อุ้มบุญในเขมรยังระบาด นายหน้าตระเวนหาหญิงยากจนตามหมู่บ้านแม้รัฐบาลสั่งห้าม

โดย MGR Online   
18 มิถุนายน 2560 17:28 น. (แก้ไขล่าสุด 19 มิถุนายน 2560 07:21 น.)
อุ้มบุญในเขมรยังระบาด นายหน้าตระเวนหาหญิงยากจนตามหมู่บ้านแม้รัฐบาลสั่งห้าม

หมู่บ้านพุทซาในจ.ตะแกว หนึ่งในหมู่บ้านยากจน ที่มีนายหน้ามาหาหญิงสาวรับจ้างตั้งครรภ์แทนให้กับคู่สมรสชาวต่างชาติที่ร่ำรวย. -- Agence France-Presse/Tang Chhin Sothy.
       
เอเอฟพี - ชุม ลอง หญิงชาวเขมรอายุ 60 ปี นั่งอยู่ในกระท่อมไม้อธิบายถึงเหตุผลที่ลูกสาวของเธอตัดสินใจรับอุ้มท้องให้แก่คู่สมรสชาวตะวันตก เพื่อหวังนำรายได้มาหาซื้อสิ่งของจำเป็นให้แก่ครอบครัว
       
       เมื่อปีก่อน นายหน้ามาปรากฏตัวที่หน้าบ้านของชุม ลอง ที่อยู่ใน จ.ตะแกว ทางภาคใต้ของกัมพูชา และเสนอเงิน จำนวน 10,000 ดอลลาร์ ให้แก่ลูกสาวของเธอ เพื่อเป็นแม่อุ้มบุญให้แก่คู่สามีภรรยาชาวต่างชาติที่ร่ำรวย
       
       “ลูกสาวของฉันตกลงทันทีกับข้อเสนอนั้น เพราะเราจนมาก พวกเขาเอาเด็กไปทันทีที่เกิด ลูกสาวฉันไม่ทันได้แม้แต่เห็นหน้าเขา” ชุม ลอง กล่าว
       
       กัมพูชากลายเป็นปลายทางรับอุ้มบุญที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากกัมพูชามีค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ราคาถูก และไม่มีกฎหมายควบคุม และประเทศที่เคยสถานที่อุ้มบุญที่ได้รับความนิยม เช่น อินเดีย เนปาล และไทย กำหนดให้การอุ้มบุญเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้ความต้องการที่มีอยู่เป็นจำนวนมากพุ่งมาที่กัมพูชาอย่างรวดเร็ว
       
       แต่ด้วยความวิตกเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์จากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้กัมพูชาออกคำสั่งห้ามรับอุ้มบุญเชิงพาณิชย์เมื่อเดือน พ.ย.2559 แต่จากการสัมภาษณ์ของเอเอฟพี พบว่าอุตสาหกรรมการรับอุ้มบุญยังคงมีอยู่
       
       .

อุ้มบุญในเขมรยังระบาด นายหน้าตระเวนหาหญิงยากจนตามหมู่บ้านแม้รัฐบาลสั่งห้าม

ชุม ลอง นั่งอยู่ในบ้านไม้เก่าๆ ซึ่งลูกสาวของเธอตกลงที่จะรับอุ้มบุญหลังมีนายหน้ามาหาหญิงสาวในหมู่บ้าน. -- Agence France-Presse/Tang Chhin Sothy.
        .
       กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดของภูมิภาคเอเชีย ด้วยรายได้ต่อปีเฉลี่ยเพียง 1,150 ดอลลาร์ และการอุ้มบุญนาน 9 เดือน อาจทำรายได้เทียบเท่ากับเงินเดือน 9 ปี
       
       หมู่บ้านพุทซา ที่ชุม ลอง และลูกสาวอาศัยอยู่ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของนายหน้าหาผู้รับจ้างอุ้มบุญ
       
       หัวหน้าหมู่บ้านระบุว่า นายหน้ามาปรากฏตัวที่หมู่บ้านเป็นครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อน และมีผู้หญิงในหมู่บ้านอย่างน้อย 13 คน ตกลงที่จะรับตั้งครรภ์แทน
       
       “ตอนนี้มีผู้หญิงรับอุ้มบุญกำลังตั้งท้องอยู่ 4 คน แต่พวกเขาไม่อยากเปิดเผย พวกเขาถูกเกณฑ์ไปเมื่อเดือน ก.พ. และ มี.ค.” หัวหน้าหมู่บ้าน กล่าว
       
       แม้หัวหน้าหมู่บ้านจะไม่เห็นด้วยต่อการรับจ้างอุ้มบุญโดยมองว่าเป็นการหลอกใช้ประโยชน์ แต่ก็ตระหนักดีว่า เป็นการยากสำหรับผู้หญิงเหล่านั้นที่จะปฏิเสธข้อเสนอจำนวนมากขนาดนั้น
       
       “ผมเพียงต้องการให้พวกเขาได้รับการดูแลที่ดี และจ่ายเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย” หัวหน้าหมู่บ้าน กล่าว และว่า ควรมีกฎระเบียบในการจัดการอย่างระมัดระวัง มากกว่าที่จะห้ามการอุ้มบุญทั้งหมด
       
       ไม่มีแม่อุ้มบุญในหมู่บ้านพุทซาที่ต้องการจะพูดคุยในเรื่องนี้เมื่อเอเอฟพีเดินทางไปเยี่ยมหมู่บ้าน แต่มีอีก 2 คนจ ากหมู่บ้านอื่นที่ตกลงจะพูดคุยในเงื่อนไขที่เปิดเผยเพียงแค่ชื่อเล่นของพวกเขาเท่านั้น
       
       ทั้งคู่ระบุว่า ยอมรับจ้างอุ้มบุญเพราะความยากจน
       
       จำปี ตั้งท้องก่อนรัฐบาลจะออกคำสั่งห้าม และคลอดลูกเมื่อเดือน เม.ย. เป็นเด็กผู้ชายให้แก่คู่สมรสชาวดัตช์ ซึ่งเธอได้รับค่าจ้าง 10,000 ดอลลาร์ และเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปซื้อที่ดิน
       
       “มันเป็นเงินจำนวนมากสำหรับฉัน ฉันต้องการอุ้มบุญอีกครั้งจะได้สร้างบ้านได้” จำปี กล่าว และว่าผู้หญิงคนอื่นๆ จากหมู่บ้านของเธอยังรับอุ้มบุญด้วย
       
       รำดวน อายุ 35 ปี ได้เงินเพียง 200 ดอลลาร์ต่อเดือน จากการเป็นคนงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปใน จ.กำปงสะปือ และเคยได้ยินเรื่องรับจ้างอุ้มบุญผ่านเพื่อนร่วมงาน และได้คลอดเด็กผู้หญิงให้แก่คู่เกย์ชาวออสเตรเลียก่อนรัฐบาลจะสั่งห้าม
       
       “ชาวออสเตรเลียคู่นั้นมีความสุขมากที่ได้ลูกสาว ฉันยังคิดว่าเธอเป็นลูกของฉัน ฉันคิดถึงเธอเพราะเธออยู่ในท้องของฉันมากว่า 9 เดือน” รำดวน กล่าว
       
       เงินที่ได้จากการรับอุ้มบุญ รำดวนนำไปชำระหนี้
       
       “แต่ฉันยังไม่ได้เติมเต็มความฝันของตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ ฉันต้องการจะเป็นแม่อุ้มบุญอีกครั้งเพราะฉันต้องการบ้าน” รำดวน กล่าว
       
       เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า คำสั่งห้ามการอุ้มบุญเป็นสิ่งจำเป็น
       
       “กัมพูชายังคงเป็นประเทศยากจน แต่เราไม่ต้องการใช้การตั้งครรภ์แทนเป็นเครื่องมือในการลดความยากจนในหมู่ประชาชนของพวกเรา มิเช่นนั้น กัมพูชาจะกลายเป็นโรงงานผลิตเด็กเพื่อจำหน่าย” เจ้าหน้าที่คณะกรรมการปราบปรามการค้ามนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กล่าว
       
       ที่หมู่บ้านพุทซา ชุม ลอง ยอมรับว่า เงินจากการตั้งครรภ์แทนของลูกสาวไม่ได้ช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากความยากจน เงินที่ได้จากการอุ้มบุญถูกนำไปใช้จ่ายในแต่ละเดือน และใช้หนี้ พวกเขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อบ้านหลังใหม่ที่พวกเขาวาดหวังไว้
       
       “เรายังยากจนเหมือนเดิม ถ้าพวกเขาเลือกผู้หญิงที่มีอายุ ฉันก็ต้องการที่จะรับอุ้มท้องแทนเหมือนกัน” ชุม ลอง กล่าว.

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
ยังไม่มีผู้เห็นด้วย
0 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
100 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017