หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | ข่าว
ข่าว เบ็ดเตล็ด

ล้วงลึกหัวใจแม่..เมื่อตกเป็นเหยื่อ "ความคาดหวัง"

โดย MGR Online
21 กุมภาพันธ์ 2554 16:54 น.
ล้วงลึกหัวใจแม่..เมื่อตกเป็นเหยื่อ ความคาดหวัง
อังคณา มาศรังสรรค์ หรือ ครูณา
        ตราบใดที่ระบบการศึกษายังเน้นคะแนน และความเก่งเป็นหลัก โจทย์การเลี้ยงลูกของครอบครัวส่วนใหญ่ก็คงต้องถูกปักธงตามสูตรเดิมที่พ่อแม่หลาย ๆ ท่านต่างลงมือทำเพื่อสร้างลูกให้เป็นไปตามความหวัง ทั้งเป็นคนเก่ง และมีความสำเร็จในชีวิต
       
       แต่วิธีการเช่นนี้ ไม่อาจทำให้พ่อแม่ทุกคนสมหวังเสมอไป เพราะมีจำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อของความคาดหวัง หนึ่งในนั้นมี "อังคณา มาศรังสรรค์" หรือ "ครูณา" ผู้ก่อตั้งโรงเรียนพ่อแม่ลูกเคยตกเป็นเหยื่อดังกล่าวนี้มาแล้ว
       
       บทเรียนในครั้งนั้น ครูณา ถ่ายทอดผ่าน ทีมงาน Life & Family ว่า ในความเป็นแม่ เธอมีความคาดหวังเหมือนกับพ่อแม่หลาย ๆ ท่านที่อยากเห็นลูกเติบโตอย่างงดงาม ดังนั้นลูกของเธอต้องสมบูรณ์แบบตามกรอบ และกฎเกณฑ์ที่เธอวางไว้ ทั้งเรื่องระเบียบวินัย การใช้ชีวิต รวมไปถึงการเรียน แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด ลูกกลับรู้สึกอึดอัด และก้าวร้าวกับเธอมากขึ้น
       
       "ทุก ๆ อย่างตอนนั้น เรายอมรับว่า ทำเพื่อพิสูจน์การเป็นแม่ที่ดี ถ้าลูกเรียนเก่ง มีระบบระเบียบ มีมารยาท เราจะรู้สึกภูมิใจ เพราะมีคนชื่นชมเรา แต่บางครั้งลูกไม่ยอมทำตาม เราจึงโมโห และตำหนิลูกอยู่บ่อยครั้ง บางทีเกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรง จนวันหนึ่งลูกพูดต่อหน้าเราว่า ซวยจริง ๆ ที่เกิดเป็นลูกแม่ ทำเอาเราเงียบ และถอยออกมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น" ครูณาเล่าถึงอดีตที่ไม่เคยลืม
       
       คำพูดของลูกชายคนโตวัย 6 ขวบในวันนั้น ทำให้เธอน้อยใจ และเสียใจว่า ทำไมลูกไม่เข้าใจความรัก และความปรารถนาดีของเธอเลย กระทั่งมาอ่านเจอประโยคในหนังสือ How to talk so kids will listen and listen so kids will talk ที่ อาจารย์วิศิษฐ์ วังวิญญู แนะนำ ถือเป็นตัวชี้ทางสว่างได้เป็นอย่างดีว่า "ถ้ารัก และปรารถนาดี แต่วิธีการไม่ใช่ ผลลัพธ์มันก็ไม่ใช่"
       
       "เมื่อคิดได้ว่ากำลังหลงทาง เราจึงเปลี่ยนวิธีการใหม่ โดยเริ่มเข้าใจธรรมชาติของลูกมากขึ้น และมีพื้นที่ให้เขาได้จัดการ และรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เช่น แม่มีรายได้เท่านี้นะ ลูกใช้ได้เท่านี้ ลูกจะซื้ออะไรก็ได้ แม่ไม่ว่า หัดให้เขาวางแผนการใช้เงินด้วยตนเอง และเป็นการให้พื้นที่กับเขา ผิดกับเมื่อก่อนที่เราจะควบคุมลูกอยู่ตลอด" เธอเล่าพร้อมกับเผยผลลัพธ์ที่ได้ว่า ลูกชายทั้ง 2 คน (น้องปัณณ์วัย 11 ขวบ และน้องปุณณ์วัย 7 ขวบ) มีการพูดคุย และเข้าใจเธอมากขึ้น

ล้วงลึกหัวใจแม่..เมื่อตกเป็นเหยื่อ ความคาดหวัง
วันนี้ที่อบอุ่นของครอบครัว "มาศรังสรรค์"
        "มีอยู่วันหนึ่ง ลูกได้ยินเราคุยกับนักเรียน (พ่อแม่) เรื่องการเกิด เขาก็สงสัยว่าทำไมคนต้องเกิด ซึ่งเราก็ตอบลูกไปว่า คนเราเกิดมายังมีภารกิจอยู่ เหมือนกับการบ้านที่ต้องทำให้เสร็จ ซึ่งเขาก็พูดกลับมาว่า ถ้าชาติหน้าแม่ต้องเกิดอีก ปัณณ์ขอเกิดเป็นลูกของแม่อีกนะ" ความรู้สึกที่ลูกบอกกับเธอในวันนั้นแตกต่างจากเมื่อครั้งก่อน ทำให้ครูณาเริ่มยิ้มกับตัวเอง และเชื่อมั่นว่าคงเดินมาถูกทางแล้ว ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอจัดตั้งโรงเรียนพ่อแม่ลูกขึ้นมา เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจธรรมชาติของลูก
       
       จากบทเรียนที่เคยตกเป็นเหยื่อของความคาดหวัง ครูณาไม่อยากให้ครอบครัวอื่นต้องตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกับเธอ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่สร้างลูกขึ้นมาเพื่อชดเชยความล้มเหลว หรือคำวิจารณ์ที่มีต่อตัวเอง
       
       "เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่การที่ลูกไม่เข้าใจความรักที่เรามีให้ นั่นแสดงว่าเรายังรักลูกไม่ถูกทาง เช่น เมื่อลูกดื้อ ไม่เชื่อฟัง เรามักจะโทษลูก บอกว่าลูกไม่ดี ลูกแย่ และคาดหวังให้ลูกเปลี่ยน แต่เราไม่เคยย้อนดูตัวเองเลยว่า มีวิธีการบางอย่างที่มันไม่ถูกต้องหรือไม่ เช่น ตีกรอบให้เขามากเกินไปหรือเปล่า รับฟังความคิดของลูกน้อยเกินไปหรือไม่" ครูณาให้แง่คิด
       
       อย่างไรก็ดี เมื่อถามถึงระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ครูณาสะท้อนว่า ยังเน้นวิชาการเพื่อสร้างคนเก่ง แต่ขาดการฝึกฝนให้เด็กรู้จักค้นหาตัวเอง และมองเห็นความเป็นมนุษย์ทั้งในตนเอง และผู้อื่น ผลลัพธ์ก็คือ เราได้เด็กเก่งเต็มไปหมด แต่ขาดคนดี และคนที่ค้นพบความสุขของตนเองอย่างแท้จริง สังคมจึงเต็มไปด้วยการแก่งแย่ง
       
       "ถ้าให้เดินเข้าป่า พี่อยากเห็นมอส เห็นเฟิร์น เห็นความหลากหลายของสิ่งต่าง ๆ เพราะมันเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าให้เดินเข้าป่าที่มีแต่ไม้สัก มันเป็นป่าที่มีค่าก็จริง แต่มันไม่มีความสดชื่น เหมือนกับระบบการศึกษาบ้านเราตอนนี้ที่เน้นปลูกไม้สัก ใส่วิชาการมากเกินไป จนพ่อแม่หลาย ๆ คนวิ่งบนความคาดหวังว่าลูกจะต้องเก่ง ต้องดี ซึ่งพี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่สิ่งที่ได้กลับมา ทั้งเรา และลูกต่างก็เครียดไปตาม ๆ กัน" ครูณาสะท้อนถึงระบบการศึกษาไทยที่ยังเน้นปลูกแต่ไม้สัก แต่ยังขาดเข้าใจในธรรมชาติของเด็กที่แตกต่าง ซึ่งความแตกต่างนี้เป็นชีวิตที่มีชีวา สร้างความสุขที่แท้จริงให้กับเด็ก ให้เขาได้เบิกบานและเห็นคุณค่าในความเป็นตัวของเขาเอง
       
       ถึงวันนี้ ครูณาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความรักบนความคาดหวัง ไม่สามารถซื้อความรัก และความเชื่อใจของลูกได้ แต่ถ้าหากใช้ความรักบนความเข้าใจในธรรมชาติของเด็ก นั่นจะทำให้พ่อแม่ และลูกมีความสุขสู่การใช้ชีวิตที่มีความหมายต่อไป

เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 43 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 42 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
2 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2017