หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าว
ข่าว กัมพูชา

เหลือเชื่อ..ข้อมูลใหม่ "กูปรี"ที่แท้ก็แค่วัวบ้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤศจิกายน 2549 11:39 น.
เหลือเชื่อ..ข้อมูลใหม่ กูปรีที่แท้ก็แค่วัวบ้าน
       
ข้อมูลใหม่จากการตรวจดีเอ็นเอได้พบว่า กูปรี (Kouprey) หรือ "โคไพร" สัตว์ประจำชาติของกัมพูชา "วัวป่า" ที่นักอนุรักษ์ นักล่าและนักเผชิญไพร ต่างแสวงหามานานกว่าครึ่งศตวรรษ แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงวัวบ้าน ที่หนีไปอาศัยอยู่ในป่าและแพร่ลูกแพร่หลานให้คนรุ่นหลังเข้าใจผิดคิดว่า เป็นสายพันธุ์จำเพาะที่เกิดตามธรรมชาติ
       
       นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ได้แถลงผลการค้นพบใหม่นี้ หลังการตรวจดีเอ็นเอจากหัวกะโลกของกูปรีจากพิพิธภัณฑ์ในประเทศฝรั่งเศส แล้วพบว่าดีเอ็นเอของมันไปเหมือนกั[ดีเอ็นเอของวัวแดง (Banteng) ซึ่งเป็นวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ใช้งานในกัมพูชามากที่สุด
       
       รายงานได้อ้างการเปิดเผยของพยานที่ยังมีชีวิตอยู่หลายราย ซึ่งอ้างว่าได้พบเห็นชาวนาในบางท้องถิ่นของกัมพูชา เลี้ยงวัวที่มีลักษณะคล้ายกับกูปรีเอาไว้ใช้งาน รวมทั้งการเทียมคราดหรือไถในนาและไร่ข้าวของพวกเขาด้วย
       
       กัมพูชาได้ประกาศในปี 2503 ให้กูปรี หรือ "วัวป่า" หรือ "โคไพร" ในภาษาเขมร เป็นสัตว์ประจำชาติแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยความงดงามทางสรีระของวัวชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาของพวกมันงามที่งอโค้งเข้าหากันเป็นรูปวงพระจันทร์
       
       หลังจากทำการตรวจดีเอ็นเอแล้ว นักวิจัยกับนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสท์เทอร์น (North-Western University) ในนครชิคาโก สรุปว่าเจ้ากูปรีนี้อาจจะไม่ใช่สายพันธุ์จำเพาะ (Species) ที่เกิดตามธรรมชาติ หากแต่เป็นเพียงวัวพันธุ์ผสมที่เคยเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ อาศัยอยู่ตามบ้านเรือนทั่วไป แต่ภายหลังได้หนีไปอาศัยและแพร่พันธุ์ในป่า กลายเป็นวัวป่า

เหลือเชื่อ..ข้อมูลใหม่ กูปรีที่แท้ก็แค่วัวบ้าน
ภาพถ่ายฝูงกูปรีที่หากินตามธรรมชาติในดินแดนกัมพูชาจากการสำรวจในปี 2500
        การวิจัยที่นำโดยนักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสต์เทอร์น ชื่อ แกรี่ เจ กาลเบรท (Gary J Galbreath) ได้เปรียบเทียบดีเอ็นเอของกูปรีกับของวัวแดงจำนวน 2 ตัว แล้วพบว่าแทบจะไม่แตกต่างกัน
       
       "เราไม่แน่ใจนักว่าแท้จริงแล้วกูปรีมันคืออะไร แต่อย่างน้อยที่สุดเราได้เปิดเวทีสำหรับการวิจารณ์สำหรับเรื่องนี้ขึ้นแล้ว มันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่ยังไม่เคยมีขึ้นเลยในช่วงราวๆ ครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา" นายคาลเบรทกล่าว
       
       "เราได้ข้อสรุป 5-6 ข้อ แต่ที่เข้ากับข้อมูลที่เรามีอยู่มากที่สุดก็คือ กูปรีนั้นเป็นวัวบ้านที่ (หลบหนี) ไปอาศัยอยู่ในป่า แต่ไม่ว่ากูปรีจะเป็นอะไรก็ตาม เราเชื่อว่าไม่ว่ามันมีจำนวนเหลืออยู่น้อยเต็มที่" นักชีววิทยาคนเดียว กันกล่าว ในรายงานที่ตีพิมพ์บนเว็บไซต์ สมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติ (National Geographic Society)
       
       เรื่องราวอันน่าพิศวงของกูปรีดูเหมือนจะเริ่มขึ้นในราวปี 2488 พิพิธภัณฑ์สัตววิทยาเปรียบเทียบ (The Museum of Comparative Zoology) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้นำเอาส่วนศีรษะของสิ่งที่เรียกในตอนนั้นว่า "วัวสายพันธุ์ใหม่" ขึ้นตั้งแสดง มันเป็นวัวเพศผู้น้ำหนักราว 1 ตัน ถูกล่าจากดินแดนที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบันนี้
       
       รายงานที่ปรากฏตามสื่อในสหรัฐฯ ในช่วงนั้นระบุว่า นี่คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบนับตั้งแต่ปี 2443
       
       กูปรีมีชื่อเสียงโดเด่นมาก ในปี 2504 ก็เลยได้กลายเป็นสัตว์ประจำชาติของกัมพูชา และ แต่นั้นก็ได้มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางอนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้มิให้สูญพันธุ์ไปจากโลก และในปี 2539 กูปรี ก็ถูกประกาศให้เป็นสัตว์ป่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่งยวด

เหลือเชื่อ..ข้อมูลใหม่ กูปรีที่แท้ก็แค่วัวบ้าน
กะโหลกกับเขาของกูปรี ที่ถูกนำออกจำหน่ายในตลาดมือค้าสัตว์ป่าเป็นครั้งคราว ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีความหวังว่า สัตว์ชนิดนี้จะยังไม่สูญพันธุ์ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม (ภาพ: WWF)
        นักวิทยาศาสตร์กับนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัย นอร์ธเวสต์เทอร์น ได้เปรียบเทียบดีเอ็นเอไมโตคอนเดรียล (Mitocondrial DNA) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอชนิดหนึ่งที่สืบทอดได้จากตัวแม่เท่านั้น แล้วก็ได้พบว่า ผังดีเอ็นเอของกูปรีนั้นเหมือนกันกับของวัวแดง ซึ่งทำให้สรุปได้ว่า กูปรีมิใช่สัตว์ป่าสายพันธุ์ใหม่ตามธรรมชาติ
       
       ในทางตรงข้ามกูปรีอาจจะเป็นเพียงลูกของวัวแดงสัตว์เลี้ยงตามบ้าน เป็นลูกผสมระหว่างวัวแดงกับวัวบ้านอีกพันธุ์หนึ่งที่มีเขายาว (Zebu) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
       
       "เราไม่เคยรู้จักไมโตคอนเดรียลดีเอ็นเอของกูปรีมาก่อน.. ถ้าหากกูปรีเป็นลูกผสมพันธุ์พื้นบ้าน สิ่งที่เราสนใจก็คือจะต้องสืบค้นว่า บันเต็งมีอะไรคล้ายกับกูปรีหรือไม่ และก็เป็นอย่างที่เราคาดเอาไว้อย่างมั่นใจ วัวทั้งสองชนิดนี้มีทุกอย่างคล้ายกัน" นายคาลเบรทกล่าว
       
       "เราได้พยากรณ์ความเหมือนทางด้านพันธุกรรมเอาไว้ล่วงหน้า มันเป็นสิ่งที่คนทั่วไปอาจจะไม่คาดคิดมาก่อน และในที่สุดเราก็ได้พบว่าสิ่งที่เราคาดนั้นถูกต้อง"

เหลือเชื่อ..ข้อมูลใหม่ กูปรีที่แท้ก็แค่วัวบ้าน
        นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ได้นำรายงานการค้นพบตีพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่อยู่ในแวดวงแคบๆ ในรายงานยังระบุด้วยว่า ในช่วงปีใกล้ๆ นี้ชาวนาในกัมพูชาได้รายงานการพบเห็นชาวบ้านนำเอาวัวลูกครึ่งคล้ายกับวัวป่าออกไปใช้งานไถนาในนาข้าว วัวพวกนั้นอาจจะเป็นกูปรีซึ่งแม้ว่าจะอาศัยอยู่ในป่า แต่ก็ยังมีความผูกพันและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน
       
       อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งได้ออกมาโต้แย้งว่า กาลเบรทกับคณะด่วนสรุปเกินไป เพราะการค้นพบของพวกเขาอาจจะมีคำอธิบายได้อีกหลายแนวทาง
       
       "กูปรีอาจจะเป็นพันธุ์ลูกผสมโดยกำเนิด ที่เกิดจากพ่อวัวซีบูจริง นั่นก็จะเป็นเพียงคำอธิบายหนึ่งเท่านั้น อาจจะจริงหรืออาจจะไม่จริงก็ได้" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฮันส์ เลสตรา (hans Lestra) แห่งมหาวิทยาลัยอูเทร็ค (Utrecht University) ในเนเธอร์แลนด์ กล่าว ตอบโต้งานวิจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์อเมริกัน ที่ตีพิมพ์ในวารสารสัตววิทยา (Journal of Zoology)
       
       งานเขียนชิ้นดังกล่าวได้ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อเรื่อง "วิชายีนส์วิทยาได้ช่วยไขความลี้ลับด้านสัตววิทยา" ซึ่ง ผศ.เลสตรากล่าวว่า ข้อสรุปของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ไม่ค่อยจะตรงกับชื่อเรื่อง เนื่องจากความลี้ลับทางยีนส์วิทยาในเรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกไขออกมาทั้งหมด
       
       คณะนักวิจัยในสหรัฐฯ ยังไม่เคยได้วิจัยดีเอ็นเอของกูปรีอย่างละเอียดเลย รวมทั้งยังไม่ได้ตรวจดูการถ่ายทอดโครโมโซม-วาย (Y-chromosomal sequence) หรือ โครโมโซมเพศเมียของกูปรี เปรียบเทียบกับของวัวแดงและวัวเขายาวอันเป็นการถ่ายทอดระหว่างพ่อแม่และลูก ก่อนจะสรุปว่ากูปรีเป็นวัวบ้านที่หนีเตลิดเข้าไปอาศัยในป่า

เหลือเชื่อ..ข้อมูลใหม่ กูปรีที่แท้ก็แค่วัวบ้าน
        อเล็กซานเดอร์ ฮัสซานิน (Alexander Hassanin) แห่งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (National Museum of Natural History) ของฝรั่งเศส ก็ให้ความเห็นคล้ายกันว่า เรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติ
       
       นายฮัสซานินกำลังเขียนบทวิจารณ์ชิ้นหนึ่ง ที่ระบุว่า ควรจะต้องมีการตรวจวิเคราะห์วัวแดงในประเทศไทย ลาว พม่าและเวียดนามด้วย ก่อนจะหาข้อสรุปเกี่ยวกับฐานะของวัวแดงและกูปรี
       
       ส่วนหัวหน้าทีมนักวิจัยในสหรัฐฯ คือ นายคาลเบรท ยอมรับว่า ยังจะต้องมีข้อมูลอีกมากเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปสุดท้าย
       
       ตามรายงานของมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund) นั้น การสำรวจหากูปรีอย่างจริงจังมีขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2500 โดยการนำของนักสัตววิทยา ชาร์ลส วอร์ตัน (Charles Wharton) ที่ได้เข้าไปศึกษาและถ่ายภาพกูปรีในธรรมชาติ แต่นั้นมาก็แทบจะไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับสัตว์ชนิดอีกเมื่อกัมพูชาเข้าสู่ยุคสงคราม
       
       จากนั้นมาก็มีแต่ข่าวลือเกี่ยวกับการพบเห็นที่ไม่สามารถยืนยันได้ แต่ก็มีผู้ถ่ายรูปหัวกะโหลกและเขาของกูปรีจากตลาดมืดค้าสัตว์ป่าอยู่เป็นระยะๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีความหวังว่า สัตว์ชนิดนี้ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลก
       
       เชื่อกันว่าในปัจจุบันอาจจะยังมีกูปรีหลงเหลืออยู่ราว 250 ตัว ในป่าชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา อาจจะรวมทั้งเขตวนอุทธยานแห่งชาติในที่ราบภาคกลางของเวียดนามด้วย.

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ชาวเขมรท้องเสียระนาวเกือบ 300 คน หลังซดก๋วยเตี๋ยวงานหมั้น
เกิดเหตุพื้นโรงงานถล่ม แรงงานเขมรบาดเจ็บอย่างน้อย 4 คน
ธรรมชาติสวยงาม “ฮุนเซน” ยกเลิกเขื่อนจีน 108 MW ในป่าสงวนเกาะกง แต่ข่าวยังสับสน
ทนายฝ่ายจำเลยเขมรแดงคว่ำบาตรการพิจารณาคดีศาล
กัมพูชา-ออสเตรเลีย มุ่งมั่นทำตามข้อตกลงผู้ลี้ภัย ไม่สนเสียงวิจารณ์
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 25 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 17 คน
68 %
ไม่เห็นด้วย 8 คน
32 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014