หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดาวเรือง

ดาวเรือง ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2556 00:17 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ดาวเรือง ตอนที่ 2
        ดาวเรือง  ตอนที่ 2 (ต่อ)  
       
       ฟากจินตวัฒน์เดินถือตะเกียงมาตามทางกับกำจร กำจรมองไปข้างหน้าแล้วหันมาขอร้องจินตวัฒน์ ด้วยหน้าตาหวาดๆ อะไรสักอย่าง
       
        “ไปเยี่ยมกำนันเทิ้มพรุ่งนี้ดีกว่าครับ มันดึกแล้ว แกอาจจะเข้านอนแล้วก็ได้”
        “ดึกอะไร ยังไม่สองทุ่มเลย ไปวันนี้ล่ะ ทิ้งไว้หลายวัน แกจะว่าเราไม่มีน้ำใจอีกอย่างฉันก็อยากจะรู้ด้วยว่าใครยิงแก” จินตวัฒน์บอก
        “แต่...”
        “แต่อะไร เอาแบบไม่ต้องอ้อมนะ ขี้เกียจถามหลายที”
       “คือ..ทางไปบ้านกำนัน มันต้องผ่านป่าช้าน่ะครับ มันเปล่าเปลี่ยววิเวกวิเหวโหว”
        จินตวัฒน์แอบขำ “ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง ถ้างั้นนายกลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันเดินไปเรื่อยๆก็ถึงเองล่ะ” จินตวัฒน์เดินนำไปก่อน
        “นั่นไง..คิดว่าเราโง่ จะหลอกให้ไอ้จรโดนผีหลอกคนเดียวล่ะสิ ไม่มีวันซะล่ะ”
        กำจรรีบสาวเท้าตามจินตวัฒน์ ในขณะที่จินตวัฒน์เหล่ตามองไปข้างหลังแล้วยิ้มขำกำจร
       
       
        สุวรรณวิ่งผมตั้งนำทุกคนมาตามทางเดินข้างป่าช้า
       แหลมตะโกนไล่หลัง “พี่วรรณรอด้วย”
        สุวรรณเบรกเอี๊ยดเมื่อเห็นอะไรอยู่ตรงหน้า เขารีบหันกลับไปหาแหลมกับกรอด
        กรอดวิ่งหอบตามมา “ในที่สุดพี่ก็ไม่ทิ้งพวกเรา”
       “รวมกันเราอยู่ แยกกันเราหลอนนะพี่” แหลมบอก
       สุวรรณขยับออกมายืนข้างแหลมเผยให้เห็นผี ๒ ตนที่เขายืนบังอยู่ทางด้านหลัง
       “หนูพาแม่มารู้จักน้าๆจ้ะ” เพี้ยนที่แต่งเป็นผีพูด
        ดาวเรืองสวมหน้ากากยางเป็นผีผู้หญิงผมยาวตัวขาวหน้าขาวจั๊วแต่ตาดำโบ๋เพิ่มความสยองพองขนด้วยแสงจากตะเกียงที่เธอยกขึ้นจ่อที่หน้าในขณะที่ยืนเคียงข้างผีไอ้เพี้ยน
       สุวรรณ กรอด และแหลมร้องพร้อมกัน “อ๊าก !!”
        ทั้งหมดสติแตกจะวิ่งหนีกันไปคนละทางแต่แล้วก็ชนกันจนล้มกลิ้ง ผีผู้หญิงดาวเรืองกับผีเด็กเพี้ยนเดินเข้ามายืนกังจ้าใกล้ๆ
        สุวรรณ กรอด และแหลมร้องพร้อมกัน “อ๊าก !!”
        กรอดกับแหลมจะวิ่ง แต่สุวรรณลุกขึ้นวิ่งไม่ไหว สุวรรณฉุดขาของแหลมกับกรอดไว้ ทำให้แหลมกับกรอดล้มหัวทิ่ม
        “ขาฉันชา ! อุ้มฉันไปด้วย” สุวรรณสั่ง
        แหลมรีบหิ้วแขนสุวรรณ ส่วนกรอดรีบหิ้วขา แหลมวิ่งไปทางซ้าย กรอดวิ่งไปทางขวา แหลมกับกรอดจึงดึงตัววรรณไปคนละทาง
        “โว้ย !!! ไปทางเดียวกันสิ” สุวรรณโวยวาย
        แหลมกับกรอดมองหน้าแล้วแหลมเลือกไปทางขวา กรอดไปทางซ้าย แหลมกับกรอดจึงดึงร่างสุวรรณไปคนละทางอีก
        “โว้ย !!! ไปทางขวา” สุวรรณสั่ง
        แหลมกับกรอดต่างวิ่งไปทางขวาของตัวเอง ทำให้แหลมกับกรอดดึงสุวรรณไปคนละทางอีก
        “โว้ยยยย !! ปล่อย ! กูไปเอง”
        แหลมกับกรอดปล่อยสุวรรณ สุวรรณมองผีอีกทีแล้ววิ่งหางจุกตูด แหลมกับกรอดรีบวิ่งตามสุวรรณ ผีดาวเรืองกับผีเพี้ยนมองพวกสุวรรณวิ่งหางจุกตูดแล้วหัวเราะสะใจ
        ดาวเรืองเอาตะเกียงที่จ่อหน้าลงแล้วดึงหน้ากากยางออกพร้อมกับเพี้ยน แล้วทั้งสองก็หัวเราะลั่น
        “เอายังไงต่อดีพี่” เพี้ยนถาม
        “คนบาปอย่างพวกมัน โดนแค่นี้มันไม่สาสม ต้องเอาให้หัวโกร๋น” ดาวเรืองบอก
        ดาวเรืองขำแล้วสวมหน้ากากยางก่อนจะพาเพี้ยนวิ่งตามไป
       
       
        สุวรรณ แหลม และกรอดวิ่งป่าราบผมตั้งเด่มาทางหลังป่าช้า
       แหลมชะลอฝีเท้าอย่างเหนื่อยหอบ “หยุดก่อนพี่ ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว”
        สุวรรณกับกรอดหันไปมองทางด้านหลังว่าผีแม่ลูกจะตามมารึเปล่าพอไม่เห็น สุวรรณกับกรอดก็หยุดหายใจเหนื่อยหอบ
        เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้น “เหนื่อยเหรอ ?”
       “เหนื่อยสิ! ถามโง่ๆไอ้กรอด” สุวรรณว่า
       กรอดงง “ฉันยังไม่ได้ถามอะไรเลย” กรอดหันไปหาแหลม “แกถามเหรอวะ”
        แหลมเหนื่อยหอบ “ถามอะไร แค่จะหายใจ ยังไม่ทันเลย”
        “ถ้าพวกเอ็งไม่ได้ถาม..แล้วใครถามวะ” สุวรรณสงสัย
        ทั้งสามหันมาดู แล้วก็ต้องตะลึงตัวชาวาบเมื่อเห็นผีหัวขาดยืนจังก้า
       สุวรรณ กรอด และแหลมร้องพร้อมกัน “อ๊าก !!”
       สุวรรณกระโดดขี่คอแหลม กรอดกระโดดขี่ทางด้านหน้าแหลม แหลมวิ่งแบกทั้งสุวรรณและกรอดอย่างไม่รู้สึกหนักออกไป ผีหัวขาดมองตามพวกสุวรรณที่วิ่งเปิดตูดไป
        ผีดาวเรืองกับผีเพี้ยนวิ่งตามมาเห็นพวกสุวรรณวิ่งหนีไปอีกทางแล้วก็งงว่าวิ่งหนีอะไร
       “มันวิ่งหนีอะไรกันวะ”
       เพี้ยนหันไปมองทางผีหัวกะโหลกขาวตาลึกโบ๋ที่คลุมหัวและตัวด้วยผ้าดำ มือของผีขาวซีดและเต็มไปด้วยแผลเหวอะกำลังถือเคียวเปื้อนเลือด เพี้ยนชะงักแล้วทำหน้าจะร้องไห้ ผีหัวกะโหลกหันมาทางดาวเรืองและเพี้ยนแล้วก็นิ่งชะงักเพราะตกใจสุดขีดนึกว่าเห็นผีเหมือนกัน
        “พะ..พะ..พี่เรือง” เพี้ยนกลัว
        “เป็นอะไรของเอ็งวะ” ดาวเรืองถาม
        เพี้ยนชี้ไปทางผีหัวกะโหลก
        ดาวเรืองมองไปทางผีหัวกะโหลกแล้วก็ตกใจสุดขีด
       ผีทั้งสามร้องพร้อมกัน “อ๊าก!!”
       
        ทั้ง ๓ วิ่งกระเจิงออกไปสองทาง ดาวเรืองกับเพี้ยนไปด้วยกัน ส่วนผีกระโหลกวิ่งแยกไปอีกทาง

ดาวเรือง ตอนที่ 2
       จินตวัฒน์กับกำจรที่กำลังเดินอยู่ชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงคนร้องตะโกนดังแว่วมา
       
       จินตวัฒน์ชะงัก “นั่นเสียงอะไรน่ะ ?”
       กำจรชะงักแล้วกระโดดกอดแขนจินตวัฒน์ “สะ..สะ..เสียงผีมาขอส่วนบุญ”
       จินตวัฒน์พยายามฟังเสียง “ไม่ใช่ ! มันเสียงคนร้อง ..ไปดูกันดีกว่า”
       จินตวัฒน์จูงกำจรเดินเข้าไปในป่าช้า แต่กำจรขืนตัวไม่ยอมไปด้วย
        “มะ..มะ..ไม่เอา ! ผมกลัวผี”
        “ผีที่ไหน ! ไม่มีหรอก”
        ทันใดนั้น สุวรรณ แหลม และกรอดก็วิ่งแหกปากหน้าตาตื่นสวนออกมาจากป่าช้าแล้วเตลิดไปอีกทาง “ผีหลอกก !”
        จินตวัฒน์กับกำจรมองตามพวกสุวรรณด้วยความตกใจและงง
        กำจรกระโดดกอดแขนจินตวัฒน์ “คะ..คะ..คุณปลัดได้ยินไหม ไอ้วรรณมันบอกว่า..”
        จินตวัฒน์กับกำจรหันกลับมาก็ชนเข้ากับดาวเรืองและเพี้ยน จินตวัฒน์ชนกับดาวเรืองโดยเขาเอื้อมมือไปดึงหน้ากากผีของดาวเรืองติดมือในขณะที่ล้มไป ส่วนเพี้ยนล้มทับกำจร กำจรเห็นเพี้ยนที่แต่งเป็นผีแล้วก็ช็อค
       “ผะ..ผะ..ผะ..ผะ..ผะ..” ยังไม่ทันพูดคำว่าผี กำจรก็เป็นลมล้มตึงไปทันที
        จินตวัฒน์มองหน้ากากผีในมือตัวเอง
       ดาวเรืองอึ้ง “บรรลัยแล้ว”
       ดาวเรืองรีบเอาผมลงมาปิดหน้าไว้ แล้วพุ่งไปแย่งหน้ากากผีจากมือจินตวัฒน์ ก่อนจะจูงเพี้ยนวิ่งหนี จินตวัฒน์ได้สติและรู้ว่านั่นไม่ใช่ผีจึงรีบพุ่งไปคว้าขาดาวเรืองไว้
       “เดี๋ยวก่อน”
        ดาวเรืองยื้อขากลับแต่จินตวัฒน์ก็ไม่ยอมปล่อย สุดท้ายดาวเรืองจึงตัดสินใจถีบชายหนุ่มจนกระเด็นแล้ววิ่งมาดึงแขนเพี้ยนออกไป
        จินตวัฒน์ลุกขึ้นยืนก็พบว่าผีสาวกับผีเด็กหายตัวไปแล้ว เหลือไว้แต่รองเท้าผ้าใบข้างหนึ่งที่ติดอยู่ในมือของเขา
        จินตวัฒน์เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจที่จับตัวผีปลอมไม่ได้ “ใครวะ !”
       
        ผีหัวกะโหลกวิ่งกระหืดกระหอบมานั่งที่บันไดกุฏิหลวงตาคงแล้วถอดเสื้อที่สวมคลุมหัวออกทำให้เห็นว่าเป็นหลวงตาคงเอง
        “จะจัดการไอ้วรรณสักหน่อย ดันโดนหลอกซะเอง..กู”
       
        เช้าวันใหม่ เวียง บุญปลีก บุญปลอดถือถาดใส่เครื่องคาวหวานเตรียมลงไปใส่บาตร แล้วทั้ง ๓ ก็ต้องกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นสุวรรณ แหลม และกรอดนอนตาลอย รอบตาบวมคล้ำ หัวตั้งเด่เรียงอยู่ที่ระเบียง
       “กรี๊ดด”
       บุญปลอดเอามือทาบอก “คุณพระคุณเจ้าช่วย เพิ่งเห็นกันอยู่หลัดๆแท้ๆ”
       เวียง บุญปลีก บุญปลอดวิ่งเข้าไปดูสุวรรณ
       “หนูวรรณ!!!เป็นอะไรลูก ใครทำลูกข้าเป็นแบบนี้ พี่ผัน..พี่ผัน มานี่เร้ว” เวียงเรียก
       ผันเดินงัวเงียออกมาจากห้อง
       “มีอะไรแม่เวียง”
       “หนูวรรณ..หนูวรรณ” บุญปลีกปล่อยโฮ
       ผันจ้ำมาดูลูกแล้วก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง “ไอ้วรรณ” ผันพูดกับบุญปลอด “นังปลอด..ไปตามคนมาหามไอ้ ๓ คนนี่ไปวัด..เร็วเข้า”
       บุญปลอดยกมือขึ้นไหว้ “อนิจจัง วัฏสังขารา”
        เวียงแว้ดใส่ “ลูกข้ายังไม่ตายนะนังปลอด” เวียงเสียงอ่อยลง “แค่ใกล้ตายแค่นั้น” เวียงหันไปพูดกับผัน “พี่จะให้หามขึ้นเมรุเลยเหรอ”
       “เปล่า พี่จะให้หลวงพี่จ้อยกับไอ้คงช่วยดูว่าพวกมันไปโดนอะไรมา นังปลีกไปตามนังไหวมาที เพื่อต้องเจียดยาอะไร” ผันสั่ง
        บุญปลีกกับบุญปลอดหันไปมอง ๓ หนุ่มที่นอนตาค้างไม่วางตา
        ผันโวยใส่ “เอ้า..รีบๆไปสิเว้ย เดี๋ยวก็ได้หามขึ้นเมรุจริงๆหรอก”
        บุญปลีกกับบุญปลอดตกใจจนวิ่งมาชนกันเองทำให้ล้มก้นจ้ำเบ้าก่อนจะลนลานออกไป ผันกับเวียงมองลูกชายด้วยความเป็นห่วง ขณะที่สุวรรณ แหลม และกรอดยังนอนตาลอยไม่หาย
       
       
        บานชื่นเอาไม้เสียบพริกพันด้วยสำลีจุ่มลงไปในทิงเจอร์ไอโอดินจนชุ่มแล้วทาลงที่ฝ่าเท้าดาวเรือง ทำให้ดาวเรืองร้องลั่นนน
       “จ๊าก...แสบบบ..แม่เบา..เบา..อู๊ยยย..โอ๊ย”
       “นี่ล่ะ..พระท่านว่ากรรมตามสนอง”บานชื่นว่า
       “ฉันอุตส่าห์ไปอบรมสั่งสอนคนผิดให้มันกลับใจนะแม่”
       “สอนเยอะไปมั้ยพี่เรือง หลอกไปหลอกมาเลยโดนหลอกซะเอง วิ่งกันป่าราบ” เพี้ยนบอก
       “ก็แค่ฝึกจิตให้แข็งกับได้วิ่งออกกำลังกายนิดหน่อยแค่นั้น เกี่ยวกับเวรกรรมที่ไหน”
       “แล้วไอ้เลือดที่ไหลซิปๆอยู่นี่ล่ะ” บานชื่นถาม
        “ก็เพราะไอ้ปลัดนั่น ถ้ามันไม่มาดึงขาฉันไว้ รองเท้าฉันก็ไม่หลุด ตะ..เอ๊ย บาทาก็ไม่แตกแบบนี้ คู่เก่งด้วย วิ่งหนีไอ้จ่าแม่นรอดมาได้ทุกครั้งก็เพราะไอ้คู่นี้ ไม่รู้หลุดไปตอนไหน เพราะไอ้ปลัดขี้ไก่นั่นคนเดียว” ดาวเรืองว่า
        บานชื่นเอาผ้าก็อชพันเท้าให้ “ข้าว่าเขาไม่ขี้ไก่นะ ดูฉลาดแล้วก็จริงจังกับงานหมือนกัน”
        “แย่งไพ่ไอ้เพี้ยนได้ เขาไม่เรียกฉลาดนะแม่ เขาเรียกรังแกเด็ก ไปเว้ย”
        “จะพากันไปไหนอีก” บานชื่นถาม
        “ไปดูลาดเลา ตอนบ่ายต้องเอาเหล้าไปส่งเจ๊กฮวด”
        “ระวังตัวให้ดีล่ะ” บานชื่นเตือน
        “เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า”
       
        ดาวเรืองทำท่าไม่ยี่หระใส่แม่ก่อนจะหยิบรองเท้าผ้าใบเน่าๆอีกข้างมาสวมเข้ากับคู่เดินแล้วเดินออกไปกับเพี้ยน

ดาวเรือง ตอนที่ 2
       จินตวัฒน์นั่งที่โซฟาในบ้านพัก เขาหยิบรองเท้าผ้าใบของดาวเรืองขึ้นมาดู
       
       “เล็กขนาดนี้ รองเท้าผู้หญิงแหง”
        กำจรก้าวเข้ามายืนตรงหน้าจินตวัฒน์แล้วเอ่ยทัก
       “สวัสดีครับคุณปลัด”
       จินตวัฒน์เงยหน้าขึ้นมามอง “ตื่นแล้วเหรอ”
        กำจรยืนหัวตั้งเด่เอามือแคะขี้ตาอย่างเมามัน
       “ครับ ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องนอนที่นี่ แถมยัง..” กำจรยิ้มแหยๆ “ตื่นสาย”
       “เมื่อคืนนายนอนละเมอทั้งคืน หลับไม่สนิทก็ต้องตื่นสายเป็นธรรมดา”
       “เลยเป็นภาระคุณปลัดเลย”
       “นายไปเจออะไร ถึงได้สลบเหมือดอย่างนั้น”
        กำจรทรุดตัวลงนั่งแล้วเบะปากจะร้องไห้ “หัวตั้งขนาดนี้ ผมจะเจออะไร นอกจากผีอี๋อี๋” กำจรคร่ำครวญ “ผมบอกคุณปลัดแล้วว่าอย่าไปๆ คุณปลัดก็ไม่เชื่อ เห็นมั้ยล่ะ เจอจนได้ ฮือ..ฮือ..ฮือ” กำจรเหลือบเห็นรองเท้าที่พื้น “อ้าว..รองเท้าไอ้เรืองมาอยู่นี่ได้ไง”
       “ของดาวเรืองเหรอ นายแน่ใจนะ”
        “แน่ใจสิครับ ใครมันจะอุตริเอาปากกาวาดรูปกระดูกไขว้กะโหลกไว้ที่รองเท้าอย่างมันล่ะ มันบอกทำสัญลักษณ์ไว้ ใครขโมยไปจะได้ตามไปตั๊นหน้าถูกคน”
       “งั้นเหรอ”
        จินตวัฒน์ยิ้มกริ่ม
       
       
        ดาวเรืองเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมเพี้ยน ในขณะที่บานชื่นเดินมากระซิบถามลูกขณะเหล่มองจินตวัฒน์ที่นั่งอยู่กับกำจร
        บานชื่นกระซิบดาวเรือง “ปลัดเขาจะมาเอาเรื่องเอ็งรึเปล่าวะ ?”
        “ฉันหลอกผีไอ้วรรณ ! แต่ปลัดเสล่อโผล่มาเอง ฉันไม่ผิด ! จะมาเอาเรื่องฉันได้ยังไง” ดาวเรืองบอก
        ดาวเรืองเดินไปหยิบกระบวยเคาะหม้อน้ำร้อนเสียงดังปัง จินตวัฒน์และกำจรสะดุ้ง
        “เอ้า!!!ใครจะเอาอะไรก็ว่ามา บอกไว้ก่อนนะว่าที่นี่ขายเงินสด ไม่ว่าจะชาวนา..ชาวสวน..แม่ค้า..ครู..หรือข้าราชการระดับสูง..ก็ต้องจ่ายสดงดเชื่อเบื่อทวง!!”
       “กาแฟร้อน ๒” กำจรสั่ง
        ดาวเรืองยื่นแก้วกาแฟร้อนให้เพี้ยน
       “ไอ้เพี้ยน..เสิร์ฟแล้วเก็บตังค์มาเลย งดเชื่อเบื่อทวง!”
        เพี้ยนรับพวงหิ้วกาแฟมาเสิร์ฟให้จินตวัฒน์กับกำจร
        จินตวัฒน์ถาม “เท่าไหร่”
        บานชื่น เพี้ยน และลูกค้าอื่นๆตอบอย่างเป็นมิตรพร้อมกันโดยบังเอิญ “๒๐ บาทจ้ะ”
       ดาวเรืองสวนขึ้นมา “๔๐”
       “จะ ๔๐ ได้ไงไอ้เรือง กาแฟร้านเอ็ง แก้วละ๑๐ สองแก้วก็ ๒๐ สิ” กำจรบอก
       “ขึ้นราคาแล้ว เป็นแก้วละ ๒๐”
       “อะไรของเอ็งนี่ไอ้เรือง คุณปลัดเขาอุตส่ามาเยี่ยมบ้าน เอ็งควรให้กินฟรีด้วยซ้ำ” บานชื่นบอก
       “ปลัดก็คนธรรมดาอย่างเราแหละแม่ ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือชาวบ้านคนอื่น” ดาวเรืองบอก
       “แล้วทำไมขายแพงกว่าคนอื่น” จินตวัฒน์ถาม
       “ก็บอกแล้วว่าขึ้นราคา” ดาวเรืองพูด
       กำจรถามต่อ “ขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
       “ก็ตั้งแต่ปลัดก้าวเท้าเข้ามานี่แหละ” ดาวเรืองบอก
       “ขึ้นราคาแบบนี้ค้ากำไรเกินควร ผิดกฎหมาย” จินตวัฒน์บอก
        “อ้อ..อยากกินแบบแก้วละ ๑๐ บาท..ก็ได้”
        ดาวเรืองหยิบกาแฟของจินตวัฒน์และกำจรออกมาเทลงพื้นไปครึ่งนึง แล้วส่งกลับให้ ทุกคนหันมามองจินตวัฒน์เป็นตาเดียว จินตวัฒน์พยายามควบคุมอารมณ์ก่อนจะพูดขึ้น
        “ปริมาณน้อยกว่ามาตรฐาน ถือว่าเอาเปรียบผู้บริโภค”
        ดาวเรืองไม่หวั่น “ไม่ยาก”
        ดาวเรืองเดินกลับไปเอากระบวยตักน้ำร้อนมาเติมใส่แก้วกาแฟให้ทั้งคู่จนแทบจะล้นแก้ว
        “ได้ปริมาณตามมาตรฐานรึยัง”
        เพี้ยนและลูกค้าทุกคนขำก๊าก ในขณะที่บานชื่นยิ้มเจื่อนๆให้จินตวัฒน์
        “กาแฟ นม น้ำตาล ขึ้นราคา แล้วจะไม่ให้แม่ค้าขึ้นราคาได้ไง จะกินไม่กิน..ไม่กินจะได้เทให้หมากิน” ดาวเรืองว่า
        บานชื่นปราม “ให้มันน้อยๆหน่อยไอ้เรือง พูดจาอะไรให้มันหอมหูหน่อย”
       “ผมบอกแล้ว ว่าที่นี่มันเสื่อม ผมชงให้กินที่อำเภอก็ได้ มานั่งกินนี่ให้มันด่าทำไม๊” กำจรบอก
        บุญปลีกขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมาที่หน้าร้าน
       บานชื่นตะโกนถาม “จะไปไหนกัน ไม่แวะจั่ว” บานชื่นเหล่จินตวัฒน์ “เอ๊ย..กินน้ำกินท่าก่อน”
        บานชื่นเดินไป ดาวเรืองมองตาม
       
       
        บุญปลีกชะลอรถที่หน้าร้าน บานชื่นเดินออกมา
       “แวะไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบไปดูก่อนว่าหลวงตาคงอยู่ที่สำนักหรือเปล่า พอดีมีเรื่อง” บุญปลีกบอก
        ดาวเรืองกับเพี้ยนหูผึ่งแล้วก็ตามออกมายืนฟัง
       “อ้าว เป็นอะไรกันล่ะ” บานชื่นถาม
       
        ดาวเรืองหันมายักคิ้วใส่เพี้ยน ในขณะที่จินตวัฒน์แอบมองทั้งคู่อยู่ทางด้านหลัง

ดาวเรือง ตอนที่ 2
       หลวงตาคงซึ่งนุ่งขาวห่มขาวพันหัวด้วยผ้าขาวทัดดอกดาวเรืองที่ข้างหูกำลังนั่งสวดพึมพำตัวสั่น เพราะร่างทรงเจ้าแม่ถึดทือกำลังเข้าประทับ สุวรรณ แหลม และกรอดนั่งตาลอยอยู่ตรงหน้า
       
       โดยมีเวียง ผัน บุญปลีก บุญปลอด ไสว และเสมอใจนั่งล้อมวงดูอยู่
        พระครูจ้อยเดินเข้ามาพร้อมกับดาวเรืองและเพี้ยน ทั้ง ๓ ยืนดูอยู่ไม่ไกล จินตวัฒน์กับกำจรก็ตามเข้ามายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับดาวเรือง
        สักครู่ หลวงตาคงก็พึมพำและนั่งตัวสั่นหนักขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่หลวงตาคงจะเบิกตาขมึงทึงขึ้นมาแล้วทำหน้าดุดันแถมน้ำเสียงยังน่าเกรงขาม
        “มัน ๓ คน โดนสิ่งเร้นลับลงโทษ !!”
       เวียงยกมือไหว้ปลกๆ “สิ่งเร้นลับอะไรเจ้าคะเจ้าแม่”
       “วิญญาณเจ้าที่”
       ผันไม่เชื่อเพราะไม่ถูกกับหลวงตาคง “เจ้าที่อะไรวะไอ้คง เอ๊ย เจ้าที่ที่ไหนครับเจ้าแม่”
       “เจ้าปู่ทรงเคียว”
       สุวรรณ แหลม และกรอดหันมามองหน้าแล้วพูดพร้อมกันอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ฮ้าา”
       หลวงตาคงพูดต่อ “เจ้าแม่จูออน”
       “เฮ้ยย”
       “กุมารอ้วนพี”
       “เป๊ะเลย มีไอ้ผีเด็กอ้วนนั่นด้วย”
       ทั้งสามกอดกันกลม “กลัวแล้วจ้า อย่ามาหลอกมาหลอนลูกเลย”
        ดาวเรืองก้าวเข้าไปหาสุวรรณ
       “ไอ้เรือง เอ็งมาดูใจข้าเหรอ เอ็งเป็นห่วงข้าใช่มั้ย” สุวรรณถาม
        “เปล่า ข้าแวะมาดู เผื่อเอ็งตายจะได้อโหสิกรรมให้ แต่เอ็งต้องสารภาพกับเจ้าแม่ก่อนว่าเอ็งทำผิดอะไร” ดาวเรืองบอก
       “อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยนะเรือง ไอ้วรรณโดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เล่นงานหนักขนาดนี้คงไม่กล้าทำอะไรไม่ดีอีกแล้วล่ะ” เสมอใจว่า
        “การได้สติรู้สำนึก มีค่ามากกว่าคำพูดที่เปล่งออกมาโดยขาดสำนึกนะไอ้เรือง” พระครูจ้อยเตือนสติ
        “ละ..แล้ว เจ้าแม่รู้มั้ยเจ้าคะว่าผี ๓ ตนนั่นมาจากไหน ละ..แล้วต้องการอะไร” ไสวถาม
        หลวงตาคงพูดต่อ “เจ้าปู่ทรงเคียว ท่านจะมาตอนมีของหาย ท่านจะคอยเอาเคียวเกี่ยวมือไอ้พวกที่มันชอบขโมยของวัด”
        กรอดหลุดปาก “แม่นยังกะตาเห็น”
        สุวรรณกับแหลมรีบเอามือตบหัวกรอดพร้อมกัน
        “ส่วนเจ้าแม่จูออนกะกุมารอ้วนพีนั่นเป็นแม่ลูกกัน สองตนนั้นเกลียดพวกขโมยของวัดที่สุด”
        “ข้าว่าแล้ว มันถึงได้มาเป็นคู่ แล้วไอ้ผีเปรตนั่นล่ะหลงตา” สุวรรณถามต่อ
        หลวงตาคงงงว่ายังมีผีอะไรอีกเลยเผลอหลุดคาแรคเตอร์เจ้าแม่ถืดทือกลายเป็นหลวงตาคงคนเดิม
        “ผีเปรตที่ไหนอีกวะ”
        ดาวเรืองจับไต๋ได้ “เจ้าแม่ออกจากร่างแล้วเหรอหลงตา”
       หลวงตาคงนึกขึ้นได้แล้วก็ไม่รู้จะทำยังไงเลยเลยตามเลย “เออ สงสัยท่านจะเหนื่อย”
       “นึกว่าตอบคำถามไม่ได้เลยหนีไปดื้อๆ” ดาวเรืองแขวะ
        หลวงตาคงกระทืบเท้าชี้หน้าทำโกรธจัดกลบเกลื่อนเรื่องที่ตัวเองเผลอ
       “ไอ้เรือง!!! เอ็งอย่าลบลู่เจ้าแม่นะเว้ยยยยย ท่านเห็นใครเดือดร้อนมาหาท่าน ท่านก็ลงมาช่วยเหลือมาตักเตือน ท่านมาสอนให้คนคิดดีทำดี ไอ้ ๓ คนนี้มันคิดดีทำดีได้เองเหรอ คนดีๆที่ไหนมันจะโดนผีหลอก จะมีก็แต่คนเลวๆทั้งนั้นล่ะที่โดนหลอกจนหัวตั้งเด่แบบเนี้ย”
        ระหว่างที่ตะโกน หลวงตาคงออกลีลาจัดจนผ้าที่โพกหัวไว้หลุดผ่านหน้าลงมา เผยให้เห็นผมที่ตั้งเด่ของหลวงตาชี้เป็นสง่าแทนที่ ทุกคนเห็นผมหลวงตาคงแล้วถึงกับอ้าปากหวอ หลวงตาคงหน้าซีดไปแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงเก็บผ้าที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาแล้วแก้เก้อด้วยการเอามือลูบผม
        “ข้าไม่ได้โดนหลอกเว้ย ไม่ต้องมอง แค่เอ็นหัวมันยึดแค่นั้น”
        หลวงตาคงไล่มองทุกคนที่มองมาที่ตนเอง เพราะยิ่งบอกไม่ให้มองทุกคนยิ่งพากันมอง
        “ที่นี่มีทุกอย่างยันผี” จินตวัฒน์มองดาวเรืองแล้วส่ายหัว “แสบจริงๆ”
       
        ดาวเรืองเดินหัวเราะท้องคัดท้องแข็งมากับเพี้ยน
       “โอ๊ย..ขำเว้ย คราวนี้หลงตาคงคงต้องไปให้หมอสะกิดรากผม แล้วก็เย็บหน้าที่แตกเพล้งให้เข้าที่แล้วว่ะ สมน้ำหน้าชอบงมงายชาวบ้านดีนัก”
        “แสดงว่าไอ้ผีเจ้าปู่ทรงเคียวก็หลงตาคงสินะ ทำไมพี่เรืองไม่แฉมันกลางวงเลยล่ะ” เพี้ยนถาม
        “ขืนแฉ พวกนั้นก็รู้สิว่าข้าคือเจ้าแม่จูออน ส่วนเอ็งไอ้กุมารอ้วนพี 5 5 5”
        ทั้งคู่หัวเราะงอหายกันอีกครั้ง สักครู่เสียงหัวเราะก็หายไปเมื่อทั้งคู่เห็นจินตวัฒน์กับกำจรนั่งอยู่บนรถที่เปิดกระจกจอดอยู่ตรงหน้า
       “สวยดีนะรองเท้า เทรนด์ใหม่เหรอ” จินตวัฒน์ถาม
       “คนมันสวยใส่อะไรก็สวยช่วยไม่ได้ ไม่หนักกบาลใครด้วย หรือกบาลใครหนัก” ดาวเรืองย้อน
        จินตวัฒน์ข่มใจไม่ให้โกรธ “ไม่หนักกบาลใครหรอก ฉันแค่คิดว่าเธออาจจะสวยกว่านี้ก็ได้ถ้าได้ใส่รองเท้าที่เข้าคู่กันกับ..สายคล้องกุญแจนี่”
        จินตวัฒน์หยิบรองเท้าและสายคล้องกุญแจรูปหัวกะโหลกไขว้ขึ้นมาโชว์ ก่อนจะเปิดประตูลงมายื่นให้ ดาวเรืองกับเพี้ยนหันมามองหน้ากันเพราะงงว่ามันมาอยู่กับปลัดได้ยังไง ก่อนจะยื่นมือไปรับของคืนมา แต่จินตวัฒน์ชักมือกลับ
        “ผู้ใหญ่คืนของให้ต้องทำยังไงก่อน”
        ดาวเรืองข่มใจยกมือไหว้แพล็บเป็นลิงหลอกเจ้า
        กำจรนึกสนุกจึงตามลงมา “เฮ้ยยย..ไหว้ล่กๆเป็นลิงอย่างนี้เสียถึงแม่เอ็งนะเว้ย น้าบานเป็นถึงอดีตเทพีวัดดอน ไหว้รับสายสะพายทีย่อจนเข่างี้ติดพื้น”
        “คนอย่างไอ้เรืองมีศักดิ์ศรีเว้ย จะยกมือไหว้ใครก็เพราะใจอยากไหว้ ไม่ใช่โดนใครบังคับ” ดาวเรืองบอก
        ดาวเรืองเดินหนีไปทันที เพี้ยนเดินตาม แล้วหญิงสาวก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงจินตวัฒน์ไล่ตามหลัง
        “เธอไม่แน่จริง!”
        ดาวเรืองหันขวับกลับมาหาจินตวัฒน์
        จินตวัฒน์พูดต่อ “การไหว้เป็นมารยาทเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของคนไทย ไม่ใช่สัญลักษณ์ที่จะเอามาประกาศศักดิ์ศรีว่าใครแน่กว่าใคร ฉันเก็บของเธอได้ ฉันแสดงน้ำใจด้วยการเอามาคืน เธอก็ควรจะแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนมีวัฒนธรรมมีมารยาทไม่ใช่เหรอ”
        ดาวเรืองยกมือไหว้งามกว่าเดิมแต่ก็ยังคงล่กๆ อยู่ จินตวัฒน์ส่งรองเท้ากับที่คล้องกุญแจให้
        ดาวเรืองคว้าหมับ “อย่าคิดว่าเป็นบุญคุณอะไรนะ”
        “คุณปลัดเขาเอาของมาคืน ก็เพราะต้องการจะรักษาหน้าเอ็งนะเว้ยไอ้เรือง” กำจรบอก
       “หน้าพี่เรืองใสยังกะตูดเด็ก ไม่ได้เป็นสิวฝ้ากลากเกลื้อนนี่หว่า จะรักษาทำไมวะ” เพี้ยนท้วง
       “อ้าว..ไอ้นี่ ก็เอ็ง๒คนไม่ใช่เหรอ ที่แต่งผีไปหลอกพวกไอ้วรรณมัน” กำจรว่า
        “ทำไมคิดว่าเป็นฉัน ทำไมไม่คิดว่าเป็นไอ้คนที่มาขโมยรองเท้าฉันไป แล้วไปก่อเรื่อง” ดาวเรืองถาม
        “ผีตัวนั้นมันใส่รองเท้าเหมือนกัน ๒ ข้าง เธออย่าแถนะว่าขโมยมันเอารองเท้าเธอไป ๒ ข้าง แล้ววิ่งเอากลับมาคืนข้างหนึ่งน่ะ”
       ดาวเรืองจนด้วยเหตุผลแต่ก็ยังแถ “สำรวจสำมโนรองเท้าเนี่ย หน้าที่ปลัดเหรอ”
       “ฉันต้องการเป็นเพื่อนกับเธอนะ” จินตวัฒน์บอก
        “ไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับข้าราชการเว้ย ไม่ชอบพวกหน้าไหว้หลังหลอก ปากบอกไม่กินน้ำร้อนน้ำชา แต่แอบซดไวน์โฮกๆใต้โต๊ะขวดละเป็นแสน” ดาวเรืองว่า
       “ข้าราชการดีๆก็มีเยอะ ทำไมไม่มองบ้าง” จินตวัฒน์ถาม
        “จะบอกว่ายืนอยู่ตรงนี้คนหนึ่งงั้นสิ” ดาวเรืองเหยียด “อยู่นี่ให้ถึง ๒ อาทิตย์ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาโม้”
       
        ดาวเรืองยิ้มเย้ยใส่จินตวัฒน์ก่อนจะเดินออกไปกับเพี้ยน กำจรส่ายหน้า ในขณะที่จินตวัฒน์ถอนใจเฮือก
       
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดาวเรือง ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
ดาวเรือง ตอนที่ 12
ดาวเรือง ตอนที่ 11
ดาวเรือง ตอนที่ 10
ดาวเรือง ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014