หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2556 08:47 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
        มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
       
       วราห์พยายามอุดปากไม่ให้รจนาไฉนร้องเสียงดัง รจนาไฉนพยายามจะดิ้นสุดแรงเกิด
       
       “ปล่อยฉัน”
       “บอกมาเลยว่าต้องการเท่าไหร่”
       รจนาไฉนทั้งแค้นทั้งโกรธ
       “ฉันไม่ต้องการ ปล่อยฉัน ปล่อย”
       “จะเรื่องเยอะไปถึงไหนวะ”
       วราห์โกรธ บิดข้อมือรจนาไฉน
       “โอ๊ย”
       ปัทม์มองเห็นรจนาไฉนกำลังถูกวราห์รังแกจะเข้าไปช่วย ทันใดนั้นพ่อเลี้ยงพูนทวีก็พุ่งเข้ามาจากมุมหนึ่ง ตรงเข้าไปผลักอกปลัดวราห์อย่างแรง ต่อยสวนออกไปทันที รจนาไฉนรีบวิ่งไปหลบหลังพ่อเลี้ยงด้วยความตกใจกลัว
       “คุณทำอะไรของคุณ”
       “อย่าซีเรียสสิพ่อเลี้ยง จะอะไรนักหนากะอีแค่คนงาน ผมก็ขำ ๆ”
       “ถึงจะเป็นแค่คนงาน แต่ก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เหมือนคุณเหมือนผม คุณไม่มีสิทธิ์รังแกเขา”
       รจนาไฉนที่หลบอยู่ด้านหลังพ่อเลี้ยงเหลือบไปเห็นปัทม์ยืนดูอยู่ รจนาไฉนมองปัทม์ด้วยสายตาปวดร้าว ปัทม์หลบตาจแล้วรีบเดินออกไปทันที
       “จะหวงก้างไว้กินเองเหรอ” วราห์ว่า
       “พูดอีกคำเดียว ผมต่อยคุณฟันร่วงหมดปากแน่ ออกไป” พูนทวีพูดพลางชี้นิ้วสั่ง
       ปลัดวราห์ไม่พอใจเหลือบมองรจนาไฉนที่ก้มหน้าหลบอยู่หลังพูนทวีด้วยความเสียดาย ก่อนจะเดินออกไป เธอเจ็บใจ อับอายจนน้ำตาร่วง
       พ่อเลี้ยงพูนทวีหันมาเห็น นึกสงสารและเห็นใจรจนาไฉน
       “เป็นอะไรมากมั้ย เจ็บตรงไหนรึเปล่าไ
       “ขอบคุณนะคะที่มาช่วยฉัน...ขอบคุณมากค่ะ”
       รจนาไฉนรีบปลีกตัวออกไปก่อนที่พ่อเลี้ยงพูนทวีจะเห็นน้ำตา เขาจะขยับตามไป แต่เธอรีบห้าม
       “ได้โปรดเถอะค่ะ ขอให้ฉันได้อยู่คนเดียวไ
       พ่อเลี้ยงพูนทวีมองตามรจนาไฉนที่เดินออกไปอย่างเห็นอกเห็นใจ
       
       ปัทม์ยืนนิ่ง ส่งสายตาออกไปนอกหน้าต่างที่ห้องทำงาน เหมือนกำลังรู้สึกผิดกับเรื่องที่ตัวเองก่อไว้กับรจนาไฉน ที่ทำให้เธอต้องโดนดูถูกรังแก เขามองเธอผ่านหน้าต่าง เห็นรจนาไฉนเดินร้องไห้ไปตามทิวไร่ชาที่ลดหลั่นกันลงไปอย่างน่าสงสารมาก ปัทม์สีหน้าเครียด รู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อย ๆ พูนทวีเดินเข้ามา
       “ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น”
       “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด” ปัทม์บอก
       “เข้าใจผิด”
       “ปลัดวราห์คงเข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นง่าย”
       “จะบ้ารึเปล่า จู่ ๆ เข้าใจอย่างนั้นได้ไง มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น มีใครปากเสีย พูดอะไรเข้าหูรึเปล่า”
       ปัทม์ยิ่งรู้สึกผิด
       “คงงั้นมั้ง”
       “ใคร”
       ปัทม์รีบเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อกลบเกลื่อน
       “แกมาที่นี่มีธุระอะไรรึเปล่า”
       พูนทวียิ้มๆ
       “ธุระของหัวใจ...ก็แค่ห่วงเทพธิดาดอยของฉันว่าจะหายป่วยรึยัง แหม..ฉันเป็นพระเอกมาช่วยได้ทันเหตุการณ์พอดีเลย แกว่ามั้ย”
       “แล้วทำไมไม่ไปดูแลกันต่อ” ปัทม์ถาม
       “จะทำอยู่แล้ว...แต่เจ้าหล่อนยังไม่สบายใจ น้ำตาซึมเดินหนีไปแล้ว”
       ปัทม์ชะงักไปทันที ที่ได้ยินพูนทวีพูดว่ารจนาไฉนน้ำตาซึม
       “เฮ้อ..เลยเสียฤกษ์เลย กะว่าวันนี้จะพาไปเที่ยวท้ายไร่ซะหน่อย แกอย่าเหี้ยมนักสิวะ ฉันบอกแล้วไงว่าฝากดูแลให้ด้วย นางฟ้าคนเนี้ยฉันรักจริงหวังผูกพันข้ามภพข้ามชาตินะโว้ย”
       ปัทม์ไม่ได้ฟังคำพูดของพูนทวีเท่าไรนัก คิดถึงเรื่องที่ทำให้รจนาไฉนไม่สบายใจ ขยับจะเดินออกไป
       “อ้าว...จะไปไหน”
       “มีธุระที่โรงบ่ม ขอตัวแป๊บนึง...”
       ปัทม์เดินออกไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
       
       รจนาไฉนเดินร้องไห้มาตามทางทิวแถวของไร่ชา เธอหยุดยืนร้องไห้อยู่คนเดียว ปัทม์เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด
       “เจ็บรึเปล่า”
       รจนาไฉนมองปัทม์อย่างเจ็บปวดกับคำถาม เธอตบหน้าเขาไปทีหนึ่ง
       “สมใจคุณแล้วใช่มั้ย สะใจคุณรึยังที่เห็นฉันถูกย่ำยีศักดิ์ศรี”
       “ฉันไม่ได้...”
       “ฉันถูกผู้ชายคนนั้นล่วงเกินน้อยเกินไปใช่มั้ย”
       “ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
       “คุณตั้งใจ! คุณตั้งใจทำร้ายฉันทุกอย่าง คุณถูกเหยียดหยามฉันแค่ไหน ฉันอดทน คุณตั้งใจใช้งานฉันเยี่ยงทาส ฉันไม่เคยปริปาก ยอมทำตามความต้องการคุณทุกอย่าง”
       “ฟังฉันก่อนสิ ฉัน...”
       “คุณนั่นแหละที่ต้องฟังฉัน”
       
       ปัทม์อึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
         
       “ฉันไม่ใช่คนที่มีค่า เป็นแค่กาฝาก เป็นแค่ลูกกำพร้าที่พ่อกับแม่ขอมาเลี้ยง ฉันสำนึกตัวเองดีว่าไม่มีเกียรติพอที่จะขอให้คุณยกย่อง”
        
       รจนาไฉนสะเทือนใจหนัก ปวดร้าวอย่างที่สุด ปัทม์พูดอะไรไม่ออก
       “แต่ฉันขอได้มั้ย ฉันขอความเมตตา ขอพื้นที่เล็ก ๆ ให้ฉันได้ยืนในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีคนหนึ่ง... จะได้มั้ย”
       รจนาไฉนอ้อนวอนปัทม์ทั้งน้ำตา ปัทม์ทนไม่ไหว กลัวตัวเองจะแสดงท่าทีใจอ่อนออกมา ปัทม์เสียงเข้ม
       “หยุดเพ้อเจ้อซะที...ไร้สาระ”
       รจนาไฉนอึ้ง คิดไม่ถึงว่าปัทม์จะยังใจดำ
       “ในที่สุดคุณก็ไม่เคยเข้าใจ และคงไม่มีวันเข้าใจ ฉันไม่น่าเสียเวลาอ้อนวอนคุณเลย ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่ามันไม่ได้ผล กับพวกหัวใจหยาบ คุณมันไม่ใช่คน”
       รจนาเสียใจ วิ่งร้องไห้ออกไป ปัทม์อึ้งเสียใจกับการกระทำของตัวเอง
       
       รจนาไฉนเปิดประตูเข้ามาในห้องห้องนอนแล้วปิดประตู เธอปล่อยโฮ... ร้องไห้ออกมาอย่างหนักที่ถูกรังแกทั้งทางร่างกายและจิตใจ เจ็บปวดที่ต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง
       
       ที่หน้าผา ปัทม์ยืนเครียด จ้องมองหลุมศพของแสงจันทร์ ภรรยาเก่า ก่อนละสายตาเหม่อมองออกไปเบื้องหน้า เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก ถามตัวเอง
       “ฉันน่ะเหรอที่หัวใจหยาบ.. ไม่ใช่คน”
       
       เวลากลางคืน หน้าเรือนรจนาไฉนอาศัยอยู่ เธอเปิดหน้าต่างออกและยังคงเสียใจ ร้องไห้น้ำตาซึม ทรุดตัวพิงหน้าต่างนั้นด้วยสีหน้าและแววตาเศร้าหมอง
       มุมมืดด้านหนึ่ง ปัทม์ยืนมองเข้าไปในเรือนคนใช้ ด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ก่อนตัดสินใจหันหลังเดินออกไป รจนาไฉนยังคงเศร้าอยู่ตรงนั้น
       
       เช้าวันใหม่ ภายในห้องนอน รจนาไฉนในชุดเดิม สะดุ้งตื่น รีบลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจ เมื่อเห็นแสงสว่างที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
       เธอแต่งตัวใหม่เรียบร้อยแล้วสำรวจตัวเองที่หน้ากระจก ยกข้อมือขึ้นมาดูเห็นรอยบีบเขียวช้ำจากที่โดนวราห์ลวนลามเมื่อวาน เธอรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในใจ
       เสียงเคาะประตูดังขึ้น รจนาไฉนสะดุ้ง รีบไปเปิดประตู ปยงค์ยืนหน้าบึ้งอยู่ที่ประตู
       “คุณปยงค์”
       ปยงค์เตรียมจะทายาหม่อง
       “ไหนข้อมือข้างไหนที่เจ็บ ฉันจะนวดให้”
       รจนาไฉนแปลกใจ
       “รู้ได้ยังไงคะว่าฉันเจ็บข้อมือ”
       “รู้ก็แล้วกัน จะนวดรึไม่นวด”
       “ไม่นวดก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก”
       “เฮ้ย! ไม่นวดไม่ได้ ให้นวดก็ต้องนวด ส่งมือมาเร็ว ๆ”
       รจนาไฉนยื่นมือให้ ปยงค์นวดให้อย่างไม่เต็มใจนัก
       “หัดระวังตัวหน่อย หล่อนเป็นผู้หญิงนะ คิดยังไงไปยืนอยู่คนเดียวตรงนั้น”
       รจนาไฉนอาย คิดว่าปยงค์รู้เรื่องวราห์
       “เอ้อ... คือฉันไม่คิดว่าเขาจะ”
       “ทีหลังต้องคิดสิ มีสมองรึเปล่า รึว่าสวยอย่างเดียว”
       รจนาไฉนกล้ำกลืนความอับอาย
       “ไม้กองพะเนินแบบนั้น คนฉลาด ๆ เขาไม่ไปยืนพิงหรอก โดนไม้ฟาดซะข้อมือช้ำ เป็นไงล่ะ”
       “ไม้ฟาด”
       “รึไม่ใช่”
       “ค่ะ ฉันถูกไม้ฟาดข้อมือ”
       
       รจนาไฉนแอบโล่งใจที่ปยงค์ไม่รู้เรื่อง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
         
       ในมุมใกล้ๆกัน ชิกับจันทร์เจ้าเดินเข้ามาแอบมองปยงค์กำลังนวดข้อมือให้รจนาไฉนแล้วแปลกใจ
        
       “อุ๊ย...ฟ้าจะผ่าแผ่นดินจะแยก”
       จันทร์เจ้าบอกหลังจากมองไปเห็นปยงค์นวดให้รจนาไฉน
       “พี่ชิ...เห็นเหมือนฉันมั้ย ป้าปยงค์เอาขี้ผึ้งหลวงมานวดให้เพื่อน เฮ้ย...เอามาได้ยังไง เจ้าของเขาอนุญาตแล้วเหรอ”
       “ถ้าไม่อนุญาตจะกล้าเรอะ ถ้าเดาไม่ผิดเนี่ย..ก็มีแต่เจ้าของขี้ผึ้งนั่นแหละ ที่จะใช้ป้ามหาภัยทำเรื่องดี ๆ แบบนี้ได้”
       จันทร์เจ้ารำพึงอย่างแปลกใจ
       “คุณปัทม์น่ะเหรอใช้”
       ปยงค์ยังคงนวดให้รจนาไฉนต่อไป
       
       หน้าโรงบ่มชา เวลาต่อเนื่อง ปัทม์ยืนดูคนงานขนใบชาเข้าไปในโรงบ่มด้วยท่าทางน่าเกรงขาม หน่อเอและพวกเดินเข้ามา สายตาของหน่อเอสำรวจไปทั่ว ๆ ไร่ชาอย่างเก็บข้อมูล
       หน่อเอและพวกมายืนตรงหน้าปัทม์ ทั้งสองเผชิญหน้ากัน
       “ไม่คิดว่าแกจะมาตามสัญญา”
       “หน่อเอไม่เคยผิดคำพูดกับใคร”
       “รวมทั้งพวกที่ใช้ให้แกขนยาด้วยใช่มั้ย”
       หน่อเอตัดบท
       “ไม่ใช่เรื่องของแก จะให้พวกฉันทำอะไร”
       หน้าโกดังเก็บใบชา ที่มีลักษณะเป็นเหมือนโรงไม้เก่า ไม่ได้เป็นซิเมนต์ใหญ่แน่นหนาอะไรนัก เหมือนเป็นโรงไม้เก่าที่ปัทม์ใช้ประยุกต์ซ่อมแซม เพื่อเก็บชาที่บรรจุกล่องแล้วเท่านั้น หน่อเอและพวกกำลังแบกลังใส่ชาลำเลียงออกจากโกดังมาขึ้นรถบรรทุก
       ปัทม์และชิยืนดูอยู่จากมุมหนึ่ง ชิรู้สึกไม่ไว้ใจพวกของหน่อเอนัก
       “ชิไม่ไว้ใจมัน มันไม่เคยจงรักภักดีกับใคร”
       “ไม่จำเป็นต้องจงรักภักดีกับฉัน เราให้หน่อเอทำงานที่ไร่ปัทมกุลก็ถือว่าช่วยชาติทางหนึ่ง มันจะได้ไม่มีโอกาสค้ายาอีก”
       หน่อเอรู้สึกอึดอัดที่สังเกตเห็นว่า ปัทม์เฝ้าดูอยู่ เขากระแทกลังลงพื้นอย่างโมโห
       พวกหน่อเอ1บอก
       “มันไม่ไว้ใจ จับตามองเราทุกฝีก้าว”
       หน่อเอชำเลืองมองปัทม์อย่างเคียดแค้น
       “คนเมืองมีแต่หาประโยชน์จากพวกเรา หน่อเอไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงแน่ คนเมืองอย่างมันต้องรู้สึก”
       หน่อเอมองลังใส่ใบชาในโกดังอย่างใช้ความคิด
       
       ในครัวบ้านปัทมกุล เวลากลางคืน จันทร์เจ้ากำลังเตรียมอุปกรณ์ชุดชงชา อาทิ กา ถ้วยชา และกระปุกชา รจนาไฉนกำลังเช็ดจานเก็บเข้าที่
       “ยังเจ็บข้อมืออยู่รึเปล่า” จันทร์เจ้าถาม
       “นิดหน่อย”
       “เพื่อนเคยดื่มชามั้ย”
       “ก็...เคยดื่มบ้าง”
       “ชาดีกับสุขภาพนะเจ้า คุณปัทม์ชอบดื่มหลังอาหาร”
       “เพราะมันจะช่วยย่อยสลายไขมัน ลดคลอเลสเตอรอลนี่จ๊ะ”
       “เพื่อนรู้ด้วยเหรอ จันทร์เจ้ายังไม่รู้เลยนะ รู้แต่ว่ามันดี”
       รจนาไฉนหยิบกระปุกชาขึ้นมาดู
       “เคยอ่านจากหนังสือ ชาอู่หลงก็ดีนะ เหมาะสำหรับคนเครียดและเจ้าอารมณ์อย่างคุณปัทม์”
       ปัทม์เข้ามาพอดีตรงประโยคที่รจนาไฉนพูดถึงตัวเอง
       “จันทร์เจ้า”
       รจนาไฉนและจันทร์เจ้าสะดุ้งโหยง รจนาไฉนรีบวางกระปุกชาลง จันทร์เจ้ารีบไปต้มน้ำในกา
       “กำลังต้มน้ำเจ้า จะเสร็จเดี๋ยวนี้ล่ะเจ้า”
       ปัทม์หันมาพูดกับรจนาไฉน
       “เป็นปกติแล้วนี่ ดีนะที่ไม่ถึงตาย”
       รจนาไฉนไม่ยอมมองหน้าปัทม์
       ปัทม์พูดกับจันทร์เจ้า
       “ไปทำอย่างอื่นไป”
       “แต่จันทร์เจ้าต้องชงชา”
       “ให้คนรู้ดีเขาทำสิ”
       “แต่เพื่อนเจ็บข้อมือ”
       ปัทม์เสียงเข้ม
       “บอกให้ออกไป”
       “เจ้า”
       
       จันทร์เจ้ารีบออกไป รจนาไฉนยืดตัวตรงไม่มองหน้า ปัทม์สังเกตข้อมือของรจนาไฉน ยังเห็นรอยเขียวช้ำ

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 4
         
       บริเวณโถงโล่งภายในบ้าน มีโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็กวางอยู่ตรงกลางโถง บนโต๊ะมีอุปกรณ์สำหรับชงชาวางเรียงรายอยู่ครบ ทั้งกาน้ำชา ถ้วยชาพร้อมฝาและจานรอง กล่องใส่ชาแบบสวยงาม ปัทม์เดินนำรจนาไฉนเข้ามา
        
       “ช่วยแสดงให้ดูหน่อย...ว่าลูกผู้ดีตกยากอย่างเธอชงชาได้เก่งเหมือนปากพูด”
       “คุณว่าไงนะ”
       “ฉันคิดว่าเธอชงชาไม่ได้เรื่อง”
       “มั่นใจอย่างนั้นเลยเหรอคะ”
       “ที่สุด”
       รจนาไฉนเจ็บใจที่ถูกดูถูก มองไปที่อุปกรณ์กลางโถงนั้น แล้วหันมามองปัทม์ที่ยิ้มอย่างท้าทาย
       
       รจนาไฉนนั่งอยู่กลางโถง เธอกำลังดำเนินการชงชาตามกระบวนการและกรรมวิธีที่ถูกต้องและสวยงาม ปัทม์นั่งกอดอกมองเธออย่างตั้งใจ แววตาดูชื่นชอบ ชื่นชมและหลงใหลโดยไม่รู้ตัว เขาเห็นลีลาการชงชาแบบสวยงามมาก
       รจนาไฉนจัดการเทน้ำเดือดลงในกาชา แล้วเททิ้ง ปัทม์มองอย่างอึ้ง ๆ เธอตักใบชาลงในกา แล้วเทน้ำร้อนลงไป โดยเทในระดับสูงเพียงครึ่งแล้วปิดฝา แล้วเทน้ำทิ้ง ปัทม์อึ้งอีก
       รจนาไฉนหันมามองเย้ยปัทม์ แล้วเทน้ำร้อนลงไปในกาอีกครั้ง แล้วปิดฝาเอาไว้
       “ตอนนี้ฉันปลุกใบชาให้ตื่นจากหลับแล้ว... รออีก 1 นาที แล้วถึงจะดื่มได้ ฉันทำทุกอย่างถูกต้องรึเปล่า”
       “ไม่ถูก”
       “ทำไม”
       “ฉันไม่ใช้ชาชุดนี้ เอาชุดโน้น”
       ปัทม์ชี้ไปที่ชุดชาอีกชุดที่วางอยู่
       “ชงใหม่!”
       ปัทม์ยิ้มเยาะเดินออกไป รจนาไฉนเจ็บใจ
       
       รจนาไฉนเพิ่งดำเนินการชงชาถ้วยใหม่เสร็จ ยกให้ปัทม์ แต่ปัทม์ส่ายหน้าไม่รับ
       “ฉันไม่ดื่มชาถ้วยนี้”
       “ทำไม”
       “เปลี่ยนใจ ใช้ชุดกาชุดเก่าดีกว่า”
       “อะไรนะ”
       “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว อยากดื่มชาจากชุดเก่า”
       รจนาไฉนสูดลมหายใจคล้ายต้องการระงับความรำคาญเต็มที่
       “ชงใหม่”
       รจนาไฉนระงับอารมณ์เต็มที่
       “ก็ได้ค่ะ”
       รจนาไฉนลุกขึ้น
       “จะไปไหน”
       “ไปเติมน้ำ น้ำที่เหลือไม่พอแล้ว”
       “เร็ว ๆ นะ รีบไปรีบมาด้วย”
       รจนาไฉนหันมาชะงักมองปัทม์ด้วยสายตาแปลกใจทำไมต้องให้รีบมา ปัทม์แกล้ง
       “ฉันคิดถึง... ฮึ ๆ”
       รจนาไฉนเดินออกไปแบบระงับอารมณ์เต็มที่ ปัทม์มองตามด้วยความสะใจ
       
       ภายในห้องครัว รจนาไฉนมาเติมน้ำด้วยความขุ่นเคือง สายตาไปเจอะกับกระปุกใสใบหนึ่งที่ใส่เกลืออยู่เธอมองเกลือในกระปุกนั้น สายตามีเลศนัยแล้วอมยิ้มน้อย ๆ
       
       รจนาไฉนส่งชาที่เพิ่งชงเสร็จอีกแก้วหนึ่งให้ปัทม์ ปัทม์สงวนท่าทีว่าจะรับดีรึไม่
       “ถ้าไม่ดื่มคราวนี้ก็พอนะคะ ฉันเบื่อจะชงแล้ว”
       “ดื่มสิดื่ม... เธออุตส่าห์ตั้งใจชงให้ทั้งที ไม่ดื่มได้ไง”
       ปัทม์ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม รจนาไฉนมองแล้วอมยิ้ม ปัทม์พ่นพรวดออกมา หน้าตาเหยเกเพราะเค็มปี๊ด
       รจนาไฉนแอบยิ้มสะใจ แล้วทำเป็นแกล้งตกใจ
       “ตายแล้ว เป็นอะไรรึเปล่าคะ”
       “เธอ... ทำไมชาของเธอมันถึงเค็มถึงขนาดนี้”
       “ปากคุณปัทม์เป็นอะไรรึเปล่าคะ เอ รึว่าอาจจะมีแผลในปากที่กำลังเน่า”
       “แสบนักนะ”
       “แสบด้วย ตายล่ะ งั้นคงต้องไปให้หมอเขาตรวจดูหน่อยนะคะ ถ้าปล่อยเอาไว้นานอาจจะลุกลาม ทำให้ปากเสียจนพูดไม่ได้ อึดอัดแย่เลย”
       “เธอ…”
       “จะแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ คุณมันก็แค่คนขี้แพ้ ทนไม่ได้ที่เห็นฉันทำในสิ่งที่คุณคิดว่าทำไม่ได้ มันก็แค่นั้น”
       “ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น”
       “ก็หรือไม่จริง...คุณใช้ให้ฉันชงชาก็เพราะคิดว่าฉันทำไม่ได้ แต่พอฉันทำได้ดีกว่าที่คุณคิด คุณก็หาเรื่องฉันอีก ถามจริงๆ เถอะ..คุณจะเรียกร้องความสนใจไปถึงไหน”
       
       ปัทม์กอดอกมองรจนาไฉนด้วยแววตาดุดัน แต่รจนาไฉนไม่มีวี่แววว่าจะกลัว

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 14
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 13
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณครับที่อัพให้ได้อ่าน ตรงเวลามากๆถึงแม้จะหน้าเดียวก็ตามที แต่ก็ขอบคุณครับ
houses
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014