หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าวเชิงวิเคราะห์
 

วิเคราะห์นโยบายแก้ไขราคายางตกต่ำ “ยิ่งลักษณ์-อำมาตย์เต้น” มือสมัครเล่นทำพังพินาศ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 ตุลาคม 2555 11:50 น.
วิเคราะห์นโยบายแก้ไขราคายางตกต่ำ “ยิ่งลักษณ์-อำมาตย์เต้น” มือสมัครเล่นทำพังพินาศ
ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.กระทรวงเกษตรฯ ถึงวันนี้การแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำของเขายังมีปัญหา
        ASTVผู้จัดการออนไลน์ - คณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ได้วิเคราะห์นโยบายแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ผิดพลาดตั้งแต่ก้าวแรกที่ส่ง “อำมาตย์เต้น” รัฐมนตรีมือสมัครเล่นเข้ามารับผิดชอบ ความไม่รู้ ไม่มีฝีมือ ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันการณ์ ขาดความรอบคอบ จนเกิดผลกระทบทั้งระบบ สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศ เกษตรกร และผู้ประกอบการ สุดท้ายอำมาตย์เต้นก็เป็นได้แค่ตัวตลกของวงการยาง
       
       ผิดพลาดมาตลอดสำหรับรัฐบาลที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย กับนโยบายด้านยางพาราของประเทศ นับจากการส่งรัฐมนตรี คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.กระทรวงเกษตรฯ ที่เข้าใจเฉพาะการนำมวลชนมาดูแลเรื่องยางพารา
       
       ทั้งนี้ จะเห็นว่าในรอบเก้าเดือนที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกยางพาราของไทยลดลงถึงร้อยละ 30 จากมกราคม-สิงหาคม 2554 มูลค่าส่งออกยาง 178,880 ล้านบาท ขณะที่ปี 2555 ในช่วงเดียวกันส่งออกได้เพียง 124,060 ล้านบาท ลดลงถึง 54,820 ล้านบาท เป็นสัญญาณอันตรายต่อ GDP โดยรวมของประเทศที่ต้องอาศัยรายได้จากการส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตรยางพารา ในขณะที่รัฐส่งเสริมให้ประชากรปลูกยางพารามากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ภาคของประเทศไทย
       
       ผลสุดท้ายความลำบากทั้งหลายคงตกลงมาที่เกษตรกรชาวสวนยางในอนาคต ซึ่งก็ต้องทำใจ เมื่อรัฐบาลเลือกคนมาดูแลด้านยางเป็นแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น
       
       อำมาตย์เต้น รมต.มือสมัครเล่น ไร้ฝีมือ
       
       สัญญาณราคายางตกต่ำเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2554 ซึ่งรัฐบาลก็รับทราบสัญญาณนี้เป็นอย่างดี อันเป็นที่มาของการอนุมัติเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางอันเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลนี้สัมผัสกับภาคยางพารา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง อนุมัติวงเงินถึง 1.5 หมื่นล้านบาท
       
       งบประมาณดังกล่าวถือว่ามากกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มามากทีเดียว แต่ด้วยความเป็นมือสมัครเล่นของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ทำให้การดำเนินการไม่ได้ผล คงเหมือนกับหมอที่ขาดประสบการณ์ หรืออาจจะยังเป็นหมอฝึกหัดมารับหน้าที่รักษาคนไข้ ทั้งที่เครื่องมือแพทย์ทันสมัยพร้อม บุคลากรพยาบาลชำนาญพร้อม และงบประมาณพร้อม แต่หมอขาดความรู้ความสามารถ ขาดประสบการณ์และไม่เป็นมืออาชีพ ทำการรักษาโรคที่คิดว่าน่าจะง่ายต่อการรักษาให้หายในระยะสั้นๆ ได้ และเป็นโรคที่ไม่อันตรายง่ายต่อการเยียวยา กลับดื้อยาและอาการรุนแรงเรื้อรัง และยากต่อการรักษาในที่สุด
       
       ทำนองเดียวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพาราของรัฐบาลนี้ จะเห็นว่าช่วงเดือนมกราคม 2555 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 FOB อยู่ที่ประมาณ 115 บาท/กก. แต่เพราะความไม่เอาใจใส่และขาดความรู้ ความสามารถของผู้รับผิดชอบที่จะสามารถเยียวยาและป้องกันไม่ให้ราคาดิ่งลงไปในที่สุดได้
       
       แนวทางที่จะช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลมีเจตนาที่ดี แต่เลือกรัฐมนตรีที่มารับผิดชอบผิดพลาด จะเห็นว่ากว่าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะขับเคลื่อนเรื่องนี้เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติก็ปาเข้าไปเกือบ 4 เดือน คือ ต้นเดือนพฤษภาคม 2555 จึงเริ่มเดินตามนโยบายอย่างทุลักทุเล โดยการเข้าซื้อยางชี้นำราคายางขององค์การสวนยาง ทำให้ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 FOB ปรับขึ้นมาเล็กน้อย
       
       และมีเสียงเรียกร้องจากเกษตรกรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการรับปากของรัฐมนตรีที่จะผลักดันราคาให้ถึง 120 บาท/กก. โดยมีเหตุผลทางการเมืองอย่างเดียวโดยไม่ได้หันไปมองภาวะเศรษฐกิจของโลกว่าเป็นอย่างไร ยุโรป อเมริกามีปัญหา เพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนนโยบายและอธิบายให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจ

วิเคราะห์นโยบายแก้ไขราคายางตกต่ำ “ยิ่งลักษณ์-อำมาตย์เต้น” มือสมัครเล่นทำพังพินาศ
ตลาดซื้อขายยางพารายังปั่นป่วน แม้รัฐบาลจะออกมาตรการพยุงราคาแล้วก็ตาม
        ล่าช้าไม่ทันการณ์ ขาดความรอบคอบ เปิดช่องโกง
       
       ซ้ำหนักเข้าไปอีก นโยบายที่กำหนดไว้ก็ขาดความรอบคอบ เป็นเหตุให้องค์การสวนยาง ทำงานด้วยความยากลำบากเพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องมารับผิดชอบความเสี่ยงที่จะขาดทุนตามโครงการในอนาคตได้ จึงมีการเข้าซื้อชี้นำราคาเพียงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อลดกระแสเท่านั้น
       
       จนล่วงเลยมาถึงเดือนกรกฎาคม 2555 นับจากวันอนุมัติโครงการเป็นเวลา 6 เดือนเศษ คณะรัฐมนตรีจึงออกมติมาใหม่เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 ให้ชดเชยผลขาดทุนจากโครงการฯ ให้องค์การสวนยางได้ แต่ก็สายเกินไป เพราะราคายางปรับตัวลงมาต่ำกว่า 100 บาท/กก. การประกาศ 120 บาทของรัฐมนตรีจึงเป็นเรื่องตลก
       
       ความแตกต่างของราคาจริงกับราคาเข้าดำเนินการของรัฐบาลมีช่องว่างสูงมาก สูงกว่า 20 บาท/กก. เป็นสาเหตุของการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ โรงรมควันและโรงงานผลิตยางแท่ง เอส ที อาร์ 20 ที่องค์การสวนยางจัดจ้างรองรับไว้ ทำกันเป็นขบวนการสร้างความเสียหายให้แก่งบประมาณ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางและกลไกตลาดอย่างมากมาย
       
       วางกับดัก เก็บภาษี จำกัดส่งออก นโยบายขัดขากันเอง
       
       ไม่เพียงแค่ที่กล่าว เมื่อราคายางไม่ปรับขึ้นตามที่ทางรัฐบาลตั้งสมมติฐานไว้ก็พยายามหามาตรการตามคำแนะนำของข้าราชการที่คิดแบบง่ายๆ โดยการออกมาตรการจำกัดปริมาณการส่งออกกับผู้ประกอบการส่งออก โดยอ้างความร่วมมือจากสภาความร่วมมือยางระหว่างประเทศที่มีไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นสมาชิกที่เรียกว่า ITRC
       (International Tripartite Rubber Council) โดยไม่ได้ดูว่าเหมาะสมแค่ไหนกับสภาวการณ์ที่เป็นเช่นนี้
       
       กล่าวคือ การค้าขายเรื่องยางพาราในขณะนี้หาผู้ซื้อยากขึ้น แม้ราคาจะไม่สูงมากนักแต่ราคายางของประเทศไทยก็ยังสูงกว่าประเทศคู่แข่งอยู่มากจากการที่ประเทศไทยมีการเก็บเงินสงเคราะห์สวนยาง (CESS) จากการส่งออกยางที่สูงถึงกิโลกรัมละ 5 บาท
       
       ดังนั้น การมาสร้างกับดักอีกชุดให้กับการส่งออกยางของไทยจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่จะดำเนินการมาตรการดังกล่าวนี้ ซึ่งมาตรการนี้จะทำให้ได้ผลดีก็ต่อเมื่อการค้าขายปกติ แต่ราคาตกต่ำไม่ขยับ การไปบล็อกหรือลดการส่งออกก็จะไม่เป็นผลดี
       
       ภาวการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ทุกคนทราบว่าเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ยุโรป อเมริกาจนส่งผลทางลูกโซ่การค้า (Business chain) มาถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าป้อนทั้ง 2 ภูมิภาคที่กล่าว เกิดการขาดตอนเพราะปลายทางมีปัญหา ดังนั้นการผลิตสินค้าที่ต้องใช้วัตถุดิบยางพาราก็มีปัญหาไปด้วย
       
       กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินนโยบายด้านยางพาราโดยการจำกัดการส่งออก เป็นการขัดกับนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการส่งออกเพื่อเอาเงินเข้าประเทศ จึงเป็นนโยบายที่มาขัดขาตัวเองอีกรอบ

วิเคราะห์นโยบายแก้ไขราคายางตกต่ำ “ยิ่งลักษณ์-อำมาตย์เต้น” มือสมัครเล่นทำพังพินาศ
กลุ่มเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ประมาณ 300 คน ชุมนุมประท้วง พร้อมเรียกร้องขอเข้ายื่นหนังสื่อต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งรัดค่ายางพาราตามโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง และให้รัฐยกเลิกการแทรกแซงราคายางทันที บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา
        เตรียมรับมือความโกลาหล
       
       ในการเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 ขอวงเงินเข้าดำเนินการตามโครงการฯ อีกจำนวน 30,000 ล้านบาท ซึ่งกำหนดตัวเลขจำนวนยางที่จะดูดซับยางเข้าสต๊อกของรัฐบาลประมาณ 15% ของผลผลิตตั้งแต่ตุลาคม 2555-มีนาคม 2556 โดยใช้ตัวเลขปี 2554 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณไว้ตั้งแต่กันยายน 2554-มีนาคม 2555 ผลผลิตรวม 2,251,030 ตัน รัฐบาลจะซื้อไว้ 15% ที่ 337,600 ตัน ใช้เงินรวม 35,785.6 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 5,000 ล้านบาท/เดือน เป็นที่มาของการอนุมัติของรัฐบาลที่ 30,000 ล้านบาท ให้ใช้ดำเนินการเดือนละ 5,000 ล้านบาท
       
       แต่จะเห็นว่าเมื่อรัฐบาลจำกัดปริมาณการส่งออก โดยกำหนดโควตาให้บริษัทผู้ส่งออกต่างๆ ทำให้มียางส่วนที่ไม่คำนวณไว้อยู่ประมาณ 85% ที่ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการตามปกติ ดังนั้น เมื่อมีการกำหนดโควตาการส่งออกจึงทำให้ยางส่วนนี้จะเหลืออยู่ ในขณะที่รัฐบาลก็มีงบประมาณจำกัดที่เตรียมไว้แค่ 5,000 ล้านบาท/เดือนเท่านั้น
       
       ความโกลาหลก็จะเกิดขึ้นแน่นอน ราคายาง ซึ่งแทนที่ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นอาจจะร่วงลงมาอีกและรัฐบาลก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะสนับสนุนโครงการฯ ผู้ที่เดือดร้อนก็คือเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ที่เสียหายหนักก็คือประเทศชาติและชาวไทยทุกคน ทำนองเดียวกับการดำเนินกรณีข้าวของรัฐบาล
       
       ผลกระทบจากนโยบายรัฐบาล
       
       จากการดำเนินการตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางของรัฐบาลตั้งแต่ 24 มกราคม 2555 มีผลกระทบหลายด้าน ดังนี้
       
       1. ผลกระทบต่อรัฐบาล
       
       1.1 ขัดกับนโยบายหลักของรัฐบาล ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออกสินค้าเป็นหลักเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร รัฐบาลจึงประกาศนโยบายการขยายการเจริญเติบโตของประเทศเป็นเรื่อสำคัญที่จะหารายได้ในทุกๆ ทาง จึงมีนโยบายส่งเสริมการส่งออกเต็มที่ ดังนั้น การที่กระทรวงเกษตรฯ ประกาศจำกัดการส่งออกยางพาราซึ่งเป็นสินค้าเกษตรหลักที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศ เท่ากับเป็นการสวนทางกับนโยบายหลักของรัฐบาล
       
       1.2 ประเทศไทยเสียตลาดยางพาราให้กับคู่แข่งจากการจำกัดการส่งออก เพราะกระทรวงเกษตรฯ ใช้ตัวเลขการส่งออกปี 2554 ซึ่งถือว่าน้อยกว่าความเป็นจริงเกือบทุกบริษัทเพราะการปรับขึ้นเงินสงเคราะห์ (CESS) ของรัฐบาลเมื่อปลายปี 2553 ทำให้มีต้นทุนส่งออกสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านและเสียตลาดบางส่วนไปในที่สุดให้แก่อินโดนีเซีย และเวียดนาม
       
       1.3 รัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ยาง ปี พ.ศ. 2542 โดยการดำเนินการไปตกลงกับต่างประเทศ ทั้งมาเลเซียและ อินโดนีเซียในลักษณะข้อตกลงระหว่างประเทศ และการดำเนินการของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ในเรื่องการกำหนดโควตาการส่งออก โดยอ้างการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ยาง ในมาตรา 6(8) ซึ่งเป็นการกระทำการก่อนที่จะขอความเห็นจากคณะกรรมการควบคุมยางตามที่ระบุหน้าที่ไว้ในมาตรา 15(1), (6) ซึ่งเพิ่งจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2555 โดยเฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิที่ รมต.มีอำนาจแต่งตั้งได้โละคนเก่าออก ตั้งคนของตัวเองแทน และเร่งประชุมกรรมการชุดนี้เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2555 เพื่อรับรองการกระทำที่ดำเนินการไปแล้ว
       
       1.4 เกิดความเสียหายต่อกิจกรรมของตลาดกลางยางพารา ตลาดกลางยางพาราที่จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2534 วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำเป็นเครื่องมือที่สำคัญของทุกรัฐบาล เพราะมีความพร้อมทุกประการ ทั้งอาคารสถานที่ เครื่องมือ บุคลากร การสื่อสารข้อมูลราคายางและมีครอบคลุมถึง 6 ตลาด เมื่อรัฐกำหนดซื้อยางจากนอกตลาดทำให้กลไกตลาดเสียหาย ราคาที่ออกจากตลาดกลางเป็นราคาประมูลที่เป็นหน้าต่างราคาของประเทศไทย (Thai Rubber Window) ที่ทั่วโลกเชื่อถือ จะเห็นว่าราคาที่รัฐบาลดำเนินการตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางไม่ปรากฏให้ทั่วโลกทราบแต่อย่างใด ทำให้นโยบายไม่ประสบความสำเร็จทางด้านจิตวิทยา
       
       2. ผลกระทบต่อเกษตรกร
       
       2.1 เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงโครงการฯ เพราะผู้ที่สามารถนำมาขายได้ต้องเป็นสถาบันเกษตรกร ถ้าขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบก็จะถูกหักค่าใช้จ่ายจึงไม่สามารถเข้าถึงราคาที่รัฐกำหนดให้ได้และมีความยุ่งยาก
       
       2.2 เกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินการของรัฐ จากข้อจำกัด
       
       2.2.1 โรงรมยาง ที่มีจำกัดทำให้เป็นช่องว่างให้เจ้าหน้ารัฐที่รับผิดชอบร่วมกับโรงรมยางเรียกเก็บเงินเป็นค่าอำนวยความสะดวกจากสถาบันเกษตรกรโดยไม่เป็นธรรม เพราะถ้าไม่จ่ายก็จะอ้างยางเต็ม ยางไม่ได้คุณภาพ ฯลฯ จึงยอมจ่ายให้เพราะถ้าเอาไปขายในตลาดราคาจะต่ำกว่ามาก จึงเรียกขานเงินที่จ่ายนี้ว่า “เงินค่าปากหมา”
       
       2.2.2 การจ่ายเงินล่าช้าทำให้เกิดความเดือดร้อน ตอนนี้องค์การสวนยางค้างจ่ายเกษตรกรมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 จนถึงปัจจุบัน จนมีการประท้วงหลายครั้ง

วิเคราะห์นโยบายแก้ไขราคายางตกต่ำ “ยิ่งลักษณ์-อำมาตย์เต้น” มือสมัครเล่นทำพังพินาศ
        3. ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ
       
       3.1 สูญเสียตลาดต่างประเทศเพราะไม่สามารถแข่งขันราคากับรัฐบาลได้ อีกทั้งยังต้องรับภาระเงินสงเคราะห์การทำสวนยางที่ต้องจ่ายในการส่งออกยางสูงที่สุดในโลก กิโลกรัมละ 5 บาท
       
       3.2 ถูกจำกัดการส่งออก โดยรัฐเป็นผู้กำหนดโควตา
       
       3.2.1 การกำหนดโควตาให้แต่ละบริษัทโดยยึดตัวเลขการส่งออกปี 2554 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ ซึ่งทราบกันอยู่ดีแล้วว่าปี 2554 การส่งออกเกือบทุกบริษัทลดลงเพราะปัญหาเรื่องการเพิ่มเงินสงเคราะห์การทำสวนยาง (CESS) ยกเว้นบริษัทที่มีบริษัทลูกอยู่ต่างประเทศที่มียอดการส่งออกสูง ส่งผลต่อการสูญเสียตลาดให้คู่แข่งขณะที่อินโดนีเซียใช้ตัวเลขเฉลี่ย 3 ปี
       
       3.2.2 มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ไม่นำเอาน้ำยางข้นมาร่วมในโครงการเพราะยากต่อการเก็บรักษาทั้งที่เก็บและคุณภาพที่ปรับเปลี่ยนตามอายุในการเก็บรักษา แต่รัฐบาลไทยเอาน้ำยางข้นมาร่วมด้วยทำให้ไทยเสียเปรียบทั้งสองประเทศ ในที่นี้แม้ผู้ประกอบการจะทักท้วงไปแล้วก็ไม่รับฟัง
       
       3.2.3 บริษัทที่เพิ่งจัดตั้งในปี 2555 ยังไม่มียอดการส่งออกในปี 2554 มีปัญหาไม่มีตัวเลขอ้างอิงจนถึงวันนี้รัฐก็ยังไม่ได้ให้ตัวเลขที่จะใช้ ขณะนี้มีบริษัทที่ต้องหยุดการส่งออกเพราะปัญหานี้แล้ว ถามไปยังผู้รับผิดชอบก็ไม่ได้ให้ความสะดวกอะไรทั้งสิ้นจึงเกิดความเสียหายมากขณะนี้
       
       3.2.3 บริษัทที่ขยายกำลังผลิตจากปี 2554 ถูกกำหนดให้ส่งได้เพียงครึ่งเดียวจากกำลังผลิตจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อแผนการตลาดและความน่าเชื่อถือมาก
       
       3.2.4 บริษัทที่ส่งออกน้อยในปี 2554 แต่ปี 2555 มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการตลาดมากขึ้น มีการทำสัญญาระยะยาวและขยายตลาดเกิดความเสียหายเพราะไม่สามารถส่งยางออกได้ตามสัญญาที่ตกลงไว้
       
       การวิเคราะห์นโยบายการแก้ไขปัญหายางพาราของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่สร้างผลกระทบมหาศาลทั้งระบบ จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้ผู้รับผิดชอบในคณะรัฐบาล โดยเฉพาะ “อำมาตย์เต้น” จัดการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นรัฐมนตรีมือสมัครเล่นก็อาจเป็นได้แค่ตัวตลกอย่างที่ใครๆ เขาว่า

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ปู” แหกตาขายข้าวให้จีน “หม่อมอุ๋ย”แฉเจ๊งยับ4แสนล
ปตท. อย่าแค่ข่มขู่ รีบฟ้องทันที อย่าช้า !
กรรมติดจรวด “จุลสิงห์” เจอข้อหาทุจริตอุ้มคดี “หญิงอ้อ”
ลุยตั้งกระทรวงน้ำ สนองตัณหา “พญาปลอด”
"อั้ม เนโกะ" : โอ้แม่เจ้า! เอากันในชุดนักศึกษาท่าพิสดาร
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 68 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 63 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
7 %
ความคิดเห็นที่ 6 +67 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก่อนเอาไอ้เอี้ยนี่มาทำงานเคยตรวจสอบดูประวัติการทำงาน ความสามารถของมันก่อนหรือไม่ มันทำเป็นแต่สภาโจ๊ก+ปลุกปั่นคนให้มาตาย แล้วให้มาทำงานที่ต้องมีความรู้ประสบการณ์มันจะไปทำได้อย่างไร เมื่อสัปดาห์ก่อนดูข่าวเห็นมันเจรจากับม๊อปยางโดยมีประตูรั้วเหล็กกระทรวงกั้น มันกลัวอะไรของมัน เคยพาคนมาตายไม่รู้เท่าไร ทีกับตัวเองกลัวม็อปกระทืบตายหรือไง เห็นแค่นี้ก็รู้ว่าแล้วว่าเอาควายมาทำงาน
ชาญ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +40 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาควาย มาเป็นรัฐมนตรี

เอาควาย มาเป็นผู้นำคนไทย

....รัฐบาลตระกูลชินวัตร
45
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อำมาตย์เต้น มันถนัดเผามากกว่า
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 40 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยแต่เลี้ยงควาย(แดง)นี่หน่า
จะมารู้เรื่องยางและระบบเศรษฐกิจอะไร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 39 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
2 กก. 120 ไปเลยครับพี่น้อง
สบม.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาน้ำยางกรอกปากให้อิ่มไปเลยไอซั่วนี่
yuyes444666@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 35 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอารูปไอ้ตัวเฮี่ยนี้ออกได้แล้วเมเนเจอร์คนขยะอย่างนี้ยังได้เป็นรมตหมดแล้วจริงๆประเทศไทย
แล้วจะสอนเด็กๆอย่างไร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เกษตกรไทยก็รับกรรมกันไปนะ
เฮาเลือกแบบไหน
เฮาก็จะได้แบบนั้น

ใช้คนไม่ถูกงาน
เอาคนไม่เคยทำงานมานั่งเป็น CEO
มันจะรู้เรื่องไม๊ล่ะ
จริงๆ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาคนทำงานไม่เป้นมาเป้นรัฐมนตรีแย่จริงเพื่อไทย
kaittipol@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วิธีแก้ง่ายนิดเดียวคือเผายางทิ้งราคาก็จะขึ้นเองครับผี่น้อง55555
มหาอำหมาดเต้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอได้โปรดเอารูปไอ้ขี้เรื้อนตัวนี้ออกได้ไม่
เปิดมาเจอหน้ามันอยู่ได้โคตรเกลียดแมร่งฉิบหาย
เอาออกเถอะไอ้สาดนรกตัวนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นักโต้วาที ดีแต่พูดของจริง
นักโต้วาที
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 22 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นี่ไงของถูกทั่วไทยยางพารา โดยฝีมือ อำมาตย์เต้น ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รัฐมนโท จากสภาโจ๊ก ราคาเลยเละเป็นโจ๊ก สุดยอดฝีมือนักปลุกระดม ใช้ปากหากิน
มืออาชีพ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เก่งๆ อย่างนี้ น่าจะจ้างให้ไปบริหาร ธุรกิจในตระกูล ชินวัตร คิดว่าจะเหมาะกว่ามาเห่า เรื่องยางเป็นตัวตลกไปวันๆ เปลืองงบประมาณภาษีของผมด้วย
ยอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นได้แค่ รัฐมนโท
กำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อาชีพเดิมของไอ้เต้นก็ทำสภาโจ๊กไง ยังติดนิสัยเดิมอยู่
ธรรมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมน้ำหน้าพวกควายแดง และพวกที่ปลูกยางในภาคอีสานส่วนมากก็เป็นพวกควายแดง พอยางราคาตกต่ำมีเพราะนายกไร้สมอง พวกพ้องโกงกินพวกมันพูดไม่ออกเลยเป็นไงถูกหลอกใช้ สะใจจริงๆ อยากกินหญ้าแทนข้าวดีนัก
คนกาฬสินธุ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอสามคำสำหรับไอ้นี้ กรู เกียด มรึง
ย้วย2012
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บ้านไอ้เต้นมันเคยทำสวนยางที่ใหนนอกจากขายข้าวแกงมันจึงไม่รู้เรื่องการเกษตร
ขุนศึกมัฆวาน51 (manochm สมาชิก)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ราคาสภาโจ๊ก 120 ราคา จริง70 ไอ้เต้น เด็กบ้านๆ แถวสิชล ไห้ไปตามควายบุญมีจะดีกว่า
krabilucky@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พ่อ แม่ มันเกิดคนเลวมา ทำชาติบ้านเมืองเสียหาย ยางราคาเหลือ 78 แล้ว เอาให้มันตาย ออกไปซะ อย่างนี้รับ จำนำยางไปเลย 120 บาท อย่าอุ้มชาวนาอย่างเดียว ภาษีคนทั้งประเทศ
แดงเทียม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วเรื่องเอายางพารามาทำถนนนั้นว่ายังไงอ่ะ คุณสมบัติของยาพารากับการใช้เป็นถนนจะโอเคหรือเปล่า ทำกับพูดมันยากต่างกันเน๊าะอำมาตย์เต้น
ใครรู้บ้าง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยิ่งลักษณ์-อำมาตย์เต้น เจ้าสองคนนี้เป็นนักล้วงกระเป๋าระดับชาติ พี่น้องระวังให้ดี
นักล้วงกระเป๋ามาแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +67 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก่อนเอาไอ้เอี้ยนี่มาทำงานเคยตรวจสอบดูประวัติการทำงาน ความสามารถของมันก่อนหรือไม่ มันทำเป็นแต่สภาโจ๊ก+ปลุกปั่นคนให้มาตาย แล้วให้มาทำงานที่ต้องมีความรู้ประสบการณ์มันจะไปทำได้อย่างไร เมื่อสัปดาห์ก่อนดูข่าวเห็นมันเจรจากับม๊อปยางโดยมีประตูรั้วเหล็กกระทรวงกั้น มันกลัวอะไรของมัน เคยพาคนมาตายไม่รู้เท่าไร ทีกับตัวเองกลัวม็อปกระทืบตายหรือไง เห็นแค่นี้ก็รู้ว่าแล้วว่าเอาควายมาทำงาน
ชาญ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความสามารถพิเศษ จูงจมูกควาย ให้มาตายแทนได้
เต้นเอง
 
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นการวางแผนอย่างแยบยลของรัฐบาล เนื่องจากชาวสวนยางส่วนมากแล้วคือพี่น้องชาวใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียของ ปชป การที่รัฐบาลส่ง ตัวตลก เต้น มาดูแลแก้ไขปัญหา ชาวสวนยางนั้น รัฐบาลเล่งเห็นผลอยู่แล้วว่า เต้นตาโปน ไม่มีความรู้ความสามารถเลย และจะต้องทำให้พี่น้องชาวสวนยางเดือดร้อยอย่างแน่นอน เป็นการทำลายฐานเสียงของ ปชป ไปในตัว
สาเหตุที่ส่งเต้นตาโปนมาคุม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็รับจำนำยางพาราด้วยซะเลย กิโลกรัมละ 150 บาท
ร.ม.ต. เต้น
ชาวสวน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อำมาตย์เต้น มันถนัดเผามากกว่า
..
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่ออำมาตย์เต้นชอบความรุนแรงด้วยวิธีการเผา แล้วไซ่พี่น้องไม่เผามันมั่ง ไอpredนี้ไม่มีวันตายดี ค่อยท่าแล...
รูญ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชื้อเผาๆเผาเงินชาติ
www.sanya-kia@hotmail
 
ความคิดเห็นที่ 1 +40 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาควาย มาเป็นรัฐมนตรี

เอาควาย มาเป็นผู้นำคนไทย

....รัฐบาลตระกูลชินวัตร
45
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014