระสหาย” ของพระอนุชาอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นที่สิ้นพระชนม์ไปไม่นานมานี้ ท่านนายกฯ (หมายถึง พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ) เคยพูดถึงคุณลุงว่าถ้าได้รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศคงทำประโยชน์ให้ประเทศชาติไม่น้อย” นีโน่-เมทนี ผู้เป็นหลาน... ซึ่งเรียนจบมาทางด้าน รัฐศาสตร์การทูตมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าไว้อย่างนั้น
       .......................
       
       ข้อมูลจำเพาะ
       
       พระยาอรรคราชวราทร (ภัศดา บุรณศิริ)
       
       เกิดเมื่อวันพุธขึ้น 12 ค่ำ เดือนสาม ปีวอก จุลศักราช 1222 ตรงกับวันที่ 23 มกราคม พระพุทธศักราช 2403
       พ.ศ. 2415 ใด้ถวายตัวเปนมหาดเล็กวิเศษในรัชการที่ 5
       พ.ศ. 2424 ใด้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เปนนายรองบำรุงราชบทมาลย์
       พ.ศ. 2425 ใด้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกใปศึกษาวิชา ณ ประเทศอังกฤษ
       พ.ศ. 2432 กลับจากประเทศอังกฤษเข้ารับราชการในกรมมหาดเล็กและเปนเลขานุการส่วนพระองค์เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ
       พ.ศ. 2434 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใปเปนปลัดกรมๆ กองตระเวรฝ่ายกองรักษาในกรมพระนครบาล
       พ.ศ. 2435 เลื่อนตำแหน่งเปนเจ้ากรมกองตระเวรฝ่ายกองรักษาในกระทรวงนครบาล และเลื่อนบรรดาศักดิ์เปนพระอนันต์นรารักษ์
       วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2440 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใปเปนข้าหลวงจัดราชการเมืองสมุทรปราการแลเมืองนครเขื่อนขันธ์ (จังหวัดสมุทปราการจังหวัดพระประแดง)
       ธันวาคม พ.ศ. 2440 ใด้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เปนพระยาเพชรชฎา
       พฤศภาคม พ.ศ. 2441 กลับจากข้าหลวงจัดราชการ มารับราชการในกองบัญชาการน่าที่เจ้ากรมกองแปล
       วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2441 ใด้รับพระราชทานตรามงกุฎสยามชั้นที่ 3
       วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2444 ใด้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เปนพระยาอรรคราชวราทร และใด้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเปนอรรคราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตัน
       พ.ศ.2449 ย้ายจากอรรคราชทูตสยามกรุงวอชิงตันกลับกรุงเทพฯเข้ารับราชการเปนอธิบดีกองทูตและกองกงซุลในกระทรวงการต่างประเทศ
       วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2451 ใด้รับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา
       วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ใด้รับพระราชทานตราช้างเผือกชั้นที่ 3 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กลับใปเปนอรรคราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตัน
       พ.ศ. 2454 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ย้ายจากอรรคราชทูตสยามกรุงวอชิงตัน ใปเปนอรรคราชทูตประจำกรุงอังกฤษ และใด้รับพระราชทานตรามงกุฎสยามชั้น 2
       กรกฎาคม พ.ศ. 2455 ย้ายจากอรรคราชทูตกรุงอังกฤษกลับกรุงเทพฯ แลกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้รับพระราชทานเบี้ยบำนาญ
       
       หมายเหตุ : สะกดการันต์ตามอักขรวิธีที่ประวัติชีวิตราชการของพระยาอรรคราชวราทรบันทึกไว้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เจ้าหนู “โจนาธาน ลิปนิกสกี - Jerry Maguire” ยอมรับหนีอดีตไม่พ้น
"รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน" ละครตลกสำหรับคนที่รู้จักญี่ปุ่น?
คนบันเทิงดีกรีนักเรียน "ฮาร์วาร์ด"
สายใยแห่งความผูกพัน "จา - พันนา" หรือจะเป็นเพราะความกตัญญู?
ย้อนรอยเส้นทางรัก "ทาทา ยัง" ก่อนซบอกหนุ่ม "หมอ" (อีกครั้ง)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 62 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 47 คน
76 %
ไม่เห็นด้วย 15 คน
24 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014