หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | บันเทิง Exclusive
บันเทิง Exclusive แฉเบื้องหลัง

ย้อนรอย “ยุ้ย รจนา” ก่อนเร่ร่อน เลิกยาแต่กินเหล้า เจอ “ป้ามหาภัย” ไปปล่อยทิ้งสะพานลอย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2556 13:20 น.
ย้อนรอย “ยุ้ย รจนา” ก่อนเร่ร่อน เลิกยาแต่กินเหล้า เจอ “ป้ามหาภัย” ไปปล่อยทิ้งสะพานลอย
        อดีตผู้จัดการส่วนตัว “ยุ้ย รจนา” ยันไม่ได้เทกยาแล้วสติแตก เผยก่อนหน้านี้ไม่กินเหล้าไม่บุหรี่แต่พอไปอยู่กับ “ป้ามหาภัย” พาไปเดินแบบก็กินเหล้าสูบบุหรี่ สุดท้ายเอาไปปล่อยทิ้งไว้สะพานลอยก่อนจะกลายเป็นคนเร่ร่อน สุดสงสารไม่มีใครรับยุ้ยไปดูแล
       
       "โจ สาโรจน์ ณ นคร" อดีตผู้จัดการส่วนตัวของ “ยุ้ย รจนา เพชรกัณหา” เผยสมัยที่ดูแลยุ้ยไม่เคยกินเหล้าสูบบุหรี่ แต่ตอนหลังยุ้ยไปอยู่ในความดูแลของคนอื่น และย้ายไปอยู่กับคนโน้นคนนี้ที จนกระทั่งล่าสุดไปอยู่กับ “คุณป้า” คนหนึ่งที่พาไปเดินแบบทำให้กลับมากินเหล้าสูบบุหรี่ และภายหลังป้าคนดังกล่าวก็พาทิ้งไว้ที่สะพานลอยกลายเป็นคนเร่ร่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว
       
       “ผมรู้จักกับยุ้ยตั้งแต่ปี 2000 ที่งานแอลแฟชั่นวีค ก็มีการแลกเบอร์กันและยุ้ยก็ไปเดินแบบที่เมืองนอก มาเจอเขาอีกทีตอนที่ไปออกรายการหนึ่ง ก็ทราบว่าเขาป่วยเป็นไพโบล่าร์สารในสมองไม่เท่ากันลำบาก ก็เลยไปเยี่ยมเขาตั้องใจเอาเงินเอาเสื้อผ้าไปให้ ตอนนั้นยุ้ยยังรักษาตัวอยู่พอออกทีวีไปก็มีคนเข้ามาหาเขาเยอะ เขาก็จัดลำดับอะไรได้ไม่ดี พอเริ่มมีงานเขาเลยขอให้ช่วยเขาดูหน่อยได้ไหม เพราะเขาจัดลำดับอะไรไม่ได้ เราก็โอเคช่วยดูแลแต่เป็นช่วยดูในเรื่องของสัญญาการรับงาน แต่การจ่ายเงินก็ให้ลูกค้าจ่ายกับยุ้ยไปเลยเราไม่เกี่ยวข้อง”
       
       “จากนั้นก็มีการตั้งแฟนเพจของยุ้ยขึ้นมาและมีการทำกิจกรรมมีทติ้งกับน้องๆ ช่วงนั้นพอเขาเริ่มกลับมามีชื่อเสียงคนก็เข้ามาหาเยอะ และเขาก็มาบอกว่ามีพี่คนหนึ่งเขาจะมาช่วยดูแลและจะหามีงานให้ทำตลอดมีพาวเวอร์ในวงการ เราก็โอเคยินดีที่เขาจะได้คนดุแลที่ดี เราก็โอเคให้เขาไปทำงานด้วยกัน แต่ถ้ามีอะไรก็โทรมาปรึกษากันได้”
       
       “ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจอเขาเลย 1 ปี และเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาก็มีโรงพยาบาลโทรศัพท์มาถามว่า เป็นญาติกับยุ้ยหรือเปล่า มีคนไปเจอยุ้ยเร่ร่อนอยู่ที่สะพานลอย เขาจำอะไรไม่ได้จำได้แต่เบอร์โทรของโจ เราก็รีบไปหาเขาที่โรงพยาบาลเขาก็จำเราได้และก็พูดคุยกัน เขาก็เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาเขาไปอยู่กับคนโน้นคนนี้ครั้งละ 2 - 3 เดือนและไม่ได้กินยาเพราะไม่มีเงิน ผมก็เชคกับทางคุณหมอว่าเขากลับไปเทกยาหรือไม่ ซึ่งคุณหมอก็ยืนยันว่าไม่ได้ใช้ยาแต่มีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดนิดหน่อย”
       
       “ก่อนเดือนกรกฏาคมเขาไปอยู่กับป้าคนหนึ่ง ซึ่งป้าคนนี้เขาตามยุ้ยไปทำงานที่ร้านเพชรขอนแก่น ร้านเพชรรู้จักกับป้าคนนี้และก็เบิกเงินไป 50,000 บาท ระหว่างทำงานยุ้ยก็กินเหล้าสูบบุหรี่ตลอดแต่สามารถทำงานได้ เราฟังแล้วก็แปลกใจทำยุ้ยไปทำแบบนั้น เพราะตลอดเวลาที่อยู่กับเราเขาไม่เคยแตะเรื่องพวกนี้เลย”
       
       “และยุ้ยก็เล่าให้ฟังต่อว่า วันหนึ่งป้าคนนี้ก็พายุ้ยออกไปข้างนอกและพามาทิ้งไว้ที่สะพานลอยเขาไปไหนไม่ถูกก็เร่ร่อนไปเรื่อยจนกระทั่งมาอยู่โรงพยาบาล ผมก็เลยติดต่อให้พ่อของยุ้ยมาหาที่โรงพยาบาล ก็คุยกับพ่อว่าจะช่วยหาที่อยู่ให้ยุ้ยและจะเปิดครอสสอนเดินแบบให้ แต่ระหว่างที่เตรียมงานไม่รู้จะให้ยุ้ยไปอยู่ไหนให้พ่อรับยุ้ยไปดูแลก่อน พ่อก็บอกว่า พ่อทำงานที่กรุงเทพที่พักก็มีแต่ผู้ชายคงไม่สะดวก ก็เลยให้กลับไปอยู่กับแม่เลี้ยงที่ต่างจังหวัด”
       
       “ช่วงปลายเดือนสิงหาคมเขาก็ยังอยู่ที่ต่างจังหวัด มีช่างภาพอังกฤษมาเยี่ยมยุ้ยเพื่อไปเก็บข้อมูลถ่ายทำสารคดีถ่ายประวัติเรื่องราวของเขา และจู่ๆ ก็มาเป็นข่าวว่ากลายเป็นคนเร่ร่อน เห็นข่าวแล้วตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้นเป็นอย่างนี้ได้ไง”
       
       “เท่าที่ได้คุยกับคุณหมอมาหลักๆ ของคนที่ไบโพล่าร์จะต้องรับยาตลอดชีวิตถ้าหยุดยาจะเกิดอาการ คนเป็นโรคนี้ไม่ใช่โรคจิตไม่ใช่คนบ้าแต่สารหลั่งไม่เท่ากัน ควรที่จะพบหมออย่างต่อเนื่องและที่สำคัญเลยเขาจะต้องอยู่กับคนที่เอาใจใส่ดูแลต้องเข้าใจเขา แต่ยุ้ยนี่ค่อนข้างลำบากนะ เพราะพ่อกับแม่เขาเลิกกันพ่อเขาก็ทำงานที่กรุงเทพ เขามีพี่ชายด้วยนะแต่ก็ไม่มีใครรับเขาไปดูแล พ่อเขาก็รักยุ้ยมากแต่ก็คงไม่สามารถจะดูแลได้ ตอนนี้เลยไม่รู้จะยังไง หมอก็ยังไม่ให้ใครเขาเยี่ยม ก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่จะได้เยี่ยมอยากจะช่วยเหลือ”

ย้อนรอย “ยุ้ย รจนา” ก่อนเร่ร่อน เลิกยาแต่กินเหล้า เจอ “ป้ามหาภัย” ไปปล่อยทิ้งสะพานลอย
       

ย้อนรอย “ยุ้ย รจนา” ก่อนเร่ร่อน เลิกยาแต่กินเหล้า เจอ “ป้ามหาภัย” ไปปล่อยทิ้งสะพานลอย
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทำดีหมาไม่มอง “ปิ๋ม” เตรียมเต้นท่าหอยแครงกระแทกพื้น ประชัน “ศรเพชร”
“ยุ้ย” ใจหาย “แม่ทุม” ทรุดหนัก ตระเวนทำบุญหวังปฏิหาริย์
“จา พนม” ร่ำไห้ เปิดใจไม่เชื่อพ่อไม่ให้เผาผี สานต่อเจตนารมณ์ สร้างมูลนิธิช้างให้สำเร็จ
“แม่ยาย” ยัน “จา พนม” กลับบ้านกราบศพพ่อแน่ รอเคลียร์คิวกองถ่าย
“แจ็ค ธนพล” โต้ข่าวกิน “มะปราง” ยอมรับมีเมียแล้วเตรียมเปิดตัว
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
82 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
18 %
ความคิดเห็นที่ 9 +43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง
เมื่อหม่นหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา
เมื่อไม่มีหมดมิตรมุ่งมองมา
เมื่อมอดม้วยแม้หมูหมาไม่มามอง
หลักการในการใช้ชีวิตที่ปราชญ์ท่านสอนเอาไว้ครับ
อย่าประมาทกับทุกเรื่องครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไง ๆ เค้าก็ ลำบาก อยู่ ทางผู้จัดการน่าจะเอา รูป อืนลงน่ะครับ.
สิทธิื
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โรคสารหลั่งในสมองไม่เท่ากันไม่ต้องเสพยาหรือไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็เป็นได้ครับ คนที่ประสบปัญหาชีวิตทั้งด้านการงานหรือครอบครัว เครียด เปนโรคซึมเศร้าก็เกิดขึ้นได้ครับเพียงแต่การกินเหล้าเสพยาจะเป็นตัวกระตุ้นให้รุนแรงขึ้นและรักษายากและนานขึ้น ปัจจุบันคนเป็นกันมากแต่ไม่รู้ตัวที่สำคัญคือไม่สามารถตรวจพบได้ทั่วไป ไม่สามารถตรวจเจอโดยการเจาะเลือดหรือตรวจอย่างอื่นได้เลย จะทราบได้โดยการวินิจฉัยของแพทย์ทางจิตเวชเท่านั้นหรือมีอาการมากเหมือนคุณยุ้ยนี่แหละครับ ดังนั้นคนทั่วไปจึงเป็นโดยไม่รู้ตัวเพราะคงไม่มีใครอยู่ๆก็เดินอข้าไปพบหมอจิตเวชแน่กลัวคนอื่นจะว่าเป็นบ้า จนกระทั่งอาการกำเริบหนักและมีปัญหาซำ้เติมเข้ามาเรื่อยๆ น่าสงสารเธอมากครับโดยเฉพาะคนรอบข้างครอบครัวเธอแตกแยกไม่มีคนเข้าใจเธอเหมือนคนโดดเดี่ยว ที่ทราบดีเพราะตัวเองป่วยด้วยโรคนี้อยู่ครับแต่อาการไม่มากเหมือนคุณยุ้ยเพราะไม่เคยเสพยาหรือกินเหล้าไม่เคยสูบบุหรี่ด้วย แต่เกิดจากโรคเครียดและซึมเศร้าหาหมอและเช็คร่างกายหลายครั้งมากตรวจทุกอย่างหมอก็ยังบอกว่าปกติ จนกระทั่งตัดสินใจเข้าพบคุณหมอจิตเวชหรือหมอโรคประสาทนั่นแหละครับถึงรู้ว่าเป็นต้องกินยา2-3ปีและต้องดูแลตัวเองดีๆพยายามไม่เครียดที่สำคัญคืออย่าเก็บตัวอยู่คนเดียว ย้ำครับทุกคนเป็นได้โดยไม่รู้ตัว ขอให้กำลังใจเธอครับ
Cha
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางคนไม่รู้เรื่องก็ด่าก่อน โรคนี้เป็นได้ทุกเพศไม่ว่าชายหรือหญิง โดยเฉพาะวัยกลางคนขึ้นไป หรือวัยทำงาน ไม่จำเป็นต้องกินเหล้า สูบบุหรี่ถึงเป็น เป็นโรคที่สารในสมองหลั่งไม่เท่ากัน จะอาการแปรปรวนของความรู้สึก รู้ตัวแต่ในบางรายก็ต้องสะกดอารมณ์ให้อยู่ ยิ่งถ้าขาดยาก็จะแปรปรวนง่าย หงุดหงิดง่าย หรือบางทีก็ร่าเริงจนเกินเหตุ หรืออาจจะฉุนเฉียว เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมดก็มี ต้องใช้ยาช่วยและพบหมอสม่ำเสมอถึงจะดีขึ้น
....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางคนไม่รู้เรื่องก็ด่าก่อน โรคนี้เป็นได้ทุกเพศไม่ว่าชายหรือหญิง โดยเฉพาะวัยกลางคนขึ้นไป หรือวัยทำงาน ไม่จำเป็นต้องกินเหล้า สูบบุหรี่ถึงเป็น เป็นโรคที่สารในสมองหลั่งไม่เท่ากัน จะอาการแปรปรวนของความรู้สึก รู้ตัวแต่ในบางรายก็ต้องสะกดอารมณ์ให้อยู่ ยิ่งถ้าขาดยาก็จะแปรปรวนง่าย หงุดหงิดง่าย หรือบางทีก็ร่าเริงจนเกินเหตุ หรืออาจจะฉุนเฉียว เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมดก็มี ต้องใช้ยาช่วยและพบหมอสม่ำเสมอถึงจะดีขึ้น
....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้องธรรมเท่านั้นที่จะช่วยพี่เค้าได้
nana
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสียดาย อดีตอันรุ่งโรจน์ของเธอ เป็นนางแบบไทยคนเดียวที่ไปเดินเเคทวอร์คในเวทีแฟชั่นโลก น้องยุ้ยเธอสวยเเบบไทยๆจริงๆ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ เสียดายมาก ขอให้ชีวิตน้องเเละสุขภาพดีขี้น พบเจอเเต่สิ่งดีๆ
แพม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 -5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้านที่บ้านนอกยังเป็นบ้านหลังเก่าๆ ซอมซ่อแสดงว่า ตอนมีเงิน คงส่งเงินมาทางบ้านเพียงน้อยนิด เพราะความอกตัยญู ชีวิตถึงตกต่ำ
น่าคิด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คห19 เป็นความปรารถนาดีที่ไม่มีทางเป็นไปได้ แค่อยู่ในบ้านเกิดยังเร่ร่อน และอาการป่วยของเธอต้องรักษาอย่างต่อเนื่องระยะยาว
อยู่เมืองนอกแล้วไปแต่งกับฝรั่ง วันไหนเป็นอีก ไม่โดนซ้อมตายหรือ
อยู่เมืองไทยให้ได้ดีกว่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เสียดายเธอไม่มีญาติพี่น้องรึเพื่อนอยู่เมืองนอก
รักษาจิตใจให้หายดี แล้วไปทำงานเสิร์ฟอาหารในบาร์ที่เมืองนอกก็ไม่น่าเกลียด อาจจะเจอรักดีๆ ก็ได้ ไปทำงานที่โน่นอย่างน้อยอาจทำให้รู้สึกใกล้เคียงที่ที่เคยรุ่งโรจน์ อะไรๆอาจจะดีขึ้น อาจจะมีกำลังใจต่อสู้ชีวิตขึ้นมาใหม่ก็ได้
ใครล่ะจะช่วยหยิบยื่นโอกาสนี้ให้กับเธอ...???
หนทางที่จะกลับไปเป็นนางแบบดังรึให้คนยอมรับเหมือนเดิมยาก ริบหรี่ นอกจากช่วยๆเขาฟื้นฟู เยียวยาจิตใจตัวเองให้หายดี รักษารูปร่างสุขภาพให้ดีๆ ทางเดียวที่จะกลับไป โกอินเตอร์ เหมือนเดิมรึใกล้เคียงแต่อาจจะไม่ฟูฟ่าเหมือนเก่า คือหาสามีฝรั่งดีๆแต่งงาน แล้วไปอยู่เมืองนอกกับเขาซะ อาจจะช่วยได้ ให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
ไม่ใช่เรื่องยากรึเลวร้ายและต้องเปลี่ยนนิสัย เลิกใช้ชีวิตแบบโง่ๆ หลงผิดเหมือนเดิม เดินแบบเหมือนเดิมไม่ได้ แต่กลับใจเป็นคนดีหาสามีทำตัวดีๆได้ ยังไม่สาย
ทางจะกลับไปเป็นนางแบบโกยเงินที่เมืองไทย มันริบหรี้ืแต่หนทางเดินอื่นในชีวิตยังมี....
@@@@@__@@@@@
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไง ๆ เค้าก็ ลำบาก อยู่ ทางผู้จัดการน่าจะเอา รูป อืนลงน่ะครับ.
สิทธิื
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยังไง ๆ
สิทธิ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้ข่าวว่าประเทศเรา มีผู้หญิงที่โง่ๆงี่เง่าแมร่งก็เป็นโรคนี้ ต้องรับยาเป็นประจำถ้าขาดยามันควบคุมอาการตัวเองไม่ได้ แบบว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวติงต๊อง เสียใจก็แสดงออกแบบไม่เก็บอาการ ดีใจชอบใจก็จะแสดงออกในลักษณะเดียวกัน อีโง่ไบโพล่าเดินขาถ่างเอ้ยไปตายซะ
ตอนนี้มันเอาแต่เที่ยวอย่าให้ขาดยานะเดี๋ยวฮิสทีเรียกำเริบง่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โรคสารหลั่งในสมองไม่เท่ากันไม่ต้องเสพยาหรือไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็เป็นได้ครับ คนที่ประสบปัญหาชีวิตทั้งด้านการงานหรือครอบครัว เครียด เปนโรคซึมเศร้าก็เกิดขึ้นได้ครับเพียงแต่การกินเหล้าเสพยาจะเป็นตัวกระตุ้นให้รุนแรงขึ้นและรักษายากและนานขึ้น ปัจจุบันคนเป็นกันมากแต่ไม่รู้ตัวที่สำคัญคือไม่สามารถตรวจพบได้ทั่วไป ไม่สามารถตรวจเจอโดยการเจาะเลือดหรือตรวจอย่างอื่นได้เลย จะทราบได้โดยการวินิจฉัยของแพทย์ทางจิตเวชเท่านั้นหรือมีอาการมากเหมือนคุณยุ้ยนี่แหละครับ ดังนั้นคนทั่วไปจึงเป็นโดยไม่รู้ตัวเพราะคงไม่มีใครอยู่ๆก็เดินอข้าไปพบหมอจิตเวชแน่กลัวคนอื่นจะว่าเป็นบ้า จนกระทั่งอาการกำเริบหนักและมีปัญหาซำ้เติมเข้ามาเรื่อยๆ น่าสงสารเธอมากครับโดยเฉพาะคนรอบข้างครอบครัวเธอแตกแยกไม่มีคนเข้าใจเธอเหมือนคนโดดเดี่ยว ที่ทราบดีเพราะตัวเองป่วยด้วยโรคนี้อยู่ครับแต่อาการไม่มากเหมือนคุณยุ้ยเพราะไม่เคยเสพยาหรือกินเหล้าไม่เคยสูบบุหรี่ด้วย แต่เกิดจากโรคเครียดและซึมเศร้าหาหมอและเช็คร่างกายหลายครั้งมากตรวจทุกอย่างหมอก็ยังบอกว่าปกติ จนกระทั่งตัดสินใจเข้าพบคุณหมอจิตเวชหรือหมอโรคประสาทนั่นแหละครับถึงรู้ว่าเป็นต้องกินยา2-3ปีและต้องดูแลตัวเองดีๆพยายามไม่เครียดที่สำคัญคืออย่าเก็บตัวอยู่คนเดียว ย้ำครับทุกคนเป็นได้โดยไม่รู้ตัว ขอให้กำลังใจเธอครับ
Cha
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยเป็นไบโพล่าค่ะ ขอบอกว่า ไม่จำเป็นต้องรับยาตลอดชีวิต เพียงแต่ในช่วงที่เป็น จะต้องไปพบหมอและทานยาประจำ ถ้าอาการดีขึ้น หมอจะค่อยๆ ปรับลดยาจนหยุดทานไปเลย ตอนที่เป็นใช้เวลาประมาณ 3 ปี แล้วหมอก็ให้หยุดทานยาได้ ไม่ต้องไปหาหมอแล้ว ตอนนี้ก็ปกติดีค่ะ สามารถทำงานได้ปกติ
เคยเป็น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 -2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เวลาเรา ร่ำรวยเงินทอง เราต้อง เผื่อแผ่ พ่อ แม่ ญาติพี่น้องให้ทั่วถึง ขอให้เราทำไปให้สม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่า ร่ำรวยเงินทองแล้ว กินใช้ คนเดียว หรือเฉพาะเพื่อนฝูง เพราะสุดท้ายแล้สเวลาเรา ตกระกำลำบาก พ่อแม่ญาติพี่น้องเรา นั้นแหละที่สามารถช่วยเหลือเราได้
ซำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไพโบล่าร์ --> คำนี้ได้มาจากคำสัมภาษณ์โดยตรง หรือว่ายังงัยครับ
ไบโพล่าร์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
" เมื่อยามมี ผีผอม ตรอมกันแดร็ก
พอโลงแตก ผีอ้วน ชวนกันหนี "
คำแม่สอน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราว่าภาพเธอสวยออก รูปร่างดีมาก ไม่ได้น่าเกลียดอะไร
อ้อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +43 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง
เมื่อหม่นหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา
เมื่อไม่มีหมดมิตรมุ่งมองมา
เมื่อมอดม้วยแม้หมูหมาไม่มามอง
หลักการในการใช้ชีวิตที่ปราชญ์ท่านสอนเอาไว้ครับ
อย่าประมาทกับทุกเรื่องครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่มันชิวิตพจมารไม่ใช่หรือครัฟ
อ่าวหรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนรุ่งคนหา ตอนร่วงคนหาย...ชีวิตมนุษย์ขี้เหม็น
toto
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โรคเดียวกับนิกกี้ พิ้มเลย
น้าหงา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะขุดจะคุ้ยชีวิตเค้าอะไรนักหนา
เฮ้อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สภาพแวดล้อมทางครอบครัวคุณยุ้ยไม่ดีเลย ไม่น่ากลับไปอยู่ที่บ้าน หาที่ดีๆให้เธออยู่จะดีกว่า
เจม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยาแพงนะ บัตรทองไม่ช่วย ไม่กินยาบ้าทำร้ายคนอื่นติดคุกอีก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014