หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | How To
 

6 ข้อควรพิจารณาก่อนเสียท่า (แหล่งเรียนรู้) ทุนนิยม

โดย MGR Online
22 เมษายน 2556 12:21 น.
        ทุกวันนี้ ประเทศไทยมีธุรกิจข้ามชาติเพื่อการศึกษา และการเรียนรู้สำหรับเด็กเข้ามาเปิดให้บริการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัดศูนย์กลางของประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร หลายแห่งมาพร้อมคำบรรยายสรรพคุณว่าสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ได้มากมายผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กๆ สามารถสนุกสนานไปด้วยกันได้ บวกกับการตกแต่งสถานที่อย่างดีที่อาจทำให้ผู้ปกครองจำนวนมากเกิดความเชื่อมั่น

6 ข้อควรพิจารณาก่อนเสียท่า (แหล่งเรียนรู้) ทุนนิยม
(ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่อย่างใด)
        อย่างไรก็ดี ภายใต้การเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมเหล่านั้น ทางสถานประกอบการยังมีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องนำมาปฏิบัติเพื่อให้เกิด “กำไร” จากการลงทุนไปพร้อม ๆ กัน และบางอย่างอาจกลายเป็นตัวลดทอนคุณค่าที่เด็กๆ ควรจะได้รับไปด้วยอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นเพื่อไม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองจ่ายเงินพลาด เลือกธุรกิจเพื่อการเรียนรู้ผิดทาง เราจึงมี 6 ปัจจัยที่ควรพิจารณาสำหรับผู้ปกครองมาฝากกัน
       
       1.แนวคิดของธุรกิจ
       
       สิ่งที่ควรพิจารณาสิ่งแรกคือแนวคิดของธุรกิจว่ายึดอยู่กับระบบใด หากเป็นระบบทุนนิยม (ซึ่งมักพบได้ทั่วไป) เราอาจได้พบสถานประกอบการที่ตกแต่งอย่างหรูหราฟู่ฟ่า สะอาดสะอ้าน แต่ภายในนั้น ทุกอย่างต้องแลกด้วยเงิน และสิ่งที่จะหายไปก็คือ ความเอื้ออาทรที่จะมอบให้กับเด็กๆ ตลอดจนความต้องการสร้าง “การเรียนรู้” ให้เกิดกับเด็กอย่างแท้จริง โดยเรามักพบว่า ธุรกิจที่อิงกับระบบทุนนิยมมักต้องการให้เกิดการใช้จ่าย และต้องมีการเติมเงินเข้ามาในระบบของตนเองให้มากที่สุดเป็นสำคัญ 
       
       2.เข้ากับวัฒนธรรมไทยได้หรือไม่
       
       การสนับสนุนให้เด็กได้มีพื้นที่แสดงออกเป็นสิ่งจำเป็น แต่หากการแสดงออกนั้นไม่เข้ากับค่านิยม วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ แล้ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมได้ ซึ่งการศึกษาวัฒนธรรม ค่านิยมของคนในประเทศที่ตั้งใจจะไปลงทุนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับบรรดาธุรกิจเพื่อการศึกษา เพราะหากเปิดให้บริการไปแล้วพบว่ามีความขัดแย้ง หรือมีกฎบางประการไม่เข้ากับวัฒนธรรม ค่านิยม ความเป็นอยู่ของคนในประเทศนั้นๆ ก็ยากจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ หรือสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้บริการได้ ซึ่งในจุดนี้ พ่อแม่อาจไม่ต้องให้ใครมาเป็นคนประเมินว่ายอมรับได้หรือไม่ แต่ขอให้มองแล้วพิจารณาว่า สิ่งที่เขาให้ลูกเราทำนั้น มันเหมาะสมหรือเปล่า และเราอยากให้ลูกเติบโตไปในทิศทางนั้นๆ จริงหรือไม่ ก็น่าจะเพียงพอต่อการประเมิน
       
       3.ความจริงใจของสถานบริการ
       
       พ่อแม่หลายท่านอาจพิจารณาเลือกโรงเรียน-สถาบัน-แหล่งเรียนรู้จากอุปกรณ์การเรียนการสอนที่วางโชว์เอาไว้ให้ดู แต่ในความเป็นจริงแล้ว ของเล่นที่วางโชว์ไว้หน้าโรงเรียนอาจไม่ใช่ของที่ลูกจะได้เล่นเสมอไป และความจริงอีกข้อที่เราพบได้ก็คือ สถานประกอบการบางแห่งติดกาวของเล่นให้ยึดแน่นอยู่กับโต๊ะ หากใครแค่มองผ่านมา ก็จะไม่ทราบความจริงข้อนี้ และคิดว่าสถาบันดังกล่าวมีการเตรียมพร้อมสำหรับเด็กอย่างมาก แต่ในมุมของพ่อแม่ที่พบความจริง น้อยรายจะรู้สึกดี เพราะมันหยิบขึ้นมาเล่นจริงๆ ไม่ได้นั่นเอง 
       
       นอกจากนั้น นโยบายของผู้ให้บริการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดียังมีอีกมาก เช่น ในวันที่ลูกค้าน้อย ก็ปิดบริการไปบางส่วนเพื่อลดการสิ้นเปลือง หรือคิดราคาค่าบริการแพงขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นต้น
       
       4.คุณภาพของพนักงาน
       
       ขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจในระบบทุนนิยม สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งหนีไม่พ้นกำไรสูงสุด แต่จะทำอย่างไรให้ได้มาซึ่งกำไรสูงสุด การประหยัดต้นทุนอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่บรรดาธุรกิจเพื่อการศึกษาเลือกใช้ โดยเฉพาะกับบรรดาพนักงาน สิ่งหนึ่งที่เราพบได้บ่อยครั้งจากการใช้บริการธุรกิจเหล่านี้คือ บรรดาสตาฟฟ์ที่มักเป็นบัณฑิตจบใหม่ไร้ประสบการณ์ในการดูแลเด็ก ๆ สต๊าฟบางคนไม่ทราบจิตวิทยาเด็ก จึงทำให้การดูแลเด็กๆ ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น ผู้ปกครองไม่ควรฟังจากเจ้าของสถานประกอบการแต่เพียงอย่างเดียว ควรมีการพบปะสนทนากับเจ้าหน้าที่ซึ่งจะเป็นผู้ปฏิบัติด้วยเพื่อพิจารณาร่วมกันว่า เราจะสามารถไว้ใจได้หรือไม่
       
       5.การรักษาความปลอดภัย
       
       สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่ระบบการรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงว่า ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นๆ สอดคล้องกับความเป็นจริงด้วยหรือไม่ ปฏิบัติได้จริงด้วยหรือไม่ และพนักงานทุกคนในสถานประกอบการนั้นๆ เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เพราะหากคำตอบข้อใดข้อหนึ่งคือ “ไม่” ก็เท่ากับว่าระบบรักษาความปลอดภัยนั้น ๆ กำลังมีปัญหาแล้วนั่นเอง และคนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่ใคร ก็เป็นลูกๆ ของเราทั้งสิ้น
       
       6.มีโฆษณาแฝงหรือไม่
       
       ชีวิตเด็กทุกวันนี้คุ้นเคยอยู่กับโฆษณาแฝงผ่านสื่อต่างๆ อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองจะเลือกแหล่งเรียนรู้ให้ลูกอีกสักแห่งหนึ่ง ควรมองหาสถาบันที่ไม่มีโฆษณาแฝง เพราะคงไม่มีใครอยากให้ลูกเติบโตพร้อมกับจดจำยี่ห้อสินค้าต่างๆ ได้มากกว่า “คุณค่าหรือความจำเป็น” ของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ต่อชีวิตเป็นแน่
       
       ที่สำคัญธุรกิจเพื่อการเรียนรู้ในลักษณะนี้แม้จะสามารถเติบโตสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้นับพันล้านบาท แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องหมายรับรองว่าจะสามารถสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้นภายในจิตใจของเด็กๆ ได้อย่างแท้จริง และการให้ราคา หรือคุณค่ากับสิ่งนอกกายเหล่านี้มากจนเกินไปอาจทำให้เรามองข้ามความสามารถบางอย่างตามธรรมชาติของพ่อแม่ไปอย่างน่าเสียดายก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
5 เคล็ดลับช่วยคุณแม่ลดน้ำหนักหลังคลอด/นิตยสารรักลูก
ดูแลครอบครัวจาก “วีน เหวี่ยง แซงคิว ไม่มีมารยาท” ในที่สาธารณะ
6 ข้อควรพิจารณาก่อนเสียท่า (แหล่งเรียนรู้) ทุนนิยม
คนแบบนี้ “ถ้าห่างได้จะดีต่อสุขภาพจิต”
เปิดไอเดียพ่อแม่ สื่อแบบไหนถูกใจครอบครัว (ประกาศผู้ได้รับนิทาน)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 11 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2017