หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | คอร์สวันว่าง
 

ตื่นตากับ "ป่าหิมพานต์" ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2553 12:04 น.
       เมื่อพูดถึง "ป่าหิมพานต์" เชื่อว่าในวัยเด็กของใครหลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้กันมาแล้วในวิชาเรียนภาษาไทย เพราะป่าแห่งนี้มักจะถูกอ้างถึงมากที่สุดในวงวรรณคดีไทย เช่น พระสุธน-มโนห์รา ตลอดจนละครจักร ๆ วงศ์ที่เคยฉายผ่านทางจอแก้วหลายต่อหลายเรื่อง ทั้งยังถูกหยิบยืมใช้ในคติความเชื่อ และรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมาย แต่น้อยคนนักจะรู้จัก และรู้จริงถึงเรื่องราวของป่าแห่งนี้
       
       ทำให้ทาง "มิวเซียมสยาม" พิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกทิ้งท้ายปี ด้วยการเปิดมิติใหม่แห่งการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ่านป่าหิมพานต์ที่ถูกสาดแสง และสีสันย้อมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืนให้สว่างสดใสเป็นโลกสุดแฟนตาซีเหนือจินตนาการครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นแหล่งเรียนรู้ตัวเลือกสำหรับทุกครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้เป็นอย่างดี

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
ซ้ายไปขวา : ต้นปาริชาติ และต้นหว้า
       เมื่อก้าวเดินจากประตูทางเข้ามายังบริเวณที่จัดวางงานแสดงของพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่คุณ และครอบครัวจะได้สัมผัสกับต้นไม้ และสัตว์ที่มีพลังอำนาจมหัศจรรย์ของป่าหิมพานต์หลากหลายชนิด เริ่มจาก ต้นปาริชาติ ที่ตั้งจำลองใหญ่โตอยู่ทางด้านซ้าย เป็นต้นไม้ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่อยู่เบื้องบนของป่าหิมพานต์ เมื่อใดที่บานเต็มที่แล้ว ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ต่างพากันเกิดปีติสุขเอิบอิ่มพร้อมด้วยกามคุณ 5 บำรุงบำเรออยู่ตลอดระยะเวลา 5 เดือนทิพย์ ณ ใต้ต้นปาริชาติ
       
       ส่วนอีกต้นทางด้านขวา คือ ต้นหว้า ต้นไม้สำคัญที่อยู่บนเชิงเขาในป่าหิมพานต์ มีขนาดใหญ่โตมาก ดอกมีกลิ่นหอม ขณะที่ผลมีขนาดใหญ่รสหวานเหมือนน้ำผึ้ง ส่วนยางนั้น เมื่อไหลหยดลงพื้นแล้ว ตามตำนานเล่าว่า ยางจะกลายเป็นทองชมพูนุช หรือทองบริสุทธิ์

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
บนลงล่าง : สระน้ำอโนดาต และนาค หรือพญานาค
       ภายในบริเวณเดียวกันนี้ จะพบกับสัตว์ป่าหิมพานต์ในร่างมนุษย์ที่สามารถจับเนื้อต้องตัว และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ เช่น กินรี มีร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มีปีกบินได้ และคชสีห์ สิงห์ผสมที่มีกายเป็นสิงห์ และมีช่วงหัวเป็นช้าง
       
       ไม่เพียงเท่านั้น คุณ และลูก ๆ ยังจะได้ตื่นตากับพญานาคตัวใหญ่ยาวหน้าเหมือนจริงข้าง ๆ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า "อโนดาต" สระใหญ่ 1 ใน 7 ที่อยู่ภายในป่าหิมพานต์ โดยตามตำนานกล่าวว่า เป็นสระที่มีน้ำใสสะอาด หากมองไปยังพื้นของสระจะเป็นแผ่นหินชื่อว่า มโนศิลา ส่วนที่เป็นดินมีชื่อว่า หรดาล เป็นสระสำหรับสรงน้ำของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ฤๅษี วิทยาธร ยักษ์ นาค และเทวดา
       
       หลังจากตื่นตากับต้นไม้ สรรพสัตว์ และสถานที่สำคัญ ๆ บางส่วนแล้ว หากเดินเข้าไปยังจุดชมนิทรรศการด้านในจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ตกแต่งให้เหมือนป่าหิมพานต์เหนือจินตนาการด้วยการจัดวางต้นไม้ที่ถูกสาดแสง และสีสันให้สว่างตามมุมตึกต่าง ๆ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์ที่แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นนางในวรรณคดีไทยเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือเรียนภาษาไทยเลยก็ว่าได้
       
       สำหรับจุดเข้าชมนิทรรศการในห้องต่าง ๆ นั้น สังเกตให้ดีจะมีสรรพสัตว์ในป่าหิมพานต์จำนวนมากแฝงตัวอยู่ด้วย ซึ่งแต่ละตัวจะมีป้ายประจำตัวบอกรายละเอียด และลักษณะเฉพาะให้ได้ทราบโดยทั่วกัน เช่น กุญชรวารี มีรูปร่างเป็นช้างแต่มีเท้าเพียง 2 เท้าหน้า ลำตัวและหางเป็นปลาทั้งหมด หรือมีเท้าครบทั้ง 4 เท้า แต่มีหางเป็นปลา อาศัยอยู่ในทะเลสีทันดร หรือเหรา (มกร) เป็นสัตว์ที่มีรูปร่างพื้นฐานเป็นจระเข้แต่มีหัวแบบนาค รวมไปถึงสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณ และลูก ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจ เช่น ศฤงคมัสยา มัจฉวาฬ เป็นต้น
       
       ระหว่างการเดินเข้าชม นอกจากจะถูกรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์แล้ว ยังมีกิจกรรมความรู้สอดแทรกอยู่ตามทางเดินอีกด้วย เช่น วงล้อเรื่องสัตว์หิมพานต์กับตราสัญลักษณ์ที่ถูกหยิบยืมไปใช้ในคติความเชื่อ และรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่น้อยคนนักจะรู้จัก และรู้จริงถึงสัญลักษณ์ดังกล่าว
       
       อีกทั้งความสนุกชวนค้นหาตลอดการเที่ยวชม โดยใช้ชื่อกิจกรรม "ผ่านป่าหิมพานต์" มีอยู่ 3 กิจกรรมให้ทุกครอบครัวได้ร่วมสนุกกัน ได้แก่ เกมย่ำค่ำ ค้นคำตอบ เป็นกิจกรรมให้พ่อแม่ลูกได้รู้จักสัตว์หิมพานต์ผ่านเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไทย

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
สรรพสัตว์หิมพานต์ ตัวข้างบนมีชื่อว่า "เหรา" ส่วนข้างล่างจากซ้ายไปขวา คือ พญานาค และกุญชรวารี
       เกมประกอบร่างสัตว์หิมพานต์ ให้ผู้เล่นมองผ่านรูปของกล่องที่เตรียมเอาไว้ และให้ผู้เล่นเลือกภาพส่วนต่าง ๆ ที่เตรียมไว้นำมาประกอบกันให้เป็นภาพของสัตว์หิมพานต์เหมือนกับภาพในกล่อง และ เกมผสมสัตว์หิมพานต์ ให้ทายภาพของสัตว์หิมพานต์ว่ามีการผสมระหว่างสัตว์ชนิดใด โดยให้จับคู่กับสัตว์ที่เป็นลักษณะดั้งเดิม
       
       อย่างไรก็ดี ทั้ง 3 กิจกรรมนี้จะมีตราประทับผ่านกิจกรรมหากได้ครบทั้ง 3 ตรา รับทันทีการ์ดสะสมครบชุด โดยใบที่ใช้ประทับตราในการเล่นเกมนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะแจกให้ก่อนเข้าชมนิทรรศการ ซึ่งจะอยู่ในคู่มือทัศนาจร เรียกได้ว่า ได้ทั้งความรู้ และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน

ตื่นตากับ ป่าหิมพานต์ ในโลกจริง! ที่มิวเซียมสยาม
ตื่นตากับสัตว์ในร่างคน และวงล้อกิจกรรมภายในงาน
       สำหรับความตื่นตาในครั้งนี้ คุณแม่จรรยา และน้องต้นข้าว- ปภาวรินทร์ จิตธรรม ที่จูงมือเดินทางกันมาจากจ.นนทรี บอกเล่าให้เราฟังว่า เธอและลูกสนุกตื่นเต้นกับบรรยากาศที่แปลกใหม่ ได้รู้จักกับสัตว์หิมพานต์ในแต่ละตัวมากขึ้น พร้อมทั้งได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยไปพร้อม ๆ กับลูกผ่านป่าแห่งนี้
       
       ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้ครอบครัวอื่น ๆ มาสัมผัสกับป่าหิมพานต์ในโลกแห่งความเป็นจริงและชมการแสดงสุดอลังการยามค่ำคืน เช่น ศึกยกทัพจับมักกะลี ตลอดจนการแสดงพิเศษชุดครุฑยุคนาค
       
       เอาเป็นว่าวันหยุดนี้ หากบ้านใดยังไม่มีโปรแกรมพาครอบครัวไปเที่ยวไหน พิพิธภัณฑ์ยามค่ำตอนป่าหิมพานต์แห่งนี้ ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับครอบครัว และผู้ที่สนใจ ร่วมชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ที่มิวเซียมสยาม
       
       *** ข้อมูลประกอบข่าว
       
       ตามตำนานเล่ากันว่า ป่าหิมพานต์ เป็นดินแดนที่เป็นรอยต่อซ้อนมิติ ระหว่างโลกทิพย์ กับโลกมนุษย์ มีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ 7 สระ คือ 1.สระกรรณมุณฑะ 2.สระสีหัปปาตะ 3.สระฉัททันต์ 4.สระอโนดาต 5.สระกุณาละ 6.สระรถการะ 7.สระมันทากินี
       
       นอกจากนี้ ยังมีขุนเขาล้อมรอบสระทั้ง 7 อยู่ 5 ลูก คือ 1.เขาไกรลาศ 2.เขาจิตตะ 3.เขาคันธมาศ 4.เขาสุทัศนะ 5.เขากาฬกูฏ
       
       อย่างไรก็ดี ไม่ว่าพืช หรือสัตว์ที่อาศัยในป่าแห่งนี้จะมีรูปร่างแปลกไปจากเมืองมนุษย์ โดยตำนาน กล่าวไว้ว่า ป่าหิมพานต์ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย (ประเทศอินเดีย) ทอดตัวต่ำลงมาในแดนของมนุษย์ ทับซ้อนมิติกันอยู่กับโลกมนุษย์ในหลายประเทศ และแถบสุวรรณภูมิทั้งหมด
       
       โดยบ้านเรามีอยู่หลายจังหวัดที่เป็นรอยต่อ ซึ่งเรียกว่า ประตูผ่านมิติ ซึ่งบางคนอาจจะเคยได้ยินว่ามีคนพลัดหลงเข้าไปยังดินแดนต่างมิติ เช่น หนองคายเป็นรอยต่อกับเมืองบาดาล อุตรดิตถ์เป็นรอยต่อกับเมืองลับแล บริเวณป่าแถบกาญจนบุรีเป็นรอยต่อกับป่าหิมพานต์ เป็นต้น
       
       อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก นที ลานโพธิ.รวมเรื่องอัศจรรย์. กรุงเทพฯ: ฉัตรแก้ว, 2542

ข่าวล่าสุด ในหมวด
พาลูกไปดู "เรือกอและ" มรดกล้ำค่าจากปักษ์ใต้
รู้จัก “เพลินพยนต์” วิทยาศาสตร์แห่งมายาภาพ
“เล่นเป็น มิวสิค อะคาเดมี” กับนิยามสวนสนุกดนตรีของครอบครัว
ยลโฉม “คิดส์ซาเนีย” แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กมูลค่า 810 ล้านบาท!
ชวนเที่ยวร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก “Logos Hope”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
87 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
13 %
 
ความคิดเห็นที่ 2 +17 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าลืมเชิญนาธานมาเป็นวิทยากรพิเศษ ได้ยินว่าเคยเห็นมักกรีผลในป่าหิมพานต์ด้วย
ตามนั้น
 
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ป่าหิมพานต์คงคู่นาธานตลอดไป เพราะชีนอกจากเคยเห็นเวลาเดินไปเรียนหนังสือ ชียังเคยปาหินใส่มักกรีผล จนมักกรีผล ร้องกรี๊ดดดดด ใส่ชี มาแล้ว
ลิเปีย
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากรู้เรื่องป่าหิมพาน ถามนาธาน
เขาเป็นกูรู
เจี้ยว หัวแดง
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
I think NaKa looks likes Dinosaur.
kittiya
ความคิดเห็นที่ 8 -2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้นปาริชาติ ในนิยายเขาไปนั่งดมกลิ่นดอกมันเพื่อระลึกชาติที่ผ่านไปแล้วนินา
นั่งนานก็ไปเรื่อยๆที่สุดไม่มี ไม่ได้อยู่ในป่าบนโลกมนุษย์ซักหน่อย
กัลปพฤกษ์ ณ สวนอัมพร แด่เธอ
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นาธาน เคยไปมาแล้วครับ ผมยืนยัน
amxiz
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กรูนึกแล้วว่ามันต้องมี แม้นเกี่ยวกัน นาธานจนได้
ฮ่าๆๆๆ
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้ยินป่าหิมพานต์ ถ้าไม่นึกถึงนาธาน อันนั้นสิถึงจะแปลก ป่าหิมพานต์กับนาธาน ปกติๆ
เขาเกิดมาคู่กัน
 
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนจินตนาการ ไม่เคยเห็นหิมะ เลยออกมาแบบที่เห็น
เยต
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มี นาธาน เป็นโปรดิวเซอร์ หรือเปล่าเนี่ย
ง่ำๆ
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อุตรดิถต์

ไม่ใช่ อุดรดิษฐ์
มิเช่นนั้นมันจะเป็น "อุตริ"
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อุตรดิตถ์ จ้า
ตุลย์
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โง่แล้วอวด
อุตรดิตถ์
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาน่า ให้อภัย จขกท. หน่อย..
สงสัยกะลังอารมณ์ขึ้น เลยรีบ พิมพ์ผิด
กลายเป็นว่าคนอื่น โดนซะเอง
ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ
 
ความคิดเห็นที่ 2 +17 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าลืมเชิญนาธานมาเป็นวิทยากรพิเศษ ได้ยินว่าเคยเห็นมักกรีผลในป่าหิมพานต์ด้วย
ตามนั้น
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสัยไปหาข้อมูลมาจากนาธาน
อิอิ
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014