หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าวออนไลน์
 

“อดีตพระมิตซูโอะ” เปิดใจหลังควงไฮโซสาวจดทะเบียนสมรสแล้วที่ญี่ปุ่น (ชมคลิป)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2556 21:18 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“อดีตพระมิตซูโอะ” เปิดใจหลังควงไฮโซสาวจดทะเบียนสมรสแล้วที่ญี่ปุ่น (ชมคลิป)

“อดีตพระมิตซูโอะ” เปิดใจหลังควงไฮโซสาวจดทะเบียนสมรสแล้วที่ญี่ปุ่น (ชมคลิป)

“อดีตพระมิตซูโอะ” เปิดใจหลังควงไฮโซสาวจดทะเบียนสมรสแล้วที่ญี่ปุ่น (ชมคลิป)

“อดีตพระมิตซูโอะ” เปิดใจหลังควงไฮโซสาวจดทะเบียนสมรสแล้วที่ญี่ปุ่น (ชมคลิป)

“อดีตพระมิตซูโอะ” ร่อนจดหมาย อัดคลิปเปิดใจบวชมา 38 ปี ไม่เคยคิดจะสึก ไม่เคยคิดจะแต่งงาน แต่หญิงสาวน่าจะเป็นเนื้อคู่มาแต่ชาติปางก่อน หลังควงภรรยาจดทะเบียนสมรสแล้วเมื่อเช้านี้ ที่จังหวัดอิวะเตะ ประเทศญี่ปุ่น
       
       วันนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.นายเถกิง สมทรัพย์ ผู้บริหารสถานีบลูสกายแชนแนล ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “เถกิง สมทรัพย์” โดยมีภาพการจดทะเบียนสมรสของ อดีตพระนักปฏิบัติชื่อดัง พระมิตซูโอะ ที่เพิ่งลาสิกขาบทไปเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา กับ ไฮโซสาว สุทธิรัตน์ มุตตามระ ซึ่งเป็นพี่สาวของ นายวิทเยนทร์ มุตตามระ กรรมการผู้จัดการบลูสกายแชนเนล และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
       
       โดยระบุข้อความกำกับภาพว่า “เช้าวันนี้ทั้งสองไปจดทะเบียนสมรสที่จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น และจะเดินทางไปสถานทูตไทยในโตเกียวสัปดาห์หน้า”
       
       ล่าสุดเมื่อช่วงดึกของวันที่ 28 มิ.ย.เฟซบุ๊กแฟนเพจของสถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล ได้เผยแพร่จดหมายจากญี่ปุ่นลงชื่อนายมิตซูโอะ ระบุข้อความว่า
       
       “เมื่อบ่ายวันที่ 28 มิถุนายน 2556 ผม มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ และคุณสุทธิรัตน์ มุตตามระ ภรรยา เดินทางไปที่ทำการเขต Shizukuishi จังหวัดอิวาเตะ Iwate บ้านเกิดผม เพื่อจดทะเบียนสมรส หลังจากนั้น ต้นสัปดาห์หน้าผม และภรรยาจะเดินทางเข้า Tokyo เพื่อยื่นเรื่องการสมรสของเราต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุง Tokyo
       
       “เราทั้งสองได้ทำตามกฎเกณฑ์ทั้งทางโลก และมิได้มีการกระทำใดๆ ที่ขัดพระธรรมวินัยในทางธรรม ความรักของเราทั้งสองเกิดขึ้นโดยสุจริต ผมได้ตระหนักดีด้วยสติว่าสมควรละเพศบรรพชิต
       
       “จากนี้ไปชีวิตของเราก็เหมือนกับชาติใหม่ ให้ชีวิตคู่ของเราเป็นเหมือนซากุระต้นหนึ่งที่สวยงามในสังคม”
       
       “เราจะชีวิตของเราทั้งสองเพื่อประโยชน์สุขของคนอื่นต่อไป ภาพที่แนบมาด้วยเป็นภาพจากที่ทำการเขตที่เราสองคนไปจดทะเบียนสมรสกัน”
ลงนาม อาจารย์มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ วันที่ 28 มิถุนายน 2556 Shizukuishi Iwate Japan
       
       

       จดหมายจากญี่ปุ่นลงชื่อนายมิตซูโอะ จากเฟซบุ๊กแฟนเพจของสถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล

       
       ขณะที่ในเวลาใกล้เคียงกัน นายนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ ผู้สื่อข่าวของสื่อเครือเนชั่นก็โพสต์วิดีโอ "มิตซูโอะแถลง" ความยาว 23 วินาที เป็นภาพของอดีตพระมิตซูโอะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
       
       “จดทะเบียนกันเรียบร้อยแล้ว บวชมา 38 พรรษา ไม่เคยคิดจะสึก ไม่เคยคิดจะแต่งงานในชาตินี้ แต่สำหรับแอน น่าจะเป็นเนื้อคู่มาแต่ชาติก่อน เป็นคู่บารมีของอาจารย์”
       
       

       
       อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
       • หญิงสาวปล่อยภาพคู่ “อดีตพระอาจารย์ มิตซูโอะ” เตรียมแถลงความสัมพันธ์เร็วๆ นี้
       • เปิดตัวหวานใจไฮโซ (อดีต) พระมิตซูโอะ คเวสโก
       • ส.ศิวรักษ์ เตือนสติกรณีอดีตพระมิตซูโอะ “อย่ายึดติดว่าพระเป็นผู้วิเศษ”
       • “วิทเยนทร์” รูดซิปปากพี่สาวสวีต “อดีตพระมิตซูโอะ” อ้างเรื่องของคนสองคน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผู้โดยสารเดือด! เถียงลูกเรือ “แอร์เอเชีย” เหตุขนาดกระเป๋าเกิน โยนลงเครื่องประชด (ชมคลิป)
ชมบรรยากาศแสงสีค่ำคืน ฉลองเปิด “สะพานมอญ” อย่างเป็นทางการ
มูลนิธิ “พล.อ.เปรม” เชิญประมูลผลงานศิลปินระดับชาติ พร้อมงานชิ้นสุดท้าย “ประหยัด พงษ์ดำ”
ประมวลภาพ : ฉลองเปิด “สะพานมอญ” คึกคัก
ชมภาพมุมมสูง : "สะพานมอญ" เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังยืดเยื้อกว่า 1 ปี
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 187 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 93 คน
50 %
ไม่เห็นด้วย 94 คน
50 %
หน้าแสดงความเห็นที่ 7 จากทั้งหมด 7 หน้า
หน้าที่แล้ว
7 | 6 | 5 | 4 | 3 | 2 | 1
ความคิดเห็นที่ 378 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วิเคราะห์ดูแล้วผู้หญิงคนนี้ บาปมาก ๆ ที่ทำแบบนี้ คิดดูซิถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่เริ่มก่อน ไม่มีทางที่พระจะเริ่มได้ แล้วผู้หญิงคนนี้ยังทำลายพระ ด้วยการ ขยันโพสก์รูปคู่ มาโชว์หวาน สร้างความ ปวดร้าวใจ แก่สาธุชนทั้งหลาย รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย ในการเลื่อมใส ในพุทธศาสนา ตั้งใจโชว์ออฟ ให้คนรู้ว่า ฉันเก่ง ฉันสุดยอดที่ ทำให้พระสึกมาอยู่กินกับตัวเองได้ ขอวิงวอนให้เธอคนนี้หยุด พฤติกรรมเหล่านี้ซะ
เมย์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 376 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระ ก็เป็นนุษย์ แต่ มนุษย์ที่ได้รำ่เรียนมาถึง 38 ปี อย่างเคร่งครัด คาดว่าใกล้ถึงแห่งหนทางที่หลุดพ้นแล้ว แต่ไฉนกลับไปสู่หนทางวิบากกรรม เวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง ถ้าท่านมีใจรักโยมจริง ใยไม่รู้จักใช้ตะบะทีฝึกฝน และพล่ามสอนคนอื่นมาแสนนาน เพื่อเอาชนะกิเลศลงให้ได้ล่ะ การที่ผลออกมาเยี่ยงนี้ มันทำให้บาปกรรมมาตกแก่โยมมากมายนัก ซ้ำร้าย ท่านเอง กลับทำให้พระพุทธศาสนาต้องมลทินครั้งใหญ่ เป็นการยากลำบาก ที่จะตอบคำถามแก่ญาติโยมที่ยังกังขาอยู่ยิ่งนัก
หนทางหลุดพ้นแสนใกล้ แต่ไกลเกินเอื่อมแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 375 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปล่อยให้กรรมทำงาน
ขออย่างเดียวถ้าไม่อยากให้คนอื่นมาโพสด่า ก็ไปรักกันไกลๆ เห็นแล้วสมเพส
จะดีจะชั่วเพราะตัวทำ หาใช่ ผู้อื่นไม่
เพราะฉนั้นไม่ต้องมาลงเฟส ว่าแน่สามารถสึกพระมาเป็นผัวได้ ถุย...........ชั้นต่ำ
ยินดีกับความชั่ว(ทำไม่ได้จริงๆ)
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 374 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในฐานะศิษย์เอกหลวงปู่ชา ท่านอาจจะไม่สง่างามอีกต่อไป แต่อย่าไปตำหนิท่านเลยอย่างน้อย ท่านก็ตัดสินใจไม่กระทำผิดในผ้าเหลือง ก็ถือว่าเป็นความดีของท่าน ในขณะที่สังคมพุทธไทยขณะนี้เต็มไปด้วยอลัชชี
ครูสงขลาที่มุ่งศึกษาในแนวทางของเซน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 373 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รับส่ง
พาเข้าห้องเชือด
นวดตัว
เอานมไปโดน
ไฟช้อต
นวดปู๋
ดูด
ขึ้นขย่ม
ร้องไห้

ศิษย์ไม่ป้องกัน ใครโดนก็เสร็จ
นางจินยุคดิจิตอล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 371 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
|
|
|

เห็นมีพวกลูกศิษย์ลูกหาของท่านตามโพสต์ว่า ท่านถูกมารศาสนากำจัด ให้ผู้หญิงคนนี้พิฆาต โดยทุกอย่างเป็นแผนการอันแยบยล

อยากจะบอกพวกคุณว่า เลิกงมงาย ไร้สาระกันเสียเถอะ

ต่อให้ สมมติฐานพวกนี้เป็นจริง มันก็ไม่ได้หมายความว่า อดีตพระมิตซูโอะ จะไม่มีส่วนรับผิดชอบกับการตัดสินใจของท่านเอง เพราะอะไร ?

เพราะว่า ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ แก่พรรษา ท่านยังไม่ปฏิบัติตามพระวินัยสงฆ์เลย ท่านยอมให้โยมผู้หญิง เจ้ากี้เจ้าการ จัดหารถมารับส่งได้อย่างไร เมื่อรับนิมนต์ไปแล้ว นั่งอยู่ในยานพาหนะแล้ว ไม่มีผู้ติดตามได้อย่างไร

ท่านละทิ้งพระวินัยสงฆ์ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ในเมื่อท่านบวชมานานขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเป็นพระวัดป่า ที่ปฏิบัติตนเคร่งครัด หากเทียบกับพระป่าที่ท่านเคร่งครัดจริง ๆ จะไม่มีทางที่เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเลย

ดังนั้น ท่านประมาทเอง ท่านไม่ปฏิบัติตามพระวินัยสงฆ์ ยอมให้กิเลสเข้ามาควบคุม

ถึงจะมีคนปองร้ายหวังทำลายศาสนา อย่างที่พวกคุณตั้งสมมติฐาน แต่หากท่านระวัง และเข้าใจจิตใจมนุษย์ ในฐานะที่ท่านปฏิบัติวิทยาศาสตร์ทางจิต ท่านจะยอมพาตัวเองเข้าไปสู่จุดเสี่ยงทำไม

เคยมีนะ ในประวัติศาสตร์จีน ที่จักรพรรดิต้องการดึงอำนาจมาจากศาสนา จึงไปจับพระเถระมา แต่ก็อยากได้สติปัญญาอันเฉลียวฉลาดจากพระไว้ด้วย จึงให้นางสนมสมสู่ขืนใจพระที่จับมา หวังให้เกิดทารกที่มีปัญญาเป็นเลิศ แต่ผลกลับเลวร้าย ได้ทารกที่ปัญญาอ่อน

แต่กรณีนี้ มันไม่เหมือนกัน เพราะท่านมิตซูโอะ สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านั้นได้ด้วยตัวท่านเอง ไม่มีใครไปบังคับท่าน

ส่วนเรื่องที่ท่านสึกนั้น ไม่มีใครรู้ว่า ท่านอาบัติปาราชิกหรือไม่ จึงพูดไม่ได้เต็มปากว่า ท่านทำถูกต้อง

แล้วยิ่งเมื่อท่านพูดว่า ผู้หญิงคนนี้ คือ "คู่บารมี" ความน่าเคารพเลื่อมใสในตัวท่านก็ได้มลายหายไปหมดสิ้น เพราะผู้ที่อบรมจิตมาเพื่อความหลุดพ้นอย่างดี จะไม่มีทางเห็นผู้หญิงคนไหน เป็นคู่บารมีไปได้เลย นอกจากเป็นบ่วงทุกข์

|
|
|
ตรองดู
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 370 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากถามสีกาแอนว่าน้ำแรกในรอบ38ปีของอดีตพระอร่อยไหม?
สมี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 368 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความเมตตามักแพ้ทางความดี ความสำนึกผิด ประสบการณ์ทางโลกอาจจะน้อยด้วย เลยข้ามไม่พ้น มองเห็นโทษไม่ถ้วนทั่ว
.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 365 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่พระบวชใหม่ 2 พรรษา แล้วมีสีกามาทำให้ผ้าเหลืองร้อน คนเฒ่าคนแก่เขาก็สาบแช่งแล้ว

นี่ถึงขนาดมีคนมาแสดงความยินดี อวยพรให้มารราคะ ไม่รู้จักผิดถูกชั่วดี สังคมไทยน่าสมเพชเหลือเกิน
นางราคะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 352 +26 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ความคิดเห็นที่ 334 +20

เค้าลบเราแปะ คิกกๆๆเจี๊ยกๆๆ
...........................................................

มีโยมที่วัดบอกว่า ผญ คนนี้วันวันเอาแต่นั่งจ้องพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นชั่วโมงชั่วโมง ใครเข้าไปกราบท่าน หล่อนก็ไม่ถอยออกมา นั่งจ้องอยู่เช่นนั้น และต่อมา ผญ ก็เสนอให้การรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำ chelation โดยต้องไปทำที่ clinic ทองหล่อ ซอย 4 อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
2ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย แต่ตัว ผญ ไม่ได้ไป และหลังจากนั้นก็เพิ่มเป็นทุก 2 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดตามไปด้วย และผญ เสนอว่า เนื่องจากต้องไป clinic บ่อยอยู่แล้ว จึงให้คนขับรถของหล่อน มารับไปกิจนิมนต์ด้วยเลยทุกวัน ซึ่งรถที่มารับ เป็นรถตู้ สีขาว ติดฟิล์มดำสนิท มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ไม่สามารถมองเห็น และได้ยินห้องโดยสารได้
ในชั้นแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจ้งท่านว่ารถคันนี้ไม่เหมาะสม จึงให้ ผช ในวัดติดตามไปด้วย 1 คน แล้วมารู้ทีหลังว่า โดน ผญ สั่งให้ไปนั่งกับคนขับรถ บางครั้งไปนั่งด้านหน้า 3 คน รวมคนขับเป็น 4 คน ตอนลงรถ เราคิดว่ามากันหลายคน มาทราบภายหลังว่าทุกคนโดน ผญ สั่งให้ไปด้านหน้าทั้งหมด

พระอาจารย์ฯ มีกิจนิมนต์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 พฤษภาคม (ผญ ไม่ได้ไป)
ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ผญ คนนี้ก็มารับพระอาจารย์ฯ ที่มูลนิธิฯ ไปทำ chelation ทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมต้องไปทุกวัน ผญ ตอบว่ามีการทำ stem cell ร่วมด้วยจึงต้องไปทุกวัน และโดยปกติพระอาจารย์ฯ จะต้องมีการตรวจสุขภาพที่ รพ วิชัยยุทธ แต่ท่านปฏิเสธการตรวจสุขภาพทั้งหมด
เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นสิ่งผิดปกติ ของ ผญ คนนี้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พอมาคิดย้อนหลังจึงพบว่า พระอาจารย์ฯ ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป นั่งเหม่อ เก็บตัว มีอาการโมโห โกรธ บางครั้ง ซึ่งท่านไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของ ผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
เราก็สงสัยว่า ครอบครัว ผญ รู้ได้อย่างไร จึงสอบถามไปที่ครอบครัวของหล่อน และได้คำตอบว่าพวกเขากลุ้มใจกันมาก แต่ไม่กล้าแจ้งทางมูลนิธิฯ ว่าหล่อนมาขอร้องให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า ไปประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้ความจริง
การติดตามของเราที่จะให้ได้พบตัวท่าน เพียงเพื่อจะได้เห็นกับตาว่าท่านสึกแล้ว จริงหรือไม่ และจากกล้อง CCTV เราจึงบอกกับทางมูลนิธิฯ ว่า สึกจริงแล้ว เรายืนยันได้ และเราก็ปรึกษากัน ตัดสินใจไปดักรอพบท่านที่สุวรรณภูมิ เพราะได้รับแจ้งจากวัดป่านานาชาติ จากแหล่งข้อมูลเดิม ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศ ไปฮ่องกง เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งผมตรวจสอบแล้วว่ามี สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ เช้าที่สุดคือเวลา ตี2:15 เราจึงไปถึงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน และเราก็ได้พบกับท่าน
เราได้เข้าไปคุยกับท่าน ถามถึงเหตุผลที่สึก ท่านตอบว่า เป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ศาสนา และเราก็ขอให้ท่าน อยู่ที่มูลนิธิฯ ต่อซัก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ ท่านปฏิเสธ และเราถามอีกว่า ท่านสึกแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิง ท่านตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย
สิ่งผิดปกติที่เราสังเกตุเห็นคือมือของท่านทั้งสองข้าง คล้ำแบบดำเขียว เหมือนกับช้ำมาก เฉพาะที่มือทั้งหน้ามือและหลังมือ เราจึงถามท่านว่า ทำไมมือของท่านดำมาก ท่านไม่สบายหรือเปล่า ท่านเก็บมือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วบอกว่าสบายดี ไม่เป็นอะไร แต่เราไม่ยอม จึงขอให้ท่านเอามือออกมาเทียบกับมือของผม ก็พบว่ามือของท่านผิดปกติ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่า สบายดี
ในระหว่างที่ถาม ท่านแสดงอาการไม่พอใจ ที่มาพบท่าน และพูดไล่เรากลับไป ซึ่งอาการเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ดูเหมือน เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

วันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป
เห็นท่าเดินที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นท่าเดินที่ลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง โดยปกติท่านจะเป็นคนที่เดินแบบยกเท้าพ้นพื้น แล้วจรดเท้าลงแบบเดินจงกรม
เห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอย
เป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไป
คืนนั้น เรากลับมาหาข้อมูล ผญ คนนี้ต่อ พบว่า ใน website เขียนถึงหล่อนว่า แต่งงานมาแล้ว และหย่ามาแล้วหลายครั้ง มีหนี้สินมากกว่าพันห้าร้อยล้าน มีคดีที่ต้องขึ้นศาลตลอดเวลา ค่าเช่าคลีนิคไม่จ่ายมาแล้ว 3 เดือน ใน web มีคนเขียนว่า ไม่จ่ายค่ายา ไม่จ่ายค่าหมอ และเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ทำไว้ เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายชื่อ เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเล่น
และต่อมา เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องสเน็ปยาเข้าไปที่ข้อมือมากกว่าปกติ มือจึงดำ ประกอบกับอาการเหม่อลอย และเดินลากขา เป็นเพราะยากล่อมประสาท เช่น dormicum
จากการปล่อยข่าวของ ผญ ทั้งรูป และวิดีโอ สร้างภาพให้เป็น สึกด้วยความรักหล่อน
ทำให้ สงสัยว่าด้วยเวลา ปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วย
ความรู้สึกของผมจากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง และการติดตามใน 3 วันนั้น ทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร
และ ผญ คนนี้ จงใจกระทำทุกอย่าง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่าน
และผมตัดสินใจในวันนี้ว่า จะต้องเล่าสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ศรัทธาท่านและระลึกถึงบุญคุณที่ท่านทำไว้ให้กับชาวไทยอย่างล้นเหลือ
ผมมีคำถาม ใครช่วยตอบผมที
ผญ ที่สร้างภาพ ดี รวย สวย เก่ง และมีความรักที่สวยงาม คนนี้ ยักยอกเงินทำบุญ จากญาติโยม ที่นิมนต์เทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร เพียง 30,000.- บาท เพราะเหตุผลอะไร
จบครับ
ลิงจ๋อ

ช่วยเขาแปะ
จริงๆผู้ที่ช่วยเหลือ ผญ คนนั้นน่าจะทราบเรื่องดีบ้าง ไม่มากก็น้อย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แนะนำว่า มาช่วยกันเปิดเผยก็ไม่เสียหาย ถึงเรื่องมันเกิดไปแล้ว แต่อย่างที่เคยพูดไป ว่า นี่มันใหญ่ยิ่งกว่าการที่ท่านสึกอีก เพราะมันเป็นอาชญากรรมผิดกฎหมายเลยนะ
จะนามแฝงหรือไรก็ได้ แต่ช่วยไม่ได้คนร้ายลอยนวลกันเถอะ
ตามนั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 351 +9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อกาลิโก แปลว่า ไม่ประกอบด้วยกาลเรื่องจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ....ยังอ่านไม่จบ...เป็นข้อมูลทีน่าลองอ่านดู...

ตอนหนึ่ง....Kittinan Anuphan5 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok
พระเป็นเพียงภาชนะพระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้พระธรรม และทรงบวชพระสงฆ์ เพื่อมอบให้พระสงฆ์เป็นผู้นำส่งพระธรรม ให้กับพุทธศาสนิกชนพระจึงเป็นเพียงภาชนะ บางครั้งภาชนะก็เก่าผุพัง แตกร้าว รั่วซึม ใช้งานไม่ได้ แต่พระธรรมในภาชนะนั้น ก็ยังคงเป็นพระธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าประสงค์เผยแผ่กับพุทธศาสนิกชนเช่มเดิม ไม่ว่าจะเปลี่ยนภาชนะไปกี่ครั้งกี่คราก็ตาม

ผมบวช และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสุนันทวนาราม ในปี 2543 เป็นเวลา 2 เดือน ได้มีโอกาสติดตามพระอาจารย์มิตซูโอะ ทุกวัน ทุกสถานที่ ตลอดเวลาที่บวช ผมได้รับคำสอนจากท่านมากมาย ไม่ว่าจากการสอนปฏิบัติธรรม หรือจากการปฏิบัติตัวของพระอาจารย์ฯ ทำให้ผมศรัทธาและยินดีรับใช้ท่านมาถึงทุกวันนี้มาเข้าเรื่องกันเลยละกันเรื่องเดียวกัน รู้ลึกไม่เท่ากัน ความจริงก็จะไม่เหมือนกัน และนี่คือสิ่งที่ผมรู้ลึก

วันที่ 8 เวลา13:00 ผมนิมนต์ท่านไปเทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร และได้นัดหมายเป็นที่เรียบร้อย เช้าวันนั้น ผมโทรฯถามพี่ที่มูลนิธิฯ ว่าผมต้องไปรับท่านจากที่ไหน จึงได้ทราบว่ามี ผู้หญิงคนหนึ่งรับส่งท่านเช้าไปที่เมืองทองธานีแล้วจึงจะไปที่วัดเบญจมบพิตรช่วงบ่าย และจะต้องไปที่วัดยานนาวา และคืนนั้นต้องเดินทางไปสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ผมจึงรู้ว่าไม่ต้องไปรับท่านเองแต่ต้องโทรฯประสานงานกับ ผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อแอน ผมจึงโทรฯไปนัดเวลา สถานที่เป็นที่เรียบร้อย เมื่อท่านไปถึงวัดเบญฯ ผมดันติดงานไปไม่ได้จึงฝากภรรยาของผมดูแลแทน

หลังจากเทศน์เสร็จเจ้าภาพรวบรวมเงินทำบุญได้ 30,000 บาทใส่ซองขาวมอบให้ผู้หญิงคนนี้ไปจากนั้นท่านก็เดินทางไปวัดยานนาวา ผมจึงไม่ได้พบท่านในวันนั้น จากนั้นเวลา 18:00 ผมได้รับโทรศัพท์จากมูลนิธิฯ ว่ามีข่าวว่าท่านจะสึกในวันอาทิตย์ ผมจึงเดินทางไปสนามบินเพื่อดักท่านไม่ให้ท่านสึก โดยพยายามติดต่อหล่อน แต่ก็ไม่รับสาย จึงโทรฯหาคนขับรถก็พบว่าไม่มีสัญญาณ ไม่สามารถติดต่อได้เลย จนกระทั่ง 20:30 ท่านไม่มาcheck in เราจึงมั่นใจว่าท่านหายตัวไปแน่นอน

จากการสืบถาม ผมได้ที่อยู่ของ clinic และ condo ผมจึงเดินทางไปทองหล่อ ซอย 4 ไปที่clinic ของผญ พบว่าปิด ไม่สามารถเข้าไปสำนักงานได้ จึงเดินทางไปที่ condo ของผญ ผมไปถึงเวลา22:30 พบว่าคนขับรถเป็นคนละคนกับคนเดิมจึงทราบว่ามีการสับเปลี่ยนคนขับรถ โดยไปจ้างคนขับรถ Taxi มาขับแทน เพื่อที่ผมจะได้ติดต่อคนขับรถไม่ได้ จึงรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์นี้ ถูกวางแผนมาอย่างดี เราไม่ได้เจอกับคนธรรมดาแน่นอน

ตอนสอง...Kittinan Anuphan2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok....
เมื่อถึง condo พบคนขับรถ เขาไม่รู้เรื่องอะไรที่เกิดขึ้น เราจึงได้คุยกับคนขับรถซึ่งกำลังรอรับค่าจ้างอยู่ที่ lobby ได้ความว่าหลังจากออกจากวัดยานนาวา ท่านสั่งให้ไปวัดชนะสงคราม ท่านและผญ ลงที่วัดชนะสงคราม และกลับขึ้นมาโดยแต่งตัวเป็นเสื้อขาวกางเกงเล ใส่หมวกไหมพรม พร้อมพระอีกรูป จากนั้นก็สั่งให้ขับรถไปส่งพระอีกรูปที่ central แจ้งวัฒนะ และกลับมาถึงcondo

เวลาประมาณ 22:00 และทั้ง2 ได้ขึ้นcondo ไปแล้ว24:00 เราพยายามติดต่อขึ้นไปที่ห้อง แต่ไม่รับสาย และไม่ยอมลงมา แต่สั่งให้ยามมาไล่เราออกไปจากอาคาร ไม่งั้นจะเรียกตำรวจมาจับเรา เราจึงออกจากอาคารไป และขับรถตามคนขับรถไปจึงพบว่า ผญสั่งให้รถหลอกเราออกมา มาทราบทีหลังว่า ผญพาท่านออกจาก condo เวลา 1:00 เรากลับมาค้นข้อมูลทาง internetจึงพบประวัติการทำธุรกิจ หนี้มากมายมหาศาล เธอเปลี่ยนชื่อหลายครั้งมากแม้กระทั่งชื่อเล่นจาก อ้อย เป็นแอน และผมไม่เคยเห็น ผญคนนี้ที่วัดมาก่อนนี่คือวิถีของท่านและของวัด วัดไม่เคยมีกฏเข้มงวด วัดไม่เคยกีดกั้นคนที่จะเข้าพบท่าน ทุกคนสามารถเข้าถึงตัวท่านได้ง่ายๆทุกเวลา ท่านใจดีไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ใครจะถวายอะไรทานก็รับ ใครจะถวายยาอะไรท่านก็ทาน ใครถวายยาอะไรขอให้ท่านเดินทางไปไหน รักษาที่ไหนอย่างไรท่านก็ไป ไม่เคยขัด ใครจะมาขอรับส่งท่านท่านก็เมตตาอนุญาติโดยไม่มีเงื่อนไข

เช้าวันรุ่งขึ้น6:00 ผมไปวัดชนะสงคราม จับความได้ว่ามีพระท่านหนึ่งที่น่าจะรู้จักกับท่าน เคยเทศน์ด้วยกันที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ได้เดินทางออกจากวัดไป ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบแต่เช้านี้ไม่อยู่ที่วัดแน่ๆ เราจึงกลับไปที่ condo เพื่อไปดักรอเพื่อจะได้เห็นว่าท่านสึกหรือยังผมได้ทราบว่าผญ ทำการยักยอกเงินทำบุญจากวัดเบญฯไว้ โดยไม่ได้นำไปมอบให้มูลนิธิ จึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อขอเข้าดู CCTV เป็นการพิสูจน์ว่า ผญ คนนี้อาศัยอยู่ในcondo นี้จริง ทางตำรวจให้ความร่วมมือที่ดีมากทำให้เราสามารถดูกล้องใน lift และสิ่งที่ผมเห็นพิสูจน์ได้ว่าท่านสึกจริงแล้ว และไม่ได้อาศัยอยู่ใน condo นี้แล้ว

เราจึงกลับออกมาหลังจากนั้นผมกลับไปผมได้หาข้อมูลของ ผญ คนนี้เพิ่มได้อีกจากที่ผมสืบถามจากทุกคนในวัดและมูลนิธิฯ จึงพบว่า ผญเริ่มเข้ามาวัดเมื่อประมาณเดือนเมษายนปีนี้ โดยเข้ามาแล้วพยายามติดตามพระรูปหนึ่งในวัด ตามจนคนในวัดเห็นพฤติกรรม แต่ไม่มีใครคิดจะไล่ ผญ คนนี้ออกจากวัด ต่อมาก็มาติดตามโยมคนหนึ่งที่มาปฏิบัติธรรม โยมคนนั้นเล่าว่า เขาโทรฯ ตามให้มานั่งปฏิบัติธรรม ติดกัน โดยจองที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และชวนเขาไปทำศัลยกรรมที่ clinic ที่ ผญ เป็นเจ้าของอยู่ แต่เนื่องจากโยมคนนี้ เห็นอาการของ ผญ แล้วตัดสินด้วยความรู้สึกของผู้ชาย ว่าแม้เพียงครั้งเดียว ถ้าไปกับ ผญ คนนี้ ก็มั่นใจว่า ไม่เป็นผลที่ดีแน่ๆ จึงไม่ไปจากการไล่จับ ผช 2 คนในวัด ไม่สำเร็จ สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น

ตอนสาม......Kittinan Anuphan2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok...
มีโยมที่วัดบอกว่า ผญ คนนี้วันวันเอาแต่นั่งจ้องพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นชั่วโมงชั่วโมง ใครเข้าไปกราบท่าน หล่อนก็ไม่ถอยออกมา นั่งจ้องอยู่เช่นนั้น และต่อมา ผญ ก็เสนอให้การรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำ chelation โดยต้องไปทำที่ clinic ทองหล่อ ซอย 4 อาทิตย์ละ 1 ครั้ง 2ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย แต่ตัว ผญ ไม่ได้ไป และหลังจากนั้นก็เพิ่มเป็นทุก 2 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดตามไปด้วย และผญ เสนอว่า เนื่องจากต้องไป clinic บ่อยอยู่แล้ว จึงให้คนขับรถของหล่อน มารับไปกิจนิมนต์ด้วยเลยทุกวัน ซึ่งรถที่มารับ เป็นรถตู้ สีขาว ติดฟิล์มดำสนิท มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ไม่สามารถมองเห็น และได้ยินห้องโดยสารได้ในชั้นแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจ้งท่านว่ารถคันนี้ไม่เหมาะสม จึงให้ ผช ในวัดติดตามไปด้วย 1 คน แล้วมารู้ทีหลังว่า โดน ผญ สั่งให้ไปนั่งกับคนขับรถ บางครั้งไปนั่งด้านหน้า 3 คน รวมคนขับเป็น 4 คน ตอนลงรถ เราคิดว่ามากันหลายคน มาทราบภายหลังว่าทุกคนโดน ผญ สั่งให้ไปด้านหน้าทั้งหมด

พระอาจารย์ฯ มีกิจนิมนต์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 พฤษภาคม (ผญ ไม่ได้ไป)ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ผญ คนนี้ก็มารับพระอาจารย์ฯ ที่มูลนิธิฯ ไปทำ chelation ทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมต้องไปทุกวัน ผญ ตอบว่ามีการทำ stem cell ร่วมด้วยจึงต้องไปทุกวัน และโดยปกติพระอาจารย์ฯ จะต้องมีการตรวจสุขภาพที่ รพ วิชัยยุทธ แต่ท่านปฏิเสธการตรวจสุขภาพทั้งหมด เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นสิ่งผิดปกติ ของ ผญ คนนี้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พอมาคิดย้อนหลังจึงพบว่า พระอาจารย์ฯ ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป นั่งเหม่อ เก็บตัว มีอาการโมโห โกรธ บางครั้ง ซึ่งท่านไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ

จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็สงสัยว่า ครอบครัว ผญ รู้ได้อย่างไร จึงสอบถามไปที่ครอบครัวของหล่อน และได้คำตอบว่าพวกเขากลุ้มใจกันมาก แต่ไม่กล้าแจ้งทางมูลนิธิฯ ว่าหล่อนมาขอร้องให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า ไปประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้ความจริงการติดตามของเราที่จะให้ได้พบตัวท่าน เพียงเพื่อจะได้เห็นกับตาว่าท่านสึกแล้ว จริงหรือไม่ และจากกล้อง CCTV เราจึงบอกกับทางมูลนิธิฯ ว่า สึกจริงแล้ว เรายืนยันได้ และเราก็ปรึกษากัน ตัดสินใจไปดักรอพบท่านที่สุวรรณภูมิ เพราะได้รับแจ้งจากวัดป่านานาชาติ จากแหล่งข้อมูลเดิม ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศ ไปฮ่องกง เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งผมตรวจสอบแล้วว่ามี สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ เช้าที่สุดคือเวลา ตี2:15 เราจึงไปถึงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน

และเราก็ได้พบกับท่านเราได้เข้าไปคุยกับท่าน ถามถึงเหตุผลที่สึก ท่านตอบว่า เป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ศาสนา และเราก็ขอให้ท่าน อยู่ที่มูลนิธิฯ ต่อซัก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ ท่านปฏิเสธ และเราถามอีกว่า ท่านสึกแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิง ท่านตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย สิ่งผิดปกติที่เราสังเกตุเห็นคือมือของท่านทั้งสองข้าง คล้ำแบบดำเขียว เหมือนกับช้ำมาก เฉพาะที่มือทั้งหน้ามือและหลังมือ เราจึงถามท่านว่า ทำไมมือของท่านดำมาก ท่านไม่สบายหรือเปล่า ท่านเก็บมือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วบอกว่าสบายดี ไม่เป็นอะไร แต่เราไม่ยอม จึงขอให้ท่านเอามือออกมาเทียบกับมือของผม ก็พบว่ามือของท่านผิดปกติ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่า สบายดีในระหว่างที่ถาม ท่านแสดงอาการไม่พอใจ ที่มาพบท่าน และพูดไล่เรากลับไป ซึ่งอาการเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ดูเหมือน เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

วันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป เห็นท่าเดินที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นท่าเดินที่ลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง โดยปกติท่านจะเป็นคนที่เดินแบบยกเท้าพ้นพื้น แล้วจรดเท้าลงแบบเดินจงกรมเห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอยเป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไปคืนนั้น

เรากลับมาหาข้อมูล ผญ คนนี้ต่อ พบว่า ใน website เขียนถึงหล่อนว่า แต่งงานมาแล้ว และหย่ามาแล้วหลายครั้ง มีหนี้สินมากกว่าพันห้าร้อยล้าน มีคดีที่ต้องขึ้นศาลตลอดเวลา ค่าเช่าคลีนิคไม่จ่ายมาแล้ว 3 เดือน ใน web มีคนเขียนว่า ไม่จ่ายค่ายา ไม่จ่ายค่าหมอ และเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ทำไว้ เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายชื่อ เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเล่นและต่อมา เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องสเน็ปยาเข้าไปที่ข้อมือมากกว่าปกติ มือจึงดำ ประกอบกับอาการเหม่อลอย และเดินลากขา เป็นเพราะยากล่อมประสาท เช่น dormicum

จากการปล่อยข่าวของ ผญ ทั้งรูป และวิดีโอ สร้างภาพให้เป็น สึกด้วยความรักหล่อน ทำให้ สงสัยว่าด้วยเวลา ปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วย

ความรู้สึกของผมจากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง และการติดตามใน 3 วันนั้น ทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร และ ผญ คนนี้ จงใจกระทำทุกอย่าง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่านและผมตัดสินใจในวันนี้ว่า จะต้องเล่าสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ศรัทธาท่านและระลึกถึงบุญคุณที่ท่านทำไว้ให้กับชาวไทยอย่างล้นเหลือ ผมมีคำถาม ใครช่วยตอบผมทีผญ ที่สร้างภาพ ดี รวย สวย เก่ง และมีความรักที่สวยงาม คนนี้ ยักยอกเงินทำบุญ จากญาติโยม ที่นิมนต์เทศน์ที่วัดเบญจมบพิตรเพียง 30,000.- บาท เพราะเหตุผลอะไร จบครับ
copy เขามา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 335 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หนี่ง ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา มีประวัติในเรื่องการใช้เงินๆทองๆไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสามีเก่าที่แทบจะหมดตัว ถ้าไม่ใช่คนรวยหล่อนไม่มีทางเข้าหาเด็ดขาด

สอง พระดีจริงๆจะรักษาเพศพรหมจรรย์ ไม่เอาเรื่องคู่บารมีมาเป็นเครื่องผูกมัดตัวเอง ไม่แม้แต่คิด และที่สำคัญคือ มีหิริโอตตัปปะเป็นที่ตั้ง แค่คิดก็ผิดศีลแล้ว ไม่เชื่อว่าท่านจะไม่ได้สานสัมพันธ์กันขณะที่อยู่ในสมณะเพศ เพียงแต่ยังเป็นที่สงสัยว่า ท่านได้มีอะไรกับสีกาคนนี้ในขณะที่เป็นพระอยู่หรือไม่ หรือตรงๆคือ ท่านต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่

สาม พฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลคือ รีบสึกโดยยังไม่รู้ว่าใครสึกให้หรือว่าไปถอดผ้าเหลืองออกเอง ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายไม่ควรทำอย่างนี้

สี่ การแสดงออกอย่างเปิดเผยของฝ่ายหญิง โดยการโพสรูปคู่หลังจากที่ท่านสึกมาได้ไม่นาน ไม่มีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้น แสดงว่าไม่ได้ตระหนักเลยว่ามันเป็นการสร้างความเสื่อมศรัทธาแก่คนที่เห็น เมื่อหลังสึกท่านเองที่ออกมาให้ข่าวว่าจะทำสำนักวิปัสสนา อันนี้หลายคนโล่งใจและยอมรับ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันกลับกลายเป็นเรื่องผู้หญิง

เหตุผลทั้งสี่ข้อ ทำให้เชื่อมโยงได้ว่า พฤติกรรมของทั้งคู่ไม่ชอบมาพากล เดิมผู้หญฺงคนนี้จะจับผู้ชายที่มีฐานะเท่านั้น มันทำให้คิดอีกมุมได้ว่าอดีตพระคนนี้ได้มีการผ่องถ่ายเงินบริจาคไปเก็บไว้ใช้ส่วนตัวหรือเปล่า ผมค่อนข้างเห็นต่างจากคุณสนธิในเรื่องนี้ ผมเชื่อในธรรมะของพระพุทธเจ้า แต่คำสั่งสอนที่ออกจากปากพระที่ทุศีลมันเหม็นขี้ฟัน จะการันตีว่าคนที่พูดเป็นคนดีไม่ได้ ที่ผ่านมาผมเห็นคุณสนธิเคยการันตีความดีของบางคนมาแล้วสุดท้ายกลายเป็นคนชั่วก็เยอะอย่างทักษิณเป็นต้น เรื่องอย่างนี้ควันมันยังไม่จางอย่าสรุปว่ามันไม่มีไฟครับ
นกอิสระ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 334 +28 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าลบเราแปะ คิกกๆๆเจี๊ยกๆๆ
...........................................................

มีโยมที่วัดบอกว่า ผญ คนนี้วันวันเอาแต่นั่งจ้องพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นชั่วโมงชั่วโมง ใครเข้าไปกราบท่าน หล่อนก็ไม่ถอยออกมา นั่งจ้องอยู่เช่นนั้น และต่อมา ผญ ก็เสนอให้การรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำ chelation โดยต้องไปทำที่ clinic ทองหล่อ ซอย 4 อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
2ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย แต่ตัว ผญ ไม่ได้ไป และหลังจากนั้นก็เพิ่มเป็นทุก 2 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดตามไปด้วย และผญ เสนอว่า เนื่องจากต้องไป clinic บ่อยอยู่แล้ว จึงให้คนขับรถของหล่อน มารับไปกิจนิมนต์ด้วยเลยทุกวัน ซึ่งรถที่มารับ เป็นรถตู้ สีขาว ติดฟิล์มดำสนิท มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ไม่สามารถมองเห็น และได้ยินห้องโดยสารได้
ในชั้นแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจ้งท่านว่ารถคันนี้ไม่เหมาะสม จึงให้ ผช ในวัดติดตามไปด้วย 1 คน แล้วมารู้ทีหลังว่า โดน ผญ สั่งให้ไปนั่งกับคนขับรถ บางครั้งไปนั่งด้านหน้า 3 คน รวมคนขับเป็น 4 คน ตอนลงรถ เราคิดว่ามากันหลายคน มาทราบภายหลังว่าทุกคนโดน ผญ สั่งให้ไปด้านหน้าทั้งหมด

พระอาจารย์ฯ มีกิจนิมนต์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 พฤษภาคม (ผญ ไม่ได้ไป)
ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ผญ คนนี้ก็มารับพระอาจารย์ฯ ที่มูลนิธิฯ ไปทำ chelation ทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมต้องไปทุกวัน ผญ ตอบว่ามีการทำ stem cell ร่วมด้วยจึงต้องไปทุกวัน และโดยปกติพระอาจารย์ฯ จะต้องมีการตรวจสุขภาพที่ รพ วิชัยยุทธ แต่ท่านปฏิเสธการตรวจสุขภาพทั้งหมด
เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นสิ่งผิดปกติ ของ ผญ คนนี้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พอมาคิดย้อนหลังจึงพบว่า พระอาจารย์ฯ ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป นั่งเหม่อ เก็บตัว มีอาการโมโห โกรธ บางครั้ง ซึ่งท่านไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของ ผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
เราก็สงสัยว่า ครอบครัว ผญ รู้ได้อย่างไร จึงสอบถามไปที่ครอบครัวของหล่อน และได้คำตอบว่าพวกเขากลุ้มใจกันมาก แต่ไม่กล้าแจ้งทางมูลนิธิฯ ว่าหล่อนมาขอร้องให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า ไปประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้ความจริง
การติดตามของเราที่จะให้ได้พบตัวท่าน เพียงเพื่อจะได้เห็นกับตาว่าท่านสึกแล้ว จริงหรือไม่ และจากกล้อง CCTV เราจึงบอกกับทางมูลนิธิฯ ว่า สึกจริงแล้ว เรายืนยันได้ และเราก็ปรึกษากัน ตัดสินใจไปดักรอพบท่านที่สุวรรณภูมิ เพราะได้รับแจ้งจากวัดป่านานาชาติ จากแหล่งข้อมูลเดิม ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศ ไปฮ่องกง เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งผมตรวจสอบแล้วว่ามี สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ เช้าที่สุดคือเวลา ตี2:15 เราจึงไปถึงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน และเราก็ได้พบกับท่าน
เราได้เข้าไปคุยกับท่าน ถามถึงเหตุผลที่สึก ท่านตอบว่า เป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ศาสนา และเราก็ขอให้ท่าน อยู่ที่มูลนิธิฯ ต่อซัก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ ท่านปฏิเสธ และเราถามอีกว่า ท่านสึกแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิง ท่านตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย
สิ่งผิดปกติที่เราสังเกตุเห็นคือมือของท่านทั้งสองข้าง คล้ำแบบดำเขียว เหมือนกับช้ำมาก เฉพาะที่มือทั้งหน้ามือและหลังมือ เราจึงถามท่านว่า ทำไมมือของท่านดำมาก ท่านไม่สบายหรือเปล่า ท่านเก็บมือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วบอกว่าสบายดี ไม่เป็นอะไร แต่เราไม่ยอม จึงขอให้ท่านเอามือออกมาเทียบกับมือของผม ก็พบว่ามือของท่านผิดปกติ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่า สบายดี
ในระหว่างที่ถาม ท่านแสดงอาการไม่พอใจ ที่มาพบท่าน และพูดไล่เรากลับไป ซึ่งอาการเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ดูเหมือน เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

วันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป
เห็นท่าเดินที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นท่าเดินที่ลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง โดยปกติท่านจะเป็นคนที่เดินแบบยกเท้าพ้นพื้น แล้วจรดเท้าลงแบบเดินจงกรม
เห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอย
เป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไป
คืนนั้น เรากลับมาหาข้อมูล ผญ คนนี้ต่อ พบว่า ใน website เขียนถึงหล่อนว่า แต่งงานมาแล้ว และหย่ามาแล้วหลายครั้ง มีหนี้สินมากกว่าพันห้าร้อยล้าน มีคดีที่ต้องขึ้นศาลตลอดเวลา ค่าเช่าคลีนิคไม่จ่ายมาแล้ว 3 เดือน ใน web มีคนเขียนว่า ไม่จ่ายค่ายา ไม่จ่ายค่าหมอ และเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ทำไว้ เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายชื่อ เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเล่น
และต่อมา เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องสเน็ปยาเข้าไปที่ข้อมือมากกว่าปกติ มือจึงดำ ประกอบกับอาการเหม่อลอย และเดินลากขา เป็นเพราะยากล่อมประสาท เช่น dormicum
จากการปล่อยข่าวของ ผญ ทั้งรูป และวิดีโอ สร้างภาพให้เป็น สึกด้วยความรักหล่อน
ทำให้ สงสัยว่าด้วยเวลา ปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วย
ความรู้สึกของผมจากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง และการติดตามใน 3 วันนั้น ทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร
และ ผญ คนนี้ จงใจกระทำทุกอย่าง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่าน
และผมตัดสินใจในวันนี้ว่า จะต้องเล่าสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ศรัทธาท่านและระลึกถึงบุญคุณที่ท่านทำไว้ให้กับชาวไทยอย่างล้นเหลือ
ผมมีคำถาม ใครช่วยตอบผมที
ผญ ที่สร้างภาพ ดี รวย สวย เก่ง และมีความรักที่สวยงาม คนนี้ ยักยอกเงินทำบุญ จากญาติโยม ที่นิมนต์เทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร เพียง 30,000.- บาท เพราะเหตุผลอะไร
จบครับ
ลิงจ๋อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 328 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นโรค "จิตเภท" นะ น่ากลัวอ่ะ

สงสารท่านจริงๆ พระดีๆ อย่างท่านไม่น่าต้องมาติดบ่วงคนแบบนี้เลย
ไม่น่าเลย :(
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 327 +25 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ....ยังอ่านไม่จบ...เป็นข้อมูลทีน่าลองอ่านดู...

ตอนหนึ่ง....
Kit 5 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok

พระเป็นเพียงภาชนะ
พระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้พระธรรม และทรงบวชพระสงฆ์ เพื่อมอบให้พระสงฆ์เป็นผู้นำส่งพระธรรม ให้กับพุทธศาสนิกชน
พระจึงเป็นเพียงภาชนะ บางครั้งภาชนะก็เก่าผุพัง แตกร้าว รั่วซึม ใช้งานไม่ได้
แต่พระธรรมในภาชนะนั้น ก็ยังคงเป็นพระธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าประสงค์เผยแผ่กับพุทธศาสนิกชนเช่มเดิม ไม่ว่าจะเปลี่ยนภาชนะไปกี่ครั้งกี่คราก็ตาม
ผมบวช และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสุนันทวนาราม ในปี 2543 เป็นเวลา 2 เดือน ได้มีโอกาสติดตามพระอาจารย์มิตซูโอะ ทุกวัน ทุกสถานที่ ตลอดเวลาที่บวช ผมได้รับคำสอนจากท่านมากมาย ไม่ว่าจากการสอนปฏิบัติธรรม หรือจากการปฏิบัติตัวของพระอาจารย์ฯ ทำให้ผมศรัทธาและยินดีรับใช้ท่านมาถึงทุกวันนี้
มาเข้าเรื่องกันเลยละกัน
เรื่องเดียวกัน รู้ลึกไม่เท่ากัน ความจริงก็จะไม่เหมือนกัน และนี่คือสิ่งที่ผมรู้ลึก
วันที่ 8 เวลา13:00 ผมนิมนต์ท่านไปเทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร และได้นัดหมายเป็นที่เรียบร้อย
เช้าวันนั้น ผมโทรฯถามพี่ที่มูลนิธิฯ ว่าผมต้องไปรับท่านจากที่ไหน จึงได้ทราบว่ามี ผู้หญิงคนหนึ่งรับส่งท่านเช้าไปที่เมืองทองธานี แล้วจึงจะไปที่วัดเบญจมบพิตรช่วงบ่าย และจะต้องไปที่วัดยานนาวา และคืนนั้นต้องเดินทางไปสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่
ผมจึงรู้ว่าไม่ต้องไปรับท่านเองแต่ต้องโทรฯประสานงานกับ ผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อแอน ผมจึงโทรฯไปนัดเวลา สถานที่เป็นที่เรียบร้อย เมื่อท่านไปถึงวัดเบญฯ ผมดันติดงานไปไม่ได้จึงฝากภรรยาของผมดูแลแทน หลังจากเทศน์เสร็จเจ้าภาพรวบรวมเงินทำบุญได้ 30,000 บาทใส่ซองขาวมอบให้ผู้หญิงคนนี้ไป
จากนั้นท่านก็เดินทางไปวัดยานนาวา ผมจึงไม่ได้พบท่านในวันนั้น จากนั้นเวลา 18:00 ผมได้รับโทรศัพท์จากมูลนิธิฯ ว่ามีข่าวว่าท่านจะสึกในวันอาทิตย์ ผมจึงเดินทางไปสนามบินเพื่อดักท่านไม่ให้ท่านสึก โดยพยายามติดต่อหล่อน แต่ก็ไม่รับสาย จึงโทรฯหาคนขับรถก็พบว่าไม่มีสัญญาณ ไม่สามารถติดต่อได้เลย จนกระทั่ง 20:30 ท่านไม่มาcheck in เราจึงมั่นใจว่าท่านหายตัวไปแน่นอน
จากการสืบถาม ผมได้ที่อยู่ของ clinic และ condo ผมจึงเดินทางไปทองหล่อ ซอย 4 ไปที่clinic ของผญ พบว่าปิด ไม่สามารถเข้าไปสำนักงานได้ จึงเดินทางไปที่ condo ของผญ ผมไปถึงเวลา22:30 พบว่าคนขับรถเป็นคนละคนกับคนเดิมจึงทราบว่ามีการสับเปลี่ยนคนขับรถ โดยไปจ้างคนขับรถ Taxi มาขับแทน เพื่อที่ผมจะได้ติดต่อคนขับรถไม่ได้ จึงรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์นี้ ถูกวางแผนมาอย่างดี เราไม่ได้เจอกับคนธรรมดาแน่นอน

ตอนสอง...Kit
2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok
....เมื่อถึง condo พบคนขับรถ เขาไม่รู้เรื่องอะไรที่เกิดขึ้น เราจึงได้คุยกับคนขับรถซึ่งกำลังรอรับค่าจ้างอยู่ที่ lobby ได้ความว่าหลังจากออกจากวัดยานนาวา ท่านสั่งให้ไปวัดชนะสงคราม ท่านและผญ ลงที่วัดชนะสงคราม และกลับขึ้นมาโดยแต่งตัวเป็นเสื้อขาวกางเกงเล ใส่หมวกไหมพรม พร้อมพระอีกรูป จากนั้นก็สั่งให้ขับรถไปส่งพระอีกรูปที่ central แจ้งวัฒนะ และกลับมาถึงcondo เวลาประมาณ 22:00 และทั้ง2 ได้ขึ้นcondo ไปแล้ว
24:00 เราพยายามติดต่อขึ้นไปที่ห้อง แต่ไม่รับสาย และไม่ยอมลงมา แต่สั่งให้ยามมาไล่เราออกไปจากอาคาร ไม่งั้นจะเรียกตำรวจมาจับเรา เราจึงออกจากอาคารไป และขับรถตามคนขับรถไปจึงพบว่า ผญสั่งให้รถหลอกเราออกมา มาทราบทีหลังว่า ผญพาท่านออกจาก condo เวลา 1:00
เรากลับมาค้นข้อมูลทาง internetจึงพบประวัติการทำธุรกิจ หนี้มากมายมหาศาล เธอเปลี่ยนชื่อหลายครั้งมากแม้กระทั่งชื่อเล่นจาก อ้อย เป็นแอน และผมไม่เคยเห็น ผญคนนี้ที่วัดมาก่อน
นี่คือวิถีของท่านและของวัด วัดไม่เคยมีกฏเข้มงวด วัดไม่เคยกีดกั้นคนที่จะเข้าพบท่าน ทุกคนสามารถเข้าถึงตัวท่านได้ง่ายๆทุกเวลา ท่านใจดีไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ใครจะถวายอะไรทานก็รับ ใครจะถวายยาอะไรท่านก็ทาน ใครถวายยาอะไรขอให้ท่านเดินทางไปไหน รักษาที่ไหนอย่างไรท่านก็ไป ไม่เคยขัด ใครจะมาขอรับส่งท่านท่านก็เมตตาอนุญาติโดยไม่มีเงื่อนไข
เช้าวันรุ่งขึ้น6:00 ผมไปวัดชนะสงคราม จับความได้ว่ามีพระท่านหนึ่งที่น่าจะรู้จักกับท่าน เคยเทศน์ด้วยกันที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ได้เดินทางออกจากวัดไป ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบแต่เช้านี้ไม่อยู่ที่วัดแน่ๆ เราจึงกลับไปที่ condo เพื่อไปดักรอเพื่อจะได้เห็นว่าท่านสึกหรือยัง
ผมได้ทราบว่าผญ ทำการยักยอกเงินทำบุญจากวัดเบญฯไว้ โดยไม่ได้นำไปมอบให้มูลนิธิ จึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อขอเข้าดู CCTV เป็นการพิสูจน์ว่า ผญ คนนี้อาศัยอยู่ในcondo นี้จริง ทางตำรวจให้ความร่วมมือที่ดีมากทำให้เราสามารถดูกล้องใน lift และสิ่งที่ผมเห็นพิสูจน์ได้ว่าท่านสึกจริงแล้ว และไม่ได้อาศัยอยู่ใน condo นี้แล้ว เราจึงกลับออกมา

หลังจากนั้นผมกลับไปผมได้หาข้อมูลของ ผญ คนนี้เพิ่มได้อีก
จากที่ผมสืบถามจากทุกคนในวัดและมูลนิธิฯ จึงพบว่า ผญเริ่มเข้ามาวัดเมื่อประมาณเดือนเมษายนปีนี้ โดยเข้ามาแล้วพยายามติดตามพระรูปหนึ่งในวัด ตามจนคนในวัดเห็นพฤติกรรม แต่ไม่มีใครคิดจะไล่ ผญ คนนี้ออกจากวัด ต่อมาก็มาติดตามโยมคนหนึ่งที่มาปฏิบัติธรรม โยมคนนั้นเล่าว่า เขาโทรฯ ตามให้มานั่งปฏิบัติธรรม ติดกัน โดยจองที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และชวนเขาไปทำศัลยกรรมที่ clinic ที่ ผญ เป็นเจ้าของอยู่ แต่เนื่องจากโยมคนนี้ เห็นอาการของ ผญ แล้วตัดสินด้วยความรู้สึกของผู้ชาย ว่าแม้เพียงครั้งเดียว ถ้าไปกับ ผญ คนนี้ ก็มั่นใจว่า ไม่เป็นผลที่ดีแน่ๆ จึงไม่ไป
จากการไล่จับ ผช 2 คนในวัด ไม่สำเร็จ สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น

ตอนสาม......Kit
2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok
...มีโยมที่วัดบอกว่า ผญ คนนี้วันวันเอาแต่นั่งจ้องพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นชั่วโมงชั่วโมง ใครเข้าไปกราบท่าน หล่อนก็ไม่ถอยออกมา นั่งจ้องอยู่เช่นนั้น และต่อมา ผญ ก็เสนอให้การรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำ chelation โดยต้องไปทำที่ clinic ทองหล่อ ซอย 4 อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
2ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย แต่ตัว ผญ ไม่ได้ไป และหลังจากนั้นก็เพิ่มเป็นทุก 2 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดตามไปด้วย และผญ เสนอว่า เนื่องจากต้องไป clinic บ่อยอยู่แล้ว จึงให้คนขับรถของหล่อน มารับไปกิจนิมนต์ด้วยเลยทุกวัน ซึ่งรถที่มารับ เป็นรถตู้ สีขาว ติดฟิล์มดำสนิท มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ไม่สามารถมองเห็น และได้ยินห้องโดยสารได้
ในชั้นแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจ้งท่านว่ารถคันนี้ไม่เหมาะสม จึงให้ ผช ในวัดติดตามไปด้วย 1 คน แล้วมารู้ทีหลังว่า โดน ผญ สั่งให้ไปนั่งกับคนขับรถ บางครั้งไปนั่งด้านหน้า 3 คน รวมคนขับเป็น 4 คน ตอนลงรถ เราคิดว่ามากันหลายคน มาทราบภายหลังว่าทุกคนโดน ผญ สั่งให้ไปด้านหน้าทั้งหมด

พระอาจารย์ฯ มีกิจนิมนต์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 พฤษภาคม (ผญ ไม่ได้ไป)
ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ผญ คนนี้ก็มารับพระอาจารย์ฯ ที่มูลนิธิฯ ไปทำ chelation ทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมต้องไปทุกวัน ผญ ตอบว่ามีการทำ stem cell ร่วมด้วยจึงต้องไปทุกวัน และโดยปกติพระอาจารย์ฯ จะต้องมีการตรวจสุขภาพที่ รพ วิชัยยุทธ แต่ท่านปฏิเสธการตรวจสุขภาพทั้งหมด
เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นสิ่งผิดปกติ ของ ผญ คนนี้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พอมาคิดย้อนหลังจึงพบว่า พระอาจารย์ฯ ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป นั่งเหม่อ เก็บตัว มีอาการโมโห โกรธ บางครั้ง ซึ่งท่านไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของ ผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
เราก็สงสัยว่า ครอบครัว ผญ รู้ได้อย่างไร จึงสอบถามไปที่ครอบครัวของหล่อน และได้คำตอบว่าพวกเขากลุ้มใจกันมาก แต่ไม่กล้าแจ้งทางมูลนิธิฯ ว่าหล่อนมาขอร้องให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า ไปประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้ความจริง
การติดตามของเราที่จะให้ได้พบตัวท่าน เพียงเพื่อจะได้เห็นกับตาว่าท่านสึกแล้ว จริงหรือไม่ และจากกล้อง CCTV เราจึงบอกกับทางมูลนิธิฯ ว่า สึกจริงแล้ว เรายืนยันได้ และเราก็ปรึกษากัน ตัดสินใจไปดักรอพบท่านที่สุวรรณภูมิ เพราะได้รับแจ้งจากวัดป่านานาชาติ จากแหล่งข้อมูลเดิม ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศ ไปฮ่องกง เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งผมตรวจสอบแล้วว่ามี สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ เช้าที่สุดคือเวลา ตี2:15 เราจึงไปถึงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน และเราก็ได้พบกับท่าน
เราได้เข้าไปคุยกับท่าน ถามถึงเหตุผลที่สึก ท่านตอบว่า เป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ศาสนา และเราก็ขอให้ท่าน อยู่ที่มูลนิธิฯ ต่อซัก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ ท่านปฏิเสธ และเราถามอีกว่า ท่านสึกแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิง ท่านตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย
สิ่งผิดปกติที่เราสังเกตุเห็นคือมือของท่านทั้งสองข้าง คล้ำแบบดำเขียว เหมือนกับช้ำมาก เฉพาะที่มือทั้งหน้ามือและหลังมือ เราจึงถามท่านว่า ทำไมมือของท่านดำมาก ท่านไม่สบายหรือเปล่า ท่านเก็บมือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วบอกว่าสบายดี ไม่เป็นอะไร แต่เราไม่ยอม จึงขอให้ท่านเอามือออกมาเทียบกับมือของผม ก็พบว่ามือของท่านผิดปกติ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่า สบายดี
ในระหว่างที่ถาม ท่านแสดงอาการไม่พอใจ ที่มาพบท่าน และพูดไล่เรากลับไป ซึ่งอาการเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ดูเหมือน เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

วันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป
เห็นท่าเดินที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นท่าเดินที่ลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง โดยปกติท่านจะเป็นคนที่เดินแบบยกเท้าพ้นพื้น แล้วจรดเท้าลงแบบเดินจงกรม
เห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอย
เป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไป
คืนนั้น เรากลับมาหาข้อมูล ผญ คนนี้ต่อ พบว่า ใน website เขียนถึงหล่อนว่า แต่งงานมาแล้ว และหย่ามาแล้วหลายครั้ง มีหนี้สินมากกว่าพันห้าร้อยล้าน มีคดีที่ต้องขึ้นศาลตลอดเวลา ค่าเช่าคลีนิคไม่จ่ายมาแล้ว 3 เดือน ใน web มีคนเขียนว่า ไม่จ่ายค่ายา ไม่จ่ายค่าหมอ และเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ทำไว้ เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายชื่อ เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเล่น
และต่อมา เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องสเน็ปยาเข้าไปที่ข้อมือมากกว่าปกติ มือจึงดำ ประกอบกับอาการเหม่อลอย และเดินลากขา เป็นเพราะยากล่อมประสาท เช่น dormicum
จากการปล่อยข่าวของ ผญ ทั้งรูป และวิดีโอ สร้างภาพให้เป็น สึกด้วยความรักหล่อน
ทำให้ สงสัยว่าด้วยเวลา ปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วย
ความรู้สึกของผมจากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง และการติดตามใน 3 วันนั้น ทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร
และ ผญ คนนี้ จงใจกระทำทุกอย่าง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่าน
และผมตัดสินใจในวันนี้ว่า จะต้องเล่าสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ศรัทธาท่านและระลึกถึงบุญคุณที่ท่านทำไว้ให้กับชาวไทยอย่างล้นเหลือ
ผมมีคำถาม ใครช่วยตอบผมที
ผญ ที่สร้างภาพ ดี รวย สวย เก่ง และมีความรักที่สวยงาม คนนี้ ยักยอกเงินทำบุญ จากญาติโยม ที่นิมนต์เทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร เพียง 30,000.- บาท เพราะเหตุผลอะไร
จบครับ
กรรมใคร กรรมมัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 326 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก่อนพูดถึงท่านมิตซูโอะ ผมขอเล่าประสบการณ์ตัวเองก่อนครับ ผมเคยบวชในวัดสายลูกศิษย์หลวงปู่ชาที่จะเรียกว่าวัดสาขาหนองป่าพง บริษัทที่ทำงานให้สิทธิลาบวชได้สูงสุด 120 วัน ก็เลยใช้สิทธิเต็มที่ ก็ได้เห็นวัตรปฏิบัติของวัดสายหนองป่าพงนี้จะเป็นรูปแบบเดียวกันหมดคือในกุฏิจะมีเฉพาะของใช้ที่จำเป็น อยู่กุฏิแยกกัน ข้างกุฏิจะมีทางเดินจงกรมเป็นทางดินยาวๆ หากมีญาติโยมมาถวายสิ่งของต่างๆก็จะนำเข้าส่วนกลางหมด พระท่านจะไม่จับเงิน ฉันมื้อเดียวรวมกันในบาตรตอน 8 โมงเช้า ช่วงบ่ายทำความสะอาดวัด ศาลา พระท่านทำเองหมดทำความสะอาดห้องน้ำ ซึ่งทำทุกวัน สังเกต ได้ว่าวัดสายนี้ห้องน้ำจะสะอาดมาก สิ่งก่อสร้างจะสร้างอย่างเรียบง่ายเท่าที่จำเป็น เน้นปฏิบัติมากกว่าสร้างวัตถุ ไม่มีเครื่องรางของขลัง ไม่มีดูดวง ไม่มีทีวี วันพระจะซักจีวรด้วยการต้มในน้ำแก่นขนุน ตอนแรกผมก็สงสัยว่าการปฏิบัติหลายๆอย่างดูเหมือนจะเน้นให้เหมือนกับสมัยพุทธกาลดูไม่เหมาะกับยุคสมัยความเจริญในปัจจุบัน แต่มาพบอีกทีว่าหากวัดสมัยใหม่ปรับเปลี่ยนไปตามสมัยไปเรื่อยๆและไม่มีวัดที่คงความดั้งเดิมเช่นนี้อยู่เลยในอนาคต เราจะหาต้นแบบที่เป็นหลักเดิมไม่เจอเลย ที่ผมได้สัมผัสมาพบว่าพระทุกรูปส่วนใหญ่มาบวชด้วยความมุ่งหมายที่จะบรรลุธรรมขั้นสูง ทุกรูปจะพยายามไม่ให้ผิดพระธรรมวินัยหากจะมาบวชแบบนานๆ(แบบที่ไม่ใช่ลางานมาบวชชั่วคราว) ท่านจะให้มาถือศีลนุ่งขาวอยู่ที่วัดก่อนนานจนกระทั่งมั่นใจท่านจึงจะบวชให้ หลายๆอย่างที่ผมเพิ่งมารู้ก็เช่นเวลาฉันน้ำก็ต้องนั่งลงฉันห้ามยืนฉัน ถ้าจะฉันน้ำปานะหลังเที่ยงไปแล้วต้องตรงตามธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดมีการใช้ผ้ากรอง ห้ามน้ำผลไม้ที่มีเกร็ด หรือ ขนาดของผลไม้ที่ใหญ่เกินข้อห้าม ห้ามน้ำเต้าหู้ นม เรียกว่าเคร่งครัดมากๆ ท่านมิตซูโอะ ก็ต้องผ่านการฝึกฝนในรูปแบบเดียวกัน ครั้งหนึ่งผมเคยไปกาญจนบุรีก็เคยแวะเข้าไปสนทนากับท่าน เคยอ่านหนังสือที่ท่านเขียน พบว่า สิ่งที่ท่านมิตซูโอะ ทำนั้นเป็นประโยชน์มาก ช่วยให้คนมีปัญญาแก้ไขความทุกข์ใจในชีวิตได้ ส่วนที่เป็นประเด็นเรื่องการสึกนั้นก็เป็นธรรมดาของโลกอย่างหนึ่ง หากคิดอีกอย่าง ท่านมีสิทธิเลือกชีวิตท่านเอง ว่าจะทำหน้าที่พระตอนไหน ทำหน้าที่ฆราวาสตอนไหน ที่ท่านหน้าที่เป็นพระมา 30 กว่าปี ถือว่าทำประโยชน์มากทั้งแก่ตัวท่านเองและแก่คนอื่น และหากท่านจะออกมาทำความดีในฐานะฆราวาสก็เป็นเสรีภาพในการเลือกรูปแบบชีวิตของท่านเอง ซึ่งก็อาจทำได้ดีอีกแบบก็ได้ ส่วนเรื่องการปฏิบัติเพื่อบรรลุธรรมต่อไป ก็ทำได้ ซึ่งก็อยู่ที่ตัวท่านเอง ส่วนเรื่องการมีภรรยา ก็คงเป็นเรื่องของกิเลสของท่านเองที่ยังตัดเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องอื่นท่านจะมีกิเลสเยอะไปด้วย เราก็ไม่รู้ท่านได้หรือบางทีคนเคยปฏิบัติธรรมกันมาอาจจะแต่งงานกันด้วยความรักแต่อาจอยู่ด้วยกันแบบเป็นกัลยาณมิตรแบบไม่มีอะไรกันก็ได้ ในเรื่องของโลภ โกรธ หลง เท่าที่ผมเคยรู้จักท่าน คิดว่าเรื่องความโกรธท่านจะเบาบางมาก ท่านมองโลกในแง่บวก มีความเมตตาสูง พระที่ปฏิบัติจะรู้ตัวเองดีว่าตัวเองมีเรื่องไหนที่ยังตัดไม่ได้บ้าง หลายๆรูปที่เป็นพระอยู่บางทียังตัดเรื่องสตรีไม่ได้ท่านก็รู้อยู่ในใจตัวเอง แต่ก็ยังไม่ถึงกับสึกออกไปเพราะแรงของความอดทนและความตั้งใจเดิมยังแรงกว่าหรือไม่ก็ยังไม่เจอที่ตรงใจ แม้แต่ชาวบ้านเองทั่วไปที่ยังเป็นโสดอยู่บางทีอยากมีคนที่จะแต่งงานด้วยแต่ยังไม่เจอ แล้วผมคิดว่าท่านมิตซูโอะคงเจอคนที่ใช่เข้าอย่างแรง จะไปว่าผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ เพราะเชื่อว่าการที่ท่านสอนธรรมอย่างนี้มาเป็นสิบๆปีต้องเจอผู้หญิงมากหน้าหลายตามานักต่อนัก แล้วมาวันหนึ่งท่านมาเจอผู้หญิงคนนี้ท่านคงพบว่าท่านคงต้องสึกและท่านก็คงรู้ตัวท่านเองเช่นกันว่ายังตัดอะไรไม่ได้ ซึ่งการบวช การสึก ก็เป็นเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกๆวันในสังคมพุทธ แต่ผมกล้าพูดว่าพระที่มาบวชสายนี้ต้องการจะตัดได้ทุกอย่างโดยมีเป้าหมายสูงสุด แต่มันก็ต้องอาศัยการฝึกฝนไปเรื่อยๆ ซึ่งการที่เราเห็นพระที่มุ่งมั่นปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งหลายนั้น การบรรลุ มีเป็นขั้นๆ ถ้าขั้นสูงจะเกิดปัญญามาก ใครว่าอะไรก็ไม่โกรธ ถ้ามีโอกาสจะได้ทรัพย์มากก็ไม่อยากได้ มีโอกาสจะได้ยศก็ไม่อยากได้ ใครจะนินทาหรือสรรเสริญก็ไม่ได้ให้ความสำคัญ กามตัณหาทั้งหลายก็เบาบาง ไม่ยึดติดในรูป รส สภาพ ความเป็นอยู่ ต่างๆ ทีนี้พระที่พยายามทำให้ได้อย่างที่ว่าก็แล้วแต่ว่าท่านได้แค่ไหนแล้ว ช่วงที่ผมเคยบวชโชคดีที่พบความจริงอย่างหนึ่งคือช่วงที่จิตใจเราไม่ไปยินดียินร้าย ไม่นึกมองคนในแง่ดีหรือไม่ดี ไม่กังวลอะไรต่างๆ ความรู้สึกมันจะเบาสบาย เหมือนจิตใจมันแจ่มใสมาก มีความรู้สึกเหมือนเรายิ้มอย่างมีความสุขทั้งวันทั้งที่เราไม่ได้ยิ้ม แต่หากวันไหนเกิดไปคิดตำหนิพระอื่นว่าทำไมท่านทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้ หรือบางครั้งไปนึกตำหนิตัวเองว่าไม่น่าเลยอะไรอย่างนี้เป็นต้น ความรู้สึกแจ่มใสจะหายไปตอนนั้นทันทีเลย ต้องแก้ด้วยการกลับมาคิดใหม่ว่าทุกอย่างมันหลายหลายเป็นเรื่องธรรมดา ก็เกิดปัญญาขึ้นมาใหม่แจ่มใสใหม่ซึ่งหลวงปู่ชาท่านจะสอนว่าให้ดูตัวเราเป็นหลัก อย่าไปดูคนอื่น ซึ่งผมก็ว่ามีประโยชน์ในการพัฒนาตัวเราให้ได้สังเกตอารมณ์เราได้ละเอียดมากขึ้นทำให้เรามีสติและเข้าใจความเป็นธรรมชาติของโลก ซึ่งเอาไปใช้ได้หมดไม่ว่าเป็นพระหรือฆราวาส
..ธรรมดา
todsob@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 325 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อกาลิโก แปลว่า ไม่ประกอบด้วยกาลเรื่องจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ....ยังอ่านไม่จบ...เป็นข้อมูลทีน่าลองอ่านดู...

ตอนหนึ่ง....Kittinan Anuphan5 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok
พระเป็นเพียงภาชนะพระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้พระธรรม และทรงบวชพระสงฆ์ เพื่อมอบให้พระสงฆ์เป็นผู้นำส่งพระธรรม ให้กับพุทธศาสนิกชนพระจึงเป็นเพียงภาชนะ บางครั้งภาชนะก็เก่าผุพัง แตกร้าว รั่วซึม ใช้งานไม่ได้ แต่พระธรรมในภาชนะนั้น ก็ยังคงเป็นพระธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าประสงค์เผยแผ่กับพุทธศาสนิกชนเช่มเดิม ไม่ว่าจะเปลี่ยนภาชนะไปกี่ครั้งกี่คราก็ตาม

ผมบวช และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสุนันทวนาราม ในปี 2543 เป็นเวลา 2 เดือน ได้มีโอกาสติดตามพระอาจารย์มิตซูโอะ ทุกวัน ทุกสถานที่ ตลอดเวลาที่บวช ผมได้รับคำสอนจากท่านมากมาย ไม่ว่าจากการสอนปฏิบัติธรรม หรือจากการปฏิบัติตัวของพระอาจารย์ฯ ทำให้ผมศรัทธาและยินดีรับใช้ท่านมาถึงทุกวันนี้มาเข้าเรื่องกันเลยละกันเรื่องเดียวกัน รู้ลึกไม่เท่ากัน ความจริงก็จะไม่เหมือนกัน และนี่คือสิ่งที่ผมรู้ลึก

วันที่ 8 เวลา13:00 ผมนิมนต์ท่านไปเทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร และได้นัดหมายเป็นที่เรียบร้อย เช้าวันนั้น ผมโทรฯถามพี่ที่มูลนิธิฯ ว่าผมต้องไปรับท่านจากที่ไหน จึงได้ทราบว่ามี ผู้หญิงคนหนึ่งรับส่งท่านเช้าไปที่เมืองทองธานีแล้วจึงจะไปที่วัดเบญจมบพิตรช่วงบ่าย และจะต้องไปที่วัดยานนาวา และคืนนั้นต้องเดินทางไปสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ผมจึงรู้ว่าไม่ต้องไปรับท่านเองแต่ต้องโทรฯประสานงานกับ ผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อแอน ผมจึงโทรฯไปนัดเวลา สถานที่เป็นที่เรียบร้อย เมื่อท่านไปถึงวัดเบญฯ ผมดันติดงานไปไม่ได้จึงฝากภรรยาของผมดูแลแทน

หลังจากเทศน์เสร็จเจ้าภาพรวบรวมเงินทำบุญได้ 30,000 บาทใส่ซองขาวมอบให้ผู้หญิงคนนี้ไปจากนั้นท่านก็เดินทางไปวัดยานนาวา ผมจึงไม่ได้พบท่านในวันนั้น จากนั้นเวลา 18:00 ผมได้รับโทรศัพท์จากมูลนิธิฯ ว่ามีข่าวว่าท่านจะสึกในวันอาทิตย์ ผมจึงเดินทางไปสนามบินเพื่อดักท่านไม่ให้ท่านสึก โดยพยายามติดต่อหล่อน แต่ก็ไม่รับสาย จึงโทรฯหาคนขับรถก็พบว่าไม่มีสัญญาณ ไม่สามารถติดต่อได้เลย จนกระทั่ง 20:30 ท่านไม่มาcheck in เราจึงมั่นใจว่าท่านหายตัวไปแน่นอน

จากการสืบถาม ผมได้ที่อยู่ของ clinic และ condo ผมจึงเดินทางไปทองหล่อ ซอย 4 ไปที่clinic ของผญ พบว่าปิด ไม่สามารถเข้าไปสำนักงานได้ จึงเดินทางไปที่ condo ของผญ ผมไปถึงเวลา22:30 พบว่าคนขับรถเป็นคนละคนกับคนเดิมจึงทราบว่ามีการสับเปลี่ยนคนขับรถ โดยไปจ้างคนขับรถ Taxi มาขับแทน เพื่อที่ผมจะได้ติดต่อคนขับรถไม่ได้ จึงรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์นี้ ถูกวางแผนมาอย่างดี เราไม่ได้เจอกับคนธรรมดาแน่นอน

ตอนสอง...Kittinan Anuphan2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok....
เมื่อถึง condo พบคนขับรถ เขาไม่รู้เรื่องอะไรที่เกิดขึ้น เราจึงได้คุยกับคนขับรถซึ่งกำลังรอรับค่าจ้างอยู่ที่ lobby ได้ความว่าหลังจากออกจากวัดยานนาวา ท่านสั่งให้ไปวัดชนะสงคราม ท่านและผญ ลงที่วัดชนะสงคราม และกลับขึ้นมาโดยแต่งตัวเป็นเสื้อขาวกางเกงเล ใส่หมวกไหมพรม พร้อมพระอีกรูป จากนั้นก็สั่งให้ขับรถไปส่งพระอีกรูปที่ central แจ้งวัฒนะ และกลับมาถึงcondo

เวลาประมาณ 22:00 และทั้ง2 ได้ขึ้นcondo ไปแล้ว24:00 เราพยายามติดต่อขึ้นไปที่ห้อง แต่ไม่รับสาย และไม่ยอมลงมา แต่สั่งให้ยามมาไล่เราออกไปจากอาคาร ไม่งั้นจะเรียกตำรวจมาจับเรา เราจึงออกจากอาคารไป และขับรถตามคนขับรถไปจึงพบว่า ผญสั่งให้รถหลอกเราออกมา มาทราบทีหลังว่า ผญพาท่านออกจาก condo เวลา 1:00 เรากลับมาค้นข้อมูลทาง internetจึงพบประวัติการทำธุรกิจ หนี้มากมายมหาศาล เธอเปลี่ยนชื่อหลายครั้งมากแม้กระทั่งชื่อเล่นจาก อ้อย เป็นแอน และผมไม่เคยเห็น ผญคนนี้ที่วัดมาก่อนนี่คือวิถีของท่านและของวัด วัดไม่เคยมีกฏเข้มงวด วัดไม่เคยกีดกั้นคนที่จะเข้าพบท่าน ทุกคนสามารถเข้าถึงตัวท่านได้ง่ายๆทุกเวลา ท่านใจดีไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ใครจะถวายอะไรทานก็รับ ใครจะถวายยาอะไรท่านก็ทาน ใครถวายยาอะไรขอให้ท่านเดินทางไปไหน รักษาที่ไหนอย่างไรท่านก็ไป ไม่เคยขัด ใครจะมาขอรับส่งท่านท่านก็เมตตาอนุญาติโดยไม่มีเงื่อนไข

เช้าวันรุ่งขึ้น6:00 ผมไปวัดชนะสงคราม จับความได้ว่ามีพระท่านหนึ่งที่น่าจะรู้จักกับท่าน เคยเทศน์ด้วยกันที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ได้เดินทางออกจากวัดไป ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบแต่เช้านี้ไม่อยู่ที่วัดแน่ๆ เราจึงกลับไปที่ condo เพื่อไปดักรอเพื่อจะได้เห็นว่าท่านสึกหรือยังผมได้ทราบว่าผญ ทำการยักยอกเงินทำบุญจากวัดเบญฯไว้ โดยไม่ได้นำไปมอบให้มูลนิธิ จึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อขอเข้าดู CCTV เป็นการพิสูจน์ว่า ผญ คนนี้อาศัยอยู่ในcondo นี้จริง ทางตำรวจให้ความร่วมมือที่ดีมากทำให้เราสามารถดูกล้องใน lift และสิ่งที่ผมเห็นพิสูจน์ได้ว่าท่านสึกจริงแล้ว และไม่ได้อาศัยอยู่ใน condo นี้แล้ว

เราจึงกลับออกมาหลังจากนั้นผมกลับไปผมได้หาข้อมูลของ ผญ คนนี้เพิ่มได้อีกจากที่ผมสืบถามจากทุกคนในวัดและมูลนิธิฯ จึงพบว่า ผญเริ่มเข้ามาวัดเมื่อประมาณเดือนเมษายนปีนี้ โดยเข้ามาแล้วพยายามติดตามพระรูปหนึ่งในวัด ตามจนคนในวัดเห็นพฤติกรรม แต่ไม่มีใครคิดจะไล่ ผญ คนนี้ออกจากวัด ต่อมาก็มาติดตามโยมคนหนึ่งที่มาปฏิบัติธรรม โยมคนนั้นเล่าว่า เขาโทรฯ ตามให้มานั่งปฏิบัติธรรม ติดกัน โดยจองที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และชวนเขาไปทำศัลยกรรมที่ clinic ที่ ผญ เป็นเจ้าของอยู่ แต่เนื่องจากโยมคนนี้ เห็นอาการของ ผญ แล้วตัดสินด้วยความรู้สึกของผู้ชาย ว่าแม้เพียงครั้งเดียว ถ้าไปกับ ผญ คนนี้ ก็มั่นใจว่า ไม่เป็นผลที่ดีแน่ๆ จึงไม่ไปจากการไล่จับ ผช 2 คนในวัด ไม่สำเร็จ สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น

ตอนสาม......Kittinan Anuphan2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok...
มีโยมที่วัดบอกว่า ผญ คนนี้วันวันเอาแต่นั่งจ้องพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นชั่วโมงชั่วโมง ใครเข้าไปกราบท่าน หล่อนก็ไม่ถอยออกมา นั่งจ้องอยู่เช่นนั้น และต่อมา ผญ ก็เสนอให้การรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำ chelation โดยต้องไปทำที่ clinic ทองหล่อ ซอย 4 อาทิตย์ละ 1 ครั้ง 2ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย แต่ตัว ผญ ไม่ได้ไป และหลังจากนั้นก็เพิ่มเป็นทุก 2 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดตามไปด้วย และผญ เสนอว่า เนื่องจากต้องไป clinic บ่อยอยู่แล้ว จึงให้คนขับรถของหล่อน มารับไปกิจนิมนต์ด้วยเลยทุกวัน ซึ่งรถที่มารับ เป็นรถตู้ สีขาว ติดฟิล์มดำสนิท มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ไม่สามารถมองเห็น และได้ยินห้องโดยสารได้ในชั้นแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจ้งท่านว่ารถคันนี้ไม่เหมาะสม จึงให้ ผช ในวัดติดตามไปด้วย 1 คน แล้วมารู้ทีหลังว่า โดน ผญ สั่งให้ไปนั่งกับคนขับรถ บางครั้งไปนั่งด้านหน้า 3 คน รวมคนขับเป็น 4 คน ตอนลงรถ เราคิดว่ามากันหลายคน มาทราบภายหลังว่าทุกคนโดน ผญ สั่งให้ไปด้านหน้าทั้งหมด

พระอาจารย์ฯ มีกิจนิมนต์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 พฤษภาคม (ผญ ไม่ได้ไป)ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ผญ คนนี้ก็มารับพระอาจารย์ฯ ที่มูลนิธิฯ ไปทำ chelation ทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมต้องไปทุกวัน ผญ ตอบว่ามีการทำ stem cell ร่วมด้วยจึงต้องไปทุกวัน และโดยปกติพระอาจารย์ฯ จะต้องมีการตรวจสุขภาพที่ รพ วิชัยยุทธ แต่ท่านปฏิเสธการตรวจสุขภาพทั้งหมด เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นสิ่งผิดปกติ ของ ผญ คนนี้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พอมาคิดย้อนหลังจึงพบว่า พระอาจารย์ฯ ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป นั่งเหม่อ เก็บตัว มีอาการโมโห โกรธ บางครั้ง ซึ่งท่านไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ

จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็สงสัยว่า ครอบครัว ผญ รู้ได้อย่างไร จึงสอบถามไปที่ครอบครัวของหล่อน และได้คำตอบว่าพวกเขากลุ้มใจกันมาก แต่ไม่กล้าแจ้งทางมูลนิธิฯ ว่าหล่อนมาขอร้องให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า ไปประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้ความจริงการติดตามของเราที่จะให้ได้พบตัวท่าน เพียงเพื่อจะได้เห็นกับตาว่าท่านสึกแล้ว จริงหรือไม่ และจากกล้อง CCTV เราจึงบอกกับทางมูลนิธิฯ ว่า สึกจริงแล้ว เรายืนยันได้ และเราก็ปรึกษากัน ตัดสินใจไปดักรอพบท่านที่สุวรรณภูมิ เพราะได้รับแจ้งจากวัดป่านานาชาติ จากแหล่งข้อมูลเดิม ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศ ไปฮ่องกง เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งผมตรวจสอบแล้วว่ามี สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ เช้าที่สุดคือเวลา ตี2:15 เราจึงไปถึงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน

และเราก็ได้พบกับท่านเราได้เข้าไปคุยกับท่าน ถามถึงเหตุผลที่สึก ท่านตอบว่า เป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ศาสนา และเราก็ขอให้ท่าน อยู่ที่มูลนิธิฯ ต่อซัก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ ท่านปฏิเสธ และเราถามอีกว่า ท่านสึกแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิง ท่านตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย สิ่งผิดปกติที่เราสังเกตุเห็นคือมือของท่านทั้งสองข้าง คล้ำแบบดำเขียว เหมือนกับช้ำมาก เฉพาะที่มือทั้งหน้ามือและหลังมือ เราจึงถามท่านว่า ทำไมมือของท่านดำมาก ท่านไม่สบายหรือเปล่า ท่านเก็บมือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วบอกว่าสบายดี ไม่เป็นอะไร แต่เราไม่ยอม จึงขอให้ท่านเอามือออกมาเทียบกับมือของผม ก็พบว่ามือของท่านผิดปกติ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่า สบายดีในระหว่างที่ถาม ท่านแสดงอาการไม่พอใจ ที่มาพบท่าน และพูดไล่เรากลับไป ซึ่งอาการเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ดูเหมือน เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

วันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป เห็นท่าเดินที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นท่าเดินที่ลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง โดยปกติท่านจะเป็นคนที่เดินแบบยกเท้าพ้นพื้น แล้วจรดเท้าลงแบบเดินจงกรมเห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอยเป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไปคืนนั้น

เรากลับมาหาข้อมูล ผญ คนนี้ต่อ พบว่า ใน website เขียนถึงหล่อนว่า แต่งงานมาแล้ว และหย่ามาแล้วหลายครั้ง มีหนี้สินมากกว่าพันห้าร้อยล้าน มีคดีที่ต้องขึ้นศาลตลอดเวลา ค่าเช่าคลีนิคไม่จ่ายมาแล้ว 3 เดือน ใน web มีคนเขียนว่า ไม่จ่ายค่ายา ไม่จ่ายค่าหมอ และเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ทำไว้ เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายชื่อ เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเล่นและต่อมา เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องสเน็ปยาเข้าไปที่ข้อมือมากกว่าปกติ มือจึงดำ ประกอบกับอาการเหม่อลอย และเดินลากขา เป็นเพราะยากล่อมประสาท เช่น dormicum

จากการปล่อยข่าวของ ผญ ทั้งรูป และวิดีโอ สร้างภาพให้เป็น สึกด้วยความรักหล่อน ทำให้ สงสัยว่าด้วยเวลา ปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วย

ความรู้สึกของผมจากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง และการติดตามใน 3 วันนั้น ทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร และ ผญ คนนี้ จงใจกระทำทุกอย่าง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่านและผมตัดสินใจในวันนี้ว่า จะต้องเล่าสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ศรัทธาท่านและระลึกถึงบุญคุณที่ท่านทำไว้ให้กับชาวไทยอย่างล้นเหลือ ผมมีคำถาม ใครช่วยตอบผมทีผญ ที่สร้างภาพ ดี รวย สวย เก่ง และมีความรักที่สวยงาม คนนี้ ยักยอกเงินทำบุญ จากญาติโยม ที่นิมนต์เทศน์ที่วัดเบญจมบพิตรเพียง 30,000.- บาท เพราะเหตุผลอะไร จบครับ

Kate Melbourne ..copied
จากค.ห.313
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 320 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไอ้เธอมันคือนางแมวยั่วสวาท
ไอ้เธอมันคือปิศาจหุ่นเซ็กซี่
เธอกินผู้ชายเป็นอาหาร
แล้วอัตรธานไปในยามราตรี
ข้าคือยมฑูต มารับตัวเธอ
ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
เวลาของเธอหมดแล้ว
.เธอทำให้ชายชราตัณหากลับ
เธอน็อคชายฉกรรจ์นอนนับดาวเดือน
เธอโชว์จนเด็กใจแตกสลาย
เธอวาดลวดลายนรก สวรรค์ยังสะเทือน
ข้าคือยมฑูต มารับตัวเธอ
ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
เวลาของเธอหมดแล้ว
ไป ไป ไปลงนรกเสียเถิดที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
ไป ไป ไปลงนรกด้วยกันที่รัก
ฉันจะลงโทษเธอ
เวลาของเธอหมดแล้ว
นางแมว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 317 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลาสิกขาไปแต่งเมียกรูไม่ว่าเลย แต่เงียบๆไปได้ป่าว แค่นี้คนเค้าก็แสลงใจจะแย่แล้ว ไอ้ตัวเมียเอาภาพมาปล่อยยังพอเข้าใจได้ว่ามันเลว แต่ไอ้ผู้ชายดันมาพูดนู่นนี่นั่น เผยความในใจผ่านคลิปอีก กรูรับไม่ได้ว่ะ ดูทุเรศขึ้นทุกที
ขอให้เจริญๆทั้งคู่นะ ไอ้ชิหาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 313 +46 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อกาลิโก แปลว่า ไม่ประกอบด้วยกาลเรื่องจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ....ยังอ่านไม่จบ...เป็นข้อมูลทีน่าลองอ่านดู...ตอนหนึ่ง....Kittinan Anuphan5 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkokพระเป็นเพียงภาชนะพระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้พระธรรม และทรงบวชพระสงฆ์ เพื่อมอบให้พระสงฆ์เป็นผู้นำส่งพระธรรม ให้กับพุทธศาสนิกชนพระจึงเป็นเพียงภาชนะ บางครั้งภาชนะก็เก่าผุพัง แตกร้าว รั่วซึม ใช้งานไม่ได้ แต่พระธรรมในภาชนะนั้น ก็ยังคงเป็นพระธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าประสงค์เผยแผ่กับพุทธศาสนิกชนเช่มเดิม ไม่ว่าจะเปลี่ยนภาชนะไปกี่ครั้งกี่คราก็ตามผมบวช และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสุนันทวนาราม ในปี 2543 เป็นเวลา 2 เดือน ได้มีโอกาสติดตามพระอาจารย์มิตซูโอะ ทุกวัน ทุกสถานที่ ตลอดเวลาที่บวช ผมได้รับคำสอนจากท่านมากมาย ไม่ว่าจากการสอนปฏิบัติธรรม หรือจากการปฏิบัติตัวของพระอาจารย์ฯ ทำให้ผมศรัทธาและยินดีรับใช้ท่านมาถึงทุกวันนี้มาเข้าเรื่องกันเลยละกันเรื่องเดียวกัน รู้ลึกไม่เท่ากัน ความจริงก็จะไม่เหมือนกัน และนี่คือสิ่งที่ผมรู้ลึกวันที่ 8 เวลา13:00 ผมนิมนต์ท่านไปเทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร และได้นัดหมายเป็นที่เรียบร้อย เช้าวันนั้น ผมโทรฯถามพี่ที่มูลนิธิฯ ว่าผมต้องไปรับท่านจากที่ไหน จึงได้ทราบว่ามี ผู้หญิงคนหนึ่งรับส่งท่านเช้าไปที่เมืองทองธานีแล้วจึงจะไปที่วัดเบญจมบพิตรช่วงบ่าย และจะต้องไปที่วัดยานนาวา และคืนนั้นต้องเดินทางไปสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ผมจึงรู้ว่าไม่ต้องไปรับท่านเองแต่ต้องโทรฯประสานงานกับ ผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อแอน ผมจึงโทรฯไปนัดเวลา สถานที่เป็นที่เรียบร้อย เมื่อท่านไปถึงวัดเบญฯ ผมดันติดงานไปไม่ได้จึงฝากภรรยาของผมดูแลแทน หลังจากเทศน์เสร็จเจ้าภาพรวบรวมเงินทำบุญได้ 30,000 บาทใส่ซองขาวมอบให้ผู้หญิงคนนี้ไปจากนั้นท่านก็เดินทางไปวัดยานนาวา ผมจึงไม่ได้พบท่านในวันนั้น จากนั้นเวลา 18:00 ผมได้รับโทรศัพท์จากมูลนิธิฯ ว่ามีข่าวว่าท่านจะสึกในวันอาทิตย์ ผมจึงเดินทางไปสนามบินเพื่อดักท่านไม่ให้ท่านสึก โดยพยายามติดต่อหล่อน แต่ก็ไม่รับสาย จึงโทรฯหาคนขับรถก็พบว่าไม่มีสัญญาณ ไม่สามารถติดต่อได้เลย จนกระทั่ง 20:30 ท่านไม่มาcheck in เราจึงมั่นใจว่าท่านหายตัวไปแน่นอนจากการสืบถาม ผมได้ที่อยู่ของ clinic และ condo ผมจึงเดินทางไปทองหล่อ ซอย 4 ไปที่clinic ของผญ พบว่าปิด ไม่สามารถเข้าไปสำนักงานได้ จึงเดินทางไปที่ condo ของผญ ผมไปถึงเวลา22:30 พบว่าคนขับรถเป็นคนละคนกับคนเดิมจึงทราบว่ามีการสับเปลี่ยนคนขับรถ โดยไปจ้างคนขับรถ Taxi มาขับแทน เพื่อที่ผมจะได้ติดต่อคนขับรถไม่ได้ จึงรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์นี้ ถูกวางแผนมาอย่างดี เราไม่ได้เจอกับคนธรรมดาแน่นอน ตอนสอง...Kittinan Anuphan2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok....เมื่อถึง condo พบคนขับรถ เขาไม่รู้เรื่องอะไรที่เกิดขึ้น เราจึงได้คุยกับคนขับรถซึ่งกำลังรอรับค่าจ้างอยู่ที่ lobby ได้ความว่าหลังจากออกจากวัดยานนาวา ท่านสั่งให้ไปวัดชนะสงคราม ท่านและผญ ลงที่วัดชนะสงคราม และกลับขึ้นมาโดยแต่งตัวเป็นเสื้อขาวกางเกงเล ใส่หมวกไหมพรม พร้อมพระอีกรูป จากนั้นก็สั่งให้ขับรถไปส่งพระอีกรูปที่ central แจ้งวัฒนะ และกลับมาถึงcondo เวลาประมาณ 22:00 และทั้ง2 ได้ขึ้นcondo ไปแล้ว24:00 เราพยายามติดต่อขึ้นไปที่ห้อง แต่ไม่รับสาย และไม่ยอมลงมา แต่สั่งให้ยามมาไล่เราออกไปจากอาคาร ไม่งั้นจะเรียกตำรวจมาจับเรา เราจึงออกจากอาคารไป และขับรถตามคนขับรถไปจึงพบว่า ผญสั่งให้รถหลอกเราออกมา มาทราบทีหลังว่า ผญพาท่านออกจาก condo เวลา 1:00 เรากลับมาค้นข้อมูลทาง internetจึงพบประวัติการทำธุรกิจ หนี้มากมายมหาศาล เธอเปลี่ยนชื่อหลายครั้งมากแม้กระทั่งชื่อเล่นจาก อ้อย เป็นแอน และผมไม่เคยเห็น ผญคนนี้ที่วัดมาก่อนนี่คือวิถีของท่านและของวัด วัดไม่เคยมีกฏเข้มงวด วัดไม่เคยกีดกั้นคนที่จะเข้าพบท่าน ทุกคนสามารถเข้าถึงตัวท่านได้ง่ายๆทุกเวลา ท่านใจดีไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ใครจะถวายอะไรทานก็รับ ใครจะถวายยาอะไรท่านก็ทาน ใครถวายยาอะไรขอให้ท่านเดินทางไปไหน รักษาที่ไหนอย่างไรท่านก็ไป ไม่เคยขัด ใครจะมาขอรับส่งท่านท่านก็เมตตาอนุญาติโดยไม่มีเงื่อนไขเช้าวันรุ่งขึ้น6:00 ผมไปวัดชนะสงคราม จับความได้ว่ามีพระท่านหนึ่งที่น่าจะรู้จักกับท่าน เคยเทศน์ด้วยกันที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ได้เดินทางออกจากวัดไป ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบแต่เช้านี้ไม่อยู่ที่วัดแน่ๆ เราจึงกลับไปที่ condo เพื่อไปดักรอเพื่อจะได้เห็นว่าท่านสึกหรือยังผมได้ทราบว่าผญ ทำการยักยอกเงินทำบุญจากวัดเบญฯไว้ โดยไม่ได้นำไปมอบให้มูลนิธิ จึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อขอเข้าดู CCTV เป็นการพิสูจน์ว่า ผญ คนนี้อาศัยอยู่ในcondo นี้จริง ทางตำรวจให้ความร่วมมือที่ดีมากทำให้เราสามารถดูกล้องใน lift และสิ่งที่ผมเห็นพิสูจน์ได้ว่าท่านสึกจริงแล้ว และไม่ได้อาศัยอยู่ใน condo นี้แล้ว เราจึงกลับออกมาหลังจากนั้นผมกลับไปผมได้หาข้อมูลของ ผญ คนนี้เพิ่มได้อีกจากที่ผมสืบถามจากทุกคนในวัดและมูลนิธิฯ จึงพบว่า ผญเริ่มเข้ามาวัดเมื่อประมาณเดือนเมษายนปีนี้ โดยเข้ามาแล้วพยายามติดตามพระรูปหนึ่งในวัด ตามจนคนในวัดเห็นพฤติกรรม แต่ไม่มีใครคิดจะไล่ ผญ คนนี้ออกจากวัด ต่อมาก็มาติดตามโยมคนหนึ่งที่มาปฏิบัติธรรม โยมคนนั้นเล่าว่า เขาโทรฯ ตามให้มานั่งปฏิบัติธรรม ติดกัน โดยจองที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และชวนเขาไปทำศัลยกรรมที่ clinic ที่ ผญ เป็นเจ้าของอยู่ แต่เนื่องจากโยมคนนี้ เห็นอาการของ ผญ แล้วตัดสินด้วยความรู้สึกของผู้ชาย ว่าแม้เพียงครั้งเดียว ถ้าไปกับ ผญ คนนี้ ก็มั่นใจว่า ไม่เป็นผลที่ดีแน่ๆ จึงไม่ไปจากการไล่จับ ผช 2 คนในวัด ไม่สำเร็จ สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นตอนสาม......Kittinan Anuphan2 ชั่วโมงที่แล้ว บริเวณ Bangkok...มีโยมที่วัดบอกว่า ผญ คนนี้วันวันเอาแต่นั่งจ้องพระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นชั่วโมงชั่วโมง ใครเข้าไปกราบท่าน หล่อนก็ไม่ถอยออกมา นั่งจ้องอยู่เช่นนั้น และต่อมา ผญ ก็เสนอให้การรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการทำ chelation โดยต้องไปทำที่ clinic ทองหล่อ ซอย 4 อาทิตย์ละ 1 ครั้ง 2ครั้งแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย แต่ตัว ผญ ไม่ได้ไป และหลังจากนั้นก็เพิ่มเป็นทุก 2 วัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ติดตามไปด้วย และผญ เสนอว่า เนื่องจากต้องไป clinic บ่อยอยู่แล้ว จึงให้คนขับรถของหล่อน มารับไปกิจนิมนต์ด้วยเลยทุกวัน ซึ่งรถที่มารับ เป็นรถตู้ สีขาว ติดฟิล์มดำสนิท มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ไม่สามารถมองเห็น และได้ยินห้องโดยสารได้ในชั้นแรก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แจ้งท่านว่ารถคันนี้ไม่เหมาะสม จึงให้ ผช ในวัดติดตามไปด้วย 1 คน แล้วมารู้ทีหลังว่า โดน ผญ สั่งให้ไปนั่งกับคนขับรถ บางครั้งไปนั่งด้านหน้า 3 คน รวมคนขับเป็น 4 คน ตอนลงรถ เราคิดว่ามากันหลายคน มาทราบภายหลังว่าทุกคนโดน ผญ สั่งให้ไปด้านหน้าทั้งหมดพระอาจารย์ฯ มีกิจนิมนต์ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 2 – 17 พฤษภาคม (ผญ ไม่ได้ไป)ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ผญ คนนี้ก็มารับพระอาจารย์ฯ ที่มูลนิธิฯ ไปทำ chelation ทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมต้องไปทุกวัน ผญ ตอบว่ามีการทำ stem cell ร่วมด้วยจึงต้องไปทุกวัน และโดยปกติพระอาจารย์ฯ จะต้องมีการตรวจสุขภาพที่ รพ วิชัยยุทธ แต่ท่านปฏิเสธการตรวจสุขภาพทั้งหมด เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นสิ่งผิดปกติ ของ ผญ คนนี้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พอมาคิดย้อนหลังจึงพบว่า พระอาจารย์ฯ ก็เริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป นั่งเหม่อ เก็บตัว มีอาการโมโห โกรธ บางครั้ง ซึ่งท่านไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยไม่มีใครคาดคิดว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ จนกระทั่งเย็นวันที่ 8 พระที่วัดได้โทรฯ คุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่ามีคนในครอบครัวของ ผญ แจ้งไปที่วัดป่านานาชาติ ว่า ผญ คนนี้จะสึกพระ เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 และครอบครัวได้ห้ามแล้ว แต่ด้วยนิสัยของผญ ที่จะเอาอะไร ต้องเอาให้ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็สงสัยว่า ครอบครัว ผญ รู้ได้อย่างไร จึงสอบถามไปที่ครอบครัวของหล่อน และได้คำตอบว่าพวกเขากลุ้มใจกันมาก แต่ไม่กล้าแจ้งทางมูลนิธิฯ ว่าหล่อนมาขอร้องให้ช่วยดำเนินการเรื่องวีซ่า ไปประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้ความจริงการติดตามของเราที่จะให้ได้พบตัวท่าน เพียงเพื่อจะได้เห็นกับตาว่าท่านสึกแล้ว จริงหรือไม่ และจากกล้อง CCTV เราจึงบอกกับทางมูลนิธิฯ ว่า สึกจริงแล้ว เรายืนยันได้ และเราก็ปรึกษากัน ตัดสินใจไปดักรอพบท่านที่สุวรรณภูมิ เพราะได้รับแจ้งจากวัดป่านานาชาติ จากแหล่งข้อมูลเดิม ว่าจะเดินทางออกนอกประเทศ ไปฮ่องกง เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน ซึ่งผมตรวจสอบแล้วว่ามี สายการบิน ฮ่องกงแอร์ไลน์ เช้าที่สุดคือเวลา ตี2:15 เราจึงไปถึงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน และเราก็ได้พบกับท่านเราได้เข้าไปคุยกับท่าน ถามถึงเหตุผลที่สึก ท่านตอบว่า เป็นพระสอนได้แค่คนที่เคารพผ้าเหลือง ถ้าเป็นคนธรรมดาจะสอนคนได้ทุกชาติ ศาสนา และเราก็ขอให้ท่าน อยู่ที่มูลนิธิฯ ต่อซัก 2-3 วันแล้วค่อยตัดสินใจใหม่ ท่านปฏิเสธ และเราถามอีกว่า ท่านสึกแล้วทำไมถึงมากับผู้หญิง ท่านตอบว่า ด้วยเหตุและปัจจัย สิ่งผิดปกติที่เราสังเกตุเห็นคือมือของท่านทั้งสองข้าง คล้ำแบบดำเขียว เหมือนกับช้ำมาก เฉพาะที่มือทั้งหน้ามือและหลังมือ เราจึงถามท่านว่า ทำไมมือของท่านดำมาก ท่านไม่สบายหรือเปล่า ท่านเก็บมือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วบอกว่าสบายดี ไม่เป็นอะไร แต่เราไม่ยอม จึงขอให้ท่านเอามือออกมาเทียบกับมือของผม ก็พบว่ามือของท่านผิดปกติ แต่ท่านก็ยังยืนยันว่า สบายดีในระหว่างที่ถาม ท่านแสดงอาการไม่พอใจ ที่มาพบท่าน และพูดไล่เรากลับไป ซึ่งอาการเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ดูเหมือน เปลี่ยนไปเป็นคนละคนวันนั้น เรายืนมองท่านเดินจากไป เห็นท่าเดินที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นท่าเดินที่ลากเท้า เหมือนคนอ่อนแรง โดยปกติท่านจะเป็นคนที่เดินแบบยกเท้าพ้นพื้น แล้วจรดเท้าลงแบบเดินจงกรมเห็นท่ายืนรอ ผญ แลกเงิน อย่างเหม่อลอยเป็นภาพที่เรารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะช่วยท่าน …แต่จะด้วยอะไรก็ตาม วันนั้น เราทำเพียงยืนดูท่านจากไปคืนนั้น เรากลับมาหาข้อมูล ผญ คนนี้ต่อ พบว่า ใน website เขียนถึงหล่อนว่า แต่งงานมาแล้ว และหย่ามาแล้วหลายครั้ง มีหนี้สินมากกว่าพันห้าร้อยล้าน มีคดีที่ต้องขึ้นศาลตลอดเวลา ค่าเช่าคลีนิคไม่จ่ายมาแล้ว 3 เดือน ใน web มีคนเขียนว่า ไม่จ่ายค่ายา ไม่จ่ายค่าหมอ และเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่ทำไว้ เปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายชื่อ เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเล่นและต่อมา เราได้คุยกับผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับยา ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นไปได้ที่จะโดนยากล่อมประสาท แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล จึงต้องสเน็ปยาเข้าไปที่ข้อมือมากกว่าปกติ มือจึงดำ ประกอบกับอาการเหม่อลอย และเดินลากขา เป็นเพราะยากล่อมประสาท เช่น dormicum จากการปล่อยข่าวของ ผญ ทั้งรูป และวิดีโอ สร้างภาพให้เป็น สึกด้วยความรักหล่อน ทำให้ สงสัยว่าด้วยเวลา ปลายเมษายน ถึง 8 มิถุนายน 2556 สามารถสึกพระ 38 พรรษาได้ จริงหรือ ถ้าไม่มีตัวช่วยความรู้สึกของผมจากการหาข้อมูลด้วยตัวเอง และการติดตามใน 3 วันนั้น ทำให้ผมคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร และ ผญ คนนี้ จงใจกระทำทุกอย่าง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่บุญบารมีอะไรหรอกครับท่านและผมตัดสินใจในวันนี้ว่า จะต้องเล่าสิ่งที่ผมรู้ทั้งหมด ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ศรัทธาท่านและระลึกถึงบุญคุณที่ท่านทำไว้ให้กับชาวไทยอย่างล้นเหลือ ผมมีคำถาม ใครช่วยตอบผมทีผญ ที่สร้างภาพ ดี รวย สวย เก่ง และมีความรักที่สวยงาม คนนี้ ยักยอกเงินทำบุญ จากญาติโยม ที่นิมนต์เทศน์ที่วัดเบญจมบพิตรเพียง 30,000.- บาท เพราะเหตุผลอะไร จบครับ
Kate Melbourne ..copied
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 311 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาลองดูกันว่า ทั้งคู่จะอยู่กันได้ซักกี่น้ำ

ขอทายว่า อีกไม่นานนังแม่หม้ายก็จะสลัดสามีทิ้งไป เพราะ

1. ได้ดังสมใจอยากแล้ว เหมือนเด็กได้ของเล่นที่อยากได้ พอเล่นสักพักก็เบื่อหน่าย
2. ตัวเองมีหนี้สินรุงรักกว่า 100 ล้านบาท ต้องหาคนมาช่วยทำมาหาเงินมาให้เหมือนกับสามีคนก่อน ที่หลอกเอาเงินทองมาจนหมด แล้วก็หย่าทิ้งไป
3. สามีคนนี้ก็จะไปทำมาหากินอะไรได้ ใครจะรับเข้าทำงาน เพราะไม่มีประสบการณ์ในการทำงานเลย อ่อนยิ่งกว่าเด็กที่เรียนจบมาใหม่ๆ มีแต่บวชเป็นพระมาเกือบ 40 ปี จะทำอะไรทางธุระกิจเป็น

เชื่อขนมกินก่อนได้เลย คงได้เห็นแน่ๆ ไม่นานเกินรอหรอก
Believe it or not
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 310 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นเจ้ากรรมนายเวรของอาจารย์ มากกว่ามั้ย
คงจะ..มากกว่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 309 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่านมี จิตสะอาด บริสุทธิ์ บวช 38 ปี นานพอที่ทำให้

ท่าน อ่อนหัด ไม่ทันกับ เล่ห์กระเท่ห์มารยาทางโลก

อุปมาอุปไมย กับ เปมิกา-หมอเผ่า

ท่าน ถูก Blackmail กดดัน ด้วยการแพร่ภาพ

แฉ ใน Internet จนกระทั่ง

ท่าน ไม่มี ทางเลือก

ท่าน ถูก มัดมือชก
เห็นใจ ท่าน มิตซูโอะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 307 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกถึงคดีหมอประกิตเผ่า

นายมิตซูโอะถูกฉีดสารซูโดเปล่าคะ?
เปมิรัตน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 305 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นวิบากกรรมของคน 2 คน เมื่อบดบุญย่อมต้องชดใช้กรรม ตามกฏแห่งกรรม ปล่อยเขา 2 คนไปเถอะ เราทั้งหลายอย่าเข้าไปพัวพันกับวิบากรรมนี้เลย..
คนข้างวัด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
หน้าแสดงความเห็นที่ 7 จากทั้งหมด 7 หน้า
หน้าที่แล้ว
7 | 6 | 5 | 4 | 3 | 2 | 1
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014