หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | สัมภาษณ์
สัมภาษณ์ เบ็ดเตล็ด

"พรวรินทร์ นุตราวงศ์" ยอดภรรยา..หัวใจน่ากราบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2554 16:54 น.
พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลหัวใจสวย
       ในยามที่ชีวิตคนเราเดินทางมาถึงบั้นปลายของชีวิต ปฏิเสธไม่ได้ว่า กำลังใจคือพลังสำคัญที่จะช่วยเยียวยาให้อยู่อย่างมีความหวัง และมีความสุข โดยเฉพาะกำลังใจจาก "คู่ชีวิต" ซึ่งนับเป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ทุกปัญหาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
       
       พิสูจน์ได้จากเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงในชุดเครื่องแบบพยาบาลสีขาววัย 52 ปีท่านนี้ "พรวรินทร์ นุตราวงศ์" พยาบาลวิชาชีพ 7 (วช.) ฝ่ายการพยาบาล วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล เธอผู้ใช้พลังรัก และพลังกอดเยียวยาสามีที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายจนรอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราชได้อย่างปาฏิหาริย์ และมีชีวิตยืนยาวอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้
       
       โดยเธอบอกเล่าให้ ทีมงาน Life & Family ฟังภายหลังจบการปลุกพลังบวกในเวที Ignite Thailand++ ครั้งที่ 4 เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เธอเป็นพยาบาลดูแลผู้ป่วยทั่วไป โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว แพทย์ได้ตรวจพบว่าสามีของเธอ (ภุชงค์ นุตราวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง) ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และสันนิษฐานว่าคงอยู่ได้อีกไม่เกิน 8 เดือน ทำให้เธอล้มทางอารมณ์ไปพร้อม ๆ กับสามี เพราะน้อยใจโชคชะตา
       
       "เราคิดน้อยใจเหมือนกันนะ ว่าทำไมต้องเป็นเรา เราผิดอะไร แต่ในท้ายที่สุด เราก็ต้องยอมรับ และบอกกับตัวเองว่า ในเมื่อเป็นแบบนี้ อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับสามีที่จะต้องมีชีวิตอยู่กับเรา และตอนนั้นสามีได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นด้วย ทำให้เราคิดได้ทันทีเลยว่า ขอเอาตำแหน่งคืนไปได้ไหม แล้วขอชีวิตสามีคืนมา เราไม่อยากได้อะไรแล้วนอกจากชีวิตของเขา" เธอเผยความรู้สึกในวันที่ทราบข่าวว่าสามีป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
       
       เมื่อเวลาค่อย ๆ นับถอยหลังชีวิตคนรัก เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำการรักษาสามีในฐานะผู้ป่วยของเธออย่างเต็มที่ โดยในช่วงแรกเธอให้ยาเคมีกับเขา หลังจากให้ยาไปได้ประมาณ 3 เดือน 3 ครั้ง สามีก็เกิดความเครียดจนคิดฆ่าตัวตายถึง 2 ครั้ง 2 คราด้วยกัน
       
       "ในวันนั้น เขายืนอยู่ที่หน้าต่าง ซึ่งเราเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นพอดี จำได้เลยว่า เราเข้าไปกอดเขา แล้วบอกเขาว่า พี่อย่าทำแบบนี้นะ แอ้รักพี่ แอ้รักพี่ กลับบ้านกันนะ เราไม่ต้องรักษาแล้วก็ได้ เรากลับบ้านกัน แอ้จะดูแลพี่เอง พี่อย่าทำแบบนี้อีกนะ แอ้รักพี่" เธอเล่าด้วยเสียงสั่นเครือถึงวินาทีสะเทือนใจในวันที่สามีของเธอคิดสั้นฆ่าตัวตาย
       
       หลังจากที่ช่วยชีวิตสามีจากการคิดสั้นในวันนั้น เธอล้มเลิกการรักษา และพาสามีกลับมารักษาตัวที่บ้าน แต่อีกใจก็คิดกับตัวเองอยู่ทุกวันว่า เมื่อหยุดการรักษาแล้ว สามีคงอยู่ได้อีกไม่นาน ทำให้เธอรู้สึกเคว้งอยู่พักหนึ่ง จนความคิดเตือนสติแทรกซึมเข้ามาว่า "เขาตายไม่ได้ เขาต้องไม่ตาย เขาต้องอยู่กับเราและก็ลูก" ทำให้เธอฮึดสู้ และให้กำลังใจสามีอย่างใกล้ชิด โดยใช้พลังกอด บอกรักสามีทุกวัน ๆ ละมากกว่า 10 ครั้ง แม้จะต้องพูดไปร้องให้ไปก็ตาม

พลังกอด...พลังสู่การเยียวยา
       บัดนี้ 6 ปีผ่านไปแล้ว สามีของเธอไม่ตายจากโรคร้ายตามที่คุณหมอได้ขีดเส้นตายเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันกลับมีร่างกายแข็งแรง และดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
       
       ด้วยความเชื่อในความหวัง และกำลังใจจากผู้ป่วยซึ่งเป็นสามีของเธอ ผู้หญิงในชุดเครื่องแบบพยาบาลสีขาวท่านนี้ ได้นำวิธีการเดียวกันมาใช้กับผู้ป่วยระยะสุดท้ายในโรงพยาบาล โดยเธอลงไปเยี่ยมให้กำลังใจ และใช้สัมผัสสู่สัมผัสกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายทุก ๆ เย็น ทำแบบนี้จนเป็นกิจวัตร ซึ่งผลที่ได้รับเกินความคาดหมายมาก เพราะผู้ป่วยที่ตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง กลับมีพลังฟื้นขึ้นต่อสู้ และใช้ทุกช่วงเวลาชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข
       
       "หากใครคนใดคนหนึ่งในบ้านป่วย ไม่ว่าจะโรคอะไรก็แล้วแต่ สำคัญตรงที่คนเฝ้า คุณต้องไม่ท้อ เพราะถ้าคนเฝ้าหมดแรง คนป่วยหมดก็จะกำลังใจตามไปด้วย ดังนั้นไม่มียาตัวไหนรักษาได้ดีเท่ากับพลังแห่งรัก และพลังกอดอีกแล้ว จงใช้มันเพื่อเยียวยาคนที่เรารักกันดีกว่าค่ะ" พยาบาลท่านนี้ฝากไปถึงทุกคู่ชีวิต และทุกครอบครัว
       
       เปิดแง่คิด "ชีวิตรัก" ฉบับพยาบาลหัวใจสวย
       
       จากเรื่องราวสุดประทับใจข้างต้น แสดงให้เห็นถึงตัวอย่าง "ศรีภรรยา" ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจในการเยียวยาสามีด้วยความรักอย่างใกล้ชิด แต่การที่คนสองคนรัก และเข้าใจกันได้แบบนี้ เธอมีหลักการครองคู่ที่น่าสนใจ ซึ่งเธอเผยว่า เวลาพูดคุย หรือให้คำแนะนำอีกฝ่าย จะใช้ความรู้สึกเป็นตัวสื่อสาร ถ้าหากใช้อารมณ์ หรือออกคำสั่งใส่กันจะยิ่งก่อให้เกิดปัญหา
       
       "สำหรับพี่ ถ้าอีกฝ่ายโกรธ เราจะเงียบ และใช้ความรู้สึกเป็นตัวคุย เช่น แอ้รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้พี่ไม่ดูแลสุขภาพเลยนะ แอ้รู้สึกเป็นห่วงนะที่พี่อ้วนขึ้นมากเลย ไม่ใช่ใส่อารมณ์ไปว่า พี่ไม่ดูแลสุขภาพเลยนะ ตรงนี้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทะเลาะกันได้ง่าย"
       
       นอกจากนี้ หากมีเรื่องไม่ลงรอยทางความคิดกัน เธอจะใช้หลักโกรธง่ายหายเร็ว และจะไม่โกรธข้ามวันเด็ดขาด เช่น ทะเลาะกันตอนเช้า เย็นวันเดียวกันนี้ต้องคุยกันรู้เรื่องแล้ว ที่สำคัญ เวลาเกิดปัญหาต้องมีคนยอม 1 คน อย่างน้อยเริ่มจากตัวเราก่อนดีที่สุด
       
       อ่านถึงบรรทัดนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงจะสัมผัสได้ถึงหัวใจที่สวยงามของ "พรวรินทร์ นุตราวงศ์" กันมากขึ้น ซึ่งเธอได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า การสร้างกำลังใจในบางครั้งสามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นได้ และเธอก็อยากให้ทุกบ้านมอบกำลังใจ ตลอดจนความรักแก่กันในยามที่เกิดปัญหา

เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 104 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 103 คน
100 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
0 %
 
ความคิดเห็นที่ 1 +53 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอเป็นกำลังใจให้คุณภุชงค์สู้กับโรคร้ายจนชนะและได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นสุขอีกครั้งครับ ขอให้คุณความดีที่คุณและภรรยาต่างทำมาตลอดนำพาให้ครอบครัวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดถึงพี่สาวท่ีน่ารักและพี่ชายที่แสนดีค่ะ ไม่เคยลืมพี่ๆเลย ทัศและครอบครัว
ท้ศนีย์ เทียมทัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013