หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | คอร์สวันว่าง
 

ตื่นตากับ "ป่าหิมพานต์" ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2553 12:04 น.
        เมื่อพูดถึง "ป่าหิมพานต์" เชื่อว่าในวัยเด็กของใครหลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้กันมาแล้วในวิชาเรียนภาษาไทย เพราะป่าแห่งนี้มักจะถูกอ้างถึงมากที่สุดในวงวรรณคดีไทย เช่น พระสุธน-มโนห์รา ตลอดจนละครจักร ๆ วงศ์ที่เคยฉายผ่านทางจอแก้วหลายต่อหลายเรื่อง ทั้งยังถูกหยิบยืมใช้ในคติความเชื่อ และรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมาย แต่น้อยคนนักจะรู้จัก และรู้จริงถึงเรื่องราวของป่าแห่งนี้
       
       ทำให้ทาง "มิวเซียมสยาม" พิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกทิ้งท้ายปี ด้วยการเปิดมิติใหม่แห่งการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ่านป่าหิมพานต์ที่ถูกสาดแสง และสีสันย้อมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืนให้สว่างสดใสเป็นโลกสุดแฟนตาซีเหนือจินตนาการครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นแหล่งเรียนรู้ตัวเลือกสำหรับทุกครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้เป็นอย่างดี

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
ซ้ายไปขวา : ต้นปาริชาติ และต้นหว้า
        เมื่อก้าวเดินจากประตูทางเข้ามายังบริเวณที่จัดวางงานแสดงของพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่คุณ และครอบครัวจะได้สัมผัสกับต้นไม้ และสัตว์ที่มีพลังอำนาจมหัศจรรย์ของป่าหิมพานต์หลากหลายชนิด เริ่มจาก ต้นปาริชาติ ที่ตั้งจำลองใหญ่โตอยู่ทางด้านซ้าย เป็นต้นไม้ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่อยู่เบื้องบนของป่าหิมพานต์ เมื่อใดที่บานเต็มที่แล้ว ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ต่างพากันเกิดปีติสุขเอิบอิ่มพร้อมด้วยกามคุณ 5 บำรุงบำเรออยู่ตลอดระยะเวลา 5 เดือนทิพย์ ณ ใต้ต้นปาริชาติ
       
       ส่วนอีกต้นทางด้านขวา คือ ต้นหว้า ต้นไม้สำคัญที่อยู่บนเชิงเขาในป่าหิมพานต์ มีขนาดใหญ่โตมาก ดอกมีกลิ่นหอม ขณะที่ผลมีขนาดใหญ่รสหวานเหมือนน้ำผึ้ง ส่วนยางนั้น เมื่อไหลหยดลงพื้นแล้ว ตามตำนานเล่าว่า ยางจะกลายเป็นทองชมพูนุช หรือทองบริสุทธิ์

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
บนลงล่าง : สระน้ำอโนดาต และนาค หรือพญานาค
        ภายในบริเวณเดียวกันนี้ จะพบกับสัตว์ป่าหิมพานต์ในร่างมนุษย์ที่สามารถจับเนื้อต้องตัว และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ เช่น กินรี มีร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มีปีกบินได้ และคชสีห์ สิงห์ผสมที่มีกายเป็นสิงห์ และมีช่วงหัวเป็นช้าง
       
       ไม่เพียงเท่านั้น คุณ และลูก ๆ ยังจะได้ตื่นตากับพญานาคตัวใหญ่ยาวหน้าเหมือนจริงข้าง ๆ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า "อโนดาต" สระใหญ่ 1 ใน 7 ที่อยู่ภายในป่าหิมพานต์ โดยตามตำนานกล่าวว่า เป็นสระที่มีน้ำใสสะอาด หากมองไปยังพื้นของสระจะเป็นแผ่นหินชื่อว่า มโนศิลา ส่วนที่เป็นดินมีชื่อว่า หรดาล เป็นสระสำหรับสรงน้ำของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ฤๅษี วิทยาธร ยักษ์ นาค และเทวดา
       
       หลังจากตื่นตากับต้นไม้ สรรพสัตว์ และสถานที่สำคัญ ๆ บางส่วนแล้ว หากเดินเข้าไปยังจุดชมนิทรรศการด้านในจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ตกแต่งให้เหมือนป่าหิมพานต์เหนือจินตนาการด้วยการจัดวางต้นไม้ที่ถูกสาดแสง และสีสันให้สว่างตามมุมตึกต่าง ๆ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์ที่แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นนางในวรรณคดีไทยเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือเรียนภาษาไทยเลยก็ว่าได้
       
       สำหรับจุดเข้าชมนิทรรศการในห้องต่าง ๆ นั้น สังเกตให้ดีจะมีสรรพสัตว์ในป่าหิมพานต์จำนวนมากแฝงตัวอยู่ด้วย ซึ่งแต่ละตัวจะมีป้ายประจำตัวบอกรายละเอียด และลักษณะเฉพาะให้ได้ทราบโดยทั่วกัน เช่น กุญชรวารี มีรูปร่างเป็นช้างแต่มีเท้าเพียง 2 เท้าหน้า ลำตัวและหางเป็นปลาทั้งหมด หรือมีเท้าครบทั้ง 4 เท้า แต่มีหางเป็นปลา อาศัยอยู่ในทะเลสีทันดร หรือเหรา (มกร) เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างพื้นฐานเป็นจระเข้แต่มีหัวแบบนาค รวมไปถึงสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณ และลูก ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจ เช่น ศฤงคมัสยา มัจฉวาฬ เป็นต้น
       
       ระหว่างการเดินเข้าชม นอกจากจะถูกรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์แล้ว ยังมีกิจกรรมความรู้สอดแทรกอยู่ตามทางเดินอีกด้วย เช่น วงล้อเรื่องสัตว์หิมพานต์กับตราสัญลักษณ์ที่ถูกหยิบยืมไปใช้ในคติความเชื่อ และรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่น้อยคนนักจะรู้จัก และรู้จริงถึงสัญลักษณ์ดังกล่าว
       
       อีกทั้งความสนุกชวนค้นหาตลอดการเที่ยวชม โดยใช้ชื่อกิจกรรม "ผ่านป่าหิมพานต์" มีอยู่ 3 กิจกรรมให้ทุกครอบครัวได้ร่วมสนุกกัน ได้แก่ เกมย่ำค่ำ ค้นคำตอบ เป็นกิจกรรมให้พ่อแม่ลูกได้รู้จักสัตว์หิมพานต์ผ่านเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไทย

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
สรรพสัตว์หิมพานต์ ตัวข้างบนมีชื่อว่า "เหรา" ส่วนข้างล่างจากซ้ายไปขวา คือ พญานาค และกุญชรวารี
        เกมประกอบร่างสัตว์หิมพานต์ ให้ผู้เล่นมองผ่านรูปของกล่องที่เตรียมเอาไว้ และให้ผู้เล่นเลือกภาพส่วนต่าง ๆ ที่เตรียมไว้นำมาประกอบกันให้เป็นภาพของสัตว์หิมพานต์เหมือนกับภาพในกล่อง และ เกมผสมสัตว์หิมพานต์ ให้ทายภาพของสัตว์หิมพานต์ว่ามีการผสมระหว่างสัตว์ชนิดใด โดยให้จับคู่กับสัตว์ที่เป็นลักษณะดั้งเดิม
       
       อย่างไรก็ดี ทั้ง 3 กิจกรรมนี้จะมีตราประทับผ่านกิจกรรมหากได้ครบทั้ง 3 ตรา รับทันทีการ์ดสะสมครบชุด โดยใบที่ใช้ประทับตราในการเล่นเกมนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะแจกให้ก่อนเข้าชมนิทรรศการ ซึ่งจะอยู่ในคู่มือทัศนาจร เรียกได้ว่า ได้ทั้งความรู้ และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
ตื่นตากับสัตว์ในร่างคน และวงล้อกิจกรรมภายในงาน
        สำหรับความตื่นตาในครั้งนี้ คุณแม่จรรยา และน้องต้นข้าว- ปภาวรินทร์ จิตธรรม ที่จูงมือเดินทางกันมาจากจ.นนทรี บอกเล่าให้เราฟังว่า เธอและลูกสนุกตื่นเต้นกับบรรยากาศที่แปลกใหม่ ได้รู้จักกับสัตว์หิมพานต์ในแต่ละตัวมากขึ้น พร้อมทั้งได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยไปพร้อม ๆ กับลูกผ่านป่าแห่งนี้
       
       ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้ครอบครัวอื่น ๆ มาสัมผัสกับป่าหิมพานต์ในโลกแห่งความเป็นจริงและชมการแสดงสุดอลังการยามค่ำคืน เช่น ศึกยกทัพจับมักกะลี ตลอดจนการแสดงพิเศษชุดครุฑยุคนาค
       
       เอาเป็นว่าวันหยุดนี้ หากบ้านใดยังไม่มีโปรแกรมพาครอบครัวไปเที่ยวไหน พิพิธภัณฑ์ยามค่ำตอนป่าหิมพานต์แห่งนี้ ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับครอบครัว และผู้ที่สนใจ ร่วมชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ที่มิวเซียมสยาม
       
       *** ข้อมูลประกอบข่าว
       
       ตามตำนานเล่ากันว่า ป่าหิมพานต์ เป็นดินแดนที่เป็นรอยต่อซ้อนมิติ ระหว่างโลกทิพย์ กับโลกมนุษย์ มีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ 7 สระ คือ 1.สระกรรณมุณฑะ 2.สระสีหัปปาตะ 3.สระฉัททันต์ 4.สระอโนดาต 5.สระกุณาละ 6.สระรถการะ 7.สระมันทากินี
       
       นอกจากนี้ ยังมีขุนเขาล้อมรอบสระทั้ง 7 อยู่ 5 ลูก คือ 1.เขาไกรลาศ 2.เขาจิตตะ 3.เขาคันธมาศ 4.เขาสุทัศนะ 5.เขากาฬกูฏ
       
       อย่างไรก็ดี ไม่ว่าพืช หรือสัตว์ที่อาศัยในป่าแห่งนี้จะมีรูปร่างแปลกไปจากเมืองมนุษย์ โดยตำนาน กล่าวไว้ว่า ป่าหิมพานต์ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย (ประเทศอินเดีย) ทอดตัวต่ำลงมาในแดนของมนุษย์ ทับซ้อนมิติกันอยู่กับโลกมนุษย์ในหลายประเทศ และแถบสุวรรณภูมิทั้งหมด
       
       โดยบ้านเรามีอยู่หลายจังหวัดที่เป็นรอยต่อ ซึ่งเรียกว่า ประตูผ่านมิติ ซึ่งบางคนอาจจะเคยได้ยินว่ามีคนพลัดหลงเข้าไปยังดินแดนต่างมิติ เช่น หนองคายเป็นรอยต่อกับเมืองบาดาล อุตรดิตถ์เป็นรอยต่อกับเมืองลับแล บริเวณป่าแถบกาญจนบุรีเป็นรอยต่อกับป่าหิมพานต์ เป็นต้น
       
       อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก นที ลานโพธิ.รวมเรื่องอัศจรรย์. กรุงเทพฯ: ฉัตรแก้ว, 2542

ข่าวล่าสุด ในหมวด
พาลูกไปดู "เรือกอและ" มรดกล้ำค่าจากปักษ์ใต้
รู้จัก “เพลินพยนต์” วิทยาศาสตร์แห่งมายาภาพ
“เล่นเป็น มิวสิค อะคาเดมี” กับนิยามสวนสนุกดนตรีของครอบครัว
ยลโฉม “คิดส์ซาเนีย” แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กมูลค่า 810 ล้านบาท!
ชวนเที่ยวร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก “Logos Hope”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
87 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
13 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014