หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | พ่อแม่ลูกผูกพัน
 

เปิดบ้าน “อัญชะลี ไพรีรัก” ครอบครัวนี้มีรักทุกวัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2552 18:02 น.
เปิดบ้าน “อัญชะลี ไพรีรัก” ครอบครัวนี้มีรักทุกวัน
       แน่นอนว่า หลายคนคงอยากรู้จักผู้หญิงเก่งอย่างพี่ปอง-อัญชะลี ไพรีรัก กันทั่วหน้า ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่ดีอย่างยิ่ง เมื่อทางทีมงาน Life and Family ได้พูดคุยกับพี่ปองในเรื่องครอบครัวที่น่ารักและเป็นแบบอย่างที่น่าประทับใจมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ
       
       ด้วยบุคลิกที่โดดเด่น มั่นใจและคล่องแคล่วของพี่ปอง หรือเจ๊ปอง สำหรับทุกคน ทำให้หลายคนอาจสงสัยปนอยากรู้เบื้องหลังความสำเร็จว่าครอบครัวของเธอผู้นี้เป็นอย่างไรกันบ้าง พ่อและแม่ได้สอนลูกสาวคนนี้อย่างไรถึงได้เป็นคนเก่งและกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้องถึงเพียงนี้ ซึ่งหากพวกเราสังเกตดีๆ เราจะพบว่า หลายครั้งบนเวทีพันธมิตรฯ นั้น เธอมักจะกล่าวถึงผู้ชายคนหนึ่งเสมอ และผู้ชายคนนี้ก็มิใช่ใครอื่นนอกเสียจาก “พ่อ” ผู้ที่เฝ้ามองเธออยู่ทางหน้าจอทีวีตลอดเวลานั่นเอง
       
       ดังนั้น หากเอ่ยถึงพ่อแม่และครอบครัวแล้ว พี่ปองเล่าว่า “เราต้องกินข้าวเย็นพร้อมกัน แม่กลับมาจากขายของที่ตลาด พ่อมีร้านทำฟันและถ่ายรูป พ่อจะสอนเรื่องมารยาทเสมือนว่าย่ายังอยู่กับเรา เช่นเมื่อเราวางอาหารแล้ว ตักข้าวใส่จานแล้ว แก้วน้ำต้องมีอยู่ขวามือ ตักข้าวคำเล็กๆ และต้องตักจากข้างในจานออกไป อย่าเอาผักวางพาดบนขอบจาน ถ้าเราจะทานข้าว เราก็ต้องเรียกทุกคนในบ้านก่อนที่เราจะทาน หากเดินขึ้นบันไดอย่าลงส้น อย่าเอาเท้าหันไปทางผู้ใหญ่ ถ้าเดินผ่านผู้ใหญ่ต้องก้มหลัง หรือต้องยกมือไหว้เมื่อผู้ใหญ่ให้ของ ซึ่งพ่อมักจะพูดว่า “ถ้าย่ายังอยู่นะ พวกเธอตายแน่” แต่เมื่อพ่อเริ่มแก่ เราก็รู้สึกว่า กฎต่างๆ ในชีวิตเราถูกผ่อนคลาย กฎของย่าก็ชราไปตามพ่อ แต่ทว่าวันที่หลานๆ มานั่งทานข้าวพร้อมหน้ากัน พี่นั่งหัวโต๊ะเพราะเป็นหัวหน้าครอบครัว พี่ก็ถามว่า“ไหนล่ะ แก้วน้ำอยู่ไหนเนี่ย ระวังเถอะ เดี๋ยวปู่เธอมา เธอตายแน่” พี่สาวพี่ถึงกับอึ้งไปเลย เราเลยรู้ว่าเราสอนหลานเราด้วยระเบียบแบบแผนวิธีที่เราสืบทอดต่อๆกันมา ซึ่งมันได้ซึมอยู่ในตัวเราโดยที่เราไม่รู้ตัว”

เปิดบ้าน “อัญชะลี ไพรีรัก” ครอบครัวนี้มีรักทุกวัน
พ่อ-ลูกสาว
       คำพ่อสอน...
       
“สิ่งที่พ่อได้สอนพี่และลูกๆ ทุกคนมาโดยตลอดนั้น ส่วนใหญ่แล้วพ่อจะให้ความสำคัญในเรื่องของมารยาทบนโต๊ะอาหารมาก แต่ถ้าโดยรวมของครอบครัวเรา หากนึกถึงคำสอนของพ่อเราก็จะจำได้ว่า พ่อมักจะสอนว่า นอกจากมารยาทบนโต๊ะอาหารแล้ว ห้องน้ำต้องสะอาด ครัวต้องสะอาด เมื่อลูกตื่นจากที่นอนต้องเก็บที่นอนให้เรียบร้อย เสื้อผ้าต้องใส่ในตะกร้าโดยที่ลูกจะต้องกลับด้าน พับหลวมๆ และอย่าทาแป้งเลอะบนพื้น ถ้าพ่อกับแม่ขึ้นไปเจอว่าพื้นเลอะแป้งจนเป็นรอยเลอะเทอะ โดนแน่! นอกจากนี้แล้วพ่อกับแม่จะไม่สนับสนุนเด็กผู้หญิงให้ไปนอนบ้านเพื่อน ไม่ให้ไปต่างจังหวัดกับเพื่อน ดังนั้นพี่จึงไม่เคยไปทัศนาจรกับเพื่อนนักเรียนมัธยมเลย มีครั้งหนึ่งที่พี่ขอแม่ไป แม่ก็ให้ไปนะ แต่ไปกันทั้งบ้านเลย แม่พาไปทั้งครอบครัว(ขำ..) เพราะแม่บอกว่า ไปไหนมาไหนก็ให้ไปกับพี่น้องเรา” พี่ปองเล่าอย่างสนุกสนาน
       
       อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ครอบครัวไพรีรักเป็นครอบครัวใหญ่ ที่นอกจากความรักที่ให้ซึ่งกันและกันแล้ว ครอบครัวนี้มักจะมีเสียงหัวเราะเป็นองค์ประกอบสำคัญในชีวิตอีกประการหนึ่งด้วย แต่บนเสียงหัวเราะที่มาจากมวลความสุขย่อมมีน้ำตามาปะปนในชีวิตอยู่เสมอ ซึ่งเรื่องการสูญเสียคนในครอบครัวนั้นนับเป็นเรื่องที่เราทุกคนยากจะทำใจยอมรับ แต่สำหรับอัญชะลี ไพรีรัก เธอกล่าวว่า
       
       “วันที่แม่เสีย พ่อไม่ทาน ไม่นอน 2 อาทิตย์ พ่อดูแลแม่มาตลอดในช่วงที่แม่ไม่สบายจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต พ่อบอกกับพวกเราเสมอว่า “แม่เป็นเพื่อนตายของพ่อ” เพราะฉะนั้นเมื่อแม่เสีย พ่ออาจเกิดความรู้สึกงงว่า พ่อจะอยู่ได้อย่างไรเมื่อไม่มีแม่แล้ว ช่วงนั้นพ่อผอมมาก แต่หลังจากเสร็จงานศพของแม่ พี่เลยพาพ่อไปเที่ยวฮ่องกง กว่าพ่อจะดีขึ้นก็แรมปี ซึ่งตั้งแต่แม่เสียไป พ่อก็กลายเป็นคนเก็บตัว ส่วนเราในฐานะที่เป็นลูก เราก็ชวนพ่อคุย พาพ่อเที่ยว อยากได้อะไร อยากทำอะไร เราจัดให้ และอีกอย่าง หลาน 5 คน (ลูกของพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว) ก็เป็นหวานใจ เป็นความสดชื่นใหม่ๆ ที่ก้าวเข้ามาหลังแม่เสีย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของครอบครัวเรา พ่อก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะลูกหลานดี เรารักกัน”
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(1)=>
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(2)=>
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(3)=>

เปิดบ้าน “อัญชะลี ไพรีรัก” ครอบครัวนี้มีรักทุกวัน
       จะดีแค่ไหนหากเราสามารถบอกใครต่อใครได้ว่าพี่น้องเรารักกัน สามัคคีกัน พ่อก็แข็งแรง หลานก็น่ารัก ครอบครัวมีความสุขดี ชีวิตลงตัวแล้ว หลังจากที่เราสามารถผ่านช่วงเวลาแห่งการสูญเสียมาด้วยกัน
       
       “ที่บ้านพี่จะรักพ่อแม่มาก เมื่อแม่ไม่อยู่แล้ว พี่ชายของพี่ก็ออกจากงานมาดูแลพ่อโดยเฉพาะ ทำอาหารให้พ่อ ซักผ้าให้พ่อ ฯลฯ ส่วนพี่สาวอีกคนก็ออกจากงานมาดูแลหลานทั้ง 5 คน เพราะพี่ชายของพี่ก็เสียเช่นกัน โดยที่พี่จะเป็นคนรับผิดชอบพวกเขาเอง เลี้ยงเขาเอง พี่กลายเป็นหัวหน้าครอบครัวไปเลย ซึ่งหลายๆ อย่างเมื่อเรามาอยู่จุดที่พ่อเคยอยู่ เราก็เหมือนหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไป เสียงที่เราเคยได้ยินเมื่อเรากลับมาถึงบ้านก็คือ ‘พ่อขาสวัสดีค่ะ แม่ขาสวัสดีค่ะ พ่อครับสวัสดีครับ แม่ครับสวัสดีครับ’ ตอนนี้เปลี่ยนเป็น ‘ปู่ขาสวัสดีค่ะ ปู่ครับสวัสดีครับ’
       
       ถึงพ่อ จากลูก(ปิง)ปอง
       “พ่อต้องแข็งแรง สุขภาพดี แม้ว่าพ่อไม่ชอบเดินออกกำลังกาย แต่พ่อต้องมีกิจกรรมทำ และทุกเสาร์-อาทิตย์เราจะพาพ่อไปทานข้าวนอกบ้าน เวลาอยู่บ้านก็นอนดูทีวีข้างเตียงพ่อ นอนตรงนั้น ตื่นตรงนั้น พี่ชอบกอดพ่อนะ ตอนเด็กๆ พ่อกับพี่ชอบเล่นปาท่องโก๋กัน คือเอามือสองมือคลึงตัวเราไปมา แล้วก็สับเหมือนปาท่องโก๋ พี่เป็นคนที่ชอบจับมือพ่อตลอดเวลา ซึ่งตอนเด็กๆ พี่ชอบเอานิ้วเกี่ยวหูกางเกงไปไหนไปกัน เมื่อก่อนพ่อจูงเราข้ามถนน แต่ตอนนี้เราต้องจูงเขาแล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหน เข้าบ้านปุ๊บ พี่จะดูตา สุขภาพตา อ้าปาก ดมกลิ่นเพราะกลิ่นบอกได้ถึงโรค ถามพ่อว่าจะเปลี่ยนเสื้อมั้ย พ่อพี่จะใส่เสื้อกู้ชาติทุกวัน ทุกตัว ลูกตัวพ่อตัว ไปกินข้าวกัน และพี่ก็จะเอามือไปโอบเพื่อจะดูว่า พ่ออ้วนผอมจ๊ะ ชั่งน้ำหนักให้ลูกดูก่อน ส่วนพี่สาวของพี่ก็จะล้างเท้าพ่อ แล้วน้ำล้างเท้าอาบตัว ล้างหน้า เวลาพ่อเป็นอะไรนิดนึง อลหม่านทั้งบ้าน เพราะทุกวันนี้มีพ่อเหลือคนเดียว เราทำเพื่อพ่อ เป็นศูนย์กลางของพวกเรา เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือจะไปอย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีพ่อ เราต้องรักพ่อให้เยอะๆ เหมือนตอนที่แม่ยังอยู่ เราก็ไม่เคยเสียดาย เพราะเราทำให้แม่หมดแล้ว รักพ่อมาก พ่อเป็นตำรับตำรา พ่อเป็นแบบแผนปฏิบัติ พ่อเป็นแบบอย่างของคนมีน้ำใจ พี่ไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนว่า พ่อเป็นแบบอย่างของพี่ พี่มีถนนชีวิตที่ดีให้เดิน”

เปิดบ้าน “อัญชะลี ไพรีรัก” ครอบครัวนี้มีรักทุกวัน
       “อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกคือ บ้านพี่ไม่เคยทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เพราะพ่อเป็นคนเจิมเอง ตอนแม่อยู่แม่ก็เจิม รถก็เหมือนกันพ่อจะแต้มที่รถเหมือนพระ ขอให้ปลอดภัย ขอให้รถคันนี้พาลูกพ่อไปทำมาหากินสุจริต เดินทางปลอดภัย ไปถึงที่หมาย ดังนั้นพอมีอาหารอะไรดีๆเรา้ต้องให้พ่อแม่ทานก่อนไม่ใช่ให้พระก่อน”
       
       พี่ปองยังกล่าวถึงพ่อด้วยสายตาที่ชื่นชมว่า “พ่อเป็นคนอ่อนโยน แม่เป็นคนเข้มแข็ง พ่อแม่สอนว่า ลูกต้องดูแลพระในบ้านก่อนที่จะออกไปนอกบ้าน นอกจากคำสอนที่พี่บอกไปตอนแรกแล้ว พ่อยังฝากไว้เป็นข้อๆอีกว่า
       
       1.พ่อบอกว่า ถ้าพ่อตายนะลูก พี่น้อง 2 คนกับลูกชายจงเกาะเกี่ยวกันไว้ให้มั่น อย่าทิ้งกัน ลูกผู้หญิง...บ้านเราดีๆ มีอยู่ อย่าไปนั่งที่วัด เดี๋ยวเราโผลเผลไป โผลเผลมา หลักเราไม่ดีขึ้นวันใด จะถูกคนเขาหลอก พี่น้องให้รักกัน ช่วยกัน
       2. ที่ใดพูดจาทะลึ่งตึงตัง สองแง่สามง่าม ต่ำกว่าสะดือ ที่นั้นไม่ใช่ที่ของเรา ลูกสาวพ่อ หลานสาวของพ่อ ให้เดินหนีไปเสีย อย่าไปต่อปากต่อคำ อย่าไปหัวร่อต่อกระซิก คนผ่านไปผ่านมาเขามองเห็น เขาจะว่าเอาได้ว่านี่มันลูกสาวบ้านใครกันนะ พ่อแม่ไม่สั่งไม่สอน พ่อก็ตายไปแล้ว จะสอนก็ไม่ได้
       3.ข้าวของของเราดีๆ มีอยู่ ก่อนเจ้าจะนำไปบริจาคให้ถามทุกคนในบ้านก่อน
       4.อย่าเล่นการพนัน แม้แต่หวยก็ไม่ได้
       
       “สิ่งสำคัญที่จะทำให้บ้านเราสุข คือ พ่อแม่พี่น้องพร้อมหน้าแล้วรักกัน ถ้าพ่อแม่พี่น้องไม่รักกัน อย่าหวังว่า คนๆนั้น หรือคนในสมาชิกในบ้านจะครบได้พ่อแม่พี่พูดเสมอว่า ถ้าพี่น้องไม่รักกันแล้วเราจะรักใครเป็น คลานตามกันมา เลือดสีเดียวกัน พี่น้องต้องรักกัน พี่น้องไม่รักกัน แล้วจะรักใครเป็น”
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(1)=>
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(2)=>
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(3)=>

เปิดบ้าน “อัญชะลี ไพรีรัก” ครอบครัวนี้มีรักทุกวัน
ปาร์ตี้..มีทุกวัน
       ปาร์ตี้ทำให้พี่น้องรักกัน
       หลายครอบครัวอาจมองว่าการจัดปาร์ตี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญหรือไม่จำเป็น แต่สำหรับครอบครัวพี่ปองแล้ว พี่ปองกลับให้มุมมองอีกมุมหนึ่งที่คนอื่นอาจมองข้ามไปของความสำคัญในการจัดปาร์ตี้ว่า
       
       “ที่บ้านชอบมีปาร์ตี้ ทุกเทศกาลมีปาร์ตี้หมด วันตรุษ วันพระ วันโกน เป็นปาร์ตี้หมด เพราะปาร์ตี้ทำให้พี่น้องรักกัน การจัดปาร์ตี้ทำให้พี่น้องรักกันและพี่ก็จะสอนเหมือนที่พ่อพี่สอนว่า ตรุษศาสตร์ปีใหม่ ไม่ว่าใครจะอยู่ที่ไหนให้มารวมกันที่บ้านปู่ ไม่ว่าจะมีแฟนอยู่ที่ไหนให้มาทานข้าวที่บ้านปู่ก่อนแล้วค่อยไปกับเขา เพราะถ้าพ่อแม่พี่น้องไม่รักกัน ไม่ซื่อสัตย์ คบไม่ได้ สิ่งเหล่านี้พี่สอนหลานได้เป๊ะ และพี่ก็เชื่อว่าหลานได้รับจากเราเป๊ะเหมือนกัน”
       
       เมื่อต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว
       อย่างไรก็ดี การที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีหน้าที่การงานที่เจริญรุ่งเรือง เป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็ง ต้องมาต่อสู้กับความไม่ถูกต้องบนเวทีพันธมิตรฯไปพร้อมๆกับพี่น้องทุกคนนั้น กำลังใจและความห่วงใยจากคนในครอบครัวนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่แปรเปลี่ยนเป็นพลังให้เธอยืนหยัดบนความถูกต้องมาโดยตลอด
       
       “ด้วยความที่เราต้องรับผิดชอบ เราเป็นหัวหน้าครอบครัว จึงต้องจัดการลำดับความสำคัญในชีวิต ตัดอะไรที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมด และพี่ก็ใช้วิชาทำข่าวเศรษฐกิจมาใช้ในชีวิตประจำวัน พี่เลยรู้จักวางแผน แล้วพี่ก็ไม่เคยพลาดเลยนะ ซึ่งหากถามว่าภาระที่รับอยู่ทุกวันนี้ทำให้เราเหนื่อยมั้ย พี่ตอบได้เลยว่า ไม่รู้สึกเหนื่อย สนุกอีกต่างหาก เพราะพวกเขาทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ เราสั่งได้หมด ยกเว้นสั่งให้ต้นไม้ออกต้องตามฤดูกาล!!เราดูแลพลเมืองในบ้านของเราได้ มีความสุข เลยไม่คิดเรื่องครอบครัว นอกจากเรื่องการดูแลภายในบ้านแล้ว พี่ยังสอนให้หลานรู้จักออมเงิน แข่งขันกันทำตัวเลขในบัญชี มีเหรียญเกียรติยศโดยเอาธนบัตรมาทำ ส่วนการละเล่นต่างๆ นานาก็ต้องคิดเพื่อให้ทุกคนมีความสุข ซึ่งพ่อก็เป็นคนทำเช่นนี้เหมือนกัน”พี่ปองเล่า

เปิดบ้าน “อัญชะลี ไพรีรัก” ครอบครัวนี้มีรักทุกวัน
อาปอง-หลานๆ
       ทุกครั้งที่อยู่บนเวที มองลงมาต้องเจอคนในครอบครัวเสมอ
       
       เมื่อถามถึงเรื่องพันธมิตรฯ พี่ปองตอบได้โดยทันทีพร้อมสายตาที่สื่อให้รู้ว่าเธอโชคดีที่ครอบครัวรักกัน พี่น้องรักกัน เพื่อนรักกัน และทุกคนคือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกันหมด
       
       “พี่ชายเป็นการ์ดอาสา พี่สาวเป็นหนึ่งในแม่ยกพันธมิตร พี่อยู่ในแวดล้อมครอบครัว พี่ชายอีกคนหนึ่งอยู่มัฆวานฯ อีกคนอยู่ประตู 1 พี่สาวมาหั่นผักช่วยลุงจำลอง เราวิ่งหนีแก๊สน้ำตากันทุกคน และทุกครั้งที่พี่ต้องไปต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนพี่ชายต้องไปด้วยเสมอ ทุกครั้งที่อยู่บนเวทีมองลงมาต้องเจอพี่ๆ เสมอ ซึ่งพี่เจี๊ยบ (พี่สาว) โทร.มาหาีพี่ตลอด ผิดเวลาก็โทร.แล้ว ส่วนพ่อของพี่จะดูทีวีอยู่ที่บ้านกับหลานๆ พ่อพี่รักคุณสนธิจนเกินกว่าจะเตือนอะไรลูก อะไรที่คุณสนธิพูด พ่อเชื่อหมด อะไรที่คุณสนธิทำถูกต้องเสมอ อย่างเดียวที่ทำคือปลุกลูกไปทำงาน บ้านเป็นพันธมิตรทั้งบ้าน เพื่อนก็พันธมิตรกันหมด”
       
       พี่ปองฝากถึงทุกคน
       “พี่เชื่อว่าการกระทำมันสำคัญและมีค่ามากกว่าคำพูด พี่จะถามหลานพี่ว่า หนูว่าอาเป็นไงลูก หลานก็จะตอบว่าถ้าไม่มีอา เราคงตาย...เหมือนกัน ถ้าไม่มีปู่กับย่า อาก็คงไม่ได้แบบนี้ เพราะฉะนั้น ดีหรือไม่ดีต้องว่าที่หนู ถ้าดีนั่นคือพ่อแม่สอนมาดี ถ้าไม่ดีแสดงว่าหนูรับมาไม่หมด ขอโทษด้วย นี่คือคำขอบคุณของพี่ เด็กมันจะดีไม่ได้ด้วยตัวเองหรอก ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ด้วย เหมือนต้นไม้น่ะต้นไม้ก็อยู่ที่การบำรุงรักษา รดน้ำพรวนดิน ตัดแต่ง พ่อแม่ก็เหมือนกัน” พี่ปองกล่าว
       
       มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าสิ่งที่พี่ปองได้บอกเล่า สิ่งที่พี่ปองได้ฝากไว้ให้เป็นข้อคิดนั้น ครอบครัวไพรีรักได้เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นแบบอย่างและเป็นแนวทางให้พวกเราได้ปฏิบัติตาม เธอคนนี้ได้ทำให้เรารู้ว่า พี่ปองบนเวทีพันธมิตร พี่ปองหน้าจอโทรทัศน์ คือลูกปองของพ่อ น้องปองของพี่ๆ พี่ปองของน้องๆ อาปองของหลานๆ และพี่ปอง-เจ๊ปองของพวกเราทุกคนผู้เป็นบุคคลที่เปี่ยมด้วยคุณภาพจริงๆ
       
       ขอขอบคุณที่ใจดีแบ่งปันเรื่องราวดีๆ นะคะพี่ปอง :)
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(1)=>
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(2)=>
       
       คลิก! ฟังเสียง"อัญชะลี ไพรีรัก"ให้สัมภาษณ์(3)=>

ข่าวล่าสุด ในหมวด
สัมผัสรักในบ้าน "เมฆราตรี" ของ "เก๋-ชลลดา"
อบอุ่นกับ "พล ตัณฑสเถียร" เชฟหนุ่มผู้มีรสนิยม
อีกด้านชีวิตที่ละมุนละไมของ "เจนนิเฟอร์ คิ้ม"
เปิดหัวใจ "เสนาลิง" กับบทบาทแฟมิลี่แมนตัวจริง
ก้าวที่พลาดของ "นาวิน ต้าร์" พ่อคือฮีโร่ผู้ให้อนาคต
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลปกติ
จำนวนคนโหวต 435 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 391 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 44 คน
10 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014