6 เพลงมัน คาราบาว ฝีมือหวดกลอง น้า“เป้า คาราบาว”ตำนานมือกลองผู้ยืนยง/บอน บอระเพ็ด

โดย MGR Online   
16 กรกฎาคม 2560 21:23 น. (แก้ไขล่าสุด 24 กรกฎาคม 2560 17:53 น.)
        โดย : บอน บอระเพ็ด (skbon109@hotmail.com)

6 เพลงมัน คาราบาว ฝีมือหวดกลอง น้า“เป้า คาราบาว”ตำนานมือกลองผู้ยืนยง/บอน บอระเพ็ด
เป้า คาราบาว(ภาพ : ผู้จัดการบันเทิง)
        กรกฎาคม 2560 นับเป็นเดือนแห่งการสูญเสียของคนบันเทิงบ้านเรา
       
       ล่าสุดกับอีกหนึ่งเหตุการณ์เศร้าต่อการจากไปของ “เป้า คาราบาว” หรือ “อำนาจ ลูกจันทร์” (จ่าเอก อำนาจ ลูกจันทร์) อดีตมือกลองวงหัวควาย คาราบาว วงดนตรีเพื่อชีวิตอันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่ได้เสียงชีวิตลงอย่างสงบที่โรงพยาบาลกลาง ด้วยวัย 68 ปี หลังจากล้มป่วยเรื้อรังมาเป็นเวลานาน
       
       น้าเป้า คาราบาว เป็นหนึ่งในมือกลองขวัญใจของผม และผมคุ้นเคยกับเสียงกลองของน้าเป้ามาตั้งแต่เด็ก มีหลายเพลงที่พยายามหัดตีกลองตามบทเพลงของคาราบาว แต่สุดท้ายก้หันไปเอาดีทางเครื่องดนตรีชนิดอื่นมากกว่า
       
       น้าเป้า คาราบาว นอกจากจะเป็นมือกลอง(อย่างเป็นทางการ)คนแรกของวงคาราบาวแล้ว ยังเป็นมือกลองในยุคทองหรือยุคคลาสสิกที่วงหัวควายมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด(และได้รับการยกย่องว่าเป็นยุคที่ทางวงหัวคาราบาวสร้างสรรค์ผลงานเพลงได้ดีที่สุด)
       
       น้าเป้าเคยเป็นนักดนตรีในวงดุริยางค์ทหารเรือมาก่อน แล้วได้ใช้เวลาในช่วงนี้เล่นดนตรีตามคลับ บาร์ และเป็นนักดนตรีรับจ้างในห้องอัดเสียง เคยตีกลองให้กับศิลปินชื่อดังของบ้านเรา อาทิ วง PM5 ที่มีดอน สอนระเบียบ เป็นนักร้องนำ,สุเทพ วงศ์กำแหง,สวลี ผกาพันธุ์, ศรีไศล สุชาติวุฒิ เป็นต้น
       
       ในปี พ.ศ. 2526 น้าเป้า ได้มาตีกลองแบ๊คอัพให้กับวงคาราบาว พร้อมกับ เทียรี่ เมฆวัฒนา(กีตาร์-ร้องประสาน) อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี(เครื่องเป่า-คีย์บอร์ด) และ ไพรัช เพิ่มฉลาด(เบส) ในชุด “ท.ทหารอดทน” แล้วหลังจากนั้น ทั้งน้าเป้า น้าเทียรี่ และ อ.ธนิสร์ ได้กลายมาเป็นสมาชิกถาวรของวงคาราบาว พร้อมๆกับได้ร่วมกันสร้างตำนานแห่งวงหัวควายอันลือลั่นขึ้นมา

6 เพลงมัน คาราบาว ฝีมือหวดกลอง น้า“เป้า คาราบาว”ตำนานมือกลองผู้ยืนยง/บอน บอระเพ็ด
เป้า คาราบาว(ภาพ : ผู้จัดการบันเทิง)
        น้าเป้าแม้เป็นชายร่างเล็กแต่ก็สามารถตีกลองได้หนักแน่นเร้าใจ เขาเข้ามาร่วมวงคาราบาวในฐานะมือกลองและเพอร์คัสชั่น มีผลงานตีกลองในนามคาราบาวออกมา 6 ชุดด้วยกัน ได้แก่ “ท.ทหารอดทน”(2526),“เมด อิน ไทยแลนด์”(2527),“อเมริโกย”(2528),“ประชาธิปไตย”(2529),“เวลคัม ทู ไทยแลนด์”(2530) และ“ทับหลัง” (2531)
       
       หลังชุดทับหลังคาราบาวในชุดทองถึงจุดอิ่มตัว ในปี 2532(บางข้อมูลก็ว่า 2533) วงหัวควายมาถึงจุดแยกวง สมาชิกบางส่วนเดินทางไปสร้างสรรค์ผลงานอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง
       
       สำหรับน้าเป้า คาราบาว ได้ออกไปสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ น้าเทียรี่ และ อ.ธนิสร์ ในชื่อชุด “ขอเดี่ยวด้วยคนนะ” ซึ่งเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยน้าเป้าได้ฝากผลงานการแต่งเพลงไว้ เพลงหนึ่งคือ “ศึกบางระจัน”
       
       ต่อจากนั้น 3 คน คาราบาว ได้แยกย้ายไปในเส้นทางของตัวเอง อ.ธนิสร์ ไปสร้างสรรค์ผลงานขลุ่ยบันลือโลก น้าเทียรี่กลับไปร่วมวงกับคาราบาวในยุคใหม่อีกครั้ง ส่วนน้าเป้า นอกจากเล่นดนตรี ตีกลอง ยังเปิดโรงเรียนสอนดนตรี และมีกิจการส่วนตัวคือผลิตเครื่องดนตรีออกจำหน่าย รวมถึงมีผลงานเดี่ยวของตัวเอง(ร่วมกับวงการบูร)ออกมาคือ “นักร้องจำเป็น”ในปี 2541 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

6 เพลงมัน คาราบาว ฝีมือหวดกลอง น้า“เป้า คาราบาว”ตำนานมือกลองผู้ยืนยง/บอน บอระเพ็ด
สมาชิกวงคาราบาวในยุคทอง(น้าเป้า คนกลาง)
        อย่างไรก็ดีในช่วงนี้น้าเป้าก็ยังคงกลับไปร่วมงานกับวงคาราบาวอยู่บ่อยครั้ง เมื่อมีคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ รวมถึงในอัลบั้มครบรอบ 15 ปี คาราบาว คือ “หากหัวใจยังรักควาย” (2538) ที่เหล่าสมาชิกทั้งในยุคทองและยุคหลังได้มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานเพลงของวงหัวควายในชุดนี้ ซึ่งรวมถึงน้าเป้า คาราบาว ที่ได้กลับมาตีกลองและเล่นเพอร์คัสชั่นให้กับวงคาราบาวอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายไปในเส้นทางของตัวเอง
       
       กระทั่งในคอนเสิร์ต 25 ปี คาราบาว บาวเบญจเพส ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี น้าเป้าขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ร่วมกับวงคาราบาวอีกครั้งในฐานะแขกรับเชิญ และได้ร่วมร้องเพลงกับวงคาราบาวคือ “ร้านเหล้าริมทาง” ซึ่งเป็นเพลงแรกและเพลงเดียวที่เป้าร้องให้กับวงคาราบาว
       
       มาวันนี้แม้น้าเป้าจะลาลับจากไป แต่ผลงานของน้าเป้ายังคงอยู่กับเสียงกลองอันเป็นตำนาน ผมจึงขอคัดสรร 6 บทเพลงมันๆในช่วงคาราบาวยุคทองตั้งแต่ชุด ท.ทหารอดทน-ทับหลัง ที่มีน้าเป้าเป็นมือกลองและเพอร์คัสชั่น ซึ่งได้ฝากลีลาการตีกลองอันโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ โดยได้คัดสรรมาอัลบั้มละ 1 บทเพลง ดังนี้

        ชุด ท.ทหารอดทน
       
        ท.ทหารอดทน
       
       
       ลีลากลองในผลงานเพลงชุดนี้ผมยกให้กับเพลง “ท.ทหารอดทน” บทเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม มาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเพลงนี้โดดเด่นด้วยการตีกลองที่ตีในแบบเพลงมาร์ชของทหาร หรือการตีกลองในแบบวงโยธวาทิต ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของเพลง ท.ทหารอดทน มาจนทุกวันนี้ แฟนเพลงวงคาราบาว ฟังแล้วรู้เลยว่านี่คือเพลง ท.ทหารอดทน
       
       ไม่เพียงเท่านั้น ลีลาการตีกลองเพลง ท.ทหารอดทน ของน้าเป้า ยังถูกบันทึกเอาไว้ในวิกิพีเดียด้วยว่า ในคอนเสิร์ตใหญ่“ทำโดยคนไทย” ที่สนามกีฬาเวโลโดรม หัวหมาก เมื่อต้นปี พ.ศ. 2528 ที่มีผู้ชมมากกว่า 60,000 คน น้าเป้าได้โซโล่กลองลีลาเพลงมาร์ชในเพลง ท.ทหารอดทน เป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ต ก่อนที่คอนเสิร์ตนี้จะเล่นไม่จบ เพราะมีคนตีกัน(จนต้องมีการจัดใหม่อีกครั้งในภาคสังคายนาในอีกเกือบ 20 ปี ผ่านมา)
       
       นอกจากเพลง ท.ทหารอดทน แล้วในอัลบั้มชื่อเดียวกันนี้ยังมีเพลงฝีมือน้าเป้าที่เด่นๆอีกอย่างเช่น ทินเนอร์ เวลา คนนิรนาม เป็นต้น ขณะที่เพลง ท.ทหารอดทน ถือเป็นเพลงในสตตูดิโออัลบั้มเพลงแรกที่น้าเป้าเข้ามาตีกลองให้กับวงคาราบาว และเพลงนี้ก็ถูก“แบน”เป็นเพลงแรกของวงคาราบาว ก่อนที่จะมีเพลงอื่นๆที่ถูกแบนตามมาอีกเพียบ

        ชุด เมดอินไทยแลนด์
       
        บัวลอย
       
       
       เมดอินไทยแลนด์ อัลบั้มชุดที่ 5 ของวงหัวควาย ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้มที่โด่งดังที่สุดของวงคาราบาว อัลบั้มที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยซึ่ง วันนี้ทำยอดขายได้กว่า 5 ล้าน ก็อปปี้ และเป็นอัลบั้มที่ดีและลงตัวที่สุดของวงคาราบาว
       
       อัลบั้มชุดเมดอินไทยแลนด์มีบทเพลงในหลากหลายสไตล์ที่มาพร้อมๆกับลีลาเสียงกลองเด่นๆของน้าเป้า ไม่ว่าจะเป็น “เมดอินไทยแลนด์” ที่มีกลิ่นอายดนตรีพื้นบ้านแบบไทยๆ “ลูกหิน” เพลงฮาร์ดร็อกที่น้าเป้าหวดกลองได้อย่างมันสะใจ “สองเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่” ที่มาในสไตล์เร็กเก้ซึ่งคาราบาวกล้าที่จะบุกเบิกการทำเพลงสไตล์นี้ในบ้านเรา “ราชาเงินผ่อน” บทเพลงลีลาสามช่ากับเสียงกลองโจ๊ะๆมันๆ
       
       ส่วนเพลงที่ผมเลือกมานั้นนั่นก็คือ “บัวลอย” หนึ่งในเพลงที่โด่งดงที่สุดของวงคาราบาว และเป็นหนึ่งในบทเพลงเอกลักษณ์ประจำวงหัวควาย บัวลอยเป็นเพลงร็อกๆมัน น้าเป้าย่ำกระเดื่องนำมาก่อน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบิ้ลสแนร์ส่งเข้าเพลงที่มีเสียงกีตาร์มาเล่นรับในเมโลดี้เพลงบัวลอยที่คุ้นหูกันเป็นอย่างดี
       
       สมัยก่อนเวลาเล่นเพลงนี้ ด้วยความมันของเพลงวัยรุ่นมักจะตีกันบ่อยครั้ง จนบัวลอยต้องถูกใช้เล่นเป็นเพลงปิดท้ายคอนเสิร์ต จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำวงคาราบาวมาจนทุกวันนี้

        ชุด อเมริโกย
       
        ซาอุดร
       
       
       ชุดอเมริโกย เป็นยุคที่กลองไฟฟ้าเบ่งบานในบ้านเรา คาราบาวก็เป็นอีกหนึ่งในหัวหอกผู้นำกลองไฟฟ้ามาใช้เล่นทั้งในห้องอัดเสียงและในการแสดงสด เพลงที่มีเสียงกลองไฟฟ้าเด่นชัดในอัลบั้มชุดนี้ก็อย่างเช่น “อเมริโกย” “ตางขโมย”ที่ในช่วงส่งกลองนั้นฟังเด่นชัดมาก
       
       นอกจากนี้ก็ยังมีเพลงกลองมันๆอย่าง ”ข่าวดี”ที่เป็นร็อกมันๆ และ “เฒ่าทะเล”ที่ออกไปในทางแจ๊ซร็อก เสียงกลองมีพาร์ทที่ซับซ้อนไม่ธรรมดา ส่วนเพลงที่ผมขอเลือกในอัลบั้มชุดนี้ คือ “ซาอุดร” บทเพลงร็อกไม่ธรรมดา เพราะช่วงกลางมีท่อนโซโลกลองมันๆ(หลังท่อนโซโลกีตาร์)ที่เล่นพร้อมกับโน้ตสัดส่วนจังหวะขัดๆที่นักดนตรีทั้งหมดต้องแม่นเป๊ะในจังหวะมากๆ

        ชุด ประชาธิปไตย
       
        ประชาธิปไตย
       
       
       ผลงานลำดับที่ 7 ของคาราบาว ที่ทางวงพยามยามหลีกหนีความเป็นสามช่า หันมาเล่นเพลงร็อกหนักๆมันๆกันแทน ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของพาร์ทกลองฝีมือน้าเป้านั้นย่อมต้องมันตามไปด้วย
       
       สำหรับเสียงเพลงกลองมันๆในอัลบั้มชุดนี้ก็มี “ตาตี๋”, “ผู้ทน”, “วันเด็ก” และ “เจ้าตาก” บทเพลงที่ดังที่สุดในอัลบั้มชุดนี้และเป็นหนึ่งในบทเพลงระดับตำนานของคาราบาว ซึ่งลีลาการตีกลองในเพลงนี้ของน้าเป้านั้นก็มันมาก
       
       แต่หากพูดลีลากลองที่มันที่สุดในชุดนี้และผมขอเลือกหยิบขึ้นมาก็คือเพลง “ประชาธิปไตย” เพลงร็อกมันๆ ซึ่งแน่นอนว่าพาร์ทกลองย่อมต้องมันด้วย นำโดยท่อนส่งกลองต่างๆนี่มันเด็ดสะระตี่จริงๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อนเปิดอินโทรที่กลองโซโลนำมานี่มันโคตรมันเลยพับผ่าสิ

        ชุด เวลคัมทูไทยแลนด์
       
        คนหนังเหนียว
       
       
       มาถึงผลงานชุดเวลคัมทูไทยแลนด์ที่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่โด่งดังมากของคาราบาว สามารถขายได้เกินล้านก็อปปี้ อัลบั้มชุดนี้วงคาราบาวลดดีกรีลงมาทั้งทางด้านดนตรี และเนื้อร้อง คือไม่ได้มุ่งไปทางการเมืองเหมือนชุดประชาธิปไตย หากแต่เน้นมาเล่าเรื่องชีวิตคนมากกว่า
       
       ขณะที่ภาคดนตรีนั้นก็ลดความร้อนแรงจากเพลงร็อกๆมันๆในชุดประชาธิปไตย มาเน้นความหลากหลายมากขึ้น แต่ก็ยังมีเพลงสนุกๆอย่าง “เวลคัมทูไทยแลนด์” “บิ๊กเสี่ยว” และ “นีออน” ที่ออกไปในทางแจ๊ซร็อก
       
       ส่วนเพลงกลองมันๆที่ผมขอเลือกในอัลบั้มชุดนี้คือ “คนหนังเหนียว” ที่มาพร้อมกับเสียงกลองโจ๊ะๆมันๆ นับเป็นอีกหนึ่งเพลงมันและเพลงเมาในระดับตำนานที่น้าเล็กและน่าเทียรี่ร้องรับ-ส่งกันได้อย่างลงตัวสุดๆ

        ชุด ทับหลัง
       
        มิสชาวนา
       
       
       มาถึงผลงานเพลงชุดสุดของวงคาราบาวในยุครุ่งโรจน์ ก่อนที่หลังจากนี้สมาชิกวงคาราบาวยุคทองจะแตกวง แยกตัวกันไป นับเป็นผลงานเพลงชุดสุดท้ายของน้าเป้ากับวงคาราบาวที่ถูกบันทึกไว้เป็นตำนาน
       
       อัลบั้มชุดทับหลังมีเพลงกลองมันๆอย่าง “ทับหลัง” “ปาณา” และ “มิสชาวนา” ที่ผมขอเลือกให้เป็นเพลงกลองเพลงเอกของน้าเป้าในอัลบั้มชุดนี้
       
       มิสชาวนา เป็นเพลงร็อกหนักๆที่กระเดียดไปทางฮาร์ดร็อก เฮฟวี่ ในภาคดนตรีนั้นจัดหนักกันหมด และแน่นอนว่าเสียงกลองของน้าเป้าก็อัดใส่กันอย่างเมามันเช่นกัน
       
       และนั่นก็คือ 6 บทเพลงที่มีลีลาการตีกลองเจ๋งๆมันๆจากฝีมือของน้าเป้า คาราบาว(อันที่จริงยังมีมากกว่านี้) ซึ่งผมคัดเพลงกลองเด่นๆมาอัลบั้มละ 1 เพลง จาก 6 อัลบั้มของวงคาราบาวในยุคเฟื่องฟู ซึ่งมีน้าเป้าเป็นผู้วาดลวดลายการตีกลองได้อย่างยอดเยี่ยม
       
       มาวันนี้แม้น้าเป้าจะลาลับจากโลกนี้ไป แต่ผลงานที่น้าเป้าได้ฝากไว้ผ่านเสียงกลองอันยอดเยี่ยมยังคงอยู่ และนี่คืออีกหนึ่งมือกลองในระดับตำนานของเมืองไทย ที่เป็นอิทธิพลให้กับมือกลองหลายๆคนในบ้านเรา
       
       R.I.P. สู่สุขคติครับ น้าเป้า

จำนวนคนโหวต 24 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017