หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าว
ข่าว ลาว

ลาวกู้ “ไม้มะนีโคด” จากคอนพะเพ็ง ทำพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้ชม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2556 17:39 น.
ลาวกู้ “ไม้มะนีโคด” จากคอนพะเพ็ง ทำพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้ชม

ต้นไม้มะนีโคดในภาพถ่ายจากนิตยสารลาวฉบับหนึ่ง เมื่อครั้งที่สถิตบนชะง่อนหินแวดล้อมด้วยแก่งที่กระแสน้ำไหลแรงในย่านใจกลางน้ำตกคอนพะเพ็ง เชื่อกันว่าทั้งประเทศมีอยู่เพียงต้นเดียวและต้นสุดท้าย เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวลาวที่ก่อกำเนิดจากตำนาน "พะลัก-พะลาม" ซึ่งได้โค่นลงโดยไม่ทราบสาเหตุในคืนหนึ่งของเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว ทางการกู้ขึ้นจากน้ำสำเร็จสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังแช่อยู่นานเกือบปี แขวงจำปาสักกล่าวว่าจะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์นำไม้คู่บ้านคู่เมืองไปวางแสดงให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาและสืบทอดตำนานอันศักดิ์สิทธิ์นี้ต่อไป.
        .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ทางการแขวงจำปาสักกู้ต้นไม้มณีโคตรขึ้นจากบริเวณคอนพะเพ็งได้สำเร็จ หลังจากพยายามอยู่ 2 วัน และมีแผนการจะนำไม้ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่ตัดเป็นท่อนๆ ไปวางแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่จะจัดสร้างขึ้น เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ดูชม และสืบทอดความรู้ และความเชื่อในเรื่องนี้ต่อไป สื่อของทางการรายงาน
       
       การกู้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวลาวมีขึ้นในเช้าวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากทำพิธีทางศาสนาแล้ว จากนั้น เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพได้นำผู้ชำนาญการ จำนวน 4 คน ไปหย่อนตัวลงบริเวณที่ไม้มณีโคตรล้ม จุดธูปเทียนทำพิธีบวงสรวงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนลงมือเคลียร์พื้นที่
       
       หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่รายงานเรื่องนี้ อ้างการเปิดเผยของ พ.ท.สุนทอน พิมมะเสน รองหัวหน้ากองพันใหญ่ 703 ซึ่งบัญชาการปฏิบัติการ
       
       การกอบกู้มีขึ้นเป็นวันที่ 2 ในวันถัดมา ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากไปยืนดู และมีเจ้าหน้าที่ระดับรองเจ้าแขวงถึง 2 คน ไปร่วมอำนวยการด้วย ผู้ชำนาญการได้ตัดต้นไม้มณีโคตรออกเป็น 3 ท่อน ก่อนจะใช้ ฮ.ยกออกจากจุดกลางน้ำได้สำเร็จในเวลาประมาณ 16.30 น.
       
       ทางการแขวงได้นำต้นไม้สักสิทธิ์ไปสถิตไว้ที่หอแสดง ที่จัดสร้างขึ้นริมคอนพะเพ็ง ซึ่งรองเจ้าแขวงจำปาสักผู้หนึ่งกล่าวว่า ต่อไปจะจัดสร้างขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์
       
       หลายปีผ่านมา น้ำได้กัดเซาะทั่วอาณาบริเวณ ทำให้บริเวณที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่มีสภาพเป็นเกาะแก่ง และต้นไม้มณีโคตรได้โค่นลงโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดในคืนวันที่ 19 มี.ค.2555
       
       ไม้มณีโคตร เป็นไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง เป็นพันธุ์หายาก และเชื่อกันว่า ทั้งประเทศมีอยู่เพียงต้นเดียวที่บริเวณกึ่งกลางน้ำตกคอนพะเพ็งทีมีความกว้างประมาณ 10 กิโลเมตร
       
       ตามรายงานของสื่อทางการ ไม้มณีโคตรมีความยาวตลอดลำต้น 14.60 เมตร มีหน้าตัดกว้างเฉลี่ย 46.6 เซนติเมตร คำนวณเป็นเนื้อไม้ได้ทั้งหมด 2.369 ลูกบาศก์เมตร น้ำหนักประมาณ 2,800 กิโลกรัม
       
       การกู้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นจากน้ำได้ในวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา มีขึ้น “ท่ามกลางความปีติยินดีของผู้เข้าร่วม และปวงชาวลาวถ้วนหน้า” หนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นของทางการนครเวียงจันทน์กล่าว
       
       ตามรายงานของสื่อทางการ ได้มีความพยายามกู้ต้นไม้มณีโคตรมาแล้วครั้งหนึ่งในเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว โดยใช้ผู้ชำนาญการจากเมืองหลวงถึง 15 คน วางแผนใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพถึง 2 ลำ ใช้ลวดสลิงดึงต้นไม้ให้พ้นจากน้ำ และนำกลับเข้าพาดบนฝั่ง ด้วยเกรงจะถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดพาหายไป
       
       ความพยายามครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากน้ำพัดแรงเกินไป คณะกรรมการอำนวยการมีมติให้เลื่อนการกอบกู้ไป 1 ปี เป็นเดือน มี.ค.2556 เมื่อน้ำในคอนพะเพ็งลดลงถึงระดับต่ำสุด แต่แล้วก็ลงมือในเดือน ม.ค.นี้ เนื่องจากสภาพการณ์เอื้ออำนวย สื่อของทางการกล่าว
       
       ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์สก่อนหน้านี้ ต้นไม้มณีโคตรในตำนาน “พะลัก-พะลาม” (รามเกียรติ์) มีกิ่งเพียง 3 กิ่ง ตำนานกล่าวว่า ผลของไม้มณีโคตรที่ติดบนกิ่งแรกเมื่อรับประทานแล้วจะทำให้อายุยืนยาว และเป็นหนุ่มเป็นสาวตลอดไป ผลที่ติดบนกิ่งที่ 2 รับประทานแล้วทำให้เกิดพลัง และมีอำนาจวาสนา
       
       ส่วนผลจากกิ่งที่ 3 ที่ชี้ไปทางทิศตะวันตก รับประทานแล้วจะประสบโชคร้าย ผู้ที่รับประทานเข้าไปจะกลายสภาพเป็นวานร
       
       ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดเกี่ยวกับที่มาที่ไปของต้นไม้มณีโคตรที่คอนพะเพ็ง แต่ราษฎรในพื้นที่กล่าวว่า “เห็นมาตั้งแต่เกิด” และเมื่อก่อนโน้นเคยมีการสร้างศาลเพียงตาเอาไว้เพื่อสักการบูชา แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ในปัจจุบัน “มีเพียงนกเท่านั้นที่ไปถึงต้นไม้มณีโคตร”
       
       อีกหลายคนเล่าว่า ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นั่นมาอย่างน้อย 200 ปี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านช้าง และต้นมณีโคตรได้โค่นลงจมน้ำคอนพะเพ็งในคืนที่มืดมิด และลมแรง.

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ลาวดัดหลังพวกสิงห์ป่าซุง ทำสะพานพังให้สร้างใหม่ ปรับแล้วไม่เข็ด
ในลาวยังมีละองละมั่งเหลืออยู่เยอะ จับมือ WWF ตั้งเขตสงวนในป่าสะหวันนะเขต
คอมมิวนิสต์ลาวพิมพ์หนังสือพุทธประวัติเผยแพร่ บอกเป็นคลังแห่งปัญญา
“ลอร์ดพัตนัม” ผู้อำนวยการสร้าง The Killing Field ไปเยือนลาว
นักท่องเที่ยวแห่เข้าเวียงจันทน์ ชมแข่งเรือประเพณีสัปดาห์นี้
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 35 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 28 คน
80 %
ไม่เห็นด้วย 7 คน
20 %
ความคิดเห็นที่ 7 [Ipad] +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมต้องเอาความเชื่อที่ตัวเองไปดูถูกความเชื่อของคนอื่น ... ไม่เข้าใจ
เซ็ง ... แบบนี้ถึงรุนแรงไม่จบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คห5คับ คนเฮามีความเชื่อที่บ่คือกัน ปชชลาว ปชชไทย อาสัยทำมะชาดในกานดำลงชีวิตมาแต่คั้งโบราณ การนับถือในทำมะชาดจิ่งมีความจำเป็น พูเขาลูกใดที่ลำลือว่ามีผี แน่นอนว่าก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปตัดไม้ล่าสัด ผลก็คือทำมะชาดยังสมบูน แต่เดียวนี้ก็เพราะคนบ่เชี่อ จิ่งทำลายทำมะชาด แล้วทำมะชาดก็ลงโทดคน น้ำท่วม ฝนแล้ง รัฐบาลลาวมีโครงการปูกต้นไม้ให้ได้60%ของพี้นที่ทั่วประเทศในปี2020 ส่วนประเทศไทยผมก็เห็นตั้งนานมาแล้วที่ในหลวงและพระราชีนีท่านห่วงไยในเรื่องทำมะชาดเป็นอย่างมาก ทรงชี้แนะด้วยพระองค์เองมาตะหลอด
การปลูกฝังให้ลูกหลานได้รักทำมะชาด หันมาใส่ใจในทำมะชาดมากขื้นจิ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำรับปชช2ชาติลาวไทยไม่ว่าจะเป็นวิทีเล็กๆนอ้ยๆ อย่างต้นไม้มะนีโคดของลาวหลือห่มจีวร(บวช)ให้ต้นไม้ของไทย ส่วนคุณ คุณจะเชื่อในเรื่องก้อนหินลอยได้ ก็เป็นเรื่องของคุณเพราะ.......
ข้อยบ่ว่าหยังให้เจ้าดอก..ตามสะบายโลดเด้อ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +28 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อรู้ว่าหายากและอาจเหลือเพียงต้นเดียว แทนที่จะหาวิธีนำกิ่งมาเพาะชำเพื่อขยายพันธุ์ รอจนมันตายแล้วจะเอาซากมาทำไม
yes
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยไปคอนพะเพ็ง รู้สึกว่าจะมีนกบินมาเกาะที่ต้นไม้นี้ทุกปีวันออกพรรษา ใครช่วยยืนยันข้อมูลให้ที
789
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014