หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง
 

สู้เข้าไป...อย่าได้ถอย/ต่อพงษ์

โดย ต่อพงษ์
30 กันยายน 2548 10:06 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สู้เข้าไป...อย่าได้ถอย/ต่อพงษ์

มีคนติงว่าเมื่อเขียนถึงเพลงปลุกใจรักชาติมาหลายเดือนแล้ว ดูเหมือนว่าผมจะเน้นเพลงของพวก ‘ฝ่ายขวา’ มากเหลือเกิน เพลงของ ‘ฝ่ายซ้าย’ ที่ปลุกใจรักชาติก็มีเหมือนกันทำไมถึงจะไม่เอามานำเสนอกันบ้าง
       
       ต้องบอกท่านผู้อ่านดังนี้ครับว่า เพลงปลุกใจของฝ่ายซ้ายนั้น ตัวผมเองค่อนข้างที่จะไม่คุ้นเคย คือถ้าเทียบกับเพลงปลุกใจของฝ่ายขวา เพราะ ขณะที่อยู่ในช่วงเวลาแห่งความยุ่งเหยิงนั้น ผมเองยังนุ่งขาสั้นไปเรียนหนังสืออยู่เลย
       
       แน่นอนในยุคที่การปลุกผีคอมมิวนิสต์เริ่มระบาด การร้องเพลง ‘คนกับควาย’ ให้ผู้ใหญ่ได้ฟังจะถูกชี้หน้าว่าเป็นไอ้พวกแดง (มิใช่หงส์แดง) กลายเป็นเรื่องต้องห้ามกันไปหมด
       
       ถ้าเทียบกับเพลงของสันติ ลุนเผ่ หรืออื่นๆมันก็เป็นคนละเรื่องทีเดียว
       
       อีกทั้งเมื่อช่วง 6 ตุลาคม 2519 ที่ขบวนการนักศึกษาถูกไล่ล่าและล้างเลือดชนิดที่สยองขวัญสุดขีดนั้น ผลงานเพลงที่มีทั้งเป็นคาสเซ็ตต์เทป และแผ่นเสียงก็ถูกทำลายไปมาก จะไปหาที่ไหนก็ลำบากยิ่งนัก งานเพลงปลุกใจจากฝ่ายซ้าย หรือที่เรียกกันว่าเพลงปฏิวัติจึงหายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหายไปเกือบจะสนิท
       
       น่าเสียดายนะครับ เพราะ ผู้ที่แต่งเพลงเหล่านี้ ผู้ที่เคยร้องเพลงรวมถึงผลงานเพลงเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น ‘คนไทยที่รักชาติ’ ด้วยกันทั้งนั้น
       
       *****
       
       ว่ากันว่าเพลงเหล่านี้จะปรากฏตัวขึ้น เมื่อความอยุติธรรมในสังคม การคอรัปชั่น หรือการที่อำนาจรัฐแผ่ขยายออกไปจนกระทั่งเบียดบังสิทธิเสรีภาพของประชาชนไป
       
       จะว่าแปลกก็ได้ครับที่ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั้น มีท่านผู้อ่านหลายท่านนำเพลงปฏิวัติที่หากันไม่เจอนั่นมาให้ผมฟังเยอะทีเดียว ผมเองเพิ่งจะได้มีโอกาสนั่งฟังจริงๆจังๆเมื่อไม่นานมานี้แล้วก็รู้สึกว่าน่าเสียดายเหลือเกินที่ไม่มีการเผยแพร่
       
       อย่างไรก็ตามที่ฟังบ่อยมากหน่อยในช่วงนี้เป็นเพลงมาร์ชที่ชื่อว่า ‘สู้เข้าไปอย่าได้ถอย (มาร์ชพลังประชาชน)’ ผลงานบันทึกการแสดงสดของวงกรรมาชนนะครับ
       
       กรรมาชนเป็นวงดนตรีที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของนักศึกษามหิดล กุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ์ (จิ้น)ในฐานะหัวหน้าวงและมือคีย์บอร์ด สมบัติ ศรีสุขอัยกา มือกลอง กิติพงษ์ บุญประสิทธิ์ (ตี้) นักร้องและแอคคอเดียน นพพร ยศฐา เป็นผู้ให้แนวคิดและรวมแต่งเพลง นอกนั้นคือนักศึกษาแพทย์รามาธิบดี คือ เกียรติศักดิ์ จิรโสตติกุล มือกีตาร์ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้จัดการวงด้วย จำเริญ วัฒนศรีสิน มือเบส พงษ์สันต์ ทองเนียม มือเบส บุญลือ วงศ์ท้าว นักร้อง ซึ่ง 2 คนหลังนี้เป็นแพทย์ทหารตามโครงการร่วมมือระหว่างมหิดลกับกระทรวงกลาโหม วิโรจน์ สิงห์อุตสาหะ นักศึกษาแพทย์ศิริราช มือเบส จากคณะทันตแพทย์ศาสตร์ คือ พลศิลป์ ศิวีระมงคล มือกีตาร์ โดยมีปรีดา จินดานนท์(เสียชีวิตจากการถูกรถพุ่งชนอย่างมีเงื่อนงำหน้าคณะวิทยาศาสตร์เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2519 )เป็นผู้ควบคุมระบบเสียง และมี มาลี แสงมณี จากคณะกายภาพบำบัด เป็นนักร้องหญิงคนเดียวในช่วงต้น และพิชัย สุธาประดิษฐ์ ทำหน้าที่โฆษก
       
       งานเพลงของวงดนตรีวงนี้จำนวนมากกลายเป็นเพลงอมตะที่ใครก็ตามนำเอามาร้องก็จะพบว่ามันไพเราะอย่างเหลือหลาย ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นเพลง ‘เพื่อมวลชน’ ซึ่งเป็นเพลงที่อยู่บนพื้นฐานของจังหวะเต้นรำ สามารถฟังได้เพลินๆ หรือจะฟังเพื่อให้ระลึกถึงอุดมการณ์ของคนจำนวนมากในช่วงเวลาแห่งความยุ่งเหยิงครั้งกระโน้น
       
       ******
       “ถ้าหากฉันเกิดเป็นนกที่โผบิน ติดปีกบินไปได้ไกลไกลแสนไกล
       จะขอเป็นนกพิราบขาว จะชี้นำชาวประชาสู่เสรี...
       ถ้าหากฉันเกิดเป็นเมฆบนนภา จะนำพาความร่มเย็นเพื่อท้องนา
       จะขอเกิดเป็นเม็ดทราย จะถมทรายสร้างทางเพื่อมวลชน
       ชีวา ยอมพลีให้ มวลชน ที่ทุกข์ทน ขอสู้จน มิว่าจะตายกี่ครั้ง”

       
       ไพเราะดีนะครับสำหรับเพลงเพื่อมวลชนนี้ แต่ความยิ่งใหญ่ของกรรมาชนไม่ได้อยู่เท่านั้น เพราะ เพลง ’บินหลา’ ที่วงแฮมเมอร์เอามาร้องก็กลายเป็นงานของวงกรรมาชนเหมือนกัน เพียงแต่แฮมเมอร์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องดูเหมือนจะไม่เคยให้เครดิตกันเลย
       
       แต่สำหรับเพลงอย่าง สู้เข้าไปอย่าได้ถอยนั้น คิดว่าคงไม่มีใครเอาเครดิตตรงนี้ไปจากกรรมาชนได้ครับ เพลงๆนี้มีพี่ๆหลายคนบอกว่า เอามาร้องก่อนตอนเคลื่อนขบวนไปไล่แก๊งค์เผด็จการสามช่า ณรงค์ ถนอม ประภาส อย่างยิ่งใหญ่ที่สุด ถือเป็น งานเพลงที่มีส่วนขับเคลื่อนและทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนกระทั่งขั้วแห่งอำนาจที่คาดว่าโค่นล้มไม่ได้กลับพังทลายในช่วงเวลาไม่กี่ปีเท่านั้น
       
       …เป็นการปฏิวัติด้วยบทเพลงโดยแท้!!
       

       เพลงๆนี้เขียนเนื้อร้องโดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล หนึ่งในผู้นำขบวนการนักศึกษาในช่วงเวลานั้น และให้ทำนองโดย จิ้น กรรมาชน โดยแต่งขึ้นจากเหตุการณ์เรียกร้องให้ 9 นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงกลับเข้าเรียนหนังสือต่อ หลังจากกลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ทำหนังสือเล่มละบาทออกขาย โดยแดกดันรัฐบาลในช่วงนั้นว่าเป็นรัฐบาลสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย เหตุเพราะมีฮ.ทหารลำหนึ่งไปตกที่ทุ่งใหญ่นเรศวร แล้วพบซากสัตว์ถูกล่าจากป่าใหญ่นั้นตกลงมาเยอะแยะไปหมด การกระทำแบบนั้น ทำให้ทั้งสื่อมวลชนและนักศึกษาร่วมกันเดินหน้าเพื่อเปิดโปงการทำผิดของข้าราชการซึ่งก็ได้ความสนใจจากประชาชนอย่างมาก จนเกิดการชุมนุมเรียกร้องและประท้วงที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ที่มีการชุมนุมประท้วงข้ามวันข้ามคืน
       
       เพลง “สู้ไม่ถอย” ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล หรือ ที่กลายเป็น อ.เสกฯ ในยุคนี้ก็ปรากฏขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจและปลุกเร้าให้การเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงรับนักศึกษาเหล่านั้นเข้าเรียนอีกรอบ และเมื่อทางรามคำแหงตัดสินใจรับนักศึกษาเข้าใหม่ การประท้วงก็เลยเปลี่ยนแนวเป็นการเรียกร้องรัฐธรรมนูญต่อไปอีก สุดท้ายก็คือเหตุการณ์ 14 ตุลาคมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นเอง
       
       “สู้เข้าไปอย่าได้ถอย มวลชนคอยเอาใจช่วยอยู่
       รวมพลังทำลายเหล่าศัตรู พวกเราสู้เพื่อความยุติธรรม
       
       เราเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ก้าวเข้าไปด้วยใจมุ่งมั่น
       เขาจะฟาดเขาจะฟัน พวกเราไม่พรั่นพวกเราสู้ตาย
       
       สู้เข้าไปอย่าได้หนี เพื่อเสรีภาพอันยิ่งใหญ่
       รวมพลังผองเรา เหล่าชาวไทย
       สู้ขาดใจ พวกเราเสรีชน ”
       

       เมื่อเหตุการณ์ 14 ตุลา เกิด ชัยชนะของประชาชนก็ตามมาและกลายเป็นช่วงประชาธิปไตยเบ่งบานที่สุด บทเพลงเพื่อชีวิตก็กระจายไปทั่วประเทศและกลายเป็นหนึ่งในแนวเพลงที่คนรู้จักกันมากที่สุด
       
       ******
       
       จะเห็นว่า การเกิดของวงกรรมาชนนั้น เป็นผลผลิตของระบบท็อปบู๊ตยุคเผด็จการครองเมืองก่อน 14 ตุลา 2516 โดยแท้ ในสภาพที่บ้านเมืองไม่มีทางออก นักศึกษากลุ่มที่ถือเป็นปัญญาชนของสังคมได้พยายามหาทางออกซึ่งดูจะมืดมน ด้วยการจุดไฟให้สว่างด้วยแนวทางสันติภาพและความฉลาดเฉลียวด้วยการออกเพลงที่กระตุ้นให้ประชาชนมองเห็นการละเมิดสิทธิ์และให้เห็นความเลวร้ายของเผด็จการในช่วงเวลานั้น
       
       กรรมาชนเป็นผลผลิตที่ผมคิดว่าพวกท็อปบู๊ตทมิฬไม่เคยคิดว่าจะทำให้พวกเขาเกิด แล้วก็ไม่ปรารถนาจะให้เกิดเสียด้วย แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะ สิ่งที่ตัวเองกำลังปิดหู ปิดตา และ ปิดปากประชาชนโดยถืออำนาจรัฐที่มีอยู่นั้น ทำให้ประชาชนรู้สึกหดหู่ โกรธแค้น หรือ ระอากับการใช้อำนาจของพวกนี้
       
       ก็นึกเหมือนกันนะครับว่า ในยุคเผด็จการประชาธิปไตยแห่งปี 2548 นี้ ซึ่งมีท่วงท่าและท่วงทีไม่แพ้กันเลย จะมีแรงกดดันมากพอที่จะให้ใครสร้างสรรค์งานเพลงที่ชี้ถึงความง่อยเปลี้ยแต่ตะกละตะกรามของหลายคนที่มีอำนาจอยู่หรือไม่ ?
       
       บอกตามตรงครับ วัตถุดิบที่จะเอามาเขียนเพลงนั้น...เยอะเหลือเกินครับ!!
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เจาะตำนานหัตถ์พระเจ้า
หกพยัคฆ์แดนเถื่อน
เงินเดือด (Margin Call)
จาก The Four ถึงสี่มือปราบพญายม
ไอ้แมงมุมภาครีบู๊ต
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 19 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. ทุกความคิดเห็นจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
2. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
3. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
4. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014