“The Mask Singer” ถูกจริตเผือกแบบไทยๆ กับโจทย์ดราม่าอย่างเดียวคงไม่พอ

โดย MGR Online   
20 มีนาคม 2560 10:40 น. (แก้ไขล่าสุด 23 มีนาคม 2560 08:48 น.)
       
       
        ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จอย่างมากๆ สำหรับรายการ “The Mask Singer” (หน้ากากนักร้อง) ที่ใกล้จะรู้กันแล้วว่าหน้ากากใดจะเป็นแชมป์? และภายใต้หน้ากากนั้นคือใคร?
       
        ถามว่าประสบความสำเร็จขนาดไหน? คำตอบก็คือ ขนาดที่ว่าส่งผลให้เรตติ้งช่องเวิร์คพอยท์ 23 มีตัวเลขที่แซงละครทั้งของช่อง 7 และช่อง 3 ขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งในช่วงไพรม์ไทม์กันเลยทีเดียว
       
        อย่างที่หลายคนรู้กันว่า รายการนี้เป็นการที่เวิร์คพอยท์ ไปซื้อลิขสิทธิ์มาจากเกาหลี (ใต้) ทว่า ในเวอร์ชันของไทยเรานั้นได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอไปไม่น้อย
       
        โดยเฉพาะในส่วนของโปรดักชันส์ หน้ากาก ชุด ที่ผู้เข้าแข่งสวมใส่ที่มีการ “จัดเต็ม” มากๆ กระทั่งเจ้าของต้นฉบับ หรือแม้แต่ประเทศจีนที่ซื้อลิขสิทธิ์รายการไปก่อนหน้ายังต้องเอ่ยปากชมในส่วนนี้

“The Mask Singer” ถูกจริตเผือกแบบไทยๆ กับโจทย์ดราม่าอย่างเดียวคงไม่พอ
        อันที่จริงถ้าว่ากันเฉพาะการใช้เสียงเพลงมาเป็นเกณฑ์ในการแข่งขัน สำหรับ “The Mask Singer” แล้วต้องถือว่าไม่ได้เข้มข้นสุดๆ แต่อย่างใด ซึ่งก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่เกาหลีหรือจีนเองก็ไม่ได้เน้นตรงนี้มากนัก หากแต่จะเน้นความตลกโปกฮาด้วยการนำเอาคนที่มีชื่อเสียงมาทำอะไรแปลกๆ หรือทำในสิ่งที่คนดูไม่คิดว่าเจ้าตัวจะทำซะมากกว่า
       
        ส่วนเหตุผลที่ทำให้รายการนี้น่าสนใจ และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในบ้านเราก็คงจะหนีไม่พ้นการสร้างความอยากรู้ อยากเห็นกันว่าภายใต้หน้ากากนั้นๆ คือ ใครกันแน่ ซึ่งตรงนี้ต้องถือว่าตรงกับรสนิยม “เผือก” เรื่องของชาวบ้านตามแบบฉบับคนบ้านเราเป็นอย่างมากอยู่แล้ว
       
        ว่ากันว่า ก่อนจะปรากฏเป็นรายการหน้าจอทีวี เบื้องหลังการถ่ายทำของรายการค่อนข้างจะเป็นความลับสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าห้องประชุมเด็ดขาด แม้แต่ในห้องตัดต่อก็ต้องปิดทึบขนาดที่ผู้บริหารจะเข้าไปยังต้องขออนุญาตทีมงานก่อน
       
        นอกจากนี้ ทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน ผู้เข้าแข่งขัน คนติดตาม ที่มีจำนวนกว่า 500 คน จะต้องทำสัญญาที่จะไม่เปิดเผยความลับกับใคร ไม่ว่าจะเป็นเมีย ผัว หรือลูก รวมถึงการไปรับผู้เข้าแข่งขันก็ทำอย่างกับหนังสายลับ เพราะต้องมีการสลับสับเปลี่ยนรถยนต์ และเมื่อมาถึงสตูฯ แล้วก็จะคลุมหน้าตาพาไปยังห้องแต่งตัวที่มีความเข้มงวดในเรื่องคนเข้าออกมากๆ
       
        แม้จะเป็นความลับสุดๆ แต่กระนั้นก็น่าสนใจทีเดียวว่าทำไมถึงได้มีสื่อหลายสื่อกล้าที่จะฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแหกว่า 4 หน้ากากผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายเป็นใครบ้าง แถมดันถูกเป๊ะตรงเผงไปแล้วถึง 2 อีกต่างหาก
       
        ที่สำคัญ ในหลายเทปที่ผ่านมา แม้ว่าคนดูจะมีความตื่นเต้นใคร่รู้เป็นอย่างมากว่าใครกันหนอที่อยู่ใต้หน้ากาก มีการคาดเดากันไปต่างๆ นานา แต่ครั้นพอเฉลยออกมาแทนที่คนดูจะเกิดความเซอร์ไพรส์ให้สมกับความอยากรู้ของตนเอง หลายผู้เข้าแข่งขันกลับทำให้คนดูเองเกิดอการเหวอๆ งงๆ ประมาณว่าชั้นจะต้องตื่นเต้นดีมั้ย? อีกต่างหาก
       
        เพราะฉะนั้นโจทย์สำหรับทีมงานในซีซั่นถัดไปเรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหา หากแต่ประเด็นสำคัญจึงน่าจะไปอยู่บนโจทย์ที่ว่าจะทำอย่างไรให้คนดูแปลกใจหรืออึ้งสุดๆ หลังจากที่มีการเฉลยแล้วนั่นเอง
       
        โชว์จะต้องเข้มข้นเอาจริงเอาจังขึ้นมั้ย? หรือจำเป็นที่จะต้องเอาซูเปอร์สตารตัวพ่อตัวแม่จริงๆ มาร่วมรายการมั้ย? เพราะลำพังดราม่าอย่างเดียวเห็นทีจะไม่เพียงพอกับความคาดหวังของแฟนๆ รายการนี้ซะแล้ว...

จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
78 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
22 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017