หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | พ่อแม่ลูกปลูกรัก
 

ฝึกลูกเรียนรู้เรื่องการคบเพื่อน/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

โดย MGR Online
29 เมษายน 2556 19:56 น.
ฝึกลูกเรียนรู้เรื่องการคบเพื่อน/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
        ปัญหาอีกประการหนึ่งของคนเป็นพ่อแม่ที่ส่งลูกเข้าสู่รั้วโรงเรียนที่นอกเหนือจากการปรับตัวเข้ากับโรงเรียน เข้ากับเพื่อน และคุณครูแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่มักเป็นห่วง โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยประถมปลายและวัยมัธยม ก็คือเรื่องการคบเพื่อน
       
       ความปรารถนาของคนเป็นพ่อแม่ทุกคนต่างก็อยากให้ลูกคบเพื่อนที่ดี แต่แน่นอนว่าในความเป็นจริงอาจไม่ได้ดั่งใจ หรือความหมายของคำว่าเพื่อนที่ดีของพ่อแม่ผู้ปกครอง กับลูกอาจไม่เหมือนกัน จนท้ายสุดนำไปสู่ปัญหาระหว่างกันได้
       
       ประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาเพราะอยากสะกิดเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่วนใหญ่มักมีทัศนคติในการพยายามที่จะเข้าไปควบคุมลูกเรื่องการคบหาเพื่อนฝูงของลูก
       
       การที่เราพยายามจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือควบคุมการคบเพื่อนของลูก อาจจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกได้ เพราะลูกมักต่อต้านคำสั่งของพ่อแม่ การห้ามไม่ให้ลูกคบเพื่อนคนใดคนหนึ่งเท่ากับเป็นการแสดงให้ลูกเห็นว่า เรากำลังหวั่นไหวถึงอิทธิพลจากเพื่อนที่จะส่งผลต่อลูก ทั้งยังเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณที่ทำให้ลูกเข้าใจได้ว่าพ่อแม่คิดว่าเขายังคิดอะไรเองไม่เป็น ไม่ไว้วางใจ ผลที่เกิดขึ้นจึงมักตรงกันข้าม คือ เด็กมักจะเลือกคบเพื่อนประเภทที่พ่อแม่รังเกียจ เป็นการท้าทายอีกต่างหาก
       
       ฉะนั้น พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจชีวิตของเขาเอง โดยเราคอยดูอยู่ห่างๆ เพราะเท่ากับว่าเราได้เรียนรู้ลูกของเราไปด้วยว่าทำไมลูกถึงคบเพื่อนคนนี้ ทั้งๆ ที่พ่อแม่มองว่าไม่น่าคบ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นการเรียนรู้ลูกของเราไปด้วยว่าทำไมลูกของเราจึงชอบเพื่อนคนนี้
       
       พลันทำให้คิดถึงเรื่องราวเมื่อครั้งที่เจ้าลูกชายคนโตของดิฉันอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 เขาสนิทกับเด็กคนหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างมีนิสัยเกเร ชอบแกล้งเพื่อน เขาก็เล่าให้พ่อแม่ฟังเสมอๆ ทีแรกก็ไม่ค่อยสบายใจที่ลูกชายสนิทกับเพื่อนที่มีนิสัยเกเร แต่พอเราได้พูดคุยกัน ได้เข้าใจความคิดของเขาก็ทำให้ถึงกับอึ้งเมื่อเขาบอกว่า เขาต้องสนิทกับเพื่อนคนนี้เพราะเขาจะได้ไม่ถูกแกล้งหรือถูกรังแก ซึ่งก็เป็นจริงเช่นนั้น และเมื่อวันเวลาผ่านไปเขาก็ได้พัฒนาเรียนรู้จักวิธีการอยู่ร่วมกับเพื่อนได้ดีขึ้น และก็มีเพื่อนสนิทคนอื่นๆ
       
       เรื่องการคบเพื่อน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องพยายามทำความเข้าใจลูกเสียก่อนว่า เด็กอาจมีความคิดของเขาที่เราเองก็คาดไม่ถึงหรือไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้น ความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เขาพูดคุยกับเราได้ทุกเรื่อง
       
       อย่างไรก็ตาม เรื่องการคบเพื่อนเป็นเรื่องสำคัญมาก คำสุภาษิตที่ว่า “คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล” เป็นเรื่องจริงแท้ ฉะนั้น พ่อแม่ก็ต้องมีเทคนิคในการสอดส่องด้วยว่าลูกของเราคบเพื่อนอย่างไร
       
       ยิ่งเมื่อลูกกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่น พ่อแม่ต้องเข้าใจพัฒนาการตามวัยของเขาที่จะให้ความสำคัญกับเพื่อนมากขึ้น พ่อแม่ต้องตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ที่ลูกจะค่อยๆ ห่างจากเราไปบ้าง เพื่อนจะเข้ามามีบทบาทกับลูกของเรามากขึ้น
       
       แต่ถ้าพ่อแม่เอาแต่พร่ำสอนเรื่องการคบเพื่อนอยู่ตลอดเวลา และก็ได้แต่พร่ำบ่นว่าควรจะต้องคบเพื่อนแบบไหน ไม่ควรคบแบบไหน รับประกันว่าเขาไม่ฟังคุณหรอก แต่ถ้าเรารู้เท่าทันก็ควรจะต้องทำหน้าที่พ่อแม่เชิงรุกบ้างแล้ว เพื่อแทรกซึมให้เราฝึกลูกเรียนรู้เรื่องการคบเพื่อนที่ดีได้ และลูกก็ไว้ใจพ่อแม่ด้วย
       
       ขอย้ำว่าเป็นเทคนิคการแทรกซึม มิใช่การแทรกแซง..ดังนี้
       
       ประการแรก เปิดใจทำความรู้จักกับเพื่อนของลูก เริ่มจากการพูดคุยกับลูกเรื่องเพื่อน ให้ลูกเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวต่างๆ ของเพื่อนที่โรงเรียน ถ้าพ่อแม่ทำมาตั้งแต่เล็กๆ ลูกกลับจากโรงเรียนก็เล่าเรื่องราวที่โรงเรียนให้พ่อแม่ฟังเป็นประจำ เมื่อเขาเติบโตเข้าสู่วัยก่อนวัยรุ่น ก็จะพูดคุยกับลูกได้เป็นปกติ เพียงแต่อาจประหยัดคำพูดหรืออาจจะไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ความเป็นไปของลูก
       
       ประการที่สอง ชวนเพื่อนลูกมาบ้าน อาจสร้างกิจกรรมขึ้นมาก็ได้ เช่น งานสังสรรค์หลังปิดเทอม หรือวันคล้ายวันเกิด โดยคุณแม่จะทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ ของลูก เพราะการที่เพื่อนลูกมาที่บ้านจะทำให้เราได้รู้จักเพื่อนของลูก ซึ่งการเลือกคบเพื่อนบอกอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวของลูกได้ด้วย
       
       แต่ถ้าหากเราแสดงท่าทางไม่สนใจไยดีในตัวเพื่อนของลูกล่ะก็ ลูกจะรู้สึกอึดอัดทันทีและจะรู้สึกว่าระหว่างพ่อแม่กับเพื่อนนั้นเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่อยากให้เพื่อนและพ่อแม่เจอหน้ากันอีก เท่ากับคุณได้ตัดโอกาสของคุณไปเองด้วย
       
       ประการที่สาม สร้างความสัมพันธ์เป็นมิตร เมื่อได้มีโอกาสพบเพื่อนของลูกพยายามสร้างมิตรภาพอันดีให้เกิดขึ้น อย่ารีบด่วนสรุปว่าเพื่อนลูกเราเป็นอย่างไร การแต่งเนื้อแต่งตัว การใช้ภาษา หรือความสนใจของเด็กวัยนี้ บางคนอาจจะดูแปลกๆ ไปบ้าง หรืออาจดูล้ำเกินวัยไปหน่อย ก็อย่าแสดงความไม่พอใจ แต่ขอให้ทำความเข้าใจว่าเป็นวัยของเขาด้วย และทำให้เพื่อนๆ ของลูกไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อได้อยู่ใกล้กับพ่อแม่ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาความสัมพันธ์ อาจชวนพูดคุยเรื่องกิจกรรม เรื่องงานอดิเรก หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม หรืองานอดิเรกของลูกและเพื่อนลูกด้วย
       
       ประการที่สี่ อย่าวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนของลูกอย่างรุนแรง เป็นกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับพ่อแม่ที่ไม่พอใจเพื่อนลูก แต่ขอให้ใจเย็น ๆ เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาจะลุกลามมาถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ แล้วอาจทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่สามารถพาเพื่อนเข้าบ้านได้ เขาจะยิ่งห่างจากเราไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราเชื่อจริงๆ ว่าลูกเราเข้ากลุ่มเพื่อนไม่ดี หรือเลือกคบเพื่อนผิดประเภทแล้ว ต้องหาข้อมูลมาจริงๆ ไม่ใช่เกิดจากอคติเพียงอย่างเดียว จากนั้นจึงจะต้องยื่นมือเข้าไปด้วยความใกล้ชิด และค่อยๆ หาทางให้สติ หรือสร้างสถานการณ์ให้ลูกได้เห็นว่ามีพฤติกรรมบางอย่างของเพื่อนลูกที่ไม่เหมาะสม ถ้าลูกรักเพื่อนต้องชวนกันชี้ให้เห็นว่าเพื่อนทำไม่ถูก
       
       ประการที่ห้า พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนลูก ถ้าเป็นพ่อแม่ที่ใกล้ชิดกับลูก สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องก็เยี่ยมมาก แต่ถ้าสามารถแบ่งปันไปถึงเพื่อนลูกได้ด้วยก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะบางคราเด็กบางคนอาจมีปัญหาที่ไม่สามารถหาทางออกได้ แต่สามารถมาปรึกษาคุณได้ ก็จะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกเกิดความภาคภูมิใจและไว้วางใจพ่อแม่มากขึ้นไปอีก เพราะสามารถช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับเพื่อนของเขาได้ด้วย ก็จะยิ่งเป็นผลดี มีอะไรก็จะปรึกษาพ่อแม่ของเขาอย่างแน่นอน
       
       เรื่องการคบเพื่อนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน พ่อแม่ที่มักอาศัยคำพูดที่ว่า “ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน เพราะฉะนั้นลูกต้องเชื่อฟังพ่อแม่เท่านั้น”ไม่ได้เด็ดขาดแล้วล่ะค่ะ เพราะเงื่อนไขของชีวิตในแต่ละยุคสมัยก็แตกต่างกัน คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องพยายามปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทัศนคติใหม่ด้วยว่า
       
       “ฉันอาบน้ำมาก่อน เพราะฉะนั้นพ่อแม่ต้องเปิดใจรับฟังลูกด้วย”

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฝึกลูกเรียนรู้เรื่องการคบเพื่อน/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
ถึงเวลาสร้างครอบครัว Digital Detox กันได้แล้ว/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
กรณีน้องเอย : ปัญหาซ้ำซากที่เด็กเล็กตกเป็นเหยื่ออีกแล้ว/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
การศึกษาไทย-ยิ่งโตยิ่งเรียนยิ่งไม่มั่นใจระบบ..!!/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
สอนลูกให้รู้จักความนิ่งในสังคมเร่งรีบ/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 29 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 25 คน
87 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
13 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2016