หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าว
ข่าว ลาว

ลาวกู้ “ไม้มะนีโคด” จากคอนพะเพ็ง ทำพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้ชม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2556 17:39 น.
ลาวกู้ “ไม้มะนีโคด” จากคอนพะเพ็ง ทำพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้ชม

ต้นไม้มะนีโคดในภาพถ่ายจากนิตยสารลาวฉบับหนึ่ง เมื่อครั้งที่สถิตบนชะง่อนหินแวดล้อมด้วยแก่งที่กระแสน้ำไหลแรงในย่านใจกลางน้ำตกคอนพะเพ็ง เชื่อกันว่าทั้งประเทศมีอยู่เพียงต้นเดียวและต้นสุดท้าย เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวลาวที่ก่อกำเนิดจากตำนาน "พะลัก-พะลาม" ซึ่งได้โค่นลงโดยไม่ทราบสาเหตุในคืนหนึ่งของเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว ทางการกู้ขึ้นจากน้ำสำเร็จสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังแช่อยู่นานเกือบปี แขวงจำปาสักกล่าวว่าจะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์นำไม้คู่บ้านคู่เมืองไปวางแสดงให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาและสืบทอดตำนานอันศักดิ์สิทธิ์นี้ต่อไป.
        .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ทางการแขวงจำปาสักกู้ต้นไม้มณีโคตรขึ้นจากบริเวณคอนพะเพ็งได้สำเร็จ หลังจากพยายามอยู่ 2 วัน และมีแผนการจะนำไม้ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่ตัดเป็นท่อนๆ ไปวางแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่จะจัดสร้างขึ้น เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ดูชม และสืบทอดความรู้ และความเชื่อในเรื่องนี้ต่อไป สื่อของทางการรายงาน
       
       การกู้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวลาวมีขึ้นในเช้าวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากทำพิธีทางศาสนาแล้ว จากนั้น เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพได้นำผู้ชำนาญการ จำนวน 4 คน ไปหย่อนตัวลงบริเวณที่ไม้มณีโคตรล้ม จุดธูปเทียนทำพิธีบวงสรวงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนลงมือเคลียร์พื้นที่
       
       หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่รายงานเรื่องนี้ อ้างการเปิดเผยของ พ.ท.สุนทอน พิมมะเสน รองหัวหน้ากองพันใหญ่ 703 ซึ่งบัญชาการปฏิบัติการ
       
       การกอบกู้มีขึ้นเป็นวันที่ 2 ในวันถัดมา ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากไปยืนดู และมีเจ้าหน้าที่ระดับรองเจ้าแขวงถึง 2 คน ไปร่วมอำนวยการด้วย ผู้ชำนาญการได้ตัดต้นไม้มณีโคตรออกเป็น 3 ท่อน ก่อนจะใช้ ฮ.ยกออกจากจุดกลางน้ำได้สำเร็จในเวลาประมาณ 16.30 น.
       
       ทางการแขวงได้นำต้นไม้สักสิทธิ์ไปสถิตไว้ที่หอแสดง ที่จัดสร้างขึ้นริมคอนพะเพ็ง ซึ่งรองเจ้าแขวงจำปาสักผู้หนึ่งกล่าวว่า ต่อไปจะจัดสร้างขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์
       
       หลายปีผ่านมา น้ำได้กัดเซาะทั่วอาณาบริเวณ ทำให้บริเวณที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่มีสภาพเป็นเกาะแก่ง และต้นไม้มณีโคตรได้โค่นลงโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดในคืนวันที่ 19 มี.ค.2555
       
       ไม้มณีโคตร เป็นไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง เป็นพันธุ์หายาก และเชื่อกันว่า ทั้งประเทศมีอยู่เพียงต้นเดียวที่บริเวณกึ่งกลางน้ำตกคอนพะเพ็งทีมีความกว้างประมาณ 10 กิโลเมตร
       
       ตามรายงานของสื่อทางการ ไม้มณีโคตรมีความยาวตลอดลำต้น 14.60 เมตร มีหน้าตัดกว้างเฉลี่ย 46.6 เซนติเมตร คำนวณเป็นเนื้อไม้ได้ทั้งหมด 2.369 ลูกบาศก์เมตร น้ำหนักประมาณ 2,800 กิโลกรัม
       
       การกู้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นจากน้ำได้ในวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา มีขึ้น “ท่ามกลางความปีติยินดีของผู้เข้าร่วม และปวงชาวลาวถ้วนหน้า” หนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นของทางการนครเวียงจันทน์กล่าว
       
       ตามรายงานของสื่อทางการ ได้มีความพยายามกู้ต้นไม้มณีโคตรมาแล้วครั้งหนึ่งในเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว โดยใช้ผู้ชำนาญการจากเมืองหลวงถึง 15 คน วางแผนใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพถึง 2 ลำ ใช้ลวดสลิงดึงต้นไม้ให้พ้นจากน้ำ และนำกลับเข้าพาดบนฝั่ง ด้วยเกรงจะถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดพาหายไป
       
       ความพยายามครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากน้ำพัดแรงเกินไป คณะกรรมการอำนวยการมีมติให้เลื่อนการกอบกู้ไป 1 ปี เป็นเดือน มี.ค.2556 เมื่อน้ำในคอนพะเพ็งลดลงถึงระดับต่ำสุด แต่แล้วก็ลงมือในเดือน ม.ค.นี้ เนื่องจากสภาพการณ์เอื้ออำนวย สื่อของทางการกล่าว
       
       ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์สก่อนหน้านี้ ต้นไม้มณีโคตรในตำนาน “พะลัก-พะลาม” (รามเกียรติ์) มีกิ่งเพียง 3 กิ่ง ตำนานกล่าวว่า ผลของไม้มณีโคตรที่ติดบนกิ่งแรกเมื่อรับประทานแล้วจะทำให้อายุยืนยาว และเป็นหนุ่มเป็นสาวตลอดไป ผลที่ติดบนกิ่งที่ 2 รับประทานแล้วทำให้เกิดพลัง และมีอำนาจวาสนา
       
       ส่วนผลจากกิ่งที่ 3 ที่ชี้ไปทางทิศตะวันตก รับประทานแล้วจะประสบโชคร้าย ผู้ที่รับประทานเข้าไปจะกลายสภาพเป็นวานร
       
       ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดเกี่ยวกับที่มาที่ไปของต้นไม้มณีโคตรที่คอนพะเพ็ง แต่ราษฎรในพื้นที่กล่าวว่า “เห็นมาตั้งแต่เกิด” และเมื่อก่อนโน้นเคยมีการสร้างศาลเพียงตาเอาไว้เพื่อสักการบูชา แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ในปัจจุบัน “มีเพียงนกเท่านั้นที่ไปถึงต้นไม้มณีโคตร”
       
       อีกหลายคนเล่าว่า ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นั่นมาอย่างน้อย 200 ปี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านช้าง และต้นมณีโคตรได้โค่นลงจมน้ำคอนพะเพ็งในคืนที่มืดมิด และลมแรง.

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไปดูกันสดๆ น้ำท่วมหลวงพระบาง.. เห็นหรือยัง? อิทธิฤทธิ์นางนวลแดงไต้ฝุ่นคัลแมกี
เอาไปเอามาชาวลาวจะได้นั่งรถไฟความเร็วสูงก่อนใคร สายสะหวันนะเขต-เวียดนาม เริ่มออกแบบ
ลาวกฎหมายแรง เมียหลวงใจเด็ดพาตำรวจบุกจับสามี-เมียน้อยนางงามขณะกกไข่คาบ้านพัก
ลาวเลื่อนยศบิ๊กทหาร ตั้งพลโท 2 คน ครั้งแรกในเกือบ 20 ปี ขึ้นพลตรี-พลจัตวาอีกอื้อ
ความฝันบรรเจิดของสาวลูกครึ่งลาว.. อเล็กซานดรา บุญช่วย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 35 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 28 คน
80 %
ไม่เห็นด้วย 7 คน
20 %
ความคิดเห็นที่ 2 +28 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อรู้ว่าหายากและอาจเหลือเพียงต้นเดียว แทนที่จะหาวิธีนำกิ่งมาเพาะชำเพื่อขยายพันธุ์ รอจนมันตายแล้วจะเอาซากมาทำไม
yes
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 [Ipad] +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมต้องเอาความเชื่อที่ตัวเองไปดูถูกความเชื่อของคนอื่น ... ไม่เข้าใจ
เซ็ง ... แบบนี้ถึงรุนแรงไม่จบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คห5คับ คนเฮามีความเชื่อที่บ่คือกัน ปชชลาว ปชชไทย อาสัยทำมะชาดในกานดำลงชีวิตมาแต่คั้งโบราณ การนับถือในทำมะชาดจิ่งมีความจำเป็น พูเขาลูกใดที่ลำลือว่ามีผี แน่นอนว่าก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปตัดไม้ล่าสัด ผลก็คือทำมะชาดยังสมบูน แต่เดียวนี้ก็เพราะคนบ่เชี่อ จิ่งทำลายทำมะชาด แล้วทำมะชาดก็ลงโทดคน น้ำท่วม ฝนแล้ง รัฐบาลลาวมีโครงการปูกต้นไม้ให้ได้60%ของพี้นที่ทั่วประเทศในปี2020 ส่วนประเทศไทยผมก็เห็นตั้งนานมาแล้วที่ในหลวงและพระราชีนีท่านห่วงไยในเรื่องทำมะชาดเป็นอย่างมาก ทรงชี้แนะด้วยพระองค์เองมาตะหลอด
การปลูกฝังให้ลูกหลานได้รักทำมะชาด หันมาใส่ใจในทำมะชาดมากขื้นจิ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำรับปชช2ชาติลาวไทยไม่ว่าจะเป็นวิทีเล็กๆนอ้ยๆ อย่างต้นไม้มะนีโคดของลาวหลือห่มจีวร(บวช)ให้ต้นไม้ของไทย ส่วนคุณ คุณจะเชื่อในเรื่องก้อนหินลอยได้ ก็เป็นเรื่องของคุณเพราะ.......
ข้อยบ่ว่าหยังให้เจ้าดอก..ตามสะบายโลดเด้อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 -3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทำไมจึงโค่นล้ม ศักดิ์สิทธิ์จริงต้องลอยได้เหมือนหินลอยของอิสลามที่กะบะเมืองเมกกะ ลาวกับไทยเหมือนกันกราบไหว้ต้นไม้ แทนที่จะยึดคำสอนของพระศาสดาไม่เอา
samilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เท่าที่ไปเห็นและฟังมานะ ต้นไม่นี้มีลักษณะพิเศษ มีเพียงหนึ่งเดียว และจะมีนกมาเกาะเฉพาะต้นนี้ทุกวันออกพรรษา จุดที่ต้นไม่ขึ้น อยู่กลางแก่งน้ำเชี่ยว เข้าถึงได้ยาก เคยมีฝรั่งเศสเอาเฮลิคอปเตอร์ไปบินวนให้เห็นว่าไม่มีอะไรศักดิสิทธิ แล้ว ฮอตก ตายยกลำ อะไรทำนองนี้
789
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในรูปต้นไหนครับ ต้นกลางเปล่า
กกก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านจากข่าวนะครับ มันมีเหลือเพียง "ต้นเดียว" เชื่อว่าเป็น "ต้นสุดท้าย"
ต้นไหนเอ่ย????????????
เข้าใจครับ มันอยู่เลยบรรทัดที่ 4 ไปหน่อย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าว่าแต่ 4 บรรทัดเลย เพ่แกไม่อ่านกระทั่่งบรรยายรูป เข้ามาก็รีบสงสัยเลย
ชััวร์
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้นไม้มณีโคตรในตำนาน “พะลัก-พะลาม” (รามเกียรติ์) มีกิ่งเพียง 3 กิ่ง
อ่านข่าว หรือดูข่าว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สามตัวข้างบนเองได้อ่านหรือป่าวคำบรรยายใต้ภาพหรือป่าว
"ต้นไม้มะนีโคดในภาพถ่ายจากนิตยสารลาวฉบับหนึ่ง"
ความคิดเห็นที่ 3 เค้าถามเพราะเค้าอ่านและได้ดูภาพ
เก่งเกิน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้นที่อยู่ตรงกลาง (เอนนิดนึ่งครับ)
ต้นมะนีโคตรคำเหลือง
เป็นขวัญใจซาวเมือง เขตโขงแขวงใต้
เป็นบุปผาพันไม้ มะนีคำสามง่า
ดังมาลาโอดเอ้ พะเพ็งใต้สง่างาม
สภาหมอลำแห่งชาติ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ต้นไม้มะนีโคดในภาพถ่ายจากนิตยสารลาวฉบับหนึ่ง เมื่อครั้งที่สถิตบนชะง่อนหินแวดล้อมด้วยแก่งที่กระแสน้ำไหลแรงในย่านใจกลางน้ำตกคอนพะเพ็ง เชื่อกันว่าทั้งประเทศมีอยู่เพียงต้นเดียวและต้นสุดท้าย....

อ่านบรรยายรูปบรรทัดเดียว แล้วเจรือกไม่อ่านต่อ ไม่งั้นกรุก็ไม่ต้องลำบากเข้ามาตอบมรึง
เซ็งฟ่ะ
 
ความคิดเห็นที่ 2 +26 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อรู้ว่าหายากและอาจเหลือเพียงต้นเดียว แทนที่จะหาวิธีนำกิ่งมาเพาะชำเพื่อขยายพันธุ์ รอจนมันตายแล้วจะเอาซากมาทำไม
yes
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข่าวเมื่อนานมาแล้ว ตอนต้นเพิ่งล้ม เค้าบอกว่าเอากิ่งมาปักชำแล้วแต่ไม่สำเร็จ
xxx
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องระหว่างประเทศ อย่าสาระเน่
เด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชำภาษาพ่อ ไม่สำเร็จ ก็ตอนสิ
ของง่าย ๆ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มะใช่ปักชำ แต่เอามาเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อค้า แบบขนุนพันธ์ในพระราชวัง เหลือเพียงต้นเดียว กรมวิชาการเกษตรขอพระราชทานเอามาเลี้ยงเนื้อเยื่อ ออกแจกจ่ายแก่ประชาชนในงานเกษตรแฟร์เมื่อหลายปีก่อน
ป้า
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอะอะก็ด่า เก่งนักไม่ไปจัดการเลยละ

ขอบคุณป้าที่บอกนะครับ อ่านนานมันก็ลืม ๆ ไปละ
xxx
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ว่าเขาทำไม ของเราก็เช่น ต้นลำพู ที่บางลำพูไง โค่นล้ม ตายแล้ว ถึงสำนึกไง
No.
 
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยไปคอนพะเพ็ง รู้สึกว่าจะมีนกบินมาเกาะที่ต้นไม้นี้ทุกปีวันออกพรรษา ใครช่วยยืนยันข้อมูลให้ที
789
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ขอยืนยันหรือนั่งยันนอนยันขอรับ เพราะข้อยบ่เคยได้ไปแล
เมืองลาวไกลเกิ้นนนนนนนนน
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014