หน้าแรกผู้จัดการ Online | Special Scoop
 

แฉนโยบายศธ.ต้นเหตุการศึกษาไทยตกต่ำ! พบแล้ว! ตัวการใหญ่รับจ้างเขียนผลงานเลื่อนวิทยฐานะครู (ตอนที่2)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2556 16:00 น.
แฉนโยบายศธ.ต้นเหตุการศึกษาไทยตกต่ำ! พบแล้ว! ตัวการใหญ่รับจ้างเขียนผลงานเลื่อนวิทยฐานะครู (ตอนที่2)
       เปิดขบวนการ 'หา่กิน' ในการเลื่อนวิทยฐานะวงการครู ชี้ 'ข้าราชการเขตการศึกษา-อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ' ตัวการใหญ่ รับทรัพย์อื้อ สนนราคาอยู่ที่ 6 หมื่น-1แสนบาท หากการันตีผลงานผ่าน 100% ต้องจ่าย 2-3 แสนบาท วงในระบุ ครูดีดตัวเลขสุดคุ้ม เพราะจ่ายค่าจ้างจิ๊บๆ แต่ได้เงินตอบแทนจนเกษียณหลายล้านบาท ส่วนครูดี ครูเก่ง 4 สาขา 'คณิต-วิทย์-อังกฤษ-สังคม' โรงเรียนดังในกทม.สุดทน ยื่นผลงานชนิดทำเองไม่ผ่าน ท้อแท้ขอเออร์ลีรีไทร์ หนีครูไม่เก่งแต่ได้เงินเพิ่ม!
       
       ‘Special Scoop’ นำเสนอข่าว แฉนโยบาย ศธ.ต้นเหตุการศึกษาไทยตกต่ำ! ครูอยากเติบโตเลื่อนวิทยฐานะ ‘จ่าย 2 เด้ง’ (ตอนที่ 1) ผ่านไปแล้ว และครั้งนี้จะนำเสนอตอนที่ 2 ชี้ให้เห็น ‘คนใน’ ตัวการใหญ่ ช่วยให้ผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะผ่านฉลุย
       
       ปัจจุบันแม้รัฐมนตรีศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา จะออกมาขู่ฮึ่มๆ กับการรับจ้างทำสารนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ของคนระดับอุดมศึกษาแล้ว ต้องบอกว่าปัญหาที่น่าห่วงของระบบการศึกษาไทยไม่ใช่มีแค่นั้น โดยเฉพาะกรณีของการเลื่อนวิทยฐานะของครู ที่จะเริ่มจากการขอเป็นครูผู้ชำนาญการ ครูผู้ชำนาญการพิเศษ ครูผู้เชี่ยวชาญ และครูผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ในแผนการปฏิรูปการศึกษายก 2 ที่มุ่งหวังพัฒนา “ตัวครู” และหวังว่าจุดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอน และระบบการศึกษาของไทยให้ดีขึ้น
       
       ปรากฏว่าไม่เพียงแต่วงการการเรียนในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น ที่มีกระบวนการ “หากิน” ของคนบางกลุ่มเพื่อให้ “ครู” ที่ส่วนหนึ่งทำงานวิจัยไม่เป็น เพียงแค่มีเงินก้อนใหญ่ ก็สามารถที่จะเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ หรือที่เรียกว่าค่าวิทยฐานะนี้ได้แบบง่ายๆ
       
       ไม่ต้องตั้งคำถามถึง “คุณภาพของระบบการศึกษาไทย” ว่าจะดีขึ้นแค่ไหน เพราะแท้จริงแล้ว นโยบายการพัฒนา “ตัวครู” นี้ ทั้งๆ ที่ความตั้งใจในการกำหนดนโยบายดี แต่สุดท้ายช่องโหว่ที่มีอยู่จำนวนมาก ก็ทำให้นโยบายนี้มีผลดีเพียงช่วยให้ครูมีเงินเดือนเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ระบบการศึกษาไทยไม่ได้พัฒนาขึ้นจริง และที่สำคัญ เด็กไทยยังเรียนเหมือนเดิมเป๊ะ!
        

แฉนโยบายศธ.ต้นเหตุการศึกษาไทยตกต่ำ! พบแล้ว! ตัวการใหญ่รับจ้างเขียนผลงานเลื่อนวิทยฐานะครู (ตอนที่2)
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
       4 ขั้นวิทยฐานะครู
        
       
       สำหรับการเลื่อนวิทยฐานะครูนั้น จะมีกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการได้วางไว้ เริ่มต้นจากการเป็นครูผู้ช่วย 2 ปี แล้วจะได้เลื่อนเป็น ครู หลังจากนั้นจะเริ่มนับเวลาการดำรงตำแหน่งครู เมื่อเป็นครูไปได้ 6 ปี สำหรับคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี, 4 ปีสำหรับคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท และ 2 ปีสำหรับคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกที่จะสามารถขอทำการเลื่อนวิทยฐานะไปเป็นครูระดับชำนาญการได้
       
       จากนั้นเมื่อระยะเวลาในการทำงานครบ 1 ปี จึงสามารถขอเลื่อนวิทยฐานะไปเป็นครูชำนาญการพิเศษ และมีระยะเวลาการทำงานครบ 3 ปีก็จะสามารถยื่นขอเลื่อนวิทยฐานะเป็นครูเชี่ยวชาญได้ และทำงานไป 2 ปีก็จะมีสิทธิในการเลื่อนฐานะเป็นครูเชี่ยวชาญพิเศษ
       
       โดยที่ผ่านมาพบว่าครูส่วนใหญ่ได้ทำการเลื่อนวิทยฐานะไปเป็นครูชำนาญการ ซึ่งไม่ยาก ไม่ต้องมีผลงานประกอบ จึงเป็นขั้นที่มีการเลื่อนได้ง่ายที่สุด
       
       หลังจากนั้นก็จะมีการขอเลื่อนวิทยฐานะในตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งครูมีความต้องการที่จะอยู่ในวิทยฐานะนี้มากที่สุด สาเหตุคือหากได้เลื่อนวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการ แม้จะง่าย แต่ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนอีกเดือนละ 3,500 บาท
       
       แต่ถ้าได้เลื่อนขั้นไปอยู่ในตำแหน่ง “ครูชำนาญการพิเศษ” จะได้เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นอีกถึงประมาณเดือนละ 12,000 บาท
       
       เหตุนี้ทำให้ “ครู” บางคนพยายามวิ่งเต้น ทำทุกอย่างเพื่อให้การเลื่อนวิทยฐานะไปอยู่ในระดับชำนาญการพิเศษนี้
       
       สมมติว่าอายุราชการยังเหลืออีก 20-30 ปี เงินที่เพิ่มขึ้นเดือนละ 12,000 บาทยันเกษียณอายุราชการ นับว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อย
       
       “เงินเพิ่มเดือนละ12,000 ถ้ายังเหลืออายุราชการ 20 ปีจะได้เงินเพิ่ม 12,000x12x20 ซึ่งเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น 2,880,000 บาท แต่ถ้า 30 ปีจะได้ 12,000x12x30 เท่ากับได้เงินเพิ่มขึ้น 4 ,320,000 บาท”
       
       แถมในขั้นของการทำผลงานในระดับการเลื่อนจากครูชำนาญการ เป็นครูชำนาญการพิเศษ ยังไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปนัก เหมือนกับการเลื่อนวิทยฐานะไปเป็นครูเชี่ยวชาญ และครูเชี่ยวชาญพิเศษ ที่จะต้องมีการทำงานวิจัยประหนึ่งการทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งยาก มาตรฐานสูง
       
       แต่ใช่ว่าครูเหล่านี้จะสามารถทำผลงานวิชาการเพื่อยื่นเสนอขอเลื่อนวิทยฐานะตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ทุกคน
       
       ตรงนี้จึงเป็นช่องโหว่ให้เกิดขบวนการทุจริตของบรรดาครูทั่วประเทศ!
       
       ที่สำคัญทำให้เกิดอาชีพรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ และการเขียนผลงานวิชาการ รวมไปถึงกระบวนการรีดไถของคณะกรรมการตรวจงานฯ โดยที่ครูเหล่านี้หาได้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นจากการทำผลงานวิชาการแต่อย่างใด
       
       รับจ้างทำผลงานครู “คนใน” เอี่ยว
        
       
       ทีม Special Scoop ได้ทำการสืบค้นหาแหล่งว่าจ้างทำผลงานวิชาการของ “ครู” แต่พบว่าส่วนใหญ่ที่ประกาศแพร่หลายในอินเทอร์เน็ตจะเป็นการประกาศรับจ้างทำงานวิชาการในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเป็นหลัก
       
       ส่วนการรับจ้างเพื่อช่วยเหลือ “ครู” ในการเลื่อนวิทยฐานะนั้น หาได้น้อย และแทบไม่มีปรากฏ
       ด้านแหล่งข่าวประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษาในภาคอีสาน ซึ่งได้ทำงานในส่วนของการพยายามตรวจจับขบวนการ “รับจ้าง” ทำผลงานวิชาการ ร่วมกับเครือข่ายมานาน ระบุว่าจากการติดตามพบว่าขบวนการรับจ้างช่วยครูในการเลื่อนวิทยฐานะได้นั้นจะไม่ประกาศตัวอย่างแพร่หลาย แต่จะเป็นที่รู้กันในแวดวงครู
       
       “พวกเขารู้กันเองว่าจะว่าจ้างใครซึ่งเป็นข้าราชการครู (เขตการศึกษา) เองที่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้”
       
       สำหรับหลักการและขั้นตอนในการทำผลงานวิชาการนั้นจะเริ่มจากเมื่อครูมีระยะเวลาการทำงานและเงินเดือนถึงระดับที่จะสามารถเลื่อนวิทยฐานะได้นั้น ครูจะต้องไปทำเรื่องขอเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งในขั้นตอนนี้ครูจะต้องคิด และเลือกว่าจะทำผลงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ด้านไหน และต้องระบุไปในขั้นตอนนี้ เช่น จะทำผลงานด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ
       
       จากนั้นจะมีคนในราชการระดับเขตนี้แหละ ที่จะติดต่อกับครูที่ต้องการเลื่อนวิทยฐานะเหล่านั้น ว่าจะช่วยให้ผลงานผ่านได้แน่ๆ และผ่านไปได้อย่างง่ายๆ แต่ก็ใช่ว่าครูทุกคนจะจ้างทำผลงานทั้งหมด เพราะมีครูจำนวนไม่น้อยที่อยากทำผลงานเองจากการประเมินเบื้องต้นอยู่ที่สัดส่วน 50-50%
       
       โดยขบวนการ “หากิน” นี้จะเริ่มจาก ผู้รับจ้างจะนำผลงานที่เคยทำมา มาให้ครูคนนั้นๆ นำไปเปลี่ยนหัวข้อ หรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาในผลงานที่เคยผ่านการพิจารณาไปแล้วนำไปทำ เพราะว่าเป็นการสร้างผลงานที่ง่ายที่สุด
       
       จากนั้น คนในราชการระดับเขต ก็จะทำตัวเป็นผู้ประสานงานทุกอย่างเพื่อช่วยครู โดยเฉพาะในการคัดเลือกคนที่อยู่ในระดับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาเป็นผู้ “อ่านผลงาน”
       
       จะผ่านหรือไม่ผ่าน อยู่ในขั้นตอนนี้!
       
       ดังนั้นในการคัดเลือกอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาอ่านผลงานในเขตนั้นๆ ก็จะมีการประสานเพื่อให้อาจารย์นั้นเข้าสู่กระบวนการนี้ด้วย และหากได้อาจารย์ที่ไม่ค่อยมีจรรยาบรรณ ยินยอมเข้าร่วมกระบวนการ ก็จะมีการมาติดต่อครูคนนั้นๆ อีกทีว่าคัดเลือกอาจารย์ได้แล้ว ผ่านแน่นอน
       
       แต่จะผ่านแบบไหน?
       
       จะผ่านโดยไม่ต้องมีการอ่านผลงานเลย หรือต้องการผ่านโดยการให้อาจารย์เหล่านั้นมีการแนะนำก่อนว่าผลงานนั้นๆ ต้องปรับแก้ตรงไหน ก่อนถึงวัน “อ่าน”
       
       ในขั้นตอนนี้ ผู้ประสานงานที่เป็นข้าราชการก็จะมีการประสาน และบางครั้งมีการเปิดโรงแรมเพื่อนัดพบเป็นพิเศษระหว่างครูผู้ขอเลื่อนวิทยฐานะกับอาจารย์ผู้ที่จะอ่านผลงาน เพื่ออ่านผลงานก่อนนำเสนอ และเมื่อถึงวันนำเสนอผลงานก็จะให้ผ่านได้ง่ายๆ
       
       สิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องเลือก เพราะสนนราคาทั้ง 2 แบบไม่เท่ากัน
       
       หากต้องการให้การอ่านผลงานผ่านเลย สนนราคาอยู่ที่ฉบับละ 60,000-100,000 บาท
       แต่หากเลือกแบบมีการปรับแก้ก่อนวันตรวจ สนนราคาอยู่ที่ระดับ 30,000-35,000 บาท
       สำหรับขบวนการหากินนี้ มีมากที่สุดในภาคอีสาน!
       
       แหล่งข่าวประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ค.ก.ศ.) กล่าวว่า ขบวนการหากินแบบนี้เกิดมากที่สุดในภาคอีสาน เพราะมีโอกาสได้ครูชำนาญการมากถึง 80% ของครูที่ทำการขอเลื่อนวิทยฐานะ ขณะที่ภาคอื่นๆ มีน้อยกว่า ได้แก่ภาคกลางมีประมาณ 30% ภาคเหนือประมาณ 30% และภาคใต้มีประมาณ 20% ซึ่งน้อยที่สุด
       
       “หากจะถามว่าการตรวจจับเป็นการแก้ปัญหาไหม ตอบได้เลยว่า ถ้ากระทรวงศึกษาธิการยังใช้เกณฑ์การวัดผลโดยดูจากเอกสาร ก็จะเกิดขบวนการรับจ้างอย่างนี้ต่อไป”
       
       สิ่งที่เป็นทางออกในเรื่องนี้คือ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องทบทวนแล้วว่า การเลื่อนวิทยฐานะครูแบบนี้เป็นประโยชน์จริงหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ควรจะยกเลิกไปเสีย แล้วตั้งเกณฑ์การประเมินครูแบบใหม่ โดยเน้นประสิทธิผลที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียนเป็นหลัก
        

แฉนโยบายศธ.ต้นเหตุการศึกษาไทยตกต่ำ! พบแล้ว! ตัวการใหญ่รับจ้างเขียนผลงานเลื่อนวิทยฐานะครู (ตอนที่2)
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
       รับประกันผ่าน 100% จ่าย 3 แสน
        
       
       ส่วนในเขตภาคกลางและกรุงเทพมหานคร แหล่งข่าวผู้แทนครูใน ค.ก.ศ. (คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา) ในกรุงเทพมหานคร บอกว่า ขบวนการการทำผลงานทางวิชาการนั้นเกิดขึ้นจริง เนื่องจากต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ครูมี 2 ส่วน คือ ครูคนที่มีความสามารถไปถึงมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการวางไว้ ก็จะสามารถทำผลงานในการเลื่อนวิทยฐานะได้ และมีการนำผลงานมาพัฒนานักเรียนที่ได้ผลดี ซึ่งตรงตามเป้าหมายของการเลื่อนวิทยฐานะ
       
       แต่ก็มีครูอีกส่วนหนึ่ง คือครูที่ไม่มีความสามารถ แต่มีเงิน ประกอบกับมีอลัชชีทางการศึกษา ที่อยู่ในวงการการศึกษา แต่ต้องการเงิน ก็จะเข้ามารับจ้างในการทำผลงานวิทยฐานะตรงนี้
       
       “เป็นไปตามหลักดีมานด์ ซัปพลาย คือ เมื่อมีผู้เสนอ ก็ต้องมีผู้สนอง”
       
       ขณะเดียวกัน ขบวนการหากินในภาคกลาง จะเหมือนในภาคอีสานคือ จะมีคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีที่เป็นข้าราชการ (ครู) ที่อยู่ในเขตการศึกษานั่นเอง เป็นคนจัดการประสานผลประโยชน์ทั้งหมด โดยเฉพาะระหว่างครู และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งบอกได้ว่า อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ นั้น มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการได้เงินอย่างไม่ถูกต้องที่เกิดในขบวนการนี้ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ดีนั้น จะอ่านผลงานครูที่ไม่ได้เข้าสู่การซื้อวิทยฐานะด้วยการอ่านผลงานแล้วไม่ให้ผ่าน
       
       สำหรับวิธีการซื้อผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะจะมี 2 ระดับคือ
       
       ระดับแรก คือจะจ้างให้จัดทำทั้งหมด โดยนายหน้าที่เป็นข้าราชการครู (ในเขตการศึกษา) จะไปติดต่อให้อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีการจัดทำผลงานทั้งหมดให้ ทั้งผลงานด้านนวัตกรรม รายงานวิชาการ และผลงานปฏิบัติงาน รวม 3-5 เล่ม แต่จะได้หรือไม่ได้ไม่รู้ สนนราคาในส่วนนี้จะอยู่ที่ประมาณ 70,000-100,000 บาท
       
       ระดับที่สอง ถ้าอยากให้ “ผ่านแน่นอน” จะต้องมีการจ้างคนตรวจเพื่อให้อนุมัติผ่านแบบรับประกัน 100% ราคาการจ้างในส่วนนี้เมื่อรวมขั้นตอนแรกด้วยนั้นจะตกอยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 บาท
       
       ดังนั้นแม้ราคาค่าจ้างทำผลงานวิชาการจะสูงมาก แต่ก็คุ้มค่าที่เสียไปมาก!
       
       “ครูที่ทำงานมานานๆ เงินเดือนก็อยู่ที่ 37,000 บาท ถ้าได้เลื่อนวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการพิเศษก็จะได้เงินเดือนเพิ่ม และยังได้เงินค่าวิทยฐานะเพิ่มอีก 12,000 บาทต่อเดือน แต่หากเลื่อนขั้นอีกเป็นครูเชี่ยวชาญ ก็จะได้เงินค่าวิทยฐานะเพิ่มอีก 19,600 บาท”
       
       หากย้อนมาดูตัวเลขของการตกเบิกประกอบ ก็จะเห็นได้ชัดว่า ถ้าครูคนหนึ่งลงทุนจ้างทำผลงานไป 2 แสนบาท ยังไงก็คุ้ม เพราะแค่การตกเบิกยังได้แล้วสูงสุดถึง 3 แสนบาท
       
       แหล่งข่าวย้ำว่าเมื่อได้เงินเพิ่ม แถมได้ค่าวิทยฐานะเพิ่ม แต่การศึกษาแย่ลงจึงกลายเป็นประเด็นปัญหาที่ใหญ่มาก เพราะผลที่ตามมาคือ “ครูดีๆ เริ่มท้อแท้”
        
       
       แฉครูดี 4 สาขาสุดช้ำ ลาออกอื้อ!
        
       
       แหล่งข่าวกล่าวว่า ครูที่อยู่ในกรุงเทพมหานครจำนวนไม่น้อยเลยที่สอบไม่ผ่าน เนื่องจากครูใน กทม.นั้นส่วนใหญ่จะเป็นครูที่ต้องการจะทำผลงานด้วยตนเอง แต่เมื่อไม่ซื้อ ถึงแม้เก่ง โอกาสที่ผลงานจะผ่านก็เป็นไปได้น้อย เพราะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายคนก็ไม่ใช่คนที่ตรงไปตรงมา
       
       ไม่จ่ายก็อย่าหวังผ่าน!
       
       ทำให้เวลานี้ ครูที่ทำงานโรงเรียนดังๆ ที่มีการสอนมา 20-30 ปี สอนให้เด็กเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้ก็หลายคน แต่ไม่ผ่านการประเมินวิทยฐานะก็มีไม่น้อย
       
       ขณะที่ครูรุ่นใหม่ๆ ไม่มีความสามารถ แต่ใช้เงินซื้อ ก็ได้เลื่อนวิทยฐานะ ครูดีๆ โดยเฉพาะในสาขา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคม หลายคนก็รับไม่ได้ เลยมีการขอ “เออร์ลีรีไทร์” หรือขอเกษียณก่อนกำหนด ปีหนึ่งหลายคน อย่างปี 2555 มีครูใน 4 สายนี้ที่ขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดกว่า 100 คนไปแล้ว
       
       ดังนั้น นโยบายและหลักเกณฑ์ในการเลื่อนวิทยฐานะครู กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลและผู้บริหารการศึกษาระดับกระทรวงจะมองข้ามไม่ได้อีกแล้ว
       
       เพราะจุดประสงค์ในการเลื่อนวิทยฐานะครู ถือเป็นการเพิ่มคุณภาพครูเพื่อต้องการให้นักเรียนมีระบบการเรียนการสอนที่ดีขึ้น เด็กนักเรียนมีคุณภาพสูงขึ้น
       
       แต่วันนี้ความเห็นแก่ “เงิน” ของแวดวงผู้บริหารการศึกษา ถือเป็นตัวอันตรายที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยอ่อนแอและคุณภาพด้อยลงไปอีก
       
       “เงินเพิ่ม แถมได้ค่าวิทยฐานะเพิ่ม แต่การศึกษาแย่ลง” ประโยคนี้ได้ยินแล้วมันช้ำ!
        

       

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แฉนโยบาย ศธ.ต้นเหตุการศึกษาไทยตกต่ำ! ครูอยากเติบโตเลื่อนวิทยฐานะ “จ่าย 2 เด้ง” (ตอนที่ 1)
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สัญญาใจ “บิ๊กตู่-ยิ่งลักษณ์” กระตุ้นต่อม “ปู” -ไม่หนี-สู้คดีจำนำข้าว!
“ยิ่งลักษณ์” เดินตามรอยทักษิณ สุดท้ายจำต้องอยู่ต่างประเทศ!
ผ่าตัดใหญ่องค์การเภสัชกรรม ล่าช้าคนไข้ซื้อ ‘ยา-เวชภัณฑ์’ แพง!
สมใจนึก “คสช.” ปลด “ประภัสร์” พ้น ร.ฟ.ท.
โกงกินธุรกิจพลังงาน 5 พันเมกะวัตต์ เอื้อบริษัทท่อน้ำเลี้ยงระบอบทักษิณ!
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 39 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 39 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 6 +31 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมไม่ให้ครูสอนเด็กแล้วทางศธ.ออกมาประเมินเด็กถ้าเด็กอ่านออกเขียนได้ สอบผ่านเกณฑ์ ก็ให้วิทยฐานะครู ครูไม่ใช่นักวิชาการพอที่จะมีความรู้เรื่องงานวิจัย คนอ่านผลงานมีแต่องค์ความรู้ระดับสูง แต่สภาพความเป็นจริงควรให้ครูสอนเด็กให้อ่านออกเขีนนได้ดีกว่า งานวิจัยมันเป็นแค่ส่วนประกอบว่าครูคนนั่นมีกระบวนการแก้ปัญหาเด็กอน่างไร ไม่ใช่เครื่องตัดสินหรอก กับครูคนหนึ่งที่ทำงานวิจัยหรืองานเอกสารไม่เป็นแต่เอาใจใส่เด็กให้อ่านออกเขียนได้ คุณว่าใครหล่ะที่พัฒนาเด็กจริวๆๆ
weethailoei2013@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้เออร์รี่มาตั้งแต่ 2544 จบโทการสอนฟิสิกส์ ทำงานตั้งแต่2517 เงินเดือนค่อย ๆ ขึ้นจาก 1750 บาท อยู่สถาบันพลศึกษา ทั้งสอนทั้งทำงานธุรการ จนคอมพ์เข้ามาในวงการศึกษา สอนคอมพ์ตั้งแต่ขาวดำจเป็นจอสี ได้ 2 ขั้นนาน ๆ ครั้ง เพื่อนรุ่นเดียวกันไม่มีใครตัดหน้าด้านเงินเดือนได้ หลายคนไม่ได้ 2 ขั้น หาหนทางเพิ่มเงินตัวเอง เรื่องการเพิ่มวิทยะฐานะ เชื่อหรือไม่ว่า วิธีการเพิ่มเริ่มจากสถาบันพลศึกษา โดยเริ่มจากคนที่มีปริญญาโทไปปรึกษากับอาจารย์ที่จ.มหาสารคาม เป็นที่เชิดหน้าชูตามาก ได้ อาจารย์ 3 เงินตอบแทน 5600 บาท ทำให้อาจารย์ที่อยู่ว่าง ๆ (เพราะถูกยุบวิชาเอกสุขศึกษา) พากันทำตาม ได้อาจารย์ 3 และค่าตอบแทน แถมยุให้อาจารย์คนอื่นทำด้วย การรับจ้างก็เข้ามาเกี่ยวข้อง เริ่มต้นเรีียก 5หมื่น (ทราบมา)เรื่องนี้กระจายไปสู่กรมสามัญและกรมอื่น ตั้งแต่ปี 2537 โดยประมาณ ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจทำ เพราะเรียนฟิสิกส์แต่งานส่วนใหญ่ไปอยู่กับคอมพิวเตอร์ ผลงานไม่ผ่าน ไม่ได้เสียใจ ตัดสินใจได้ง่ายดี เพราะเออร์รี่ไม่ต้องคิดมาก ทุกวันนี้ยังช่วยสอนวิชาฟิสิกส์ให้กัยสถาบันเดิม เพราะไม่มีใครสอนแทน แลกค่าสอน 200 บาทต่อชั่วโมง ประมาณปี 2546 ทักสินมีโบนัสและเพิ่มค่าตอบแทนอีก 5600 เป็น 11200 และอาจารย์ 3 ที่อยู่ระดับ 8 ทำระดับ 9 ได้ 10000x2 เป้ฯ 20000บาทต่อเดือน ..ถามจริงคุ้มไหมกับการจ้างทำ ..ค่าตอบแทนที่ได้ถามว่าอิจฉาไหม ไม่ เพราะลาออกแล้ว บวชแล้วละกิเลสแล้ว บำนาญแค่ห15000 ก็พอเลี้ยงครอบครัวได้แล้ว ...เขียนมาเพื่อสนับสนุนบทความนี้ว่า มันคุ้มและเป็นจริงที่ คนทำเองไม่ผ่าน แต่คนที่เอาของผมไปลอกดันผ่าน (สมัยนั้นเขาให้เผยแพร่ด้วย) บทความนี้โดนใจมาก เลยขอแจมด้วย ขอบคุณ
schlermsark@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศนี้ เมื่อคนชั่วครองเมือง อย่าหวังเลยว่าอนาคตของคุณจะขึ้นอยู่กับ ระบบคุณธรรมและความสามารถ
ทำให้ตาย ถ้าไม่ใช่พวกกรูก็อด 714
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ยอมรับนะครับว่าที่กล่าวมาก็มีความเป็นจริงไม่น้อยแต่คงไม่ใช่ส่วนใหญ่แน่นอน สำหรับครูดี 4 สาขา ก็ต้องเข้าใจธรรมชาติวิชาเหล่านี้ด้วย เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคม เป็นวิชาที่สร้างสื่อ หรือนวัตกรรมค่อนข้างยาก ครูเหล่านี้แม้จะสอนเก่ง แต่ก็เป็นความเก่งเฉพาะบุคคล เรียกว่าสอนดี แต่มักจะขัดกับลักษณะนิสัย คือไม่ชอบสร้างเอกสารที่เป็นผลงานทางวิชาการ ได้แก่ สื่อ นวัตกรรม งานวิจัย ฯลฯ เมื่อเป็นดังนี้ น่าจะวัดกันที่ตัวเด็กไปเลย ใครสอนเด็กได้เก่ง มีคุณภาพ ก็ประเมินให้วิทยะฐานะไปเลย แต่มันจะได้รับการยอมรับอีกหรือไม่ เพราะโดยระบบสากล การเลื่อนวิทยฐานะมันต้องทำผลงานทางวิชาการกันทั้งนั้น เพื่อแก้ปัญหาการคัดลอกผลงานวิชาการ ก็ให้ใช้กระบวนการเดียวกับการทำวิทยานิพนธ์ ให้มีการสอบปากเปล่าด้วย หากจ้างมาตอบคำถามไม่ได้ตายแน่นอน
ครูคนหนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางโรงเรียนในปัจจุบัน ครูได้วิทยฐานะเกือบ 100% แต่ผลสำฤทธิของนักเรียนกลับ ลดต่ำ อย่างน่ากลัว สวนทางกันกับจำนวนครูเก่ง
คนที่ได้รับผลกระทบ ก็ไม่พ้นนักเรียน ครูที่กำลังทำผลงานนั้น เชื่อเถอะ ส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาที่อยู่ในโรงเรียน เบียดเบียนเวลาเตรียมแผนการสอน เวลาตรวจผลงานนักเรียน มาทำผลงานทั้งสิ้น ต้องโทษคนที่อยู่เบื้องบน ที่คิดเรื่องพวกนี้ จะโทษครูอย่างเดี่ยวไม่ถูกหรอก เพราะทุกคนก็อยากก้าวหน้าในชีวิตราชการทั้งนั้น
คนที่คิดโครงการเหล่านี้ต่างหาก ที่ไม่รอบคอบ รัดกุม
สงสารเด็กไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ส่วยทุกอย่างส่งถึงนายหมด ใครคนอนุมัติคนนั้นแหละอ้าปากรอ แต่มีเรื่องเมื่อไหร่ปลดลูกน้องก่อน การศึกษาแหลกเพราะแปลกที่ให้เงินคศ3คูณ2มันเอาอะไรมาคิด ครูประถมคศ3เกือบหมดประเทศ แยบยน ยุบยิบ จุบๆๆจิ๊บๆ จ่ายๆ ได้ๆๆเมื่อไหร่ถอนทุนเหลือกำไรเห็นๆ ปฎิรูปกันสักทีดีไหมการศึกษาไทย
ไม่แปลก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จับครู คศ 3 มาทำข้อสอบประเมินพิเศษในเรื่องที่ต้องรู้
ต้องรายงาน ต้องวิเคราะห์เป็น สอบไม่ผ่านก็ไม่ต่ออายุ
คศ 3 รับรองประหยัดงบมาพัฒนาเด็กแทน ได้อีกมากมาย พวกที่จ้างทำส่วนมากเลวโดยนิสัยถาวร ปกติก็หลีกเลี่ยงงานกันอยู่แล้ว ได้แล้วยิ่งไม่ทำเลยทำตัวลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ ครูทำงานจริงเลยเออร์รี่กันเยอะ ระบบนี้เลวจริงๆ ทุกอย่างพังหมดแล้ว เด็กไทยถึงอ่านไม่ออก
ของจริง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คนใกล้ตัวผมเอง มีทั้งจ้างทำราคาตามว่า และทำเองก็มีนะครับ โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับการ re-cer ทุก 5 ปีครูจะได้ active
จริง
 
ความคิดเห็นที่ 25 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ใช่มีแต่ครูใน รร เท่านั้น ในมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งใหญ่ มาดูได้ที่ราชภัฏนครสวรรค์ รับทั้งทำทและการพิจารณาอ่านผลงาน และรับทำงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาที่ตนเองรับผิดชอบ เรียกได้ว่า ทำเอง สอบเอง พิจารณาเอง ครบวงจร
gatoon
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทุกวันนี้เออร์รี่มาตั้งแต่ 2544 จบโทการสอนฟิสิกส์ ทำงานตั้งแต่2517 เงินเดือนค่อย ๆ ขึ้นจาก 1750 บาท อยู่สถาบันพลศึกษา ทั้งสอนทั้งทำงานธุรการ จนคอมพ์เข้ามาในวงการศึกษา สอนคอมพ์ตั้งแต่ขาวดำจเป็นจอสี ได้ 2 ขั้นนาน ๆ ครั้ง เพื่อนรุ่นเดียวกันไม่มีใครตัดหน้าด้านเงินเดือนได้ หลายคนไม่ได้ 2 ขั้น หาหนทางเพิ่มเงินตัวเอง เรื่องการเพิ่มวิทยะฐานะ เชื่อหรือไม่ว่า วิธีการเพิ่มเริ่มจากสถาบันพลศึกษา โดยเริ่มจากคนที่มีปริญญาโทไปปรึกษากับอาจารย์ที่จ.มหาสารคาม เป็นที่เชิดหน้าชูตามาก ได้ อาจารย์ 3 เงินตอบแทน 5600 บาท ทำให้อาจารย์ที่อยู่ว่าง ๆ (เพราะถูกยุบวิชาเอกสุขศึกษา) พากันทำตาม ได้อาจารย์ 3 และค่าตอบแทน แถมยุให้อาจารย์คนอื่นทำด้วย การรับจ้างก็เข้ามาเกี่ยวข้อง เริ่มต้นเรีียก 5หมื่น (ทราบมา)เรื่องนี้กระจายไปสู่กรมสามัญและกรมอื่น ตั้งแต่ปี 2537 โดยประมาณ ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจทำ เพราะเรียนฟิสิกส์แต่งานส่วนใหญ่ไปอยู่กับคอมพิวเตอร์ ผลงานไม่ผ่าน ไม่ได้เสียใจ ตัดสินใจได้ง่ายดี เพราะเออร์รี่ไม่ต้องคิดมาก ทุกวันนี้ยังช่วยสอนวิชาฟิสิกส์ให้กัยสถาบันเดิม เพราะไม่มีใครสอนแทน แลกค่าสอน 200 บาทต่อชั่วโมง ประมาณปี 2546 ทักสินมีโบนัสและเพิ่มค่าตอบแทนอีก 5600 เป็น 11200 และอาจารย์ 3 ที่อยู่ระดับ 8 ทำระดับ 9 ได้ 10000x2 เป้ฯ 20000บาทต่อเดือน ..ถามจริงคุ้มไหมกับการจ้างทำ ..ค่าตอบแทนที่ได้ถามว่าอิจฉาไหม ไม่ เพราะลาออกแล้ว บวชแล้วละกิเลสแล้ว บำนาญแค่ห15000 ก็พอเลี้ยงครอบครัวได้แล้ว ...เขียนมาเพื่อสนับสนุนบทความนี้ว่า มันคุ้มและเป็นจริงที่ คนทำเองไม่ผ่าน แต่คนที่เอาของผมไปลอกดันผ่าน (สมัยนั้นเขาให้เผยแพร่ด้วย) บทความนี้โดนใจมาก เลยขอแจมด้วย ขอบคุณ
schlermsark@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยินดีกับอาจารย์ด้วยค่ะ ที่ละความอยากมีอยากเป็นได้ แต่หลายต่อหลายคนยังอยากมีอยากเป็นไม่มีสิ้นสุด ยอมทุกอย่างแม้ใช้เงินซื้อ ที่ช้ำสุดจะช้ำก็ตรงที่เจ้าของผลงานไม่ผ่านเพราะไม่ได้จ้างทำ แต่คนเอาไปลอกดันผ่าน เหลืออายุราชการอีก 22 ปี ถ้ายังเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำคศ.3 หรือเปล่า
ครูใต้
 
ความคิดเห็นที่ 23 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมสอนมา30กว่าปี ครูชำนาญการยังไม่ได้เลย สุดท้ายเลยขอเออร์ลี่รีไทร์ ตอนเช้าไปบิน ตอนบ่ายไปปั่นรถจักรยาน สมองโล่งดี..
คนดอย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางคนเป็นผอได้ไงก็ไม่ทราบ ไม่มีประสิทธิภาพ ใช้เส้นสาย ซื้อเข้าไปมั่ง จริงๆครูไม่น่าต้องให้ประเมินลักษณะนี้ดูจากผลงานประเมินจากคุณภาพเด็กดีที่สุด
ครูดีๆยังมีอีกเยอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผลพวงจากระบอบแม้วที่ทำให้ครูต้องดิ้นพรากๆทำวิทยะฐานะในขณะเดียวกันเด็กก็ถูกละเลยเพราะครูก็ต้องทำงานส่งเพื่อยกระดับขั้นเงินตำแหน่งของตัวเอง...เมื่อไม่มีเวลามันก็ต้องจ้าง...คิดดูให้ดีครับ...ทุนสามานย์ตัวเดียวที่ทำให้ครูหลงไหล
เพลงรบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รมต อย่าขู่เลย ทำให้จริง อันดับแรกให้ผู้บริหาร รร ลงไปตรวจสอบติดตามการทำงานของครูไม่ใช่มุดหัวอยู่แต่ในห้องไม่กล้าเล่นงานครูที่ทิ้งคาบสอน ประชุมหัวหน้างานให้น้อยลง(สิ้นเปลืองงบประมาณที่ต้องจัดขนมกาแฟให้พวกนี้กินฟรีทุกวัน ) สุ่มตรวจสมุดแบบฝึกหัดของ นร จะได้รู้ว่าครูคนไหนให้งานเด็กแล้วไม่ตรวจแต่มีคะแนนในใบ ปพ ทุกช่องรวมทั้งเด็กที่หนีเรียนเป้นว่าเล่น ตรวจ รร ว่าจัดเวลาให้เด็กได้เรียนครบตามหลักสูตรหรือไม่ นอกจากจัดเวลาสอนจากชั่วโมงมาเป็นคาบ คาบลั ๕๐ นาทีโกงเวลเด็ไปวันละ ๙๐นาทีแล้วยังเบียดเบียนเวลาเรียนของ นรด้วยการร่นคาบให้ครูได้ประชุม รร ไม่กล้าจัดประชุมครูหลัง รร เลิกกลัวถูกครูที่เร่งรีบไปสอนพิเศษด่าหรือไม่ก็ไม่เข้าประชุมเลย รร ไม่กล้าแม้แต่จัดกิจกรรมใดๆในวันหยุดแม้แต่การเข้าค่ายลูกเสือ หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเช่นน้ำท่วม รร ไม่กล้าประกาศให้ครุสอนชดเชยให้กับเด็ก เวลาเรียนของเด็กหายไปครึ่งต่อครึ่ง ครู รร รบ ทำงานหรือไม่ทำงานก๋ได้ขึ้นเงินเดือนปีละ ๒ ครั้งขณะที่ครู รร เอกชนต้องถูกกดหัวทำงานเต็มเวลา เงินเดือนก็น้อย อยากให้ รมต ยกเลิกครู คศ. เอาเงินเหล่านั้นมาสนับสนุนครูที่ตั้งใจทำงานและสนับสนุนครู รร เอกชนด้วย ยังไม่เคยเห็น รมต ศึกษาคนใดเอาจริงกับครูสักคนนอกจากขู่ๆๆๆๆๆๆๆๆ ครู รร รบก็ยังเสวยสุข ขี้เกียจ วางท่าข่มขู่ รร เอกชนทั้งๆที่ความรู้ความสามารถบางคนก็น้อยกว่า ครู รบได้รับการอบรมพัฒนาวิชาความรูปีละไม่รู้กี่ครั้งแถมได้เบี้ยเลี้ยงอีก ขณะที่ครูเอกชนแทบจะไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ การศึกษาของ นร รร รบจึงต่ำกว่า น รร เอกชนทุกปี เรื่องสุดท้ายควรอธิบายทำความเข้าใจกับมีคณะกรรมการผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญของการเรียนของเด็ก ด้วยการ เข้ามาทำการตรวจสอบประเมินการสอนของครูใน รร กล้าที่จะวิจารณ์ตามข้อเท็จจริงเพื่อให้ครูต้องพัฒนาการสอนเด็ก ใส่ใจต่อเด็กต่อไปจะไม่มีครูทิ้งคาบสอน ไม่ตรวจงาน เด็กไทยจะสามารถพัฒนาได้ ปี ๒๕๕๘ AEC จะไม่เป็นปัญหาต่อการพัฒนาการสึกษาของเด้กไทยที่จะยืนเคียงข้างประเทศอื่นๆได้ ไม่ใช่ยืนอยู่ข้างหลัง
ครู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เขาเรียกว่า "เลวทั้งระบบ"
สถุน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 [Android Mobile] +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตั้งนมนานค่อยเป็นข่าวกระทรวงศึกษาไปหลับอยู่ที่ไหนอย่าบอกน่ะว่าไม่รู้
เบื่อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โจทย์มันผิด คำตอบมันก็เลยเพี้ยนครับท่าน
kruni2010@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บางโรงเรียนในปัจจุบัน ครูได้วิทยฐานะเกือบ 100% แต่ผลสำฤทธิของนักเรียนกลับ ลดต่ำ อย่างน่ากลัว สวนทางกันกับจำนวนครูเก่ง
คนที่ได้รับผลกระทบ ก็ไม่พ้นนักเรียน ครูที่กำลังทำผลงานนั้น เชื่อเถอะ ส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาที่อยู่ในโรงเรียน เบียดเบียนเวลาเตรียมแผนการสอน เวลาตรวจผลงานนักเรียน มาทำผลงานทั้งสิ้น ต้องโทษคนที่อยู่เบื้องบน ที่คิดเรื่องพวกนี้ จะโทษครูอย่างเดี่ยวไม่ถูกหรอก เพราะทุกคนก็อยากก้าวหน้าในชีวิตราชการทั้งนั้น
คนที่คิดโครงการเหล่านี้ต่างหาก ที่ไม่รอบคอบ รัดกุม
สงสารเด็กไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เฮ้อ...การรับรู้ช้าจัง
smongkorn@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นโยบายนักการเมืองทำเด็กโง่ลง ต่อไปประเทศมีแต่คนโง่โดนจูงจมูก เป็นขี้ข้านักการเมือง อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เราะมันเน้นเรียนหลายวิชา แถมลดกระดาษเป็นแท๊บเล็ต
weethailoei2013@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +30 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมไม่ให้ครูสอนเด็กแล้วทางศธ.ออกมาประเมินเด็กถ้าเด็กอ่านออกเขียนได้ สอบผ่านเกณฑ์ ก็ให้วิทยฐานะครู ครูไม่ใช่นักวิชาการพอที่จะมีความรู้เรื่องงานวิจัย คนอ่านผลงานมีแต่องค์ความรู้ระดับสูง แต่สภาพความเป็นจริงควรให้ครูสอนเด็กให้อ่านออกเขีนนได้ดีกว่า งานวิจัยมันเป็นแค่ส่วนประกอบว่าครูคนนั่นมีกระบวนการแก้ปัญหาเด็กอน่างไร ไม่ใช่เครื่องตัดสินหรอก กับครูคนหนึ่งที่ทำงานวิจัยหรืองานเอกสารไม่เป็นแต่เอาใจใส่เด็กให้อ่านออกเขียนได้ คุณว่าใครหล่ะที่พัฒนาเด็กจริวๆๆ
weethailoei2013@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันวัดกันยากนะ จะให้ยังไง เช่นถ้านักเรียนอ่านออกเขียนได้หมดก็จะให้เชี่ยวชาญพิเศษหรือ ถ้านักเรียนผ่าน 75%ให้ครูเชี่ยวชาญหรือ ทั้งที่นี่คือเกณณ์ขั้นต่ำ ทางออกคือจะต้องใช้สิ่งนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่จะต้องทำด้วย ถ้านักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะส่งผลงาน
ghj
 
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ในเมื่อแม่พิมพ์มัวแต่คิดเรื่องผลงานตัวเองแล้วจะเอาสมองส่วนคิดเรื่องการเรียนการสอนหรือทุ่มเวลาให้กับการสอน ก้าวแรกก็หลงทางแล้วยังจะเดินหน้าต่อ
นักเรียนเก่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ยอมรับนะครับว่าที่กล่าวมาก็มีความเป็นจริงไม่น้อยแต่คงไม่ใช่ส่วนใหญ่แน่นอน สำหรับครูดี 4 สาขา ก็ต้องเข้าใจธรรมชาติวิชาเหล่านี้ด้วย เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสังคม เป็นวิชาที่สร้างสื่อ หรือนวัตกรรมค่อนข้างยาก ครูเหล่านี้แม้จะสอนเก่ง แต่ก็เป็นความเก่งเฉพาะบุคคล เรียกว่าสอนดี แต่มักจะขัดกับลักษณะนิสัย คือไม่ชอบสร้างเอกสารที่เป็นผลงานทางวิชาการ ได้แก่ สื่อ นวัตกรรม งานวิจัย ฯลฯ เมื่อเป็นดังนี้ น่าจะวัดกันที่ตัวเด็กไปเลย ใครสอนเด็กได้เก่ง มีคุณภาพ ก็ประเมินให้วิทยะฐานะไปเลย แต่มันจะได้รับการยอมรับอีกหรือไม่ เพราะโดยระบบสากล การเลื่อนวิทยฐานะมันต้องทำผลงานทางวิชาการกันทั้งนั้น เพื่อแก้ปัญหาการคัดลอกผลงานวิชาการ ก็ให้ใช้กระบวนการเดียวกับการทำวิทยานิพนธ์ ให้มีการสอบปากเปล่าด้วย หากจ้างมาตอบคำถามไม่ได้ตายแน่นอน
ครูคนหนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศนี้ เมื่อคนชั่วครองเมือง อย่าหวังเลยว่าอนาคตของคุณจะขึ้นอยู่กับ ระบบคุณธรรมและความสามารถ
ทำให้ตาย ถ้าไม่ใช่พวกกรูก็อด 714
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014