หน้าแรกผู้จัดการ Online | เมืองไทยรายสัปดาห์
 

“สนธิ”ขุดเรื่องฉาว “เทพเทือก”-จุดธูปแช่งใส่ร้ายให้มีอันเป็นไป

ดูวีดีโอประกอบจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
4 ธันวาคม 2553 00:25 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“สนธิ”ขุดเรื่องฉาว “เทพเทือก”-จุดธูปแช่งใส่ร้ายให้มีอันเป็นไป

“สนธิ”ขุดเรื่องฉาว “เทพเทือก”-จุดธูปแช่งใส่ร้ายให้มีอันเป็นไป

“สนธิ”ขุดเรื่องฉาว “เทพเทือก”-จุดธูปแช่งใส่ร้ายให้มีอันเป็นไป

“สนธิ”ขุดเรื่องฉาว “เทพเทือก”-จุดธูปแช่งใส่ร้ายให้มีอันเป็นไป

“สนธิ”โต้ “สุเทพ”กล่าวหาไม่เคยทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เหมารวมเหลือง-แดงใช้สื่อปลุกระดม ยันเอเอสทีวีไม่เคยยุยงเผาเมือง มีแต่ปลุกให้รักชาติ แฉเรื่องฉาวในอดีต “เทพเทือก” แจกที่ดิน สปก.ให้แศรษฐี อนุมัติ “ไทยโมบายล์”เจ๊ง 4 พันล้าน ซื้อเครื่องบินไทยตกรุ่น ร้านโค-ออปเอื้อญาติพี่น้อง ชักใยลูกชายซื้อที่รุกเขาแพง ซ้ำถ้อยทีถ้อยอาศัย“ทักษิณ” ขณะตนและเครือเอเอสทีวี-ผู้จัดการสู้กับทุกรัฐบาลที่ทำงานไร้ประสิทธิภาพ จุดธูปแช่ง “เทือก” ใส่ร้ายให้มีอันเป็นไป
       
       

       
        คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์"  
       
       รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกอากาศทาง เอเอสทีวี ทุกวันศุกร์ ช่วงเวลา 20.30-22.30 น. วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2553 ช่วงแรก นายสนธิ ลิ้มทองกุล ดำเนินรายการ
       
       สนธิ - สวัสดีครับ ท่านผู้ชมเอเอสทีวี และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันนี้ เป็นวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พุทธศักราช 2553 กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงแรกนี้ ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ครั้งที่ 25
       
        วันนี้ ในช่วงแรกผมจะออกเดี่ยว แล้วหมดช่วงแรกจะเป็นคุณเก๋ อุษณีย์ เอกอุษณีย์ และคุณแอน จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ และผมเหมือนเดิมนะครับ เหตุผลที่ต้องออกเดี่ยวเพราะว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 6 วันที่แล้ว ผมถูกคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดจากพาดพิง และพูดในที่ประชุมของเครือข่ายแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ จ.ชุมพร ที่โรงแรมนานาบุรี ผมอยากจะให้เวลาที่เท่าเทียมกันกับพ่อแม่พี่น้องเพื่อให้ทราบว่าสิ่งที่คุณสุเทพพูดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความเท็จทั้งสิ้น วันนี้ผมจะเอาหลักฐานมาให้พ่อแม่พี่น้องได้ดู
       
        คุณสุเทพได้พูดอะไรบ้าง ไปฟัง ซึ่งมีอยู่ 2 ช่วง ที่พูดพาดพิงถึงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและตัวผม แล้วประเดี๋ยวผมจะเล่าให้พ่อแม่พี่น้องฟังว่า ระหว่างคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ใครเลวกว่ากัน เชิญเข้าไปชมก่อนครับ
       
       (VTR: สุเทพ เทือกสุบรรณ)
       
       "3-4 ปีมาแล้ว กลุ่มที่เคลื่อนไหวมีการพัฒนาไปมาก มีการปลุกระดม ใช้เครื่องไม้เครื่องมือ มีการใช้สื่อ วิทยุโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ ยกตัวอย่าง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) มีหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ มีสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี มีการโฆษณาแนวทางของตัวเองทุกวัน ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้มีการโฆษณาได้อย่างมาก การกระทำดังกล่าวสามารถระดมคนเป็นหมื่นๆ ทำงานการเมืองต่อกันได้ และกลุ่มการเมืองจากหลายๆ ฝ่าย เช่น กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มีแกนนำเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย มีสื่อสิ่งพิมพ์ มีวิทยุชุมชน และสถานีโทรทัศน์พีทีวี เมื่อถึงเวลาสามารถปลุกระดมคนได้มีแสนๆ คน มีการเผาบ้านเผาเมือง มีคนตายจำนวนมาก แต่ที่น่าเสียดายคือ คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่เฉยๆ ไม่แสดงออกอะไร”
       
       “ผมขอยืนยันว่าแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์คือระบบประชาธิปไตยคือการปกครองโดยประชาชน มาจากประชาชน และทำเพื่อประชาชน วันนี้พี่น้องต้องทำหน้าที่ให้เข้มแข็ง จะปล่อยให้พวกเสื้อแดง เสื้อเหลือง ออกมาอาละวาด ทำร้ายประชาชนผิดทิศผิดทางไม่ได้อีกแล้ว ประชาธิปไตยไม่ใช่การเดินขบวน ประชาธิปไตยไม่ใช่การเผาบ้านเผาเมืองแล้วบังคับให้รัฐบาลทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราต้องพูดกับลูกเราหลานเราถึงการปกครองที่ถูกต้องคือการใช้เหตุใช้ผล มีกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน ทุกคนต้องถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของส่วนร่วม ไม่ใช่ประโยชน์ของทักษิณ (ชินวัตร) ไม่ใช่ประโยชน์ของสนธิ (ลิ้มทองกุล)”
       
        “ถ้าถามผมๆ ว่าสองคนนี้เลวพอกันเลย นี่พูดอย่างเปิดเผย เพราะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งไม่ใช่ประเทศไทยเป็นที่ตั้ง ปัจจุบันได้แสดงตัวตนออกมาแล้ว 2 ปีด่าผมทุกวัน ผมก็เฉย มา 4-5 วันด่าอภิสิทธิ์ บอกว่าอภิสิทธิ์เนรคุณ ได้เป็นนายกฯ เพราะมัน แต่ไม่จริงเพราะไม่ได้เข้าไปยกมือในสภาเลย นี่ชัดเจน มีปัญหาวันนี้เพราะบังคับห้ามให้อภิสิทธิ์ทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อประโยชน์ของมัน แต่ทำไม่ได้เพราะนายกฯ ต้องทำเพื่อประเทศไทย ประชาชนคนไทย ไม่ใช่ของใครกลุ่มใด”
       
       “กำลังชี้ให้เห็นว่า ขบวนการของคนเหล่านี้และบริวารของคนเหล่านี้กำลังเป็นอันตรายกับประเทศ ตนทำบ้านเมืองสงบมาดีๆ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ประกาศอีกว่าวันที่ 11 ธันวาคมจะชุมนุมใหญ่อีกแล้ว ดังนั้น เป็นหน้าที่ของพวกเราจะต้องแสดงพลัง แสดงความเป็นปึกแผ่นของเรา พลังประชาชนถึงแม้เป็นพลังเงียบแต่ถ้าไม่สนับสนุน ก็ให้สนธิ-จำลองไปเดินสองคนดูว่าจะไปสักกี่น้ำ คนที่จะไปจากบ้านเราๆ ห้ามหมด คนที่มาจากที่อื่นก็ทำเหมือนกัน ดูว่าจะทำไงได้ บางทีพี่น้องประชาชนมัวแต่ทำมาหากินไม่ได้รู้ข่าวสารบ้านเมือง ไปฟังวิทยุเขา ดูทีวีเขาก็จะหลงเชื่อ มาวันนี้เราต้องมาพัฒนาความสามารถของเรา จะให้พวกนี้มาทำปู้ยี้ปู้ยำบ้านเมืองไม่ได้”
       
       สนธิ - พี่น้องชาวชุมพร และพี่น้องชาวใต้ทุกคน ตลอดจนท่านผู้ชมที่อยู่ในประเทศไทย และอยู่ต่างประเทศ ผมจะพูดสั้นๆ ในคำพูดที่ท่านรองนายกฯ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดนะครับ ท่านบอกว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้ต่างจาก นปช. ที่ใช้สื่อ ทั้งสื่อวิทยุ สื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ โดยที่ท่านรองนายกฯ พูดบอกว่า มีการโฆษณาแนวทางตัวเองทุกวัน ซึ่งวิธีดังกล่าว ทำให้เกิดการโฆษณาได้อย่างมาก การทำดังกล่าวสามารถระดมคนเป็นหมื่นทำงานการเมืองต่อเนื่องได้ และกลุ่มการเมืองจากหลายฝ่าย เช่น กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ มีแกนนำเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย พูดง่ายๆ ว่า สื่อทาง นปช.นั้น คุณสุเทพกำลังเหมารวมว่าสื่อที่พวกเราทำอยู่นั้น เป็นสื่อที่ยุยงให้คนกร้าวร้าวรุนแรงและเผาบ้านเผาเมือง พี่น้องชาวชุมพรครับ แล้วก็พี่น้องชาวใต้ที่ดู ASTV ทุกวัน มีครั้งไหนไหมที่สื่อ ASTV ยุยงส่งเสริมให้พ่อแม่พี่น้องจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ กระทำการใดๆ ก็ตามที่เป็นเจตนาในการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ มีไหมครั้งใดบ้างที่สื่อ ASTV ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กระทำอะไรก็ตามเป็นการที่จะหาทางแก้กฎหมายเพื่อให้คนที่ทำผิดแล้วไม่สามารถติดคุกได้ มีไหม มีไหมที่สื่อ ASTV และสื่อในเครือ ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พูดจาโกหกกับพ่อแม่พี่น้องในเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่มี อุดมการณ์ หลักการในการทำงานของเรามาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต เป็นเรื่องความถูกต้อง ความเป็นธรรม ออกมาปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างชนิดที่เรียกว่าต้องเอาตัวเข้าแลก
       
        พี่น้องเห็นหรือยัง การเผาบ้านเผาเมือง ใครเป็นคนเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่คุณสุเทพกำลังจะเอาคน 2 กลุ่มมารวมกันให้เห็น ว่าเป็นตัวป่วนบ้านป่วนเมือง เพราะฉะนั้นแล้วคุณสุเทพพูดเท็จ
       
        มีการปลุกระดม การปลุกระดมมีอยู่ 2 อย่าง การปลุกระดมให้คนรักบ้านรักเมือง การปลุกระดมให้คนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อไม่ให้เสียดินแดนไทย การปลุกระดมเช่นนี้ เป็นการทำดีเพื่อชาติ เพื่อบ้านเพื่อเมือง แต่การปลุกระดมให้คนออกมาแล้วก็เผาบ้านเผาเมืองเช่นคนกลุ่มเสื้อแดง ไม่ใช่นะครับ
       
        อันต่อมา คุณสุเทพพูดบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์คือระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ปกครองโดยประชาชนมาจากประชาชน และทำเพื่อประชาชน เดี๋ยวผมให้ดูว่า พรรคคุณทำเพื่อประชาชนอย่างไรนะครับ
       
        วันนี้พี่น้องต้องทำหน้าที่ให้เข็มแข็ง จะปล่อยให้พวกเสื้อแดงเสื้อเหลืองออกมาอาละวาดทำร้ายประชาชนผิดที่ผิดทางไม่ได้ ประชาธิปไตยไม่ใช่การเดินขบวน ผิด การเดินขบวนนั้นกระทำในกฎบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำได้ เพราะฉะนั้นแล้วกลุ่มเสื้อเหลืองเดินขบวนทุกครั้งเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว ประชาธิปไตยไม่ใช่การเผาบ้านเผาเมือง แล้วบังคับให้รัฐบาลทำอย่างนั้นอย่างนี้ อันนี้ถูกต้อง ประชาธิปไตยไม่ใช่การเผาบ้านเผาเมือง และบังคับให้รัฐบาลทำอย่างนี้อย่างนั้น อันนี้ถูกต้อง ถามต่อว่า แล้วใครเผาบ้านเผาเมือง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ถ้าคุณยังมีสติปัญญาอยู่บ้าง คุณต้องรู้ว่าประชาธิปไตยไม่ใช่การเผาบ้านเผาเมืองนั้น คุณกำลังพูดถึงเสื้อแดงใช่ไหม แต่ถ้าคุณบอกว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่การเดินขบวน ผมถามคุณคำหนึ่งว่า สมัยหนึ่งคุณเคยเดินขบวนหรือเปล่า คุณเคยพาพ่อแม่พี่น้องชาวสุราษฎร์มาโพกผ้าแดงอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล พาเขามาเดินขบวนเพื่อเรียกร้องสิทธิ เรื่องเกี่ยวกับผลผลิตทางเกษตรกรรมตกต่ำ และอย่างนั้น คุณป่วนบ้านป่วนเมืองหรือเปล่า คุณก็ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญใช่ไหม แต่เมื่อใดก็ตามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินขบวนแล้วไปเผาบ้านเผาเมือง อันนั้นผิด กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่เพียงแต่สันติอหิงสาอย่างเดียว ยังโดนตำรวจภายใต้การปกครองของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่คุณพยายามปกป้องทุกวันนี้เอาปืนยิงตายไปเกือบ 10 ศพ พิการ 10 กว่าคน บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน
       
        คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณใช้ส่วนไหนของสมองมาวิเคราะห์ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งวิเคราะห์การเมืองได้เพียงแค่นี้ พี่น้องชาวชุมพร และพี่น้องชาวใต้ คิดให้ดีๆ ว่าท่านเลือกพรรคประชาธิปัตย์ไปผิดหรือเปล่า
       
        การปกครองที่ถูกต้องคือการใช้เหตุใช้ผล มีกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน ทุกคนต้องถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย เห็นด้วย ทุกคน
       
        ถามต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ต้องถูกปฏิบัติตามกฎหมายหรือเปล่า เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว คุณสุเทพ ในฐานะประธาน ก.ตร.ปล่อยให้ ก.ตร.มีมติบอกว่า พล.ต.อ.พัชรวาทไม่ผิด ใครกันแน่ที่ถุยน้ำลายขึ้นไป แล้วต้องเลียน้ำลายตัวเองคืนไป คุณสุเทพ คุณเองใช่ไหม พันธมิตรมีอะไรบ้างที่ไม่ทำตามกฎหมาย คุณตอบผมซิ คุณยัดข้อหา คุณให้ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ยัดข้อหาผู้ก่อการร้ายให้เรา เราก็ยอมรับ ทั้งที่เราบอกว่า มีมติแล้วว่าคดีข้อหาก่อการร้ายนั้นต้องให้ดีเอสไอทำ แทนที่คุณจะสั่ง ให้ตำรวจโอนคดีก่อการร้ายให้ดีเอสไอพิจารณา คุณก็ไม่ คุณให้ตำรวจดำเนินการต่อไป เพราะอะไร เพราะว่า พล.ต.ท.สมยศ เป็นเด็กอยู่ในคาถาคุณใช่ไหม แล้วใครล่ะไม่ได้ทำตามกฎหมาย แล้วใครเล่าที่ใช้กฎหมายมากลั่นแกล้งประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ไหนบอกทำเพื่อประชาชนไง แล้วทำไมมากลั่นแกล้งประชาชนอย่างนี้ ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ประโยชน์ของ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่ประโยชน์ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ประโยชน์ของ ทักษิณ ชินวัตร ผมพอเห็น คือการกลับเข้ามาโดยไม่ผิดกฎหมาย การสามารถกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง แต่ประโยชน์ของสนธิ ลิ้มทองกุล อยู่ที่ไหน คุณเล่าให้ผมฟังหน่อยซิอยู่ที่ไหน ถ้าคุณไม่แก้รัฐธรรมนูญ สนธิ ลิ้มทองกุล ได้อะไร เขตเล็กเขตใหญ่ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไม่ได้ลงเลือกตั้ง เพราะว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง มาตรา 190 การต่อสู้เพื่อเสียดินแดน หากดินแดนไทยไม่ตกไปอยู่เขมร สนธิ ลิ้มทองกุล ได้อะไร ได้ความภูมิใจที่ออกมาปกป้องชาติบ้านเมือง ตรงนี้ต่างหากคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ส่วนคุณล่ะได้ทำหน้าที่คุณหรือยังในการปกป้องชาติบ้านเมือง คุณไม่ได้ทำเลย
       
        เพราะฉะนั้นแล้ว ใครเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง สนธิไม่ใช่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง พันธมิตรฯ ไม่เคยเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คุณกับอภิสิทธิ์ต่างหากที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คุณบอกว่า เราไม่ได้ไปยกมือให้คุณในสภา ก็ไม่ใช่เพราะเราหรือคุณถึงได้มีโอกาสได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวผมจะเล่าให้ท่านผู้ชมฟังว่าการเมืองมันตลกและมันบัดซบ คนที่เคยด่ากัน ล้มกันจะฆ่ากันตายในสภา วันนี้มากอดกันกลมดิก แล้วร่วมมือกันปู้ยี่ปู้ยำประเทศไทย
       
        คุณสุเทพคุณตามผมมา ผมจะให้คุณดูอะไรบางอย่าง เปรียบเทียบกันระหว่างคุณกับผม คุณบอกว่าผมนี่เลว ผมจะชี้ให้ดู 2538 15 ปีที่แล้ว ในขณะซึ่งผมขณะนั้นยังดำเนินการทำหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ชื่อ เอเชียไทมส์ พิมพ์ผ่านดาวเทียมไปที่ฮ่องกง ประเทศไทย ซิดนีย์ ออสเตรเลีย มหานครนิวยอร์ก แวนคูเวอร์ เพื่อให้ชาวโลกเขารู้ว่าคนไทยสามารถจะทำหนังสือพิมพ์ในระดับโลกได้ โดยที่คนไทยเป็นเจ้าของ ข้อคิดเห็นในหนังสือพิมพ์เอเชียไทมส์นั้นเป็นข้อคิดเห็นที่เป็นภาพสะท้อนความคิดคนทางตะวันออก ปี 2538 คุณทำอะไรอยู่ ปี 2538 ในวันที่ 17 พฤษภาคม คุณโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา เรื่องการเอาที่ดินของแผ่นดิน พี่น้องชาวชุมพร พี่น้องชาวใต้ และพี่น้องทั่วประเทศไทย จำคำพูดไว้ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจในการที่คุณเอาที่ดินของแผ่นดินไปยกให้เศรษฐี นั่นคือกรณี สปก.4-01 ในปี 2538 และคุณรู้หรือเปล่าว่าคนที่เอาเรื่องนี้มาเล่นงานคุณ และอภิปรายคุณ น็อคคุณในสภาชื่อ นายเนวิน ชิดชอบ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และคุณรู้หรือเปล่า ว่าคนซึ่งปกป้องคุณ ในขณะนั้น ในฐานะเป็นโฆษกรัฐบาล ที่นักข่าวมาถามกรณี สปก.4-01 ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ปกป้อง ชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกรัฐบาล จนกระทั่งต่อมาภายหลัง เมื่อทั้งคุณและนายอภิสิทธิ์จนต่อหลักฐาน ถูกจับได้คาหนังคาเขา พอคุณจำเป็นต้องลาออก อภิสิทธิ์เลยต้องลาออกไปด้วย
       
        คุณสุเทพครับ คุณพอจำได้ไหม สิ่งที่คุณทำมา เมื่อปี 2538 คืออะไร คุณเอา ยกตัวอย่าง มีหลักฐานออกมาว่า คุณเอาที่ดินในภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ติดทะเล ที่บนภูเขา ยกให้คนเช่น หนึ่ง นายบันลือ ตันติวิท จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 69 ไร่ นายบันลือ ตันติวิท คือใคร คือพี่ชายนายบันเทิง ตันติวิท เจ้าของประธานธนาคารธนชาติ 2 นายบุ่น เก้ง ศรีแสนสุชาติ จำนวน 89 ไร่ 3 นายเจริญ ถาวรว่องวงศ์ จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ เจ้าของโรงแรมทั้งนั้นที่ภูเก็ต ยิ่งใหญ่หมด 4 นายทศพร เทพบุตร จำนวน 1 แปลง 98 ไร่ 5 นายสุทิน เทพบุตร จำนวน 2 แปลง 37 ไร่ นายณรงค์ นพดารา จำนวน 1 แปลง 21 ไร่ 7 นายหัตถ์ กตัญชลีกุล จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 29 ไร่ 8 นายธเนศ เอกวานิช จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 5 ไร่
       
        พี่น้องครับ พี่น้องชาวชุมพร พี่น้องที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และพี่น้องที่อยู่ทางใต้ คนที่ผมเอ่ยชื่อมา 8 คนนี้ เป็นมหาเศรษฐีในภูเก็ตทั้งสิ้น นายสุเทพ เอาที่ดินแจกให้เขา จนกระทั่งข่าวอันนี้หลุดออกมา เพราะใคร เพราะผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ชื่อ จุ๋ย เป็นคนไปทำข่าวเอาข้อมูลมา เอามาเปิดโปงในหน้าหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หนังสือพิมพ์ที่คุณกำลังกล่าวหาว่า ปลุกระดมประชาชน ถูกต้องเราปลุกระดมให้เห็นว่า ได้มีการคดโกงกัน แล้ววันนั้นก็มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และในที่สุดแล้ว คุณชวน หลีกภัย ก็จำเป็นต้องยุบสภา เพราะพรรคพลังธรรมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ประกาศไม่ขอร่วมรัฐบาล เนื่องจากว่า รับไม่ได้กับหลักฐานที่ออกมาในสภา ว่าที่ดิน สปก.4-01 ซึ่งกฎหมายระบุไว้ให้มอบแก่ผู้ไม่มีที่ทำกิน ดันทะลึ่งไปมอบให้กับเศรษฐีพรรคพวกคุณ ทำไมผมบอกพรรคพวกคุณ นายทศพร เทพบุตร คือใคร คือสามีของนางอัญชลี เทพบุตร ปัจจุบันนายทศพร เป็นใคร นายทศพรคือ ส.ส.ภูเก็ต อัญชลี เทพบุตร สมัยก่อนเป็นใคร เป็นเลขาฯ ของคุณสุเทพเทือกสุบรรณ ใช่ไหมใช่ แล้ววันนี้ นายทศพร เทพบุตร ก็ยังอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ อัญชลี เทพบุตร ก็อยู่เป็นที่ปรึกษานั่งทำงานอยู่หน้าห้องนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ไงพี่น้องชาวใต้ การเมือง นี่ไงคุณสุเทพ ที่คุณบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ แนวทางพรรคประชาธิปัตย์คือ ระบบประชาธิปไตย คือการปกครอง โดยประชาชนมาจากประชาชนและทำเพื่อประชาชน เห็นหรือยัง คุณทำเพื่อประชาชนจริง แต่ประชาชนที่คุณทำคุณทำให้ใคร คือประชาชนพวกคุณ ญาติพี่น้องคุณ สมาชิกที่ร่ำรวยของคุณ สมาชิกพรรค แล้วคุณยังมีหน้ามาพูดเหรอ เหม็นขี้ฟันคุณ
       
        เพราะฉะนั้นแล้ว คุณจะเห็นได้ชัด วันที่ 7 มิถุนายน พี่น้องครับ ขนาดผิดแล้วสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ส.ป.ก.เรียกที่ดินคืน นายทศพร เทพบุตร ก็สู้ สู้ในศาล จาก พ.ศ.2538 12 ปีเต็มๆ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2550 ศาล จ.ภูเก็ต ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ นายทศพร และบริวาร ออกจากที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เลขที่ 140 อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 98 ไร่ 1 งา 7 ตารางวา เพราะขาดคุณสมบัติ ผมไม่ต้องพูด ศาลฎีกาท่านพูดให้เสร็จเรียบร้อย ว่าสิ่งที่นายสุเทพ ทำ แล้วทำเพื่อพรรคพวกตัวเอง แล้วนายทศพร ที่ผมเรียนให้ทราบ วันนี้คือใคร ก็คือ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.ภูเก็ต ใครเลวกว่าใครพี่น้อง ระหว่างผมออกไปทำหนังสือพิมพ์เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ชาติบ้านเมือง เพื่อให้ประเทศไทย เพื่อภูมิภาคเอเชียรู้ ว่าคนเอเชียทำหนังสือพิมพ์สู้ฝรั่งได้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เอาที่ของแผ่นดิน พี่นอ้งเอาที่ของแผ่นดินยกให้เศรษฐีพวกตัวเอง ใครเลวกว่าใคร
       
        ฉะนั้นแล้ว พี่น้องจะเห็นได้ชัด ตลกมาก 15 ปีผ่านมา ปัจจุบัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งสร้างความไม่ชอบมาพากลในที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ได้กลายไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีโอบกอดอยู่กับ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นผู้ที่อภิปรายถล่มจนพรรคประชาธิปัตย์ต้องยุบสภาหนีในวันนั้นแล้วอย่าง นายทศพร เทพบุตร ที่ศาลฎีกาพิพากษาว่าได้ที่ดินมาโดยมิชอบ ปัจจุบันยังเป็น ส.ส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ อัญชลี เทพบุตร เมียก็เป็นรองเลขาธิการนายกฯ อภิสิทธิ์ เช่นกัน พี่น้องเห็นหรือยัง นี่คือการเมืองน้ำเน่า นี่คือการเมืองโดยประชาชนของประชาชนเพื่อประชาชนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูด นี่คนจีนเขาเรียกว่า เฉาฉุ่ย
       
        พี่น้องครับตามผมมา 2540 เมื่อเศรษฐกิจล่มสลาย ผมล้มละลาย ขณะที่ผมล้มละลายเพราะว่าผมไปทำงานให้ชาติบ้านเมือง สร้างชื่อ สร้างเสียง กู้หนี้ยืมสินธนาคาร ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่รัฐบาลชุดพรรคประชาธิปัตย์เปิดนโยบายบีไอบีเอฟ เพื่อให้ฝรั่งเอาเงินทุนเข้ามาให้คนไทยกู้ โดยไม่ยอมปิดประตูในราคาถูกโดยไม่ต้องเพิ่มทุนของธนาคาร ทำให้เงินกระจายไป ผมได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องอีกเยอะที่ได้รับบาดเจ็บจากนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ จนกระทั่งเกิดกรณี ปรส สมรู้ร่วมคิดฝรั่งกระทืบคนไทย หลักฐานมี หนังสือเล่มนี้เขียนเมื่อ 2542 เขียนโดยทีมงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เห็นหรือยังพี่น้อง
       
        แต่ พ.ศ. 2540 คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณมีผลงานอะไร ตอนนั้นเป็นรัฐบาลชวน 2 คุณต้องการจะแปรรูปทีโอที และต้องการจะแปรรูปการสื่อสารแห่งประเทศไทย แต่ขณะเดียวกัน คุณเองต้องการจะสร้างผลงานด้วยการจะบีบ พี่น้อง บีบค่ายโทรศัพท์มือถือ คือ ยูคอม ดีแทค และเอไอเอส ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลดราคาค่าบริการ จากค่าบริการประจำเดือน 500 กว่าบาท เหลือ 300 บาท คุณเลยไปเอาคลื่นความถี่ 1500 กับ 1900 คุณผลักดันเรื่องนี้มาก เพราะคุณต้องการสร้างเป็นผลงาน โดยที่คุณจะให้ กสท. ทีโอทีทำ แล้วมีเอกชนเข้าไปร่วมลงทุน แล้วเริ่มค่าบริการที่ 300 บาทต่อเดือน ลดลงจาก 500 บาท แต่ปรากฏว่าไม่สามารถทำได้ เพราะอะไรพี่น้อง ก็เพราะว่า ทศท. ทีโอที ศึกษาแล้วว่า ถ้าตั้ง 300 บาท จำเป็นต้องให้เอไอเอส และดีแทค ลดลงเหลือ 300 บาทเช่นกัน เมื่อลด 300 บาทแล้ว ทีโอที กับแคท จะขาดรายได้ จากปี 2541-2550 เป็นจำนวน 71,700 กว่าล้านบาท คุณเลยเอาคลื่น 1900 เมกะเฮิรตซ์ก็คือคลื่น 3 จีปัจจุบัน เอามา แล้วคุณก็ให้ตั้งบริษัทให้ กสท.กับทีโอที มาร่วมบริษัทกัน โดยที่สภาพัฒน์ก็คัดค้านไม่เห็นด้วย เพราะบอกว่า CAT นั้นมีระบบโทรศัพท์อันหนึ่งอยู่แล้ว คือ CDMA แล้วยังต้องมาร่วมกับ กสท.ทำ ก็เท่ากับว่า เป็นการลงทุนไขว้ ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งไม่เข้าหลักเหตุผลในการลงทุน แต่คุณก็ผลักดันจนกระทั่งวันที่ 3 กรกฎาคม 2543 ครม.ชวนก็อนุมัติโทรศัพท์มือถือคลื่น 1,900 ตามที่ นายสุเทพ เสนอ แล้วคุณก็เร่ง ปรากฏว่าเมื่ออนุมัติแล้ว ก็มีมติว่า ในเมื่อรัฐไร้สมรรถภาพที่บริหารได้ดีทั้งเครื่องมืออุปกรณ์บุคลากร ท้ายที่สุดก็คือ ลากจูงไปสู่เป้าหมายที่ซ่อนเร้นครับพี่น้อง คือให้นายทุนเอกชนวงใน ฮุบโครงการนี้ในรูปผู้ถือหุ้นใหญ่ แล้วก็เป็นเจ้าของคลื่นที่จะทำไป ปรากฏว่า คุณผลักดันเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อทิ้งทวน คุณได้ทำหนังสือถึงสภาพัฒน์ ขอให้สภาพัฒน์ผ่าน ในที่สุดคุณก็ได้ผลักดันจนกระทั่งโครงการนี้มีการเร่งเซ็นสัญญาวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2544 ก่อนการเลือกตั้งครั้งแรกที่พรรคไทยรักไทยชนะ และคุณก็ได้ร่วมลงทุนโดยมีบริษัทวิทยุการบิน บริษัท กสท. และบริษัท ทีโอที ตั้งบริษัทที่ชื่อว่า ไทยโมบาย 1900 ปรากฏว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นพี่น้องชาวใต้ ไทยโมบาย 1900 เจ๊งกะบ๊ง ขาดทุนฉิบหายวายป่วง นักการเมืองได้อะไร ได้จากการซึ่งมีการลงทุนสร้างเครือข่ายไป 3 - 4 พันล้านบาท นักการเมืองบางคนได้ค่าคอมมิชชั่นจากการสร้างเครือข่าย ได้ไปอย่างน้อย 20 % 600-800 ล้านบาท นี่ไงไทยโมบาย ที่ตั้งโดยฝีมือคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ
       
        เอาล่ะ ตามผมมา 2543 คุณสุเทพ คุณจำคำว่า โค-อ๊อป ได้ไหม จ.สุราษฎร์ธานี พี่น้องชาวใต้ พี่น้องชาวชุมพรที่ฟังคุณสุเทพ พูดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ตามผมมา ฟังผมพูดบ้าง โค-อ๊อป ที่สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 104 ไร่ 21 ตารางวา อยู่หมู่ที่ 3 ต.หนองไซ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เริ่มเปิดทำการเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2542 ซึ่งอยู่ในช่วงนายกรัฐมนตรี คือ นายชวน หลีกภัย และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2543 มีคนๆหนึ่งในสภาลุกขึ้นมาแล้วโจมตีความไม่ชอบมาพากลของโค-อ๊อปที่สุราษฎร์ธานี พี่นอ้งรู้ไหมว่าใคร คุณสุเทพ คุณรู้ไหมว่าใคร คนนั้นชื่อ นายเนวิน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตร เป็นคนเดียวที่ถล่มรัฐบาลประชาธิปัตย์ ด้วยคดี ส.ป.ก.4-01 ต้องยุบสภา มาครั้งนี้ นายเนวิน แม้จะเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลเดียวกันก็ยังเอากรณีโค-อ๊อป จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมาโจมตี เขาโจมตีว่าไง เขาเริ่มด้วยการบอกว่า นายกฯชวนนั้น มีหุ้นอยู่ในโค-อ๊อป 1 แสนบาท และไม่ได้แจ้ง ป.ป.ช.ก็ปรากฎว่า มีการตรวจสอบ ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่โค-อ๊อป บอกว่า เขาลงขันกันให้คุณชวนหมื่นหุ้น หุ้นละ 10 บาท เพื่อเป็นสิริมงคลในฐานะที่มาเปิด และ ป.ป.ช.ก็บอกว่า ไม่ได้มีเจตนาจงใจปกปิดทรัพย์สิน ก็จบไป แต่พอตรวจสอบลงไปลึกๆ ว่า มีการซื้อที่ดิน 104 ไร่นั้น สูงเกินกว่าความเป็นจริงไปมาก ที่ดินอันนั้นซื้อมาจาก นายธนากร แซ่เล้า หรือเสี่ย 11 ในราคา 69 ล้านบาท โดยนายธนากร ไปคว้านซื้อที่ดินมาจากชาวบ้านอีกต่อหนึ่ง ไม่กี่ล้านบาทเอง
       
        พี่น้องรู้ไหม มีคนๆ หนึ่งชื่อ นายสรวง พัฒนรัตน์ พี่น้องชาวสุราษฎร์คงรู้จักดี นายหน้าค้าที่ดินในท้องที่ เขาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เขาบอกว่า เขาวิ่งไล่ซื้อที่ดินเพื่อขอประมูลสู้ เขาอยากขายที่ดินของเขาในการแข่งขัน แต่ไปทำการเปิดซองประมูลราคาที่บ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยไม่บอกให้คนรู้ เพราะฉะนั้นแล้วเขาเลยไม่สามารถเข้าร่วมประมูลการแข่งขันได้
       
        นี่ไง โดยประชาชน พรรคประชาธิปไตยเล่นการเมืองเพื่อประชาชน โดยประชาชน ส่วนการก่อสร้างสหกรณ์สุราษฎร์ธานี พี่น้องรู้ไหม ใครเป็นผู้รับเหมา ถมดิน นายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายนายสุเทพ รับเหมาในวงเงินเกินกว่า 30 ล้านบาท การก่อสร้างอาคารก็ใช้บริษัทของตระกูลเทือกสุบรรณเข้ามารับเหมา ได้มีการดึงงบพัฒนาจังหวัดของ ส.ส.สุราษฎร์ฯ และงบของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท มาใช้เป็นค่าก่อสร้าง และเงินสนับสนุนกิจการสหกรณ์สุราษฎร์ธานีด้วย ทั้งที่สหกรณ์สุราษฎร์ธานี จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ เป็นไงพี่น้อง พี่น้องชาวชุมพร ที่ฟังเมื่อวันที่ 28 นี่ไง การเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ โดยประชาชนเพื่อประชาชนของตัวเอง เพื่อฝ่ายตัวเอง เพื่อญาติพี่น้องตัวเอง เพื่อเศรษฐีที่เป็นคนสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์
       
        หลังจากนั้นแล้ว สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินยังเข้ามาตรวจสอบว่า พบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจัดซื้อที่ดิน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินที่สหกรณ์สุราษฎร์ฯ ขอสนับสนุนจากข้าราชการ ทำให้ราชการสูญเสียเงินไปถึง 39 ล้าน 8 แสนบาท ก็เลยมีการดำเนินคดีไป และพี่น้องรู้ไหมว่า เรื่องไปถึงไหนแล้วตอนนี้ เงียบสนิท ปลาซิว ข้าราชการระดับล่างโดนเล่นงาน ผิด พ้นจากความสนใจของประชาชนไปแล้ว มีการเอาผิดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐตัวเล็กตัวน้อย ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคพวกไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย นี่คือการเมืองพรรคประชาธิปัตย์เพื่อประชาชน
       
        ตามผมมา ไหนๆ คุณจะหาเรื่องผมแล้วคุณสุเทพ คุณเอาข้อมูลมาหาเรื่องกับผมดีกว่า สมัยที่คุณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณคุมการบินไทยใช่ไหม ช่วงนั้นปี 2543 เรายังอยู่ภายใต้โครงการไอเอ็มเอฟ การใช้เงินเราต้องระวัง การจะลงทุนอะไรต้องมีเหตุผล คุณสั่งให้บอร์ดการบินไทยซื้อเครื่องบินใหม่ ซื้อเครื่องบินวิ่งระยะใกล้ 1 ลำ ไกล 4 ลำ โดยคุณให้เหตุผลว่า ซื้อเครื่องบินใหม่สำหรับใช้บริการในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากผู้โดยสารใช้บริการเต็มทุกเที่ยวบิน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคุณก็รู้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซา และผู้โดยสารไม่ได้มากมาย น่าสนใจเรื่องนี้ กระทรวงการคลัง ซึ่งบริหารโดยนายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เผชิญหน้ากับคุณสุเทพอีกครั้งหนึ่ง คุณสุเทพจำได้หรือเปล่า กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของการบินไทย เขาบอกว่าไง เขาสั่งให้ตรวจสอบแผนการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ทั้งหมด และเขากล่าวหาว่า เป็นการซื้อเครื่องบินที่แพงกว่าที่เคยซื้อถึง 3,200 ล้านบาท แล้วเขาสั่งให้บอร์ดการบินไทยอธิบายราคาเครื่องบินแยกเป็นรายชิ้นส่วนเลย
       
        พี่น้องครับ เครื่องบินที่เขาสั่งซื้อนั้นตกรุ่นไปแล้ว และราคาที่ซื้อนั้นแพงกว่าความเป็นจริง เพราะก่อนหน้านี้ราคาเครื่องบินรุ่นดังกล่าวอยู่ที่ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ตอนที่บอร์ดการบินไทยสั่งซื้อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อนุมัตินั้น ซื้อในราคาสูงถึง 150-160 ล้านเหรียญ ซึ่งมีส่วนต่างลำละ 30 ล้านเหรียญ หรือรวมแล้วส่วนต่าง 150 ล้านเหรียญ ในช่วงนั้น 1 เหรียญเกือบ 40 บาท เกือบ 6 พันล้านบาท ไม่รู้ว่าเข้ากระเป๋าหมาตัวไหน พี่น้องครับ เงินก้อนนี้ไม่รู้เข้ากระเป๋าหมาตัวไหน
       
        ตามผมมา มาปัจจุบัน ผมไม่อยากจะเอาเรื่องนี้มาพูด แต่ผมจำเป็นต้องพูด คุณสุเทพมีลูกชายชื่อ นายแทน เทือกสุบรรณ ขณะนี้มีเรื่องมีราวอยู่บนที่ดินเขาแพง ที่เกาะสมุย ถูกตรวจสอบอยู่ มีการสวมสิทธิ์ สค. เขาเรียก สค.บินได้ คือที่ดินนั้น เริ่มด้วย สค.ก่อน เอามาทำกิน หลังจากนั้นเปลี่ยนจาก สค.มาเป็น นส.3 การที่ที่ดินจะเป็น นส.3 ได้ต้องมาจาก สค.ก่อน มีหลายแปลงที่ลูกชายนายสุเทพซื้อมา แปลงมาเป็น นส.3 ก. แล้วหา สค.เก่าไม่ได้ อ้างว่าหายไปแล้ว เป็นที่พิรุธสงสัย สภาพที่ดินที่ลูกชายนายสุเทพมีอยู่นั้น อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 200 เมตร มีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์จากพื้นที่ราบ ตามกฎหมายแล้วเป็นพื้นที่ภูเขาต้องเก็บไว้เป็นที่สาธารณะ จึงไม่สามารถออกโฉนดได้ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ยกเว้นว่าผู้ครอบครองที่ดินมีใบ สค.1แต่ที่ดินบางแปลงที่นายแทน เทือกสุบรรณ ซื้อไปนั้น ไม่พบหลักฐานว่า มีใบ สค.1 และแปลว่าอะไร พี่น้องครับ นายแทน ซื้อที่ดินตอนนั้น อายุเพิ่ง 21 ปี เด็กอายุ 21 ปี หาเงินที่ไหนมาเป็น 10ๆ ล้าน ตัดสินใจซื้อด้วยตัวเอง พฤติการณ์ น่าจะถือครองแทนใครคนใดคนหนึ่ง และการถือครองไม่จำเป็นต้องแจ้งทรัพย์สินเวลาเล่นการเมือง ใช่ไม่ใช่พี่น้อง
       
        พี่น้องครับ ในปี 2543 มีกระบวนการปลอมแปลงเอกสารในการออกโฉนดที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี จริง และเจ้าหน้าที่ผู้กระทำซึ่งถูกตัดสินโทษเป็นคนเดียวกับกรณีที่เคยช่วยเหลือห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น ที่เป็นคนจัดที่ดินให้นายสุเทพ พี่น้อง คนๆ นี้ โดน 2 คดี คดีหนึ่ง คือ จัดที่ดินที่มีปัญหาให้กับบริษัท เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น และคนๆ นี้ เป็นคนซึ่งจัดที่ดินให้นายแทน เทือกสุบรรณ
       
        เอาหละ พี่น้องฟัง ตอนนี้เรื่องไปถึงไหนแล้ว ตอนนี้เรื่องไปถึงว่าเรื่องไปถึง ป.ป.ช.แล้ว และไปถึงดีเอสไอ น่าสนมากพี่น้อง เพราะ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมรับว่า คดีนี้มีมูล และกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ ผมหวังว่า คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่คุณพูดมา เมื่อวันที่ 28 คุณบอกว่า มีกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน ทุกคนต้องถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามกฎหมาย คุณจำได้ใช่ไหม คำพูดนี้คุณพูด คุณบอกว่า มีกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามกฎหมาย ผมหวังว่า คุณคงไม่ไปแทรกแซงคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ เพราะคุณเองก็ต้องการให้ทุกคนเท่าเทียมกันตามกฎหมายใช่ไหม คุณสุเทพ
       
        น่าสนใจอีกอย่างคุณสุเทพ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ยอมรับว่าคดีมีมูล ยอมรับแล้วคดีมีมูล มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโฉนดที่ดินเขาแพง ไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2553 และคดีนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ป.ป.ช.
       
        พี่น้องครับ นี่แค่น้ำจิ้มนะ 2540 เศรษฐกิจล่มสลาย คุณสุเทพ กำลังมีความสุขกับการเป็นรัฐมนตรีคมนาคม สร้างโครงการ 1900 เมกะเฮิร์ต ของโทรศัพท์ แล้วตั้งบริษัท ไทยโมบาย ลงทุนสร้างเครือข่าย 3,000 กว่าล้าน แล้วบริษัทเจ๊ง
       
        ผมนี่เศรษฐกิจล่มสลายผมล้มละลาย 2543 ผมพ้นจากการล้มละลาย 2543 คุณสุเทพทำอะไรอยู่ 2543 คุณสุเทพทำอย่างที่ผมบอก เมื่อกี้นี้เล่าให้ฟังเรียบร้อยแล้ว 2546 ผมเริ่มแข็งแรงขึ้นมาจากการทำสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่ง ทำ ASTV 2547 ผมเริ่มสู้กับทักษิณ เพราะผมทนไม่ไหวกับการจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ ผมทนไม่ไหวกับการผูกขาดอำนาจ การแทรกแซงองค์กรอิสระ 2546,47 เกิดอะไรขึ้นพี่น้องระหว่างที่ผมสู้กับคุณทักษิณตั้งแต่วันแรก 2546 คุณทักษิณไปเยือนโคออป ที่สุราษฎร์ธานี ควักเงิน 10 ล้านบาท ซื้อหุ้นโคออปของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ นอกจากนั้นแล้วยังพูดจาชมคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปงานศพของกำนันจรัส เทือกสุบรรณ บิดานายสุเทพ เมื่อเดือนเมษายน 2547 ผมก็ไป ไปถึงพุนพิน มี ส.ส.สุราษฎร์ ไปต้อนรับ ชุมพล กาญจนะ, นิภา พริ้งศุลกะ, ประวิทย์ นินวัชรมณี, ธวัช วิชัยดิษฐ พี่ชายนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณสุเทพคุณจำได้ไหมว่าคุณพูดชมคุณทักษิณเวลานั้น คุณบอกว่า ให้กำลังใจแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ นายกฯ คงทำเรื่องนี้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นก็ลำบาก เท่าที่สังเกตตั้งแต่นายกฯ เข้ามามีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เป็นการมุ่งแก้ความสำเร็จระยะยาว ท่านตระหนักดีว่าปัญหานี้เป็นปัญหาความเป็นความตายของบ้านเมือง ต้องช่วยกัน คนไทยเอาใจช่วยนายกรัฐมนตรี เพราะถ้าแก้ได้บ้านเมืองจะสงบร่มเย็น นอกจากนั้นคุยเรื่องงานเอ็กซ์โป
       
        พี่น้องครับ พี่น้องไม่เคยสงสัยเลยหรอว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สนิทแนบแน่นกันมาก เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นช่วงที่สุเทพ เทือกสุบรรณ สนิทสนมกับทักษิณ ชินวัตร ถึงแม้จะไม่เป็นที่เปิดเผยในทางสาธารณะ แต่สามารถวัดได้จากการที่จู่ๆ ทักษิณจะควักเงิน 10 ล้านไปลงทุนในโคออฟทำไม หรือว่า ในวันที่ 16 มีนาคม ขณะซึ่งม็อบเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล นายสุเทพในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย พูดถึงทักษิณที่โฟนอินปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดง พูดน่ารักมาก พูดแบบประนีประนอม เขาพูดอย่างนี้ ตอนนี้คุณทักษิณยังไม่เข้าข่ายโทษความผิดภัยความมั่นคง แต่เฉียดเข้ามาใกล้ คิดว่าคนส่วนใหญ่ของเขาน่าจะยึดแนวสันติวิธี ถ้าผมเป็นเขาจะสู้แบบสันติวิธี ทำคะแนนอะไรก็ว่าไป หากพ.ต.ท.ทักษิณ อดทนได้ ไม่ต้องได้ทรัพย์สินคืนในวันนี้ ไม่ต้องรอดพ้นทุกวันนี้ แล้วยอมไปสู้กันในศาล จัดกระบวนการให้พร้อมแล้วทำบรรยากาศบ้านเมืองให้สงบลง แล้วไปสู่กระบวนการประชาธิปไตยจริง พวกผมก็เสียเปรียบอยู่แล้ว ซึ่งเป็นความเป็นไปได้ หากชนะการเลือกตั้งรัฐบาล จะแก้กฎหมายก็ว่ากันไป
       
        จะเห็นได้ว่า การสัมภาษณ์ของนายสุเทพ ตั้งแต่ผมเห็นนายสุเทพพูดมา ผมไม่เคยเห็นนายสุเทพปะทะทักษิณ ชินวัตร อย่างตรงๆ เลยแม้แต่นิดเดียว จะอ้อมไปอ้อมมา เหมือนกับท่อยทีท่อยอาศัย ท่านผู้ชมเคยสังเกตอะไรไหม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเป็นประธาน ก.ตร. นอกจากจะช่วยเหลือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และพรรคพวกที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าผิดแล้ว ยังไม่ยอมดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้นเรื่องเกี่ยวกับการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่น้องชาวใต้คิดหน่อยซิ อย่าฟังแต่เขาด่าผม คิดว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นมีเหตุผลไหม
       
        เพราะฉะนั้นแล้ว 2547 ผมเริ่มสู้กับคุณทักษิณ 2549 ปฏิวัติ 19 ก.ย. 2549-50 ผมสู้กับใคร ผมสู้กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในฐานะเป็นมะเขืออ่อน มะเขือเผา ไม่ทำอะไรจริงจัง ปล่อยให้ขบวนการของทักษิณเจริญเติบโต รีบเร่งให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ทักษิณกลับมามีอำนาจ 2551 สู้กับสมัคร สมชาย 193 วัน 2553 วันนี้สู้กับ ปชป.เรื่องความอ่อนแอ ไม่กล้าตัดสินใจ ปล่อยให้ขบวนการล้มเจ้าขยับขยายจนทุกวันนี้ เอาตัวรอด ไม่กล้าเปลืองตัว ไม่กล้าออกมาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่กล้าสู้เรื่องเขาพระวิหาร และพวกเรายังต้องสู้คดีที่ถูกกลั่นแกล้ง ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ขายทิ้งหมด แล้วมาพูดได้อย่างไรว่า ตั้งแต่เห็นมา ไม่เคยเห็นนายสนธิทำอะไรเพื่อส่วนรวมเลย อายปากบ้างไหมที่คุณพูด คุณอยากรู้ไหมว่าผมสู้อย่างไร
       
        การต่อสู้ของผม ลูกเจ็กอย่างผม ลูกกำนันอย่างคุณเทียบไม่ได้หรอก เพราะผมสู้ไม่มีผลประโยชน์ ผมไม่ใช่นักการเมือง ที่ 10 กว่าปีที่แล้วด่าแม่กันในสภาล้มกันมาแล้ว จะฆ่ากันให้ได้ พอมาวันนี้ผลประโยชน์ร่วมกันกอดเอวกัน ร่วมกันปู้ยี่ปู้ยำประเทศ คุณจำได้ไหมในพฤษภาทมิฬใครล่ะ หนังสือพิมพ์ฉบับไหนล่ะที่กล้าออกมาตีพิมพ์แล้วเปิดโปงว่ามีคนมาชุมนุมขับไล่ที่ท้องสนามหลวงจำนวนมากเพื่อต่อต้าน จนกระทั่งผมถูกทหารไล่ฆ่าตอนนั้น ถ้าไม่ใช่ผม ช่วงพฤษภาทมิฬ และเกิดอะไรขึ้น คุณไปหนุนพรรคประชา พวกคุณนะพรรคประชาธิปัตย์ ไปหนุนให้ พล.ต.จำลอง อดข้าวประท้วง แล้วพอเริ่มเข้าสู่การเลือกตั้ง เกิดอะไรขึ้น คุณก็ไปปล่อยข่าวว่า พล.ต.จำลอง พาคนไปตาย เพื่อทำลายพล.ต.จำลอง นี่ไง การเมืองพรรคประชาธิปัตย์ของคุณ เพื่อให้ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยแรก เมื่อคุณมาเป็นรัฐบาล คุณทำเรื่องอะไรมั่ง คุณก็เปิด บีไอบีเอฟ การเปิดประตูให้ บีไอบีเอฟเข้ามา ให้แบงก์ต่างชาติสามารถปล่อยกู้โดยตรงได้ คือจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจล่มสลายในปี 2540
       
        เรื่องที่สอง ที่คุณทำอัปยศ คือที่ดิน สปก.4-01 2540 หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเปิดเกมถล่ม พล.อ.ชวลิต ที่ไปเอาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ไปพนันกองทุนเอส ฟันด์ รบกับรัฐบาลชุด พล.อ.ชวลิต 2543 ประชาธิปัตย์ได้พวกงูเห่าออกมาจากพรรคประชากรไทย มาจัดตั้งรัฐบาลแทน พล.อ.ชวลิต โดยให้พี่ชวน เป็นนายกฯ ชุดที่ 2 มีการแลกผลประโยชน์กัน เอายิ่งพันธ์ มนะสิการ ส.ส.พิษณุโลก มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เพราะอะไรรู้ไหม เพราะตอนนั้นมีเรื่องกรณีคลองด่าน เอามาเพื่อปกป้องคดีการซื้อที่ดินทุจริต เพื่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านของนักการเมืองหลายคนในกลุ่มงูเห่า และพรรคการเมืองอื่น
       
        พี่น้องครับ เห็นหรือยัง ในช่วงนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ปิดสถาบันการเงิน 56 แห่งเป็นการถาวร เอาทรัพย์สินสถาบันการเงินไปให้ ปรส. ขายให้ต่างชาติในราคาถูก จากมูลค่าทรัพย์สินกว่า 8 แสนล้านบาท ขายให้ฝรั่งแค่ 1.6 แสนล้านบาท ยังไม่ถึง 20% เอง แล้วปล่อยให้มาไล่เบี้ยฟ้องล้มละลายคนไทยจำนวนมาก แล้วแก้ไขกฎหมาย ทำกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ รวมทั้ง พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ เพื่อเตรียมตัวขายรัฐวิสาหกิจให้ต่างชาติ พวกคุณเนี้ยะ เริ่มการขายชาติมาตั้งแต่สมัยปี 2543 แล้ว ผมจะบอกให้รู้ กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ไม่เคยได้รับการแก้เลย คุณสุเทพ คุณก็เป็นรัฐมนตรีคมนาคมตอนนั้น มีการผิดเงื่อนไขสัมปทานเยอะไปหมด ผู้จัดการออกหนังสือพิมพ์มา 2 เล่ม ปรส.สมรู้ร่วมคิดฝรั่งกระทืบคนไทย พายัพ วนาสุวรรณ เขียนเรื่อง เปลือย ธารินทร์
       
        ผู้จัดการทั้งนั้น 2544 - 47 ทักษิณมาเยือนกินก๋วยเตี๋ยวกับผม แล้วยอมรับว่าผู้จัดการมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนรัฐบาลประชาธิปัตย์ในยุคนั้น แต่ว่า 2548 ผู้จัดการเริ่มต่อสู้กับทักษิณ 2549 สู้กับสุรยุทธ์ 51 สู้กับสมัคร 53 สู้กับคุณ
       
        คุณสุเทพครับ คุณกับผมใครทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินได้มากกว่ากัน ใครลุกขึ้นมาต่อสู้กับขบวนการล้มเจ้า จนกระทั่งในที่สุด ศอฉ.ยอมรับว่ามีขบวนการล้มเจ้าจริง คุณหรือเปล่า ไม่ใช่คุณเหรอ คุณมีหน้าที่อย่างเดียว แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับพรรคพวกรัฐบาลเพื่อให้พวกคุณเป็นรัฐบาลต่อไป เพื่อให้คุณเป็นรองนายกฯ เพื่อให้คุณไปพูดที่โรงแรมที่ชุมพร เพื่อที่จะบอกพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพร บอกว่าไงรู้ไหม บอกว่ารัฐบาลชุดพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลที่ทำงานมาโดยประชาชนเพื่อประชาชน ไอ้เสื้อเหลือง ไอ้สนธิ มันเป็นตัวป่วน คุณสุเทพ คุณอายปากคุณบ้างหรือเปล่า เอาอย่างนี้ กลับไปดูเมื่อปี 2548 ผมได้ทำอะไรในทีวี เชิญพ่อแม่พี่น้องดู
       
       (VTR:คุณสนธิ ลิ้มทองกุล)
       
       สนธิ - พี่น้องครับ คุณสุเทพครับ ผมเตรียมธูปมาแล้ว 9 ดอก ธูป 9 ดอก คือธูปที่ไหว้เทพยดาฟ้าดิน ผมไม่รู้ว่าคุณปฏิบัติธรรมมามากน้อยแค่ไหน ผมปฏิบัติธรรมตลอด ผมจะตั้งจิตอธิษฐานดังนี้
       
        ผมจะตั้งจิตอธิษฐานถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในดินแดนไทย องค์พระสยามเทวาธิราชเจ้า พระเสื้อเมืองพระทรงเมือง เจ้าพ่อหลักเมือง เจ้าพ่อหอกลอง ดวงวิญญาณบูรพกษัตริย์ทั้งหลาย ในอดีต ตลอดจนดวงวิญญาณของทหารหาญทั้งหลาย และคนที่ปกป้องประเทศชาติจากอริราชศัตรูที่เสียชีวิตไปแล้ว พ่อแม่ครูอาจารย์ทั้งหลาย ที่สิ้นไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อโตวัดระฆัง หลวงปู่สุขวัดมะขามเฒ่า หลวงพ่อแดง วัดถ้ำเขาบันไดอิฐ หลวงพ่อแดง วัดแหลมสอสมุทร ที่เกาะสมุย ตลอดจนหลวงปู่อ่อน หลวงปู่ชอบ หลวงปู่คำตัน หลวงปู่หล้า หลวงพ่อปัญญา วัดป่าบ้านตาด หลวงพ่อญาท่าน วัดกุดโพนทัน หลวงปู่บุญมี โชติตาโล หลวงปู่ดุล ที่สุรินทร์ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล หลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านพ่อลี วัดอโศการาม และพ่อแม่ครูอาจารย์อีกมากหลายที่ลูกเคารพและลูกไม่เอ่ยชื่อในที่นี้ ตลอดจนองค์พญานาคราช พระอนันตนาคราช ที่มี 9 เศียร ทวยเทพ ยมทูต ยมบาล ทวยเทพสวรรค์ชั้นฟ้าทุกชั้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดได้มาเป็นประจักษ์พยาน หากข้าพเจ้า นายสนธิ ลิ้มทองกุล เลวเช่นที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดจริง เลวกับชาติบ้านเมือง ทำร้ายชาติบ้านเมือง ขอให้ข้าพเจ้านั้น จงมีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน ขอให้ครอบครัวอยู่ไม่เป็นสุข ขอให้ลูกมีแต่ความพินาศฉิบหาย และขอให้ข้าพเจ้าจงอย่าได้เจริญ ขอให้ตระกูลลิ้มทองกุลจงอย่าได้เจริญไปอีกทุกชั่วอายุคน แต่หากข้าพเจ้าเป็นคนที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อแผ่นดิน เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ จริง และไม่ได้เป็นอย่างที่นายสุเทพ กล่าว ขอให้ผลอธิษฐานจิตของลูกอันนี้ และผลกรรมที่ลูกสาปแช่งไว้นั้น จงกลับไปสู่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และครอบครัวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทุกๆประการด้วยเถิด
       
        คุณสุเทพครับ น้ำที่ผมใส่ในกรวดน้ำนี้ เป็นน้ำมนต์ที่หลวงตามหาบัวท่านปลุกเสกมาให้ผมโดยเฉพาะ ผมขอกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลอโหสิกรรมให้คุณไปเลย จากการที่คุณคิดไม่ดี ทำร้ายผมทั้งกาย วาจา ใจ ผมอโหสิกรรมให้คุณ ขอให้น้ำนี้จงลงไปสู่ดิน แล้วกลับไปยกโทษให้คุณทุกประการ ขอบคุณมากครับท่านผู้ชม เดี๋ยวเรารอดูช่วงต่อไปในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์
       
       

       
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
คำต่อคำ “สนธิ”ชี้คำตัดสินศาลเขมร มัด “มาร์ค”และพวก ผิด ม.119-120 คบคิดยกอธิปไตยให้ต่างชาติ
คำต่อคำ"สนธิ" ลั่นอยู่ยาว 25 ม.ค.นี้ ปกป้องแผ่นดินเพื่อไม่ให้เสียชาติเกิด
คำต่อคำ"สนธิ" ให้ฉายาสื่อเครือเนชั่น เป็นพวก"สื่อตีกิน"
คำต่อคำ“สนธิ” ซัด “มาร์ค”อ่อนแอ ปล่อยคนใน รบ.รับแทนเขมร-เชื่อ MOU43 ขายดินแดนล่วงหน้า
คำต่อคำ"สนธิ" เชื่อปี 54 พิษดินแดน-ค่าเงิน ทำการเมืองเน่ากว่าเก่า
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 363 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 258 คน
72 %
ไม่เห็นด้วย 105 คน
28 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014