หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | ข่าวประชาสัมพันธ์
 

หูมีปัญหา ลูกอาจช้าด้านพัฒนาการ

โดย MGR Online
29 เมษายน 2556 12:45 น.

หูมีปัญหา ลูกอาจช้าด้านพัฒนาการ

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หูมีปัญหา ลูกอาจช้าด้านพัฒนาการ
พญ.ภาวินี อินทกรณ์

การได้ยินเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการพูดและพัฒนาการทางภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 ขวบปีแรกของชีวิต และสาเหตุที่พบบ่อยของปัญหาพัฒนาการทางการพูดช้าในเด็ก ก็เกิดจากความบกพร่องทางการได้ยิน
       
       นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยพบว่า การได้ยินบกพร่องมีผลกระทบต่อการติดต่อสื่อสาร ความจำ พฤติกรรม การพัฒนาทางอารมณ์และสังคม ความสามารถในการเรียน ซึ่งรัฐบาลต้องสูญเสียรายได้ในด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟู รวมทั้งการศึกษา ให้แก่เด็กที่มีภาวะหูหนวกและเป็นใบ้มากมายมหาศาล
       
       สถิติสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่าทารกแรกเกิด 1,000 คน จะมีทารกแรกเกิดที่การได้ยินบกพร่องประมาณ 1-2 คน และพบอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นเป็น 10-20 เท่าในทารกแรกเกิดที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการได้ยินบกพร่อง ในประเทศไทยมีการศึกษาอุบัติการณ์เกิดภาวะการณ์ได้ยินบกพร่องในทารกแรกเกิดเท่ากับ 1.7 ต่อทารกคลอดมีชีพ 1,000 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าอุบัติการณ์ ของการได้ยินบกพร่องในประเทศไทยใกล้เคียงกับรายงานจากต่างประเทศ
       
       พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ( รพ.เด็ก )กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “สถาบันสุขภาพเด็กฯ ในฐานะสถาบันหลักของกระทรวงสาธารณสุข ในการให้การดูแลรักษาสุขภาพเด็กไทย และสานต่อนโยบายของกระทรวงในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสำหรับผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพลูกหลาน โดยสถาบันฯ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีความประสงค์ที่จะพัฒนารูปแบบการค้นหาความพิการทางการได้ยินและฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยินสำหรับเด็กเล็ก เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาช่วยเหลือให้เด็กที่มีภาวะสูญเสียการได้ยิน มีโอกาสพัฒนาการด้านภาษา การสื่อความหมายที่ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้เพื่อให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญของแพทย์โสต ศอ นาสิก และแพทย์ทั่วไป และทำการเผยแพร่และสร้างเครือข่ายโครงการดังกล่าวเพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชากรเด็กไทย
       
       ปัจจุบัน กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) ได้มีการให้บริการตรวจวินิจฉัยภาวะสูญเสียการได้ยินโดยเครื่องมือตรวจวัดการได้ยินระดับก้านสมอง (Auditory Brainstem Response) ซึ่งเป็นการตรวจวินิจฉัยที่จำเป็นในการวินิจฉัยภาวะสูญเสียการได้ยินในเด็กเล็ก ทางสถาบันสุขภาพเด็กฯ เป็นหน่วยงานตติยภูมิที่ได้รับการส่งต่อจาก รพ.ทั่วประเทศ โดยต้องทำงานร่วมกับ หน่วยงานด้านสาธารณสุขต่างๆ ในการให้การวินิจฉัย และให้การรักษาเด็กเบื้องต้นทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ ได้รับโอกาสมีสุขภาพที่ดี โดยผู้ป่วยที่ส่งต่อมารับการตรวจวินิจฉัยด้านโสต ศอ นาสิก ปีละกว่า 16,000 รายและมีแนวโน้มมากขึ้นในแต่ละปี ทำให้จำนวนผู้ป่วยเด็กรอรับบริการการวินิจฉัยอีกหลายราย สถาบันฯ จึงจัดโครงการ “ตรวจหู ให้รู้ว่าหนูได้ยินไหม” โดยมีเป้าหมายเพื่อลดคิวการตรวจวินิจฉัยให้อย่างทั่วถึงทันต่อปัญหา  ซึ่งโครงการฯดังกล่าวเป็นจัดขึ้นจากการสนับสนุนโดยสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 3  กลุ่มผู้ใหญ่ใจดีภาคเอกชน ที่เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเด็กไทย
แพทย์หญิง ภาวินี อินทกรณ์ กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถิติผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อมาที่กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก ปี 2552 - 2554 พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง เพื่อหาความผิดปกติของการได้ยิน อันดับแรกของสถาบันฯ คือ ผู้ป่วยที่มีการพัฒนาการทางการพูดและการสื่อสารที่ช้า (delayed speech) โดยพบว่ามีภาวะสูญเสียการได้ยินร้อยละ 18.1 นั่นอาจหมายความว่า ทารกเหล่านี้ อาจมีโอกาสกลายเป็นคนพิการทางการได้ยินหรือการพูด หรือมีความบกพร่องในการเรียนรู้ในอนาคต           
       
       ด้าน คุณพูลศรี จงแสงทอง นายกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 3  กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการ “ตรวจหูให้รู้ว่าได้ยินไหม” ครั้งนี้ว่า “ซอนต้าสากล” นับเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ให้บริการด้านสาธารณกุศลที่ไม่หวังผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือใดๆ โดยต้องการเข้าช่วยเหลือสังคมพร้อมมุ่งมั่นในการยกระดับสถานภาพของสังคม ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ต้องการบริหารจัดสรรและจัดหาทุนและเงินช่วยเหลือต่างๆ ผ่านกองทุนต่างๆ ที่สโมสรจัดทำขึ้น ซึ่งครั้งนี้นับเป็นเป็น โอกาสอันดีที่ทางสโมสรซอนต้าได้เข้าช่วยเหลือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผ่านโครงการ “ลดคิวตรวจหู ให้รู้ว่าหนูได้ยินไหม” โดยได้ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เพื่อช่วยลดคิวในการตรวจคัดกรองป้องกันแก้ไขความผิดปกติแต่เนิ่นๆ ในเด็กตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างเป็นระบบ  อีกทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการติดต่อสื่อสาร สร้างโอกาสในด้านการศึกษาสังคมและการประกอบอาชีพในผู้ป่วยประสาทหูพิการ เพราะเล็งเห็นโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กเล็กๆ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกับความั่นคงของของชาติในอนาคต
       
       สำหรับผู้ปกครองที่สงสัยว่าเด็กมีการได้ยินผิดปกติ หรือมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน อาทิ เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ไม่สะดุ้งตกใจเวลามีเสียงดัง ไม่หันหาเสียง เด็กอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี แต่ไม่ตอบสนองต่อเสียง เรียกชื่อไม่หัน ไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เด็กอายุระหว่าง 1ปี 8 เดือน ถึง 2 ปี แต่ยังไม่สามารถพูดคำที่มีความหมายได้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ทันที สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการรับบริการการตรวจคัดกรองการได้ยิน สามารถพาลูกน้อยเข้ารับการตรวจวินิจฉัยได้ที่สถานพยาบาลทั่วประเทศใกล้บ้าน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
หูมีปัญหา ลูกอาจช้าด้านพัฒนาการ
5 กิจกรรมสุดสัปดาห์น่าเลือกทำ
รวมฮิตหนังสือดีส่งท้ายเดือนเมษายน
นิทานดี 3 เรื่อง 3 รส เตรียมเด็กๆ เข้าใจอาเซียน (แจกนิทาน)
วันนี้คุณเป็น Eco Mom หรือยัง?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2017