หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | ชีวิตคู่
 

“ฟังไม่เป็น” ปัญหาใหญ่ชีวิตคู่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กุมภาพันธ์ 2556 00:02 น.
“ฟังไม่เป็น” ปัญหาใหญ่ชีวิตคู่
       การได้แบ่งปันทุกข์และสุขของคนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสิ่งที่คนรักกันทุกคู่ปรารถนา แต่ปัญหาก็มักเกิดขึ้นได้ง่ายๆ หากคนที่คุณเลือกมาเป็นคู่ชีวิตนั้น “ฟังไม่เป็น” เพราะทันทีที่คุณเริ่มพูด เพื่อจะเล่าถึงเรื่องราวที่ดีสุดๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณ และอยากจะให้เขาร่วมยินดีกับคุณด้วย อีกฝ่ายกลับทำเป็นไม่สนใจ หรือทำท่าฟังแบบเสียไม่ได้ ความรู้สึกดีๆ ที่อยากจะแบ่งปันให้คนรักร่วมยินดีด้วยย่อมเหือดหายไปในพริบตา แถมยังอาจทำให้คุณและคู่ครองต้องมีปากเสียงกันด้วย
       
       ดังนั้น การเป็นผู้ฟังที่ดีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกัน ยิ่งคู่สามีภรรยาที่มีเจ้าตัวเล็กแล้ว ยิ่งจำเป็นมากขึ้นเป็นสองเท่า เพราะคุณจะมีเรื่องให้ปรับทุกข์ปรับสุขกันเพิ่มมากขึ้นจากสมัยที่อยู่กันเพียง 2 คนมากมายนัก วันนี้ เราจึงรวบรวมวิธีเวิร์กๆ ในการเป็นผู้ฟังที่ดีมาฝากกัน เริ่มจาก
       
       1.จะฟังให้ได้ดีต้องปิดสิ่งรบกวนทั้งหลาย
       
       บางทีในบ้านอาจมีสิ่งรบกวนมากเกินไป ดังนั้น หากต้องการปรับทุกข์ หรือพูดคุยในสิ่งที่เป็นปัญหาระหว่างกัน ควรปิดสิ่งรบกวนการสนทนา เช่น ทีวี วิทยุ เครื่องเล่นซีดี โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ฯลฯ เสีย การไม่มีเสียงรบกวนในขณะสนทนา จะช่วยให้คู่สนทนาไม่วอกแวก และหันมาสนใจในเรื่องราวที่จะเล่ามากขึ้น
       
       2.ไม่ทำตัวเป็นผู้พิพากษา
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีหลายคนที่ติดนิสัยผู้พิพากษามาใช้กับคนในครอบครัว คนเหล่านี้พร้อมที่จะตัดสินลงโทษคนผิดคนถูกทันทีที่ได้ฟังเรื่องราว แต่สำหรับชีวิตคู่ไม่ใช่เช่นนั้น เพราะฝ่ายที่ตัดสินใจนำเรื่องทุกข์ใจมาเล่าให้คุณฟัง บางครั้งเขาอาจแค่ต้องการระบาย ต้องการคนที่่ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ ความอึดอัดคับข้องใจ แต่ทันทีที่คุณหันไปตัดสินว่าเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังนั้น มัน “ถูกหรือผิด” “ไร้สาระหรือมีสาระ” และต่อว่าในตัวผู้เล่า นั่นเท่ากับว่า คุณทำลายความไว้ใจของอีกฝ่ายลงไปแล้ว อีกทั้งยังทำให้เขาหรือเธอขยาดที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้คุณฟังในครั้งต่อไปด้วย
       
       การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว ไม่ได้ต้องการผู้พิพากษา แต่ต้องการคนที่เปิดใจกว้าง พร้อมจะเข้าใจ เห็นใจ และไม่ซ้ำเติมกันจนเกินไปค่ะ
       
       3.ไม่เห็นด้วยได้ แต่ทำอย่างมีน้ำใจ
       
       การเคารพความเห็นของกันและกันเป็นสิ่งจำเป็น แม้ว่าเรื่องที่เขาหรือเธอเล่า คุณจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า คุณเป็นคนรักกัน ไม่ใช่ศัตรูกัน ดังนั้น เมื่อรับฟังแล้ว และต้องการจะเสนอความคิดของตนเองออกไปก็ควรทำอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่ไปหักหาญน้ำใจอีกฝ่ายจนเกิดความเจ็บปวด
       
       4.อย่าเสียมารยาทล้อเลียนผู้พูด
       
       ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังเล่าอยู่นั้น การพยายามทำให้เป็นเรื่องขำ การล้อเลียน หรือการทำเป็นเล่นไปเสียหมด เป็นสิ่งที่เสียมารยาทอย่างมาก และอาจทำให้ผู้เล่ารู้สึกแย่ที่ตัดสินใจมาเล่าให้คุณฟัง ซึ่งนั่นหมายถึงสัมพันธภาพระหว่างคู่รักที่อาจจะพังลงได้ในอนาคตเลยทีเดียว
       
       5.จำกัดจำนวนคน
       
       นึกภาพการปรึกษาปัญหาชีวิตในครอบครัวใหญ่สัก 10 คนร่วมรับฟัง รับรองเลยว่า ปัญหาที่คุณอยากเล่าจะไม่ได้เล่า เรื่องที่คุณอยากระบายจะไม่ได้ระบาย เพราะวงสนทนาที่ใหญ่ขนาดนั้น แต่ละคนที่ร่วมสนทนาด้วยย่อมอยากแสดงความคิดเห็นของตนเองจนสุดท้ายปัญหาของคุณจะไม่มีใครฟัง และจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเรื่องอะไร ดังนั้น ควรเลือกเฉพาะคนที่คุณไว้ใจจริงๆ หรือคนที่คุณอยากเล่าให้ฟังจริงๆ ก็พอ
       
       6.เตรียมรับมือกับการโต้เถียง
       
       บางครั้งเมื่อต้องปรับทุกข์กันเรื่องปัญหาในบ้าน บ้างก็เรื่องเลี้ยงลูก คู่แต่งงานอาจหลีกเลี่ยงการโต้เถียงได้ยาก ดังนั้น จึงควรเตรียมใจให้พร้อมด้วย ซึ่งการจะรับมือนั้น ไม่ควรใช้วิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้
       
       - การประชด
       - การใช้คำหยาบ การถากถางเหน็บแนม
       - การตะคอกด้วยเสียงอันดัง
       - การขุดเรื่องในอดีตขึ้นมาผสมโรง
       
       ถ้ารู้สึกอารมณ์ไม่ดี จะพักการสนทนาก่อนก็ได้ ไม่ผิดกติกา และอีกฝ่ายก็ไม่ต้องเซ้าซี้ให้เขากลับมาพูดด้วยให้จบ ไว้อารมณ์เย็นลงจะกลับมาคุยกันใหม่อีกรอบก็ยังไม่สาย ดีกว่าทุ่มเถียงกันจนเสียน้ำตา เสียความรู้สึกค่ะ
       
       7.ใช้ภาษากายช่วยในการรับฟัง
       
       การกอด การสบตาผู้พูด การโอบไหล่ การลูบหัว การปรบมือ การยิ้ม หัวเราะ ฯลฯ เป็นสิ่งที่คนรักกันสามารถทำให้กันได้ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเล่า และนั่นช่วยให้การสนทนาเป็นไปอย่างออกรสมากขึ้นด้วย
       
       8.คิดเสมอว่า เราจะช่วยเขาได้อย่างไร
       
       ในการเป็นผู้ฟังที่ดีนั้น ความรู้สึกในการอยากทำให้อีกฝ่ายมีความสุขเป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันจะส่งผลถึงการแสดงออกของคุณต่อเขาหรือเธอ คุณจะเป็นผู้ฟังที่ทำให้ผู้พูดรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันหรือไม่อยู่ที่ว่าคุณตระหนักในเรื่องนี้หรือไม่ บางเวลาคุณไม่จำเป็นต้องแนะนำอะไรเลย แค่นั่งรับฟังความทุกข์-สุขเหล่านั้น และอยู่ข้างๆ ก็พอแล้ว
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่า การขาดทักษะในการฟังเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสมีปัญหา อีกทั้งการยังไม่ทันฟังให้ดีพอก็รีบตัดสินพิพากษาคนรักของตัวเองนั้นเป็นพฤติกรรมที่โง่มาก เพราะเท่ากับคุณผลักให้เขาหรือเธอกลายเป็นคนที่อยู่คนละข้างกับคุณได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น มาลองฝึกทักษะการเป็นผู้ฟังที่ดี และใช้ทักษะนั้นร่วมแบ่งปันทุกข์-สุขกับคนที่รักดีกว่าค่ะ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
10 เรื่องที่จะพบเจอหากตัดสินใจมีลูก
4 ย.เคล็ดลับเติมความสุขชีวิตคู่
12 สุดยอดอาหารเพิ่มพลังให้ชีวิตคู่ซู่ซ่า
ทำให้การออกเดตเป็นช่วงเวลาดีๆ กันเถอะ
“ฟังไม่เป็น” ปัญหาใหญ่ชีวิตคู่
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 39 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 39 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
และทุกครั้งที่รับฟังคู่ของคุณกำลังพูดเรื่องอะไร เตือนตัวคุณเองก่อนเสมอและตลอดเวลาที่นั่ง ยืน นอน ฟังว่า เธอ หรือ เขา "ไม่มีเจตนาร้ายแน่ๆ" จากนั้น เราจะเย็นลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าระหว่างรับฟัง เราจะมีอารมณ์ จากตัวแปรภายนอกใดๆก็ตาม เพราะในการรับฟังเรื่องราวจากคนรอบข้างทุกวันนี้ เราไม่แน่ใจไง ว่าคนพูดมีเจตนาอะไรกันแน่ ถ้าคิดว่าดี เราก็จะมีปฏิกิริยาแบบหนึ่ง ถ้าคิดว่าเขา(เธอ)เจตนาไม่ดี เราก็จะมีปฆิกิริยาอีกแบบ หลักนี้ใช้ได้แน่นอน เพราะใช้มา 25 ปี เธอบอกเราว่า รักเราไม่เก่าเลย และเราก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ จนวันนี้ เข้าปีที่ 28 แล้วครับ
Chukit2525laws2599@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นอนคุย แล้วทุกอย่างจะจบด้วยดี
หุๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณ บทความดีๆ
d
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014