ยามเฝ้าแผ่นดิน : หวั่นอดีต ทรท.รวมตัวฟื้นระบอบทักษิณ

โดย MGR Online   
25 สิงหาคม 2550 04:55 น.
ยามเฝ้าแผ่นดิน : หวั่นอดีต ทรท.รวมตัวฟื้นระบอบทักษิณ
        ยามเฝ้าแผ่นดินสัญจรฯ นิวยอร์ก สนธิ เผย อดีตไทยรักไทยส่อไหลกลับมารวมกันอีกครั้ง เพื่อให้ทักษิณกลับมาครองอำนาจ ชี้ ปี 2551 วิกฤตการเมืองไทยหนักต่อเนื่อง ระบุที่น่ากลัวที่สุด คือ การที่ระบอบทักษิณพยายามเข้าแทรกแซงศาลยุติธรรม ลั่นตอนนี้ออกมาสู้เพื่อชาติก็ต้องยอม “ตาย-เจ๊ง-ติด”
       
        คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และสโรชา พรอุดมศักดิ์,  สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วงที่ 1
       
       
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วงที่ 2
       

       
       สโรชา - สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2550 วันนี้ฉากหน้าตาเปลี่ยนไปสักนิดหนึ่ง เพราะว่าเราคงไม่อยู่กันทั้งรายการอย่างที่สัญญากันไว้ว่าจะนำเทปการไปปราศรัยที่สหรัฐอเมริกาของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล มาฝากกัน และจะได้มีเวลารับทราบกันว่าคุณสนธิไปพูดอะไรกับชาวสหรัฐอเมริกาบ้าง พี่คำนูณปิดมือถือด้วยสิ ทีหลัง ตีตายเลย แต่ว่าคือเราเกริ่นไว้แล้ว ใครที่ติดตามยามเฝ้าแผ่นดินช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้พูดคุยกันบ้างแล้วสำหรับคุณสนธิไปพูดที่รัฐเวอร์จิเนีย แต่วันนี้จะนำเทปในบางช่วงบางตอนสักชั่วโมงเศษๆ มาให้คุณผู้ชมได้รับชมกัน อีกสักครู่หนึ่ง แต่วันนี้กระแสของวันนี้คงไม่พ้นการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนคนใหม่
       
       คำนูณ - หรือวันนี้เรื่องใหญ่สุดต้องเรื่องรัฐธรรมนูญครับ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กับประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
       
       ปานเทพ - อำนาจของ คมช.ก็ถือว่ายังอยู่ แต่ว่า
       
       คำนูณ - แต่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ก็คือต่อไปกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมืองเข้าใจว่าคงประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากลงมาแล้ว พูดง่ายๆ ว่าวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม ก็จะมีผลใช้บังคับ
       
       สโรชา - ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ว่าข่าวคุณสมัครก็เล็กลงมาหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นข่าวที่หลังจากที่เราติดตามสถานการณ์ที่น่าหดหู่ใจมาทั้งสัปดาห์ มาปิดท้ายสัปดาห์ยิ่งหดหู่หนักเข้าไปใหญ่ เพราะคุณสมัครเป็นหัวหน้าพรรค มียุทธตู้เย็น เป็นรองหัวหน้าคนที่ 1
       
       คำนูณ - มีนพดล ปัทมะ เป็นรองหัวหน้าด้วยใช่ไหม
       
       สโรชา - เขาบอกว่ารอง รองอะไรยังไม่ได้อ่านเลย
       
       ปานเทพ - ก็เป็นว่าคุณสมัคร สุนทรเวช เข้ามาโดยการจัดเลือกตั้ง
       
       สโรชา - เหมือนว่าเป็นอย่างนั้นใช่ไหมคะ
       
       ปานเทพ - คะแนนเป็นที่ 1
       
       สโรชา - มีดีเบตกัน และได้ลงคะแนนที่จะเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่
       
       คำนูณ - พรรคนี้มันก็เเปลกนะ
       
       ปานเทพ - ทำอะไรตรงไปตรงมาไม่ได้ใช่ไหม
       
       คำนูณ - มันต้องหลอกตลอดเวลา ก็รู้อยู่แล้วว่าติดต่อประสานงานกัน และคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ถ้าบอกว่าพิจารณากันตามความเหมาะสมแล้ว ก็ส่งเทียบเชิญาคุณสมัคร สุนทรเวช นักการเมืองอาวุโสเป็นผู้เหมาะสม และตกลงกันทุกประการ และมาพบกับลูกพรรค ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ได้รับการยอมรับเป็นฉันทามติ ก็จบ มันจะต้องทำมามีการแข่งขัน มีรูปแบบ
       
       สโรชา - ต้องมีรูปแบบ จะทำอะไรธรรมดาๆ ไม่เป็น
       
       ปานเทพ - ต้องมีคู่แข่ง
       
       คำนูณ - คือต้องหลอกเข้าไว้ ถ้าไม่หลอก ไม่ใช่
       
       ปานเทพ - เป็นไปตามคาด คุณสมัครก็ต้องชนะ ประมาณ 80 กว่าคะแนนต่อ 30 กว่าคะแนน
       
       สโรชา - คำถามแรกในฐานะหัวหน้าพรรค ก็ตั้งคำถามว่ามายังรัฐบาล และ คมช. ว่าคุณทักษิณนั้นผิดตรงไหน
       
       ปานเทพ - ถามอย่างนี้ก็ดีครับ
       
       สโรชา - แสดงว่าคุณสมัครไม่ได้ติดตามข่าวมาตลอดเกือบๆ หนึ่งปีที่ผ่านมา และที่แน่ๆ คือไม่ได้ดู ASTV เลยท่าทาง
       
       ปานเทพ - คุณสมัคร สุนทรเวช ถามว่าคุณทักษิณผิดตรงไหน พวกคุณไม่ใช่ศาล ก็ถูกต้องนะครับ วันหลังคุรสมัครต้องถามเพิ่มเติมด้วยซ้ำไปว่าคดีรถดับเพลิงผิดตรงไหน
       
       สโรชา - ขยะ 9 พันกว่าล้านผิดตรงไหน
       
       ปานเทพ - ครับ และถ้าจะให้ดีไปกว่านั้น ถ้าคุณสมัครเชื่อในกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องเรียกร้องให้คุณทักษิณกลับมาที่ประเทศไทยไวๆ มาพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ถึงจะเหมาะสม ถึงจะได้ชื่อว่าคุณทักษิณนั้นผิดอย่างไร ผิดตรงไหน จะได้พิสูจน์กันไป
       
       สโรชา - ถ้าบริสุทธิ์จริงก็กลับมาพิสูจน์สิคะ จะมาบอกว่ากระบวนการยุติธรรมในเมืองไทย ณ เวลานี้ถูกแทรกแซงก็คงไมได้
       
       ปานเทพ - แต่ผมชอบนะที่คุณสมัครพูดแบบนี้ ต้องให้พูดบ่อยๆ พูดทุกวัน
       
       สโรชา - เข้าตัว
       
       ปานเทพ - ประชาชนจะได้เข้าใจว่าคิดอย่างไร เป็นอย่างไร
       
       สโรชา - เลขาธิการพรรค ตามคาดก็คือคุณหมอเลี้ยบ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นเลขาธิการพรรค และอย่างที่เรียน คือมีรองหัวหน้าคือ คุณยงยุทธ ติยะไพรัช คนที่ 1 คนที่ 2 ก็คือ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว ซึ่งเดิมเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชนอยู่ ก่อนที่จะมีไทยรักไทยเข้ามาขอแจมทีหลัง แต่ความเคลื่อนไหวในเรื่องการเมืองนอกจากนี้ ก็เห็นวี่แววความแตกร้าวระหว่างกลุ่มรวมใจไทย กับกลุ่มมัชฌิมาเรียบร้อยแล้ว ตกลงเขายังไงกันคะ ไหนบอกว่าจะไปจดทะเบียนอาทิตย์หน้าแล้ว
       
       คำนูณ - ใจเย็นๆ ครับ รอไปวันต่อวันนะครับ
       
       ปานเทพ - อะไรก็ไม่แน่นอน
       
       คำนูณ - มันก็จะแตก มันก็จะรวน แล้วมันก็จะแตก จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายมันไม่มีอะไรแน่หรอก เพราะมันไม่ได้รวมกันด้วยอุดมการณ์ ไม่ได้รวมกันด้วยเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ที่มีปณิธาณร่วมกัน มีอุดมการณ์ร่วมกัน มารวมกันเพื่อทำงานเพื่อสังคมร่วมกัน แต่เป็นกลุ่มคนที่อยากจะมีอำนาจทางการเมือง อยากจะเข้าสู่อำนาจทางการเมือง
       
       ปานเทพ - อยากจะมีอำนาจต่อรองทางการเมืองด้วย
       
       คำนูณ - มันก็อย่างนี้ล่ะครับ ก็คงจะพูดกันเรื่องสตางค์ เรื่องใครจะเป็นตำแหน่งอะไร ใครจะใหญ่ จะใช้ชื่ออะไร อะไรต่อมิอะไร มันเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เฉพาะแต่มัชฌิมา หรือรวมใจไทย เราก็เห็นได้ชัดแล้วในกรณีของพลังประชาชน คือคนๆ หนึ่ง คนกลุ่มหนึ่ง ไปจดชื่อพรรคเอาไว้ วันดีคืนดีก็เอาอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา ไปเชิญอีกคนหนึ่งเข้ามาเป็นหัวหน้า และที่อยู่ร่วมกันก็คือแนวความคิดแต่ก่อน คนที่เป็นหัวหน้าก็ขวาจัด ลูกน้องก็เคยซ้ายจัดมาก่อน เคยด่าพ่อล่อแม่กันมาก่อน ก็สามารถจะมารวมกันได้ เพราะว่าในขณะนี้มีผลประโยชน์ทางการเมืองร่วมกัน และที่สำคัญก็คือเป็นพรรคที่มีสตางค์
       
       สโรชา - ในสัปดาห์แรกก็คงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าไม่อยากจะติดตา แต่ก็ควรที่จะรู้เขารู้เรา คุณคำนูณอาทิตย์หน้าจะต้องมีการประชุมกรรมาธิการหรือเปล่า จะได้มาร่วมแจมกับพวกเราไหม
       
       คำนูณ - ข่าวร้ายครับ เขายังอยู่กรุงเทพ คุณจะต้องเจอหน้าผมไปอีก
       
       สโรชา - นึกว่าตอนแรกจะต้องเหงาหงอยแล้ว จัดกัน 2 คน
       
       คำนูณ - ในช่วงสัปดาห์แรกคงจะอยู่กรุงเทพไปก่อน และโอกาสที่จะไปอยู่ต่างจังหวัดน่าจะเป็นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 กันยายน ไปจนถึง 12 กันยายน น่าจะเป็นประมาณนั้น
       
       สโรชา - มีหลายคนได้ฝากฝังมา บอกว่าตอนที่มีการอภิปรายกันเมื่อ 2 วันที่แล้ว ใช่ไหมคะ เรื่องของกรรมาธิการ และบอกว่ามีหยิบยกเรื่องราวของการลงโทษผู้ที่ขายสิทธิขายเสียงด้วย นอกจากการลงโทษผู้ที่ซื้อสิทธิแล้ว ก็เป็นเรื่องที่หลายคนโทรศัพท์มาสนับสนุนเหมือนกัน บอกว่าฝากคุณคำนูณ ฝาก สนช. พิจารณาด้วย
       
       คำนูณ - เอาอย่างนี้ไหม คือว่าจะเสนอแก้ให้ คนที่ซื้อสิทธิผิดอยู่แล้ว ซื้อสิทธิซื้อเสียงผิดอยู่แล้ว ตอนนี้ต่อไปใครขายสิทธิขายเสียงผิดด้วย ยกเว้นแต่ว่าคุณสำนึกผิดและมาแจ้งเจ้าหน้าที่ และยอมเป็นพยาน นอกจากคุณจะไม่เป็นผู้ผิดแล้ว คุณยังจะเป็นพยาน และคุณจะได้สินบนนำจับอีกเป็นจำนวน 4 เท่าของเงินที่คุณรับมา
       
       สโรชา - อันนี้เข้าท่า
       
       คำนูณ - เป็นต้นว่าคุณรับมา 500 บาท คุณก็แกล้งรับเขาไปหรืออะไรก็แล้วแต่ เสร็จแล้วคุณก็มาแจ้งเจ้าหน้าที่ คุณเป็นพยาน นอกจากคุณจะไม่ผิดแล้วคุณยังจะได้สินบนนำจับไป 2,000 บาท อันนี้ประเด็นหนึ่งที่อยากจะเสนอ อีกประเด็นหนึ่งเขาบอกว่าปฏิวัติการหาเสียงสักทีเถอะ ห้ามติดโปสเตอร์หาเสียงตามท้องถนนทั้งหมด ให้ติดไว้เฉพาะในที่ที่จัดไว้ให้เท่านั้น
       
       ปานเทพ - ในที่ที่จัดไว้ให้ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบใช่ไหม
       
       สโรชา - คือไม่ใช่ว่าใครเงินเยอะและทุ่มติดโปสเตอร์มันทุกเสา ก็ไม่ใช่แล้ว
       
       คำนูณ - ซึ่งรวมทั้งการควบคุมการออกทีวีวิทยุด้วย
       
       ปานเทพ - ให้สัดส่วนเท่ากันเพื่อความเป็นธรรม
       
       สโรชา - ดีค่ะ นี่คือตัวแทนของประชาชน ถึงจะมีการแต่งตั้งเข้ามาแต่ว่า สนช. ชุดนี้ก็สามารถพิสูจน์ได้ถึงระดับที่ดีทีเดียวว่า การแต่งตั้ง ส.ส. หรือแม้กระทั่งในฐานะ ส.ว.ก็ตาม ถือว่าสามารถทำประโยชน์ และเป็นเสียงให้กับประชาชนได้ในระดับที่น่าพอใจทีเดียว เดี๋ยวเราไปฟังคุณสนธิกันนะคะ เนื้อหาประมาณชั่วโมงเศษๆ ไปปราศรัยที่ Thai-DC Forum รัฐเวอร์จิเนีย ให้กับบรรดาพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในละแวกนั้น หลายๆ มลรัฐที่อยู่ในละแวกนั้นได้รับชมรับฟังกัน คงจะหายคิดถึงกันพอสมควรค่ะ
       
       สนธิ - ขอบคุณครับพี่ทัตพงษ์ พี่ติ๋ว และคุณหมอทั้งหลายและเพื่อนพันธมิตร เพื่อนๆ ญาติพี่น้อง และกัลยาณมิตร เหตุการณ์ 11 เดือนที่ผ่านไปนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เมื่อมามองย้อนหลังแล้วมันมีเรื่องต้องคุยให้ฟังเยอะ และผมเห็นว่าเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างประเทศหลายคนยังอ่านเกมไม่ออก บางคนยังอ่านอะไรที่ปะติดปะต่อไม่ได้ แต่ถ้าเรามองป่าทั้งป่า มององค์ความรู้ทั้งองค์ความรู้แล้วเราจะเข้าใจดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น และอีกประการหนึ่งผมก็รู้ว่าหลายๆ คนอยากจะเจอคุณบัณฑิต คุณแอน- จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ก็เลยถือโอกาสพาคุณบัณฑิต คุณแอน-จินดารัตน์ มาด้วย และโปรดิวเซอร์ คุณณุ พาคนที่ถ่ายกล้องเพื่อจะมาทำข่าวในอเมริกา เขาจะอยู่ต่อหลังจากที่พวกผมกลับไปแล้ว ในเรื่องของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะเอาเรื่องคนไทยที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชนเขา และเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับประเทศไทย เอาไปให้กับคนไทยดูเอเอสทีวีที่ประเทศไทยได้รู้ว่า อีกมุมหนึ่งของโลกนั้นก็มีคนไทยที่ทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง
       
       สนธิ - ถ้าจำสิ่งที่ผมพูดได้ เมื่อตอน 19 กันยายน เกิดขึ้นนั้น ถ้าดูเอเอสทีวี จำได้ไหมว่าผมพูดบอกว่า สู้กับทักษิณนั้นไม่น่ากลัว เพราะมันเป็นสีดำและสีขาว มันเป็นปิศาจซาตาน มันเป็นเสือตัวหนึ่งที่จ้องจะขม้ำเรา เราก็ยืนจ้องตา เราก็เตรียมตัวพร้อมที่จะสู้กับเสือตัวนั้นด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่ในตัว แต่วันนี้เสือตัวนั้นไม่อยู่แล้ว แต่ที่สำคัญคือเครือข่ายเขายังอยู่เต็มไปหมด และผมพูดว่าทุกวันนี้เหมือนสู้กับยุง ยุงมันบินแล้วมากัดเราตลอดเวลาโดยเราไม่รู้ตัว มันกัดทีละเล็กทีละน้อย มันเจ็บ มิหนำซ้ำยังเป็นยุงลายเสียด้วยซ้ำ เป็นพาหะนำไข้เลือดออกมาอีก หลายๆ อย่าง 11 เดือนที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละเหตุการณ์ บางครั้งอธิบายไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ทำไมถึงโง่อย่างนี้ นึกไม่ถึงว่าทำไมถึงตัดสินใจไปอย่างนั้น แต่ถ้าเราเดาไม่ออกและเราไม่เข้าใจ เพราะเราไปตั้งข้อสมมติฐานที่ผิด แต่พอเราชิฟต์ตัว hypothesis ของเรา ข้อสมมติฐานของเราเสียใหม่ ว่าเพราะว่ามันร่วมกับทักษิณ มันถึงทำอย่างนี้ มันก็เลยทะลุหมดทุกข้อเลยว่าใช่ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว มึงทำอย่างนั้นได้อย่างไร
       
       สนธิ - อย่างกรณีไอทีวีเห็นได้ชัด กรณีไอทีวีนั้นทำผิดสัญญา ไม่จ่ายค่าสัมปทาน รัฐยึดคืนมา แทนที่จะยึดคืนมาแล้วก็ปิดไอทีวี และเปิดประมูลใหม่ จะเปิดประมูลหรือทำเป็นทีวีสาธารณะผมไม่สนใจ ทำไปเถอะ แต่ก็ปรากฏว่า ยึดคืนมาแล้วก็ให้คนไอทีวีทั้งชุดทำอยู่เหมือนเดิม ให้เงินเดือนเหมือนเดิม ไปเช่าตึกชินคอร์ปอยู่เหมือนเดิม และข่าวที่ออกก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ยังจงใจทั้งที่เป็นทีวีของรัฐ ณ วันนี้ ก็จงใจเอาข่าวของเครือข่ายคุณทักษิณมาออกตลอดเวลา สัมภาษณ์หมอพรหมินทร์เป็นชั่วโมง สัมภาษณ์ภูมิธรรม สัมภาษณ์หมอเลี้ยบ สัมภาษณ์สมัคร สุนทรเวช สัมภาษณ์พิเศษ คือมันเป็นคำถามที่ผมตอบไม่ได้เลย แต่ถ้าตอบว่าเพราะมีคนบางคนในรัฐบาลชุดนี้มีการสมรู้ร่วมคิดกับระบอบทักษิณ และมีข้อตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้วในการออกนอกประเทศนั้น ก็เลยทำให้ทะลุ
       
       สนธิ - อ๋อ มันเป็นเช่นนี้เอง แต่ถ้าไปมองตัดตรงนี้ออก และถ้าไม่มองเขาในแง่นี้แล้ว เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสติปัญญาคนคิดไม่ได้เพียงแค่นี้ หลายๆ ประการ วันที่ 19 กันยายน นั้นเป็นวันที่ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่าทุกคนก็ดีใจ ดีใจนี้ไม่ใช่ว่าทหารมาปฏิวัติ ดีใจว่าโอกาสที่เราจะเริ่มกันใหม่นั้นมันจะมีขึ้นมา ปรากฏว่าพอ 19 กันยาฯ เกิดขึ้นปั๊บ สิ่งที่เราคาดหวังก็เริ่มผิดหวังไปทีละนิดๆ ผมเคยตั้งข้อสงสัยว่าทหารเข้ามายึดอำนาจ เมื่อมายึดอำนาจแล้ว อำนาจอยู่ในมือ เมื่ออำนาจไม่อยู่ไม่ต้องผ่านสถา ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น สามารถที่จะออกเป็นมาตรการ เป็นประกาศคณะปฏิวัติ คณะปฏิรูป ฉบับที่1 ที่ 2 ที่ 3 สิ่งแรกที่ไม่ได้ประกาศเลยคือการประกาศอายัดทรัพย์ ไม่ใช่การยึดทรัพย์ แต่เป็นการอายัดที่เจ้าของทรัพย์สามารถจะพิสูจน์ได้
       
       สนธิ - เพราะฉะนั้นแล้วแอสเสทฟรีซกับแอสเสทซิสเซอร์ไม่เหมือนกัน แอสเสทฟรีซที่ต่างประเทศเขาก็ทำกันทุกคน คือเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องมาพิสูจน์ว่าทุกบาททุกสตางค์ที่มีอยู่ในบัญชีที่ยึดมา ได้มาอย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายไหม และถึงแม้จะถูกต้องตามกฎหมาย คำถามต่อไปก็คือมีการเสียภาษีที่ถูกต้องหรือเปล่า ก็ไม่มีการอายัดทรัพย์ เมื่อไม่มีการอายัดทรัพย์แล้ว การที่จะให้ยกเลิกพาสปอร์ตทูตของทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่แตะต้อง ผมจะต้องออกมาพูดแล้วพูดอีก ย้ำแล้วย้ำอีก ก็ไม่ทำกัน จนกระทั่งในที่สุดทนความกดดันไม่ไหว ก็เลยจะต้องประกาศยกเลิกพาสปอร์ตทูตไป
       
       สนธิ - ต่อมาถึงการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ก็ไม่ยอมเปลี่ยนกัน ปล่อยให้ตำรวจเครือข่ายทักษิณ ที่มารังแกประชาชน รังแกพวกพันธมิตรก็ยังนั่งกันอยู่เหมือนเดิม ไม่มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง มิหนำซ้ำแล้วยังแอบโยกย้ายเปลี่ยนแปลงคนบางคนเข้าไปในตำแหน่งที่สูงกว่า หรือแม้กระทั่งคนอย่างเช่น พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงษ์ ซึ่งเป็นเพื่อนตำรวจรุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้อำนวยการกองสลากฯ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังหวยบนดิน และผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการนำเงินหวยไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมทางการเมืองของพรรคไทยรักไทย คนนั้นลาออกจากผู้อำนวยการกองสลากฯ กลับไปขอเข้ารับราชการตำรวจ ยื่นเรื่องไปภายใน 7 วัน ได้รับกลับเข้าไปรับราชการ และได้เลื่อนตำแหน่งอีกต่างหาก ในขณะซึ่งมีคนยื่นเรื่องไปเพื่อขอรับราชการนั้น เป็นเวลา 3 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้รับกลับเข้าไป นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นนะ
       
       สนธิ - ต่อมาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีวันหนึ่ง จู่ๆ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คุณธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ก็โทรศัพท์มาหาผม บอกว่า พี่สนธิ ผมอยากให้พี่สนธิมาออกรายการช่อง 11 เพื่อที่จะเล่าความจริงให้ประชาชนฟังบ้าง เป็นรายการประจำวัน ผมก็บอกว่าได้เหมือนกัน แต่คุณก็รับสัญญาณถ่ายทอดจากเอเอสทีวีไปก็แล้วกัน ช่อง 11 ก็ตั้งป้อมบอกว่า รับถ่ายทอดได้แต่ไม่มีชื่อเอเอสทีวี ผมบอกว่าไม่เป็นไร เพื่อชาติบ้านเมือง คุณจะใส่ชื่ออะไรก็เรื่องของคุณ ให้ได้ออกก็แล้วกันเพื่อชาวบ้านจะได้รับทราบ ก็ปรากฏว่าออกวันแรกมีคนโทรศัพท์เข้ามาด่า เยอะมาก วันที่ 2 ก็ยังด่าอยู่ แต่ปริมาณด่าน้อยลง วันที่ 3 คนด่าแทบจะไม่มีเลย วันที่ 4 เริ่มมีคนโทรศัพท์มาแปลกๆ ว่า เอ๊ะ เรื่องแบบนี้ผมไม่เคยรู้เลย วันที่ 5 วันที่ 6 ด้วยรูปของตำรวจที่เอากุ๊ยมากระทืบประชาชน ที่ช่องอื่นไม่เคยออก เราเอามาออกให้ดู คนก็ตกใจกันทั้งเมือง บอกว่ามีด้วยเหรอ ผมเกิดมาผมไม่เคยเห็นรูปแบบนี้ มีคนโทรมาจากภาคเหนือ บอกว่า ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองคุณสนธิ ว่าหอม กระเทียม ชาวบ้านชาวไร่ที่เจ๊งไป ก็เพราะว่าทักษิณ ชินวัตร ไปทำเอฟทีเอกับประเทศจีน โดยแลกเปลี่ยนกันโดยให้จีนสามารถส่งสินค้าเข้ามาในประเทศไทย สินค้าทางเกษตรได้ โดยไม่เสียภาษี เพื่อแลกกับการซึ่งดาวเทียมไอพีสตาร์ของทักษิณ จีนเซ็นสัญญาใช้ บอกว่าผมไม่เคยรู้เลย ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ คือจากการที่ไม่รู้ เริ่มรู้ พอออกได้ 10 วัน จู่ๆ คุณสุรยุทธ์ จุลานนท์ โทรหาผมด้วยตัวเอง บอก คุณสนธิ รายการนั้นขอถอดนะ
       
       สนธิ - พูดอย่างนี้ ผมพอจะเดาออก ผมก็ไม่ถามว่าทำไมต้องถอด ผมบอก ครับ เพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านคุมช่อง 11 ท่านอยากถอดท่านก็ถอดไป ผมก็เลยถอด ก็เป็นคำถามซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทุกครั้งที่เกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนคุณยึดอำนาจ คุณก็พูดตลอดเวลาว่าเหตุผลที่ทักษิณสามารถที่จะไปหลอกประชาชนได้ เพราะว่าไม่มีสื่อเจ้าไหนเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะเอาความจริงให้ประชาชนได้ทราบ นอกจากที่พวกเราทำ เป็นโลนเรนจ์เจอร์จริงๆ และโลนเรนจ์เจอร์ที่ค่อนข้างจะโลนลี่ แต่ว่าพูดถึงการต่อสู้ เราโลนลี่มาก นี่ก็คืออีกคำถามซึ่งบอกว่าคุณเรียกผมไปออก 10 วัน และคุณก็ให้ถอดออก โดยคุณไม่บอกว่าทำไมถึงถอดออก มันก็เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบไปทีละเรื่องไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องไม่อายัดทรัพย์ ตั้งแต่เรื่องของทีวี หลายๆ เรื่องไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่หยุดยั้ง ที่น่าสนใจอย่างมากๆ ก็คือในกระบวนการต่างๆ
       
       สนธิ - จำได้ไหมหลังจากที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยึดอำนาจแล้ว มีจู่ๆ วันนี้ พล.อ.อู๊ด เบื้องบน ก็เอาคุณพจมาน ชินวัตร ไปพบป๋าเปรม จำได้ไหม นั่นล่ะ ปรากฏว่าทุกคนก็งงว่าไปพบทำไม เกิดอะไรขึ้น คนก็รุมด่า พล.อ.อู๊ด เบื้องบน เพราะโดยพื้นฐานลูกชายก็ทำงานอยู่ที่เอไอเอส และส่วนตัวเองก็เป็นประธานบริษัท TAGS คือบริษัทที่รับสัมปทานในเรื่องของการทำกราวด์เซอร์วิสที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ และบริษัท TAGS เบื้องหลังก็คือคนในตระกูลชินวัตรบางคนที่อยู่ทางภาคเหนือ ได้ไปแอบเข้าไปยึดบริษัทอันนั้นไว้ และเอา พล.อ.อู๊ด ผมเลยมามองว่าตายแล้ว สังคมไทยเดี๋ยวนี้ แม้กระทั่งคนอย่าง พล.อ.อู๊ด เบื้องบน ซึ่งซัพโพสลี่ เป็นลูกป๋าเปรม และจะต้องแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดซึ้ง และยังทำตัวอย่างนี้ได้ เมืองไทยแทบจะไม่มีความหวังอะไรอีกต่อไป เสร็จแล้วถ้าจำได้ในช่วง 19 กันยาฯ ในช่วง 3 เดือนแรก จนเกือบๆ จะสิ้นธันวาคม
       
       สนธิ - จำได้ไหม พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เป็นคนพูดคนแรก เลขาฯ คมช. พูดว่าเมื่อบ้านเมืองต้องการความสมานฉันท์ ต้องมาเจรจาประนีประนอมตกลงกัน บ้านเมืองต้องการความสมานฉันท์ บ้านเมืองต้องการความสงบ เราก็เลยงงเป็นไก่ตาแตกว่าวันนี้การสมานฉันท์อะไรก็ตาม มันต้องสมานฉันท์อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่ใช่ว่าใครไปเป็นโจร มาปล้นบ้านเรา พอปล้นบ้านเราเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาบอกว่า ไหนๆ มันก็ปล้นไปแล้ว อย่าไปโกรธมัน มานั่งกินข้าวคุยกันใหม่ มันไม่ใช่ แต่ลักษณะของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ที่น่าสนใจคือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็พูดเช่นนั้น และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็พูดเช่นนั้นเช่นกัน
       
       สนธิ - ผมก็เลยตั้งข้อสงสัยมาตลอดว่ามันเกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็รู้อยู่แล้วว่า บ้านเมืองมันมีปัญหาตรงที่ว่า สื่อมันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ก็ปรากฏว่าสื่อก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ช่อง 7 เคยเอาคุณจักรพันธ์ ยมจินดา ซึ่งเป็นพวกคุณทักษิณ ด่าพวกพันธมิตร เคยนั่งอยู่อย่างไรก็นั่งอยู่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้แต่นิดเดียว และยังไปอุ้มไอทีวีต่อ ผมก็เลยถามตัวผมเองว่า เฮ้ย สนธิ สมมติฐานคุณผิดหรือเปล่า ไหนคุณลองพลิกสมมติฐานอีกข้อหนึ่งมาซิว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกัน เขามีการเจรจาตกลงกันลับๆ พอผมพลิกสมมติฐานไปตรงนี้ ผมก็เลยได้คำตอบทุกข้อว่ามันจริงหมดทุกอย่าง ที่พวกมึงทำกันอย่างนี้ก็เพราะว่ามึงไปแอบตกลงกัน
       
       สนธิ - ถ้าพ่อแม่พี่น้องที่นั่งอยู่ในนี้จำได้ เคยดูเอเอสทีวี จะจำได้ว่าผมเคยพูดคำนี้ ผมบอกว่าคุณไปสัญญาอะไรกันไว้หรือเปล่า อึ้งไปหมดทุกคน ไม่ตอบ คุณสุรยุทธ์ก็ไม่ตอบ จนกระทั่งคุณสุรยุทธ์นั้น เวลาอยู่ในกรุงเทพฯ เวลาออกไปพูดจาอะไรให้สัมภาษณ์หรือกล่าวสุนทรพจน์ จะพูดถึงเรื่องสมานฉันท์ สามัคคี แต่แกไปพลาด แกไปที่ญี่ปุ่น พอแกไปญี่ปุ่นแกต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษใช่ไหม แกก็เลยต้องให้คนเขียนสปีชให้แก คนเขียนสปีชก็เลยเขียนด่าทักษิณ แกไม่รู้แกก็เลยพูดไป แกก็เลยด่าทักษิณ ตรงข้ามที่แกพูดในกรุงเทพฯ ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์ก็ลงกันหมด พอแกกลับมา ปรากฏว่าไอ้นพดลมันพูดยังไงรู้ไหม โกรธที่ไปด่าทักษิณ บอกว่า นายกฯ ทักษิณยังทำตนเหมือนเดิมตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้นะ ก็เลยถูกจับแก้ผ้ากลางถนน เห็นชัดเลยว่ามึงนี่สัญญาจริง จนกระทั่งคุณสุรยุทธ์ต้องปากสั่นออกมาอธิบายว่าไม่มีสัญญาอะไรทั้งสิ้น ทีนี้หลังจากนั้นแล้ว ผมเอง คือผมมันเป็นนักข่าวโบราณ คือผมไม่ได้นั่งทำงานนั่งเทียนเขียน ไม่ใช่ ผมมีเครือข่ายของผม ผมมีพรรคพวกของผม คนอายุขนาดนี้แล้วทำงานมาเยอะขนาดนี้แล้ว เพื่อนฝูงก็เยอะ ก็ปรากฏว่าเริ่มมีเมียผู้นำบางคนเริ่มเดินสายซื้อเพชร และไม่ได้ซื้อเป็นแหวนเพชรนะ ซื้อเพชรเป็นลูก 5 กะรัตบ้าง 4 กะรัตบ้าง 3 กะรัตบ้าง แต่ลูกเพชรที่ซื้อคือเพชรบริสุทธิ์ เพชรใส เพชรน้ำดี
       
       สนธิ - อย่างดีที่สุด เมื่อ 2 ศุกร์ที่แล้วที่ผมพูด จำได้ไหมที่ผมบอกว่ามีเมียรัฐมนตรีบางคน ผมเพียงแต่ยกคำว่ารัฐมนตรีขึ้นมา อาจจะไม่ใช่รัฐมนตรีก็ได้ ไปเดาเอาเองก็แล้วกัน แล้วทำไมผมจะไม่รู้ล่ะ ก็ไอ้กวงมันคือเพื่อนผม อัสสัมชัญศรีราชารุ่นเดียวกัน ตระกูลมันเป็นเจ้าของร้านเพชร เวลานี้มันมีร้านเพชรอยู่ 4 ร้าน แล้วไอ้กวงก็เป็นคนซึ่งแอบส่งเงินมาช่วยทีละแสนๆๆ เวลาสู้ที่สนามหลวง เฮ้ย ไอ้โต มึงรู้ไหมเดี๋ยวนี้เมีย ... มาซื้อเพชรที่ร้านกู ซื้อเป็นลูกเลย ซื้อไปหลายลูก ผมบอกว่า เฮ้ย เขาอาจจะเป็นคนเล่นเพชรมาก่อน ไอ้บ้า กู เครือข่ายกู เกิดมาไม่เคยเห็น เพิ่งจะมาซื้อตอนนี้
       
       สนธิ - เพราะฉะนั้นแล้ว อันนี้ภาษาศาลเขาเรียกว่า Circumstantial Evidence แต่ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ ถึงจะซื้อผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ทุกอย่างที่มัน Complicate มันไป complicate ตรงที่ว่าเผอิญตอนที่ พล.อ.สนธิ และ คปค.ยึดอำนาจ ไม่ได้อายัดทรัพย์ ก็เลยโดนการกดดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกดดันที่มาจากทางพวกเรา พันธมิตร เอเอสทีวี และตัวผม ที่ผมเป็นคนแรกที่ออกมาหลังจากเขายึดอำนาจมาประมาณ 1 หรือ 2 อาทิตย์ ที่ผมออกมาถามเขาตรงๆ ว่า ที่คุณอ้าง 4 ข้อในการยึดอำนาจ คุณไม่ได้ทำอะไรสักข้อแม้แต่นิดเดียว แล้วคุณเข้ามายึดทำไม เขาก็เลยเริ่มรู้สึกตัวว่า pressure เริ่มมาแล้ว เขาก็เลยต้องตั้งคณะกรรมการ คตส.ขึ้นมา ทำงานตรวจสอบทรัพย์สิน เขาไม่มีทางเลือก ก็เลยต้องมีคนอย่างคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา คุณกล้านรงค์ จันทิก อ.แก้วสรร อติโพธิ คุณสัก กอแสงเรือง ท่านอุดม เฟื่องฟุ้ง ท่านนาม ยิ้มแย้ม คือพวกนี้เป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอ พวกนี้ก็เป็นบางคน และเป็นพวกที่ไม้บรรทัดเรียกพี่ พวกนี้ก็เลยลงไปขุดคุ้ย สังเกตไหมตอนแรกที่ขุดคุ้ยจนกระทั่งถึงตอนนี้
       
       สนธิ - พวกนี้จะบ่นเรื่องอะไร ว่ารัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือ จำได้ไหม ซึ่งมันประหลาดมาก มีที่ให้ความร่วมมือกระทรวงเดียวคือกระทรวงไอซีที ของ ดร.สิทธิชัย โภคัยอุดม ซึ่งท่านเป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหานคร ท่านไม่แคร์ ท่านบอกว่าท่านทำงานตรงไปตรงมาเพื่อชาติ เพราะฉะนั้นแล้วท่านกลับเป็นคนฮึดสู้ เอาเหตุการณ์ต่างๆ เอาสัญญาของเอไอเอสที่ทักษิณอยู่ตอนนั้น ส่งให้กฤษฎีกาตีความ กฤษฎีกาก็ตีความมาแล้วว่าสัญญามือถือเอไอเอสได้มีการแก้สัญญาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง แก้สัญญานั้นไม่ได้เข้า ครม. ผิดกฎหมาย ก็มีทางเลือก 2 ทางคือ 1.ยกเลิกสัญญา หรือ 2.มาเจรจาต่อรองเพื่อให้จ่ายผลประโยชน์ให้รัฐมากขึ้น ท่านส่งไปตีความเรื่องดาวเทียม ว่าดาวเทียมไอพีสตาร์นั้นที่ถูกยิงขึ้นไป ทักษิณ ชินวัตร อ้างว่าไอพีสตาร์ถูกยิงขึ้นไปเพื่อเป็นดาวเทียมสำรอง เมื่อเป็นดาวเทียมสำรองแล้ว ก็ไม่ต้องเสียค่าสัมปทาน แต่ลักษณะดาวเทียมไม่ใช่สำรอง ลักษณะดาวเทียมกลายเป็นดาวเทียมพาณิชย์ เพราะได้มีการเดินเร่ขายไอพีสตาร์ ถ้าดาวเทียมสำรองก็ต้องทิ้งไว้เฉยๆ บนท้องฟ้า รอว่าดาวเทียมไทยคม 1 ไทยคม 2 ไทยคม 3 จะเจ๊งตรงไหน ก็จะได้ใช้ตรงนี้แทน เขาก็เอาไอพีสตาร์ไปขายทั่วไป เพราะฉะนั้นท่านอาจารย์สิทธิชัยเลยเอาส่งให้กฤษฎีกาตีความ ถ้ากฤษฎีกาตีความซึ่งเข้าใจออกมาว่าผิดสัญญาสัมปทาน
       
       สนธิ - ท่านสิทธิชัยก็จะเสนอ ครม. ให้ยึดดาวเทียมคืน มีแค่รัฐมนตรีคนเดียวที่ทำงาน นอกนั้นใส่เกียร์ว่างหมด และพอเกิดเหตุเช่นนี้ คุณหญิงจารุวรรณก็จะโทรศัพท์มาให้บ่น เฮ้ย สนธิ ฉันกลุ้มใจไอ้รัฐบาลซื่อบื้อชุดนี้ ขอความร่วมมือไป มันก็ไม่ให้ความร่วมมือ เรียกข้าราชการมา มันก็ไม่เรียก ฉันเพียงแค่ขอ คตส. เขาขอว่าให้รัฐบาลออกแค่มติ ครม. ว่าถ้า คตส. เรียกข้าราชการ เรียกเอกสารใดจากหน่วยงานไหน ต้องให้ความร่วมมือ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือถือว่าผิดมติ ครม. เขาขอแค่นี้ก็ไม่ยอมให้เขา ก็ไม่ยอมให้เขา เลยตกย้อนกลับไปสู่ความสงสัยของเราตั้งแต่ต้นว่าคุณไปแอบตกลงอะไรกันไว้หรือเปล่า และไม่บอกประชาชน มันก็เริ่มมีความเข้มข้นในเรื่องข่าวลือ
       
       สนธิ - ความเข้มข้นในการไม่เชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งความมันมาแตกเอาตอนที่นายนพดลมาทวงสัญญา หลังจากที่ พล.อ.สุรยุทธ์ ไปพูดที่ญี่ปุ่น คือคล้ายๆ ว่าโกรธที่ไปด่าทักษิณ และบอกว่าท่านนายกฯ ทักษิณยังยึดคำมั่นสัญญาเหมือนเดิมที่เคยตกลงกันไว้ สุรยุทธ์ตาสั่นใหญ่เลย ออกมาปฏิเสธใหญ่เลยว่าไม่มี ไม่ได้สัญญาอะไรกัน ผมเลยถามไล่ย้อนหลังตั้งแต่ยกเลิกทีวีช่อง 11 ที่ยกเลิกทีวีช่อง 11 ทำไม เพราะไปสัญญากันไว้แล้วใช่ไหม เขาเลยโทรศัพท์มาบอก เฮ้ย คุณกับผมสัญญากันไว้แล้วนะ แล้วทำไมคุณมาปล่อยให้สนธิมายืนด่าแม่ผมอยู่ นี่คือเหตุผลของการถอด ถ้าอย่างนั้นมีคำตอบ ถ้าไม่อย่างนั้นไม่มีคำตอบ ไปยึดคำพูดของนพดลพูด คุณสัญญาอะไรไว้หรือเปล่า ตรงนี้เป็นตัวย้อนกลับ เสร็จแล้วก็มีคำตอบว่าไม่มีการอายัดทรัพย์
       
       สนธิ - เพราะฉะนั้นผมดูเหตุการณ์แล้ว ให้ผมเรียกว่า รีคอนสตรัค พาส อีเวนท์ ทีละเรื่องแล้วผมจะเล่าให้ฟัง ผมเดา อาจจะผิดก็ได้ แต่เรียกว่าผมใช้เขาเรียกว่า Circumstantial Evidence ผมตั้งธงไว้ถึงการสัญญาไว้แล้ว ย้อนกลับมา ผมเข้าใจว่าวันซึ่งเขายึดอำนาจและคุณทักษิณไปอยู่ต่างประเทศ ไปอยู่ที่นิวยอร์ก คงมีการติดต่อกันตลอดเวลา ผมมองอย่างนี้ ผมมองว่า พล.อ.สุรยุทธ์ โดยพื้นฐาน ผมรู้ก่อนที่ท่านจะเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนที่ผมสู้กับทักษิณ ท่านจะแอบโทรศัพท์เข้ามา คุณสนธิสู้ไปนะ ทนไป ทนเจ็บหน่อย ผมถึงรู้ไง มึงให้กู้เจ็บ ให้กูอาบเลือด แล้วมึงก็มาเสวยสุข แต่ไม่เป็นไรช่างมัน ขอกันกินมากกว่านี้ เพื่อประเทศชาติ เรื่องเล็ก ทนเจ็บหน่อย ที่พูดให้ฟังนี่ไม่ได้ทวงบุญคุณ สนธิ ผมยอมรับว่าประเทศชาติขาดซึ่งองค์ความรู้ ผมเป็นนายกฯ เมื่อไร ผมจะให้ฟรีทีวี ให้คุณเอาฟรีทีวีไปทำเรื่องให้ประชาชนรู้ นี่จากปาก พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.สนธิ
       
       สนธิ - หลังจากที่ผมเคยเข้าไปยื่นหนังสือให้เขาที่กองบัญชาการกองทัพบก ช่วงที่ทักษิณอยู่ และวันรุ่งขึ้นเขาให้สัมภาษณ์ตำหนิผม จำได้ไหม แล้วผมก็บอกว่า เพื่อนฝูง พันธมิตร เขาก็โกรธ พล.อ.สนธิ ผมบอกอย่าไปโกรธ พล.อ.สนธิ คงอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะฉะนั้น พล.อ.สนธิ จำเป็นที่จะต้องพูดเช่นนี้เพื่อไม่ให้ทักษิณสงสัยเขา อย่าไปโกรธเขา ตอนหลังใกล้จะยึดอำนาจเสร็จ เขาโทรศัพท์มา เขาส่ง พล.อ.ปานเทพ ซึ่งเป็นรุ่นพี่เขา เกษียณแล้ว มาพบ และ พล.ท.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม ทุกคน ผมมีตัวตน มีที่อยู่มีที่อาศัย มีตำแหน่งแห่งที่หมดว่าเขาพูดอย่างไรกันบ้าง พล.ท.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม พี่ปื๊ด กับ พล.อ.ปานเทพ พี่ปานเทพ สนธิ พี่ไปเจอบังมา บังคือ พล.อ.สนธิ เขาเรียกสนธิบัง กับสนธิลิ้ม ปรากฏว่าเขาบอกว่า บังบอกว่า สนธิให้ทนหน่อย พี่ก็บอกว่า ไอ้สนธิมันจะแย่งหมากินอยู่แล้วนะ สู้กับทักษิณ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะให้โทรทัศน์เพื่อให้ไปทำงานเพื่อให้ประชาชน เกิดอะไรขึ้น ที่เล่าให้ฟังไม่ใช่ว่าผมอยากได้ แล้ววันนี้เอามาให้ผม ผมก็ไม่เอา แต่ผมจะย้อนหลังให้ดู วันที่ยึดอำนาจได้ พี่ปานเทพ พี่ปื๊ดมา ถามผม เฮ้ย สนธิจากนี้ไปเดินอย่างไร ผมบอก ข้อที่ 1 จัดการช่อง 5 เสียก่อน เพราะช่อง 5 เป็นช่องกองทัพบก ช่อง 5 ยังกระทำตนเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน ช่อง 5 ยังมีรายการที่ไปสนับสนุนทักษิณ ชินวัตร
       
       สนธิ - ประการที่ 2 ถ้ามีอำนาจอยู่ในคณะปฏิวัติ ให้ร่างประกาศคณะปฏิวัติให้จัดคลื่นความถี่โทรทัศน์มา ยกให้เอเอสทีวีทำ เอเอสทีวีจะทำให้ คือตอนนั้นเราเหนื่อยนะ แต่เรายอมเหนื่อย ข้อที่ 3 ต้องย้ายตำรวจ ผมเสนอชื่อตำรวจไป 22 คน เพื่อไปจัดการกับเนวิน ชิดชอบ ไปจัดการกับยงยุทธ ติยะไพรัช ไปจัดการกับหน่วยทุกหน่วย เพราะว่าผมสู้มาตลอดปีกว่า ผมรู้ว่าตำรวจคนไหนทำอะไรบ้าง คุมอะไรบ้าง ผมรู้ ปรากฏว่า น่าสนใจมาก เรื่องตำรวจ สนธิบังรับไป แล้วก็บอกว่าจะไปพูดกับโกวิท โกวิทนอกจากไม่จัดการแล้ว โกวิทยังเลื่อนตำแหน่งตำรวจที่อยู่ในที่นั้นให้ใหญ่ขึ้น แล้ว 22 คน ที่เราเสนอไปมันย้ายเข้ากรุหมดเลย อันนี้ชี้ให้เห็นนะ
       
       สนธิ - อันที่ 2 แล้วเขาเป็นคนบอกเองนะให้ส่งมา เดี๋ยวผมจัดการ นั่งคุยกันตัวต่อตัวในกองบัญชาการกองทัพบก ผมจำไม่ได้วันที่ 22 หรือ 23 แต่ 4-5 วันหลังจากนั้น เสร็จเรียบร้อยแล้วจดหมายที่เสนอไปให้เขา ขอสถานีโทรทัศน์ คนที่ค้านคือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล บอกว่าไม่ให้ ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไร เพราะเราต้องการทำงานเพื่อชาติ เราไม่ได้คิดอะไร พอเรามามองย้อนหลัง เราบอก อ๋อ ใช่แล้ว เพราะว่าผมกลายเป็นตัวอันตราย ทั้งทักษิณและทางฝั่งนี้ คือทุกคนต้องการ Life goes on as usual ก็คือทักษิณไปแล้ว พล.อ.สนธิ อยากเป็นนายกฯ ต่อ เมื่ออยากเป็นนายกฯ ต่อแล้ว วิธีการก็คือว่า คุยกับทักษิณให้รู้เรื่อง
       
       สนธิ - เดิมทีไม่ใช่ พล.อ.สนธิ อยากเป็นนายกฯ ต่อ เดิมทีคือ พล.อ.สุรยุทธ์ เพราะ พล.อ.สุรยุทธ์ และคนที่แวดล้อมใกล้ชิดเขายืนยันและเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง เมื่อไม่มีการเลือกตั้งแล้วเขาต้องเป็นนายกฯ ต่อ วางกันถึงขนาดนี้ ผมกินข้าวฟังเขาแล้วผมก็สะอึก ผมก็บอกว่าเอาอย่างนี้ดีว่า ผมถามคำถามแรก คุณยึดอำนาจมาทำไมต้องประกาศว่าเลือกตั้งภายใน 1 ปี ทำไมคุณไม่ประกาศว่าเมื่อคุณได้อำนาจแล้วคุณจะอายัดทรัพย์ คุณจะจัดการกับระบอบทักษิณ หลายๆ จุดที่ชั่วร้าย และที่สำคัญที่สุดคุณจะปฏิรูปการเมือง ให้ประชาชนได้ฉลาดขึ้น และสิ่งที่ผมพูดไว้ไม่ผิดเลย เพราะว่าการลงประชามติเป็นไปตามที่ผมคิดทุกประการ เดี๋ยวผมจะอธิบายเรื่องประชามติแยกอีกส่วนหนึ่ง
       
       ***ยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2
       
       สนธิ - ถ้าคุณตั้งใจทำงานให้ชาติจริง คุณไม่ต้องบอกสิว่าปีหนึ่ง หรือครึ่งปี คุณบอกคุณจะทำเท่านี้ๆ และคุณบอกว่าทำเท่านี้ๆ เสร็จเมื่อไรก็ให้มีการเลือกตั้ง แต่เผอิญแอบมีการคุยกัน เลยตั้งเป้าว่าหนึ่งปี ผมยังสงสัยว่าใครเป็นคนคิดว่าหนึ่งปี ใครเป็นคนคิด เป็นไปได้อย่างไร หนึ่งปี แค่เราย้ายบ้านของเรา เราย้ายจากเวอร์จิเนียเข้าไปอยู่ที่แมรี่แลนด์หรือที่ดีซี แค่ย้ายบ้าน เข้าไปทำบ้าน จัดของ ยังตั้ง 4 - 5 เดือน นี่ประเทศทั้งประเทศ ทำไมถึงแค่หนึ่งปี ผมเลยตั้งข้อสงสัยมา ปรากฏว่าตอนหลังกลายเป็นว่าเมื่อถูกบีบหนัก พล.อ.สุรยุทธ์ เลยประกาศ พล.อ.สุรยุทธ์ กับ พล.อ.สนธิ ขัดแย้งกันหนัก เพราะ พล.อ.สนธิ มีความรู้สึกว่าเมื่อเขามอบอำนาจให้ พล.อ.สุรยุทธ์ แล้ว เขาไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรเลย พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ทำ ปรากฏว่าทำอย่างไม่ทำ ก็คือไม่ทำก็คือทำนั่นเอง เมื่อไม่ทำก็คือไม่ทำนั่นเอง เลยเกิดความอึดอัด พวกพันธมิตร คุณธีรยุทธ บุญมี อ.ชัยวัฒน์ สินสู่วงศ์ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
       
       สนธิ - พวกนี้เขาก็มีสาย พล.อ.สนธิ เรียกเข้าไปพบทีละคน พบทุกคน ทุกคนก็บ่น พล.อ.สุรยุทธ์ เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาก็มีความรู้สึกว่าเขาอยากเป็นนายกรัฐมนตรีแทน พล.อ.สุรยุทธ์ เลยเกิดกระบวนการที่เรียกว่าตีชิ่งให้กระทบ พล.อ.สุรยุทธ์ ผ่านไปทางคุณประสงค์ สุ่นศิริ ทางคนนั้นคนนี้ให้เข้าหู พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ประกาศออกมาว่าถ้าจะให้ผมออกก็บอกมา เพราะว่า พล.อ.สุรยุทธ์ รู้ว่าในลักษณะทหาร พล.อ.สนธิ คือลูกน้องเขา มาจากศูนย์สงครามพิเศษด้วยกัน การที่ลูกน้องจะไปบอกให้ลูกพี่ลาออกนั้น ลูกน้องไม่กล้าพูด แล้วในที่สุดป๋าเปรมก็ออกมาปกป้อง พล.อ.สุรยุทธ์ ถึง 2 ครั้ง จำได้ไหมว่า พล.อ.สุรยุทธ์ เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี
       
       สนธิ - นั่นคือความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.สุรยุทธ์ กับ พล.อ.สนธิ พล.อ.สุรยุทธ์ ตัวเองก็รู้ว่ากำลังโดน พล.อ.สนธิ เลื่อยขาเก้าอี้ เลยประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งปลายปีนี้ ตั้งแต่แรกเลย นั่นคือเกมการเมืองเพื่อกั๊ก พล.อ.สนธิ กูประกาศเลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นมึงจะสืบทอดอำนาจไม่ได้แล้ว ถ้าจะสืบทอดอำนาจ ก็ต้องมาเล่นการเมืองแบบนี้ เพราะฉะนั้นแล้วทั้ง พล.อ.สนธิ พล.อ.สุรยุทธ์ ถ้าทำงานเป็นแบบนี้ อย่าว่าแต่ปีเดียวเลย อีกสองปีเลย หกเดือนอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อ 2 ศุกร์ที่แล้วผมยังพูดอยู่เลยว่าคุณปฏิวัติยึดอำนาจแล้วมาทำแบบนี้ คุณอย่าเข้ามาดีกว่า ให้ผมสู้กับทักษิณต่อยังสนุกกว่า ผมยังมีโอกาสชนะได้มากกว่า และประชาชนยังมีโอกาสจะชนะ แต่คุณมาเหยียบกบาลพวกผม และคุณก็เยี่ยวรดพวกผมต่อ และคุณก็เดิน และคุณก็ไปนั่งบนเก้าอี้ และคุณก็บอก เฮ้ย คุณอยู่เฉยๆ เดี๋ยวผมจัดการกับทักษิณเอง แต่วิธีการจัดการกลับกลายเป็นวิธีการที่ทำให้ดูแล้วเหมือนกับว่าสมรู้ร่วมคิดกัน
       
       สนธิ - ทีนี้อะไรมันเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าผมเชื่อว่ามีการคุยกันไว้เรียบร้อยแล้ว ว่าให้ทักษิณอยู่เฉยๆ สักพักหนึ่ง พอมีการเลือกตั้งแล้วค่อยกลับมา ทีนี้คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิต เพราะว่าเขามามองว่า คตส. ทำงานไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือ หลักฐานไม่มีนี่ เรียกเจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมไป เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมก็ไม่มาให้การ ไม่มีใครสนใจเลย ปรากฏว่าพวก คตส. ฮึดสู้ ทั้งคุณหญิงจารุวรรณ อ.แก้วสรร ทุกคนฮึดสู้หมด ตรวจสอบประชาชนก็เอาข้อมูลไปให้ ที่เจ็บที่สุดก็คือว่าข้าราชการในกระทรวงที่เขาไม่ชอบพวกนี้เขาแอบส่งข้อมูลให้กันเอง จนกระทั่ง คตส.เริ่มมีผลงานออกมา พอหลุดออกมาปัง แต่ละเรื่องหลุดออกมาปัง แต่ละเรื่องหลุดออกมา เรื่องที่ดินรัชดาฯ หลุดออกมาเรื่องโน้นเรื่องนี้ ปรากฏว่าเป็นเรื่องคดีอาญา เรื่องออกหมายจับ เรื่องโน้นเรื่องนี้
       
       สนธิ - มันผิดเกมที่ตกลงไว้กับทักษิณ เพราะมันนอกเหนือจากที่คุณสนธิ และคุณสุรยุทธ์จะควบคุมได้ ถูกไหม แล้วคุณหญิงจารุวรรณ ว่าอย่างไร แกออกมาให้สัมภาษณ์ที แกก็กัดที แกก็ด่าที แกไม่แคร์เลย ผมก็เห็นด้วยว่าไม่ควรไปแคร์ ก็ไม่มีใครแคร์ มันก็เลยผิดเกม พอผิดเกมทักษิณก็หงุดหงิดทันที พอโกรธมาก็เลยคือที่มาของม็อบพีทีวีตอนแรก จำได้ไหมครับ ม็อบพีทีวีก็ไปตั้ง ใช้คอนเซ็ปต์เดียวกับเอเอสทีวี โดยที่พยายามจะบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งๆ ที่เอเอสทีวีนั้นอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครอง พีทีวีจะทำตาม คุณอยากทำก็ทำไปสิ คุณมีสิทธิทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้ารัฐบาลจัดการคุณ คุณก็ไปฟ้องศาลปกครองเหมือนที่ผมทำ แต่วัตถุประสงค์ม็อบพีทีวีไม่ใช่เพื่อพีทีวี เพื่อก่อให้เป็นรูปร่างในการสร้างกระบวนการที่ถูกพัฒนามาเป็น นปก.ทีหลัง นั่นคือกระบวนการของเขา เพราะเขาต้องการที่จะป่วนให้เห็นว่าเมื่อตกลงกันแล้วไม่ฟังกัน กูแสดงฤทธิ์ให้ดูว่ากูมีฤทธิ์จริง และฤทธิ์สุดท้ายที่เขาแสดงให้ดูก็คือผลประชามติ
       
       สนธิ - เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังต่อไป เมื่อเขาแสดงฤทธิ์ออกมาปั๊บ สิ่งแรกที่ม็อบ นปก.ทำคืออะไร คือการด่าป๋าเปรม การด่าป๋าเปรม โดยวัตถุประสงค์มาจากความแค้นส่วนตัวของคุณทักษิณ ชินวัตร คุณทักษิณ ชินวัตร นั้นตอนที่ถูกยึดอำนาจอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก คนที่อยู่ด้วย 8 ชม.ตลอดเวลา ตัวต่อตัว คือสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เขาเล่าให้ผมฟัง เขาบอกว่า คุณสนธิ ที่ผมต้องถอยให้ทักษิณ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะ 8 ชม.แรก ที่ยึดอำนาจ ทักษิณพูดจาจาบจ้วงดูหมิ่นพระเจ้าอยู่หัว ใช้คำพูดที่เลวทรามต่ำช้าที่สุด ผมทนไม่ได้ ผมก็เลยถอย ผมไม่เอาด้วยเลย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่าด้วยเหตุนี้เขาก็เลยต้องเล่นงานป๋าเปรม เพราะป๋าเปรมคือประธานองคมนตรี โยงไปถึงพระเจ้าอยู่หัวได้ เพราะฉะนั้นขบวนการพวกนี้ก็เลยด่าว่าป๋าเปรมอย่างสาดเสียเทเสีย อาจจะเป็นช่วงหนึ่ง ป๋าเปรมอาจจะมีความรู้สึกคล้อยตาม
       
       สนธิ - คือพวกเราต้องเข้าใจอย่างนะ อย่าไปตำหนิคนอย่างเช่นป๋าเปรม ป๋าเปรมท่านอายุมากแล้ว ท่าน 80 กว่าแล้ว ท่านมีความรู้สึกว่าท่านไม่อยากเห็นสังคมไทยนองเลือด และท่านดูว่าทักษิณมันมีความสามารถสร้างอะไรได้ สุรยุทธ์เอง หลังจากที่ตัวเองดูแล้วท่าทางจะไปไม่ได้ จะต่อเนื่องไม่ได้ ก็ไม่อยากจะมีเรื่องมีราวกับทักษิณในอนาคต ก็เลยใส่เกียร์ว่าง แล้วเผลอๆ ครม.ชุดนี้บางคนก็อาจจะได้รับเศษเงินตกหล่นมาด้วย ก็เลยเอา พล.อ.สนธิ ก็อยากจะสืบทอดอำนาจเป็นนายกฯ ต่อ เพื่ออะไร เพื่ออะไรก็ตาม ความต้องการ ความปรารถนา มีความรู้สึกว่าตัวเองนั้นสามารถทำงานให้กับชาติบ้านเมืองได้ ก็ไม่อยากให้ตัวเองมีศัตรู ไม่อยู่ร่วมกับทักษิณ ถ้าคุยกับทักษิณรู้เรื่องเขาก็เป็นนายกฯ ได้
       
       สนธิ - ขณะเดียวกันก็กั๊กทักษิณไว้ในระดับหนึ่ง เผลอๆ ใช้เงินทักษิณด้วยซ้ำ มันคิดกันหลายชั้น ทุกคนคิดกันหลายชั้น ทุกคนคิดเพื่อชั้นของตัวเอง แต่ทุกคนไม่ได้คิดถึงชาติบ้านเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือปัญญาใหญ่ ด้วยเหตุนี้มันก็เลยเป็นคำตอบไง ว่าพอเราล้มทักษิณได้ปั๊บ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เกิดอะไรขึ้น ถีบกระเด็นออกไป เขาถีบกระเด็นออกไปจริงๆ แต่ที่พูดไม่ใช่ว่าผมเดือดร้อน ไม่ ผมก็ยังมีเอเอสทีวีของผมอยู่ ผมก็ยังให้องค์ความรู้กับประชาชนอยู่ แต่แทนที่เขาจะพัฒนาให้พวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่สู้ทักษิณ ได้ขยายองค์ความรู้ออกไป ได้ทำสื่อทีวีที่ไปถึงรากหญ้าทุกคน เขาตัดขาดหมดเลย เขากลัว 2 เรื่อง เขากลัวว่าประการแรกเราจะใหญ่เกินไป แล้วก็คุมไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้มองพวกเราเลย
       
       สนธิ - ผมพูดอยู่แล้วถ้าจำไม่ผิดผมบอกว่า ถ้าเขาเอาเขตหนึ่ง 10.5 ล้านโนโหวต คราวที่แล้ว เลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2548 คนที่ออกมาแล้วไม่ลงคะแนนเสียง แล้วใส่คำว่าโนโหวต คนพวกนั้นคือพวกไม่เอาระบอบทักษิณ เมื่อไปดูแล้ว เขต 1 ทั่วประเทศไทย ไม่มีเขต 2 เขต 3 คนพวกนี้คือชนชั้นกลาง หมอ พยาบาล ครู อาจารย์ ผู้ประกอบการรายเล็กๆ คนทำมาหากิน ลูกจ้าง ข้าราชการ ลูกจ้างบริษัท คนพวกนี้คือคนที่เรียกว่า Real Middle Class คนพวกนี้คือคนที่อยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น ถ้าเขาเสริมให้พวกนี้แข็งแรงขึ้นมา เขต 1 ทุกคนแข็งแรง และเป็นเรื่องตลกนะ ประชามติงวดนี้ที่ชนะ ชนะเพราะเขต 1 ทั้งนั้น 56 เปอร์เซ็นต์ ที่ชนะเนี่ยเขต 1 นะ เขต 2 เขต 3 ไม่ชนะ คือเขาไป missed เป้าหมาย เขาไม่เข้าใจว่าถ้าเขาส่งเสริมตรงนี้ให้ดีๆ เขต 1 ก็คือป้อมปราการที่เข้มแข็ง ชนชั้นกลางเจริญเติบโต
       
       สนธิ - ใครล่ะที่เข้าไปสู่รากหญ้าได้ดีที่สุด ถ้าไม่ใช่ประชาชนเขต 1 และชนชั้นกลาง ถูกไหม โชห่วย เจ้าของร้านธุรกิจ 1 ห้อง 2 ห้อง คนพวกนี้ที่อยู่ในเขต อ.เมืองขอนแก่น เขต อ.เมืองโคราช เขต อ.เมืองยโสธร คนพวกนี้สัมผัสกับรากหญ้าไหม สัมผัส รากหญ้ามาซื้อของร้านเขา รากหญ้ามาส่งเงินที่กู้จากเขาไป คนพวกนี้สัมผัสหมด ถ้าเราใช้พวกนี้เป็นสะพานลงสู่รากหญ้า ถามว่าดีไหม เพอร์เฟกต์ที่สุด รัฐบาลเข้ามาเสริม เขาไม่สนใจ นี่คือโอกาสที่เขาพลาด เพราะเขาต้องการกลับเข้าไปสู่ระบอบการเมืองเหมือนเดิม แบบไหนผมจะเล่าให้ฟัง ผมเคยวิเคราะห์ออกมา แล้วผมก็บอกว่า อ๋อ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ประการแรก สมัยก่อนการเมืองมันมีอยู่ไม่กี่อย่าง นี่คือกลุ่มผู้มีอิทธิพลเดิม คุณจะเรียกว่าอะไรก็ได้ นายพล ขุนนาง อำมาตยาธิปไตย ศักดินา สุดแล้วแต่ พวกล่ำซำ พวกหวั่งหลี พวกจีนใหม่ พวกโสภณพนิช พวกเตชะไพบูลย์ นี่คือทหาร
       
       สนธิ - และนี่คือนักการเมือง นักการเมืองมาแล้วจากไป เขาไม่แคร์ ตราบใดที่ใครมามีอำนาจต้องทอดสะพานต่อถึงพวกเขาหมด อุปมาอุปไมยพูดภาษานักเลง คือเสียค่าต๋งให้เขา เสียอย่างไร ก็เสียในลักษณะว่า ถ้ามีโครงการใหญ่ๆ ก็เชิญพวกเขามาถือหุ้น ไปดูสิครับ โครงการปิโตรเคมิคัล ไปดูลิสต์รายชื่อผู้ถือหุ้นจะมีหมดทุกอย่าง ก็คือทุกอย่างแฮปปี้ โกลักกี้ เอ็งมีอำนาจรัฐนะแต่ถ้ากูต้องการมึงต้องจัดมานะ แล้วมึงห้ามกินคนเดียวด้วยนะ มึงต้องแบ่งกูกิน นั่นคือวิสัยของเขา
       
       สนธิ - เหตุการณ์นี้มันเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปตอนไหน เปลี่ยนไปตอนทักษิณมา พอทักษิณมา อำนาจที่เขามา เกิดเขาเล่นเป็น เขาซื้อเป็น เขาเล่นกับรากหญ้าเป็น เขาก็เลยชักสะพานตรงนี้ออก เข้าใจหรือยัง พอชักสะพานออกแล้วเขาไม่สนใจพวกเก่านี่แล้ว พวกโง่ดักดาน ไปช่วยอะไรกับมัน ไม่สนใจ วัดได้หลายเรื่อง ผมจะได้ข่าวตลอดเวลา อย่างเช่น ขบวนเสด็จฯ พระเจ้าอยู่หัว ปั๊บ จะต้องตามด้วยขบวนองคมนตรี ทักษิณจะพูดตลอดเวลาว่าทำไมผมจะต้องต่อท้ายองคมนตรี องคมนตรีต้องต่อท้ายผมสิ นี่คือเรื่องจริง พี่สาวคุณพลากร สุวรรณรัฐ ก็เคยเล่าให้ฟัง ว่าทะเลาะกับพี่ ทะเลาะกับทักษิณตลอดเวลา มันต้องการต่อท้ายพระเจ้าอยู่หัว มันได้อย่างไร มันผิดประเพณี นี่คือจิตใจ
       
       สนธิ - เพราะฉะนั้นแล้วเวลาวิเคราะห์ปัญหาต้องวิเคราะห์ในเชิง pcycho analysis จิตวิทยาของคน ว่าคนมันคิดอย่างไร อำนาจที่มีใหญ่โตมโหฬารหมด ไปที่ไหนมีแต่รากหญ้าขึ้นมาชูธง ไปที่ไหนมีแต่รากหญ้าว่าทักษิณเป็นพ่อ เอาภาพที่ทักษิณที่แต่งชุดเสื้อครุย ทุกอย่างที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัว เอามาติดเบ้อเร่อเบ้อร่า ทำตัวเหมือนพระเจ้าแผ่นดินไป ในลักษณะนั้น ด้วยเหตุนี้พวกศักดินาเก่า พวกนายทุนเก่า พวกขุนศึกเก่า ก็มีความรู้สึกว่า territory ของตัวเองถูกรุกเข้ามาแล้ว ทักษิณก็พึ่งรากหญ้าแล้ว ทุนใหม่ ทุนใหม่ซึ่งเป็นทุนที่ผมเรียกว่าทุนที่แปรเปลี่ยนได้ทุกวัน เช่น ทุนแบงก์กรุงเทพ ทุนซีพี พวกนี้ไม่สนใจนี่ ขอให้กูเมคมันนี่ ใครก็ได้ที่เป็นนายกฯ กูเอาทั้งนั้น ไม่สนใจ ทีนี้มันอันตรายตรงไหน มันอันตรายตรงสถาบันกษัตริย์อยู่ตรงนี้ ถ้าทักษิณยังเชื่อฟังกษัตริย์อยู่ หรือมีความเกรงกลัวเกรงใจอยู่ กระบวนการจาบจ้วงกษัตริย์ก็จะไม่มี แต่เผอิญในเรื่องหลายเรื่อง ทักษิณไม่ฟัง
       
       สนธิ - นี่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง แปลว่าอะไร แปลว่าทักษิณไม่ได้แคร์พระราชอำนาจ พระราชอำนาจในนัยไม่ได้หมายถึงพระองค์ท่านจะสั่งว่าต้องทำอย่างไร ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นจารีตเหมือนที่ผมเคยพูดคราวที่แล้ว เวลาเราเข้าบ้านทำไมเราต้องถอดรองเท้า เพราะมันเป็นจารีตของคนไทย เวลาลูกแต่งงานทำไมลูกต้องบอกเรา อย่าว่าแต่แต่งงานเลย จะมีแฟนยังเล่าให้เราฟังเลย ว่าพ่อ ผมคบคนนี้เป็นแฟนแล้ว พ่อหนูจะพาเพื่อนมาหา แล้วพ่อลองดูว่าพ่อชอบไหม นี่คือมารยาท คือจารีต นับประสาอะไรกับแต่งงาน เขาต้องบอกเรา ถูกไหม มีใครบ้างที่นั่งในนี้เวลาลูกจะแต่งงานแล้วไม่บอกเราสักคำหนึ่ง แล้วจู่ๆ โทรศัพท์มาบอกว่าพ่อ หนูแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ไม่มี อันนั้นมันฝรั่ง
       
       สนธิ - ทักษิณเลยมีข้อได้เปรียบ advantage ตรงนี้ที่เขาสามารถจะอ้างได้ตลอดเวลาว่า ทุกวันนี้เขาก็ยังพูดอยู่ว่า I have been kicked out from being the Priminister with the most popular vote in the history of Thailand. พูดอย่างนี้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นแล้ว บางครั้งพวกเราอยู่ในอเมริกา อย่าไปเชื่อพวกซีเอ็นเอ็น พวกฟอกซ์นิวส์ อย่าไปเชื่อมัน เพราะมันรายงาน as is ข้างหน้า แต่มันไม่ได้รายงานว่าก่อนจะมาถึงวันนี้มันเป็นอย่างไร ถ้าพวกเราเป็นพุทธ จะต้องถือหลักปฏิจจสมุปบาท เหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นวันนี้มันมีเหตุปัจจัยอันก่อนๆ ที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ชัดว่าพวกนี้ก็กลัวแล้ว กลัวมากๆ ไม่ได้กลัวธรรมดา ถึงมีคำซุบซิบตลอดเวลา จนกระทั่งเขาพยายามที่จะปลุกระดมคน เอาคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์
       
       สนธิ - ตอนนั้นไปจัดเวทีที่สนามหลวง เอาวงดนตรีลูกทุ่งไป เพื่อดึงคนไป เอาคุณเอกยุทธ อัญชัญบุตร จากเมืองนอกมาด่าทักษิณ ปรากฏว่าไปจัด มีคนไปฟังประมาณ 200 คน ก็พอดีทักษิณ made the biggest mistake in his life เขาไปถอดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ตอนนั้น ซึ่งประวัติตรงนี้ผมเคยเล่าให้คุณผู้ฟังฟังแล้ว เอาว่าเป็นครั้งแรกที่เราสามารถจะรวมพลได้เป็นหมื่น หลายครั้งเป็นแสน พวกนี้ก็เห็นแล้ว เฮ้ย ไอ้เจ๊กแซ่ลิ้มมันใช้ได้ ก็เข้ามาอยู่ข้างหลัง ตอนนี้ก็เริ่มแล้ว พล.อ.สุรยุทธ์ โทรมา พล.อ.สนธิ ให้คนใกล้ชิดโทรมา ในวังมีเยอะ เส้นสายในวัง
       
       สนธิ - ทุกคนสนิทหมด ผมถึงเลย คุณไม่ต้องพูดว่าถึงไม่ถึง คุณมีอะไรก็พูดมา รับรองถึงหูพระกรรณ ผมไม่สนใจหรอก เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เริ่มมาหนุนหลังกระบวนการเรา หนุนหลังมาตลอด จนกระทั่งเริ่มรุนแรงขึ้นๆ เเละเริ่มที่จะปะทะกัน ตัวชี้ขาดคือเหตุการณ์ของตอนนั้นทหารฮึ่มๆ อยู่ตลอดเวลา คุณสพรั่งเข้า เดินเช้าเดินเย็น กินข้าวกับ พล.อ.สนธิ กินข้าวจานเดียวกัน ยุให้ พล.อ.สนธิ ยึดอำนาจ ตลอดเวลา พล.อ.สนธิ คือสนธิ บัง คือยังดำรงความเจ้าเล่ห์เเสนกลเอาไว้ นั่งเงียบๆ คงคำนวณดีๆ ว่าจะมูฟอย่างไร จนกระทั่งมีสัญญาณบางสัญญาณมาถึงผม จู่ๆ ผมสู้อยู่ก็มีของขวัญชิ้นหนึ่งมาจากราชสำนัก ผ่านมาทางท่านผู้หญิงบุษบา ซึ่งเป็นน้องสาวพระราชินี ปรากฏว่าผมได้รับแค่วันเดียว ผมเข้าไปรับด้วยตัวเองกับท่านผู้หญิงบุษบา โทรศัพท์มาหาผมเต็มเลย ป๋าเปรมให้คนสนิทโทรมา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ทุกคนโทรมาหมดถามว่าจริงหรือเปล่า
       
       สนธิ - คำมั่นสัญญา ทีนี้จุดที่มันขาดผึงคืออะไร นี่ก็ขาดไปเเล้วเส้นหนึ่งนะ คือมันมีหลายเส้น เส้นนี้ขาดไปเรียบร้อยแล้ว คือทักษิณเห็นว่าพวกนี้ปกป้องไม่ได้ก็ออกมา ปรากฏว่าตอนที่ คตส. เริ่มดำเนินคดีแล้วสำเร็จ พล.อ.สุรยุทธ์ เห็น่วาตอนนี้ไพ่ถือเหนือกว่าแล้ว กูเลิกสมานฉันท์แล้ว กูเลยออกมาด่าทักษิณ พล.อ.สุรยุทธ์ เลยพลิกออกมา เริ่มด่าทักษิณแรงขึ้น จากก่อนหน้านั้นบอกสมานฉันท์มาตลอด จำได้ไหมใครที่เคยดู ASTV ผมจะลุกขึ้นมาพอใครพูดเรื่องสมานฉันท์แล้วผมของขึ้นทันที ผมจะด่าตลอดเวลาว่าคนพูดนี่มันโง่ สมองหมาปัญญาควายหรือเปล่า มันเป็นไปไม่ได้เรื่องสมานฉันท์ พอตอนหลังสังเกตอย่างหนึ่ง พอเริ่มสมานฉันท์ไม่ได้เพราะ คตส. มีแต่ละดอก ดอกนี้ไปทีหนึ่ง ตามมาอีกดอกหนึ่ง ทักษิณเลยกลายเป็นครอบครัวที่ทั้งครอบครัวโดนดำเนินคดีหมด ผัว เมีย ลูก 3 คน โดนดำเนินคดี พี่เมีย พี่สะใภ้ น้องเมีย โดนหมดทุกคนทั้งตระกูล พังพินาศฉิบหายหมดตอนนี้ ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ กลับไม่ได้เพราะโดนหมายจับ สิ่งที่เกิดตามมาในขณะนี้ก็คือว่า กุญแจที่สำคัญที่สุดก็คือคำตัดสินยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง ก่อนที่จะมีคำตัดสินตอนประมาณปลายปี 2549
       
       สนธิ - ข่าวนี้ออกมาตั้งนานแล้ว ว่าคำพิพากษาจะเป็น 5-4 และคนที่เล่าให้ผมฟังคือ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช แกไปนั่งกินกาแฟกับผมในห้อง ผมเรียกแกพี่ปิง พี่ปิง ศาลรัฐธรรมนูญนี่ผมได้ข่าวมา 5-4 นะ แต่แกบอกไม่ได้ว่า 5-4 ใครชนะ ใครแพ้ แกบอกที่ผมรู้มาแน่ๆ คือ 5-7 และจำได้ไหมว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง และพลพรรคของไทยรักไทย ก็ตะโกนว่าผมไม่กลัว ผมมั่นใจในความยุติธรรมของศาล ออกมาอย่างไรผมยอมรับทั้งนั้น เหตุผลที่พูดอย่างนั้น เรารู้ทีหลังเพราะไปซื้อเขาไว้เรียบร้อยแล้ว เขาถึงพูดก่อนล่วงหน้า ผมถึงบอกว่า เราดูเรียลไทม์ตอนนี้ เราต้องย้อนหลังกลับไปดูก่อนที่มันจะเป็นเรียลไทม์ เราถึงจะเข้าใจทูเดย์เรียลไทม์ เพราะถ้าเราดูเรียลไทม์วันนี้ แล้วเรา make judgement วันนี้ของ based on this realtime เราจะผิดตลอดเวลา แต่ถ้ามองย้อนหลังกลับไปเรารู้ทันทีเลยว่า
       
       สนธิ - ที่มันเกิดขึ้นมาวันนี้เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นมา 1 2 3 4 เหมือนอันนี้ก่อนที่จะเป็นโพเดียม มันคืออะไร ต้นไม้ใช่ไหม ก่อนที่จะเป็นต้นไม้คือดิน ถ้าเรามองตามหลักปฏิจจสมุปบาท ซึ่งผมคิดว่าท่านเจ้าอาวาสวัดที่นี่ไม่เข้าใจหรอก เพราะถ้าท่านเข้าใจหลักปฏิจจสมุปบาท ท่านต้องไม่มาเชียร์ทักษิณ ถ้าท่านเป็นพระที่มีญาณ ที่มีอภิญญา มีธรรมที่น่าเคารพ ท่านต้องรู้ว่าองค์หลวงตามหาบัว ซึ่งเป็นพระอรหันต์ เรียกทักษิณว่าเทวทัต ฉะนั้นถ้าท่านยังเชียร์ทักษิณอยู่ ท่านไม่ใช่พระ ท่านคือคนที่ห่มผ้าเหลือง
       
       สนธิ - ทีนี้ผมก็จะเรียนให้ทราบนิดหนึ่ง สังเกตอะไรอย่างไหม พระเจ้าอยู่หัว จู่ๆ มีพระราชดำรัสกับประธานศาลปกครอง ท่านอักขราทร ออกทีวี บอกว่าการพิพากษาคดียุบพรรค พิพากษายุบก็ยุ่ง ไม่ยุบก็ยุ่ง แต่ให้พิพากษาไปด้วยความซื่อสัตย์ กล้าหาญ และยุติธรรม เหมือนกับพระองค์ท่านจะรู้ และผมเชื่อว่าพระองค์ท่านรู้ ได้มีการซื้อตัวพิพากษาไปแล้ว พระองค์ท่านถึงพูดออกมากันไว้ล่วงหน้าไง พูดออกมาล่วงหน้าเลย พอพระองค์พูดแล้วทุกคนก็งงว่า เกิดอะไรขึ้น เหมือนกับพระราชดำรัสพระองค์ท่านเมื่อปี 2549 ที่พระองค์ท่านพูดถึงเรื่องให้ศาลเข้ามาแก้วิกฤต จำได้ไหม พระองค์ท่านเลอเลิศด้วยปัญญาอย่างมหาศาล ผมยังดูไม่ออก แล้วผมมาดูแล้ว ก็คือศาลเป็นตัวแก้วิกฤตทุกจุด จนกระทั่งมาถึงจุดสุดท้าย ปรากฏว่าวันที่พิพากษา
       
       สนธิ - พ่อแม่พี่น้องไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ไม่รู้ ผมดูออกหมดเลย ไทยรักไทยไปด้วยความมั่นใจ ถ้าดูทีวีนะตอนถ่ายทอดสด เคยเห็นสีหน้าคนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไหม สังเกตให้ดีๆ เข้าไปด้วยความคอนฟิเดนซ์สูง ยัยหน่อยนี่ไปอย่างนางพญาเลย ต่อไปเรื่อยๆ หน้าค่อยๆ งุ้มไปเรื่อยๆ ไอ้อ๋อย จาตุรนต์ ยิ้มแย้มแจ่มใส พอนั่งแล้วหน้าดูไม่ได้ เพราะอะไร ยุบพรรคไทยรักไทยก็ยอมรับ แต่เขายอมรับไม่ได้คือการถูกตัดสิทธิ 111 คน คดียุบพรรค ผู้พิพากษาคงเห็นแล้วว่าหลักฐานแน่นจนกระทั่งไม่สามารถจะพิจารณาเป็นอย่างอื่นไปได้ มันถึงเอกฉันท์หมด 9 ต่อ 0 ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยนะ อยากช่วยแต่หากลูกออกไม่เจอ ทีนี้คดีตัดสิทธิ มันมีข้อถกเถียงได้ ถกเถียงตรงที่ว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้อยู่วงใน เป็นแค่กรรมการบริหาร มันมีทฤษฎีความเชื่อว่าถ้าคดีตัดสิทธิ ถ้าออกในรูปแบบ เอาเฉพาะคนที่โดนดำเนินคดีก็พอแล้ว แต่เผอิญ อย่างที่ผมเคยเรียนให้ทราบ ว่าเรานั่งเรือไปด้วยกัน แล้วพายแข่งกัน เรือ 2 ลำ แล้วก็เรือที่ติดไทยรักไทยมันแอบติดเครื่องไว้ข้างหลัง แล้วจู่ๆ มันเปิดเครื่องเรือ มันก็วิ่งเข้าชัย พอวิ่งเข้าชัย ไม่ได้รับชัยชนะ ถ้าไม่มีใครจับได้ คนที่พายเรือในนั้นได้รางวัลทุกคนหรือเปล่า ได้หมด ไม่มีใครต่อล้อต่อเถียง ไม่มีใครว่า แต่เผอิญถูกจับได้ ก็บอกว่าผมไม่รู้ คนติดเครื่องมีรู้อยู่ 3 คน
       
       สนธิ - ตรงนี้ต่างหากซึ่งเป็นหลักกฎหมายที่พวกเสนอให้ตัดสิทธิ เขาบอกว่าไมได้ ต้องร่วมรับผิดชอบกัน ไม่ร่วมรับผิดชอบไม่ได้ อีกฝ่ายตรงข้ามก็อย่างที่บอก ที่พยายามจะทำตามลักษณะของข้อตกลงก็จะบอกว่าไม่ได้ พวกนี้ไม่รู้เรื่อง และที่สุดก็กลายเป็นจริยธรรมของผู้พิพากษาไปแล้วว่ามองภาพรวมอย่างไร มองภาพเดี่ยวอย่างไร แต่ที่น่าสนใจคืออะไรรู้ไหม พฤศจิกายน 2549 ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ หนึ่งในตุลาการศาลฎีกา และหนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านได้ทำจดหมายถึงท่านประธานศาลฎีกา ว่ามีคนสองคนมาล็อบบี้ซื้อเสียงจากท่าน จ่ายให้ 30 ล้าน แล้วท่านไม่รับ ท่านทำเรื่องและส่งให้ท่านประธาน ปัญญา ถนอมรอด ท่านปัญญาก็ไม่ได้เทคแอคชั่น จนด้วยเกล้า ท่านก็เก็บไว้ในลิ้นชัก เก็บเงียบ แล้วนักวิ่งเต้นคนนี้ก็ไปพูดกับท่านอุดม เฟื่องฟุ้ง และที่สำคัญไอ้หมอนี้เคยไปหาท่านอำนวย ธันธรา มาแล้ว
       
       สนธิ - ท่านอำนวยคืออดีตอธิบดีศาลอาญา สำคัญตรงไหน สำคัญตรงที่วันนั้นท่านเป็นอธิบดีศาลอาญาในการพิพากษาจำคุก 3 หนา 5 ห่วงไง เอาเงินไปให้ท่าน บอกให้พลิกคดี ท่านไม่รับ เพราะฉะนั้นมันก็สามารรถที่จะใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 อันนี้ แล้วมามองย้อนหลัง เพราะฉะนั้นคดีซุกหุ้นมึงก็ซื้อด้วย เหตุผลที่เชื่อว่าซื้อ เพราะว่าได้มีการฟ้องร้องคุณประสงค์ สุ่นศิริ เรื่องคดีหมิ่นประมาท แล้วคุณประสงค์ขึ้นศาล แล้วพาอดีตผู้พิพากษา มา ซึ่งอยู่ในตุลาการรัฐธรรมนูญ อดีตผู้พิพากษาก็ยืนยันว่าได้มีการติดต่อท่านเพื่อที่จะซื้อเสียงในคดีซุกหุ้น เพราะฉะนั้นแล้วระบอบทักษิณคือระบอบที่ใช้เงินเพื่อซื้อศาล ซื้อโน่นซื้อนี่ เพื่ออะไร ซื้อประเทศ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่น่ากลัว ถ้าเรามองย้อนหลังกันอย่างนี้
       
       สนธิ - วันนี้ถ้าเราเอสแทบบลิชไปเรียบร้อยแล้ว มีการซื้อศาลจริง ด้วยเหตุตรงนี้มันเลยทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด เพราะว่าจากจาตุรนต์ คนซึ่งบอกว่าศาลพิพากษาอะไรก็ยอมรับหมด กลายเป็นว่าผมไม่ยอมรับ กลายมาบอกว่าศาลนี้ไม่ยุติธรรม เพราะว่าไม่ได้พิพากษาตามที่ตัวเองต้องการ ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเขาพูดตลอดเวลาว่ากระบวนการศาลเมืองไทย ณ วันนี้ไม่ยุติธรรม แต่มันก็ไปฟ้อง คตส. ฟ้องศาลเหมือนกัน ว่าเขาหมิ่นมัน ถ้าไม่ยุติธรรมจะไปฟ้องทำไม ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัด ขณะนี้ไม่ต้องไปสนใจ ให้สนใจอย่างเดียวมันเป็นเกมการเมืองไปแล้ว มันเป็นเกมการเมืองซึ่งจะถูกจับคาหนังคาเขาก็ยังโกหกหน้าด้านๆ ว่าไม่ใช่ๆ
       
       สนธิ - เพราะฉะนั้น นปก. วันนี้ถูกจัดตั้งมาด้วยเงินของทักษิณ ทักษิณหลังจากเจรจาตกลงไม่ได้ มีเบรกข้อตกลงกันแล้วเลยทุ่มเงินทั้งหมดใส่ลงไปและบอกว่าก่อให้มันเกิดเหตุความวุ่นวายทั้งหมด ปรากฏว่าวันนี้ผลประชามติออกมา เกิดอะไรขึ้น ผลประชามติออกมามันพิสูจน์ชัด 2 เรื่อง เรื่องแรก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ทำงานไม่เป็น เรื่องที่ 2 พล.อ.สุรยุทธ์ ไม่ได้ทำอะไรเลย คนๆ หนึ่งทำงานไม่เป็น อวดดี คิดว่าตัวเองเก่ง กับอีกคนๆ หนึ่งไม่ได้ทำอะไรเลย มันถึงออกมาเเบบนี้ วันนี้ พล.อ.สนธิ พล.อ.สุรยุทธ์ บอกว่า ประชามติประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย ดีใจ สำหรับผมแล้วชนะ 56 ต่อ 40 กว่า ไม่ถือว่าชนะ ที่สำคัญเมื่อเรามามองดูตัวเลขแล้วเราจะเห็นว่าทางอีสาน ทางฝ่ายที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเกือบ 70 70 กว่า ทางฝ่ายที่รับ 20 กว่า แสดงว่าเขายังซื้ออีสานได้หมดทุกประการ ถ้าเขายังซื้ออีสานได้หมด คำถามต้องถามกลับไปที่ พล.อ.สุรยุทธ์ และ พล.อ.สนธิ ปีหนึ่งที่ผ่านมา
       
       สนธิ - โทษนะครับ มึงทำอะไรอยู่ ถึงไม่มีปัญญาให้ความรู้กับคนที่อยู่ทางอีสาน ทางเหนือยังพอกล้ำกลืนได้ 52 ต่อ 48 ยังพอไหวเพราะอย่างน้อยทางเหนือก็เป็นพื้นที่ของพวกนั้นเขา แต่ก็ยังชนะ แต่อีสานนี่พ่ายหลุดรุ่ย แปลว่าถ้ามีการเลือกตั้งวันพรุ่งนี้ ถ้าคำนวณจากเหนือ อีสาน ทุกอย่างแล้ว ทักษิณจะมีมาเจอร์ริตี้ในรัฐบาล ถ้ามีมาเจอร์ริตี้ในรัฐบาลแล้ว คุณจะไปยึดอำนาจเขาได้อีกไหม ไม่ได้ ผมให้ความชอบธรรมไม่ได้แล้ว พวกนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คือคนซึ่งเปิดประตูให้ทักษิณและพวกเครือข่ายทักษิณเดินกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการกระทำ 2 อย่าง 1.โง่ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ 2.สมรู้ร่วมคิดเพื่อเห็นแก่ลาภยศ เห็นหรือยัง และท่านพ่อแม่พี่น้องว่ามันเหนื่อยไหมล่ะ คนที่เหนื่อยที่สุดก็คือพวกเรา คนที่เหนื่อยฉิบหายคือผม
       
       สนธิ - เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าจำเป็นต้องรู้เท่าทัน พวกเราต้องรู้เท่าทัน วันนี้อเมริกาโพลิติกส์ไม่ใช่แมนเนจโดยเรียลเดโมแครตหรือเรียลรีพลับบลิคกัน แมเนจโดยบีคอร์ปเปอเรชั่นส์ แมเนจโดยอุตสาหกรรมยา แมแนจโดยอุตสาหกรรมรถยนต์ แมเนจโดยอุตสาหกรรมของตลาดทุนแคปิตอลมาร์เก็ต ตรงนั้นน่ากลัวมาก เพราะว่าลูกหลานเราที่เมืองไทยจะไม่มีสิทธิเกิดได้เลย ทุกคนจะต้องเป็นลูกจ้างหมด บริษัทในเมืองไทยก็จะมีไม่เกิน 10-20 บริษัท ทุกอย่างก็คลุมประเทศไทยไว้หมด อันนี้ให้ไม่ได้ นิวส์ก็ต้องเป็นคอร์ปอเรตนิวสต์ ใครจะทำข่าว อย่างผมเอเอสทีวีทำข่าว ไม่มีสิทธิทำได้หรอก ทุกคนต้องเป็นไปตามคอร์ปอเรตนิวส์ วันนี้เราเห็นชัดแล้วนี่ เราเคยสงสัยไหมว่าทำไมอเมริกา ทุกคนแฮปปี้ อยู่อเมริกากู้เงินผ่อนบ้านได้ 25-30 ปี
       
       สนธิ - แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่งสิ เขาต้องการให้คุณผ่อนเขาจนกระทั่งคุณตะบันน้ำกิน จำได้ไหมครับหลายๆ คนอายุเท่าผม ตอนที่เราเป็นหนุ่มๆ อยู่เมืองไทย ผ่อนบ้าน 15 ปี ผ่อนรถไม่เกิน 3 ปี เดี๋ยวนี้เมืองไทยผ่อนรถ 6 ปี กำลังจะต่อเป็นปีที่ 7 เป็นถังขยะแล้วยังต้องผ่อนต่อ เพราะฉะนั้นนี่คือกระบวนการ stretch การทำงานของคนเพื่อที่จะเป็นหนี้ตลอดชีวิต ซึ่งไม่ใช่สังคมที่ผมต้องการ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตอนนี้การต่อสู้ค่อนข้างลึกซึ้ง การต่อสู้ทุกอย่าง ถ้า พล.อ.สพรั่ง ไม่ได้เป็นผู้บัญชาการทหารบก โอกาสที่ประเทศไทยจะหลุดไปจะสูงมากไม่ใช่ พล.อ.สพรั่ง เป็นเทวดา แต่ พล.อ.สพรั่ง จะสามารถแก้สถานการณ์บางสถานการณ์ได้ ถ้า พล.อ.สพรั่ง เป็น ผมก็สามารถจะยืนได้ เพราะอุดมการณ์ตรงกัน เห็นด้วยพ้องกัน ในขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็ยืนได้ แต่ถ้า พล.อ.สพรั่ง ไม่ใช่ ผมไม่มี confidence ในทหารเมืองไทยเท่าไรนักทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็มานานพอสมควร จริงๆอยากพูดต่อเหมือนกัน แต่เวลาไม่มีแล้ว และรู้สึกหลายๆ คนฟังแล้วก็เศร้าหมอง ผมก็เรียนให้ทราบว่าผมจะบวชวันที่ 8 พฤศจิกายน เดิมทีตั้งใจว่าบวชเดือนหนึ่ง แต่ไม่แน่ อาจจะไม่สึกเลยก็ได้
       
       สโรชา - เป็นอย่างไรคะ คงจะหายคิดถึงคุณสนธิกันไปบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ สัปดาห์หน้า วันศุกร์หน้าเราก็พยายามนำเทปบันทึกภาพที่คุณสนธิไปปราศรัยในรัฐอื่นๆ มาให้ได้รับชมกัน ส่วนจะเจอตัวจริงเสียงจริงกันอีกครั้งหนึ่งก ็คงวันที่ 7 กันยายน สำหรับเราทั้งสามคนลาคุณผู้ชมไปเพียงเท่านี้ กลับมาพบกันใหม่ในวันจันทร์ที่ 27 เวลาเดิม 2 ทุ่มครึ่งค่ะ สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ

ยามเฝ้าแผ่นดิน : หวั่นอดีต ทรท.รวมตัวฟื้นระบอบทักษิณ
       
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 1

( 56 k ) | ( 256 K )

       
       
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2

( 56 k ) | ( 256 K )


ยามเฝ้าแผ่นดิน : หวั่นอดีต ทรท.รวมตัวฟื้นระบอบทักษิณ
       

ยามเฝ้าแผ่นดิน : หวั่นอดีต ทรท.รวมตัวฟื้นระบอบทักษิณ
       

จำนวนคนโหวต 211 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 76 คน
37 %
ไม่เห็นด้วย 135 คน
63 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017