หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | ข่าวประชาสัมพันธ์
 

ปั้นเด็กหัวใจไทย ผ่าน "สำนวน-สุภาษิต"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2553 15:54 น.
ปั้นเด็กหัวใจไทย ผ่าน สำนวน-สุภาษิต
สุภาษิต "ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง"
       ถ้าพูดถึง "สำนวน สุภาษิต คำพังเพย" ของไทยถือว่าฟังกันจนคุ้นหูตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เพราะสามารถใช้เป็นเครื่องเตือนใจได้อย่างดี แต่ทำไมเมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป ความสำคัญของคำโบราณกลับค่อยๆ เลือนหาย หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานสำนวนสุภาษิตไทยก็จะกลายเป็นแค่ความทรงจำที่งดงามของภาษาไทยอย่างแน่นอน
       
       สังเกตได้จาก บางคนจะพูดสำนวนสุภาษิตออกมาแต่ละประโยคก็พูดผิดพูดถูก มิหนำซ้ำยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงอีก ด้วยเหตุนี้ "โรงพยาบาลมนารมย์" จึงจัดโครงการประกวดวาดภาพ ในหัวข้อ "คุณค่าสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยไทย" เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้นำสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยไทยเหล่านั้นมาประยุกต์และปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยงานนี้มีน้องๆ เยาวชนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมโครงการกว่า 2,300 ชิ้น ซึ่งแต่ละผลงานต่างหยิบยกสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยออกมาสะท้อนผ่านงานศิลปะได้อย่างน่าสนใจ
       
       "นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย" กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า ทุกๆ ปีโรงพยาบาลจะจัดกิจกรรมพิเศษภายใต้โครงการ "คนไทยพลังใจดี เริ่มที่มนารมย์" ซึ่งนับเป็นปีที่ 4 แล้วที่โรงพยาบาลได้มุ่งเน้นถึงความสำคัญเรื่องสุขภาพจิตของคนไทยทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จากการสะท้อนแง่คิดการดำเนินชีวิตออกมาผ่านงานศิลปะ เด็กๆ แต่ละคนต่างหยิบยกสำนวนสุภาษิตไทย และคำพังเพยที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยไทยที่คุ้นเคยกันดี โดยเชื่อว่ากิจกรรมนี้จะช่วยทำให้เด็กไทยได้รู้จักสำนวนและสุภาษิตไทยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์คุณค่าวัฒนธรรมไทยด้านภาษาให้คงอยู่ต่อไปอีกด้วย
       
       ทั้งนี้ การถ่ายทอดและเรียนรู้สำนวนสุภาษิตและคำพังเพยให้แก่เด็ก จะต้องค่อยๆ ปลูกฝัง โดยให้เด็กได้ซึมซับความเป็นไทยอย่างเข้าใจ "น้องวุฒิกร วรรณโคตร์" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน กรุงเทพ เจ้าของรางวัลชนะเลิศในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่สะท้อนสำนวนสุภาษิต "น้ำน้อยแพ้ไฟ" บอกเล่าถึงประสบการณ์และอธิบายสำนวนสุภาษิตที่สื่อจากงานศิลปะว่า เขาเคยไปแข่งตอบปัญหาความรู้ทั่วไป แต่พื้นฐานด้านเชาว์อาจมีน้อยกว่าคนอื่นๆ จึงทำให้ต้องขยันอ่านและหาความรู้เพิ่มมากขึ้น เมื่อถึงเวลาแข่งขันจะได้มีความพร้อมมากกว่าคนอื่นๆ เช่นเดียวกับการแข่งขันวาดรูปสำนวนสุภาษิตไทยที่ต้องหาความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น
       
       "ก่อนหน้านี้ ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยเลย อาจจะได้เลยผ่านหูบ้างในบทเรียนวิชาภาษาไทย แต่พอได้เข้ามาประกวดวาดภาพที่สื่อความหมายของสำนวนคำโบราณ ก็ทำให้เข้าใจและเห็นถึงความสำคัญในความงดงามของภาษาไทย สามารถประยุกต์กับการดำเนินชีวิตประจำวันได้ นอกจากนั้นการวาดรูปยังถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และช่วยทำให้มีสมาธิเพิ่มมากขึ้น"

ปั้นเด็กหัวใจไทย ผ่าน สำนวน-สุภาษิต
ผลงานของเด็กที่ถ่ายทอดผ่านงานศิลปะภาพวาด
       เช่นเดียวกับ "น้องณัฏฐณิชา วงศ์คำ" นักเรียนชั้นป. 2 โรงเรียนเทศบาล 4 จังหวัดพะเยา หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเหตุผลที่เลือกสำนวนสุภาษิตไทย "มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ" ว่า เคยได้ยินพ่อแม่และคุณครูที่โรงเรียนพูดสอนด้วยสำนวนนี้บ่อยๆ จนจำขึ้นใจ และเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของสำนวนสุภาษิต ทำให้เธอคิดอยู่ตลอดเวลาว่า การจะทำอะไรหากไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ควรไปวุ่นวายหรือขัดขวางผู้อื่นทำให้งานเสียหาย ซึ่งเธอคิดว่าสำนวนสุภาษิตไทยทุกคำล้วนมีความหมายและมีจุดประสงค์เดียวกัน คือสอนให้ทุกคนปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีๆ
       
       นอกจากนั้น ยังมี 2 เยาวชนคนเก่งหัวใจไทยตัวแทนจากโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง จังหวัดราชบุรี ที่สามารถอธิบายความหมายของสำนวนสุภาษิตไทยได้อย่างเข้าใจ "น้องปฏิภาณ หลวงเทพ" นักเรียนชั้นม. 5 เจ้าของางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ภาพวาดสำนวนสุภาษิต "ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง" ให้เหตุผลในการเลือกสำนวนสุภาษิตนี้มาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะว่า สาเหตุที่เลือกสุภาษิตนี้เพราะได้แรงบันดาลใจจากความสวยงามของคนเรา ถ้าจะมองจากภายนอกต้องอาศัยการแต่งหน้า มาจากการปรุงแต่ง แต่ที่จริงภายในต้องมีจิตใจดี อย่ามองคนที่ภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะหากภายนอกดูดี แต่จิตใจภายในไม่ดี ก็อาจจะทำให้เราพบกับอันตรายได้ ซึ่งให้ข้อคิดในการนำไปในชีวิตประจำวันได้ เพราะในสังคมตอนนี้มองกันเพียงหน้าตาคงไม่ได้แล้ว จะต้องรู้จักและศึกษานิสัยที่แท้จริง บางคนเห็นหน้าตาใสซื่อ เรียบร้อย แต่ข้างในจิตใจอาจจะโหดเหี้ยมก็ได้ ซึ่งจะทำให้เรารู้จักการป้องกันตัวเอง และไม่หลงเชื่อไว้ใจใครง่ายๆ

ปั้นเด็กหัวใจไทย ผ่าน สำนวน-สุภาษิต
"น้องธมนันท์ แอนกำโภชน์"
       ส่วน "น้องภัทร บุญล้อม" เพื่อนร่วมชั้น เจ้าของรางวัลชนะเลิศมัธยมศึกษาตอนปลายกับผลงาน "หนีเสือปะจระเข้" อธิบายประโยชน์ของงานศิลปะว่า โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เพราะการวาดรูปช่วยพัฒนาจิตใจให้รู้สึกอารมณ์ดี แม้แต่คนที่วาดรูปไม่เป็นก็สามารถวาดรูปได้ถ้าใจรักในงานศิลปะ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้เรามีสมาธิที่ดีขึ้น เพราะธรรมชาติของวัยรุ่นปัจจุบันจะอยู่ไม่นิ่ง ต้องหากิจกรรมที่ชอบและมีประโยชน์ทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กไปทำให้สิ่งที่ไม่ไดี
       
       อย่างไรก็ตาม น้องธมนันท์ แอนกำโภชน์ นักเรียนชั้นม. 1 โรงเรียนอุดมศึกษา กรุงเทพ ตัวแทนกล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า สำนวนสุภาษิตคำพังเพยไทยนานวันยิ่งจะเลือนหายไป ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริง มักพูดกันเพียงเพราะติดปาก ซึ่งน่าเสียดายที่บรรพบุรุษได้คิดค้นสำนวนเหล่านี้ขึ้นมา ถ้าหากเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์และเห็นคุณค่าของมัน ปล่อยให้คำศัพท์แสลง หรือศัพท์วัยรุ่นเข้ามาแทน อีกไม่นานก็คงจะหายไป คงจะบันทึกไว้ในหนังสือที่ไม่รู้ว่าจะมีใครมาเปิดอ่านบ้าง
       
       ถึงตอนนี้ ทุกคนคงได้เห็นผลงานของน้องๆ ที่ส่งเข้ามาประกวดแข่งขัน พวกเขาได้สะท้อนให้เห็นว่าเด็กไทยยังคงให้ความสนใจและมีความเข้าใจในสำนวนสุภาษิตคำพังเพยไทยอยู่ และสามารถร่วมชื่นชมความสามารถของเด็กไทยกันได้ที่ www.manarom.com หรือหากโรงเรียนใดอยากได้ภาพวาดสำนวนสุภาษิตและคำพังเพยไทยไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน สามารถติดต่อได้ที่โรงพยาบาลมนารมย์ โทร. 0-2725-9595

ข่าวล่าสุด ในหมวด
หูมีปัญหา ลูกอาจช้าด้านพัฒนาการ
5 กิจกรรมสุดสัปดาห์น่าเลือกทำ
รวมฮิตหนังสือดีส่งท้ายเดือนเมษายน
นิทานดี 3 เรื่อง 3 รส เตรียมเด็กๆ เข้าใจอาเซียน (แจกนิทาน)
วันนี้คุณเป็น Eco Mom หรือยัง?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 18 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
84 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
16 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่มีเลย
วุฑ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013