หน้าแรกผู้จัดการ Online | Special Scoop
 

รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย "หมอฟัน" เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง "โรคเอ๋อ"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2556 19:30 น.
รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย หมอฟัน เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง โรคเอ๋อ
        
       สคบ.เตือนระวังสินค้า “เถื่อน-อันตราย”ขายบนเว็บไซต์และตามท้องถนนเกลื่อน โดยเฉพาะ “ลวดจัดฟันแฟชั่น” ยอดฮิต ด้านทันตแพทย์ชี้ “จัดฟันแฟชั่น” ผิดกฎหมาย วัยรุ่นซื้อลวดจัดฟันแฟชั่นมาติดเอง เสี่ยงฟันพัง-ใบหน้าเปลี่ยน-ติดเชื้อลามหัวใจและสมอง โอกาสเป็น “โรคเอ๋อ” ได้ ขณะที่ สคบ.ประสานกระทรวงไอซีที หาหลักฐานเตรียมฟันเว็บไซต์และเพจร้านขายสินค้าจัดฟันเถื่อน ส่วน สตช.เตือนผู้ประกอบการขายลวดจัดฟันแฟชั่นบนโซเชียลมีเดีย อาจผิดกฎหมาย 3 กระทงรวด
       
       “ความใฝ่ฝันของเด็กสมัยนี้คือการได้ทำศัลยกรรมความงาม” อาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งเล่าว่า การคลุกคลีอยู่กับเด็กๆ ทำให้มองเห็นความสนใจที่เปลี่ยนแปลงไปของเด็กวัยรุ่น จากสมัยก่อนที่ดารานักแสดงยังต้องแอบทำศัลยกรรมไม่ให้ใครรู้ แต่ปัจจุบันค่านิยมเปลี่ยนไป ศัลยกรรมเติมแต่งความงามกลายเป็นเรื่องเปิดเผย จนถึงขั้นคนทำก็อยากอวด อยากบอกต่อ เพราะทำมาแล้วดูดีขึ้น ขาวขึ้น หน้าเรียวเล็ก ดูเด็กลง งานและเงินก็ไหลมาเทมา
       
       เมื่อค่านิยมความสวย ขาว ผอม หน้าเรียว ฯลฯ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มวัยรุ่นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ธุรกิจเพื่อความงามจึงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเพื่อตอบสนองความต้องการตามกระแสแฟชั่น ซึ่งสินค้าแฟชั่นส่วนใหญ่มักมีราคาแพง โดยเฉพาะสินค้าและบริการด้านสุขภาพ ดังนั้นจึงมีธุรกิจผิดกฎหมายเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองตลาดล่าง โดยมีจุดเด่นที่ราคาถูกกว่าของจริงเป็นหลายสิบเท่า ทว่าไม่มีการรับรองคุณภาพมาตรฐานใดๆ เด็กวัยรุ่นที่ยังอยู่ในวัยไม่มีรายได้ จึงตกเป็นเหยื่อของสินค้าและบริการกลุ่มนี้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
       
       ตัวอย่างเช่น การฉีดสารกลูตาไธโอนเข้าเส้นเลือดเพื่อให้ผิวขาวขึ้น หากเด็กวัยรุ่นไปใช้บริการฉีดจากคลินิกเถื่อนก็มีความเสี่ยงต่อการแพ้สารกลูตาไธโอน ซึ่งทำให้เกิดอาการช็อก ความดันต่ำ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้ หรือการติดลวดดัดฟันแฟชั่นที่เป็นสินค้าผิดกฎหมาย แต่ก็มีคลินิกเถื่อนจำนวนมากที่เปิดขึ้นเพื่อให้บริการโดยคนที่ไม่มีความรู้ทางทันตกรรม ซึ่งสินค้าและบริการความงามเหล่านี้ล้วนมีอันตรายถึงชีวิต และมีการนำเสนอข่าวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นประจำ แต่เมื่อข่าวเงียบลง ธุรกิจผิดกฎหมายก็ยังคงมีผู้มาใช้บริการต่อไป เหมือนไม่เคยเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย หมอฟัน เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง โรคเอ๋อ
       ล่าสุด ลวดจัดฟันแฟชั่นเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ถูกนำมาขายทางโซเชียลเน็ตเวิร์กกันอย่างโจ๋งครึ่ม โดยผู้ค้ากล่าวอ้างว่าผู้ซื้ออุปกรณ์จัดฟันแฟชั่น สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้ง่ายๆ โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีจำหน่ายทั้งอุปกรณ์จัดฟันแบบแยกชิ้น, ชุดจัดฟันทำเองที่บ้าน และชุดอุปกรณ์จัดฟันสำหรับเปิดร้านด้วยตัวเอง ราคาเริ่มตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป โดยชุดจัดฟันอุปกรณ์ครบเซตสำหรับ 1 ปาก ราคาประมาณ 1,300 บาท
       
       จ่ายเงินด้วยราคาเบาๆ เพื่อลุคสวยหรู ดูเป็นคุณหนู เด็กแนว แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก ล้วนเป็นปัญหาที่ทันตแพทย์ต่างให้ความเป็นห่วง!?!

รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย หมอฟัน เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง โรคเอ๋อ
       “จัดฟัน” ทำเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น
        
       รศ.(พิเศษ) ทพญ.สมใจ สาตราวาหะ ประธานกรรมการที่ปรึกษาสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ระบุว่า การจัดฟันคือการจัดเรียงฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องทำให้การสบฟันถูกต้อง เพื่อให้อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวสามารถทำหน้าที่ได้ดี โดยต้องมีข้อบ่งชี้หรือความจำเป็นที่ต้องจัดฟัน เช่น ฟันเก ฟันห่าง ฟันยื่น ฟันเหยิน เป็นต้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวทำให้การสบฟันผิดปกติ บดเคี้ยวลำบาก หรือเคี้ยวแล้วเจ็บข้อต่อขากรรไกร หรือมีเศษอาหารไปติดยัด ทำให้แปรงฟันลำบาก เกิดฟันผุเหงือกอักเสบและอื่นๆ การจัดฟันจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ความสวยงามจะเป็นผลตามมาจากการเรียงตัวของฟันในตำแหน่งที่ถูกต้อง และที่สำคัญการจัดฟันต้องทำโดยทันตแพทย์จริงๆ เท่านั้น
       
       “การติดเครื่องมือที่ฟันจะทำให้แปรงฟันลำบากโดยเฉพาะการจัดฟันชนิดติดแน่น เศษอาหารจะยิ่งติดง่าย การแปรงฟันก็ยากขึ้น ถ้าไม่แปรงฟันหรือทำความสะอาดฟันไม่ดีก็ย่อมทำให้เหงือกอักเสบและทำให้ฟันผุ เป็นอันตรายขั้นแรกๆ ดังนั้นถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ ทันตแพทย์จะไม่แนะนำให้จัดฟัน” รศ.(พิเศษ) ทพญ.สมใจ กล่าว
        

รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย หมอฟัน เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง โรคเอ๋อ
        
       “จัดฟันแฟชั่นมั่ว” เสี่ยงติดเชื้อเข้าหัวใจ-สมอง
        
       
       ส่วนการจัดฟันแฟชั่นเป็นการใส่เครื่องมือจัดฟันเพื่อเลียนแบบการติดเครื่องมือจัดฟันที่ทันตแพทย์ใช้ในการรักษาผู้ป่วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความดูเด่นทันสมัย
       
       “ทันตแพทย์จะไม่ทำการจัดฟันแฟชั่นทุกกรณี เพราะการจัดฟันแฟชั่นผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข หากจัดฟันโดยไม่มีข้อบ่งชี้ และมีการพิสูจน์ได้ว่าทำการจัดฟันแฟชั่นจริง จะต้องถูกถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ”
       
       รศ.(พิเศษ) ทพญ.สมใจระบุ และเล่าอีกว่า การจัดฟันแฟชั่นเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นตั้งแต่ช่วงปี 2547 โดยเริ่มจากการวางขายลวดจัดฟันเส้นเล็กในซองกระดาษราคาไม่แพง เป็นวัสดุคล้ายกำไลข้อมือที่มีปลาย 2 ข้างไว้ใช้ทาบกับฟัน และแหย่เข้าไปหักงอไว้ในซอกฟัน ทำให้เวลายิ้มเหมือนคนจัดฟัน อย่างไรก็ตาม การจัดฟันแฟชั่นดังกล่าวมีโอกาสที่จะติดเชื้อในช่องปากสูง เพราะวัสดุที่เอาเข้าไปในปากไม่ถูกสุขลักษณะ การทิ่มลวดอาจทิ่มไปโดนเหงือก หากเหงือกอักเสบอยู่แล้วยิ่งมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น โรคติดเชื้อจากเหงือก สามารถแพร่ไปถึงหัวใจทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ และเคยมีรายงานการเจาะลิ้นแฟชั่นทำให้ติดเชื้อในช่องปากแพร่ไปที่สมองทำให้เป็นโรคเอ๋อได้เช่นกัน
       
       อย่างไรก็ดี ระยะหลังแฟชั่นจัดฟันพัฒนามาสู่การจำหน่ายอุปกรณ์จัดฟันที่มีลักษณะใกล้เคียงอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดฟันจริงมากขึ้น แต่รับจัดฟันโดยผู้ที่ไม่ได้เป็นทันตแพทย์ นอกจากนั้นยังมีการจำหน่ายบนโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย โดยบอกว่าผู้ซื้อสามารถเอาไปทำเองได้ไม่ยาก ซึ่งการขายอุปกรณ์จัดฟันแฟชั่นดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ตามคำสั่งคณะกรรมการที่ 1/2549 ห้ามขายสินค้าลวดจัดฟันแฟชั่น หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา 56 ต้องระวางจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ลักลอบดำเนินการจัดฟันแฟชั่นจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537 มาตรา 28 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดที่มิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ทำการประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย หมอฟัน เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง โรคเอ๋อ
       อย่าหลงเชื่อร้านค้าออนไลน์ ระวัง “ติดเหล็กจัดฟันเอง” พังทั้งปาก
       ขณะเดียวกันมีเพจร้านจำหน่ายลวดดัดฟันแฟชั่นในโซเชียลมีเดียจำนวนหลายร้านในปัจจุบัน มีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ลูกค้าสามารถซื้ออุปกรณ์ไปจัดฟันเองที่บ้านได้ โดยไม่ต้องพึ่งหมอฟันหรือผู้เชี่ยวชาญอีกต่อไป และกล่าวอ้างว่าได้บอกข้อควรระวังแก่ลูกค้าทุกคนอย่างรอบคอบ
       
       ทว่า ไม่มีใครทราบว่าหลังจากจัดฟันแฟชั่นไปเป็นเวลาแรมปี จะต้องเดินเข้าคลินิกทันตกรรมเพื่อพบหมอฟันตัวจริง ให้ช่วยแก้สภาพฟันที่มีปัญหาจากการใส่ลวดจัดฟันแฟชั่น
       
       “การจัดฟันด้วยตัวเอง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะทันตแพทย์จัดฟันต้องมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ของช่องปากและฟัน ซึ่งเป็นเรื่องของโครงสร้างในช่องปาก กระดูกขากรรไกรและฟัน ต้องรู้ว่าการเคลื่อนฟันโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายจะทำได้อย่างไร ฯลฯ เนื่องจากสภาพความผิดปกติของการสบฟันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องใช้วิธีการและเครื่องมือจัดฟันที่แตกต่างกันออกไป ขณะที่ผู้รับจัดฟันแฟชั่นไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย ต่อให้ใช้เครื่องมือจัดฟันที่ถูกต้อง ไม่มีสารพิษเจือปน มีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง การติดตรงตำแหน่งที่ถูกต้อง และแม้ติดตรงตำแหน่งที่ถูกต้องก็ยังมีอันตรายจากกรดทาเนื้อฟันก่อนการติดเครื่องมือจัดฟันเข้ากับตัวฟัน ซึ่งต้องเป็นกรดที่สามารถใช้ในช่องปากได้โดยไม่มีอันตราย ต้องทานานแค่ไหนจึงจะไม่เกิดอันตราย กาวที่นำมาใช้ติด เพราะมีโอกาสเกิดอันตรายได้ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะลวดและยางที่มาใช้เคลื่อนฟัน ลวดจะทำให้เกิดแรงที่ไม่เท่ากัน ต้องใช้ในขั้นตอนที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงยางด้วย ทุกอย่างทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เราไม่ต้องการและทำให้เกิดอันตรายในการเคลื่อนฟันได้ ซึ่งต้องรู้วิธีป้องกัน”
       
       รศ.(พิเศษ) ทพญ.สมใจอธิบายต่อว่า การนำโลหะ ลวด และยางสีๆ ไปติดกับฟัน จะทำให้เกิดแรงเคลื่อนฟันขึ้น แต่ถ้าไม่รู้หลักการควบคุมที่ถูกต้อง เราจะไม่รู้ว่าฟันจะเคลื่อนไปทางไหน ส่งผลให้เคลื่อนกระจัดกระจายอย่างไม่มีทิศทาง เหมือนภาพถ่ายฟันที่เกิดปัญหาหลังจากมีการจัดฟันแฟชั่น ซึ่งถูกเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต
       
       ผลงานจากการจัดฟันแฟชั่นที่ทันตแพทย์ต้องแก้ไขให้คนไข้ มีตั้งแต่ฟันผุ เหงือกอักเสบอย่างรุนแรง รากฟันละลาย ฟันยื่นแหงนออกมาจากแนวสันเหงือก ซึ่งหลายรายต้องถูกถอนฟันทิ้งหลายซี่ หากโชคร้ายอาจติดเชื้อลามไปสู่โรคอื่นๆ
       
       รศ.(พิเศษ) ทพญ.สมใจแนะนำว่า หากฟันดีอยู่แล้ว ไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามีความจำเป็นต้องจัดฟัน ก็ไม่ควรจัดฟัน เพราะความสวยที่ได้ไม่คุ้มกับผลเสียที่เกิดขึ้น เด็กอาจคิดว่าเรื่องฟันเป็นเรื่องเล็ก แต่ที่จริงแล้วการจัดฟันแฟชั่นโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจเป็นตัวร้ายเป็นอันตรายต่อชีวิตก็เป็นได้
       นอกจากนั้นการทำฟันทุกอย่างควรปรึกษาทันตแพทย์ที่มีใบอนุญาตในการประกอบโรคศิลปะ ไม่ควรรับบริการจากคลินิกเถื่อน เช่น การใส่ฟันปลอมที่วางขายข้างถนน เพราะอาจเกิดแผลติดเชื้อได้เช่นกัน หรืออาจมีปัญหาในการบดเคี้ยว ส่งผลให้เป็นโรคปวดข้อต่อ หรือโรคปวดหัวที่เกิดจากการบดเคี้ยวไม่ถูกต้องก็ได้

รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย หมอฟัน เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง โรคเอ๋อ
        
       สคบ.ประสานไอซีที เตรียมฟันเว็บไซต์ขายสินค้าเถื่อน
        
       
       ขณะเดียวกัน นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เผยว่า ทาง สคบ.ได้มีคำสั่งห้ามขาย “ลวดดัดฟันแฟชั่น” มาตั้งแต่ปี 2552 เนื่องจากแพทยสภาเตือนว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพและไม่ปลอดภัยต่อผู้ซื้อ ซึ่งที่ผ่านมามีวัยรุ่นเสียชีวิตจากการจัดฟันแฟชั่นแล้ว 2 ราย ที่ จ.ขอนแก่น และชลบุรี อย่างไรก็ตาม สัปดาห์ที่ผ่านมา สคบ.ได้รับข้อมูลว่ามีการเสนอขายลวดดัดฟันแฟชั่นทางเว็บไซต์ จึงอยากขอเตือนว่าอย่าไปใช้บริการดังกล่าว หรือซื้ออุปกรณ์มาจัดฟันเองตามที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ
       
       อย่างไรก็ดี สคบ.ได้ประสานไปยังกระทรวงไอซีที เพื่อรวบรวมหลักฐานในการดำเนินการต่อเว็บไซต์ที่ขายอุปกรณ์ดัดฟันแฟชั่นผิดกฎหมายดังกล่าว และยังประสานไปยังโรงเรียนในสังกัด กทม.และ สพฐ. เพื่อเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังสินค้าห้ามขายในโรงเรียนด้วย เนื่องจากการแจ้งเบาะแสในเรื่องนี้ยังค่อนข้างน้อย
       
       เลขาธิการ สคบ.บอกด้วยว่าจากการตรวจของ สคบ.ในเรื่องธุรกิจดัดฟันแฟชั่นที่ผ่านมา พบว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดฟัน เช่น คีมจัดฟัน ก็เหมือนคีมของช่างไฟฟ้า ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่เหมาะสม นอกจากนั้นผู้ที่ทำการจัดฟันให้วัยรุ่นที่เคยพบมาก็เป็นเด็กจบ ม.6 ไม่มีความรู้ในการทำฟันเลย และแพทยสภาก็เตือนแล้วว่าการซื้อลวดดัดฟันแฟชั่นมาใส่ปากตนเอง อาจทำให้ 1. ลวดดัดฟันแฟชั่นจะทำให้ซี่ฟันห่างออกมา 2. อาจทำให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนไป 3. ลวดดัดฟันแฟชั่นใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ และมีความแหลมคม จึงอาจบาดเหงือก ทำให้เกิดแผลติดเชื้อ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
       
       นอกจากนี้ยังมีสินค้าและบริการอีกหลายประเภทที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น เลนส์ตาโต หรือการสักยันต์ ซึ่งใช้สีไม่มีคุณภาพ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่นกัน ผู้บริโภคจึงควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง ส่วนผู้ประกอบการก็ต้องตระหนักว่า ถ้าผู้รับบริการเกิดความเสียหายจากสินค้าหรือบริการของท่าน ผู้ประกอบการก็ต้องชดเชยความเสียหาย หรือรับโทษในกรณีที่ผู้รับบริการเสียชีวิตด้วย
        

รัฐสั่งฟันพวกขายสินค้าเถื่อนบนโซเชียลมีเดีย หมอฟัน เตือนติดลวดจัดฟันแฟชั่นเสี่ยง โรคเอ๋อ
       ทั้งนี้ สินค้าที่ สคบ.ควบคุมมี 2 ประเภท คือ 1. สินค้าที่ห้ามขายแล้ว และ 2. สินค้าที่เฝ้าระวัง โดยสินค้าที่ห้ามขายแล้ว ได้แก่ ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีสารทินเนอร์ทำลายหลอดลม, ตัวเบบี้คริสตัล หรือตัวดูดน้ำ หรือเด็กๆ เรียกว่า น้ำตานางเงือก ซึ่งถ้าเด็กกลืนลงคอจะเข้าไปขยายในกระเพาะอาหารได้, หมากฝรั่งไฟฟ้าช็อต ที่เป็นอันตรายต่อเด็ก นอกจากนั้นในช่วงสงกรานต์นี้ก็ต้องจับตาดูกระบอกฉีดน้ำที่ใช้แรงอัดกระแทกน้ำในกระบอกสูบโดยตรงซึ่งเป็นสินค้าห้ามขายด้วย ดังนั้น หากพบเบาะแสสินค้ากลุ่มห้ามขาย สามารถแจ้ง สคบ.ได้ที่โทร.1166 ซึ่งผู้ขายจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
       
       ส่วนสินค้ากลุ่มเฝ้าระวัง ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขายในตลาดล่าง ตลาดนัด เพราะสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าลักลอบนำเข้ามาขาย อาทิ กระติกน้ำร้อนเสียบไฟ, หมวกอบผมสุภาพสตรี, ไม้ตบยุงไฟฟ้า, ที่ชาร์จแบตเตอรี่มือถือแบบแยกแบตเตอรี่ออกมาชาร์จนอกเครื่อง ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร 2. กลุ่มสินค้าที่ใช้ในครัวเรือน เช่น เสื้อผ้าที่แช่ฟอร์มาลิน หรือจานชามช้อนที่ทำจากพลาสติกเมลามีน ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างมาพิสูจน์ว่ามีอะไรที่เป็นอันตรายบ้าง และ 3. กลุ่มสินค้าเกี่ยวกับเด็กเล็ก ซึ่งเด็กเล็กชอบไปซื้อมา ก็ต้องเฝ้าระวังเก็บตัวอย่างมาพิสูจน์และเตือนผู้บริโภคต่อไป
       
       “ยุคนี้มีอันตรายรอบตัวเราหลายๆ เรื่อง ผู้บริโภคจึงต้องจัดการดูแลตัวเอง และคอยฟังข่าวสารการเตือนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่น ในช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ได้รับเรื่องเกี่ยวกับพวงมาลัยชุบฟอร์มาลิน จึงทำการสำรวจตามสี่แยก และตลาดในกรุงเทพฯ จำนวน 27 ตลาด ปรากฏว่ามีพวงมาลัยชุบฟอร์มาลินจริงถึง 17 ตลาด ซึ่งถ้าสูดดมมากๆ จะวิงเวียนศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน และคนที่แพ้อาจถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนั้น จากการสอบถามยังพบว่าแม่ค้าสามารถหาซื้อสารฟอร์มาลินจากร้านขายยาได้อย่างง่ายดาย จึงเท่ากับว่าร้านขายยาทำผิดกฎหมายเช่นกัน เพราะสารเหล่านี้อยู่ในความควบคุมดูแลโดยชัดเจน”
       
       ขายลวดจัดฟันแฟชั่นบนเว็บ อาจผิด 3 กระทงรวด!
        
       
       ด้าน นายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเรื่องคลินิกจัดฟันเถื่อนซึ่งจัดฟันโดยคนที่ไม่ใช่ทันตแพทย์เข้ามาพอประมาณ และได้ดำเนินการตรวจสอบจับกุมมาหลายปี แต่ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากการจัดฟันแฟชั่นเป็นกระแสนิยมของวัยรุ่น แต่สินค้าจัดฟันแฟชั่นเป็นสินค้าผิดกฎหมาย และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างมาก
       
       ดังนั้น หากพบเบาะแสเรื่องการจำหน่ายสินค้าจัดฟันแฟชั่น หรือคลินิกให้บริการจัดฟันแฟชั่นโดยหมอฟันเถื่อน หรือสินค้าสุขภาพเถื่อนอื่นๆ สามารถแจ้งเบาะแสทั้งที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สายด่วน อย. โทร.1556 และที่งานคุ้มครองผู้บริโภคกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โทร.0-2193-7999 หรือส่งอีเมล พร้อมข้อมูลหลักฐานมาที่ medicalhub702@gmail.com
       
       โดยผู้จำหน่ายสินค้าจัดฟันแฟชั่นถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ตามคำสั่งคณะกรรมการที่ 1/2549 ห้ามขายสินค้าลวดจัดฟันแฟชั่น หากฝ่าฝืนก็จะมีโทษตามมาตรา 56 จะต้องระวางจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
       
       ส่วนผู้ลักลอบดำเนินการจัดฟันแฟชั่นจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537 มาตรา 28 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ทำการประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และคลินิกที่ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
       
       “ผู้บริโภคต้องคำนึงถึงการรักษาสิทธิของตัวเองให้มากที่สุด โดยเฉพาะการปกป้องตัวเองจากการรับบริการทางสุขภาพจากหมอเถื่อน ซึ่งอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การรับบริการทางสุขภาพใดๆ ก็ตาม ควรรับบริการจากหมอจริงดีที่สุด” นายชาตรี กล่าว
       
       ขณะที่ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผบก.กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กล่าวถึงการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าจัดฟันแฟชั่นทางโซเชียลมีเดียว่า ผู้จำหน่ายอาจมีความผิดตามกฎหมายถึง 3 ฉบับคือ 1. พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม 2. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และ 3. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งหากข้อความที่ระบุในโซเชียลมีเดียเข้าข่ายผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ เช่น การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อในข้อเท็จจริง ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทาง ปอท. ก็สามารถทำหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดได้
       
       ปัจจุบันยังไม่พบผู้ร้องเรียนกรณีดังกล่าวมาทาง ปอท. เนื่องจากผู้บริโภคอาจจะไม่รู้ว่าควรดำเนินการร้องเรียนอย่างไรบ้าง ซึ่งหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าสุขภาพเถื่อนบนเว็บไซต์ สามารถแจ้งได้ถึง 3 ทาง ได้แก่ 1. โทร.0-2142-2555 2. เว็บไซต์ www.tcsd.in.th 3. แอปพลิเคชันสายตรวจอินเทอร์เน็ต Cyber Patrol รูปจ่าฮูกรับแจ้งเบาะแสในเว็บไซต์ของ ปอท. ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบไอโอเอส และระบบแอนดรอยด์
       
       พ.ต.อ.พิสิษฐ์กล่าวอีกว่า การซื้อสินค้าเสริมความงามหรือสินค้าสุขภาพจากเว็บไซต์ควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณาความถูกต้องเหมาะสม ผู้บริโภคไม่ควรคำนึงเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งหากคำนึงถึงแค่ราคา อาจจะไม่ได้ของก็ได้ หรือ 1. ไม่ได้ของ 2. ได้ของจริง แต่ไม่มีคุณภาพ 3. นอกจากได้ของไม่มีคุณภาพแล้ว ยังเป็นพิษต่อสุขภาพอีกด้วย

       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เขาคือ “มหาตมะคานธี” ประเทศไทย “ปูแดง” อย่าคิดจับ “สุเทพ” มวลชนลุกฮือ!
3 พื้นที่ชุมนุมเสี่ยงนองเลือด จับตา “ศาลรธน.” สอย“ยิ่งลักษณ์”พ้นนายกฯ
ตีแผ่ระบอบทักษิณชั่วร้ายกว่าเผด็จการ “ถนอม-ประภาส”!
“ทักษิณ-เสื้อแดง-เพื่อไทย” ฟัดกันเอง! ฤๅจะสิ้นมนต์โพลพรรคชี้ “เหนือ-อีสาน-กทม.” หล่นวูบ
“ทักษิณ-วงศ์วาน” อยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว! ศาล รธน.ชี้ชัดล้มล้างระบอบประชาธิปไตย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 14 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมืองไทยทุกวันนี้ ความนิยม แบบเสี่ยวๆ (ไร้สาระ ไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น) กำลังแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น ใครทำอะไรแบบเสี่ยวๆก็จะแห่ตามเป็นแฟชั่นกันหมด ตัวอย่างเช่น การดัดฟัน การนิยมร้องเพลงแบบออกสำเนียงลูกครึ่ง การติดตั้งเครื่องเสียงในมอไซค์ แล้วเปิดโชว์ การขับรถยนต์ลดกระจกแล้วโชว์เสียงเครืองเสียงรถยนต์ การจับกลุ่มแข่งรถมอไซค์ ทลวงท่อให้ดังกึกก้องรบกวนชาวบ้าน(เรียกตัวเองว่าเด็กแว้น ตัวเมียเรียกสก๊อย ตัวผู้น่าจะเรียกว่าสกั๊งก์นะ) การสัก การระเบิดติ่งหู สร้างความเท่จากการสูบบุหรี่ กินเหล้า สร้างความโดดเด่นด้วยการยกพวกตีกัน การมีผัวเมียกันตั้งแต่ม.ต้น การกวดวิชา การอยู่หอ การหาคนเลี้ยง การเล่นเฟสบุ๊ก และยังมีอีกเยอะสำหรับความนิยมแบบเสี่ยวๆ ที่เป็นการถ่วงความเจริญของสังคมไทย ประเทศไทยทุกวันนี้ได้แต่พัฒนาความเจริญทางวัตถุ แต่ทางจิตใจกลับเสื่อมลงทุกขณะ
เสี่ยวครองเมือง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กก
กก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมืองไทยทุกวันนี้ ความนิยม แบบเสี่ยวๆ (ไร้สาระ ไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น) กำลังแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น ใครทำอะไรแบบเสี่ยวๆก็จะแห่ตามเป็นแฟชั่นกันหมด ตัวอย่างเช่น การดัดฟัน การนิยมร้องเพลงแบบออกสำเนียงลูกครึ่ง การติดตั้งเครื่องเสียงในมอไซค์ แล้วเปิดโชว์ การขับรถยนต์ลดกระจกแล้วโชว์เสียงเครืองเสียงรถยนต์ การจับกลุ่มแข่งรถมอไซค์ ทลวงท่อให้ดังกึกก้องรบกวนชาวบ้าน(เรียกตัวเองว่าเด็กแว้น ตัวเมียเรียกสก๊อย ตัวผู้น่าจะเรียกว่าสกั๊งก์นะ) การสัก การระเบิดติ่งหู สร้างความเท่จากการสูบบุหรี่ กินเหล้า สร้างความโดดเด่นด้วยการยกพวกตีกัน การมีผัวเมียกันตั้งแต่ม.ต้น การกวดวิชา การอยู่หอ การหาคนเลี้ยง การเล่นเฟสบุ๊ก และยังมีอีกเยอะสำหรับความนิยมแบบเสี่ยวๆ ที่เป็นการถ่วงความเจริญของสังคมไทย ประเทศไทยทุกวันนี้ได้แต่พัฒนาความเจริญทางวัตถุ แต่ทางจิตใจกลับเสื่อมลงทุกขณะ
เสี่ยวครองเมือง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นพวกใส่เหล็กดัดฟันปลอม แล้วจะอ้วกค่ะ ยิ้มที ขี้ฟันเขรอะ ซ๊กม๊กมาก
เรนุกา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใส่แล้วเอ๋อ จริงหรือ เด๋ยวจะหามาให้เมียใส่ เธอชอบค้นหาเงินเก็บของพี่ดีนัก หาทีไร เจอทุกที
(^^)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตามมาจากดราม่าเวปจ่า เลยหนิ

อิอิ ดีละ นังบุ๊ค มันจะได้รู้สึกบ้าง นังนี่ อย่างหนา
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013