|
พล.ท.ฮิงบุนเฮียง (Hing Bunheang) กินเงินเดือนจากภาษีของราษฎร แต่เป็นผู้บัญชาการกองทัพส่วนตัวของสมเด็จฯ ฮุนเซน |
|
 |
 |
สมเด็จฯ ฮุนเซน กล่าวถึงเรื่องนี้ในวันที่ 30 มิ.ย.ว่า จรวดที่สูญเสียไปในเหตุการณ์นี้เป็นเพียงประมาณ 1% ของที่มีใช้ในกองทัพเท่านั้น แต่ละลูกมีราคา 3,000 ดอลลาร์
"ไม่อยากจะคุย กัมพูชายังมีทั้งจรวดขนาดกลาง ทั้งขนาดใหญ่กว่านี้อีก" ผู้นำที่มีอำนาจสูงสุดกล่าว
ที่ผ่านมาฝ่ายค้านกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชากล่าวหาว่า พลน้อยที่ 70 เป็น "กองทัพส่วนตัว" ของสมเด็จฯ ฮุนเซน เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และมีประวัติอาชญากรรม กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างสูง
รัฐบาลกัมพูชาได้ออกกฤษฎีกาฉบับหนึ่งเมื่อต้นเดือนนี้ แยกกองกำลังพิทักษ์ผู้นำออกจาก กองพลน้อยที่ 70 โดย พล.ท.ฮิง บุนเฮียง ผบ.กองพลน้อยดังกล่าวถูกย้ายตามไปบัญชากองกำลังพิทักษ์ผู้นำ
ผู้บัญชาการโดยตรงของ พล.ท.ฮิงบุนเฮือง คือ พล.อ.กุนกิม (Kum Kim) หนึ่งใน 4 รองผู้บัญชาการกองทัพ ที่สมเด็จฯ ฮุนเซน แต่งตั้งเมื่อต้นปีนี้ พร้อมกับการแต่งตั้ง พล.อ.พลสะเรือน (Pol Saroeun) ขึ้นเป็นผู้บัญชาการ ทั้งหมดนี้มีขึ้นหลังจาก สมเด็จฯ ฮุนเซน ปลด พล.อ.แกกิมยาน (Ke Kim Yan) อดีต ผบ.กองทัพ ออกจากตำแหน่งแบบกลางอากาศ
พล.อ.เตีย บัญ (Tea Banh) รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวกับสื่อในกรุงพนมเปญในสัปดาห์ต้นเดือนนี้ว่า การแยกตัวออกจากกัน เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยกำลังสำคัญทั้งสองหน่วย โดยกองพลน้อยที่ 70 จะเป็นหน่วยรบที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับกองกำลังพิเศษคุ้มกันนายกรัฐมนตรีที่แยกตัวออกไป ตั้งเป็นกองบัญชาการต่างหาก
"ทุกประเทศล้วนมีหน่วยคุ้มกันผู้นำ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก" รมว.กลาโหมกัมพูชากล่าว โดยไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด แต่ก็กล่าวด้วยว่า นอกจากจะคุ้มกันครอบครัวผู้นำแล้ว หน่วยรบใหม่ยังจะปฏิบัติการร่วมกับหน่วยรบอื่นๆ ของกองทัพด้วย
"กองบัญชาการใหม่มีภารกิจในการพิทักษ์ความมั่นคงปลอดภัยของท่านผู้นำ และ ยังจะต้องเข้าร่วม (ภารกิจ) อื่นๆ รวมทั้งการป้องกันประเทศที่ชายแดนด้วย" พล.ต.โรส ชอม (Ros Chhorm) รองปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าว
แต่แหล่งข่าวในหน่วยรบใหม่กล่าวว่า กองกำลังพิทักษ์ผู้นำจะอยู่ใต้บัญชาการของสมเด็จฯ ฮุนเซน โดยเฉพาะ
|