หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | พ่อแม่ลูกปลูกรัก
 

สมองส่วนจริยธรรม เร่งปลูกฝัง...ก่อนจะสายเกินไป ?/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

โดย MGR Online
6 กันยายน 2549 09:27 น.
        ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังถามหาจริยธรรมของผู้นำ จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทำให้เก้าอี้ท่านผู้นำกำลังร้อนฉ่ายิ่งนัก

สมองส่วนจริยธรรม เร่งปลูกฝัง...ก่อนจะสายเกินไป ?/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
        ในขณะที่กลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว รวมถึงคนเป็นพ่อแม่ ที่พยายามจะส่งเสริมให้เด็กไทยเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กเก่ง ดีและมีความสุข เพราะหากส่งเสริมให้เด็กเก่งอย่างเดียว เมื่อเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ ก็อาจจะเกิดปัญหาอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้หรือไม่ ...!!
       
       เมื่อไม่นานนี้ ดิฉันได้มีโอกาสสัมภาษณ์ พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ ผ่านทางหน้าปัดวิทยุ FM 97.75 ในรายการ “พ่อแม่ลูกปลูกรัก” ท่านเป็นนักวิชาการอิสระที่ผ่านประสบการณ์การทำงานทางด้านเด็กและครอบครัวมาโดยตลอด ปัจจุบันคุณหมอทำงานด้านลึกทางด้านสมองของเด็กอย่างจริงจัง เป็นเจ้าของหนังสือ คืนอิสระให้กับสมองเด็กไทย
       
       บทสัมภาษณ์ในวันนั้น ให้แง่คิดในเรื่องจริยธรรมได้อย่างน่าสนใจ และที่สำคัญเรื่องจริยธรรมเกี่ยวข้องกับสมองโดยตรง ถ้าหากเด็กเล็กได้รับการกระตุ้นสมองในส่วนจริยธรรม และถูกปลูกฝังมาอย่างดี ก็จะให้เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมาด้วยจริยธรรมที่ดีงาม
       
       คุณหมอจันทร์เพ็ญอธิบายเรื่องสมองเกี่ยวข้องกับการสร้างจริยธรรมให้แก่เด็กว่า
       
       “เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และเชื่อมโยงโดยตรงไปสู่สมอง พ่อแม่ต้องปลูกฝังเรื่องจริยธรรม และทำเป็นตัวอย่างให้ลูกตั้งแต่เล็ก ๆ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 10 – 12 ปีแรกของชีวิต อย่าคิดว่ารอให้ลูกโต หรือรอให้ครูสอน ที่สำคัญ เรื่องจริยธรรมไม่ใช่แค่การสอนให้ลูกรู้จักสวัสดี ขอบคุณ หรือเคารพผู้ใหญ่ เพราะเรื่องจริยธรรมนั้นยังมีอีกมากมาย ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า หากบ้านเมืองไหน หรือองค์กรใด ๆ ที่มีผู้นำขาดคุณธรรมจริยธรรม สร้างปัญหาและนำความขัดแย้งมาสู่สังคมนั้น ๆ ได้”
       
       ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักสมองกันก่อน ว่าสมองส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรม
       
       สมองส่วนแรก คือ ก้านสมอง เรียกว่าเมื่อแรกคลอด ความต้องการของชีวิตคือ การมีชีวิตรอด ซึ่งทารกน้อยจะส่งสัญญาณบางอย่างให้พ่อแม่ โดยอาศัยการทำงานของก้านสมองที่ตอบสนองตามสัญชาตญาณ และการควบคุมกล้ามเนื้อต่าง ๆ ให้เคลื่อนไหวได้ตามต้องการ เช่น ร้องเมื่อหิว หรือ ร้องเพราะต้องการให้แม่อุ้ม
       
       สมองส่วนนี้ หากไม่ได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสมอาจกลายเป็นการสะสมความอยาก หรือกิเลสของเด็กให้เพิ่มขึ้นได้ เพราะจากเดิมที่แค่มีชีวิตรอด ก็จะเริ่มอยากได้สิ่งของ อยากกินของอร่อย อยากสนุก เป็นความอยากในสิ่งที่มากกว่าความต้องการพื้นฐาน ถ้าหากพ่อแม่ไม่ให้เหตุผล หรือตอบสนองลูกอย่างง่ายดาย โอกาสที่จะทำให้เด็กเกิดกิเลสก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย
       
       ส่วนที่สองคือ สมองส่วนกลาง เป็นส่วนที่ควบคุมอารมณ์ต่าง ๆ เช่น รัก ชอบ โกรธ เกลียด ลูกจะมีอารมณ์อย่างไร ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการปลูกฝังอารมณ์มาจากพ่อแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสมองส่วนนี้โดยตรง ฉะนั้นคนเป็นพ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักยับยั้งชั่งใจ และไม่ไปยึดติดกับสิ่งของภายนอก เช่น ยึดติดอาหารอร่อย หรือของเล่นแพง ๆ
       
       รวมถึงการสอนให้ลูกมีเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ อาจจะยกตัวอย่างให้ลูกรู้ถึงผลดีผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าทำสิ่งใดตามอารมณ์จนเกินไป
       
       ส่วนสุดท้ายคือ สมองส่วนบน สมองส่วนนี้แหละค่ะที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคุณธรรมจริยธรรม สร้างกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล เข้าใจเหตุปัจจัยต่าง ๆ
       
       สมองส่วนนี้มีการพัฒนามาตั้งแต่แรกเกิด แต่พัฒนาได้ค่อนข้างช้า เพราะใช้เวลาในการสะสมความรู้ความเข้าใจค่อนข้างนาน
       
       ถ้าพ่อแม่อยากปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ลูก ต้องส่งเสริมสมองส่วนบนตั้งแต่ยังเล็ก ๆ
       
       อย่ารอให้ลูกโตหรือเข้าใจเรื่องที่เป็นนามธรรมแล้วค่อยสอน เพราะยิ่งทำให้สมองส่วนบนพัฒนาได้ช้าลง
       
       หัวใจสำคัญในปลูกฝังจริยธรรมให้แก่เด็กเล็กคือ การสอนอย่างเป็นรูปธรรม ให้เด็กจับต้องได้จากเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว เช่น สอนให้ลูกรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบกิจวัตรประจำวัน และรู้จักหน้าที่ของตนเอง ทำให้เขาอยู่ได้โดยที่คนอื่นไม่เดือดร้อน เช่น การนอน การแต่งกาย การรักษาความสะอาดร่างกาย หรือเรื่องการกิน ถ้าหากลูกกินข้าวเองได้แล้ว ก็ควรให้ลูกกินเอง แม้จะหกเลอะเทอะบ้าง คุณพ่อคุณแม่ก็ช่วยดูแลได้ ไม่ควรป้อนข้าวให้ลูกจนติดเป็นนิสัย จนกระทั่งเข้าโรงเรียนแล้วก็ยังกินข้าวเองไม่ได้

สมองส่วนจริยธรรม เร่งปลูกฝัง...ก่อนจะสายเกินไป ?/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
        เมื่อเข้าสู่ชั้นประถมแล้วจึงเริ่มสอนในเรื่องที่เป็นนามธรรม โดยการพูดทีละประเด็นเพื่อให้เข้าใจเหตุผล เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ดีขึ้น การสอนสิ่งที่เป็นนามธรรมเร็วเกินไป เด็กจะยิ่งไม่เข้าใจ เพราะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น การบอกลูกว่า ลูกทำดีเถอะนะ ต่อไปลูกจะเป็นใหญ่เป็นโต โดยที่ไม่มีตัวอย่างให้เห็น ไม่มีสิ่งที่จับต้องได้ เด็กก็จะเข้าใจเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่พูดได้ยาก
       
       สำหรับแนวทางการเสริมสร้างจริยธรรมให้แก่ลูกมี ดังนี้
       หนึ่ง - พ่อแม่ต้องมีสติ
       พ่อแม่ต้องมีสติในการเลี้ยงลูกอยู่เสมอ เพราะการขาดสติและทำในสิ่งที่ใช้การตอบสนองสั้นๆ หรือใช้การตอบสนองของก้านสมองเป็นหลัก จะส่งผลเสียเกิดขึ้นในระยะยาว เช่น ช่วงอายุ 1-3 ขวบ เป็นวัยที่ลูกซนและดื้อมาก บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักจะตัดสินเองว่าลูกดื้อ เพราะบอกให้ลูกทำแบบนี้แล้วไม่ทำ โดยไม่พยายามสังเกตและเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น คิดเพียงแต่ว่าพ่อแม่พูดแล้วทำไมลูกไม่ฟัง เกิดเป็นคำพูดหรือการกระทำที่ตอบสนองลูกในทางลบ
       
       สอง - พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
       พ่อแม่ต้องทำให้เป็นแบบอย่างที่ดี ต้องสอนให้ลูกรู้จักเคารพกติกา โดยไม่บังคับ ดุด่าว่ากล่าว เพราะเด็กมักจะเชื่อในสิ่งที่เห็นมากกว่าคำพูด เช่น การที่พ่อแม่ทักห้ามไม่ให้ลูกดื่มน้ำอัดลม โดยให้เหตุผลว่า น้ำอัดลมทำให้ฟันผุ ทำให้อ้วน แต่พ่อแม่กลับดื่มให้ลูกเห็นหรือไม่ก็ซื้อมาเก็บไว้ในบ้าน หรือห้ามลูกดูทีวี แต่พ่อกับแม่ดูได้นะ รับรองว่าไม่เกิดผลอย่างแน่นอน
       
       สาม - ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
       เมื่อพ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ก็ควรฝึกให้ลูกรู้จักพึ่งตัวเอง สอนให้เขารับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่ทำให้ลูกไปทุกเรื่อง อาจจะต้องสร้างสถานการณ์ให้ลูกฟันฝ่าอุปสรรคบ้าง ไม่ใช่ได้สิ่งใดมาง่ายจนเกินไป รวมถึงการสอนให้เขาเห็นความสำคัญของสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เริ่มจากให้ลูกได้สำรวจสิ่งของเครื่องใช้ของตัวเองว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ สิ่งของบางอย่างสามารถเอามาซ่อมแซมหรือดัดแปลงแล้วนำมาใช้ได้อีกหรือเปล่า
       
       สี่ - เปิดกว้างและรับฟัง
       เมื่อเด็กเติบโตขึ้น รับรู้ข่าวสารหรือเรื่องราวต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากขึ้น พ่อแม่ต้องใส่ใจพูดคุยและรับฟังจากลูกเสมอ ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร อย่าเพิ่งสอน หรือตัดสินว่า สิ่งที่ลูกได้ยินมานั้น ถูกหรือผิด ควรหรือไม่ควร แต่ให้ถามลูกก่อนว่า ลูกมีความรู้สึกอย่างไร มีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนั้น ๆ จะเป็นการกระตุ้นให้ลูกใช้สมองส่วนบนอย่างถูกต้อง รู้จักวิธีคิด มีวิจารณญาณ เพราะเด็กจะต้องเจอปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นต่อไป การฝึกให้ลูกรู้จักคิด จะช่วยให้เขาเผชิญปัญหาในอนาคตได้ดี ยังทำให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่คือคนที่เขาไว้ใจได้ และพร้อมจะรับฟังเขาเสมอ
       
       เรื่องจริยธรรมกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมขณะนี้ ถ้าเรายังไม่ตระหนักและเริ่มปลูกฝังเรื่องนี้ให้แก่ลูกหลานของเราอย่างจริงจัง เห็นทีจะต้องเตรียมทำใจรับกับสภาพปัญหาเรื่องผู้นำขาดจริยธรรม ที่จะขยายไปสู่ทุกวงการและทุกภาคส่วนอย่างแน่นอน
       
       ชะตากรรมของคนเก่งแต่ขาดจริยธรรม “จบไม่สวย” อย่างไรก็กำลังเห็นกันอยู่
       จะให้ลูกเราเป็นอย่างนี้หรือ ?

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฝึกลูกเรียนรู้เรื่องการคบเพื่อน/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
ถึงเวลาสร้างครอบครัว Digital Detox กันได้แล้ว/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
กรณีน้องเอย : ปัญหาซ้ำซากที่เด็กเล็กตกเป็นเหยื่ออีกแล้ว/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
การศึกษาไทย-ยิ่งโตยิ่งเรียนยิ่งไม่มั่นใจระบบ..!!/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
สอนลูกให้รู้จักความนิ่งในสังคมเร่งรีบ/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2017